Chapter One: Can't stop heart
เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งผับ เรียกให้คนหนุ่มสาวที่เข้ามาใช้บริการสถานบันเทิงลุกขึ้นเต้นสนุกไปกับเสียงเพลง เว้นก็แต่ขนิษฐาที่ขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำจากเพื่อนๆ เมื่อรู้สึกว่าตนดื่มเยอะจนอยากเข้าห้องน้ำ หญิงสาวเดินเบียดผู้คนจนหลุดออกมาในที่โล่งก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังทางไปห้องน้ำ แม้จะรู้สึกว่าตนเดินโซเซเล็กน้อยแต่ก็พอจะพาตัวเองเดินไปถึงห้องน้ำได้ ทว่าระหว่างที่เธอกำลังเดินไปตามทางที่ตรงไปยังห้องน้ำก็ถูกผู้ชายคนหนึ่งเดินชนเข้าจนเซถอยหลังไปชนกับกำแพงติดกับทางเดิน ตามมาด้วยร่างสูงของชายหนุ่มที่เดินชนคร่อมไว้เพื่อล็อกไม่ให้เธอเดินหนี ไม่รีรออีกฝ่ายพยายามก้มจูบ เธอเบี่ยงหน้าหลบด้วยความไม่พอใจแกมรังเกียจยิ่งหนักขึ้นก็เมื่ออีกฝ่ายใช้มือดันขาของเธอให้เกี่ยวกับต้นขาของเขาพลางถกปลายกระโปรงเดรสที่มันสั้นอยู่แล้วขึ้นจนเผยเห็นบิกินีสีดำ มืออีกข้างรั้งเอวพลางลูบไล้แผ่นหลังเนียนที่เผยพ้นจากชุดที่แหวกลึกเกือบถึงสะโพก
“ปล่อย”
ขนิษฐาพยายามออกแรงผลักอีกฝ่ายก่อนที่มือของเขาจะสัมผัสโดนโหนกนูน แต่แล้วอยู่ๆ ชายหนุ่มที่พยายามลวนลามก็ถูกกระชากออกไปอย่างรุนแรงจนล้มลงไปอยู่บนพื้น ส่วนเธอก็ถูกคนร่างสูงที่มาใหม่ใช้เสื้อสูทคลุมทับหัวไหล่พลางโอบเธอเอาไว้
“ไอ้ธี ฝากจัดการมันด้วย”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้วยความหงุดหงิดจึงทำให้หญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นไปมองว่าเขาเป็นใคร แต่เพราะความมืดทำให้ไม่สามารถมองคนร่างสูงได้อย่างชัดเจนแม้จะหรี่ตามองก็ตาม พลันก็ต้องก้มลงใช้มือปิดหว่างขาของตัวเองก่อนจะพึมพำออกมา
“ปวดฉี่” แม้หญิงสาวจะพึมพำก็ตามแต่มันก็ทำให้อัฐพลได้ยินชัดเจนด้วยเพราะตนกำลังโอบเธออยู่จึงทำให้เขาหันกลับมามองด้วยสายตาเอ็นดู
“ก่อนฉันจะจัดการคุณลูกค้าให้แก ขอถามหน่อย สาวน้อยคนนี้เป็นใคร”
ธีรภพมองการ์ดของผับที่หิ้วปีกลูกค้าหื่นกามออกไปจนลับตาจึงหันกลับมาถามเพื่อนที่ยังคงยืนโอบหญิงสาวด้วยความแปลกใจ ตั้งแต่รู้จักกับอัฐพลมาก็ไม่เคยเห็นเพื่อนคนนี้ดูเป็นห่วงและปกป้องใครจนดูน่ากลัวเท่าตอนนี้มาก่อน ยกเว้นก็แต่หลานสาวที่เคยเกือบถูกคนเมาลวนลาม
“หนูนิด เพื่อนยายเอม”
“เพื่อนของหลาน! เฮ้ย นี่แกเป็นห่วงเพื่อนของหลานด้วยเหรอวะ”
บทสนทนาของชายหนุ่มทั้งสองทำให้ขนิษฐาขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดเมื่อได้ยินคนร่างสูงเรียกชื่อเล่นของเธอและเพื่อนสนิทอย่างเชอเอม แต่แล้วก็ต้องหยุดครุ่นคิดถึงตัวตนชายหนุ่มทั้งสองเพราะกระเพาะปัสสาวะของเธอกำลังจะกักเก็บน้ำเอาไว้ไม่ได้แล้ว
“ปวดฉี่ ปล่อย” ขนิษฐาพูดพลางสะบัดตัวให้หลุดออกจากแขนแกร่งที่ยังโอบเธอไม่ยอมปล่อยทั้งที่ผู้ชายอีกคนถูกหิ้วปีกออกไปแล้วแต่ก็ไร้ผลเมื่อแรงของเขามีเยอะกว่า
“แกกลับไปทำงานไป ฝากดูยายเอมด้วย อ้อ ฝากบอกยายเอมว่าฉันพาหนูนิดกลับก่อน” อัฐพลก้มมองขนิษฐาอีกครั้งก่อนจะหันกลับไปพูดกับเพื่อนที่มองมายังหญิงสาว
“เออ ไม่มีปัญหา แต่ติดอยู่นิดหน่อย” ธีรภพพยักหน้าก่อนจะรั้งเพื่อนที่จะพาสาวน้อยในอ้อมกอดเดินไปเข้าห้องน้ำ อัฐพลเพียงหันหน้ากลับมาพลางเลิกคิ้วเชิงถาม เขาจึงพูดขึ้นทันที “ฐานะไหน พิเศษหรือแค่หลง”
อัฐพลก้มมองหญิงสาวที่เริ่มโวยวายเพราะปวดปัสสาวะอยากเข้าห้องน้ำก่อนจะดึงสายตากลับไปที่เพื่อนเพื่อตอบคำถาม
“ทั้งสอง”
ชายหนุ่มตอบคำถามจบก็พาหญิงสาวเดินตรงไปยังห้องน้ำหญิงทันที ทิ้งให้เพื่อนมองตามด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะเดินไปยังทิศทางที่การ์ดพาลูกค้าไปเพื่อทำตามที่เพื่อนขอ แต่แล้วอัฐพลจำต้องพาขนิษฐาเข้าห้องน้ำชายแทนเมื่อเขาพบว่าห้องน้ำหญิงมีผู้หญิงมากมาย จะปล่อยให้สาวเจ้าเข้าไปเพียงคนเดียวก็อดห่วงไม่ได้ หนำซ้ำเจ้าตัวก็เอาแต่โวยวายจะเข้าเดี๋ยวนั้น ชายหนุ่มจึงตัดสินใจพาเธอเข้ามายังห้องน้ำชายอย่างเลี่ยงไม่ได้ โชคดีที่ไม่มีคน เมื่อเข้ามาแล้วเขาก็พาเธอเดินไปยังห้องในสุดก่อนจะเปิดประตูให้เธอเข้าไป
ทว่า จังหวะนั้นเองที่มีคนอื่นเดินเข้ามาพอดีจึงทำให้เขารีบก้าวเท้าเดินตามเข้าไปเพราะกลัวว่าคนที่เดินเข้ามาทีหลังจะเห็นหญิงสาว แต่เหมือนเป็นจังหวะที่ไม่ดีนัก เมื่อเขาปิดประตูหันหลังพิงกำแพงก็พบว่าเธอถอนบิกินีนั่งลงปลดปล่อยพลางหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ
คออ่อนแล้วยังจะดื่มเยอะอีก
ชายหนุ่มบ่นหญิงสาวอุบอยู่ในใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายดื่มแอลกอฮอล์จนไม่มีสติเช่นนี้ พลันมือใหญ่ที่ทิ้งอยู่ข้างตัวก็ต้องกำแน่นเมื่อสายตาสำรวจเรือนร่างของเธอที่แม้จะยังอยู่ภายใต้ชุดเดรสสีเงินคอลึกแหวกหลังก็ตาม แต่การที่เธอก้มลงเล็กน้อยก็ทำให้เห็นทรวงอกอวบที่ไม่ได้สวมใส่อะไร ปิดเพียงยอดปทุมถันเท่านั้นและยิ่งสาวเจ้าอ้าขาออกเพื่อชำระล้างจนเห็นอะไรต่อมิอะไรที่นูนเนิน แม้จะมีไรขนเล็กน้อยปกปิดก็ตาม ทันทีที่เธอชำระล้างเสร็จ กดชักโครกก่อนจะยื่นมือมาควานหากระดาษทิชชู แต่สาวเจ้ากลับไม่คิดหุบขาเสียนั่น ครานี้คนที่มีความอดทนสูงก็ถูกกรรไกรตัดเส้นความอดทนบางๆ ขาดออกทันที
อัฐพลย่อตัวนั่งลงตรงหน้าหญิงสาวก่อนจะคว้ามือของเธอมากุมไว้ จึงทำให้เธอเปิดเปลือกตาหรี่มองเขาพลางขมวดคิ้ว
“คุณ...คุณอา”
ขนิษฐาหรี่ตามองพึมพำเรียกอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยมีสติครบถ้วน คิดว่าตนตาฝาดจึงไม่ได้ใส่ใจมาก แม้อีกฝ่ายจะยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้พลางกระซิบเสียงแหบพร่า
“เดี๋ยวอาช่วยเช็ดเอง หนูนิด”
อัฐพลไม่เพียงพูดแต่ชายหนุ่มยังพยุงร่างบางลุกขึ้นจนทำให้บิกินีตัวจิ๋วหล่นลงไปที่ข้อเท้าก่อนจะดึงกระดาษทิชชูมาวางทาบที่กลีบเนื้อนุ่มของกุหลาบพลางเช็ดเบาๆ การถูกสัมผัสอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้ขนิษฐารู้สึกวาบหวามไปทั่วกาย หัวใจสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกที่แปลกใหม่ มือเล็กยกขึ้นมาเกาะที่เอวชายหนุ่มเมื่อร่องเนื้อนุ่มสัมผัสได้ถึงมืออุ่นไร้กระดาษทิชชูกั้นกลางอีกต่อไป
มืออุ่นลูบวนแผ่วเบาบนกลีบแคมอ่อนนุ่มสลับลูบร่องเนื้อ ไม่นานน้ำหวานช่ำก็ปริ่มออกมา หญิงสาวซาบซ่านจนต้องปิดเปลือกตาเงยใบหน้าขึ้น เขาจึงก้มลงจุมพิตที่คอขาวก่อนจะดูดเป็นรอยแดงพลางสอดนิ้วเข้าสู่โพรงถ้ำคับแคบที่ชุ่มช่ำไปด้วยน้ำหวาน ถอดถอนเข้าออกช้าบ้างเร็วบ้างจนเธอต้องกัดริมฝีปากล่างกันไม่ให้ร้องครางออกมา เขาจึงเลื่อนใบหน้าขึ้นไปกระซิบเสียงกระเส่า
“ครางออกมาสิหนูนิด อาอยากฟังเสียงของหนู”
“อื๊อ...อะ! อ๊า”
สิ้นคำสั่ง เสียงครางหวานก็เปล่งออกมาเมื่อถูกนิ้วอุ่นชักเข้าออกพลางใช้นิ้วหัวแม่มือที่ยังว่างบดคลึงเม็ดเสียวอ่อนไหวจนร่างเธอกระตุกในเวลาต่อมา พร้อมกับปลดปล่อยน้ำใสออกมาเลอะเต็มมือของชายหนุ่ม แม้เขาจะทำให้เธอถึงฝั่งฝันแล้ว แต่มันยังไม่เพียงพอเพราะคนตรงหน้าทำให้ความอดทนของเขาขาดผึง
ชายหนุ่มดึงนิ้วตัวเองออกจากโพรงถ้ำคับแคบก่อนจะย่อตัวลงให้ใบหน้าอยู่พอดีหว่างขาของหญิงสาวพลางใช้มือดึงบิกินีออกจากข้อเท้าของเธอ ดันขาเรียวให้พาดกับบ่า ถกปลายเดรสของเธอขึ้นไปถึงเอวก่อนจะดันสะโพกของเธอขึ้นเล็กน้อยพลางก้มใบหน้าลงเพื่อลิ้มลองความหวานจากการพรมจูบ ค่อยๆ ลากไล้เรียวปากไปจนถึงจุดกึ่งกลางก่อนใช้ลิ้นอุ่นกระหวัดโลมเลีย ดูดคลึงกรีบแคมสลับจุดเสียวซ่าน ลิ้มลองความหวานจากหญิงสาวที่ปลดปล่อยออกมา ลิ้นอุ่นกระหวัดลิ้มลองความหวานไม่นานนัก+ ร่างบางกระตุกเกร็งพร้อมกับเสียงครางหวานออกมาอีกครั้งปลุกเร้าให้ชายหนุ่มไม่คิดรีรอ เมื่อร่างกายสาวเจ้าพร้อมแล้วที่เขาจะลิ้มลองมากกว่าความหวาน เขาจึงผละใบหน้าออกจากหว่างขาของเธอพลางลุกขึ้นยืนจับเธอพลิกให้หันหน้าเข้าหากำแพงห้องน้ำ
“เอามือยันกำแพงไว้หนูนิด อาสัญญาจะทะนุถนอมหนูนิด…ให้หนูมีความสุข”
เขาดันสะโพกหญิงสาวประชิดกับความเป็นชายของตัวเองที่ตุงออกมา ถูมันเบาๆ เพื่อกระตุ้นอารมณ์ของเธอให้โอนอ่อนมากขึ้น แม้เธอจะทำตามที่เขาบอกทุกขั้นตอนก็ตาม ร่างกายของเธอพร้อมมากแค่ไหนแต่สาวเจ้าก็ยังมีการขัดขืนอยู่เล็กน้อยเพื่อพยายามมองหน้าของเขาให้ชัดมากขึ้นเพราะความรู้สึกคุ้นเคยกับน้ำเสียง
“อือ...คุณอา คุณอา...อ๊า...คุณอาของเอมเหรอคะ” หญิงสาวพึมพำเสียงกระเส่าเมื่อคุ้นเคยกับน้ำเสียง ทว่าคำพูดของเธอทำให้ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเธอรับรู้เสียทีว่าเป็นเขา แต่สิ่งที่ทำให้เขาขัดใจก็ตรงที่เธอจำได้ว่าตนเป็นอาของเชอเอม
“อาของหนูนิด พูดสิครับ อาของหนูนิด” อัฐพลโน้มตัวไปแนบลงบนตัวขนิษฐา เคลื่อนใบหน้าประชิดศีรษะก่อนจะกระซิบบอกร่างบางที่เริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสที่หว่างขาอีกครั้ง
“อา...อื๊อ อาของหนูนิด อ๊า...”
ขนิษฐาเคลิบเคลิ้ม รู้สึกซาบซ่านไปทั่วกาย โอนอ่อนพูดตามที่ชายหนุ่มต้องการอย่างไม่ติดขัด มือเล็กยันกำแพงไว้เพียงข้างเดียว อีกมือวางลงบนแขนแกร่งข้างที่กำลังลูบร่องเนื้อนุ่มของเธอจนน้ำหวานไหลออกมาชุ่ม เผยความพร้อมอย่างเต็มที่ รอเพียงชายหนุ่มมอบความเป็นชายให้แก่เธอจนแถบจะรอไม่ไหว
ทว่า ภายใต้จิตสำนึกของหญิงสาวก็อยากจะผลักชายหนุ่มให้ออกจากตัว แต่ความปรารถนาที่เธอมีทำให้ยอมรับว่ามันสามารถเอาชนะจิตใต้สำนึกให้แพ้ไป เหลือเพียงความปรารถนาที่มันเอ่อล้นยินยอมให้อาของเพื่อนสัมผัสเรือนร่างของตนอย่างไม่รังเกียจ ยินยอมให้เขาได้ครอบครองร่างกายของเธอเป็นคนแรกอย่างไม่ลังเล
“หนูพร้อมแล้วจริงๆ อาสัญญา อาจะทำให้หนูนิดมีความสุขที่สุดในคืนนี้” อัฐพลกระซิบบอกเสียงกระเส่า ก่อนจะรูดซิปกางเกงออกดันมันลงไปที่ต้นขาพร้อมกับกางเกงใน
ทันทีที่เขาถอดกางเกงออกก็เผยความใหญ่โตของท่อนเนื้อที่เด้งออกมาชนกับร่องเนื้อนุ่มจนหญิงสาวครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน มุมปากยกขึ้นอย่างพอใจที่เธอชอบและไม่คิดปฏิเสธ หนำซ้ำยังเด้งสะโพกสวนกลับมาอย่างเชื่องช้า ต้องการบอกว่าเธอพร้อมและแถบรอเขาไม่ไหว
“อื๊อ...”
เธอร้องครางอย่างประท้วงเพื่อให้เขาทำให้เธอมีความสุขอย่างที่ได้บอกไว้
ชายหนุ่มยกยิ้มหวานก่อนจะละมือจากร่องสวาทมาจับความเป็นชายของตัวเองที่ใหญ่โตถูกับร่องเนื้อนุ่มอยู่สองสามครั้งก่อนจะค่อยๆ ดันความเป็นชายที่ขยับขยายขึ้นพร้อมความแข็งที่เตรียมสัมผัสความอ่อนนุ่มของหญิงสาว เพียงเขาดัน ‘ของ’ ของเขาเข้าไปเพียงส่วนปลายก็สัมผัสได้ถึงความคับแน่นที่ ‘ไม่เคย’ มาก่อน พลันเขาก็ชะงักมองสาวเจ้าพลางขมวดคิ้ว
“หนูยังไม่เคย!?”
“อะ อืม...จะ เจ็บ”
เสียงกระเส่าด้วยความเจ็บปะปนความซาบซ่านไปทั่วกายจนทำให้หัวใจรู้สึกสะท้านดังขึ้นคล้ายจะบอกให้ชายหนุ่มหยุดทุกอย่าง แต่ทว่าเธอไม่ได้ต้องการเช่นนั้นเมื่อความอ่อนนุ่มของเธอตอดรัดความใหญ่โตของเขาจนเจ้าของมันแถบทนไม่ไหว ค่อยๆ ดันความเป็นชายที่ขยับขยายใหญ่ไปจนมิดลำ เขานิ่งค้างให้เธอได้ปรับสภาพจากความเจ็บเป็นความเสียวซ่านแทนและไม่ใช่เพียงเขาที่ต้องการให้เธอคลายความเจ็บที่หว่างขา แต่เพื่อตนด้วยที่ปวดหนึบกับความคับแน่น
แม้จะนิ่งค้างให้คลายความปวดหนึบแต่มือใหญ่ไม่ปล่อยให้ว่าง ยังคงทำหน้าที่ปลุกเร้าอารมณ์หญิงสาวให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น มือใหญ่ลูบไล้บั้นท้ายกลมกลึงของเธอก่อนจะสอดมือเข้าภายใต้ชุดเดรสจนชุดเลิกขึ้นสูงเพื่อเคลื่อนมือขึ้นไปกอบกุมทรวงอก เขาจัดการที่ปิดจุกออกอย่างง่ายดายก่อนจะนวดคลึงความอวบอิ่มพลางใช้นิ้วเกี่ยยอดปทุมถันที่ชูชัน
“อ๊า...อา อาอัฐ...” หญิงสาวครางกระเส่าพลางพิงกำแพงห้องน้ำ ยกสะโพกรับความอุ่นวาบและความวาบหวามที่แปลกใหม่ ความซาบซ่านที่แผ่ไปทั่วเรือนร่างให้ร้อนรุ่ม สั่นสะท้านจนขาแถบยืนไม่ไหว
ชายหนุ่มไม่รีรออีกต่อไปเมื่อร่างกายหญิงสาวพร้อมรับเต็มที่ เขาจึงค่อยๆ ขยับความเป็นชายอย่างเชื่องช้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป มือยังคงลูบไล้ บีบคลึงให้เธอซาบซ่านแทนที่ความเจ็บปวดที่ถูกเสียดสีเป็นครั้งแรก เสียงครวญครางหวานยังคงดังขึ้นทุกครั้งที่เขาขยับสะโพก เฉกเช่นเดียวกับเธอที่สวนสะโพกกลับอย่างไม่ประสีประสากับการสอดใส่ครั้งแรก แถมยัง ‘สด’ เสียด้วย
เสียงครางหวานยังคงดังขึ้นทุกครั้งที่การกระแทกกระทั้นแรงขึ้น เร่าร้อนขึ้น สลับช้าบ้างเร็วบ้างทุกครั้งที่ร่างของหญิงสาวกระตุกเมื่อถึงจุดสูงสุดของความเสียวซ่าน บทรักที่แสนเร่าร้อนและหวานล้ำยังคงดำเนินต่อไปไม่สนใจผู้คนที่แวะเวียนมาใช้ห้องน้ำ
เมื่อชายหนุ่มได้กลายเป็นคนแรกของเธอในคืนนี้และความรู้สึกแปลกใหม่อย่างไม่เคยพบมาก่อนหรือสัมผัสมาก่อน ทำให้ทั้งเขาและเธอจมลงสู่ทุ่งดอกไม้ที่เต็มไปด้วยความหวานล้ำ ร้อนแรงจากพระอาทิตย์ที่สาดส่องและความสุขสมจนหัวใจสั่นสะท้าน ความซาบซ่านแผ่ทั่วยามทุกครั้งที่ทั้งสองขยับร่างกายรับกันไปสวนกันมาจนเวลาล่วงเลยไปนานอย่างไม่รู้จบ
เฉกเช่นเดียวกับเสียงครางกระเส่าทุกครั้งที่ร่างกายขยับเขยื้อนด้วยท่วงท่าเร่งร้อน ร่องเนื้อนุ่มถูกกระแทกอย่างร้อนแรงทว่ายังคับแน่นตอดรัดความเป็นชายของร่างสูง มือใหญ่ยังคงรัดเอวบางพลางกดกระแทกจนมิดลำทุกครั้งอย่างหนักหน่วง เน้นย้ำและร้อนแรง...
Chapter two: I want to escape but i can't escape
“แกไม่ไปจริงๆ เหรอ อาอัฐเป็นเจ้ามือจองห้องปาร์ตีให้เลยนะ สั่งไม่อั้น สนุกกันให้สุดเหวี่ยงไปเลยนะแก” เชอเอมหันมาถามคำถามย้ำกับขนิษฐาอีกครั้งหลังเคลียร์งานเสร็จ คนถูกถามนิ่งคิดอย่างชั่งใจก่อนจะถามแทนการตอบคำถามไม่เหมือนครั้งแรกที่ปฏิเสธเพื่อนไปอยู่ท่าเดียว
“มีใครไปบ้าง มีแค่พวกเราใช่มั้ย”
วันนี้เป็นวันเกิดของเชอเอม ขนิษฐาจึงไม่อยากพลาดฉลองวันเกิดให้กับเพื่อน ทว่าเมื่อทราบว่าเจ้ามือเลี้ยงในวันนี้เป็นใคร หญิงสาวก็เกิดความลังเลขึ้นมาฉับพลัน
ตั้งแต่คืนนั้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อนในวันที่พวกหญิงสาวพากันไปฉลองจบเทอมแรกของปีสี่ก่อนจะแยกย้ายกันไปเตรียมตัวฝึกงานในเทอมสุดท้าย และยังเป็นคืนที่เธอได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณอาของเพื่อนสนิทที่ตอนนี้เป็นทั้งรองประธานบริษัทส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ หนำซ้ำยังเป็นคุณอาเจ้าบุญทุ่มเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองวันเกิดให้กับหลานสาวเพียงคนเดียวอย่างเชอเอม
เรื่องที่เกิดในคืนนั้นไม่มีใครรับรู้นอกจากเธอและอาของเพื่อน แม้แต่เพื่อนสนิทอย่างเชอเอม เธอก็ไม่กล้าปริปากพูดเพราะกลัวจะเสียเพื่อนที่ดีไปทั้งที่ในคืนนั้นเธอไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่ตัวของเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธความสัมพันธ์ลึกซึ้งในคืนนั้น กว่าจะมารู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นมาพบว่าตัวเองนอนเปลือยกายอยู่ข้างคุณอาของเพื่อนที่คอนโดมิเนียมสุดหรูใจกลางเมืองแถมเธอยังหนีออกมาโดยที่ชายหนุ่มไม่รู้ตัว หนำซ้ำในวันที่เข้ามาฝึกงานที่บริษัทของครอบครัวเชอเอม เธอก็เอาแต่หลบหน้าคุณอาเพื่อนมาตลอดทุกครั้งและครั้งนี้หากมีเขาไปด้วยเธอก็อดที่จะลังเลไม่ได้เมื่อตนไม่เคยพลาดงานวันเกิดเพื่อนเลยสักปี
แต่เธอก็อยากเลี่ยงที่จะเจอกับคุณอาของเพื่อนก็เพราะความละอายใจที่มี
“อือ...” เชอเอมลากเสียงอย่างครุ่นคิดบางอย่าง “ก็ไม่เชิงหรอก อาอัฐบอกว่าจะตามมาตอนเป่าเค้ก เพราะแกจะเอาของขวัญมาให้ด้วยและอยู่ดื่มด้วยแป๊บเดียว พอดียายคุณน้าเสาวนีขอมาด้วย ฉันล่ะไม่อยากให้นางมาเลย ลำไยนางสุดๆ ผู้ใหญ่อะไรไม่สำรวมท่าทางเกาะแขนผู้ชายเดินไปทั่ว ทั้งที่อาอัฐไม่ได้เล่นด้วยแท้ๆ แต่ก็ยังจะเกาะติดเป็นเหาตลอด”
เชอเอมเบะปากพูดอย่างไม่ค่อยชอบใจเมื่อต้องพูดถึงเสาวนีที่เป็นทั้งเพื่อนและผู้ช่วยติดต่อกับทางบริษัทต่างประเทศ
เรื่องของผู้หญิงที่ชื่อเสาวนี ขนิษฐาก็พอได้ยินมาบ้างทั้งจากเชอเอมและพนักงานคนอื่นๆ ที่มักจะเอามาเมาท์มอยกันในเวลาพักหรือเห็นเสาวนีคอยมาหาและอยู่ในห้องของอัฐพลทั้งวัน ทว่าเรื่องเหล่านั้นเธอไม่ได้ใส่ใจ เธอใส่ใจแต่ว่าชายหนุ่มมาร่วมงานนี้ด้วยมากกว่า ครานี้เธอไม่รู้ว่าควรจะไปดีหรือไม่ หรือควรจะยื่นของขวัญให้เพื่อนและปฏิเสธไปดีนะ
ขนิษฐาชั่งใจอยู่ครู่ก่อนจะตอบคำถามเพื่อนในที่สุด “ฉันไม่...”
“เอม”
ทว่า ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ปฏิเสธออกไป เสียงของผู้ชายที่เธอพยายามหลบหน้ามาตลอดดังขึ้นแทรกคำพูดของเธอมาจากด้านหลัง พลันเธอนั่งหลังตรงด้วยความตกใจ ตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวเมื่อชายหนุ่มเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเธอ หางตาเห็นร่างสูงที่อยู่ในชุดทำงานยืนล้วงกระเป๋ากางเกงหันข้างจึงทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังมองไปยังเชอเอมหลานสาวเพียงคนเดียว แม้จะรับรู้เช่นนั้นแต่หัวใจเจ้ากรรมก็สั่นระรัวด้วยความตกใจแกมหวาดหวั่น เธอจึงเบี่ยงหน้าเล็กน้อยก่อนจะก้มลงใช้ผมปิดแก้มด้วยมือที่ยกขึ้นมาบังอย่างเป็นธรรมชาติทำเหมือนกับว่าเธอกำลังสนใจงานบนโต๊ะ ทั้งที่มันมีเพียงสมุดจดรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่เธอไม่เข้าใจเท่านั้น
“อ้าว! อาอัฐ ทำไมมาแผนกติดต่อลูกค้าได้ล่ะคะ ลมอะไรพัดมาคะเนี่ย”
เชอเอมกล่าวทักทายแกมหยอกเย้าผู้เป็นอาอย่างนึกสนุก ก่อนจะลุกขึ้นหยิบกระเป๋าแบรนด์ดังขึ้นมาสะพายข้างเดินเข้ามาใกล้คุณอาของเธอพร้อมรอยยิ้ม จึงทำให้ขนิษฐาคิดว่าชายหนุ่มคงสนใจแต่หลานสาวของตัวเอง เธอจึงทำทีขยับเก้าอี้ให้ออกห่าง หมุนตัวหันหลังให้คนทั้งสองก่อนจะรีบเก็บของอย่างเงียบๆ และคิดว่าจะเดินออกไปให้เงียบที่สุดแต่แล้วบทสนทนาต่อมาก็ทำให้เธอแถบตกเก้าอี้
“อา...”
“อาอะไรคะ นี่ เอมอยู่นี่ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ ทำไมมองแต่เพื่อนเอม อย่าบอกนะคะว่าชอบเพื่อนเอมน่ะ”
“ถ้าอาชอบ เอมจะทำยังไง”
“งั้นก็ข้ามศพเอมไปก่อนเถอะค่ะ เพื่อนคนนี้เอมหวง แต่ถ้าอาเขี่ยผู้หญิงรอบๆ ตัวอาจนหมด ก็ไม่แน่หรอกค่ะ โดยเฉพาะน้าเสาวนี โน โนเลยค่ะ เอมไม่ปลื้ม”
“สายไปแล้วมั้ง”
อัฐพลพูดขึ้นอย่างขบขันหลานสาวก่อนจะพูดออกไปเป็นนัยเพื่อให้ขนิษฐาได้เข้าใจเพียงคนเดียวก่อนจะส่งยิ้มกลบเกลื่อนเมื่อเชอเอมขมวดคิ้วมองมาเชิงถามกลับ แต่ก่อนที่อาหลานจะได้สนทนากันอีก ขนิษฐาก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้หันกลับไปมองคนทั้งคู่และขอตัวกลับก่อน
“เอม ฉันขอโทษจริงๆ นะ วันนี้ฉันจะเข้าไปกินข้าวที่บ้าน ไม่ได้เข้าไปหาพ่อกับแม่นานแล้ว ส่วนของขวัญฉันจะเอามาให้พรุ่งนี้นะ”
ขนิษฐาบอกเหตุผลจบพร้อมส่งยิ้มขอโทษก่อนจะก้าวเดินทันทีเมื่อเชอเอมพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มเสียดาย ทว่าก็ต้องชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดินด้วยความตกใจแต่ยังควบคุมอารมณ์ไม่ให้แสดงความตกใจจนเป็นที่สังเกตได้เมื่อชายหนุ่มก้าวเท้ามายืนขวางทางก่อนจะยกมือขึ้นมาคว้าแขนของเธอเอาไว้โดยที่เชอเอมไม่ทันสังเกต
“หนูนิดจะไม่ไปจริงๆ เหรอ ยายเอมจะน้อยใจเอานะ”
“เอมไม่งี่เง่าค่ะอาอัฐ ยายนิดไม่ได้กลับบ้านจะเดือนแล้ว นานๆ ทีพ่อกับแม่ยายนิดจะกลับมาจากต่างประเทศ ให้เพื่อนเอมได้มีเวลากับครอบครัวบ้างสิคะ แกรีบกลับไปเถอะ บ้านกับคอนโดอยู่คนละทางกันเลย เดี๋ยวจะมืดซะก่อน”
“ขอบใจนะเอม ไว้ฉันจะเลี้ยงย้อนหลัง ขอตัวก่อนนะคะคุณอา”
ทว่า คำพูดต่อมาของเชอเอมที่ไม่ค่อยเข้าใจไปกับผู้เป็นอานักก็เหมือนพระเจ้าส่งอัศวินแสนสวยมาช่วยเอาไว้จริงๆ เพราะมันทำให้เธอสามารถเดินออกมาจากตรงนั้นได้โดยไม่ถูกใครรั้งเอาไว้ได้อีก และทันทีที่เธอออกมาจากแผนกจนเข้าลิฟต์ หัวใจที่เคยสั่นระรัวพลันก็กลับมาเต้นปกติ แปรเปลี่ยนเป็นรู้สึกผิดกับเพื่อนเมื่อต้องโกหกคำโตเพื่อปฏิเสธที่จะไม่ไปฉลองวันเกิดด้วย
พ่อแม่ของเธอหรือ ยังคงทำงานอยู่ที่ต่างประเทศยังไม่กลับมาง่ายๆ หรอก จะกลับมาก็คงจะสิ้นปีพอดี งานที่พวกท่านทำก็มีแต่ต้องเดินทางไปหลายประเทศ บางปีก็ไม่ได้กลับมาหาเธอเลยสักครั้ง บางครั้งก็เป็นสองปีสามปีกว่าจะกลับมาหา บ่อยครั้งที่เธอเหงาและรู้สึกขาดความอบอุ่น แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ยังมีข้อดีให้เธอได้ใช้เป็นข้ออ้างเพื่อปฏิเสธคนอื่นเป็นบางครั้ง