ตอน 2

นภาแม่เลี้ยงของเธอเกือบจะชนเข้ากับร่างเล็กของลูกเลี้ยง นภาเป็นผู้หญิงที่เคยแต่งงานมาแล้ว ยังมีลูกติดเธออายุสี่สิบปีแต่ยังสวยปิ๊ง หน้าเด็กดูเผิน ๆ ยังนึกว่าเป็นเด็กสาวอายุยี่สิบกว่าปีคงเพราะเป็นผู้หญิงตัวเล็กและผอมบาง แน่นอนว่าความสวยนี้ได้มาเพราะเข้าคลินิกศัลยกรรมมามากมายจึงทำให้เธอยังมีสภาพอ่อนกว่าวัยเช่นนี้

เพราะสวยแบบนี้จึงได้มัดใจหนุ่มสูงวัยอายุห้าสิบสองอย่างพ่อของเธอได้สบาย หลังจากคบกันได้ไม่นานนภาก็ท้องพ่อจึงต้องรีบแต่งงานกับเธอ

นภาร้องทักคล้ายจะตกใจทั้งแปลกใจที่เห็นนาเดียร์

"อ้าว เดียร์ หนูอยู่บ้านเหรอจ๊ะ"

นาเดียร์มองไปที่อิฐญาติที่นาเดียร์คิดว่าเป็นญาติปลอมของนภาทันที หญิงสาวเม้มปากเมื่ออิฐทักทายเธอแล้วเดินเลี่ยงไปทันใด นภาปรับสีหน้าให้ราบเรียบดูไม่มีพิรุธอะไรก่อนจะถามย้ำ

"แม่นึกว่าหนูยังไม่กลับซะอีก กินอะไรมาหรือยังจ้ะ เดี๋ยวให้อิ่มเตรียมอะไรให้กินดีหรือเปล่า"

นภาหมายถึงอิ่มแม่บ้านของที่นี่

นาเดียร์มองผู้หญิงคนนั้นด้วยสายตารู้ทัน เธอไม่มีอารมณ์จะกินอะไรแล้ว คิดหาทางจับผิดผู้หญิงคนนี้ แม้จะท้องโตแต่นภายังมีใบหน้าสวย รูปร่างดีไม่เหมือนคนท้องทั่วไป ผู้หญิงคนนี้ระมัดระวังเรื่องรูปร่างเป็นอย่างมากจึงยังสวยปิ๊งจนพ่อของเธอหลงจนโงหัวไม่ขึ้น

"เมื่อกี้ฉันเห็นนะ ว่าพวกคุณกำลังทำอะไร คิดลักลอบเล่นชู้ก็ไปให้ไกล ๆ จากบ้านของฉัน ไม่รู้เหรอว่ามันสกปรก"

นภาจบการแสดงมาหรือเปล่าไม่รู้ แต่เมื่อได้ยินคำพูดนั้นเธอน้ำตาคลอขึ้นมาทันที

"เธอเข้าใจผิดแล้ว เล่นชู้อะไร อย่ามาใส่ความกัน อิฐเป็นพี่ชายของฉันนะ นาเดียร์หนูคิดมากไปแล้วจ้ะ แม่เองก็มีน้องของหนูอยู่ในท้องนะ ไม่ทำเรื่องแบบนี้แน่นอน เลิกมองอิฐและแม่แบบนั้นได้แล้ว พวกเราเป็นญาติกันจริง ๆ"

นาเดียร์มองเห็นพิรุธในสายตาของนภา และเธอก็ได้ยินคำนั้นจริง ๆ ที่พวกเขาแอบพูดคุยกัน หญิงสาวจึงแกล้งขู่แม่เลี้ยงโดยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วบอกเสียงต่ำ

"ฉันถ่ายรูปไว้หมดแล้ว หลักฐานอยู่ในนี้ฉันจะคอยดูว่าถ้าพ่อเห็นพ่อจะว่ายังไง ไล่เธอออกจากบ้าน หย่า หรือฟ้องเรียกค่าเสียหายโทษฐานสวมเขากันนะ"

ว่าแล้วนาเดียร์ก็หันหลังเดินหนี เธอแค่อยากจะเห็นผู้หญิงคนนั้นร้อนรนเพราะคำพูดโกหกที่เธอสร้างขึ้นมาว่าเธอเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้า

เธอเกือบจะลงบันไดอยู่แล้วนภาก็ตามมาทัน มือข้างหนึ่งของนาเดียจึงถูกนภาคว้าเอาไว้ และยังพยายามแย่งโทรศัพท์ในมือของเธอไป

"เอามานี่นะ เธอถ่ายอะไร เอามาให้ฉันดู"

แรงของนภามากพอสมควร จึงทำให้นาเดียร์รู้สึกเจ็บ ปกตินาเดียร์รู้สึกไม่ชอบนภาอยู่แล้ว ผู้หญิงคนนี้ยังกล้ามาแตะต้องตัวเธอทำให้นาเดียร์พยายามผลักเธอออก แต่นภาก็ไม่ยอมน้ำเสียงของผู้หญิงคนนั้นเข้มขึ้นและเหมือนจะใช้อำนาจ

"เด็กคนนี้ดื้อแล้ว เอาโทรศัพท์มาให้แม่เธอจะใส่ร้ายแม่ไม่ได้นะ เอามา แม่บอกให้เอามา!"

