ตอน 1

Introduction

ประเทศอิตาลี

ค่ำคืนที่เงียบสงบถูกกลบด้วยเสียงเพลงคลอเบาๆ ภายในงานเลี้ยงสุดหรูที่จัดขึ้นภายในสถานทูตไทยในกรุงโรมประเทศอิตาลี งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นเพื่อต้อนรับชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอิตาลีและยังเป็นการต้อนรับเขมมิกา คาเปซโน่อดีตนักแสดงชื่อดังที่ผันตัวมาเป็นทูตสันถวไมตรีของประเทศไทยเต็มตัวหลังได้รับเลือกและได้แต่งงานกับซานเซสนักเขียนชื่อดังชาวอิตาลี ซึ่งเดินทางกลับมาจากประเทศเอธิโอเปียหลังเข้าร่วมโครงการโอบอุ้มรักเด็กด้อยโอกาสจนลุล้วงพร้อมกับลูกสาววัยสิบเก้าปีที่ลาเรียนมาร่วมงานตามคำเชิญจากสถานทูต

ความครื้นเครงภายในงานมีอย่างต่อเนื่องเมื่อชาวไทยด้วยกัน ซึ่งอยู่ต่างถิ่นได้มาพบปะพูดคุยกันในค่ำคืนนี้ ไม่เว้นแม้แต่เหล่านักธุรกิจที่ถูกเชิญมาในฐานะแขกวีไอพีต่างก็ร่วมสนุกไปกับงาน โดยเฉพาะได้พบปะกับนักธุรกิจที่ทำงานประเภทเดียวกันที่จับกลุ่มยืนสนทนากันอย่างสนุกปาก

อัฐพล พาณิชวิสุทธิ์รองประธานบริหารบริษัทส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ นักธุรกิจชาวไทยหล่อคมตามฉบับชายเอเชีย ทว่ามีผิวพรรณขาวราวกับว่าไม่เคยออกแดดท้าลม สูงโปร่งกำยำเข้าแบบฉบับชายในฝันของผู้หญิงไทย หากใครได้รู้จักและสนิทสนมกับเขาจะรู้ว่าครอบครัวของชายหนุ่มเลี้ยงลูกชายลูกสาวมาอย่างคุณชายคุณหนูแต่จิตใจกลับไม่เย่อหยิ่งเป็นกันเองและให้ความสำคัญกับผู้ที่ไม่มีโอกาสได้รับสิ่งที่ควรได้รับจึงเป็นหนึ่งในผู้ร่วมทุนให้กับโครงการต่างๆ ที่เขมมิกาเป็นตัวแทนประเทศไทย เขาจึงถูกเชิญมาร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ ซึ่งทำให้ทุกคนภายในงานต่างแปลกใจที่เห็นชายหนุ่มมาปรากฏตัวในค่ำคืนงานเลี้ยงนี้ ทั้งที่ก่อนหน้างานเลี้ยงต่างๆ ส่งคำเชิญไปหลายต่อหลายครั้งไม่เคยตอบรับ จึงถูกพูดถึงว่าเป็นคนเข้าถึงยากทั้งที่ไม่ได้มีนิสัยเย่อหยิ่ง แม้แต่หญิงรุ่นเล็กไปจนถึงหญิงรุ่นใหญ่ยังหลงในเสน่ห์ในความเอาอกเอาใจเก่ง ใส่ใจในทุกรายละเอียดหรือที่ใครคอยสมญานามให้ว่า...

ผู้ชายเหลือร้าย

จึงเป็นสาเหตุทำให้สาวๆ ในงานต่างจับจ้องไปที่ชายหนุ่มเพียงผู้เดียวอย่างหลงใหลมัวเมาไปกับเขาที่อยู่ในชุดเสื้อกั๊กสูทสีดำตัดขาว เสริมให้ดูเป็นผู้ชายสมาร์ตอีโก้สูง โดยเฉพาะเสาวนี ลีหญิงสาวลูกครึ่งไทยจีนที่บังเอิญได้เข้าร่วมงานเลี้ยงเพราะได้รับอภิสิทธิ์จากนักธุรกิจหนุ่มที่จับมือทำงานร่วมกัน เธอสนใจในตัวอัฐพลอย่างเห็นได้ชัดจนหญิงสาวในงานต่างพากันยอมแพ้ไปตามๆ กันเมื่อเห็นว่ายังไงแล้วก็คงสู้หล่อนไม่ได้ เพราะหล่อนทั้งสวย ยั่วยวน เก่งและมีชื่อเสียงในด้านเป็นซัพพลายเออร์ให้กับนักธุรกิจชื่อดัง รวมไปถึงบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งมาแล้ว มีหรือที่ผู้ชายอย่างอัฐพลจะไม่สนใจในตัวหล่อน

ทว่า ตัวชายหนุ่มกลับไม่ได้สนใจหญิงสาวในงานที่จ้องจะจับเขากลับออกจากงานเลี้ยงยามเลิกรา แต่สายตาคมของเขากลับจับจ้องไปยังหญิงสาวผู้มีรอยยิ้มสดใส ซึ่งทำให้หัวใจสั่นไหวในยามที่เขามองโดยไม่มีสาเหตุ

มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

รอยยิ้มหวานจับใจรับเข้ากับดวงตากลมโต จมูกนิดน่าบีบเสียให้หายมันเขี้ยว โดยเฉพาะเรียวปากอิ่มสีชมพูระเรื่อไร้การแต่งแต้มน่าสัมผัส จุมพิตลงไปอย่างละมุนละไมแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนในภายหลัง คงสร้างความหฤหรรษ์ให้ไม่น้อย…จะมากน้อยแค่ไหนเขาไม่รู้ เว้นแต่ได้สัมผัสกับริมฝีปากนั้นเสียก่อน

ตอนนี้กึ่งกลางกายของเขารู้สึกปวดหนึบขึ้นมาฉับพลันเพียงมองและจินตนาการ มือใหญ่ที่ล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำเข้าหากันแน่น ขบกรามเบาๆ เพื่อข่มให้อารมณ์ในกายทุเลาลง แต่ทว่าระหว่างนั้นเพื่อนนักธุรกิจชาวอิตาลีก็พาหญิงสาวและแม่ของเธอเดินเข้ามาทักทายเสียนั่น การได้เห็นสาวเจ้าในระยะใกล้ รอยยิ้มสดใสบนใบหน้ายิ่งกระจ่างชัดให้หัวใจเต้นแรง กึ่งกลางกายที่กำลังสงบลงปะทุขึ้นอีกครั้ง

เขาแทบคลั่ง!

