นิชาหันมาหาหนามเตยเธอเองยังอึ้งที่เห็นว่าเพื่อนเธอทำงานไวเหลือเกิน
“ก็นิดพูดได้ลื่นไหลขนาดนั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะต้องตัดต่อมากมายพรุ่งนี้ก็น่าจะลงได้”
“ดีแล้วยิ่งลงไวยิ่งดีเราจะได้รูว่าฟีดแบคดีมั้ย”
ณดาเองเห็นว่าหากลงไวเท่าไรก็ยิ่งดีเพราะเธอจะได้รู้ว่าผลตอบรับมันดีหรือไม่หากยังไม่ดีเธอเองก็จะลองหาสิ่งใหม่ๆทำเพื่อการโปรโมทยังไงเธอก็จะต้องทำให้กิจการของเธออยู่ให้ได้
บริษัทศุภวรเกียรติ
“ผมยังไม่เห็นด้วยที่เราจะลงทุนในตอนนี้นะครับคุณอา”
ในห้องประชุมของวันนี้ที่มีเคลวินประธานใหญ่ของบริษัทนัดประชุมด่วนอคิณไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องในการประชุมวันนี้เท่าไรจึงต้องออกเสียงค้านเพราะเคลวินต้องการลงทุนสร้างบ้านจัดสรรค์เพิ่มแต่อคิณเห็นว่าตอนนี้ผลกำไรของบริษัทที่ได้มายังเป็นการเสี่ยงที่จะลงทุนอะไรเพิ่ม
“ผมเห็นด้วยกับคุณคิณนะครับ”
“ใช่ๆพวกเราก็เห็นด้วย”
หุ้นส่วนรายย่อยทั้งหมดก็ไม่มีความเห็นด้วยกับเรื่องนี้เช่นกันหากอคิณไม่เอ่ยปากค้านพวกเขาคงไม่กล้าแต่นี่อคิณที่เป็นรองประธานเอ่ยปากขึ้นมาพวกเขาเลยกล้าออกความคิดเห็น
“เอาเป็นว่าเรื่องนี้ผมจะพักไว้ก่อนก็ได้ไว้บริษัทเรามีผลกำไรมากกว่านี้ก่อนค่อยว่ากันอีกทีงั้นขอจบการประชุมเท่านี้นะครับ”
เคลวินจำต้องจำใจรับฟังเสียงส่วนมากเพราะตอนนี้เขาเหมือนมีหัวเดียวกระเทียมลีบเสียแล้ว
“คุณอาไม่ว่าอะไรใช่มั้ยครับที่ผมไม่เห็นด้วย”
ก่อนออกจากห้องประชุมอคิณอยู่คุยกับเคลวินก่อนเพราะวันนี้เขาค่อนข้างทำอะไรที่ดูเหมือนจะหักหน้าคนที่เขาเคารพเขาจำเป็นต้องทำเพื่อความอยู่รอดของบริษัท
“อาจะว่าอะไรได้สิ่งที่อาขอความเห็นจากทุกคนอาก็ได้ความเห็นแล้วเอาเป็นว่าหากผลกำไรมากขึ้นเมื่อไรคิณคงไม่ขัดอะไรอาหรอกนะ”
เคลวินฉีกยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้าเรื่องนี้เขายอมรับว่าเขาจะต้องวางมือเอาไว้ก่อนแต่ก็มิวายเกริ่นว่าหากอนาคตผลกำไรของบริษัทมากขึ้นเขาก็จะทำสิ่งที่ต้องการและหวังว่าจะไม่มีใครขัด
“ครับคุณอา”
หากผลกำไรมากพออคิณเองก็ไม่ขัดเคลวินที่จะลงทุนอะไรเพิ่มอยู่แล้วเขาให้สิทธิ์เคลวินเป็นหัวเรือมาตลอดแค่บางอย่างที่มันอาจจะทำให้บริษัทล่มได้เขาก็ต้องขัดเท่านั้นเอง
อคิณหนุ่มหล่อหน้าคมนัยตาน่าหลงไหลสุขุมนุ่มลึกสูงยาวเขาดีใครๆก็รู้จักเขานามนักธุรกิจหนุ่มหล่อที่หาตัวจับยากแถมยังไม่ค่อยออกสื่อเขาเป็นเจ้าของบริษัทจัดทัวร์แถมยังพ่วงตำแหน่งรองประธานบริษัทอสังหารายใหญ่ตอนนี้ชายหนุ่มเหลือตัวคนเดียวเพราะหลังจากที่พ่อของเขาเสียไปเพราะถูกใส่ร้ายและตรอมใจหลังจากนั้นชายหนุ่มก็กลับมาทวงทุกอย่างของเขาคืนตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนทุกวันนี้ถือว่าเป็นชายหนุ่มอีกหนึ่งคนที่มีความสามารถในการทำงานและความสามารถด้านอื่นๆอีกมากมาย
วันต่อมา
สนามยิงปืนXXX
ปังงง..ปังๆๆ...ปัง
“ยังแม่นเหมือนเดิมนี่หว่า”
คริสโตเฟอร์อดเอ่ยชมเพื่อนของเขาไม่ได้เมื่อเพื่อนของเขาฝีมือไม่ตกเลยสักนิเดียว
“อืม..ก็ต้องฝึกเรื่อยๆ”
อคิณคิดว่าฝีมือของเขามันก็มีตกได้หากไม่ได้ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
“ว่าแต่วันหยุดทั้งทีแกก็ขลุกอยู่กับสนามยิงปืน..สนามฟุตบอล..หรือไม่ก็ห้องหนังสือ..ไม่หาความสุขตามประสาผู้ชายบ้างวะ”
คริสโตเฟอร์เห็นว่าเพื่อนของเขาวันหยุดก็เอาแต่ชวนพวกเขาทำกิจกรรมไม่เห็นว่าเพื่อนตนจะมีสาวๆมาให้เห็นบ้างจนเต้องเอื้อนเอ่ยถามถึงอย่างอ้อมๆ
“นี่ไงความสุขของฉัน..ส่วนเรื่องที่แกหมายถึงมันไม่ต้องให้ใครเห็นก็ได้”
อคิณตอบได้เลยว่านี่มันก็คือความสุขของเขาส่วนเรื่องเรื่องที่เพื่อนของขาทำเป็นถามอ้อมๆเขาเข้าใจดีว่าเพื่อนของเขาหมายถึงเรื่องผู้หญิงตอนนี้เขาไม่ได้คิดจะหาเรื่องใส่ตัวเพราะเขารู้ว่าการมีแฟนหรือมีคนรักมันต้องแบ่งเวลาส่วนตัวของเขามากแค่ไหนหากจะเป็นผู้หญิงแบบชั่วครั้งชั่วคราวเขาก็มีบ้างแต่ก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องป่าวประกาศให้ใครเขารู้
“อ้าว..แสดงว่าแกก็ต้องมีซุกไว้บ้างใช่หรือเปล่า”
คริสโตเฟอร์ถึงกับอมยิ้มคิดว่าเพื่อนของเขาจะลาขาดจากเรื่องแบบนี้ไปเลยเสียอีก
“ผู้ชาย..ยังไงก็คือผู้ชาย..ฮ่าๆๆ”
ถึงเขาจะโสดยังไงเขาก็ผู้ชายเรื่องแบบนี้มันก็ต้องมีปลดปล่อยกันบ้าง
คฤหาสน์เดฟ
“จะเอายังไงต่อครับท่าน”
เจมส์เห็นคนเป็นนายมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่กันแน่
“อยู่เฉยๆไปก่อน”
เคลวินยืนมองผ่านหน้าต่างไปด้านนอกด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“คณพ่อขา..คิดถึงจังเลยค่ะ”
เคทเธอรีนกลับมาจากญี่ปุ่นก็รีบกลับมากอดคนเป็นพ่อช่วงนี้หลังจากที่เธอเรียนจบก็เอาแต่เที่ยวอย่างเดียวเป้าหมายของเธอก็คืออยากจะเที่ยวให้รอบโลกให้ได้
“พ่อนึกว่าเที่ยวจนลืมพ่อซะแล้ว”
เคลวินกอดต้อนรับคนเป็นลูกสาวที่เวลาไปเที่ยวทีก็หายไปเสียหลายวันจนเขาอดประชดไม่ได้เขาเองก็เหลือลูกสาวของเขาเพียงแค่คนเดียวอยากจะให้อยู่ด้วยกันแต่ในเมื่อลูกสาวของเขาอยากเที่ยวเขาก็ต้องตามใจเพราะเห็นว่าเป็นความสุขของลูก
“หืมม..ใครจะลืมคุณพ่อล่ะคะนี่ของฝากค่ะ”
เคทเธอรีนยังทำท่าทีออดอ้อนคนเป็นพ่อเฉกเช่นที่เคยทำตั้งแต่เด็ก
“ขอบใจลูก..อ้าวแล้วอีกถุงของใคร”
เคลวินเห็นว่าลูกสาวของเขาถือมาอีกถุงเขาอยากจะรู้ว่าลูกสาวเขาซื้อมาให้ใคร
“ของพี่คิณค่ะเดี๋ยวเคทเอาไปให้พี่คิณที่บ้านพรุ่งนี้ค่ะ”
“อ่อ..อืม”
เมื่อรู้ว่าของฝากเป็นของใครเขาก็ไม่ได้ถามอะไรเคทเธอรีนต่อเพราะเป็นเรื่องปกติที่เคทเธอรีนจะสนใจและใส่ใจกับอคิณมากเป็นพิเศษเพราะทั้งสองก็ค่อนข้างสนิทกันเขาไม่รู้ว่าอคิณคิดกับลูกสาวของเขาแบบไหนแต่เท่าที่เห็นก็น่าจะเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนนึงแต่ลูกสาวเขาน่ะสิน่าจะคิดไปไกลแล้ว
บ้านอคิณ
อคิณค้นหาที่พักในแบบที่ลูกทัวร์ของเขาติดต่อมาว่าอยากจะได้โฮมสเตรย์ที่ติดกับธรรมชาติเขาบังเอิญไปเจออะไรบางอย่างที่สะดุดตาเข้าเสียแล้ว
“หืม..”
คลิปวีดีโอพรีเซนท์ที่มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เขานั้นคุ้นเคยกำลังอธิยายอยู่นั้นทำให้เขาคิดอะไรบางอย่างออก
“ฉันจะทำให้เธอได้รู้ถึงความเจ็บปวดที่มากกว่าที่ฉันเคยได้รับเป็นร้อยเท่า”
คงร่วม4ปีได้ที่เขาได้หนีจากเธอมาเพราะแผนของเขาสำเร็จลุล่วงแต่เท่าที่เขาเห็นตอนนี้เธอคนนั้นยังมีชีวิตที่ดีเป็นถึงเจ้าของกิจการมันต่างจากที่เขาคิดเอาไว้ในเมื่อครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นทำลายครอบครัวของเขาก่อนเขาก็จะทำลายเธอให้ย่อยยับกันไปข้าง
3 วันต่อมา
โฮมสเตรย์อุ่นรัก
“อ๊ายย!!”
“เป็นอะไรยัยนิ”
หนามเตยสะดุ้งตัวโยนด้วยจู่ๆนิชาก็กรีดร้องสนั่นออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“มีคนจองที่พักของเราเต็มยันสองเดือนหน้าเลย”
นิชาแทบจะกระโดดเสียให้ได้เมื่อจู่ๆก็มีคนติดต่อจองห้องพักมาแบบรัวๆหลังจากที่พึ่งจะโปรโมทคลิปที่ณดาทำได้ไม่นาน
“อะไรนะ...แสดงว่าคลิปของนิดได้ผลนะเนี่ย”
หนามเตยถึงกับตาโตพร้อมหันไปหาณดาบอกว่าสิ่งที่เธอทำมันได้ผลเกินคาด
“ฉันบอกแล้วไงว่าเราจะต้องไม่วิกฤต”
ณดารู้สึกโล่งใจที่สิ่งที่เธอคิดมันเป็นผลสำเร็จตอนนี้เธอก็ยิ้มได้ออกมาจากใจจริงๆสักที
20.00 น.
“คุณแม่ขา”
“ว่าไงคะยังไม่ง่วงอีกหรอ”
ณดานั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบๆเธอคิดว่าลูกสาวของเธอนี่นอนอยู่บนเตียงจะหลับแล้วเสียอีก
“เพื่อนที่โรงเรียนมีคุณพ่อมารับด้วยค่ะเมื่อไรคุณพ่อจะมาหานีน่าล่ะคะตอนนี้นีน่ายังเป็นเด็กดีไม่พออีกหรอคะ”
เด็กหญิงเห็นเพื่อนที่โรงเรียนมีคุณพ่อมารับเธอเองก็อยากจะมีคุณพ่อมารับกับเขาบ้างเธอจำได้ว่าคุณแม่ของเธอบอกว่าหากเธอเป็นเด็กดีพ่อของเธอก็จะกลับมาหาแต่หนูน้อยก็ยังอยากรู้ว่าเธอต้องเป็นเด็กดีขนาดไหนพ่อของเธอจะกลับมาหาเร็วๆ
“อืมม...แค่เป็นเด็กดียังไม่พอค่ะ..นีน่าต้องเชื่อฟังคุณครูแล้วก็เรียนเก่งด้วยนะคะ”
ณดาต้องพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมาพร้อมฝืนยิ้มบอกกับคนเป็นลูกให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อนเธอคิดว่าหากลูกเธอโตขึ้นเธอจะอธิบายเรื่องนี้ให้ลูกเธอเข้าใจเอง
“ค่ะ..นีน่าจะเรียนเก่งๆคุณพ่อจะได้มาหานีน่าเร็วๆไงคะ”
“แต่ตอนนี้คนเก่งของแม่ต้องนอนได้แล้วนะ”
ณดาวางหนังสือลงแล้วเดินมานอนกอดลูกสาวของเธอที่เตียงเพื่อกล่อมให้หลับ
“ค่ะ”
ณดาไม่รู้หรอกว่าชีวิตนี้เธอจะสามารถทำให้ลูกสาวของเธอเจอกับพ่อของเขาได้หรือเปล่าหากจะต้องเจอจริงๆเธอเองก็ไม่รู้จะทำใจไม่ให้คิดเรื่องเก่าได้หรือไม่และพ่อของนีน่าจะอยากให้นีน่ามีตัวตนหรือเปล่าเธอเองก็ไม่รู้แต่ถ้าเป็นไปได้เธอขอไม่เจอจะดีกว่าแล้วเรื่องทุกอย่างเธอจะเป็นคนอธิบายกับนีน่าเองเมื่อลูกของเธอโตอยู่ในช่วงที่เข้าใจอะไรง่ายๆได้แล้ว
วันต่อมา
กรุงเทพมหานคร
บริษัทอคิณ
11.30 น.
“ฮัลโล..พี่คริส”
เคทเธอรีนเห็นคริสโตเฟอร์นั่งอยู่ในออฟฟิศที่เป็นกระจกทั้งหมดเธอเลยเปิดประตูเข้าไปทักทายด้วยความสนิทสนมเพราะเธอรู้จักกับคริสโตเฟอร์มานานในฐานะเพื่อนของอคิณ
“อ้าวน้องเคทไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรอครับ?”
คริสโตเฟอร์เห็นว่าเป็นเรื่องแปลกที่หญิงสาวจะอยู่เมืองไทยและเข้ามาที่นี่ส่วนมากเขาจะเจอเธอที่บ้านอคิณหรือก็เจอกันตามร้านอาหารมากกว่าเพราะหญิงสาวชอบเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจตั้งแต่เรียนจบมา
“เคทกลับมาแล้วค่ะ…ว่าจะเอาของฝากมาให้พี่คิณพอดีเคทไปที่บ้านแล้วก็ไม่เจอค่ะ”
เคทเธอรีนมาที่นี่เพื่อเอาของฝากมาให้อคิณเพราะเมื่อวันก่อนเธอไปที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่จึงคิดว่ามาที่บริษัทคงจะเจอตัวแต่ก็เจอแถมติดต่อไม่ได้อีกต่างหาก
“อืม..วันนี้ไอ้คิณมันก็ไม่ได้เข้าบริษัทนะ”
คริสโตเฟอร์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อนของเขาหายหัวไปไหน
“อ้าวหรอคะ?”
//ไปไหนของเค้ากันนะ//
เคทเธอรีนมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่ขนาดคริสโตเฟอร์เพื่อนสนิทกับอคิณยังทำท่าไม่รู้เลยว่าอคิณอยู่ที่ไหน
“ว่าแต่มีของไอ้คิณคนเดียวใช่มั้ยครับ”
คริสโตเฟอร์แกล้งหาเรื่องหยอกหญิงสาวเล่นเพื่อไม่ให้เธอคิดมากเขารู้ว่าเคทเธอรีนนั้นคิดกับเพื่อนของเขายังไงคงผิดหวังน่าดูที่ไม่ได้เจออคิณวันนี้
“อะ..เอ่อ..ค่ะ”
เคทเธอรีนเกาหัวแก้เก้อเล็กน้อยเพราะเธอตั้งใจจะซื้อของมาให้อคิณคนเดียวจริงๆนั่นแหละและก็ไม่ได้คิดตั้งแต่คราแรกว่าจะเอามาให้เขาที่นี่ด้วย
“ว้า..นึกว่ามีของพี่ด้วยซะอีก”
“อืมม..เคทเลี้ยงข้าวพี่คริสแทนก็ได้ค่ะจะเที่ยงพอดี”
เคทเธอรีนหาเรื่องปลอบใจคริสโตเฟอร์โดยจะพาไปเลี้ยงข้าวแทนหวังว่าพี่ชายคนนี้ของเธอจะไม่งอนอีกอย่างเธอก็อยากจะมีเพื่อนทานข้าวกลางวันอยู่แล้วเพราะเธอกะเวลามาที่นี่เพราะอยากจะทานอาหารกลางวันกับอคิณ
“พี่ล้อเล่นไม่ต้องเลี้ยงข้าวพี่ก็ได้”
คริสโตเฟอร์รีบตอบปฏิเสธเพราะเขาแค่ล้อเธอเล่นเท่านั้นเมื่อเห็นหญิงสาวมีท่าทีจริงจังจึงเลิกแกล้งเธอ
“เคทอยากหาเพื่อนทานข้าวด้วยพอดีค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นยินดีครับ”
หากหญิงสาวอยากได้เพื่อนทานอาหารกลางวันเขาก็ยินดีเพราะนี่มันก็ใกล้เที่ยงแล้วเขาต้องออกไปหาอะไรทานอยู่ดี