นาเดียร์ตะโกนกลับทันใด

"แม่ฉันตายไปแล้ว คุณไม่ใช่แม่ของฉัน มีสิทธิ์อะไรมาเรียกตัวเองว่าแม่ คุณก็แค่ผู้หญิงหิวเงินคนหนึ่งที่หวังเกาะพ่อของฉันก็เท่านั้น"

พูดจบหญิงสาวก็ผลักนภาสุดแรงเกิด แน่นอนว่าเกิดจากความโกรธที่ผู้หญิงคนนี้กล้ามาเรียกตัวเองว่าแม่ต่อหน้าเธอ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้นาเดียร์ถึงกับตกตะลึง เมื่อตรงนั้นคือขั้นบันไดสูง

นภากำลังท้องได้เจ็ดเดือนกว่า  นาเดียร์จึงพยายามคว้าของแม่เลี้ยงเอาไว้ แต่ไม่ทันเสียแล้วเมื่อผู้หญิงคนนั้นหงายหลังและกลิ้งคล้ายกับลูกบอลตกลงไปกระแทกบันไดลงสู่พื้นข้างล่าง

นาเดียร์ยืนนิ่งอยู่กับที่ ขาของเธอก้าวไม่ออกเธอตกใจจนตัวสั่นและได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่

หญิงสาวได้ยินเสียงตะคอก และเห็นพ่อของเธอกำลังวิ่งเข้ามาคว้าภรรยาของเขาเอาไว้ พร้อมกับตะโกนให้คนเรียกรถพยาบาล เป็นเวลากว่าชั่วโมงที่สติของนาเดียร์หลุดลอยไป

บ้านเงียบเชียบ แม่บ้านทำความสะอาดพื้นเสร็จแล้ว ที่หน้าบันไดตรงนั้นทำให้นาเดียร์ยิ่งตัวสั่น เลือดของนภาที่ไหลทะลักออกมาทำให้เธอหวาดกลัว

เธอกลัวว่าเธอจะกลายเป็นฆาตกร

"คุณหนูคะ"

ป้าแม่บ้านเอานมอุ่นมาให้เธอ นาเดียร์ไม่ได้ร้องไห้แต่ก็ใบหน้าซีดจนดูน่ากลัว ป้าแม่บ้านเขย่าร่างบางเล็กน้อยเรียกเธอซ้ำอีกครั้ง

"คุณหนูกลัวเหรอคะ ไม่ต้องห่วงนะคะถึงมือหมอแล้วคุณผู้หญิงต้องปลอดภัย"

ถึงจะปลอบเธอแบบนั้นแต่ป้าแม่บ้านกลับเสียงสั่น แน่นอนว่าภาพคนตกเลือดต่อหน้าต่อตานั้นช่างเป็นภาพที่น่าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง

นาเดียร์มองโทรศัพท์ในมือ เธอยังคงสั่นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะกดโทรหาคนรักแต่เขากลับปิดเครื่องไปแล้ว เธอจึงส่งข้อความเสียงไปทางไลน์ บอกเขาว่าเกิดเรื่องใหญ่กับเธอให้เขารีบโทรกลับ

หลังจากนั้นก็มีสายเข้า เป็นนานาเพื่อนของเธอเอง

นานา : มึง พรุ่งนี้ตกลงวันเกิดจัดที่ไหน

นาเดียร์ : .....

นานา : อิกวางป่ามึงฟังกูอยู่มั้ยฮึ กูจะโทรมาคุยเรื่องวันเกิดมึงอาทิตย์หน้าน่ะ จะจองผับไหนดีจะได้จองเลย หรือจะไปฉลองกับพี่ขุนกันสองคนไม่เอาเพื่อนฝูงไปด้วย แบบนั้นไม่ได้นะมึง ยังไงปีนี้มึงต้องไปฉลองกับพวกกู ไปปาร์ตี้กันดีกว่าจากนั้นมึงจะไปแซ่บฉลองหวานกันที่ไหนก็เชิญ กูอยากเต้น เข้าใจมั้ยว่าร่างกายต้องการผับบาร์