“พี่เขมกับหนูนิด พี่สะใภ้และหลานสาวแท้ๆ ของผมครับ” อากูสโนแนะนำคนทั้งสองให้กับเหล่าเพื่อนนักธุรกิจด้วยกันได้รู้จักก่อนจะแนะนำเพื่อนๆ เป็นการกลับ “นี่คนไทยครับพี่เขม คุณอัฐพล คนนี้คุณแอนเดรียและคนนี้คริสตรันครับ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ส่วนคุณอัฐ พี่รู้จักแล้ว หนึ่งในผู้ร่วมทุนโครงการ ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ อ้อ นิด ลูกรู้จักกับคุณอาเสียสิ เผื่อบังเอิญเจอคุณอาที่เมืองไทยจะได้จำกันได้”

เขมมิกายื่นมือไปทำความรู้จักกับเพื่อนอีกสองคนของน้องสามีที่ได้รับเชิญมาเป็นกรณีพิเศษจากสถานทูตก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มให้กับอัฐพลที่เพียงส่งยิ้มบางอย่างละมุนให้ ด้วยเพราะรู้จักกันอยู่ในระดับหนึ่ง ไม่วายดันหลังลูกสาวที่ยืนหลบก้าวมาข้างหน้าเพื่อทำความรู้จัก

ขนิษฐาส่งยิ้มกว้างตามมารยาทให้กับคุณอาทั้งสามอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก ค้อมศีรษะแสดงความยินดีที่ได้พบและได้รู้จักคนทั้งสามพร้อมน้ำเสียงใสเปล่งออกไป

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณอา”

“ยินดีครับ...หนูนิด” อัฐพลเปล่งเสียงทุ้มต่ำพราวเสน่ห์อย่างที่ใครจับไม่ได้พลางพิศใบหน้าสวยหวานของหญิงสาววัยสิบเก้าปีตรงหน้าที่เอาแต่ก้มหน้าอย่างรักษามารยาท ก่อนจะละสายตากลับมามองคนเป็นแม่ก่อนกล่าวถาม “หนูนิดเรียนอยู่ที่ไทยเหรอครับคุณเขม”

“ใช่ค่ะ รู้สึกว่าจะเรียนอยู่ที่เดียวกับหลานสาวคุณอัฐด้วยนะคะ ตอนนี้ก็อยู่ปีสองแล้ว ถ้าเจอแกก็ฝากๆ ดูหน่อยนะคะ แกอยู่ที่นั้นคนเดียว” เขมมิกาหันกลับมาตอบคำถามอัฐพลหลังสนทนากับเพื่อนอีกคนของน้องสามีจบพอดี

“ได้ครับ ผมยินดี” เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มบาง แต่ภายในยกยิ้มพึงใจกับคำขอที่ไม่ได้จริงจังมากนัก

“ขอบคุณนะคะ ฝากเอ็นดูแกด้วย ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวก่อนนะคะ เพื่อนๆ ของฉันเรียกแล้ว จะได้พายายหนูไปทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ด้วย คนที่นี่ลูกจักแต่ลูกชายคนโต” ส่งยิ้มพลางโอบเอวลูกสาวเตรียมเดินออกจากกลุ่ม

“เชิญครับ” ชายหนุ่มทั้งกลุ่มพูดเป็นเสียงเดียวกันก่อนจะหันกลับมาจับกลุ่มสนทนากันต่ออย่างเพลิดเพลินเมื่อสองแม่ลูกที่ยังสาวยังสวยเดินจากไป

ทว่า สายตาของอัฐพลยังคงจับจ้องแต่หญิงสาววัยสิบเก้าปีที่อยู่ในชุดเดรสแขนกุดสีขาวลออตาคาดเอวด้วยผ้ายืดสีดำแบรนด์หรู สวมใส่รองเท้าส้นสูงสีครีมเข้ากับชุด ใบหน้าไม่ได้แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางใดๆ นอกจากครีมบำรุง คิ้วทรงสวยถูกแต่งให้เข้าทรงขึ้นมาเล็กน้อย เรียวปากอิ่มแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีพีชอ่อน ปล่อยผมยาวสลวยติดกิ๊บเพชรเพียงตัวเดียวอยู่เหนือใบหูด้านซ้ายเท่านั้น

สายตาคมจับจ้องเพียงแต่หลานสาวของเพื่อนทุกการเคลื่อนไหว แม้มือที่ถือแก้วแชมเปญจะต้องยกชนกับเพื่อนและกรอกมันลงลำคอ สายตายังคงจับจ้องเธอเพื่อมองรอยยิ้มที่ส่งผลต่อหัวใจของเขาให้เต้นแรงไม่ยอมหยุดยามที่เธอยกยิ้มหรือหัวเราะอย่างสนุกใจในยามที่มีบทสนทนาอย่างสนุกสนานกับเหล่าเพื่อนพ้องของผู้เป็นแม่

เธอน่ารัก...

ประเทศไทย

มือใหญ่ของอัฐพลลากปลายนิ้วลงบนกรอบรูปสีขาวอย่างอ้อยอิ่ง สายตาคมมองรูปถ่ายหญิงสาวยืนหันหลังให้กับกล้องมีเพียงใบหน้าสวยหวานเปื้อนรอยยิ้มสดใสหันมาด้านข้างให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าที่อยู่ด้านในกรอบรูป

อัฐพลแทบคลั่งที่ต้องมานั่งคิดถึงหญิงสาวในรูป จินตนาการระบายความใคร่เพียงคนเดียวเพื่อปลดปล่อยความอึดอัดที่กึ่งกลางกายของตัวเองทุกครั้ง อดนึกเสียดายไม่ได้หากตนไม่ตัดสินใจแอบถ่ายรูปสาวเจ้าเก็บไว้ คงสร้างความหงุดหงิดใจให้กับตัวเองไม่น้อยกว่านี้เป็นแน่

สายตาคมละจากใบหน้าเสี้ยวด้านข้างของหญิงสาวในรูปหันไปมองที่หน้าประตูระเบียงห้องนอนที่เปิดแง่มไว้ เสียงเฮฮาสนุกสนานของหลานสาวอย่างเชอเอมดังลอดเข้ามาภายในห้องนอน ทว่าเรียกความสนใจเขาไม่ได้มากเท่าเสียงหวานใสของใครบางคนที่ดังตามเข้ามา แม้จะยังไม่เห็นใบหน้าแต่เขายังจดจำได้ดีว่ามันเป็นน้ำเสียงของใครอย่างไม่คิดลืมเลือน ทั้งที่ผ่านมาสี่เดือนแล้วเขายังจำเสียงนั้นได้ดี

‘ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณอา’

น้ำเสียงหวานและรอยยิ้มสดใสยังคงติดตรึงใจเขาอยู่เสมอ ทวงท่ายังประจักษ์อยู่ในสายตาคม ผิวพรรณขาวลออตาภายในชุดเดรสขับผิวน้อยๆ

ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานสีดำวัสดุเนื้อดีหลังโต๊ะทำงานภายในห้องนอน เดินลงบันไดบนชั้นลอยต่ำผ่านชั้นวางหนังสือสูงเกือบติดเพดานห้องกั้นกลางระหว่างโต๊ะทำงานและเตียงนอนขนาดคิงไซซ์ ก้าวเดินตรงไปยังริมระเบียงห้องนอนก่อนยกมือใหญ่ขึ้นดันประตูกระจกให้เปิดกว้าง ก้าวออกไปยืนที่ระเบียงห้องล้วงมือลงภายในกระเป๋ากางเกง จ้องมองไปยังกลุ่มหญิงสาวที่กำลังสนทนากันอย่างสนุกสนาน ทั้งที่บนโต๊ะภายใต้หลังคาศาลายุโรปทรงแปดเหลี่ยมเต็มไปด้วยสมุดและกระดาษขนาดเอสี่ตั้งอยู่กลางสวนหลังบ้าน

ทว่า แม้ภายใต้ศาลายุโรปทรงแปดเหลี่ยมนั้นจะมีหญิงสาวหน้าตาสวยหวานไม่น้อยไปกว่าหลานสาวของตัวเอง แต่มีเพียงหนึ่งคนที่เขาไม่อาจละสายตาไปไหนได้อีกเมื่อได้เจอเธออีกครั้ง

