เวินซื่อถูกดึงกลับมาจากความคิดของตัวเอง เธอหันไปมองสามีของเธอ
ชายตรงหน้าเธอยังคงรักษาท่าทีสูงส่งเช่นเคย สายตาที่มองมาที่เธอนั้นทั้งเย็นชาและเหนื่อยหน่าย
สิ่งเดียวที่ดูแปลกไปคือรอยแผลที่ริมฝีปากของเขา ซึ่งชวนให้นึกถึงการจูบที่เร่าร้อน
ตอนที่เขาจูบกับคนอื่น คงดุเดือดมากสินะ?
ความรังเกียจที่ไม่เคยมีมาก่อนพลุ่งพล่านในใจของเวินซื่อ เธอกดปิดโทรศัพท์ แล้วพูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ไม่มีอะไรค่ะ”
พูดจบ เธอก็เดินเข้าไปข้างใน
เซ่หลินโจวขมวดคิ้ว จับข้อมือเธอไว้แน่น “เวินซื่อ ท่าทีนี่มันอะไรกัน?”
เขาแทบไม่ค่อยกลับบ้านสักเท่าไหร่
ปกติเวลาที่เธอเจอเขาก็ดีใจจนเหมือนเด็กน้อย วันนี้ทำไมกลับทำหน้าตาเหมือนปลาตาย?
เวินซื่อไม่ได้ขัดขืนอะไร เธอเพียงแค่เงยหน้ามองเขาอย่างสงบ “ฉันก็เป็นแบบนี้มาตลอดไม่ใช่เหรอ? เชื่อฟัง ว่านอนสอนง่าย คอยดูแลงานบ้านให้คุณอย่างดีโดยไม่ปริปากบ่น รับใช้คุณจนคุณอยู่อย่างสบายใจที่สุด เพื่อที่คุณจะได้มีสภาพที่พร้อมที่สุดในการทำงาน”
เธอหยุดพูดไปชั่วครู่ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “คุณก็ชอบให้ฉันเป็นแบบนี้ที่สุดไม่ใช่เหรอ มันทำให้คุณมีเวลาสะดวกที่จะไปใช้ชีวิตอย่างเร่าร้อนกับคนรักนอกบ้านของคุณไง”
ดวงตาของเซ่หลินโจวลึกล้ำขึ้น
เรื่องแบบนี้คงปิดไม่มิด และเขาเองก็ไม่ได้คิดจะปิด เขาปล่อยมือแล้วพูดออกมา “วันนี้ฉันกลับมาเพื่อจะคุยเรื่องนี้กับเธอพอดี”
เวินซื่อถูข้อมือตรงที่เพิ่งถูกเขาจับไว้เมื่อครู่
ไม่เหมือนการถูเพราะความอาลัยอาวรณ์ แต่เหมือนถูเพื่อเช็ดบางอย่างที่สกปรกออกไปมากกว่า
“คุณกำลังจะเปิดตัวเธอแล้วเหรอ?”
เซ่หลินโจวทำหน้าบึ้งทันที “เธอไปสืบเรื่องของเธอมาเหรอ?”
น้ำเสียงที่ตึงเครียดของเขาทำให้เวินซื่อหลุดหัวเราะออกมา “จำเป็นด้วยเหรอ?” “เมื่อคืนคุณเซ่จ่ายเงินตั้งห้าสิบล้านเพื่อซื้อความสุขให้เธอ ใครมีตาก็มองเห็นทั้งนั้นแหละ”
เซ่หลินโจวจ้องมองเธออย่างเงียบ ๆ
น้ำเสียงของผู้หญิงคนนี้ยังคงเรียบทื่อเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่เขากลับเหมือนโดนบางอย่างทิ่มแทงอย่างบอกไม่ถูก
ใบหน้าขาวใสนั้นมีเสน่ห์ในความยุ่งเหยิง แต่แววตาที่เหมือนกับลูกแก้วใสกลับไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง
ไม่เหมือนกับปกติที่เธอจะมองเขาด้วยความรักเต็มเปี่ยม
เซ่หลินโจวพยายามเมินเฉยต่อความรู้สึกขัดแย้งในใจ แล้วใช้คำพูดที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเดิมเพื่อยั่วยุเธอ “เธอท้องแล้ว ตอนนี้ช่วงครรภ์ไม่ค่อยแข็งแรง ฉันก็แค่ซื้อของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเอาใจเธอเท่านั้น”
หมัดของเวินซื่อกำแน่นโดยไม่รู้ตัว
ท้องแล้วอย่างนั้นหรือ?
ดังนั้น ตลอดสองปีที่ผ่านมา ในทุกค่ำคืนที่เธอรอคอย เขากลับขยันทำงานหนักอยู่บนร่างของผู้หญิงคนอื่นอย่างนั้นหรือ?
เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของเวินซื่อ เซ่หลินโจวก็รู้สึกพอใจขึ้นมาบ้าง “ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากแตะต้องเธอ แต่เธอน่าเบื่อเกินไป ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบน้ำเปล่าหรอก”
คำพูดนั้นแสนทิ่มแทงชวนให้ใจเจ็บแปลบ
เธอไม่ได้ปฏิเสธเรื่องบนเตียง เพียงแค่ไม่ใช่คนที่จะรุกเร้าเองเท่านั้น หรือว่าไม่เก่งเรื่องเล่นตัวและยั่วสวาทก็ผิดด้วยเหรอ
เวินซื่อค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ แล้วพยักหน้าเบา ๆ
“ก็ดีเหมือนกัน เราหย่ากันเถอะ คุณจะได้ให้สถานะกับเธออย่างถูกต้อง”
คำว่า “หย่า” ทำให้เซ่หลินโจวชะงักไปเล็กน้อย
เขาหัวเราะเยาะ “ยังจะใช้แผนเล่นตัวยั่วให้ฉันตามอีกหรือไง? เวินซื่อ ตลอดสองปีมานี้ เธอทำทุกวิถีทางเพื่อเอาใจฉัน ใช้เล่ห์กลเด็ก ๆ มากมาย ต่อให้เธอไม่เบื่อ แต่ฉันเบื่อมากแล้ว”
ยิ่งพูด เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเวินซื่อน่าขัน “เธอรักฉันมากขนาดนี้ เธอจะทนจากฉันไปได้จริง ๆ เหรอ?”
เวินซื่อได้ยินเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น
ทนไปจากเขาไม่ได้หรือ?
เมื่อก่อน ตอนที่เขาล้มเหลวจากการทำธุรกิจ ตกอยู่ในจุดต่ำสุดของชีวิต เวินซื่อเป็นคนที่เอาเงินเก็บทั้งหมดของเธอออกมาเพื่อช่วยเขาผ่านช่วงเวลานั้น
เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ เขามอบชีวิตแต่งงานให้เธอ
หลังจากแต่งงานมาได้สองปี เธอทำหน้าที่ภรรยาที่ดีโดยไม่มีข้อร้องเรียนหรือความน้อยใจใด ๆ ช่วยให้เขาก้าวไปสู่จุดสูงสุด จนกระทั่งตอนนี้ที่เขามีชื่อเสียงและรากฐานที่มั่นคงในเมืองหวาย
แต่สิ่งที่เวินซื่อได้รับตอบแทน คือการที่เขาทำให้ผู้หญิงคนอื่นท้อง
ความรักจริงใจที่เคยมีถูกเหยียบย่ำจนกลายเป็นโคลน ถ้ายังรักต่อไป มันคงน่าอับอายแย่แล้ว
เวินซื่อพูดอย่างสงบนิ่ง “คุณร่างข้อตกลงการหย่ามาได้เลย เงื่อนไขอะไรฉันก็จะยอมรับทั้งหมด”
พูดจบ เธอก็เปิดประตูแล้วเดินเข้าไปข้างใน
เซ่หลินโจวมองตามหลังเธอไป ก่อนจะหัวเราะเยาะด้วยความโกรธเกรี้ยว
เอาเลย เล่นละครต่อไปเถอะ
ดูสิว่าเธอจะเสแสร้งไปได้นานแค่ไหน!
……
หลังจากเซ่หลินโจวเปิดประตูออกไปด้วยความโมโห เขาก็ไปหาเสิ่นจืออี้ คนรักของเขา
“ราบรื่นขนาดนี้เลยเหรอ?” เมื่อรู้ว่าเขาจะหย่าแล้ว เสิ่นจืออี้หัวเราะเบา ๆ ด้วยความตื่นเต้น “เธอก็ไม่ได้รับมือยากอย่างที่คุณบอกนี่นา!”
เซ่หลินโจวโอบกอดเธอพลางหัวเราะเย็น ๆ “เธอมันเจ้าเล่ห์ ผมก็ไม่แน่ใจว่าการตอบตกลงหย่าของเธอนั้นคือเธอกำลังเล่นสนุกอยู่หรือเปล่า”
เสิ่นจืออี้นั่งลงบนตักของเขา เอาแขนเรียวโอบคล้องคออีกฝ่ายอย่างใกล้ชิด ดวงตาอ่อนหวาน “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะหลินโจว แม้ว่าเธอจะเปลี่ยนใจ ตอนนี้ก็สายไปแล้ว”
เซ่หลินโจวพอสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ “หมายความว่ายังไง?”
ในแววตาของเสิ่นจืออี้ฉายแววเจ้าเล่ห์แวบหนึ่ง
เธอไม่ได้โง่ขนาดที่จะบอกความจริงเรื่องนั้นออกไป จึงหาข้ออ้างบ่ายเบี่ยง “หลังแต่งงานสองปี เธอก็ปิดบังตัวตนทำตัวเป็นแม่บ้าน ฐานะห่างไกลจากคุณมาก ถ้าคุณใช้ไม้แข็งสักหน่อย เธอจะมีปัญญามีปากเสียงอะไรได้เหรอ?”
เซ่หลินโจวฟังแล้วเม้มปาก
ในช่วงสองปีมานี้เวินซื่อช่วยเหลือเขามากจริง ๆ และเธอก็รักเขาหมดใจด้วย
แต่ความรักจะมีประโยชน์อะไร
เขาใช้ความพยายามอย่างยากลำบากกว่าจะปีนป่ายมาถึงจุดที่สูงขนาดนี้ได้
และต้องการพลังจากผู้มีอำนาจเพื่อเสริมความมั่นคงให้เขา
ตำแหน่งลูกสาวตระกูลเสิ่นนั้น มีค่ามากกว่าความรักของเวินซื่อหลายเท่านัก
ขณะกำลังคิดอยู่นั้น ริมฝีปากแดงก่ำแสนเย้ายวนของเสิ่นจืออี้ก็ขยับใกล้เข้ามา “หลินโจว ยินดีด้วยนะคะที่หลุดพ้นจากเรื่องที่น่าเบื่อนั้นสักที เรามาฉลองกันดีไหม?”
เซ่หลินโจวหลุบตามองเธอ แล้วจู่ ๆ ก็เผลอคิดถึงใบหน้าที่เยือกเย็นของเวินซื่ออย่างบอกไม่ถูก
——ตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว แต่เธอกลับยังไม่โทรมาเรียกให้เขากลับไปอีก
ก่อนหน้านี้หากเขาทำอะไรผิดปกติไปนิดเดียว เธอจะร้อนรนเป็นอย่างยิ่ง
ความคิดนี้ทำให้เซ่หลินโจวรู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาจึงผลักเธอออก “คุณเพิ่งท้อง ยังต้องระวังตัวหน่อย”
เสิ่นจืออี้เป็นคนที่ฉลาดพอ
เธอสังเกตเห็นว่าเขาใจลอยจึงถามขึ้น “เกิดอะไรขึ้นคะหลินโจว คุณไม่อยากหย่าหรือไง?”
เขารีบปฏิเสธ “จะเป็นไปได้ยังไง”
“แต่ดูคุณไม่ค่อยมีความสุขเลยนะ”
เซ่หลินโจวปลอบเธอ “พ่อผมอาการทรุดลงมาก คงจะมีเวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว ลี่ซือเหนียนจู่ ๆ ก็กลับประเทศ คงเป็นเรื่องการสืบทอดตระกูล ผมยังคิดไม่ตกว่าจะรับมือกับเขายังไงดี”
เสิ่นจืออี้ตกใจเล็กน้อย “ลี่ซือเหนียน? ลูกชายที่เกิดจากภรรยาคนแรกของตระกูลเซ่หรือคะ? เขาไม่ได้ใช้แซ่เซ่แล้วด้วยซ้ำ จะมาแย่งสิทธิ์สืบทอดมรดกกับคุณได้ยังไงล่ะ?”
แววตาของเซ่หลินโจวมืดมน
พูดไปก็ใช่ แต่เมื่อคิดดี ๆ สุดท้ายแล้วเขาเองต่างหากที่เป็นลูกนอกสมรส
ตลอดหลายปีที่พยายามทุ่มเททำทุกอย่าง เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ได้รับการยอมรับในตระกูลเซ่เท่านั้น
แต่ยังต้องการกำจัดพี่ชายต่างแม่ของเขาไปให้พ้นทางด้วย
ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็ต้องชนะให้ได้
เวินซื่อนอนไปจนถึงเวลาตกค่ำ แต่เมื่อตื่นขึ้นมากลับรู้สึกเหนื่อยยิ่งกว่าเดิม
เพราะในความฝันนั้น เต็มไปด้วยภาพความเร่าร้อนของชายแปลกหน้าที่เข้าครอบครองตัวเธอ
และก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยาแรงเกินไป หรือเพราะฝีมือของชายคนนั้นช่างเหนือชั้นนัก
แม้เวินซื่อตื่นขึ้นมาแล้ว แต่ร่างกายยังคงรู้สึกเหมือนล่องลอยจนทำให้เธอหน้าแดงขึ้นโดยควบคุมไม่อยู่
กระทั่งตอนที่โทรศัพท์ของเพื่อนรักดังขึ้น เธอก็ยังไม่ทันหายจากอาการเลย
หลินไห่ถังฟังเสียงจากปลายสายก็รู้สึกผิดสังเกต “เสียงของเธอช่างใสเนียนราวกับน้ำเชียว เกิดอะไรขึ้น อย่าบอกนะว่าเธอเคลียร์ปัญหากับหมอนั่นเรียบร้อยแล้ว?
เวินซื่อกระแอมเบา ๆ “อย่าพูดเรื่องที่ชวนหดหู่แบบนั้นเลย”
หลินไห่ถังหัวเราะขำ
“อ้อจริงสิซื่อซื่อ ผลตรวจเลือดของเธอออกมาแล้วนะ ส่วนประกอบของยาที่ตรวจพบ ฉันส่งให้เพื่อนดูแล้วล่ะ เขามีคอนเน็กชั่นกว้างขวาง บางทีเขาอาจช่วยสืบหาคนที่ซื้อยานี้ได้”
เวินซื่อกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง “ขอบใจนะ ไห่ถัง”
“ถ้าอยากขอบใจจริง ๆ ก็อย่ามัวแต่ติดใจกับคนไร้ค่าอย่างหมอนั่นอีกเลยนะ หลังหย่าแล้วก็ขยันทำงานไปเลย ให้ฉันเห็นหน่อยว่าเธอจะสร้างอะไรได้บ้าง”
หัวใจของเวินซื่อรู้สึกอบอุ่นขึ้น เธอก้มหน้าตอบเบา ๆ “เข้าใจแล้ว”
ในความเป็นจริง หากคิดดี ๆ เหตุผลที่เธอรู้สึกชอบเซ่หลินโจว ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะรู้สึกซาบซึ้งใจ
เธอมาจากครอบครัวที่มีความคาดหวังในตัวเธอสูงลิบ จนวัยเด็กของเธอเต็มไปด้วยความอึดอัด และมีแค่เซ่หลินโจวที่อยู่ข้าง ๆ คอยให้กำลังใจ
ความรู้สึกผูกพันนั้นค่อย ๆ กลายเป็นความรู้สึกคลุมเครือที่เธอเข้าใจผิดว่าเป็นความรัก
“ดีที่ฉันคุ้นเคยกับการขาดความรักแล้ว เลยไม่ได้โลภกระหายมันมากนัก” เวินซื่อพึมพำกับโทรศัพท์ “สองปีที่ผ่านมา ถือเสียว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณที่เขาเคยมีให้ก็แล้วกัน”
หลินไห่ถังนึกย้อนถึงอดีต ตอนนั้นเซ่หลินโจวก็รักเธออยู่เหมือนกัน
แต่ใจคนมักเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
“ซื่อซื่อ ขอให้เธอปล่อยวางได้จริง ๆ นะ”
เวินซื่อรู้สึกจุกในอก เธอรีบยกมือปิดตาอย่างไม่ยอมให้ตัวเองร้องไห้
และก็ในขณะนั้นเอง เธอเพิ่งสังเกตว่านิ้วนางของตัวเองว่างเปล่าไปแล้ว
เธอตะลึงไปชั่วครู่
แหวนหายไปแล้ว
สิ่งที่เธอเคยหวงแหนมาก ตอนนี้ผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืนถึงเพิ่งจะมารู้ตัว
หัวใจที่เคยบีบรัดแน่นกลับรู้สึกโล่งโปร่งอย่างประหลาด เวินซื่อพึมพำเบา ๆ “ใช่ ฉันปล่อยวางได้จริง ๆ แล้ว”
……
เรื่องแหวนหาย ไม่นานเซ่หลินโจวก็รู้เรื่อง
เขากลับมาบ้านเพราะมีธุระ และทันทีที่เห็นนิ้วของเวินซื่อที่สะอาดสะอ้าน เขาถามออกมาโดยไม่รู้ตัว “แหวนแต่งงานของเราไปไหนแล้ว?”