นาเดียร์ : ....มึง นา....กู.....ฮือ ฮือ ฮือ...ช่วยกูด้วย

หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมง นานาก็นั่งแท็กซี่มาถึงบ้านเพื่อนรัก หลังได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นนานาก็ได้แต่พูดปลอบ

"มึงอย่าคิดมาก อาจไม่เป็นอะไร เอางี้กูไปดูที่โรงบาลให้มึง ดูว่าอาการเป็นยังไงบ้าง เดี๋ยวกูพยายามโทรหาพี่ขุนให้ เขาอาจจะเหนื่อยจนหลับไป นี่มันก็ดึกแล้วนะมึง พรุ่งนี้เขาคงโทรมา มึงใจเย็น ๆ นะ"

นาเดียร์ได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ น้ำตานองแก้มกอดเพื่อนสาวแน่น หลังจากนั้นเรื่องหายนะก็เกิดขึ้น ระหว่างที่นานากำลังจะไปดูสถานการณ์ที่โรงพยาบาลให้เพื่อนนั้น พ่อของนาเดียร์ก็กลับมาถึงบ้าน

นาเดียร์ลุกขึ้นตั้งใจจะถามอาการของแม่เลี้ยง ทว่าเธอยังไม่ทันอ้าปากฝ่ามือใหญ่ก็ตบเข้าที่ใบหน้าของเธอทันที

"นั่นมันน้องแกที่อยู่ในท้องของนภา เขาเป็นน้องแกเป็นคนเหมือนกับแก แกกลับพยายามฆ่าคน ไสหัวไปให้พ้นจากหน้าฉัน แกมันไม่ใช่ลูกของฉันแล้ว แกมันคนอำมหิต"

นาเดียร์สะอื้นฮัก ความรู้สึกตอนนี้เหมือนว่าโลกนี้มันล่องลอยหายไปต่อหน้าแล้ว เธอฆ่าคนตาย เธอฆ่าคนตายแล้ว

คำคำนี้มันก้องอยู่ในหัวพร้อมกับคำพูดที่ทำให้เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

"ไสหัวออกไปจากบ้านของฉัน แกไม่ใช่ลูกของฉันอีกต่อไป"

นาเดียร์ทรุดเข่าลงบนพื้น สองมือปิดหน้าร้องไห้จนตัวโยน นานาวิ่งเข้ามากอดเพื่อน พ่อของนาเดียร์กลับไปโรงพยาบาลแล้วเพื่อเฝ้าภรรยาของเขา

นาเดียร์ยังนั่งนิ่ง เพื่อนสาวของเธอปล่อยให้เพื่อนร้องไห้จนพอก่อนจะบอกว่า

"มึง ไปนอนห้องกูก่อนมั้ย ให้พ่อมึงอารมณ์ดีก่อนค่อยกลับมา"

นาเดียร์ไม่พูดอะไร เธอรู้ดีว่าเพื่อนของเธออยู่หอพักยังมีเพื่อนสาวอีกคนช่วยแชร์ค่าห้อง ถ้าเธอไปอยู่ที่นั่นอีกคนเธอก็เกรงใจเพื่อนสาวของนานา ตอนนี้คนที่เธอพอจะพึ่งพาได้ก็คือขุนพลแฟนหนุ่มของเธอ

"กูจะไปหาพี่ขุน มึงเรียกแท็กซี่ให้กูหน่อย"

"ได้ ๆ กูไปเป็นเพื่อนมึงนะ ไปคอนโดพี่ขุนด้วยกันกูจะไปส่งมึงเอง ลุกขึ้นเพื่อน เดี๋ยวกูให้ป้าเขาโทรให้ยามหน้าหมู่บ้านเรียกแท็กซี่ให้"

นานาประคองเพื่อนรักให้ลุกขึ้น ในตอนนั้นเองที่โทรศัพท์ของนาเดียร์เกิดเสียงเตือนของแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นติด ๆ กัน

ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง

นานาเป็นคนถือโทรศัพท์นาเดียร์เอาไว้ เธอจึงเปิดดูข้อความแทนเพื่อนรัก แต่สิ่งที่นานาเห็นทำให้เธอแทบอยากจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง

นาเดียร์มองหน้าเพื่อน

"มีไร ใครส่งไรมามึงเอามาให้กูดู"

นานากลืนน้ำลายลงคอ ตอนนี้ถ้านาเดียร์เห็นภาพนี้เพื่อนของเธออาจจะรับไม่ไหว แต่นาเดียร์เห็นความผิดปกติของเพื่อนเธอจึงแย่งโทรศัพท์มาดูเอง

และแล้วภาพที่ถูกส่งมาจากมือถือของขุนพล ทำให้เธอถึงกับช็อกจนทำโทรศัพท์ร่วงลงพื้น ทั้งหมดคือภาพและวิดีโอของขุนพลกับผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังมีอะไรกันอย่างถึงพริกถึงขิงเหมือนภาพในหนังเอวีไม่มีผิดเพี้ยน!

ตอน 3

ห้าปีต่อมา

นาเดียร์ยืนกอดอกคอยืดคอยาวเพื่อมองกระเป๋าสีแดงของตัวเองที่กำลังไหลออกมาจากสายพาน จนกระทั่งกระเป๋าขนาดสามสิบนิ้วยี่ห้อดังสีกระแทกตาไหลออกมาถึงหน้าเธอจึงลากมันออกมาอย่างเร่งรีบเพราะมีคนเบียดมาจากด้านหลัง

โชคดีที่เธอใช้กระเป๋าสีแดงสดอันเป็นสีที่ปกติคนทั่วไปไม่ค่อยใช้กันเธอจึงไม่ต้องเสียเวลาหากระเป๋าของตัวเองนานนัก เมื่อเดินออกมาจนกระทั่งออกมาถึงประตูทางออกที่มีคนมาคอยรับผู้โดยสารจอแจ แต่ว่าในผู้คนจำนวนมากนี้ไม่มีคนของเธอเลยแม้แต่คนเดียว

ก็แน่ล่ะ เพราะเธอกลับมาโดยที่ไม่บอกใคร

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จู่ ๆ พ่อของเธอก็ล้มในห้องน้ำ ทำให้ศีรษะกระแทกและตอนนี้เขากลายเป็นชายพิการที่ไม่สามารถขยับตัวได้ ปัญหาเกิดขึ้นเพราะว่าเธอคือคนที่พ่อระบุว่าคือรองประธานที่มีอำนาจเต็มในการบริหารงานบริษัทแทนเขา

เพราะแบบนี้ทำให้เลขาของพ่อรวมทั้งกรรมการหลายคนตามหาตัวเธอให้ว่อนเพื่อมาเซ็นเอกสารมอบอำนาจในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เรื่องนี้ทำให้นาเดียร์ประหลาดใจ พ่อเป็นคนไล่เธอและตัดขาดเธอจากการเป็นลูกสาว ทำไมเขาถึงได้ยังคงมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอล่ะ

หรือว่าสมองของผู้ชายคนนั้นเพี้ยนไปแล้ว

หลายปีมานี้นาเดียร์ใช้ชีวิตที่อังกฤษอย่างยากลำบาก หลังจากตัดขาดทุกสิ่งในชีวิตวันนั้นเธอใช้เวลาไม่ถึงสามวันก็ตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เมืองไทย ไปเริ่มต้นใหม่ที่อังกฤษ

เธอไม่ได้ไปพบกับขุนพลหลังจากที่ยอมรับความจริง ว่าสุดท้ายเธอก็ถูกผู้ชายคนนั้นหักหลัง เขายอมรับด้วยตัวเองว่าเขามีผู้หญิงคนนั้น หากเธอเลือกที่จะไปเขาก็ไม่รั้งไว้ เพราะเขาคือคนผิดเอง

นาเดียร์เลือกที่จะเดินออกมาจากชีวิตผู้ชายคนนั้น แต่เธอกลับเหมือนถูกทิ้งเสียเอง  ถูกแฟนหักหลังถูกพ่อไล่ออกจากบ้าน และไม่รู้ว่าตัวเองจะกลายเป็นฆาตรกรฆ่าคนหรือเปล่า ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นยังอยู่ในห้องไอซียู

เธออยากไปเยี่ยมเด็กที่โรงพยาบาล แต่สายตาของพ่อในวันนั้นทำให้เธอไม่กล้า วันทั้งวันจึงเอาแต่นั่งร้องไห้อยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง ตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่ติดต่อใครอีก และก็ไม่มีใครตามหาเธอเช่นกัน

หลายครั้งที่นาเดียร์คิดสั้น แต่เมื่อคิดถึงแม่ตอนที่ยังมีชีวิต ทำให้นาเดียร์มีสติ

เพราะหนูคือของสำคัญของแม่ แม่แค่หวังให้หนูใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แม่รักหนูนะลูก แม่ไม่ได้หวังให้หนูรักแม่ตอบแทน ขอแค่หนูรู้จักรักตัวเองก็พอ

คำ ๆ นี้ของแม่ทำให้เธอรู้สึกผิดหากจะทำลายชีวิตของตัวเองลง

แต่วันนั้นเป็นวันที่เธอตัดสินใจโทรหายายที่อังกฤษ คนแก่สองคนที่เป็นญาติที่หลงเหลืออยู่และเป็นสายใยที่ทำให้เธอยังรู้สึกว่าแม่ยังอยู่ตรงนี้ คนที่เธอลืมไปแล้วว่ามีพวกเขาอยู่

เธอเคยไปหาตากับยายพร้อมกับแม่ทุกปี ในตอนที่แม่ยังอยู่ แต่หลังจากแม่จากไปเธอก็ไม่เคยติดต่อพวกเขาอีก ในตอนที่เธอโทรหานั้นเหมือนว่าตากับยายจะรู้ว่าเธอกำลังทุกข์ใจ พวกเขากลัวว่าจะไม่ได้พบเธออีกก่อนที่พวกเขาจะตายไป ที่แท้คนแก่สองคนนั่นก็ยังรอเธออยู่เสมอ

"ถ้าอยู่เมืองไทยทำให้นาเดียร์ทุกข์ใจ ก็มาอยู่กับตายายที่นี่ดีหรือเปล่า"

นี่คือสิ่งที่คนสองคนพูด ในตอนนั้นนาเดียร์จึงตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งการเรียนในปีสุดท้ายเธอก็ไม่สนใจ ชีวิตใหม่ของเธออยู่ที่อีกฟากหนึ่งของโลก ชีวิตที่ไม่มีพ่อ ไม่มีผู้ชายเฮงซวยคนนั้นอีกต่อไป

หลังจากมาถึงลอนดอนนาเดียร์ไม่ได้เรียนต่อ เธอใช้ชีวิตอยู่บ้านหลังเล็กของตายาย และไปทำงานในร้านอาหารไทยเพื่อลืมทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะลืมความเจ็บปวดเธอจึงทำงานหนักเพื่อไม่ให้ตัวเองว่าง

สองปีต่อมาตาของเธอก็เสีย และอีกหนึ่งปีต่อมายายของเธอก็ป่วยและตายตามไป ความสุขที่ยังพอเยียวยาเธอได้จากไปแล้ว นาเดียร์จึงต้องอยู่คนเดียวแม้จะไม่ลำบากนักเพราะตากับยายยกเงินประกันชีวิตของตนเองให้เธอเป็นทายาทผู้รับมรดก ในตอนนั้นเจ้าของร้านอาหารไทยที่เธอทำงานมาหลายปี อยากขยายกิจการนาเดียร์ได้เงินประกันชีวิตของตาและยายเธอจึงตัดสินใจลงทุนร่วมกับเจ้าของร้านคนนี้

แม้ว่าเธอจะเรียนไม่จบ แต่นาเดียร์ก็ยังเป็นคนเก่งและฉลาด เธอบริหารร้านได้เป็นอย่างดี ธุรกิจเล็ก ๆ ของเธอประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ถึงจะเจอปัญหามากมายแต่ฝ่าฟันมาได้จนถึงตอนนี้นาเดียร์ก็ภูมิใจแล้ว

พ่อไม่เคยตามหาเธอ และเธอก็ไม่รู้ข่าวของเขาอีก นับตั้งแต่ได้รู้ว่าแม่เลี้ยงของเธอไม่ตาย ยังช่วยเด็กในท้องของผู้หญิงคนนั้นได้นาเดียร์ก็รู้สึกราวกับมีใครยกก้อนหินหนัก ๆ ออกจากอก

ต่อไปคนพวกนั้นไม่เกี่ยวข้องกับเธออีก

จนกระทั่งวันหนึ่ง ร้านอาหารของเธอกำลังจะปิดแล้ว ผู้ชายที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีก็เข้ามาในร้าน เขาสั่งข้าวผัดง่าย ๆ จานหนึ่งพร้อมกับน้ำเปล่า นั่งกินจนข้าวหมดจานเขาก็ไม่ยอมไป

พนักงานมาบอกกับนาเดียร์ ว่าผู้ชายคนนั้นไม่ยอมขยับ นาเดียร์จึงไปจัดการด้วยตัวเอง เดิมทีเธอไม่ยอมคุยกับเขาจนกระทั่งตอนนี้ หญิงสาวถอนหายใจยาวดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกมาแล้วนั่งลงตรงหน้าเขา

ผู้ชายคนนั้นเป็นคนสูงอายุ ใบหน้าซูบตอบกว่าตอนที่เธอเห็นครั้งล่าสุดไปมาก เพราะเวลาทำให้สังขารล่วงโรย ไม่ว่าใครก็หลีกหนีไม่พ้น

"คุณอามาทำไมคะ"

สุดท้ายก็เป็นเธอที่ถามออกไป

ผู้ชายคนนี้คือเลขาของพ่อ นาเดียร์ไม่ได้มีเรื่องกับเขา เพียงแต่เห็นหน้าเขาก็พอจะดูออกว่าต้องมีเรื่องเกี่ยวกับคนที่เมืองไทย เธอจึงไม่อยากยุ่งเกี่ยว เลขาของพ่อยิ้มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ตอนนี้คุณนภา กำลังฟ้องหย่ากับพ่อเธอ ผู้หญิงคนนั้นไม่เอาเด็กคุณท่านเป็นห่วงคุณชายเล็กกลัวว่าจะไม่มีใครดูแล"

นาเดียร์ทำท่าไม่สนใจเลยสักนิด

"แล้วยังไงคะ เงินของเขาเยอะแยะ คนพร้อมจะดูแลมากมาย ผู้หญิงคนนั้นเขายังสาวยังสวยไม่ใช่พ่อโง่เองเหรอคะที่เลือกคนแบบนั้นมาเป็นเมีย ตอนนี้ยังจะต้องการหนูอีกทำไม"

คุณณรงค์เลขาของพ่อประสานมือบนโต๊ะ แล้วพูดกับเธออย่างอ่อนโยน

"นาเดียร์ อารู้ว่าหนูเป็นเด็กดีคงไม่ทิ้งน้องชายที่พิการไว้กับคนอื่นใช่หรือเปล่า"

นาเดียร์เม้มปาก คำว่าพิการที่หลุดออกมาจากปากของคุณณรงค์ ทำให้เธอมือสั่นทั้ง ๆ ที่ความผิดปกตินั้นไม่รู้ว่ามาจากเธอจริง ๆ หรือเปล่า แต่เธอก็มีส่วน นาเดียร์ยังหวาดกลัวเรื่องนี้ความจริงเธอรู้สึกผิดและไม่กล้าสู้หน้าเด็กคนนั้น

"เขาอาจไม่ใช่น้องหนู"

คุณณรงค์ยื่นเอกสารบางอย่างให้เธอ

"นี่หลักฐาน ลุงคิดว่าหนูจะไม่เชื่อเลยติดมาด้วย เป็นผลตรวจดีเอ็นเอยังไงก็เป็นลูกท่านประธานแน่นอน ก็หมายความว่าเป็นน้องของหนูนะ จะทิ้งน้องจริง ๆ เหรอ นาเดียร์เด็กไม่รู้เรื่อง ถึงหนูจะไม่ชอบแม่ของเขา แต่เขาเป็นผู้บริสุทธิ์นะ เขาขาดพ่อ แม่ก็กำลังจะทิ้ง ยังจะขาดพี่สาวอีกน้องชายหนูเขาน่าสงสารจริง ๆ นะ"

นาเดียร์กลืนน้ำตาลงคอ

"แล้วหนูละคะ ตอนที่ถูกพ่อไล่ออกมาจากบ้าน หนูทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างกระทั่งเรียนไม่จบ มาอยู่ที่นี่ต้องทำงานหนักสารพัด เขายังไม่เคยใส่ใจหนูเลยด้วยซ้ำ หนูก็คนนะคะคุณอา หนูก็เป็นลูกเขา ห้าปีมานี้หนูก็สู้คนเดียวมาตลอด เขาไม่เคยที่จะถามหาหนูเลยด้วยซ้ำ เขาเป็นคนตัดหนูออกจากชีวิตเอง"

คุณณรงค์ยิ้มเศร้า

"อาจะบอกความจริงให้นะ ที่จริงเรื่องนี้ท่านประธานไม่เคยอยากให้หนูรู้"

นาเดียร์มือสั่น ท่าทางของคุณณรงค์เหมือนกับว่าพวกเขากำลังทำอะไรลับหลังเธอ

"คุณอาหมายความว่าอะไร ความจริงอะไรคะ"

คุณณรงค์ถอนหายใจแล้วเริ่มเล่าเรื่องราว

"ความจริงร้านอาหารนี้เป็นของพ่อหนู เขาซื้อทันทีที่หนูมาสมัครงาน อาเป็นคนมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เขารู้ว่าหนูต้องไม่ยอมรับความช่วยเหลือ เขาจึงไม่บอกใคร สมบัติทั้งหมดเขายกให้หนูคนเดียว พ่อของหนูเขาก็รู้สึกผิด เขาเห็นกล้องวงจรปิดแล้วเขารู้ว่าหนูไม่ได้ตั้งใจ วันนั้นเขาเองก็พูดแรงเกินไป ตอนนี้ท่านประธานเข้าใจแล้ว หลังจากท่านป่วยผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เอาท่านอีก ท่านหลวมตัวไปจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนนั้นเพราะสงสารเด็ก ตอนนี้เรื่องมันเลยคาราคาซังทั้งทางกฎหมายและเรื่องบริษัท"

นาเดียร์ตกตะลึง เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน และตอนนี้เธอเหมือนจะเข้าใจทุกอย่างแล้ว เงินประกันที่บอกเป็นของตายาย จริง ๆ แล้วอาจจะเป็นของพ่อ และเวลานั้นก็ประจวบเหมาะที่ร้านต้องการหุ้นส่วนพอดี

แต่เธอแน่ใจว่าร้านนี้เติบโตได้เพราะฝีมือเธอ ถึงพ่อจะรวยแต่พ่อก็ไม่สามารถทำให้คนรีวิวร้านอาหาร จนกลายเป็นร้านอาหารขายดีในลอนดอนได้ เรื่องนี้เพราะเธอมีฝีมือด้านการตลาด ถึงเธอจะทำอาหารไม่เก่งแต่เธอเก่งเรื่องพวกนี้

นาเดียร์เข้าใจอย่างกระจ่างแล้ว สุดท้ายเธอจึงหัวเราะต่ำ ๆ ออกมาด้วยความรู้สึกมากมาย ที่จริงพ่อไม่ได้ทิ้งเธอแต่กลับเฝ้าดูเธออยู่ห่าง ๆ และคอยช่วยเหลือเธอเสมอ แต่นาเดียร์ไม่ยอมรับ ที่เขาทำทั้งหมดก็คงเพราะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำเอาไว้

"คุณอากลับไปเถอะค่ะ มาบอกตอนนี้ได้อะไรคะ มาพูดตอนนี้มีประโยชน์อะไร เรื่องร้านก็ช่างเถอะ หนูจะถือว่าเป็นสิ่งที่หนูสร้างขึ้นมาเอง ทั้งหมดเป็นของหนู พ่อไม่เกี่ยว สมบัติของเขาหนูไม่ต้องการส่วนเมียใหม่ของเขาไม่ใช่ปัญหาของหนู ผูกเองก็ต้องแก้เองยังไงหนูก็ไม่กลับไปเด็ดขาด"

คุณณรงค์ลุกขึ้น วางตั๋วเครื่องบินบนโต๊ะ

"บริษัทรอหนูกลับไปดูแล น้องชายรอหนูกลับบ้าน อาพูดจริง ๆ ด้วยสภาพของท่านประธาน หมอบอกว่าอย่างมากไม่เกินหนึ่งปี นาเดียร์โรคที่ท่านเป็นอยู่ร้ายแรงจนอาจจะทำให้ท่านเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ อาไม่อยากจะว่าหนู แต่หนูคิดหรือเปล่า ว่าน้องชายของหนูคนนั้นหนูเองก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบชีวิตเขาด้วย เขาอายุแค่ห้าปี พ่อกำลังจะตายแม่ยังไม่รับผิดชอบเห็นเขาเป็นแค่สิ่งของที่ใช้ต่อรองกับพ่อหนู ตอนนี้เด็กคนนั้นน่าสงสารมาก"

คุณณรงค์หมายถึงรับผิดชอบในฐานะพี่สาวที่ต้องดูแลน้องชาย แต่นาเดียร์คิดว่า เธอต้องรับผิดชอบเด็กคนนั้น นั่นเป็นเพราะว่าเขาอาจจะพิการก็เพราะเธอ

เธอมีส่วนที่ทำให้เด็กคนหนึ่งกลายเป็นคนพิการ สามัญสำนึกนี้กำลังเล่นงานเธออย่างหนักเด็กนี่เป็นเหมือนตราบาปที่ติดอยู่ในใจ เธอไม่อยากกลับไปเหยียบที่นั่นอีกแล้ว แต่เธอจะทิ้งเด็กพิการที่น่าสงสารคนหนึ่งได้ยังไง

คุณณรงค์กลับไปแล้ว เขาไม่เซ้าซี้เธออีกต่อไป รอให้นาเดียร์ตัดสินใจด้วยตัวเอง หญิงสาวมองตั๋วเครื่องบินบนโต๊ะอย่างลังเล สุดท้ายจึงหยิบขึ้นมาดู ในตั๋วระบุวันกลับเมืองไทยคือสัปดาห์หน้า ยังมีเวลาให้เธอได้คิดอีกหลายวัน

นาเดียร์คิดฉีกตั๋วนั้นทิ้ง แต่มือของเธอกลับชะงัก เมื่อเห็นรูปเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักใบหน้าคล้ายคลึงพ่อของเธอนั่งอยู่บนรถเข็น เด็กผู้ชายคนนี้ไม่ได้ยิ้ม ใบหน้าดูหมองเศร้าและหดหู่ นาเดียร์จ้องไปที่ขาลีบเล็กของเด็กคนนั้นแล้วจู่ ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา

เหมือนบางสิ่งบางอย่างกระแทกเข้าสู่หัวใจของเธออย่างแรง ทำให้นาเดียร์ตัดสินใจได้ทันที ใช่อย่างน้อยเธอก็ต้องรับผิดชอบกับการกระทำในอดีต วันนั้นหากเธอไม่ผลักนภาเด็กคนนี้อาจจะมีร่างกายที่ปกติเหมือนเด็กทั่วไป

ความรับผิดชอบนี้เธอไม่สามารถปฏิเสธได้จริง ๆ

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา สนามบินสุวรรณภูมิ

ห้าปีแล้วที่นาเดียร์ไม่ได้กลับมาเหยียบเมืองไทยอีก ความรู้สึกในตอนนี้จึงแปลกประหลาดนัก ในขณะที่ใจหนึ่งอดหวนคิดถึงขุนพลแฟนเก่าไม่ได้

นาเดียร์ยิ้มเหยียดหยันตัวเอง

จะไปคิดถึงเขาทำไม่กัน เพราะผู้ชายคนนั้นทำให้เธอเกือบบ้าตายไม่ใช่เหรอ

นาเดียร์ลากกระเป๋ามาด้านล่างเพื่อขึ้นรถแอร์พอร์ตลิ้งไปยังสถานีพญาไท ใช้เวลาไม่นานเดินทางไม่นานนาเดียร์ก็มาถึงจุดหมาย หลังจากนั้นเธอจึงนั่งแท็กซี่ต่อเพื่อไปยังโรงแรมที่จองไว้ใกล้กับบ้านของเธอที่สุด เธอยังไม่พร้อมที่จะไปเจอหน้าพ่อและรู้สึกเหมือนบ้านหลังนั้นไม่ใช่ที่ของตัวเองอีกต่อไป นาเดียร์จึงนอนโรงแรมเพื่อตัดสินใจสักสองสามวัน

เพียงแต่ว่าเมื่อมาถึงห้องพักในโรงแรมหรู หลังจากนาเดียร์เปิดรหัสสล็อกกระเป๋าของตัวเองก็ทำให้เธอประหลาดใจ เมื่อข้าวของด้านในนั้นไม่ใช่ของเธอเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

นาเดียร์งงเป็นไก่ตาแตก

"นี่มันอะไรกัน เสื้อผ้าผู้ชาย น้ำหอมผู้ชายและนี่ยังมีกางเกงในผู้ชาย นี้มันอะไรกัน"

นาเดียร์ปิดกระเป๋าใบโตสีแดงเพลิง ก่อนจะพิจารณากระเป๋าอย่างถ้วนถี่ กระทั่งริบบิ้นสีดำที่เธอผูกติดกับกระเป๋าเอาไว้ยังเหมือนกันเด๊ะ เกิดเรื่องบังเอิญแบบนี้ได้ยังไงกันนะ แม้แต่รหัสเปิดกระเป๋าผู้ชายคนนั้นก็ยังใช้เหมือนเธอ

แน่นอนว่ามันคือวันเกิดเธอ ใครจะมีวันเกิดตรงกันกับเธออีก!

ในขณะที่หญิงสาวกำลังมึนงง อีกฟากฝั่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครบนคอนโดหรูแห่งหนึ่ง ผู้ชายคนหนึ่งก็กำลังตกใจเช่นกันเมื่อเห็นชุดชั้นในและชุดของผู้หญิงอยู่ในกระเป๋าสีแดงที่เหมือนของเขาเด๊ะ หลังจากที่เขากลับจากลอนดอนเพื่อไปติดต่อธุรกิจ

เขาแน่ใจว่าทั้งไฟล์บินนี้มีเพียงเขาที่ใช้กระเป๋าสีแดงสด และยังเป็นยี่ห้อนี้ และยิ่งประหลาดใจที่ผู้หญิงคนนี้ยังใช้รหัสเปิดกระเป๋าเหมือนกับเขาอีก

วันเกิดของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่มีวันลืม

ความจริงหลังจากรู้ว่ามันไม่ใช่ของตัวเองเขาก็ไม่สมควรเปิดดูต่อ เพียงแต่ว่ามีบางสิ่งที่ทำให้เขาสงสัยจนอดที่จะรื้อกระเป๋าของหญิงสาวนิรนามคนนี้ต่อไม่ได้ จนกระทั่งเขาเจอสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ

รูปของเด็กชายพิการคนหนึ่งที่เขารู้จักเป็นอย่างดี

ริมฝีปากหยักได้รูปสวยยกโค้งขึ้นเผยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า เขามั่นใจว่าเจ้าของกระเป๋าใบนี้ต้องเป็นเธอคนนั้น ผู้หญิงที่ยังติดอยู่ในความทรงจำของเขามานานหลายปี

นาเดียร์ กฤษระวานิช แฟนเก่าของเขาที่หายไปนานถึงห้าปี

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED