เมื่อเห็นท่าทางเอาเรื่องของเธอแล้วทั้งสามคนก็รีบก้มหน้าช่วยกันเอาของลงจากรถเพราะกลัวสายตาดุที่มองมา แต่ก็ยังไม่วายจะกระซิบให้ได้ยินกันแค่สามคน
“ผมว่าลูกสาวลุงเพิ่มสวยนะแต่ดุนี่เราแค่คนงานนะไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเป็นแฟนเธอแล้วจะเป็นยังไง”
“มึงก็ช่างกล้าพูดนะได้ไอ้โมทย์คนอย่างเขาหรือจะมีแฟนเป็นคนงานหาเช้ากินค่ำอย่างเรา ถ้าเป็นคุณตะวันหรือคุณตรัยก็ไม่แน่นะ” คนพูดหันมาทางตรัยคุณที่กำลังช่วยเอาของลงรถอยู่ทางด้านท้าย
“คุณตรัยว่าไง สนไหมล่ะเธอสวยมากเลยนะตาโตผิวก็ขาวอย่างกับคนไม่เคยเจอแดด”
“เฉยๆ” ตรัยคุณตอบสั้นๆ เพราะไม่อยากให้สองคนนี้เอาเรื่องเขาไปบอกกับเจ้านายซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของตน
ความจริงแล้วตรัยคุณชอบเธอตั้งแต่เรียนมัธยมแต่หลังจากเรียนจบก็ยังไม่เคยเจอกันอีกเลย ทุกครั้งที่เธอกลับมาเยี่ยมบิดาเขาก็มีธุระไปที่อื่นตลอด อย่างครั้งนี้เขาก็ไปทำงานที่กรุงเทพมาหลายวัน แต่โชคดีที่หญิงสาวไม่ต้องกลับไปทำงานที่กรุงเทพตรัยคุณเลยมีโอกาสได้เจอเธอแต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกันในสถานการณ์นี้
ตรัยคุณเพิ่งย้ายบ้านมาอยู่ติดกับบ้านของลุงเพิ่มศักดิ์เมื่อสองปีก่อนซึ่งตอนนั้นหญิงสาวยังทำงานอยู่ที่กรุงเทพเขากับเธอจึงยังไม่เคยได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ
“พวกผมลงของเสร็จแล้วนะครับคุณเซ็นรับด้วย”
“รอเดี๋ยวสิฉันยังเช็กไม่เสร็จเลย”
“ไม่ต้องเช็กหรอกครับผมรับรองว่าครบตามที่สั่งแน่นอน”
“แล้วถ้ามันไม่ครบล่ะใครจะรับผิดชอบ”
“ผมรับผิดชอบเองครับ ให้พวกเขากลับเถอะเย็นนี้พวกเขาจะต้องไปงานวัดต่ออีกเดี๋ยวไม่ได้เที่ยวงานวันสุดท้ายขึ้นมาล่ะยุ่งเลย”
“ถ้าของไม่ครบล่ะก็ฉันจะจัดการนายเป็นคนแรกเลย” หญิงสาวเซ็นชื่อในใบส่งของก่อนจะส่งสำเนาอีกฉบับคืนให้กับตรัยคุณในจังหวะที่ยื่นเขาก็ฉวยโอกาสจับมือเธอไปด้วย
“ปล่อยเลยคุณอย่ามาฉวยโอกาสกับฉันนะ” พิมพ์พันดาวรีบดึงมือกลับขณะที่ใบหน้าเริ่มจะโกรธ
“ขอโทษครับผมก็แค่มองทางอื่นเลยไม่ทันระวังแต่ผมว่ามือคุณนิ่มดีนะ” เขาพูดแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม
“อย่ามาทำหน้าทะลึ่งใส่ฉันนะ”
“ผมก็แค่ยิ้มเองทะลึ่งตรงไหน เอาละผมไม่อยากเสียเวลากับคุณหรอกไปก่อนนะแล้วคงได้เจอกันอีก”
“ฉันไม่อยากจะเจอนายหรอก ถ้าสั่งของครั้งหน้าฉันจะบอกเถ้าแก่ว่าห้ามให้นายมาส่ง”
“คุณจะบอกเขายังไงในเมื่อคุณไม่รู้จักชื่อผมสักหน่อย”
“ไม่ยาก ฉันก็จะบอกเขาว่าห้ามให้คนส่งของที่ตัวสูงๆ หน้าหล่อๆ มาส่งของที่บ้านฉันอีก”
“ขอบคุณครับ”
“จะมาขอบคุณฉันทำไม”
“ก็ขอบคุณที่คุณชมผมว่าหล่อไงล่ะครับ ผมไปจริงๆ แล้วนะครับคุณพิมพ์พันดาว” เขาแกล้งก้มลงอ่านชื่อในใบส่งของแต่อันที่จริงเขารู้จักเธอมานาน
ตรัยคุณเดินเอาใบส่งของมายื่นให้กับคนขับรถจากนั้นตนเองก็เดินกลับไปยังบ้านของตนเองซึ่งอยู่ติดกับบ้านของพิมพ์พันดาว
วันนี้เขาเพิ่งกลับจากไปทำธุระที่กรุงเทพและแวะหาเพื่อนที่ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างพอรู้ว่าต้องเอาของมาส่งที่บ้านของลุงเพิ่มศักดิ์ก็เลยขอติดรถมาด้วยเพราะไม่อยากให้คนขับรถของที่บ้านมารับเพราะช่วงเย็นคนขับก็ต้องไปรอรับหลานๆ ของเขาที่โรงเรียนประจำจังหวัดซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเขาเกือบ 50 กิโลเมตร
บ้านของเขานั้นอาศัยอยู่กันหลายคนมีพ่อแม่หลานชายและหลานสาวซึ่งถือว่าเป็นครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น
มารดาของเขาเป็นข้าราชการเกษียณเธอช่วยดูแลหลานอยู่ที่บ้านเนื่องจากมารดาของเด็กทั้งสองแต่งงานใหม่กับชาวต่างชาติแล้วย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศ
เดิมทีตรัยคุณทำงานเป็นวิศวกรอยู่ที่กรุงเทพและกลับมาช่วยบิดาทำไร่อ้อยและไร่มันสำปะหลังบ้างก่อนที่บิดาจะประสบอุบัติเหตุและต้องรักษาตัวอยู่นานเขาเลยตัดสินใจลาออกจากงานและกลับมาทำไร่อย่างจริงจังแต่ก็ยังรับงานเขียนแบบให้กับบริษัทของเพื่อนสนิทที่มักจะรับงานมาให้เขาเป็นประจำเพราะเขาเป็นคนที่เขียนแบบได้ดีและลูกค้าชอบงานของเขา
“อ้าว คุณตรัยจะกลับมาทำไมไม่โทรให้ผมไปรับล่ะครับแล้วนี่เดินมาหรือยังไงถึงได้มีแต่เหงื่อแบบนี้ละครับ” อาถนอมคนขับรถทักทายเมื่อชายหนุ่มเดินเข้ารั้วมา
“ผมแวะไปหาไอ้ตะวันมานะ เลยติดรถส่งของมา”
“แล้วรถแอร์เสียหรือยังไงถึงได้เหงื่อเต็มตัวขนาดนี้ละ” ศรีนวลเดินออกมาลูกชายเมื่อได้ยินเสียงเขาคุยกับคนขับรถ
“เปล่าครับแม่” เขาเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิบน้ำมาดื่มก่อนจะกลับมานั่งหมดแรงอยู่บนโซฟา
“กินอะไรมาหรือยังหิวไหม”
“ไม่หิวครับเอาไว้กินตอนเย็นทีเดียวก็แล้วกันครับ”
“มาเหนื่อยๆ นอนพักก่อนเถอะ นอนที่นี่แหละไม่ต้องกลับไปที่บ้านหรอกอีกเดี๋ยวหนูพลอยก็คงกลับมาแล้ว”
“แต่อาหนอมยังไม่ออกไปรับเลยนะครับแม่”
“วันนี้ที่โรงเรียนมีกิจกรรมเลิกเร็วกว่าปกติหนูพลอยก็เลยจะติดรถมากับพ่อเพื่อนส่วนอาหนอมก็ค่อยไปรับตาเพชรตอนเย็น”
“ดีเลยครับ กลับมาเร็วก็ดีผมคิดถึงหลานแล้ว” ตรัยคุณกับพลอยมนนั้นเป็นน้าหลานที่สนิทกันมากอีกคนก็ช่างเอาใจหลานส่วนอีกคนก็ช่างอ้อนจนน้าชายรักราวกับลูกในไส้
“หนูพลอยก็บ่นคิดถึงตรัยเหมือนกัน ตรัยไม่อยู่ไม่มีใครพาไปเที่ยวงานวัดเลย”
“แล้วตาเพชรล่ะครับไม่อยากไปบ้างเหรอ”
“รายนั้นกลับมาก็เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้องยิ่งพอรู้ว่าตัวเองมีที่เรียนแล้วก็เอาแต่เล่นเกม”
“ตกลงว่าเขาเลือกเรียนที่เมืองไทยเหรอครับแม่”
“เห็นเขาพูดแบบนั้นนะ แต่พี่สาวเราก็อยากให้ลูกไปเรียนที่ญี่ปุ่น ยังไงตรัยลองคุยกับหลานอีกทีนะ แม่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง”
“ครับแม่”
“ตรัยนอนเถอะ หน้าตาเราเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายวันเลย ลงไปครั้งนี้เอาแต่โหมงานใช่ไหมล่ะ”
“นิดหน่อยครับ พอดีมีงานด่วนมากด้วยเลยต้องรีบทำ”
“จะเอาเงินไปเก็บที่ไหนนะตรัย แค่เงินจากการทำไร่ก็เยอะแล้ว นี่ยังจะรับงานเขียนแบบอีก”
“ที่ผมรับไม่ใช่เพราะเงินอย่างเดียวหรอกครับแม่ ผมกลัวว่าผมจะลืมที่เรียนมาถ้าไม่เอาออกมาใช้”
“จ้ะ พ่อคนขยันไม่รู้หาเงินไว้ทำไมเยอะแยะ เอาเวลาหาเงินไปหาเมียบ้างก็ได้นะ รีบมีหลานตอนที่แม่ยังแข็งแรงแม่จะได้ช่วยเลี้ยง”
“ตอนนี้ผมเจอคนที่ผมชอบแล้วนะแม่เตรียมตัวต้อนรับลูกสะใภ้ได้เลยนะครับ”
“จริงเหรอ เธออยู่ที่ไหนเป็นใครพามาเจอแม่บ้างนะ”
“ได้เลยครับ” ตรัยคุณตอบมารดาแล้วยิ้ม คนที่เขาแอบชอบมานานหลายปีตอนนี้มาอยู่ใกล้ๆ แล้วเขาคิดว่าอีกไม่นานตนเองจะต้องจีบเธอได้แน่ๆ
ตรัยคุณหลับไปไม่ถึงชั่วโมงก็ตกใจตื่นเพราะเสียงของหลานสาวที่เรียกชื่อมาแต่ไกลเมื่อรู้จากคุณยายว่าน้าชายกลับมาแล้ว
“สวัสดีค่ะน้าตรัย พลอยคิดถึงน้าที่สุดเลย” เด็กสาวคล้องแขนแล้วกอดไว้อย่างประจบ
“คิดถึงน้าหรือคิดถึงของที่ฝากน้าซื้อกันแน่ล่ะ” เขาพูดพลางเปิดกระเป๋าเป้แล้วหยิบหนังสือการ์ตูนที่เธอฝากซื้อส่งให้
“หนังสือการ์ตูนอะไรต้องฝากซื้อที่กรุงเทพด้วยล่ะหนูพลอย ที่บ้านเราไม่มีเหรอลูก”
“มีค่ะยาย แต่ถ้าซื้อในงานมหกรรมหนังสือจะมีของแถมด้วยพลอยอยากได้โปสต์การ์ดที่เขาแถมมา”
“ยายล่ะไม่เข้าใจวัยรุ่นเลยจริงๆ”
“คุณยายไม่ต้องเข้าใจหรอกค่ะแค่จ่ายเงินให้พลอยก็พอ”
“ไหนว่าฝากซื้อน้าก็นึกว่าเราจะจ่ายเองนะพลอย”
“โธ่ พลอยยังเรียนอยู่ที่คะจะเอาเงินที่ไหนจ่ายล่ะคะน้าตรัย” เด็กสาวตอบพร้อมกับหัวเราะเสียงใส
“ถ้ายายจ่ายให้ต้องนวดให้ยายนะตกลงไหม”
“ได้ค่ะ พลอยจะนวดให้ยายเองแต่ขอนวดตอนปิดเทอมนะคะตอนนี้พลอยมีการบ้านเยอะเลยค่ะ”
“การบ้านเยอะแบบนี้ก็คงไม่ต้องไปเที่ยวงานวัดแล้วใช่ไหมล่ะพลอย” ตรัยคุณแกล้งถามหลานสาวทั้งที่ตนเองก็รู้คำตอบอยู่แล้ว
“ต้องไปสิคะน้าตรัยคืนนี้คืนสุดท้ายแล้วด้วย พลอยลุ้นแทบแย่เลยค่ะว่าน้าตรัยจะกลับมาทันไหม”
“แล้วถ้าวันนี้น้าไม่กลับมาล่ะพลอยจะไปกับใคร”
“ก็คงอดค่ะ”
“ทำไมไม่ให้พี่เพชรหรือคุณตาพาไปล่ะ”
“พี่เพชรนะเหรอจะพาไปกลับมาถึงก็เอาแต่เล่นเกมส่วนคุณตาก็บอกให้รอน้าตรัย เราจะไปกันเลยไหมคะน้าตรัย”
“นี่มันเพิ่งจะบ่ายสามเองนะพลอย น้าว่าไปค่ำๆ ดีกว่าแม่ค้าจะได้มากันครบ พลอยไปทำการบ้านก่อนก็ได้เดี๋ยวถึงเวลาแล้วน้าจะมาตามเองน้าขอไปนอนต่ออีกนิด”
“ได้ค่ะ อย่าช้านะคะพลอยกลัวตุ๊กตาจะหมด”
“ที่ชวนน้าไปนี่คือจะให้น้าไปปาลูกโป่งให้ใช่ไหม”
“ค่ะก็น้าตรัยปาแม่นที่สุดพลอยอยากได้ตุ๊กตาหลายๆ ตัว”
“ยายว่าที่มีอยู่ก็เยอะแล้วนะลูกจะเอามาเพิ่มอีกทีนี่ก็เต็มเตียงกันพอดี”
“คุณครูที่โรงเรียนบอกว่าใครมีตุ๊กตาเก่าก็เอาไปบริจาคได้ค่ะ คุณครูจะส่งให้เด็กที่อยู่บนดอย พลอยก็อยากเอาไปบริจาค”
“ยายดีใจที่หนูรู้จักแบ่งปันนะลูก”
“น้าว่าเย็นนี้จะปาให้ได้เยอะๆ ดีไหมล่ะ เราจะได้เอาตัวใหม่ไปบริจาคด้วย”
“เอาแค่พอดีนะตรัย เยอะเกินไปก็ไม่ดีคนเขาค้าขายก็หวังจะได้กำไรถ้าเราไปปาแล้วได้เยอะแล้วคนขายเขาจะเอากำไรจากที่ไหนล่ะ”
“แม่ครับผมไม่ได้แม่นขนาดที่จะเอาของเขาเยอะหรอกครับ เอาแค่สิบตัวก็พอดีไหมพลอย” เขากันไปทางหลานสาวที่รีบพยักหน้ารับ
“ดีค่ะน้าตรัย”
“ห้าตัวก็พอจ้ะลูก แบ่งให้คนอื่นเข้าบ้างนะ”
“ขอหกตัวไม่ได้เหรอคะคุณยาย พลอยเอาสามบริจาคสามนะคะแบ่งเท่าๆ กัน”
“ก็ได้จ้ะ แต่ถ้ายายเห็นว่าเยอะกว่านั้นจะโดดดุทั้งน้าทั้งหลาน”
“ใครจะกล้าขัดคำสั่งกันล่ะจริงไหมพลอย”
พลอยมนพยักหน้าเห็นด้วยกับน้าชายจากนั้นก็แยกขึ้นไปทำการบ้านส่วนตรัยคุณก็เดินไปทางเรือนเล็กทางด้านหลังซึ่งเขาปลูกขึ้นแยกออกจากบ้านของมารดาเพราะอยากใช้สมาธิเวลาที่ต้องทำงานเขียนแบบ
บรรยากาศงานปิดทองฝังลูกนิมิตวันสุดท้ายคึกคักเป็นอย่างมากตรัยคุณพาหลานสาวปิดทองรอบพระอุโบสถเสร็จแล้วก็ตรงมายังร้านปาลูกโป่งซึ่งมีมากถึงสามร้านที่อยู่บริเวณเดียวกัน
“น้าตรัยคะขอพลอยเลือกก่อนนะคะว่าจะตุ๊กตาร้านไหนน่ารัก” พลอนมนเดินดูครบทุกร้านก็กลับมาบอกน้าชายที่กำลังซื้อน้ำอยู่
“เลือกร้านได้แล้วใช่ไหม”
“ยังเลยค่ะ มีสองร้านที่พลอยไม่รู้จะเอาร้านไหนดี น้าตรัยช่วยเลือกได้ไหม”
“ก็เอาสองร้านเลยสิ ร้านละหกตัว”
“แล้วคุณยายจะไม่ดุเหรอคะถ้าเราได้ตุ๊กตาไปเกินที่ยายบอก”
“ก็เราไม่ได้เอาจากร้านเดียวนี่พลอย เอาน่าเดี๋ยวน้าจะเคลียร์กับยายให้เอง”
“ก็ได้ค่ะ” พลอนมนยิ้มด้วยความดีใจ
ตรัยคุณจ่ายเงินค่าน้ำให้แม่ค้าแล้วเดินตามหลานสาวมายังร้านปาลูกโป่ง เขาส่งเงินให้กับแม่ค้าก่อนจะเลือกลูกดอกสำหรับตัวเองและหลานสาวที่อยากจะลองปาเองบ้าง
“โอ๊ย ปายังไงก็ไม่โดน ไม่เอาแล้วค่ะเสียดายลูกดอกให้น้าตรัยปาให้ดีกว่าค่ะ” เด็กสาวส่งตะกร้าลูกดอกของตนมาทางน้าชาย
“น้าจะปาแล้วนะถ้าไม่โดนห้ามหัวเราะน้านะ” เขาบอกหลานสาวก่อนจะปาลูกดอกที่เหลือ
“น้าตรัยอย่าแกล้งสิคะ เราหมดไปหลายบาทแล้วนะคะ เอาจริงสักทีเถอะ” หลานสาวบอกเมื่อเห็นน้าชายแกล้งปาไม่ถูก
“ทีนี้น้าจะเอาจริงแล้วนะเลือกตุ๊กตารอน้าได้เลย”
ตรัยคุณทำได้อย่างที่พูดไม่นานตุ๊กตาจากร้านแรกก็ได้ครบหกตัว เขาย้ายมาร้านที่สองและแกล้งปาไม่โดนไปหลายลูกเพื่อเอาใจแม่ค้าจากนั้นก็ลงมือปาให้หลานสาวจนได้ครบอีกหกตัว
“เดี๋ยวน้าจะเอาไปเก็บที่รถก่อนนะถือแบบนี้เดินเที่ยวไม่ถนัดเลย”
“ได้ค่ะเดี๋ยวพลอยไปขึ้นชิงช้าสวรรค์กับผึ้งและแตงกวานะคะ” เด็กสาวที่บังเอิญเจอเพื่อนรีบบอกน้าชายเพราะเธอไม่อยากเดินกลับที่รถซึ่งจอดอยู่ทางหน้าวัด
“เดี๋ยวน้าส่งเรากับเพื่อนขึ้นชิงช้าสวรรค์ก่อนแล้วค่อยไปที่รถนะ” เพราะคนเยอะเขาเลยกลัวจะหลงกับหลานสาวแต่ถ้าหลานขึ้นไปบนชิงช้าสวรรค์แล้วก็ไม่เป็นไรเพราะกว่าจะครบรอบเขาก็คงเกินกลับมาถึงพอดี
“ได้ค่ะ”
เขาเดินตามเด็กสาวมายังจุดจำหน่ายตั๋วก่อนจะกลับไปถามหลานสาวและเพื่อนว่าอยากจะขึ้นกี่รอบ
“สองรอบได้ไหมคะน้าตรัย”
“ได้สิ” เขาจ่ายเงินให้กับพลอยมนและเพื่อนซึ่งบ้านของเธออยู่ใกล้ๆ มารดาเลยให้มาเดินเที่ยวงานกันตามลำพัง
ตรัยคุณเดินเอาตุ๊กตามาเก็บที่รถแล้วเดินกลับเข้ามาในบริเวณวัดอีกครั้งเขาผ่านร้านปาลูกโป่งก็สะดุดตากับผู้หญิงสองคนที่กำลังตั้งใจปาลูกโป่งหน้าดำคร่ำเครียดจนเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้
เขายืนมองอยู่นานก็เห็นว่าทั้งสองคนนั้นหมดเงินไปกับร้านค้าค่อนข้างเยอะ
“คุณอยากได้ตุ๊กตามากเลยเหรอหนูพิมพ์”
“นี่นาย นายคนส่งของ”
“ดีใจจังที่หนูพิมพ์จำผมได้”
“จำได้สิหน้าตากวนประสาทอย่างนายจำง่ายจะตาย”
“เมื่อตอนบ่ายยังบอกว่าผมหล่อแล้วตอนนี้มาว่าผมหน้าตากวนประสาทได้ยังไงล่ะ”
“ก็มันจริงนี่ หลีกไปเลยนะฉันจะปาต่อ”
“ผมช่วยไหมล่ะ”
“คุณปาแม่นไหมคะ” กานต์พิชชาเพื่อนสนิทที่มาด้วยกันถามขึ้น
“แม่นสิคุณอยากได้กี่ตัวล่ะ”
“นายอย่าถามเลยอยากได้กี่ตัวเอาตัวเดียวให้ได้ก่อนเถอะน่า” พิมพ์พันดาวพูดอย่างดูถูกก็เธอกับเพื่อนยืนปากันมาจนเมื่อยแขนยังไม่ได้สักตัว
“คอยดูก็แล้วกัน ว่าแต่คุณสองคนเอารถอะไรมากันล่ะ”
“ถามทำไมหรือนายจะให้ฉันไปส่งขากลับฝันไปเถอะ”
“ที่ถามก็เพราะกลัวว่าถ้าเอามอเตอร์ไซค์มาจะถือกลับลำบากครับ” ตรัยคุณหัวเราะก่อนจะเลือกลูกดอกใส่ตะกร้าแล้วเข้ายืนในตำแหน่งที่ทางร้านจัดไว้ พิมพ์พันดาวมองแล้วลุ้นตามเมื่อเห็นเขาปาพลาดก็หัวเราะเบาๆ กับเพื่อนที่ยืนลุ้นอยู่ข้างๆ