“ฮึก..ฮือๆๆๆ..ทำไมคะ..พี่คิณทำแบบนี้กับนิดได้ยังไงคะ..ฮือๆๆๆ”
หญิงสาวนั่งร้องให้ตัวโยนในห้องสวีทของรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่เธอร้องจนน้ำตาแทบจะเป็นสายเลือดผิดหวังที่คนที่เธอรักมาหลอกให้เธอรักจนเชื่อใจจนมอบตัวมอบใจไปให้เขาทั้งหมดแต่เขากลับหนีเธอไปโดยให้เหตุผลว่าคงไม่สามารถที่จะรักกับเธอได้ทุกอย่างที่ผ่านมามันคือเรื่องหลอกลวงทั้งหมดเขาทำลายโลกของเธอจนหมดสิ้นแล้ว
ในชีวิตของเธอตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้วบ้านของเธอก็ล้มละลายโดนฟ้องข้อหาฉ้อโกงพ่อของเธอจึงฆ่าตัวตายหนีเธอไปหญิงสาวคิดว่าจะมีคนรักที่คอยอยู่ข้างๆแต่ตอนนี้เธอไม่เหลืออะไรเลย
“เฮ่อ!!..ฝันร้ายอีกแล้วหรอเรา”
ดึกสงัดที่เชียงรายณดาตื่นขึ้นมากลางดึกเธอฝันร้ายแบบนี้มาเป็นเวลาสี่ปีกว่าแล้วเรื่องราวในวันนั้นเป็นอะไรที่ทำร้ายจิตใจของเธอมากตอนนั้นอคิณแฟนเก่าของเธอบอกกับเธอว่าอยากจะพาเธอไปเที่ยวให้หายเครียดเขาและเธอจึงเลือกที่จะเที่ยวที่เชียงใหม่กันแต่ใครจะไปรู้ว่าคืนนั้นเมื่อเธอเสียตัวให้เขาไปแล้วเขากลับหายเข้ากลีบเมฆทิ้งไว้เพียงจดหมายให้เธอได้รับรู้ว่าเรื่องทุกอย่างมันเป็นเรื่องโกหกเขาไม่ได้รักเธอจริงเพียงแค่อยากจะได้ตัวของเธอก็เท่านั้น
“คุณแม่ขาเป็นอะไรคะ”
นีน่าเด็กหญิงวัยสามขวบสะดุ้งตื่นเมื่อคนเป็นแม่ขยับตัวตื่นขึ้นมาเด็กหญิงลุกขึ้นนั่งตาแป๋วพร้อมถามคนเป็นแม่ว่าเป็นอะไรด้วยแววตาฉงนปนงัวเงีย
“ไม่เป็นไรค่ะนีน่านอนนะคะ”
ณดาปลอบให้ลูกสาวของเธอนอนลงแล้วกอดให้หลับไปดังเดิมเธอทำลูกเธอตื่นอีกแล้วหญิงสาวยิ่งมองหน้าลูกของเธอก็ยิ่งทำให้เธอนั้นคิดถึงใครบางคนที่ทิ้งไปปฏิเสธไม่ได้ว่าหน้าตาของทั้งสองเหมือนกันมากจริงๆ
หลังจากคืนที่โหดร้ายในสี่ปีก่อนผ่านไปหญิงสาวแทบไม่เป็นผู้ไม่เป็นคนกินไม่ได้นอนไม่หลับสองสามเดือนต่อมาณดาก็ได้รู้ว่าตัวของเธอนั้นตั้งครรภ์ทำให้ต้องหันกลับมาดูแลตัวเองและสู้กับชีวิตอีกครั้งเพราะตอนนี้เธอไม่ใช่ตัวคนเดียวเธอไม่เสียใจเลยที่ตั้งท้องโดยที่ไม่ได้ตั้งใจดีใจที่อย่างน้อยเธอก็จะมีใครอีกคนที่มาอยู่กับเธอ
ในตอนที่ตั้งครรภ์อ่อนๆณดาย้ายมาอยู่ที่เชียงรายเพราะเป็นบ้านเก่าของแม่เธอหญิงสาวขายของมีค่าทั้งหมดและหุ้นเงินกับเพื่อนของเธออีกสองคนเปิดโฮมสเตรย์เล็กๆที่มีรายได้พอจุนเจือชีวิตถึงจะไม่มากนักแต่เมื่อแบ่งกำไรกับเพื่อนของเธอแล้วก็พออยู่ได้อย่างไม่ขัดสน
เช้าวันต่อมา
โรงเรียนอนุบาลXXX
“เป็นเด็กดีนะคะนีน่าเดี๋ยวเลิกเรียนแล้วคุณแม่จะมารับนะคะ”
ณดาพานีน่ามาส่งที่โรงเรียนแต่เช้าณดาสบายใจที่วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันที่สองแล้วแต่ลูกของเธอไม่มีอาการงอแงให้เธอเห็นเลยแม้แต่น้อย
“ค่ะ”
ฟอดด...ฟอดด
“บ๊ายบายค่ะคุณแม่”
นีน่ากอดหอมคนเป็นแม่เสร็จแล้วจึงรีบวิ่งเข้าไปข้างในชั้นเรียนเด็กหญิงดูชอบมากกับการที่ได้เจอเพื่อนเยอะๆดูจากการที่กลับไปก็พูดชื่อของเพื่อนให้คนเป็นแม่ฟังไม่หยุด
โฮมสเตรย์อุ่นรัก
ณดาขับรถมาที่ออฟฟิศของโฮมสเตรย์หลังจากที่ไปส่งลูกสาวเสร็จ
“ทำไมหน้าเคร่งเครียดกันแบบนี้ล่ะ”
หญิงสาวเริ่มขมวดคิ้วเมื่อเห็นเพื่อนทั้งสองนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดเคร่งเครียดกัน
“ก็เดือนหน้าดูเหมือนจะไม่มีใครจองที่พักของเราเลยน่ะสินิด”
นิชาเพื่อนสาวของณดาที่ทำหน้าที่เป็นแอดมินตอบรับการจองของลูกค้าบ่นกับเพื่อนเธอที่พึ่งเข้ามาหน้ามุ่ยเพราะช่วงนี้เธอรู้สึกว่าคนท่องเที่ยวและเลือกที่พักที่นี่น้อยเหลือเกิน
“เอาน่า..นี่มันก็ยังพึ่งจะกลางเดือนเอง”
ณดาไม่อยากให้ทุกคนกังวลใจจนเสียสุขภาพจิตและไม่มีสมาธิทำอย่างอื่นเธอยังเชื่อว่ายังไงธุรกิจของพวกเธอก็ต้องอยู่ได้
“ฉันก็ยังกังวลอยู่ดีปกติที่พักของเราจะเต็มตลอดคนจองคิวล่วงหน้ากันเยอะแต่ตอนนี้ไม่มีเลย”
หนามเตยยังทำใจให้ปกติเหมือที่ณดาบอกไม่ได้เพราะตั้งแต่เปิดโฮมสเตรย์มาช่วงนี้เป็นช่วงที่ซบเซาที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลย
“อืมม..งั้นแบบนี้เราก็ต้องเร่งโปรโมทแล้วล่ะ”
ณดาเห็นว่าการโปรโมทเพิ่มก็น่าจะทำให้คนเห็นโฮมสเตรย์ของพวกเธอมากขึ้นน่าจะเป็นวิธีแก้ปัญหาในตอนนี้
“โปรโมทจนงบจะหมดแล้วยังไม่กระดิกมีเข้ามาเลย”
หนามเตยลองมาทุกวิธีแล้วแต่ดูเหมือนจะเอาเงินไปสูญกับการโปรโมทเปล่าๆ
“งั้นเราก็ต้องใช้วิธีใหม่”
ณดายืนกอดอกขมวดคิ้วเริ่มครุ่นคิดถึงวิธีการที่จะเรียกลูกค้าแบบใหม่ๆ
“ยังไง/ยังไง”
หนามเตยและนิชาหูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินณดาพูดถึงวิธีใหม่พวกเธออยากจะรู้ว่าไอ้วิธีใหม่ที่ณดาพูดมันคืออะไรพวกเธอจะได้ลงมือทำกันเลย
ชั่วโมงต่อมา
“แบบนี้มันจะได้ผลจริงหรอ”
หนามเตยกำลังถือกล้องถ่ายรูปเพื่อเช็กความเรียบร้อยให้พร้อมก่อนจะถ่ายวีดีโอ
“ฉันว่าทำให้คนเห็นภาพจริงๆว่ามาที่นี่ได้อะไรบ้างนอกจากถ่ายรูปอย่างเดียวมันก็น่าจะโอเคนะ”
ณดาคิดว่าวิธีนี้น่าจะเรียกนักท่องเที่ยวได้เมื่อเธอเป็นคนพาชมที่โฮมสเตรย์เองให้ดูถึงกิจกรรมของที่นี่และอาหารการกินเธอคิดว่าหากมันออกมาในรูปแบบวีดีโอคนน่าจะสนใจกว่ารูปภาพ
“เอาไงก็เอาเถอะขอให้ได้ผลก็แล้วกัน”
นิชาคิดว่าหากพวกเพื่อนเธอคิดอะไรออกก็ทำเลยเพราะตอนนี้หัวสมองของเธอตื้อไปหมดแล้ว
“เอาละนะ..1..2..3”
“สวัสดีค่ะฉันณดานะคะเป็นคนที่ดูแลทุกอย่างในโฮมสเตรย์อุ่นรักวันนี้ฉันจะพาทุกคนมาดูที่พักทุกรูปแบบและกิจกรรมกับอาหาร.....”
คลิปวีดีโอทั้งหมดจะมีณดาเป็นคนที่ดำเนินการอธิบายรายละเอียดต่างๆให้เข้าใจง่ายและได้ใจความโดยมีหนามเตยเป็นตากล้องให้และในคลิปก็จะมีนิชาเข้ามาร่วมแจมด้วยนิดหน่อยวีดีโอนี้ณดาตั้งใจทำมันมากเพราะคิดว่าเป็นการโปรโมทรูปแบบที่เธอไม่เคยได้ทำก่อนหวังว่าการลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ๆของเธอครั้งนี้ผลตอบรับที่ได้ขอให้มันดีดั่งที่เธอคิด
เย็นของวัน
“สวัสดีค่ะน้านิน้าเตย”
นี่น่ากลับมาจากโรงเรียนหลังจากที่คนเป็นแม่ไปรับมาได้เด็กหญิงก็ทักทายทุกคนโดยที่ไม่ต้องมีใครบอก
“สวัสดีค่ะ...สาวน้อยไปโรงเรียนมาสนุกมั้ยคะ”
นิชารีบเข้าไปหาหลานสาวของเธอที่นับวันๆจะทำให้พวกเธอหลงอยู่เรื่อยๆกับคำพูดหวานๆ
“สนุกค่า”
เด็กหญิงตอบเสียงดังฟังชัดพร้อมยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี
“โอ้โหท่าทางจะสนุกจริงๆนะเนี่ย”
หนามเตยได้ยินเสียงของเด็กหญิงจึงต้องหยุดมือจากการทำงานเพราะตกใจเสียงหากหลานของเธอจะสนุกขนาดนี้คงจะชอบการไปโรงเรียนมากแน่ๆ
“ฮ่าๆๆ”
ณดาหัวเราะให้กับความสดใสของลูกสาวเธอนี่แหละที่เป็นสีสันในชีวิตของเธอที่ไม่ว่าเจอเรื่องอะไรก็ทำให้เธอสู้ต่อได้
“เออ..คลิปตัดจะเสร็จแล้วนะ”
หนามเตยทำคลิปที่ณดาถ่ายวันนี้ช่วงเช้าเกือบเสร็จแล้วเธอไม่ต้องตัดอะไรมากเพราะณดาทำงานอย่างลื่นไหลทีสุด
“ไวมาก..”
นิชาหันมาหาหนามเตยเธอเองยังอึ้งที่เห็นว่าเพื่อนเธอทำงานไวเหลือเกิน
“ก็นิดพูดได้ลื่นไหลขนาดนั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะต้องตัดต่อมากมายพรุ่งนี้ก็น่าจะลงได้”
“ดีแล้วยิ่งลงไวยิ่งดีเราจะได้รูว่าฟีดแบคดีมั้ย”
ณดาเองเห็นว่าหากลงไวเท่าไรก็ยิ่งดีเพราะเธอจะได้รู้ว่าผลตอบรับมันดีหรือไม่หากยังไม่ดีเธอเองก็จะลองหาสิ่งใหม่ๆทำเพื่อการโปรโมทยังไงเธอก็จะต้องทำให้กิจการของเธออยู่ให้ได้
บริษัทศุภวรเกียรติ
“ผมยังไม่เห็นด้วยที่เราจะลงทุนในตอนนี้นะครับคุณอา”
ในห้องประชุมของวันนี้ที่มีเคลวินประธานใหญ่ของบริษัทนัดประชุมด่วนอคิณไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องในการประชุมวันนี้เท่าไรจึงต้องออกเสียงค้านเพราะเคลวินต้องการลงทุนสร้างบ้านจัดสรรค์เพิ่มแต่อคิณเห็นว่าตอนนี้ผลกำไรของบริษัทที่ได้มายังเป็นการเสี่ยงที่จะลงทุนอะไรเพิ่ม
“ผมเห็นด้วยกับคุณคิณนะครับ”
“ใช่ๆพวกเราก็เห็นด้วย”
หุ้นส่วนรายย่อยทั้งหมดก็ไม่มีความเห็นด้วยกับเรื่องนี้เช่นกันหากอคิณไม่เอ่ยปากค้านพวกเขาคงไม่กล้าแต่นี่อคิณที่เป็นรองประธานเอ่ยปากขึ้นมาพวกเขาเลยกล้าออกความคิดเห็น
“เอาเป็นว่าเรื่องนี้ผมจะพักไว้ก่อนก็ได้ไว้บริษัทเรามีผลกำไรมากกว่านี้ก่อนค่อยว่ากันอีกทีงั้นขอจบการประชุมเท่านี้นะครับ”
เคลวินจำต้องจำใจรับฟังเสียงส่วนมากเพราะตอนนี้เขาเหมือนมีหัวเดียวกระเทียมลีบเสียแล้ว
“คุณอาไม่ว่าอะไรใช่มั้ยครับที่ผมไม่เห็นด้วย”
ก่อนออกจากห้องประชุมอคิณอยู่คุยกับเคลวินก่อนเพราะวันนี้เขาค่อนข้างทำอะไรที่ดูเหมือนจะหักหน้าคนที่เขาเคารพเขาจำเป็นต้องทำเพื่อความอยู่รอดของบริษัท
“อาจะว่าอะไรได้สิ่งที่อาขอความเห็นจากทุกคนอาก็ได้ความเห็นแล้วเอาเป็นว่าหากผลกำไรมากขึ้นเมื่อไรคิณคงไม่ขัดอะไรอาหรอกนะ”
เคลวินฉีกยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้าเรื่องนี้เขายอมรับว่าเขาจะต้องวางมือเอาไว้ก่อนแต่ก็มิวายเกริ่นว่าหากอนาคตผลกำไรของบริษัทมากขึ้นเขาก็จะทำสิ่งที่ต้องการและหวังว่าจะไม่มีใครขัด
“ครับคุณอา”
หากผลกำไรมากพออคิณเองก็ไม่ขัดเคลวินที่จะลงทุนอะไรเพิ่มอยู่แล้วเขาให้สิทธิ์เคลวินเป็นหัวเรือมาตลอดแค่บางอย่างที่มันอาจจะทำให้บริษัทล่มได้เขาก็ต้องขัดเท่านั้นเอง
อคิณหนุ่มหล่อหน้าคมนัยตาน่าหลงไหลสุขุมนุ่มลึกสูงยาวเขาดีใครๆก็รู้จักเขานามนักธุรกิจหนุ่มหล่อที่หาตัวจับยากแถมยังไม่ค่อยออกสื่อเขาเป็นเจ้าของบริษัทจัดทัวร์แถมยังพ่วงตำแหน่งรองประธานบริษัทอสังหารายใหญ่ตอนนี้ชายหนุ่มเหลือตัวคนเดียวเพราะหลังจากที่พ่อของเขาเสียไปเพราะถูกใส่ร้ายและตรอมใจหลังจากนั้นชายหนุ่มก็กลับมาทวงทุกอย่างของเขาคืนตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนทุกวันนี้ถือว่าเป็นชายหนุ่มอีกหนึ่งคนที่มีความสามารถในการทำงานและความสามารถด้านอื่นๆอีกมากมาย
วันต่อมา
สนามยิงปืนXXX
ปังงง..ปังๆๆ...ปัง
“ยังแม่นเหมือนเดิมนี่หว่า”
คริสโตเฟอร์อดเอ่ยชมเพื่อนของเขาไม่ได้เมื่อเพื่อนของเขาฝีมือไม่ตกเลยสักนิเดียว
“อืม..ก็ต้องฝึกเรื่อยๆ”
อคิณคิดว่าฝีมือของเขามันก็มีตกได้หากไม่ได้ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
“ว่าแต่วันหยุดทั้งทีแกก็ขลุกอยู่กับสนามยิงปืน..สนามฟุตบอล..หรือไม่ก็ห้องหนังสือ..ไม่หาความสุขตามประสาผู้ชายบ้างวะ”
คริสโตเฟอร์เห็นว่าเพื่อนของเขาวันหยุดก็เอาแต่ชวนพวกเขาทำกิจกรรมไม่เห็นว่าเพื่อนตนจะมีสาวๆมาให้เห็นบ้างจนเต้องเอื้อนเอ่ยถามถึงอย่างอ้อมๆ
“นี่ไงความสุขของฉัน..ส่วนเรื่องที่แกหมายถึงมันไม่ต้องให้ใครเห็นก็ได้”
อคิณตอบได้เลยว่านี่มันก็คือความสุขของเขาส่วนเรื่องเรื่องที่เพื่อนของขาทำเป็นถามอ้อมๆเขาเข้าใจดีว่าเพื่อนของเขาหมายถึงเรื่องผู้หญิงตอนนี้เขาไม่ได้คิดจะหาเรื่องใส่ตัวเพราะเขารู้ว่าการมีแฟนหรือมีคนรักมันต้องแบ่งเวลาส่วนตัวของเขามากแค่ไหนหากจะเป็นผู้หญิงแบบชั่วครั้งชั่วคราวเขาก็มีบ้างแต่ก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องป่าวประกาศให้ใครเขารู้
“อ้าว..แสดงว่าแกก็ต้องมีซุกไว้บ้างใช่หรือเปล่า”
คริสโตเฟอร์ถึงกับอมยิ้มคิดว่าเพื่อนของเขาจะลาขาดจากเรื่องแบบนี้ไปเลยเสียอีก
“ผู้ชาย..ยังไงก็คือผู้ชาย..ฮ่าๆๆ”
ถึงเขาจะโสดยังไงเขาก็ผู้ชายเรื่องแบบนี้มันก็ต้องมีปลดปล่อยกันบ้าง
คฤหาสน์เดฟ
“จะเอายังไงต่อครับท่าน”
เจมส์เห็นคนเป็นนายมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่กันแน่
“อยู่เฉยๆไปก่อน”
เคลวินยืนมองผ่านหน้าต่างไปด้านนอกด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“คณพ่อขา..คิดถึงจังเลยค่ะ”
เคทเธอรีนกลับมาจากญี่ปุ่นก็รีบกลับมากอดคนเป็นพ่อช่วงนี้หลังจากที่เธอเรียนจบก็เอาแต่เที่ยวอย่างเดียวเป้าหมายของเธอก็คืออยากจะเที่ยวให้รอบโลกให้ได้
“พ่อนึกว่าเที่ยวจนลืมพ่อซะแล้ว”
เคลวินกอดต้อนรับคนเป็นลูกสาวที่เวลาไปเที่ยวทีก็หายไปเสียหลายวันจนเขาอดประชดไม่ได้เขาเองก็เหลือลูกสาวของเขาเพียงแค่คนเดียวอยากจะให้อยู่ด้วยกันแต่ในเมื่อลูกสาวของเขาอยากเที่ยวเขาก็ต้องตามใจเพราะเห็นว่าเป็นความสุขของลูก
“หืมม..ใครจะลืมคุณพ่อล่ะคะนี่ของฝากค่ะ”
เคทเธอรีนยังทำท่าทีออดอ้อนคนเป็นพ่อเฉกเช่นที่เคยทำตั้งแต่เด็ก
“ขอบใจลูก..อ้าวแล้วอีกถุงของใคร”
เคลวินเห็นว่าลูกสาวของเขาถือมาอีกถุงเขาอยากจะรู้ว่าลูกสาวเขาซื้อมาให้ใคร
“ของพี่คิณค่ะเดี๋ยวเคทเอาไปให้พี่คิณที่บ้านพรุ่งนี้ค่ะ”
“อ่อ..อืม”
เมื่อรู้ว่าของฝากเป็นของใครเขาก็ไม่ได้ถามอะไรเคทเธอรีนต่อเพราะเป็นเรื่องปกติที่เคทเธอรีนจะสนใจและใส่ใจกับอคิณมากเป็นพิเศษเพราะทั้งสองก็ค่อนข้างสนิทกันเขาไม่รู้ว่าอคิณคิดกับลูกสาวของเขาแบบไหนแต่เท่าที่เห็นก็น่าจะเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนนึงแต่ลูกสาวเขาน่ะสิน่าจะคิดไปไกลแล้ว
บ้านอคิณ
อคิณค้นหาที่พักในแบบที่ลูกทัวร์ของเขาติดต่อมาว่าอยากจะได้โฮมสเตรย์ที่ติดกับธรรมชาติเขาบังเอิญไปเจออะไรบางอย่างที่สะดุดตาเข้าเสียแล้ว
“หืม..”
คลิปวีดีโอพรีเซนท์ที่มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เขานั้นคุ้นเคยกำลังอธิยายอยู่นั้นทำให้เขาคิดอะไรบางอย่างออก
“ฉันจะทำให้เธอได้รู้ถึงความเจ็บปวดที่มากกว่าที่ฉันเคยได้รับเป็นร้อยเท่า”
คงร่วม4ปีได้ที่เขาได้หนีจากเธอมาเพราะแผนของเขาสำเร็จลุล่วงแต่เท่าที่เขาเห็นตอนนี้เธอคนนั้นยังมีชีวิตที่ดีเป็นถึงเจ้าของกิจการมันต่างจากที่เขาคิดเอาไว้ในเมื่อครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นทำลายครอบครัวของเขาก่อนเขาก็จะทำลายเธอให้ย่อยยับกันไปข้าง
3 วันต่อมา
โฮมสเตรย์อุ่นรัก
“อ๊ายย!!”
“เป็นอะไรยัยนิ”
หนามเตยสะดุ้งตัวโยนด้วยจู่ๆนิชาก็กรีดร้องสนั่นออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“มีคนจองที่พักของเราเต็มยันสองเดือนหน้าเลย”
นิชาแทบจะกระโดดเสียให้ได้เมื่อจู่ๆก็มีคนติดต่อจองห้องพักมาแบบรัวๆหลังจากที่พึ่งจะโปรโมทคลิปที่ณดาทำได้ไม่นาน
“อะไรนะ...แสดงว่าคลิปของนิดได้ผลนะเนี่ย”
หนามเตยถึงกับตาโตพร้อมหันไปหาณดาบอกว่าสิ่งที่เธอทำมันได้ผลเกินคาด
“ฉันบอกแล้วไงว่าเราจะต้องไม่วิกฤต”
ณดารู้สึกโล่งใจที่สิ่งที่เธอคิดมันเป็นผลสำเร็จตอนนี้เธอก็ยิ้มได้ออกมาจากใจจริงๆสักที
20.00 น.
“คุณแม่ขา”
“ว่าไงคะยังไม่ง่วงอีกหรอ”
ณดานั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบๆเธอคิดว่าลูกสาวของเธอนี่นอนอยู่บนเตียงจะหลับแล้วเสียอีก
“เพื่อนที่โรงเรียนมีคุณพ่อมารับด้วยค่ะเมื่อไรคุณพ่อจะมาหานีน่าล่ะคะตอนนี้นีน่ายังเป็นเด็กดีไม่พออีกหรอคะ”
เด็กหญิงเห็นเพื่อนที่โรงเรียนมีคุณพ่อมารับเธอเองก็อยากจะมีคุณพ่อมารับกับเขาบ้างเธอจำได้ว่าคุณแม่ของเธอบอกว่าหากเธอเป็นเด็กดีพ่อของเธอก็จะกลับมาหาแต่หนูน้อยก็ยังอยากรู้ว่าเธอต้องเป็นเด็กดีขนาดไหนพ่อของเธอจะกลับมาหาเร็วๆ
“อืมม...แค่เป็นเด็กดียังไม่พอค่ะ..นีน่าต้องเชื่อฟังคุณครูแล้วก็เรียนเก่งด้วยนะคะ”
ณดาต้องพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมาพร้อมฝืนยิ้มบอกกับคนเป็นลูกให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อนเธอคิดว่าหากลูกเธอโตขึ้นเธอจะอธิบายเรื่องนี้ให้ลูกเธอเข้าใจเอง
“ค่ะ..นีน่าจะเรียนเก่งๆคุณพ่อจะได้มาหานีน่าเร็วๆไงคะ”
“แต่ตอนนี้คนเก่งของแม่ต้องนอนได้แล้วนะ”
ณดาวางหนังสือลงแล้วเดินมานอนกอดลูกสาวของเธอที่เตียงเพื่อกล่อมให้หลับ
“ค่ะ”
ณดาไม่รู้หรอกว่าชีวิตนี้เธอจะสามารถทำให้ลูกสาวของเธอเจอกับพ่อของเขาได้หรือเปล่าหากจะต้องเจอจริงๆเธอเองก็ไม่รู้จะทำใจไม่ให้คิดเรื่องเก่าได้หรือไม่และพ่อของนีน่าจะอยากให้นีน่ามีตัวตนหรือเปล่าเธอเองก็ไม่รู้แต่ถ้าเป็นไปได้เธอขอไม่เจอจะดีกว่าแล้วเรื่องทุกอย่างเธอจะเป็นคนอธิบายกับนีน่าเองเมื่อลูกของเธอโตอยู่ในช่วงที่เข้าใจอะไรง่ายๆได้แล้ว
วันต่อมา
กรุงเทพมหานคร
บริษัทอคิณ
11.30 น.
“ฮัลโล..พี่คริส”
เคทเธอรีนเห็นคริสโตเฟอร์นั่งอยู่ในออฟฟิศที่เป็นกระจกทั้งหมดเธอเลยเปิดประตูเข้าไปทักทายด้วยความสนิทสนมเพราะเธอรู้จักกับคริสโตเฟอร์มานานในฐานะเพื่อนของอคิณ
“อ้าวน้องเคทไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรอครับ?”
คริสโตเฟอร์เห็นว่าเป็นเรื่องแปลกที่หญิงสาวจะอยู่เมืองไทยและเข้ามาที่นี่ส่วนมากเขาจะเจอเธอที่บ้านอคิณหรือก็เจอกันตามร้านอาหารมากกว่าเพราะหญิงสาวชอบเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจตั้งแต่เรียนจบมา
“เคทกลับมาแล้วค่ะ…ว่าจะเอาของฝากมาให้พี่คิณพอดีเคทไปที่บ้านแล้วก็ไม่เจอค่ะ”
เคทเธอรีนมาที่นี่เพื่อเอาของฝากมาให้อคิณเพราะเมื่อวันก่อนเธอไปที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่จึงคิดว่ามาที่บริษัทคงจะเจอตัวแต่ก็เจอแถมติดต่อไม่ได้อีกต่างหาก
“อืม..วันนี้ไอ้คิณมันก็ไม่ได้เข้าบริษัทนะ”
คริสโตเฟอร์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อนของเขาหายหัวไปไหน
“อ้าวหรอคะ?”
//ไปไหนของเค้ากันนะ//
เคทเธอรีนมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่ขนาดคริสโตเฟอร์เพื่อนสนิทกับอคิณยังทำท่าไม่รู้เลยว่าอคิณอยู่ที่ไหน
“ว่าแต่มีของไอ้คิณคนเดียวใช่มั้ยครับ”
คริสโตเฟอร์แกล้งหาเรื่องหยอกหญิงสาวเล่นเพื่อไม่ให้เธอคิดมากเขารู้ว่าเคทเธอรีนนั้นคิดกับเพื่อนของเขายังไงคงผิดหวังน่าดูที่ไม่ได้เจออคิณวันนี้
“อะ..เอ่อ..ค่ะ”
เคทเธอรีนเกาหัวแก้เก้อเล็กน้อยเพราะเธอตั้งใจจะซื้อของมาให้อคิณคนเดียวจริงๆนั่นแหละและก็ไม่ได้คิดตั้งแต่คราแรกว่าจะเอามาให้เขาที่นี่ด้วย
“ว้า..นึกว่ามีของพี่ด้วยซะอีก”
“อืมม..เคทเลี้ยงข้าวพี่คริสแทนก็ได้ค่ะจะเที่ยงพอดี”
เคทเธอรีนหาเรื่องปลอบใจคริสโตเฟอร์โดยจะพาไปเลี้ยงข้าวแทนหวังว่าพี่ชายคนนี้ของเธอจะไม่งอนอีกอย่างเธอก็อยากจะมีเพื่อนทานข้าวกลางวันอยู่แล้วเพราะเธอกะเวลามาที่นี่เพราะอยากจะทานอาหารกลางวันกับอคิณ
“พี่ล้อเล่นไม่ต้องเลี้ยงข้าวพี่ก็ได้”
คริสโตเฟอร์รีบตอบปฏิเสธเพราะเขาแค่ล้อเธอเล่นเท่านั้นเมื่อเห็นหญิงสาวมีท่าทีจริงจังจึงเลิกแกล้งเธอ
“เคทอยากหาเพื่อนทานข้าวด้วยพอดีค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นยินดีครับ”
หากหญิงสาวอยากได้เพื่อนทานอาหารกลางวันเขาก็ยินดีเพราะนี่มันก็ใกล้เที่ยงแล้วเขาต้องออกไปหาอะไรทานอยู่ดี