ตอน 2

ความกังวลทำให้เธอเสียสมาธิ เธอนั่งรออยู่บนเก้าอี้พลาสติกแข็งๆ จมอยู่กับคำถาม “จะเกิดอะไรขึ้นถ้า…”

“หนูชื่อนิดใช่ไหม?” เสียงจากข้างหลังเธอดังขึ้น

เธอเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก ดร.โจ เดินเข้ามาหา เขาเป็นหมอที่ดูค่อนข้างหนุ่มอายุประมาณพ่อ

- สามสิบกลางๆ - เขามีดวงตาสีน้ำตาลละมุนและเขาดูฉลาดมากภายใต้แว่นตากรอบสีเหลี่ยมนั่น

เธอสะดุ้งลุกขึ้น “เขาดีขึ้นไหมคะ”

หมอโจนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ เธอ เธอนั่งลง เขาหันมาหาเธอเล็กน้อย

“ข่าวดีก็คือพ่อของหนูดูเหมือนจะไม่มีลิ่มเลือดในสมอง เขาดูแข็งแรงดี”

“แล้วเขาเป็นอะไรหรือเปล่า”

“ความจริงคือเราก็ยังไม่รู้” หมอหยุดชะงักก่อนจะพูดต่อ

“จากการตรวจร่างกายแล้ว ผลการตรวจทุกอย่างเป็นลบ” สีหน้าของเขาดูอ่อนลงก่อนพูดต่อ

“สมองของเขายังคงเป็นปริศนาสำหรับเรา เราไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด เรารู้เพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้

แต่ยังมีปริศนาที่เราไม่เข้าใจอยู่ดี จากมุมมองด้านสุขภาพ พ่อของหนูสบายดี แต่เขากำลังเป็นโรคความจำเสื่อมแบบย้อนกลับ

เขาสูญเสียความทรงจำแบบชั่วคราว”

“หนูไม่เข้าใจ” นิดบอกเขา

ดร.โจ ยิ้มอย่างอ่อนโยน

“ลองนึกถึงการขี่จักรยานดูสิ คุณพ่อของหนูอธิบายวิธีขี่จักรยานได้ - เราเรียกว่าความจำเชิงความหมาย -

แต่เขาจำไม่ได้ว่าเรียนรู้วิธีขี่จักรยานเมื่อใด เขาจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ”

“แต่เขาจำหนูไม่ได้!” เธอกล่าว

“จริงอยู่ ตอนนี้ หนูคือผู้เก็บรักษาความทรงจำของพ่อ สิ่งเดียวที่เขารู้เกี่ยวกับอดีตของเขาคือสิ่งที่อยู่ในความคิดของหนู”

นิดพยายามถามต่อ “พ่อจะกลับมาจำได้เป็นปกติไหมคะ”

“ไม่มีใครตอบได้ เขาอาจตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้พร้อมกับความทรงจำทั้งหมดหรืออาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี ...

หรือบางทีอาจไม่เลย”

ดวงตาของนิดดูเศร้า น้ำตาเริ่มคลอเบ้า น้ำเสียงสั่นเครือ

“พ่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนูเป็นลูกสาวของเขา”

ดร.โจ วางมือบนไหล่ของเธอแล้วบีบเบาๆ

“มันคงยากสำหรับพวกคุณทั้งคู่ พยายามอย่าให้ข้อมูลกับเขามากเกินไป เขากำลังดิ้นรนเพื่อยอมรับสภาพของตัวเอง

เป็นตัวของตัวเองและช่วยเหลือเขา เล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับชีวิตประจำวันและอดีตของเขาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

แต่ไม่ต้องกดดันเขามากเกินไป อาจช่วยได้”

นิดพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“เขาเคยได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า” ดร. ถาม

“ครั้งหนึ่งเมื่อสองสามปีก่อน พ่อตกจากบันไดและหมดสติไปนานมาก แต่เมื่อเขารู้สึกตัว เขาก็ดูปกติดี”

“เขาหมดสติไปนานแค่ไหน”

นิดยักไหล่ “หนูไม่รู้ หนูเจอพ่อตอนที่กลับมาจากโรงเรียน” เธอเหลือบมองแพทย์แล้วถามว่า

“นั่นเป็นสาเหตุที่เขาสูญเสียความทรงจำหรือเปล่า”

แพทย์ยิ้มเบาๆ “ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถ้าเป็นเมื่อสองสามปีก่อน ก็คงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสภาพของเขาในตอนนี้”

เขาตบเข่าของเธอเบาๆ “มาสิ เขากำลังรออยู่ หนูพาพ่อกลับบ้านได้”

ฉันนั่งอยู่บนขอบโต๊ะตรวจ ตรงข้ามฉันมีกระจกเงา คนแปลกหน้าคนหนึ่งมองกลับมาที่ฉัน

ความว่างเปล่าในใจทำให้ฉันหวาดกลัว หลุมที่ควรจะเติมเต็มด้วยอะไรบางอย่างแต่กลับไม่ได้เติมเต็ม

มันว่างเปล่าจนน่าขนลุก คนแปลกหน้าที่มองกลับมาที่ฉันดูราวกับว่าสูญเสียอะไรบางอย่างไป

มันคือดวงตาสีเทาซีดของเขา ความสิ้นหวังที่เต็มไปด้วยความกลัว

"พ่อ" เธอพูดด้วยเสียงที่ลังเล

อีริคละสายตาจากคนแปลกหน้าในกระจกและมองเธอ

- เด็กผู้หญิงที่ปลุกผม เด็กผู้หญิงที่บอกว่าเธอเป็นลูกสาวของผม

ผมมองกลับเข้าไปในกระจกและมองคนแปลกหน้าคนนั้น -

มีใครกำลังเล่นตลกกับผมอยู่หรือเปล่า นี่เป็นความฝันหรือเปล่านะ…

"พ่อ" คราวนี้เบาลงและเต็มไปด้วยความกังวล

อีริคหันกลับไปหาเด็กผู้หญิงคนนั้นแล้วถามว่า "หนูเป็นลูกสาวของพ่อจริงๆ เหรอ"

น้ำตาคลอเบ้า เธอพยักหน้า น้ำตาไหลอาบแก้ม ฝรั่งหนุ่มร่างกำยำรู้สึกแย่ที่ทำให้เธอเจ็บปวด

กับสิ่งที่เขาได้เอ่ยถามไป ในสายตาของเขา เธอมีผมตรงยาวสีดำสนิท และแม้ว่าดวงตาของเธอจะกลมโต

แต่เธอก็มีเชื้อสายเอเชียอย่างชัดเจน เธอตัวเล็ก บอบบาง และมีหุ่นที่เพรียวมาก

นิชานาถยืนร้องไห้เงียบๆ ไม่ขยับตัว ดวงตาของเธอจ้องมองฉัน ฉันเห็นความเจ็บปวดที่ต่อสู้กับความกลัวในดวงตาของเธอ

“หนูบอกว่าหนูชื่ออะไรนะ”

“นิดค่ะ” เธอตอบ

“พ่อชื่อว่าอะไร”

“อีริค”

บรรยากาศถูกปกคลุมด้วยความเงียบงัน

“โอเค เรากลับบ้านกันเถอะ” อีริคเสนอ

เธอพยักหน้า แทนคำตอบ

นิดให้ที่อยู่แก่คนขับแท็กซี่แล้วรถก็เคลื่อนออกจากตัวอาคารโรงพยาบาลไป อีริคมองอย่างเหม่อลอยลอดหน้าต่าง

ทุกที่ที่รถขับผ่าน เขามองพล่างคิดว่าสถานที่ที่เขาอยู่นี้ล้วนเป็นของใหม่และไม่คุ้นเคยเลยสักนิด เมืองหรือชุมชนนั้น

ดูสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่เปลี่ยนมาเป็นย่านที่อยู่อาศัย

บ้านแฝดที่เปลี่ยนเป็นบ้านเดี่ยวบนพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดมีสนามหญ้าที่ตัดแต่งอย่างประณีต

นิดหยิบธนบัตรยับๆ ออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์และจ่ายเงินในขณะที่เขามองดูบ้าน

ตอน 3

บ้านสไตล์โมเดินส์ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับดงต้นไม้ อิฐสีส้มอ่อน หลังคามุงด้วยกระเบื้อง ประตูหน้าบานคู่กว้าง

โรงรถแยกสำหรับรถสองคันอยู่ด้านข้าง สวนหน้าบ้านนั้นเรียบร้อย มีสนามหญ้าเขียวขจีที่ตัดแล้วเรียบร้อย

มีแปลงดอกไม้เต็มไปด้วยต้นไม้ที่ออกดอก มีต้นซัลเวียที่มีดอกสีม่วงสดสวยงามเป็นจุดสนใจ

ในขณะที่ฝรั่งหนุ่มยืนศึกษาบ้าน รถแท็กซี่ก็ขับออกไป นิชานาถยืนอยู่ข้างๆ เขา

“ฉันมีภรรยาไหม” เขาถาม

“พ่อเคยมี แม่เสียชีวิตไปเมื่อห้าปีที่แล้ว”

อิริคก้มหน้ามีความคิดวนเวียนอยู่ในหัวมากมาย ไม่มีอะไรเลย ไม่มีความรู้สึกใดๆ ไม่มีความรู้สึกว่าเคยสูญเสียภรรยาไป

นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก

ฉันเคยรักใครสักคนแต่ตอนนี้กลับไม่รู้สึกอะไรเลย … (งั้นหรอ)

“โอเค” เขาตอบ

สาวน้อยไขประตูหน้าก้าวนำเข้าไป อีริคก้าวตาม เขาค่อยๆ สังเกตตอนนี้รายละเอียดต่างๆ

ก็เริ่มชัดเจนขึ้น ทางเข้าเปิดเข้าไปในห้องนั่งเล่นกว้างขวางตกแต่งอย่างมีรสนิยม มีโถงทางซ้ายและขวา

ตรงข้ามกับเขา มีหน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานมองออกไปเห็นสวนหลังบ้านที่ได้รับการดูแลอย่างดี

โรงเก็บของอยู่ทางซ้าย ต้นไม้เก่าแก่ด้านหลังให้ความเป็นส่วนตัว และมีสระว่ายน้ำทางขวา

ลานหินปูพื้นทอดยาวจากซ้ายไปขวา มีเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งและเตาบาร์บีคิวแก๊ส

คนที่ยังจำอะไรไม่ได้หันความสนใจกลับไปที่ห้องนั่งเล่นและสังเกตเห็นโต๊ะข้างไม้แปลกตาที่มีรูปภาพใส่กรอบวางอยู่

อีริคจ้องมองอย่างลังเล นิดยืนเงียบๆ ข้างๆ เขา ราวกับว่าต้องการเป็นกำลังใจให้ในขณะที่เขาพยายามซึมซับบรรยากาศ

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเดินเข้าไป เดินวนรอบห้องและหยุดที่โต๊ะทรงกลมหนึ่ง รูปนั้นเป็นรูปเขากับผู้หญิงเอเชียตัวเล็ก ๆ

คนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ และเด็กหญิงในชุดเดรสสีชมพูหน้าตาน่ารักอายุประมาณเจ็ดหรือแปดขวบคนหนึ่ง

ผู้หญิงคนนั้น - ภรรยาของผม - มีรอยยิ้มที่สวยงาม ดูจริงใจ

ไม่มีอะไร ไม่มีความทรงจำ แต่ตอนนี้เขารู้สึกเจ็บปวดจากการสูญเสีย อีริคอยากจดจำได้ว่าผู้คนในชีวิตของเขามีความสุขเช่นนั้น

"เธอชื่ออะไร" เขาถามเบาๆ

"นิสา"

เขาทรุดตัวลงบนโซฟา "ขอโทษ ที่พ่อจำแม่ไม่ได้ ไม่แม้แต่กระทั่งชื่อ…"

เด็กหญิงนั่งลงข้างๆ เขา หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็ถามว่า "พ่ออยากให้หนูพาไปดูบ้านไหม"

เขาพยักหน้า

ยามราตรีเงียบสงัดความเหงาที่ไม่คุ้นเคยเข้ามาปกคลุม อีริคนอนบนเตียงที่ไม่คุ้นเคย ในห้องที่ไม่คุ้นเคย

สวมชุดนอนที่ไม่คุ้นเคยและรู้สึกไม่เข้ากันชะมัด เขาจ้องมองไปที่เพดานที่มืดมิด เขาไม่เคยรู้สึกกลัวขนาดนี้มาก่อนเลย

ทุกอย่างมันทำให้สับสน ไม่มีอะไรที่สามารถเข้าใจได้เลย ความคิดทุกอย่างในหัวเต็มไปด้วยคำถาม นี่เราอายุเท่าไหร่?

มีอาชีพอะไร? เราเป็นคนที่เก่งไหม? ชอบดื่มหรือเปล่า มีเพื่อนฝูงเยอะไหม?

เขาคิดว่าเขารู้วิธีการทำงานของรถยนต์และวิธีเปิดโทรทัศน์ รู้วิธีอาบน้ำและแปรงฟัน แต่ไม่รู้ว่ามีรถยนต์หรือไม่

จำไม่ได้ว่าเคยขับรถจริงๆ หรือเปล่า เขาจำแปรงสีฟันของตัวเองไม่ได้ จำเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าหรือลิ้นชักในห้องนอนไม่ได้เลย

ที่แย่ที่สุดคือการเห็นความเจ็บปวดและความหวาดกลัวในดวงตาของลูกสาว เขาไม่รู้เลยว่าเธอคาดหวังอะไรจากตัวเขา

ฉันเป็นพ่อที่ดีหรือเปล่า? หลายคำถามผุดขึ้นมาในหัวของเขาเต็มไปหมด ช่างเป็นคืนที่แปลกประหลาดที่สุดในชีวิตของเขา

นิดขดตัวอยู่บนเตียงและร้องไห้เงียบๆ เธอรู้สึกถูกทอดทิ้งแม้ว่าพ่อจะอยู่ในบ้านเดียวกันก็ตาม

ในบางแง่ เธอคิดว่านี่แย่ยิ่งกว่าการสูญเสียแม่เสียอีก อย่างน้อยเมื่ออยู่กับแม่แล้ว แม่ก็จากไป

แต่พ่ออยู่ที่นี่แต่ก็เหมือนไม่อยู่ ทุกครั้งที่เธอมองพ่อ เธอก็จะเห็นได้ว่าเขาแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ไม่ใช่พ่อที่เธอเคยรู้จักเลย เหมือนเป็นแค่คนแปลกหน้าคนหนึ่ง…

เธอไม่เคยตระหนักว่าเขามีความสำคัญในชีวิตของเธอมากเพียงใด เมื่อก่อน เขาอยู่ที่นั่นเสมอ พ่อของเธอ

ผู้คอยให้หลักยึดในชีวิตของเธอ แต่ดูตอนนี้สิ...

น้ำตาไหลลงอาบหมอน ตอนนี้พ่อจากไปแล้ว.. ฮือๆ น้ำตาไหลเอ่อจากดวงตาโตคู่สวย มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ท่าทางที่คุ้นเคยไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป พ่อคนนี้เป็นคนแปลกหน้า และสิ่งที่ทำให้มันแย่ลงไปอีกคือความสับสนของเขา

เมื่อเห็นเขาดิ้นรนเพื่อทำความเข้าใจแต่เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

จนถึงวันนี้ เธอยังไม่เข้าใจว่าพ่อเป็นที่พึ่งของเธอได้อย่างไร เขาเป็นดั่งหินผาให้เธอได้ยึดเกาะ

เชื่อถือได้เสมอ เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ตอนนี้เธอล่องลอยและไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป…

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED