ตอน 1

เจ็บ… มันเจ็บมากจริง ๆ !

มีอาการปวดที่แขนขึ้นมาอย่างรุนแรง

เจียงหว่านฉือพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะลืมตาขึ้น แต่ไม่ว่าจะยังไงเธอก็ทำไม่ได้ เปลือกตานั้นเหมือนกับถูกกดทับด้วยก้อนหินหนัก ๆ สายตาพร่ามัว หูได้ยินเสียงแผ่ว ๆ เดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกล แต่ได้ยินไม่ชัด

“น่าสงสารจริง ๆ เลย ไม่ยอมให้คนไข้ดมยาสลบด้วยซ้ำ ครอบครัวของเธอต้องเกลียดเธอขนาดไหนกัน...”

“ใช่ เย็บไปตั้งสามสิบเข็ม ฉันแค่มองยังรู้สึกเจ็บเลย...”

หลังจากนั้นไม่นาน เจียงหว่านฉือก็ลืมตาขึ้น และพบว่าตัวเองนอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียงในโรงพยาบาล เธออึ้งไปครู่หนึ่ง และก็นึกขึ้นมาได้ทันทีว่าเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ยังไง...

ไป๋เสี่ยวโหรวขอให้เธอไปช้อปปิ้งด้วยกัน ปากก็พูดว่าช้อปปิ้ง แต่จริง ๆ แล้วให้เธอไปถือของต่างหาก

การถูกไป๋เสี่ยวโหรวใช้งานนั้นเป็นเรื่องประจำแล้ว และเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธเหมือนเคย หรืออาจจะขี้เกียจเกินกว่าจะปฏิเสธ

ระหว่างทางกลับบ้าน ไป๋เสี่ยวโหรวขับรถ ส่วนเธอนั่งอยู่ที่เบาะหลัง แล้วรถชนคนเข้า ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์

พอภาพอุบัติเหตุทางรถยนต์ผุดขึ้นในหัวของเธอ เจียงหว่านฉือก็นึกกลัวทันที

เธอหดตัวลงและมองไปรอบ ๆ ห้องผู้ป่วยที่ว่างเปล่า มีแค่เธอเพียงคนเดียว

ตอนที่เธอกำลังจะลุกขึ้นนั่งนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังมาจากนอกห้อง

เจียงหว่านฉือมองออกไปก็ชำเลืองเห็นร่างสูงร่างหนึ่งเข้า เธอพลันดีใจขึ้นมา และเรียกชื่อชายผู้นั้นที่เธอโหยหาออกมา...

“ยู่ชางเหิง!”

นั่นคือสามีของเธอที่แต่งงานกันมาสามปีแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน แต่เธอก็เต็มใจรอพร้อมพยายามเห็นคุณค่าของชีวิตแต่งงานของพวกเขา

เขารู้ว่าเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เลยมาเยี่ยมเธองั้นเหรอ? เธอรู้ว่าเขาย่อมมีเธออยู่ในใจไม่มากก็น้อย...

แต่ในวินาทีต่อมา ผู้ชายคนนั้นก็เร่งฝีเท้าจากไปโดยไม่หันมามองเธอเลยแม้แต่แวบหนึ่ง

เจียงหว่านฉือยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น

เธอดึงเข็มที่แขนออกอย่างไม่ลังเล และรีบลุกจากเตียงแล้ววิ่งตามเขาไป

“ชางเหิง...”

เธอเรียกชื่อเขา เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้เห็นเธอ เลยเดินตามเขาไปจนถึงห้องข้าง ๆ

แต่สถานการณ์ต่อมา ทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าอย่างไรอย่างนั้น

ไป๋เสี่ยวโหรวซึ่งเป็นผู้หญิงที่มักจะแสร้งทำเป็นคนอ่อนแอต่อหน้ายู่ชางเหิง ตอนนี้กำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้โดยมีผ้าก๊อซพันรอบข้อมือซ้าย ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอนั้นมีน้ำตาไหลพราก ขอบตาของเธอแดงก่ำและน้ำตาคลอเบ้า ดูแล้วน่าสงสารมาก

นอกจากยู่ชางเหิงแล้ว ยังมียู่ชิงชิงพี่สาวของยู่ชางเหิงและหลินเยี่ยนเฟินซึ่งเป็นแม่สามีของเธอด้วย... ทั้งสามคนมุงดูไป๋เสี่ยวโหรวอย่างเป็นห่วง เหมือนกับว่าเธอนั้นไม่มีตัวตน!

เจียงหว่านฉือยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น

น่าตลกสิ้นดีเลย ที่เธอคิดไปเองว่ายู่ชางเหิงมาที่นี่เพื่อเยี่ยมเธอซะอีก...

คนในห้องทั้งสี่คนมองมาที่เธอพร้อมกัน และแม่สามีที่แต่งตัวหรูหราก็ลุกขึ้นมาก่อน เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย มองเธอแล้วพูดอย่างหยิ่งยโสว่า “เจียงหว่านฉือ แกมาก็ดีแล้ว รีบไปมอบตัวซะ แล้วบอกตำรวจว่าแกเป็นคนชนคน!”

“ใช่ ยอมรับความผิดแทนน้องเสี่ยวโหรวซะ” ยู่ชิงชิงก็คล้อยตาม เหมือนที่พูดนั้นค่อนข้างจะสมเหตุสมผล

“มอบตัวเหรอ? !”

เจียงหว่านฉืออดไม่ได้ที่เบิกตากว้างขึ้นมาทันที จู่ ๆ ความรู้สึกบ้าบอเหลือเชื่อก็โผล่ขึ้นมาในใจของเธอ พร้อมกับความโกรธเคืองที่พรั่งพรูออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พลางชี้ไปที่ไป๋เสี่ยวโหรวและถามว่า “เธอเป็นคนชนคน! ทำไมต้องให้ฉันไปมอบตัวแทนด้วย? !”

คนในตระกูลยู่ทำเหมือนเธอเป็นคนรับใช้มาโดยตลอด และเธอก็ชินกับมันแล้ว

และไป๋เสี่ยวโหรวที่ถือว่าตัวเองมีบุญคุณกับตระกูลยู่นั้น ก็พยายามหาวิธีทำให้เธออยู่ไม่เป็นสุขเสมอ

แต่เพื่อรักษาชีวิตแต่งงานของตนเองกับยู่ชางเหิง เธอเลยยอม เพราะอย่างไรที่เธอแต่งเข้ามาในตระกูลยู่ก็เพื่อเอาชนะใจผู้ชายคนนั้น

แต่ที่เธอไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะกร่างได้ถึงขนาดนี้! ให้เธอไปรับโทษแทนผู้หญิงดัดจริตคนนี้งั้นเหรอ! พวกเขามีสิทธิ์อะไรกัน?!

“ฉันขอโทษ มันเป็นความผิดของฉันเอง... ฉันเองก็ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุแบบนั้นขึ้นหรอก...” ไป๋เสี่ยวโหรวที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้นั้น จู่ ๆ ก็เอามือปิดหน้าและร้องไห้ออกมา “ฉันยอมติดคุกเพื่อชดใช้ความผิด และถ้าอีกฝ่ายไม่ยกโทษให้ฉัน ต่อให้ฉันต้องเอาชีวิตมาชดใช้แทนฉันก็ยอม!”

จากนั้นเธอก็หรี่ตาลง ใช้มือข้างหนึ่งลูบท้องเบา ๆ พลางมองยู่ชางเหิงที่ยืนอยู่ข้างเตียง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “แต่ฉันมีลูกของอาเหิงอยู่ในท้องแล้ว! ฉันปล่อยให้ลูกต้องทนรับเคราะห์ไปกับฉันไม่ได้...”

ว่าไงนะ?!

เจียงหว่านฉือรู้สึกช็อคราวกับโดนฟ้าผ่า

ไป๋เสี่ยวโหรวกำลังท้องลูกของยู่ชางเหิงอยู่งั้นเหรอ?!

ตอน 2

เจียงหว่านฉือทึ่งใจกับคำพูดของไป๋เสี่ยวโหรวจนพูดไม่ออก เธอหันหน้าไปมองหน้าหล่อราวกับรูปปั้นของยู่ชางเหิง มันไม่มีที่ติเลยแม้แต่นิดเดียว

ตลอดสามปีที่ผ่านมาของการเป็น “คุณนายยู่” นั้น สีหน้าที่เธอเห็นมากที่สุดบนใบหน้านั้นก็คือสีหน้าเย็นชาและเหินห่างแบบตอนนี้ จริง ๆ แล้วในช่วงสามปีที่ผ่านมานี้ พวกเขาไม่ได้เจอกันบ่อยนัก ยู่ชางเหิงไม่ค่อยอยู่บ้าน เธอเลยเห็นค่ามันทุกครั้งที่ได้เจอกัน

หลังจากรอแล้วรอเล่ามาเป็นเวลาสามปี เธอคิดว่าตัวเองสามารถแทรกเข้าไปในใจของเขาได้ เพราะคิดว่าความจริงใจนั้นสามารถแลกกับความจริงใจได้ และสักวันหนึ่งเขาก็จะต้องประทับใจในความพยายามของเธอ เพราะงั้นเธอเลยยอมประนีประนอมและยอมลดศักดิ์ศรีลงเพื่อรับใช้ตระกูลยู่!

แม้ว่าเธอจะถูกหลินเยี่ยนเฟิน แม่สามีที่ชั่วร้ายเรียกใช้งานทุกวัน แม้ว่าเธอจะโดนยู่ชิงชิง ผู้หญิงไร้สมองคนนั้นหาเรื่องใส่เธออยู่เสมอ รวมทั้งไป๋เสี่ยวโหรวนั่น ซึ่งจะคอยจับผิดเธออยู่ทุกวัน เธอก็ยังกัดฟันอดทนไว้ได้จนถึงทุกวันนี้

สามปีในฐานะ “คุณนายยู่” นั้น เธอได้แต่ดูแลตระกูลยู่อย่างเงียบ ๆ ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยและไม่กล้าบ่นเลยแม้แต่คำเดียว...

เธอยังคิดอย่างไร้เดียงสาว่าสักวันหนึ่งเธอจะสามารถสร้างความประทับใจให้พวกเขา และทำให้พวกเขายอมรับเธอได้

ตอนนี้ทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะเป็นแค่เรื่องตลก

เธอมองยู่ชางเหิงอย่างจนหนทาง “ชางเหิง ไป๋เสี่ยวโหรวเป็นคนชนคน คุณก็อยากจะให้ฉันไปรับโทษแทนเธองั้นเหรอคะ?”

แววตาของยู่ชางเหิงสั่นไหวเล็กน้อย หลบสายตาของเธอและไม่พูดอะไรเลยสักคำ

ความเงียบของเขาดูเหมือนจะเป็นคำตอบอยู่แล้ว ทำให้เธอรู้สึกช็อคจนใจด้านชาไปหมด

“ตอนนี้คนโดนชนตายไปแล้ว การจ่ายค่าชดใช้นั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ต้องมีใครสักคนรับผิดชอบ”

หลินเยี่ยนเฟินสบถอย่างเย็นชา และยังพูดจาเลว ๆ ออกมา

“กล้องวงจรปิดจับภาพได้ไม่ชัดเจน ตอนนั้นในรถมีแค่แกกับเสี่ยวโหรว เพราะงั้นยังไงก็ต้องเป็นเธอที่รับโทษแทน” ยู่ชิงชิงกับหลินเยี่ยนเฟินนั้นเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

เจียงหว่านฉือมองครอบครัวนี้ด้วยสายตาว่างเปล่า เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้อย่างหน้าไม่อายเช่นนี้

น่าสมเพชขนาดไหน สามีของเธอมีชู้ทำให้เมียน้อยท้อง แถมยังจะให้เธอไปจำคุกแทนเมียน้อยอีก!

“ใช่สิ แกกับลูกชายของฉันแต่งงานกันมาสามปีแล้ว แต่ท้องของแกนั้นกลับไม่มีวี่แววอะไรเลย ฉันยังหวังว่าจะได้กอดหลานชายไว ๆ เพื่อให้พ่อที่เสียไปแล้วของเขาสบายใจ ตระกูลยู่มีธุรกิจใหญ่โตขนาดนี้ ในอนาคตต้องมีคนสืบทอดแน่นอน!”

หลินเยี่ยนเฟินเหลือบมองท้องของเจียงหว่านฉือ

“ตระกูลยู่ของเราไม่ต้องการผู้หญิงที่ท้องไม่ได้!”

ยู่ชิงชิงที่อยู่ข้าง ๆ นั้นก็ซ้ำเติมด้วย

เจียงหว่านฉือตัวสั่นด้วยความโกรธ ลูกเหรอ? สามปีที่ผ่านมานี้ ยู่ชางเหิงไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลย เธอจะท้องได้ยังไง? เล่นกลรึไง?

“ยังไงซะ ตอนนี้เสี่ยวโหรวกำลังท้องอยู่ และเธอก็มีเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลยู่อยู่ ยิ่งไปกว่านั้นเธอสำนึกผิดมากจนกรีดข้อมือตัวเอง ถ้าไม่ใช่หมอช่วยเธอไว้ได้ทันเวลา คงต้องตายทั้งกลมแน่ ๆ แกยอมให้เธอหน่อยไม่ได้รึไง?”

พอหลินเยี่ยนเฟินพูดจบ ก็ถามไถ่ไป๋เสี่ยวโหรวอย่างเป็นห่วงเป็นใยราวกับกลัวว่าเธอจะรู้สึกเสียใจอย่างไรอย่างนั้น

ยู่ชิงชิงมองเจียงหว่านฉือด้วยสายตาเย็นชา “ใช่สิ น้องสะใภ้ แกก็ทน ๆ เอาหน่อยละกัน แกแต่งเข้ามาในตระกูลยู่สามปีแล้ว เราก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีกับแกนี่จริงไหม?”

ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีเหรอ?!

ทน ๆ เอาหน่อยละกัน? สามปีที่ผ่านมาเธอยังทนไม่พออีกเหรอ?

ธาตุแท้ของครอบครัวนี้ช่างน่าขยะแขยงจริง ๆ !

เจียงหว่านฉือกัดฟันด้วยความสิ้นหวัง แผลที่แขนของเธอก็เริ่มปวดตึ๊บ ๆ ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ความเจ็บปวดนี้ไม่สามารถเทียบกับความเจ็บปวดในใจของเธอได้เลยแม้แต่นิด!

เธอมองยู่ชางเหิงด้วยความหวังเป็นครั้งสุดท้าย โดยหวังว่าจะได้ยินคำโต้แย้งจากเขา

เธอเป็นภรรยาของเขานะ เขาจะยอมเห็นเธอไปติดคุกแทนผู้หญิงคนอื่นจริง ๆ หน่ะเหรอ?

ยู่ชางเหิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก้มหน้าลง ก่อนจะหยิบเช็คออกมาแล้วยื่นให้เธอ

“สองพันห้าร้อยล้าน ถือเป็นค่าชดเชยที่เธอไปรับโทษแทนเสี่ยวโหรว”

เจียงหว่านฉือหน้าซีดเซียว และรับเช็คด้วยมือที่สั่นเทา

ในสายตาของเขา เธอเป็นคนที่สามารถเอาเงินทุ่มหัวได้งั้นสินะ?

“สองพันห้าร้อยล้าน คุณนี่ใจกว้างจริง ๆ ...”

เธอหัวเราะออกมา จนน้ำตาไหลพรากออกมาจากหางตา ใจของเธอเจ็บปวดเหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ และมีเลือดสด ๆ ไหลออกมา!

ตอน 3

หน้าอกของเธอคับแน่นไปหมด ความขุ่นเคืองและความคับข้องใจนั้นถาโถมเข้ามา เจียงหว่านฉือกัดริมฝีปากของเธอแน่นจนรู้สึกถึงรสชาติฝาด ๆ ปนหวาน

ดีมาก ดีจริง ๆ เธอไม่อยากทนอีกต่อแล้ว!

เธอเดินไปที่ข้างเตียงคนไข้ และกระแทกเช็คใส่หน้าของไป๋เสี่ยวโหรวอย่างแรง

“โอ๊ย!”

วินาทีต่อมา ไป๋เสี่ยวโหรวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ และหดตัวเหมือนกระต่ายขาวตัวน้อยที่หวาดกลัว หลินเยี่ยนเฟินกับยู่ชิงชิงรีบโผเข้าไปหาและปกป้องเธออย่างแน่นหนาทันที

“ทำอะไรของเธอ? !”

ยู่ชางเหิงก้าวไปข้างหน้าและจับมือของเจียงหว่านฉือไว้

“ใช้เงินสองพันห้าร้อยล้านแลกกับตบหน้าเธอฉาดหนึ่ง ทำไม คุณปวดใจงั้นเหรอ?” เจียงหว่านฉือมองผู้ชายที่เธอเคยรักหมดหัวใจด้วยรอยยิ้ม และถามกลับ

เขาบอกว่าให้เงินสองพันห้าร้อยล้านเป็นค่าชดเชย เธอก็จะใช้เงินก้อนนี้เพื่อตบหน้าผู้หญิงของเขาซะ!

สีหน้าของยู่ชางเหิงดูไม่สบอารมณ์ “ตอนนี้เสี่ยวโหรวป่วยอยู่ อย่าทำอะไรเธอ”

“อีบ้าเอ๊ย!” ยู่ชิงชิงด่า “น้องเสี่ยวโหรวสำนึกผิดจนกระทั่งกรีดข้อมือของตนเองเลย แกยังทำกับเธอแบบนี้อีก!”

เจียงหว่านฉือไม่สนใจเสียงตะคอกของยู่ชิงชิงและจ้องยู่ชางเหิงด้วยสายตานิ่ง ๆ

“แล้วฉันหล่ะ? ฉันไม่ใช่ผู้ป่วยรึไง? ใครคือภรรยาของคุณกันแน่?”

บางทีอาจเป็นเพราะผลพวงจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เจียงหว่านฉือเลยรู้สึกเวียนหัวอยู่พักหนึ่ง ดังนั้นตอนที่เธอซักถาม น้ำเสียงถึงดูไร้เรี่ยวแรงอยู่

ราวกับว่าใจของเธอถูกมือใหญ่กำไว้แน่น มันเจ็บปวดจนหายใจแทบไม่ออก

ทำไมตอนแรกฉันถึงหลงใหลและตกหลุมรักผู้ชายคนนี้อย่างหน้ามืดตามัวกัน?

เย็นชาซะขนาดนี้ ต่อให้ทำดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ โง่มานานแล้ว ได้เวลาตื่นสักที

เธอพยายามดิ้นให้หลุดจากมือของยู่ชางเหิง เมื่อก่อนเธอเคยรักเขามากแค่ไหน ตอนนี้เธอก็เกลียดชังเขาเข้ามากเท่านั้น!

ความรักที่เคยมีเต็มหัวใจนั้น ตอนนี้มันด้านชาไปหมดแล้ว

“เฮอะ! สำนึกผิดเลยอยากจะกรีดข้อมือฆ่าตัวตายงั้นเหรอ?” เจียงหว่านฉือหัวเราะเยาะ และไม่มองยู่ชางเหิงอีก แต่มองไป๋เสี่ยวโหรวที่อยู่บนเตียงด้วยสายตาดูถูก

แต่ก่อนผู้หญิงคนนี้มักจะทำเหมือนเธอเป็นคนรับใช้เอาแต่สั่งใช้งานเธอตลอด และเสแสร้งทำเป็นอ่อนแอไร้เดียงสาต่อหน้ายู่ชางเหิง ตอนนี้พออยู่ลับหลังยู่ชางเหิง เธอก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นมาราวกับผู้ชนะ

กรีดข้อมือฆ่าตัวตาย?

เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงหน้าซื่อใจคดคนนี้จะทำแบบนั้นได้จริง ๆ !

เธอก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วฉีกผ้าก๊อซที่พันรอบมือของไป๋เสี่ยวโหรวออก เผยให้เห็นเพียงบาดแผลตื้น ๆ บนข้อมือของไป๋เสี่ยวโหรว ไม่มีแม้แต่รอยเส้นเลือดที่โดนกรีดเลย

ไป๋เสี่ยวโหรวร้องเบา ๆ และรีบปิดข้อมือของเธอไว้อย่างลนลาน เพราะไม่อยากให้การกระทำนี้เปิดเผยธาตุแท้ของเธอไปมากกว่านี้

“แค่นี้อ่ะนะ?” เจียงหว่านฉือโยนผ้าก๊อซทิ้ง และมองไปรอบ ๆ ทุกคนในห้องอย่างเย็นชา

ในห้องเงียบสนิทไปชั่วครู่

“ฉันว่าแล้วเชียว คนที่ห่วงชีวิตอย่างเธอจะยอมฆ่าตัวตายได้ยังไงกัน? สมแล้วที่เป็นคนในวงการบันเทิง ทักษะการแสดงดีใช่เล่นนี่ แค่รู้สึกขยะแขยงไปหน่อย”

ไป๋เสี่ยวโหรวเป็นนักแสดงหญิงยอดนิยมในขณะนี้ แต่เธอไม่มีทักษะการแสดงเลย ต้องพึ่งแต่การสร้างกระแสอย่างเดียว

หลินเยี่ยนเฟินกับยู่ชิงชิงสบสายตากัน สีหน้าของพวกเธอดูแย่ และกลับไม่ได้พูดอะไร

พอเห็นท่าทางของพวกเธอแล้ว เจียงหว่านฉือก็รู้สึกสะใจอย่างมาก

“แก...”

หน้าของไป๋เสี่ยวโหรวแดงก่ำราวกับว่าเธอต้องการจะโต้กลับ แต่จู่ ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่ายู่ชางเหิงยังอยู่ข้าง ๆ เธอ เพราะงั้นเลยทำหน้าจากโมโหเป็นเศร้าแทน เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วก็ยังทำเป็นดื้อรั้นอยู่

เจียงหว่านฉือดูการแสดงของเธอและยิ้มเยาะในใจ

ยู่ชางเหิงมองไป๋เสี่ยวโหรว แล้วก็มองมาที่เธอ สายตาของเขาดูเย็นชาขึ้นมา “เจียงหว่านฉือ...”

ไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เจียงหว่านฉือก็พูดขึ้นมาเรียบ ๆ ว่า

“ยู่ชางเหิง เราหย่ากันเถอะ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED