ปีเตอร์พาครอบครัวมาเมืองไทยปีละครั้งแต่คราวนี้เป็นการเดินทางที่ไม่ค่อยน่ายินดีเท่าไรนักเพราะต้องมาร่วมงานศพของเพื่อนสนิทที่ประสบอุบัติเหตุจากไปพร้อมกับภรรยา
“ผมเสียใจด้วยนะครับ” ชายหนุ่มบอกกับญาติของผู้ตาย เพื่อนของเขาคือภูดิตเคยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันส่วนภรรยาชื่อวรกานต์ทั้งคู่มีลูกสองคน คนโตอายุไล่ๆ กับเจเดน
“เสียใจด้วยนะน้องอร” เจเดน เข้าไปกอดอรปรีญาลูกสาวของผู้ตาย
“เสียใจด้วยนะรุจ เสียใจจริงๆ” อนิรุจไม่พูดอะไรนอกจากกอดเพื่อนชาวต่างชาติไว้
เจเดนจะมาเมืองไทยปีละครั้งและเด็กทั้งสามคนก็ตั้งตารอที่จะได้เจอกันทุกปี เมื่อก่อนสองครอบครัวจะพาลูกๆ ไปพักผ่อนด้วยกันเสมอแต่ปีนี้ช่างน่าเศร้านักที่ต้องเปลี่ยนมาเป็นงานศพแทน
ปีเตอร์กับภูดิตเรียนจบจากที่เดียวกันและถึงแม้จะแยกย้ายกันไปความสัมพันธ์ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงทั้งคู่ยังติดต่อกันอยู่เสมอและลูกๆ ของพวกเขาก็สนิทสนมกันดี
“ฮือๆๆ” อรปรีญาหนีมานั่งเงียบๆ คนเดียว เด็กหญิงตัวน้อยเสียใจจนไม่รู้จะระบายมันออกมาทางไหนเธอจึงเอาแต่ร้องไห้แบบนี้มาสองวันแล้ว
“น้องอร” เจเดนเดินตามน้องสาวออกมา
“คะ” เธอขานรับสั้นๆ เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรถ้าจะมาบอกให้เลิกร้องไห้ไม่ต้องเสียใจเธอจะด่าให้ลืมทางกลับบ้านเลยเพราะผู้ใหญ่ทุกคนเอาแต่พูดแบบนั้น
“ร้องเยอะๆ ร้องออกมาให้หมด” เจเดนบอกแล้วจับให้น้องสาวซบหน้ามาที่ไหล่ของตัวเอง
“ป้าบอกว่า ว่าอรกับพี่รุจต้องแยกกันอยู่ อร อรจะอยู่ยังไงพี่เจ” เด็กหญิงตัวน้อยสะอึกสะอื้นพูดออกไปด้วยความเสียใจ ลำพังต้องมาเสียพ่อกับแม่ไปพร้อมกันก็แย่พอแล้วเธอจะต้องโดนแยกกับพี่ชายอีกหรือ
“ทำไมเขาจะทำแบบนั้น” เจเดนถามด้วยความประหลาดใจ
“เขาบอกว่าภาระอะไรไม่รู้ อรก็ไม่ ไม่เข้าใจ ฮือๆๆ”
“อรมากับพี่” เจเดนฉุดให้น้องสาวเดินตามมา
“ปาป๊า มามี๊ครับ น้องอรบอกว่าจะต้องอยู่แยกกับรุจทำไมครับพี่น้องก็ต้องอยู่ด้วยกันไม่ใช่หรอครับ” เจเดนจับมือน้องสาวไว้แน่นและถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“มันเป็นเรื่องของครอบครัวเขาเจเดน เราไปยุ่งไม่ได้” ปีเตอร์ตอบลูกชาย
“แต่พี่น้องต้องอยู่ด้วยกันครอบครัวต้องอยู่ด้วยกันปาป๊าเป็นคนพูดเองผมไม่ยอมให้น้องอรอยู่แยกกับรุจ เขาเป็นพี่เขาต้องดูแลน้องไม่ใช่หรอครับปาป๊า” เจเดนเสียงดังขึ้นจนคนรอบๆ หันมามองมากขึ้นเรื่อยๆ
อนิรุจและเจเดนอายุสิบสองขวบและทั้งคู่รู้ความพอๆ กับผู้ใหญ่ อนิรุจรู้ดีว่าตอนนี้เขากับน้องสาวเป็นภาระของญาติๆ พวกนั้นเกี่ยงกันอยู่ว่าใครจะเป็นคนดูแลรับผิดชอบเด็กกำพร้าสองคน เท่าที่ฟังมาคือเขาต้องไปอยู่กับพี่สาวแม่และน้องอรน้องสาวของพ่อจะมารับไป เขาไม่ชอบสักนิดที่ต้องแยกกับน้องแต่เด็กแบบเขาจะมีใครมาสนใจฟังคำพูดหรือความคิดเห็น
“โอเค ปาป๊าจะลองไปพูดให้” ปีเตอร์จูงมือเด็กทั้งสองคนไปหารือกับญาติๆ หลังจากอ้อนวอนและอธิบายเหตุผลอยู่พักใหญ่พี่สาวของภูดิตก็ยอมรับเด็กทั้งคู่ให้ไปอยู่บ้านเดียวกัน
“ผมจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายจนทั้งคู่เรียนจบชั้นมัธยม” ปีเตอร์บอกและทุกฝ่ายก็เห็นด้วย
“ขอบคุณครับปาป๊า” เจเดนกอดปาป๊าด้วยความภูมิใจ พ่อของเขาเก่งที่สุดในโลกเลย
หลังจบจากงานศพปีเตอร์กับสุดาก็ขอพาเด็กทั้งสองคนไปเที่ยวทะเลอนิรุจและอรปรีญาเศร้าโศกมาพอแล้ว เด็กๆ ควรจะได้ไปพักผ่อนและวิ่งเล่นให้ลืมความปวดร้าวบ้าง
“ตอนนี้หนูสามคนไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วนะแต่เป็นพี่น้องกันจริงๆ” สุดาบอกกับทั้งสามคนระหว่างที่ก่อปราสาททราย คุณภูดิตกับสามีเธอเรียกว่าเป็นเพื่อนตายกันเลยก็ว่าได้เธอจึงไม่แปลกใจที่สามีออกปากสนับสนุนค่าเรียนให้เด็กทั้งสองคน
“ระหว่างที่เราอยู่อังกฤษ รุจต้องดูแลน้องอรให้ดีนะ” เจเดนสั่งอนิรุจด้วยหน้าตาเคร่งขรึม
“แน่นอนอยู่แล้วเรามีน้องอยู่คนเดียวแล้วเราก็รักน้องที่สุด” อนิรุจคว้ามือน้องสาวมาจับไว้
“มามี๊ครับแต่ผมกับน้องอรไม่ใช่พี่น้องเลือดเดียวกัน”
“สายเลือดเดียวกันจ้ะ” สุดาแก้คำให้ลูก
“ผมกับน้องอรไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแต่งงานกันได้ใช่ไหมครับ” เจเดนถามมารดา
“ได้จ้ะ ถ้าลูกต้องการและหนูอรตกลง”
“ถ้าโตขึ้นน้องอรไม่มีใคร พี่จะแต่งงานแล้วก็ดูแลน้องอรเอง” เจเดนหยิบเปลือกหอยเล็กๆ ส่งให้อรปรีญาแทนคำสัญญา
การแต่งงานที่เจเดนเข้าใจคือคนสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันผู้ชายมีหน้าที่ทำงานนอกบ้านส่วนผู้หญิงเป็นแม่บ้านเหมือนที่มามี๊ของเขาทำ เขาอยากมีน้องสาวมาตลอดและพอได้มารู้จักกับน้องอรความฝันก็เป็นจริงขึ้นมา
“สัญญาแล้วห้ามคืนคำนะ” อนิรุจขอคำมั่นอีกครั้ง
“สัญญา” เมื่อเจเดนตอบ อนิรุจจึงจับนิ้วก้อยเล็กๆ ของน้องสาวไปเกี่ยวไว้กับเพื่อนของตัวเอง ตั้งแต่นาทีนั้นอรปรีญาก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่แต่งงานกับใครนอกจากพี่เจของเธอ
เมื่อวันเปิดเทอมใกล้เข้ามาเจเดนและครอบครัวก็ต้องกลับประเทศอังกฤษ เด็กทั้งสามคนเสียใจมากและกอดกันอยู่นานสองนานกว่าจะยอมแยกกันได้
“ดูแลน้องอรดีๆ นะ” เจเดนยังไม่วายจะย้ำกับอนิรุจ
“น้องอร ปีหน้าพี่จะเอาตุ๊กตาแก้มแดงผมสีทองมาฝาก” เจเดนหมายถึงตุ๊กตาผ้าที่เขาเห็นในตลาดขายของทำมือมันเป็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงสวมชุดกระโปรงสีชมพู พวงแก้มแดงแจ๋และผมเป็นสีทองเปล่งประกายสดใสที่เขาบอกว่าต้องรอคราวหน้าเพราะยังเก็บเงินไม่ครบ ความจริงมามี๊จะซื้อให้แต่เขาปฏิเสธเสียงแข็งเขาอยากใช้เงินของตัวเอง
“จริงๆ นะคะพี่เจ”
“จริงสิ แต่น้องอรต้องสัญญากับพี่ว่าจะไม่แอบร้องไห้ตอนกลางคืน”
“เอ่อ คือ” อรปรีญาอึกอักไม่กล้าตกลงเพราะเธอไม่เคยโกหกใคร
“ถ้าน้องอรร้องไห้พี่ก็จะไม่สบายใจรวมถึงพี่รุจแล้วก็ปาป๊าและก็มามี๊ของพี่ด้วยและที่สำคัญพ่อกับแม่ของน้องอรบนสวรรค์ต้องเสียใจมากแน่ๆ”
“ใช่แล้ว น้องอรแอบร้องไห้บ่อยๆ พ่อกับแม่ของเราจะไม่สบายใจนะ” อนิรุจรู้ดีว่าน้องสาวเป็นคนจิตใจอ่อนไหวและอ่อนแอเหลือเกิน น้องอรเติบโตมาด้วยความรักและความทะนุถนอมสุดหัวใจจากพ่อแม่และพี่ชายเมื่อมาเจอเรื่องสะเทือนใจเธอจึงผ่านมันไปได้ยากเย็นกว่าคนอื่นๆ
“จริงหรอคะพี่รุจ พ่อกับแม่จะไม่สบายใจจริงๆ หรอคะ” อรปรีญาถามด้วยความตกใจก็ทั้งคู่ตายไปแล้วจะมารับรู้อะไรได้อีก
“จริงสิ พ่อกับแม่มองดูเราสองคนอยู่บนสวรรค์ ถ้าน้องอรร้องไห้บ่อยๆ แปลว่าพี่เป็นพี่ชายที่แย่ทำให้น้องเสียใจดูแลน้องสาวคนเดียวไม่ได้”
“อรสัญญาค่ะ อรจะไม่แอบร้องไห้อีกแต่ร้องต่อหน้าพี่รุจได้ไหม”
“ได้ พี่จะปลอบน้องเอง” อนิรุจบอกแล้วโอบไหล่น้องสาวไว้
“น้องอรเก่งมากเลย พี่เจไปก่อนนะครับ” เจเดนกอดลาทั้งสองคนเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเดินจากไป
เจเดนในวัยประถมเติบโตมาด้วยความรักและเอาใจใส่จากมารดาแบบสุดหัวใจ สุดาเป็นแม่ที่ดีทำหน้าที่แม่บ้านได้ยอดเยี่ยมในด้านดูแลเหย้าเรือนแต่เธอเป็นคู่ชีวิตที่เลวมากและปีเตอร์ก็ไม่ต่างกัน สองสามีภรรยาคบชู้หลับนอนกับคนอื่นไปเรื่อยแต่ปีเตอร์นี่ร้ายกาจถึงขนาดเลี้ยงกันไว้เป็นตัวเป็นตนส่วนสุดาถึงจะไม่ได้คบใครจริงจังแต่เธอก็เปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้าสรุปแล้วก็ไม่รู้ว่าใครเลวกว่ากัน
เด็กชายในวัยสิบสองขวบเริ่มเรียนรู้และเข้าใจอะไรมากขึ้นและนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เจเดนกลายเป็นเด็กเก็บตัว เขารู้แล้วว่าการที่มารดาของตัวเองยืนประกบหน้าและร่างกายแนบชิดกับไมเคิลมันคืออะไร บางครั้งแม่ของเขาก็นอนอยู่ใต้ร่างของช่างประปาไม่ก็ผู้ชายอาชีพต่างๆ ที่เข้ามาซ่อมแซมของภายในบ้าน เขาไม่รู้ว่าเหตุใดแม่ต้องทำแบบนั้นเท่าที่รู้การที่ผู้หญิงกับผู้ชายทำสิ่งนั้นด้วยกันเพราะต้องการมีลูกแต่ทำไมแม่ถึงอยากมีลูกกับผู้ชายพวกนั้น ทำไมมามี๊ไม่รอทำกับปาป๊าหรือว่ามามี๊มีเขากับปาป๊าแล้วจึงอยากไปมีลูกกับผู้ชายคนอื่นอีกเพื่อให้มาเป็นพี่น้องกับเขา
“อย่าบอกปาป๊านะ” สุดาบอกลูกชายหลังจากที่เจเดนบังเอิญมาเห็นเธอกำลังเริงรักกับช่างไม้ที่ห้องใต้ดิน นับตั้งแต่นั้นเจเดนจึงเรียนรู้ว่าสิ่งที่มารดาทำคือสิ่งที่ผิดแต่ด้วยความรักและความผูกพันที่เด็กน้อยมีให้แม่เขาจึงไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ให้ปาป๊าฟังหรือไม่ว่าใครก็ตาม
มามี๊เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ และใบหน้าสวยหวานราวกับนางฟ้าในโบสถ์ส่วนปาป๊าเป็นผู้ชายตัวโตหน้าตาเคร่งขรึมและพักหลังๆ ปาป๊าก็ไม่ค่อยกลับมาทานข้าวที่บ้านเท่าไรนักอาจเป็นเพราะเหตุนี้ก็ได้ที่ทำให้มามี๊ต้องการไปมีลูกกับผู้ชายคนอื่นเพราะปาป๊าไม่มีเวลาให้
“คิดถึงปาป๊าหรอจ๊ะ” สุดาถามลูกชายที่ตักอาหารค้างไว้ในช้อน
“ครับ”
“ปาป๊างานยุ่งจ้ะ ปาป๊าต้องทำงานเพื่อดูแลเราสองคน”
“ผมเหงาเวลาปาป๊าไม่อยู่ครับ มามี๊เหงาไหมครับ”
“เหงาจ้ะ เหงามาก” สุดาตอบไปตามความจริง ส่วนลึกในใจของเธอก็ยังโหยหาสามีอยู่ตลอดแต่เพราะความห่างเหินและปัญหาหลายๆ อย่าง จึงทำให้เขากับเธออยู่ในจุดที่ไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนก่อนได้อีกแล้ว
“ผมจะดูแลมามี๊เองครับ” เด็กชายตัวน้อยเมื่อเห็นสีหน้าอันแสนเศร้าหมองของมารดาก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจากนี้ไปเขาจะทำให้มามี๊ไม่ต้องมีความเหงาอีกเขาจะเป็นเด็กดีพามามี๊เล่นเกมสนุกๆ มามี๊จะได้ลืมความเศร้า
วันนี้เป็นวันแรกที่เจเดนเข้าชั้นมัธยมศึกษาเด็กชายตื่นเต้นมากที่จะได้ไปโรงเรียนใหม่และพบเพื่อนใหม่ๆ มามี๊แต่งตัวสวยมารอส่งเขาขึ้นรถโรงเรียนด้วย
“ผมไปนะครับ” เจเดนกอดมารดาแล้ววิ่งขึ้นรถบัสไป
ชั่วโมงแรกคุณครูให้แนะนำตัวเองกับเพื่อนใหม่และเขาไม่ชอบเด็กผู้ชายที่ชื่อแฮริสเอาซะเลย เด็กคนนั้นตัวโตมากเห็นพูดกันว่าต้องซ้ำประถมอยู่สองปีเพราะเกเรจึงโดนพักการเรียน
“ไง ไอ้เปี๊ยก” แฮริสทักทายเพื่อนร่วมห้องที่ตัวเล็กกว่าเขาครึ่งนึง
“หวัดดี” เจเดนตอบกลับตามมารยาทแล้วหันไปสนใจอาหารกลางวันของตัวเอง
“แกรู้ไหมกะหรี่แปลว่าอะไร” แฮริสนั่งลงข้างๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ชวน
“แปลว่าผู้หญิงไม่ดี” เจเดนตอบและเริ่มไม่ชอบใจขึ้นทุกทีทั้งท่าทางข่มขู่และคำพูดที่ไม่รื่นหู
“พ่อฉันบอกว่าแม่แกเด็ดมาก”
“อะไรเด็ด”
“นี่ไง” แฮริสยื่นคลิปการร่วมเพศให้เพื่อนใหม่ดู คนแสดงคือพ่อของเขากับแม่ของมัน
“ใช่ แม่เราอยากมีลูกแม่เหงา” เจเดนเข้าใจแบบนั้นมาเสมอแต่วันนี้เขาจะได้รู้ความจริงว่าที่ผ่านมาที่เข้าใจทั้งหมดมันไม่ใช่
“ไอ้หน้าโง่ คนเอากันเพราะอยากเอาแม่มึงร่านนอนกับผู้ชายไปทั่วแบบนี้ไงที่เขาเรียกกะหรี่” แฮริสบอกแล้วหัวเราะดังลั่น เขาสมเพชไอ้เตี้ยนี่จริงๆ มันเข้าใจแบบนั้นไปได้ยังไงกันอายุสิบสองแล้วยังไม่รู้จักว่าการร่วมเพศคืออะไร
“อย่ามาว่าแม่ฉันนะ” เจเดนลุกขึ้นยืนแล้วผลักอกอีกฝ่าย
“กูไม่ได้ว่าแต่แม่มึงเป็นจริงๆ”
“เจเดนแม่เป็นกะหรี่เพราะกะหรี่เป็นแม่เจเดน” แฮริสร้องเป็นทำนองเพลงจนลั่นโรงอาหารแล้วก็เงียบไปหนึ่งอึดใจเพราะโดนชกเข้าที่หน้าเต็มแรง จากนั้นเด็กชายสองคนก็สวนหมัดกันไปมาจนนับไม่ถ้วนอยู่หลายนาทีจนคุณครูมาจับแยก
วันแรกของวัยมัธยมเปลี่ยนชีวิตของเจเดนจากขาวเป็นดำภายในพริบตา เขาเชื่อมาตลอดว่ามามี๊เป็นผู้หญิงที่แสนดีและใสซื่อที่มามี๊ทำแบบนั้นเพราะความเหงา
“ทำไมทำแบบนี้เจเดน” สุดาถามลูกชายแค่วันแรกของเทอมเธอก็โดนเรียกให้ไปพบครูประจำชั้นแล้ว
“มันกวนประสาท” เจเดนเลือกจะเก็บความจริงไว้กับตัวและตอนนี้เขาขยะแขยงผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน
“เจ มองหน้าแม่” สุดาจับคางลูกชายให้เงยขึ้นมา
“อย่ามาโดนตัวผม” เจเดนปัดมือของมารดาออกอย่างแรง คุณครูประจำชั้นมองด้วยความตกใจแต่ก็ไม่เท่าที่สุดารู้สึก
“เจเดนไปรอข้างนอกก่อน” ครูประจำชั้นบอกและเจเดนก็รีบเดินออกไปทันที ไม่ใช่ว่าเขาเชื่อฟังแต่เพราะไม่อยากเห็นหน้าแม่ตัวเอง
คุณครูเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่เด็กๆ ในโรงอาหารบอกและเธอคิดว่าที่เด็กพูดต้องเป็นเรื่องจริงเพราะสีหน้าตื่นตระหนกของผู้ปกครองมันฟ้องทุกอย่าง
“ดิฉันไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวนะคะแต่เจเดนเขาโตแล้วคุณควรระมัดระวังให้มากขึ้นเพราะจากนี้ไปถ้าเขาต่อต้านคุณเขาก็จะไม่ฟังคุณแม้แต่คำเดียว” เธอเองเป็นครูมาหลายปีและเด็กวัยหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้แหละที่น่ากลัวเหลือเกินถ้าดีก็ดีเลยแต่ถ้าร้ายก็ยากที่จะชักจูงให้กลับมาทางเก่า เมื่อเช้าที่แนะนำตัวกันเธอสังเกตว่าเจเดนไม่ค่อยพูดนักมันไม่ได้เกิดมาจากความอายหรือประหม่าเพราะเจเดนไม่มีแววตาหลุกหลิกสักนิดแต่เด็กชายกลับนั่งนิ่งมองไปที่นอกหน้าต่างทำตัวแปลกแยกจากทุกคน
“ขอบคุณค่ะ ดิฉันไปได้รึยังคะ”
“เชิญค่ะ” สุดาแทบจะก้าวขาไม่ออก เธอไม่คิดเลยว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ก็ช่างไฟที่เธอพามาเล่นจ้ำจี้บ่อยๆ ดันเป็นพ่อของไอ้เด็กแฮริสเด็กที่เกเรและร้ายกาจที่สุดเท่าที่เคยพบมา
“เจ ฟังมามี๊ก่อน” สุดาเรียกลูกชายที่เดินนำออกไป
“เจ”
“คุณโกหก” เจเดนเดินกลับมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะเด็กชายที่กำลังแตกเนื้อหนุ่มจ้องหน้ามารดาผู้ให้กำเนิดด้วยความเคียดแค้น ขนาดแม่แท้ๆ ของตัวเองยังโกหกหลอกลวงได้ขนาดนี้แล้วเขาจะไว้ใจใครได้อีกแล้วปาป๊าล่ะรู้ไหมว่าคนรักของตัวเองทำตัวน่าขยะแขยงแบบนี้
“เจ มามี๊มีเหตุผล” สุดาอ้อนวอนลูกชายถ้าต้องเสียลูกไปเธอก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว
“เหตุผลที่ต้องทำตัวเป็นกะหรี่นะหรอ” เจเดนถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน สุดาเอามือปิดปากแล้วร้องไห้โฮ