“หนูนิด”

ปากบางเผยอขึ้นเปล่งเสียงเรียกชื่อเล่นหนึ่งในหญิงสาวทั้งห้าคนแผ่วเบา พลันเรียวปากยกยิ้ม สายคาคมพิศวงหน้าสาวเจ้าด้วยดวงตาหมาป่าที่เจอเหยื่อแสนอร่อยอยู่ตรงหน้าเตรียมทะยานตัวพุ่งตะครุบเหยื่อให้อยู่ในอุ้งมือโดยไวในเวลาอันเหมาะสมเพื่อไม่ให้เหยื่อหลุดจากกรงเล็บไปได้อีกแล้ว

อัฐพลมองวงหน้าหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนหมุนตัวก้าวเท้าเดินกลับเข้ามาภายในห้องนอนตรงไปยังประตูห้องเพื่อลงไปยังชั้นล่างทานมื้อกลางวันที่ห้องทานอาหาร เฉกเช่นเดียวกับกลุ่มหญิงสาวที่ร้องโอดครวญด้วยความหิวดังลอยมาไกลๆ

“ยายเอม ฉันหิวแล้วอ่ะ พักเรื่องรายงานก่อนได้มั้ย พวกแกหิวกันหรือยัง” วาสนาวางปากกาในมือลงร้องขึ้นด้วยความหิวพลางมองไปหาคนอื่นเพื่อหาแรงหนุน

“ฉันก็หิวแล้วนะเอม” ขนิษฐาพูดขึ้นสั้นๆ พลางพยักหน้า

เพียงประโยคสั้นๆ ของเธอกลับทำให้ร่างสูงของอัฐพลไม่รั้งรอฟังคนอื่นอีกต่อไป เขาก้าวเดินหายเข้าไปด้านในโดยไม่มีใครรู้ว่าถูกคุณอาของเพื่อนมองลงมาที่พวกตนและหายกลับเข้าไปในห้องอย่างเงียบเฉียบ ทว่าไม่ใช่กับขนิษฐาที่เจ้าตัวรู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองมาจึงหันไปยังทิศทางที่สัมผัสถึงความรู้สึกนั้นได้ แต่ก็พบเพียงแผ่นหลังกว้างของคนร่างสูงที่กำลังเดินหายกลับเข้าไปด้านใน ซึ่งเธอก็ไม่ทราบว่าเป็นห้องของใครก่อนจะรีบลุกพลางหาของหนักมาวางทับกระดาษเมื่อเชอเอมเอ่ยเร่งเรียกให้ตามเข้าไปด้านใน

เมื่อทั้งห้าสาวเดินเข้ามายังห้องทานอาหารก็พบกับชายร่างสูงนั่งอยู่หัวโต๊ะกำลังทานมื้อกลางวันอยู่เพียงคนเดียว ครั้งแรกที่ทั้งสามสาวเพื่อนของเชอเอมเห็นก็ต่างพากันยกยิ้มกรุ้มกริ่มมองชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูสมาร์ตแต่เย็นชา เว้นก็แต่ขนิษฐาที่รู้สึกคุ้นใบหน้าของเขาคล้ายเคยเจอที่ไหนแต่ก็นึกไม่ออกแกมฉงนว่าคนตรงหน้าเป็นใคร หากจะเป็นพี่ชายก็คงไม่ใช่เพราะเพื่อนของตนไม่มีพี่ชายแท้ๆ ส่วนพ่อของเพื่อนก็ทำความรู้จักกันตั้งแต่ย่างกายเข้ามาที่นี่เมื่อเช้า

ดูยังหนุ่มยังแน่นขนาดนี้ เขาเป็นใครกันนะ...

แต่ก่อนที่ขนิษฐาจะฉงนใคร่รู้หาคำตอบไปมากกว่านี้ เชอเอมก็ไขข้อข้องใจให้กับสาวๆ ทั้งสี่ด้วยการก้าวเดินไปหาชายร่างสูงที่เงย

ใบหน้าขึ้นมามองพลางวางช้อนลงก่อนจะวางมือลงบนบ่ากว้างทั้งสองก่อนเอ่ยปากแนะนำให้เพื่อนทั้งสี่รู้จักผู้เป็นอาของตนอย่างเต็มใจนำเสนอรายงานอย่างไรอย่างนั้น

“เห็นหนุ่มหล่อที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคุณอาของฉันเอง อาอัฐ...อัฐพลรองประธานบริษัทที่เป็นหนุ่มเนื้อหอมสุดๆ เลยล่ะ โดยเฉพาะสาวๆ นางแบบ”

“แนะนำอาให้เพื่อนรู้จักแบบนี้ อาก็ดูแย่ในสายตาเพื่อนของเอมน่ะสิ” อัฐพลพูดขึ้นเสียงทุ้มละมุนจนเพื่อนของเชอเอมทั้งสามสาวยืนส่งยิ้มกว้างอย่างหุบไม่มิดเมื่ออาของเพื่อนแกล้งเย้ากลับหลานสาวด้วยท่าทางอ่อนโยน ก่อนจะหันกลับมามองที่เพื่อนของหลานสาวพร้อมรอยยิ้มอย่างที่ไม่มีใครรู้เลยว่ารอยยิ้มของเขาถูกส่งไปให้ขนิษฐาที่ยืนยิ้มให้เพื่อนทั้งสามอยู่ด้านหลัง

“หยุดยิ้มเลยนะคะอาอัฐ เพื่อนหนูมันจะหลงเสน่ห์เอาได้ มาๆ มานั่งกินข้าวไปพร้อมกับอาอัฐเลยแล้วกัน อาอัฐไม่ถือใช่มั้ยคะ” เชอเอมทำท่ายกมือขึ้นมาแบออกเพื่อปิดรอยยิ้มอยู่ระดับปากขอผู้เป็นอาแต่ไม่ได้ปิดแนบไว้อย่างรักษามารยาทระหว่างหลานกับอาพลางกวักมือเรียกเพื่อนให้เดินมานั่งลงประจำที่เพื่อทานมื้อกลางวัน ก่อนจะแกล้งย่นจมูกใส่เมื่ออัฐพลแกล้งเย้ากลับมาพลางให้คำตอบกลับไป หันไปพูดกับเพื่อนๆ ในท้ายประโยคด้วยรอยยิ้มนึกสนุกเมื่อได้เห็นเพื่อนๆ ตื่นเต้นที่ได้เจอกับอาของตน

“อาไม่ถือ จะถือก็ตรงที่เอมไม่แนะนำเพื่อนให้อาได้รู้จักเสียที”

“แบบนี้ก็ต้องแนะนำกันเองค่ะ สาวๆ เชิญแนะนำกันเองเลยนะจ๊ะ แต่ห้ามจีบนะ ฉันหวง”

“แหม...หนูชื่อว่านค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณอา” วาสนาทำเสียงขึ้นจมูกใส่เชอเอมด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะเริ่มแนะนำตัวเองเป็นคนแรกพลางเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเชอเอมซึ่งอยู่ข้างอัฐพลทางด้านขวา

“ส่วนหนูชื่อเจนนี่ค่ะ วันนี้ขอฝากท้องที่บ้านด้วยนะคะ” เจนจิราเป็นคนถัดไปก่อนจะเดินมานั่งลงข้างวาสนา

“น้ำหวานค่ะ” อังคนาแนะนำตัวสั้นๆ พลางเดินตามเจนจิรามานั่งลง

เมื่อเพื่อนทั้งสามแนะนำตัวจนครบและเดินไปนั่งกันเรียบร้อย ขนิษฐาจึงตัดสินใจเดินอ้อมท้ายโต๊ะอาหารมานั่งลงข้างเชอเอมก่อนจะแนะนำตัวเองออกไปไม่ให้เสียมารยาท เพราะอาของเพื่อนกำลังจ้องมาที่เธอด้วยรอยยิ้มอย่างรอคอยให้ตนพูดออกไป

“หนูนิดค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณอา” ขนิษฐาส่งยิ้มบางอย่างมีมารยาทก่อนจะหลุบตาลงหลบสายตาคมของอาเพื่อนที่มองมายังตนด้วยความรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก แต่ก็อดลอบมองไม่ได้ด้วยความคุ้นใบหน้าหล่อคมของคุณอาเพื่อน

“ยินดีที่ได้รู้จัก...หนูนิด”

อัฐพลส่งยิ้มให้กับทุกคนก่อนจะดึงสายตากลับมาที่ขนิษฐาพลางเปรยเรียกชื่อเล่นหญิงสาวราวกับคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นัยน์ตาฉายแววลุ่มลึกอย่างที่คนมองก็ไม่เข้าใจ แต่ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นความแปลกที่เกิดขึ้นจากคำพูดของเขายกเว้นคนถูกเรียกชื่ออย่างสาวเจ้าที่หลุบตาลงอีกครั้งพลางเสมองไปทางอื่นอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันกลับมาสนใจจานอาหารที่เด็กในบ้านนำมาเสิร์ฟ จัดการทานมันลงท้องโดยไม่ร่วมวงสนทนากับเพื่อนๆ ที่เกิดคำถามมากมายส่งให้กับคุณอาของเพื่อน

ทว่า แม้ปากบางจะเปิดขึ้นตอบคำถามพลางยกยิ้มแต่สายตาคมคอยลอบมองใบหน้าด้านข้างของขนิษฐาที่ก้มหน้าก้มตาทานมื้อกลางวันอย่างไม่คิดเงยหน้าขึ้นมามองหรือร่วมวงกับเพื่อนๆ ของเธอ ถึงแม้จะมีบ้างที่สาวเจ้าหันมาตอบคำถามเชอเอมยามที่ถูกถามและทุกครั้งที่หันกลับมาตอบก็ต้องสบนัยน์ตาลุ่มลึกของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ พลันรอยยิ้มพราวเสน่ห์ก็ถูกส่งให้กับเธอทุกครั้ง

บังเอิญเสียจริง เธอไม่เพียงเรียนมหาวิทยาลัยที่เดียวกับเชอเอมแต่ยังเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันเสียนั่น

ชายหนุ่มนึกขันกับความบังเอิญในใจพลางมองหญิงสาวที่รีบหันหน้าหนีเมื่อสบสายตาเขาอีกครั้ง รอยยิ้มขันจึงปรากฏขึ้นจางๆ เมื่อเห็นสาวเจ้าแอบยกมือขึ้นมาตบเบาๆ ที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง

ใจเต้นหรือ...สาวน้อย

ตอน 2

Chapter One: Can't stop heart

เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งผับ เรียกให้คนหนุ่มสาวที่เข้ามาใช้บริการสถานบันเทิงลุกขึ้นเต้นสนุกไปกับเสียงเพลง เว้นก็แต่ขนิษฐาที่ขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำจากเพื่อนๆ เมื่อรู้สึกว่าตนดื่มเยอะจนอยากเข้าห้องน้ำ หญิงสาวเดินเบียดผู้คนจนหลุดออกมาในที่โล่งก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังทางไปห้องน้ำ แม้จะรู้สึกว่าตนเดินโซเซเล็กน้อยแต่ก็พอจะพาตัวเองเดินไปถึงห้องน้ำได้ ทว่าระหว่างที่เธอกำลังเดินไปตามทางที่ตรงไปยังห้องน้ำก็ถูกผู้ชายคนหนึ่งเดินชนเข้าจนเซถอยหลังไปชนกับกำแพงติดกับทางเดิน ตามมาด้วยร่างสูงของชายหนุ่มที่เดินชนคร่อมไว้เพื่อล็อกไม่ให้เธอเดินหนี ไม่รีรออีกฝ่ายพยายามก้มจูบ เธอเบี่ยงหน้าหลบด้วยความไม่พอใจแกมรังเกียจยิ่งหนักขึ้นก็เมื่ออีกฝ่ายใช้มือดันขาของเธอให้เกี่ยวกับต้นขาของเขาพลางถกปลายกระโปรงเดรสที่มันสั้นอยู่แล้วขึ้นจนเผยเห็นบิกินีสีดำ มืออีกข้างรั้งเอวพลางลูบไล้แผ่นหลังเนียนที่เผยพ้นจากชุดที่แหวกลึกเกือบถึงสะโพก

“ปล่อย”

ขนิษฐาพยายามออกแรงผลักอีกฝ่ายก่อนที่มือของเขาจะสัมผัสโดนโหนกนูน แต่แล้วอยู่ๆ ชายหนุ่มที่พยายามลวนลามก็ถูกกระชากออกไปอย่างรุนแรงจนล้มลงไปอยู่บนพื้น ส่วนเธอก็ถูกคนร่างสูงที่มาใหม่ใช้เสื้อสูทคลุมทับหัวไหล่พลางโอบเธอเอาไว้

“ไอ้ธี ฝากจัดการมันด้วย”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้วยความหงุดหงิดจึงทำให้หญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นไปมองว่าเขาเป็นใคร แต่เพราะความมืดทำให้ไม่สามารถมองคนร่างสูงได้อย่างชัดเจนแม้จะหรี่ตามองก็ตาม พลันก็ต้องก้มลงใช้มือปิดหว่างขาของตัวเองก่อนจะพึมพำออกมา

“ปวดฉี่” แม้หญิงสาวจะพึมพำก็ตามแต่มันก็ทำให้อัฐพลได้ยินชัดเจนด้วยเพราะตนกำลังโอบเธออยู่จึงทำให้เขาหันกลับมามองด้วยสายตาเอ็นดู

“ก่อนฉันจะจัดการคุณลูกค้าให้แก ขอถามหน่อย สาวน้อยคนนี้เป็นใคร”

ธีรภพมองการ์ดของผับที่หิ้วปีกลูกค้าหื่นกามออกไปจนลับตาจึงหันกลับมาถามเพื่อนที่ยังคงยืนโอบหญิงสาวด้วยความแปลกใจ ตั้งแต่รู้จักกับอัฐพลมาก็ไม่เคยเห็นเพื่อนคนนี้ดูเป็นห่วงและปกป้องใครจนดูน่ากลัวเท่าตอนนี้มาก่อน ยกเว้นก็แต่หลานสาวที่เคยเกือบถูกคนเมาลวนลาม

“หนูนิด เพื่อนยายเอม”

“เพื่อนของหลาน! เฮ้ย นี่แกเป็นห่วงเพื่อนของหลานด้วยเหรอวะ”

บทสนทนาของชายหนุ่มทั้งสองทำให้ขนิษฐาขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดเมื่อได้ยินคนร่างสูงเรียกชื่อเล่นของเธอและเพื่อนสนิทอย่างเชอเอม แต่แล้วก็ต้องหยุดครุ่นคิดถึงตัวตนชายหนุ่มทั้งสองเพราะกระเพาะปัสสาวะของเธอกำลังจะกักเก็บน้ำเอาไว้ไม่ได้แล้ว

“ปวดฉี่ ปล่อย” ขนิษฐาพูดพลางสะบัดตัวให้หลุดออกจากแขนแกร่งที่ยังโอบเธอไม่ยอมปล่อยทั้งที่ผู้ชายอีกคนถูกหิ้วปีกออกไปแล้วแต่ก็ไร้ผลเมื่อแรงของเขามีเยอะกว่า

“แกกลับไปทำงานไป ฝากดูยายเอมด้วย อ้อ ฝากบอกยายเอมว่าฉันพาหนูนิดกลับก่อน” อัฐพลก้มมองขนิษฐาอีกครั้งก่อนจะหันกลับไปพูดกับเพื่อนที่มองมายังหญิงสาว

“เออ ไม่มีปัญหา แต่ติดอยู่นิดหน่อย” ธีรภพพยักหน้าก่อนจะรั้งเพื่อนที่จะพาสาวน้อยในอ้อมกอดเดินไปเข้าห้องน้ำ อัฐพลเพียงหันหน้ากลับมาพลางเลิกคิ้วเชิงถาม เขาจึงพูดขึ้นทันที “ฐานะไหน พิเศษหรือแค่หลง”

อัฐพลก้มมองหญิงสาวที่เริ่มโวยวายเพราะปวดปัสสาวะอยากเข้าห้องน้ำก่อนจะดึงสายตากลับไปที่เพื่อนเพื่อตอบคำถาม

“ทั้งสอง”

ชายหนุ่มตอบคำถามจบก็พาหญิงสาวเดินตรงไปยังห้องน้ำหญิงทันที ทิ้งให้เพื่อนมองตามด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะเดินไปยังทิศทางที่การ์ดพาลูกค้าไปเพื่อทำตามที่เพื่อนขอ แต่แล้วอัฐพลจำต้องพาขนิษฐาเข้าห้องน้ำชายแทนเมื่อเขาพบว่าห้องน้ำหญิงมีผู้หญิงมากมาย จะปล่อยให้สาวเจ้าเข้าไปเพียงคนเดียวก็อดห่วงไม่ได้ หนำซ้ำเจ้าตัวก็เอาแต่โวยวายจะเข้าเดี๋ยวนั้น ชายหนุ่มจึงตัดสินใจพาเธอเข้ามายังห้องน้ำชายอย่างเลี่ยงไม่ได้ โชคดีที่ไม่มีคน เมื่อเข้ามาแล้วเขาก็พาเธอเดินไปยังห้องในสุดก่อนจะเปิดประตูให้เธอเข้าไป

ทว่า จังหวะนั้นเองที่มีคนอื่นเดินเข้ามาพอดีจึงทำให้เขารีบก้าวเท้าเดินตามเข้าไปเพราะกลัวว่าคนที่เดินเข้ามาทีหลังจะเห็นหญิงสาว แต่เหมือนเป็นจังหวะที่ไม่ดีนัก เมื่อเขาปิดประตูหันหลังพิงกำแพงก็พบว่าเธอถอนบิกินีนั่งลงปลดปล่อยพลางหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ

คออ่อนแล้วยังจะดื่มเยอะอีก

ชายหนุ่มบ่นหญิงสาวอุบอยู่ในใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายดื่มแอลกอฮอล์จนไม่มีสติเช่นนี้ พลันมือใหญ่ที่ทิ้งอยู่ข้างตัวก็ต้องกำแน่นเมื่อสายตาสำรวจเรือนร่างของเธอที่แม้จะยังอยู่ภายใต้ชุดเดรสสีเงินคอลึกแหวกหลังก็ตาม แต่การที่เธอก้มลงเล็กน้อยก็ทำให้เห็นทรวงอกอวบที่ไม่ได้สวมใส่อะไร ปิดเพียงยอดปทุมถันเท่านั้นและยิ่งสาวเจ้าอ้าขาออกเพื่อชำระล้างจนเห็นอะไรต่อมิอะไรที่นูนเนิน แม้จะมีไรขนเล็กน้อยปกปิดก็ตาม ทันทีที่เธอชำระล้างเสร็จ กดชักโครกก่อนจะยื่นมือมาควานหากระดาษทิชชู แต่สาวเจ้ากลับไม่คิดหุบขาเสียนั่น ครานี้คนที่มีความอดทนสูงก็ถูกกรรไกรตัดเส้นความอดทนบางๆ ขาดออกทันที

อัฐพลย่อตัวนั่งลงตรงหน้าหญิงสาวก่อนจะคว้ามือของเธอมากุมไว้ จึงทำให้เธอเปิดเปลือกตาหรี่มองเขาพลางขมวดคิ้ว

“คุณ...คุณอา”

ขนิษฐาหรี่ตามองพึมพำเรียกอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยมีสติครบถ้วน คิดว่าตนตาฝาดจึงไม่ได้ใส่ใจมาก แม้อีกฝ่ายจะยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้พลางกระซิบเสียงแหบพร่า

“เดี๋ยวอาช่วยเช็ดเอง หนูนิด”

อัฐพลไม่เพียงพูดแต่ชายหนุ่มยังพยุงร่างบางลุกขึ้นจนทำให้บิกินีตัวจิ๋วหล่นลงไปที่ข้อเท้าก่อนจะดึงกระดาษทิชชูมาวางทาบที่กลีบเนื้อนุ่มของกุหลาบพลางเช็ดเบาๆ การถูกสัมผัสอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้ขนิษฐารู้สึกวาบหวามไปทั่วกาย หัวใจสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกที่แปลกใหม่ มือเล็กยกขึ้นมาเกาะที่เอวชายหนุ่มเมื่อร่องเนื้อนุ่มสัมผัสได้ถึงมืออุ่นไร้กระดาษทิชชูกั้นกลางอีกต่อไป

มืออุ่นลูบวนแผ่วเบาบนกลีบแคมอ่อนนุ่มสลับลูบร่องเนื้อ ไม่นานน้ำหวานช่ำก็ปริ่มออกมา หญิงสาวซาบซ่านจนต้องปิดเปลือกตาเงยใบหน้าขึ้น เขาจึงก้มลงจุมพิตที่คอขาวก่อนจะดูดเป็นรอยแดงพลางสอดนิ้วเข้าสู่โพรงถ้ำคับแคบที่ชุ่มช่ำไปด้วยน้ำหวาน ถอดถอนเข้าออกช้าบ้างเร็วบ้างจนเธอต้องกัดริมฝีปากล่างกันไม่ให้ร้องครางออกมา เขาจึงเลื่อนใบหน้าขึ้นไปกระซิบเสียงกระเส่า

“ครางออกมาสิหนูนิด อาอยากฟังเสียงของหนู”

“อื๊อ...อะ! อ๊า”

สิ้นคำสั่ง เสียงครางหวานก็เปล่งออกมาเมื่อถูกนิ้วอุ่นชักเข้าออกพลางใช้นิ้วหัวแม่มือที่ยังว่างบดคลึงเม็ดเสียวอ่อนไหวจนร่างเธอกระตุกในเวลาต่อมา พร้อมกับปลดปล่อยน้ำใสออกมาเลอะเต็มมือของชายหนุ่ม แม้เขาจะทำให้เธอถึงฝั่งฝันแล้ว แต่มันยังไม่เพียงพอเพราะคนตรงหน้าทำให้ความอดทนของเขาขาดผึง

ชายหนุ่มดึงนิ้วตัวเองออกจากโพรงถ้ำคับแคบก่อนจะย่อตัวลงให้ใบหน้าอยู่พอดีหว่างขาของหญิงสาวพลางใช้มือดึงบิกินีออกจากข้อเท้าของเธอ ดันขาเรียวให้พาดกับบ่า ถกปลายเดรสของเธอขึ้นไปถึงเอวก่อนจะดันสะโพกของเธอขึ้นเล็กน้อยพลางก้มใบหน้าลงเพื่อลิ้มลองความหวานจากการพรมจูบ ค่อยๆ ลากไล้เรียวปากไปจนถึงจุดกึ่งกลางก่อนใช้ลิ้นอุ่นกระหวัดโลมเลีย ดูดคลึงกรีบแคมสลับจุดเสียวซ่าน ลิ้มลองความหวานจากหญิงสาวที่ปลดปล่อยออกมา ลิ้นอุ่นกระหวัดลิ้มลองความหวานไม่นานนัก+ ร่างบางกระตุกเกร็งพร้อมกับเสียงครางหวานออกมาอีกครั้งปลุกเร้าให้ชายหนุ่มไม่คิดรีรอ เมื่อร่างกายสาวเจ้าพร้อมแล้วที่เขาจะลิ้มลองมากกว่าความหวาน เขาจึงผละใบหน้าออกจากหว่างขาของเธอพลางลุกขึ้นยืนจับเธอพลิกให้หันหน้าเข้าหากำแพงห้องน้ำ

“เอามือยันกำแพงไว้หนูนิด อาสัญญาจะทะนุถนอมหนูนิด…ให้หนูมีความสุข”

เขาดันสะโพกหญิงสาวประชิดกับความเป็นชายของตัวเองที่ตุงออกมา ถูมันเบาๆ เพื่อกระตุ้นอารมณ์ของเธอให้โอนอ่อนมากขึ้น แม้เธอจะทำตามที่เขาบอกทุกขั้นตอนก็ตาม ร่างกายของเธอพร้อมมากแค่ไหนแต่สาวเจ้าก็ยังมีการขัดขืนอยู่เล็กน้อยเพื่อพยายามมองหน้าของเขาให้ชัดมากขึ้นเพราะความรู้สึกคุ้นเคยกับน้ำเสียง

“อือ...คุณอา คุณอา...อ๊า...คุณอาของเอมเหรอคะ” หญิงสาวพึมพำเสียงกระเส่าเมื่อคุ้นเคยกับน้ำเสียง ทว่าคำพูดของเธอทำให้ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเธอรับรู้เสียทีว่าเป็นเขา แต่สิ่งที่ทำให้เขาขัดใจก็ตรงที่เธอจำได้ว่าตนเป็นอาของเชอเอม

“อาของหนูนิด พูดสิครับ อาของหนูนิด” อัฐพลโน้มตัวไปแนบลงบนตัวขนิษฐา เคลื่อนใบหน้าประชิดศีรษะก่อนจะกระซิบบอกร่างบางที่เริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสที่หว่างขาอีกครั้ง

“อา...อื๊อ อาของหนูนิด อ๊า...”

ขนิษฐาเคลิบเคลิ้ม รู้สึกซาบซ่านไปทั่วกาย โอนอ่อนพูดตามที่ชายหนุ่มต้องการอย่างไม่ติดขัด มือเล็กยันกำแพงไว้เพียงข้างเดียว อีกมือวางลงบนแขนแกร่งข้างที่กำลังลูบร่องเนื้อนุ่มของเธอจนน้ำหวานไหลออกมาชุ่ม เผยความพร้อมอย่างเต็มที่ รอเพียงชายหนุ่มมอบความเป็นชายให้แก่เธอจนแถบจะรอไม่ไหว

ทว่า ภายใต้จิตสำนึกของหญิงสาวก็อยากจะผลักชายหนุ่มให้ออกจากตัว แต่ความปรารถนาที่เธอมีทำให้ยอมรับว่ามันสามารถเอาชนะจิตใต้สำนึกให้แพ้ไป เหลือเพียงความปรารถนาที่มันเอ่อล้นยินยอมให้อาของเพื่อนสัมผัสเรือนร่างของตนอย่างไม่รังเกียจ ยินยอมให้เขาได้ครอบครองร่างกายของเธอเป็นคนแรกอย่างไม่ลังเล

“หนูพร้อมแล้วจริงๆ อาสัญญา อาจะทำให้หนูนิดมีความสุขที่สุดในคืนนี้” อัฐพลกระซิบบอกเสียงกระเส่า ก่อนจะรูดซิปกางเกงออกดันมันลงไปที่ต้นขาพร้อมกับกางเกงใน

ทันทีที่เขาถอดกางเกงออกก็เผยความใหญ่โตของท่อนเนื้อที่เด้งออกมาชนกับร่องเนื้อนุ่มจนหญิงสาวครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน มุมปากยกขึ้นอย่างพอใจที่เธอชอบและไม่คิดปฏิเสธ หนำซ้ำยังเด้งสะโพกสวนกลับมาอย่างเชื่องช้า ต้องการบอกว่าเธอพร้อมและแถบรอเขาไม่ไหว

“อื๊อ...”

เธอร้องครางอย่างประท้วงเพื่อให้เขาทำให้เธอมีความสุขอย่างที่ได้บอกไว้

ชายหนุ่มยกยิ้มหวานก่อนจะละมือจากร่องสวาทมาจับความเป็นชายของตัวเองที่ใหญ่โตถูกับร่องเนื้อนุ่มอยู่สองสามครั้งก่อนจะค่อยๆ ดันความเป็นชายที่ขยับขยายขึ้นพร้อมความแข็งที่เตรียมสัมผัสความอ่อนนุ่มของหญิงสาว เพียงเขาดัน ‘ของ’ ของเขาเข้าไปเพียงส่วนปลายก็สัมผัสได้ถึงความคับแน่นที่ ‘ไม่เคย’ มาก่อน พลันเขาก็ชะงักมองสาวเจ้าพลางขมวดคิ้ว

“หนูยังไม่เคย!?”

“อะ อืม...จะ เจ็บ”

เสียงกระเส่าด้วยความเจ็บปะปนความซาบซ่านไปทั่วกายจนทำให้หัวใจรู้สึกสะท้านดังขึ้นคล้ายจะบอกให้ชายหนุ่มหยุดทุกอย่าง แต่ทว่าเธอไม่ได้ต้องการเช่นนั้นเมื่อความอ่อนนุ่มของเธอตอดรัดความใหญ่โตของเขาจนเจ้าของมันแถบทนไม่ไหว ค่อยๆ ดันความเป็นชายที่ขยับขยายใหญ่ไปจนมิดลำ เขานิ่งค้างให้เธอได้ปรับสภาพจากความเจ็บเป็นความเสียวซ่านแทนและไม่ใช่เพียงเขาที่ต้องการให้เธอคลายความเจ็บที่หว่างขา แต่เพื่อตนด้วยที่ปวดหนึบกับความคับแน่น

แม้จะนิ่งค้างให้คลายความปวดหนึบแต่มือใหญ่ไม่ปล่อยให้ว่าง ยังคงทำหน้าที่ปลุกเร้าอารมณ์หญิงสาวให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น มือใหญ่ลูบไล้บั้นท้ายกลมกลึงของเธอก่อนจะสอดมือเข้าภายใต้ชุดเดรสจนชุดเลิกขึ้นสูงเพื่อเคลื่อนมือขึ้นไปกอบกุมทรวงอก เขาจัดการที่ปิดจุกออกอย่างง่ายดายก่อนจะนวดคลึงความอวบอิ่มพลางใช้นิ้วเกี่ยยอดปทุมถันที่ชูชัน

“อ๊า...อา อาอัฐ...” หญิงสาวครางกระเส่าพลางพิงกำแพงห้องน้ำ ยกสะโพกรับความอุ่นวาบและความวาบหวามที่แปลกใหม่ ความซาบซ่านที่แผ่ไปทั่วเรือนร่างให้ร้อนรุ่ม สั่นสะท้านจนขาแถบยืนไม่ไหว

ชายหนุ่มไม่รีรออีกต่อไปเมื่อร่างกายหญิงสาวพร้อมรับเต็มที่ เขาจึงค่อยๆ ขยับความเป็นชายอย่างเชื่องช้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป มือยังคงลูบไล้ บีบคลึงให้เธอซาบซ่านแทนที่ความเจ็บปวดที่ถูกเสียดสีเป็นครั้งแรก เสียงครวญครางหวานยังคงดังขึ้นทุกครั้งที่เขาขยับสะโพก เฉกเช่นเดียวกับเธอที่สวนสะโพกกลับอย่างไม่ประสีประสากับการสอดใส่ครั้งแรก แถมยัง ‘สด’ เสียด้วย

เสียงครางหวานยังคงดังขึ้นทุกครั้งที่การกระแทกกระทั้นแรงขึ้น เร่าร้อนขึ้น สลับช้าบ้างเร็วบ้างทุกครั้งที่ร่างของหญิงสาวกระตุกเมื่อถึงจุดสูงสุดของความเสียวซ่าน บทรักที่แสนเร่าร้อนและหวานล้ำยังคงดำเนินต่อไปไม่สนใจผู้คนที่แวะเวียนมาใช้ห้องน้ำ

เมื่อชายหนุ่มได้กลายเป็นคนแรกของเธอในคืนนี้และความรู้สึกแปลกใหม่อย่างไม่เคยพบมาก่อนหรือสัมผัสมาก่อน ทำให้ทั้งเขาและเธอจมลงสู่ทุ่งดอกไม้ที่เต็มไปด้วยความหวานล้ำ ร้อนแรงจากพระอาทิตย์ที่สาดส่องและความสุขสมจนหัวใจสั่นสะท้าน ความซาบซ่านแผ่ทั่วยามทุกครั้งที่ทั้งสองขยับร่างกายรับกันไปสวนกันมาจนเวลาล่วงเลยไปนานอย่างไม่รู้จบ

เฉกเช่นเดียวกับเสียงครางกระเส่าทุกครั้งที่ร่างกายขยับเขยื้อนด้วยท่วงท่าเร่งร้อน ร่องเนื้อนุ่มถูกกระแทกอย่างร้อนแรงทว่ายังคับแน่นตอดรัดความเป็นชายของร่างสูง มือใหญ่ยังคงรัดเอวบางพลางกดกระแทกจนมิดลำทุกครั้งอย่างหนักหน่วง เน้นย้ำและร้อนแรง...

ตอน 3

Chapter two: I want to escape but i can't escape

“แกไม่ไปจริงๆ เหรอ อาอัฐเป็นเจ้ามือจองห้องปาร์ตีให้เลยนะ สั่งไม่อั้น สนุกกันให้สุดเหวี่ยงไปเลยนะแก” เชอเอมหันมาถามคำถามย้ำกับขนิษฐาอีกครั้งหลังเคลียร์งานเสร็จ คนถูกถามนิ่งคิดอย่างชั่งใจก่อนจะถามแทนการตอบคำถามไม่เหมือนครั้งแรกที่ปฏิเสธเพื่อนไปอยู่ท่าเดียว

“มีใครไปบ้าง มีแค่พวกเราใช่มั้ย”

วันนี้เป็นวันเกิดของเชอเอม ขนิษฐาจึงไม่อยากพลาดฉลองวันเกิดให้กับเพื่อน ทว่าเมื่อทราบว่าเจ้ามือเลี้ยงในวันนี้เป็นใคร หญิงสาวก็เกิดความลังเลขึ้นมาฉับพลัน

ตั้งแต่คืนนั้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อนในวันที่พวกหญิงสาวพากันไปฉลองจบเทอมแรกของปีสี่ก่อนจะแยกย้ายกันไปเตรียมตัวฝึกงานในเทอมสุดท้าย และยังเป็นคืนที่เธอได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณอาของเพื่อนสนิทที่ตอนนี้เป็นทั้งรองประธานบริษัทส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ หนำซ้ำยังเป็นคุณอาเจ้าบุญทุ่มเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองวันเกิดให้กับหลานสาวเพียงคนเดียวอย่างเชอเอม

เรื่องที่เกิดในคืนนั้นไม่มีใครรับรู้นอกจากเธอและอาของเพื่อน แม้แต่เพื่อนสนิทอย่างเชอเอม เธอก็ไม่กล้าปริปากพูดเพราะกลัวจะเสียเพื่อนที่ดีไปทั้งที่ในคืนนั้นเธอไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่ตัวของเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธความสัมพันธ์ลึกซึ้งในคืนนั้น กว่าจะมารู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นมาพบว่าตัวเองนอนเปลือยกายอยู่ข้างคุณอาของเพื่อนที่คอนโดมิเนียมสุดหรูใจกลางเมืองแถมเธอยังหนีออกมาโดยที่ชายหนุ่มไม่รู้ตัว หนำซ้ำในวันที่เข้ามาฝึกงานที่บริษัทของครอบครัวเชอเอม เธอก็เอาแต่หลบหน้าคุณอาเพื่อนมาตลอดทุกครั้งและครั้งนี้หากมีเขาไปด้วยเธอก็อดที่จะลังเลไม่ได้เมื่อตนไม่เคยพลาดงานวันเกิดเพื่อนเลยสักปี

แต่เธอก็อยากเลี่ยงที่จะเจอกับคุณอาของเพื่อนก็เพราะความละอายใจที่มี

“อือ...” เชอเอมลากเสียงอย่างครุ่นคิดบางอย่าง “ก็ไม่เชิงหรอก อาอัฐบอกว่าจะตามมาตอนเป่าเค้ก เพราะแกจะเอาของขวัญมาให้ด้วยและอยู่ดื่มด้วยแป๊บเดียว พอดียายคุณน้าเสาวนีขอมาด้วย ฉันล่ะไม่อยากให้นางมาเลย ลำไยนางสุดๆ ผู้ใหญ่อะไรไม่สำรวมท่าทางเกาะแขนผู้ชายเดินไปทั่ว ทั้งที่อาอัฐไม่ได้เล่นด้วยแท้ๆ แต่ก็ยังจะเกาะติดเป็นเหาตลอด”

เชอเอมเบะปากพูดอย่างไม่ค่อยชอบใจเมื่อต้องพูดถึงเสาวนีที่เป็นทั้งเพื่อนและผู้ช่วยติดต่อกับทางบริษัทต่างประเทศ

เรื่องของผู้หญิงที่ชื่อเสาวนี ขนิษฐาก็พอได้ยินมาบ้างทั้งจากเชอเอมและพนักงานคนอื่นๆ ที่มักจะเอามาเมาท์มอยกันในเวลาพักหรือเห็นเสาวนีคอยมาหาและอยู่ในห้องของอัฐพลทั้งวัน ทว่าเรื่องเหล่านั้นเธอไม่ได้ใส่ใจ เธอใส่ใจแต่ว่าชายหนุ่มมาร่วมงานนี้ด้วยมากกว่า ครานี้เธอไม่รู้ว่าควรจะไปดีหรือไม่ หรือควรจะยื่นของขวัญให้เพื่อนและปฏิเสธไปดีนะ

ขนิษฐาชั่งใจอยู่ครู่ก่อนจะตอบคำถามเพื่อนในที่สุด “ฉันไม่...”

“เอม”

ทว่า ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ปฏิเสธออกไป เสียงของผู้ชายที่เธอพยายามหลบหน้ามาตลอดดังขึ้นแทรกคำพูดของเธอมาจากด้านหลัง พลันเธอนั่งหลังตรงด้วยความตกใจ ตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวเมื่อชายหนุ่มเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเธอ หางตาเห็นร่างสูงที่อยู่ในชุดทำงานยืนล้วงกระเป๋ากางเกงหันข้างจึงทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังมองไปยังเชอเอมหลานสาวเพียงคนเดียว แม้จะรับรู้เช่นนั้นแต่หัวใจเจ้ากรรมก็สั่นระรัวด้วยความตกใจแกมหวาดหวั่น เธอจึงเบี่ยงหน้าเล็กน้อยก่อนจะก้มลงใช้ผมปิดแก้มด้วยมือที่ยกขึ้นมาบังอย่างเป็นธรรมชาติทำเหมือนกับว่าเธอกำลังสนใจงานบนโต๊ะ ทั้งที่มันมีเพียงสมุดจดรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่เธอไม่เข้าใจเท่านั้น

“อ้าว! อาอัฐ ทำไมมาแผนกติดต่อลูกค้าได้ล่ะคะ ลมอะไรพัดมาคะเนี่ย”

เชอเอมกล่าวทักทายแกมหยอกเย้าผู้เป็นอาอย่างนึกสนุก ก่อนจะลุกขึ้นหยิบกระเป๋าแบรนด์ดังขึ้นมาสะพายข้างเดินเข้ามาใกล้คุณอาของเธอพร้อมรอยยิ้ม จึงทำให้ขนิษฐาคิดว่าชายหนุ่มคงสนใจแต่หลานสาวของตัวเอง เธอจึงทำทีขยับเก้าอี้ให้ออกห่าง หมุนตัวหันหลังให้คนทั้งสองก่อนจะรีบเก็บของอย่างเงียบๆ และคิดว่าจะเดินออกไปให้เงียบที่สุดแต่แล้วบทสนทนาต่อมาก็ทำให้เธอแถบตกเก้าอี้

“อา...”

“อาอะไรคะ นี่ เอมอยู่นี่ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ ทำไมมองแต่เพื่อนเอม อย่าบอกนะคะว่าชอบเพื่อนเอมน่ะ”

“ถ้าอาชอบ เอมจะทำยังไง”

“งั้นก็ข้ามศพเอมไปก่อนเถอะค่ะ เพื่อนคนนี้เอมหวง แต่ถ้าอาเขี่ยผู้หญิงรอบๆ ตัวอาจนหมด ก็ไม่แน่หรอกค่ะ โดยเฉพาะน้าเสาวนี โน โนเลยค่ะ เอมไม่ปลื้ม”

“สายไปแล้วมั้ง”

อัฐพลพูดขึ้นอย่างขบขันหลานสาวก่อนจะพูดออกไปเป็นนัยเพื่อให้ขนิษฐาได้เข้าใจเพียงคนเดียวก่อนจะส่งยิ้มกลบเกลื่อนเมื่อเชอเอมขมวดคิ้วมองมาเชิงถามกลับ แต่ก่อนที่อาหลานจะได้สนทนากันอีก ขนิษฐาก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้หันกลับไปมองคนทั้งคู่และขอตัวกลับก่อน

“เอม ฉันขอโทษจริงๆ นะ วันนี้ฉันจะเข้าไปกินข้าวที่บ้าน ไม่ได้เข้าไปหาพ่อกับแม่นานแล้ว ส่วนของขวัญฉันจะเอามาให้พรุ่งนี้นะ”

ขนิษฐาบอกเหตุผลจบพร้อมส่งยิ้มขอโทษก่อนจะก้าวเดินทันทีเมื่อเชอเอมพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มเสียดาย ทว่าก็ต้องชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดินด้วยความตกใจแต่ยังควบคุมอารมณ์ไม่ให้แสดงความตกใจจนเป็นที่สังเกตได้เมื่อชายหนุ่มก้าวเท้ามายืนขวางทางก่อนจะยกมือขึ้นมาคว้าแขนของเธอเอาไว้โดยที่เชอเอมไม่ทันสังเกต

“หนูนิดจะไม่ไปจริงๆ เหรอ ยายเอมจะน้อยใจเอานะ”

“เอมไม่งี่เง่าค่ะอาอัฐ ยายนิดไม่ได้กลับบ้านจะเดือนแล้ว นานๆ ทีพ่อกับแม่ยายนิดจะกลับมาจากต่างประเทศ ให้เพื่อนเอมได้มีเวลากับครอบครัวบ้างสิคะ แกรีบกลับไปเถอะ บ้านกับคอนโดอยู่คนละทางกันเลย เดี๋ยวจะมืดซะก่อน”

“ขอบใจนะเอม ไว้ฉันจะเลี้ยงย้อนหลัง ขอตัวก่อนนะคะคุณอา”

ทว่า คำพูดต่อมาของเชอเอมที่ไม่ค่อยเข้าใจไปกับผู้เป็นอานักก็เหมือนพระเจ้าส่งอัศวินแสนสวยมาช่วยเอาไว้จริงๆ เพราะมันทำให้เธอสามารถเดินออกมาจากตรงนั้นได้โดยไม่ถูกใครรั้งเอาไว้ได้อีก และทันทีที่เธอออกมาจากแผนกจนเข้าลิฟต์ หัวใจที่เคยสั่นระรัวพลันก็กลับมาเต้นปกติ แปรเปลี่ยนเป็นรู้สึกผิดกับเพื่อนเมื่อต้องโกหกคำโตเพื่อปฏิเสธที่จะไม่ไปฉลองวันเกิดด้วย

พ่อแม่ของเธอหรือ ยังคงทำงานอยู่ที่ต่างประเทศยังไม่กลับมาง่ายๆ หรอก จะกลับมาก็คงจะสิ้นปีพอดี งานที่พวกท่านทำก็มีแต่ต้องเดินทางไปหลายประเทศ บางปีก็ไม่ได้กลับมาหาเธอเลยสักครั้ง บางครั้งก็เป็นสองปีสามปีกว่าจะกลับมาหา บ่อยครั้งที่เธอเหงาและรู้สึกขาดความอบอุ่น แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ยังมีข้อดีให้เธอได้ใช้เป็นข้ออ้างเพื่อปฏิเสธคนอื่นเป็นบางครั้ง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED