ตอน 1

ควันสีดำลอยออกมาจากปล่องเล็กเหนือเมรุเผาศพ ทางด้านล่างมีเด็กสาวคนหนึ่งใบหน้าเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาเธอกำลังมองควันไฟที่ลอยออกไปและไม่นานมันก็สลายไปกับอากาศเหมือนกับความรู้สึกของตนเองตอนนี้ที่มันกำลังแหลกสลาย ยายพิกุลได้จากเธอไปแล้วมันเป็นการจากที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้

เด็กสาวอาศัยอยู่กับคุณยายมาตั้งแต่จำความได้ส่วนมารดาของเธอนั้นเสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อนเธอมีความสุขดีกับคุณยายในบ้านหลังเล็กๆ ยายของเธอมีอาชีพทำขนมหวานขายที่ตลาดในตัวอำเภอส่วนเธอก็ตื่นแต่เช้าช่วยคุณยายทำขนมก่อนจะไปเรียนหนังสือ

ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาคุณยายของเธอมีอาการป่วยเมื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลก็ได้รับข่าวร้ายว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกและอาจจะใช้ชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน

ในตอนนั้นเธอแอบหวังว่าสิ่งที่คุณหมอบอกอาจจะเป็นแค่การพูดเพื่อให้เธอทำใจเพราะบางคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้หลายปีแต่มันก็เป็นจริงอย่างที่คุณหมอบอก คุณยายของเธอป่วยอยู่ไม่ถึงหกเดือนก็จากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ ตอนนี้บัวบงกชหรือบัวเด็กสาววัย 16 ปีกำลังรู้สึกเคว้งคว้างเป็นอย่างมากเธอไม่รู้ว่าอนาคตจากนี้จะเป็นยังไงต่อในเมื่อไม่มียายแล้ว

งานศพของคุณยายจัดอย่างเรียบง่ายมีพิธีสวดแค่สองคืนจากนั้นก็มีพิธีเผาศพโดยผู้ใหญ่บ้านและคนในหมู่บ้านต่างช่วยกันจัดพิธีศพให้

หลังจากพิธีเผาศพเสร็จแล้วชาวบ้านก็เดินทางกลับตอนนี้ในศาลาวัดมีเธอผู้ใหญ่บ้านและคุณป้าข้างบ้านและอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอกำลังนั่งปรึกษากับเธียรธวัชและชุติมาเลขาของเขาซึ่งเดินทางมาจากกรุงเทพเพื่อจะมารับตัวบัวบงกชไปอยู่ด้วย

ตอนที่ป่วยยายของเธอได้โทรศัพท์ไปขอร้องชายหนุ่มว่าถ้าหากเธอเป็นอะไรไปก็อยากจะให้เธียรธวัชเข้ามาช่วยดูแลหลานสาวแต่ชายหนุ่มไม่คิดว่าเหตุการณ์ทุกอย่างมันจะเร็วขนาดนี้

ตอนที่ยายพิกุลโทรศัพท์ไปเขาตอบตกลงคุณยายอย่างไม่ลังเลเพราะแต่ก่อนนั้นยายพิกุลเคยทำงานที่บ้านของเขาและเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กเมื่อมีอะไรที่จะพอตอบแทนท่านได้ชายหนุ่มก็ยินดีจะตอบแทน

ระหว่างที่คุณยายป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลชายหนุ่มก็มีโอกาสได้มาเยี่ยมอยู่หนึ่งครั้งและก็เคยเจอกับบัวบงกชมาแล้ว

เมื่อวันที่คุณยายพิกุลเสียชีวิตผู้ใหญ่บ้านจึงเปิดจดหมายที่ยายฝากไว้ตั้งแต่รู้ตัวว่าป่วยเมื่ออ่านแล้วก็โทรศัพท์ไปบอกเธียรธวัชตามคำสั่งเสียของยายพิกุลที่เขียนไว้

“ผู้ใหญ่คิดว่ายังไงล่ะคะ” อาจารย์ที่ปรึกษาของบัวบงกชถามผู้ใหญ่บ้านที่รู้จักทั้งบัวบงกชและคุณยายพิกุลเป็นอย่างดี

“จากการที่อ่านจดหมายของคุณยายแล้วผมคิดว่ามันก็เป็นผลดีกับหนูบัวนะ เธอจะได้มีโอกาสร่ำเรียนเพราะถ้าหากอยู่ที่นี่ก็อยู่คนเดียว มันก็น่าเป็นห่วงอยู่มากบ้านของยายก็ไม่ได้แข็งแรงแน่นหนาอะไรอีกทั้งหนูบัวยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย”

“แต่บัวไม่อยากไปจากที่นี่นะคะผู้ใหญ่บัวขออยู่ที่นี่ได้ไหม”

“ถ้าหนูจะอยู่คนเดียวในบ้านหลังนั้นครูว่ามันค่อนข้างจะอันตรายนะ แถวนี้ก็ไม่มีหอพักให้นักเรียนอยู่ด้วยสิ” อาจารย์ที่ปรึกษาพูดด้วยความเป็นห่วงลูกศิษย์

“ผมถามคุณหน่อยนะครับคุณเธียรถ้าคุณพาหนูบัวไปอยู่ที่กรุงเทพคุณจะให้เธออยู่ที่ไหน อยู่บ้านหลังเดียวกับคุณหรือเปล่า ขอโทษนะครับที่ผมต้องถามเพราะหนูบัวเป็นผู้หญิงและคุณก็เป็นผู้ชายถ้าต้องไปอยู่บ้านหลังเดียวกันผมก็เกรงว่ามันจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่”

“บ้านของผมไม่ได้มีผมอยู่คนเดียวหรอกครับยังมีน้องสาวของผมอยู่อีกด้วย แต่ผมคิดว่าถ้าบัวยอมเข้าไปเรียนที่กรุงเทพจริงๆ ผมอยากให้เธอเรียนที่โรงเรียนประจำนะครับ เพราะบ้านของผมมันค่อนข้างไกลจากโรงเรียนอีกอย่างการอยู่โรงเรียนประจำก็เธอจะทำให้เธอมีเพื่อนด้วย”

“ครูเห็นด้วยกับคุณนะการที่ให้บัวไปอยู่โรงเรียนประจำบัวจะได้มีเพื่อนใหม่ๆ และจะได้ไม่ต้องเหงา”

“แล้วบัวต้องอยู่ตลอดเลยเหรอคะ”

“ไม่หรอก ช่วงปิดเทอมหรือวันหยุดก็กลับมาอยู่ที่บ้าน”

“ครูว่ามันก็ดีนะ วันธรรมดาหนูก็อยู่โรงเรียนกับเพื่อนๆ พอวันหยุดก็กลับมาใช้ชีวิตข้างนอกหวังว่าคุณเธียรคงมีเวลาไปรับเธอนะคะ”

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับผมจะรับเธอกลับมาอยู่ที่บ้านตามที่โรงเรียนกำหนดครับ ตั้งแต่ที่คุณยายติดต่อไปผมก็ให้เลขาดูไว้หลายโรงเรียน แต่ทั้งนี้ก็ต้องให้บัวเป็นคนตัดสินใจอีกทีว่าอยากจะเรียนที่โรงเรียนไหน”

“คุณเธียรคะบัวว่าโรงเรียนประจำค่าใช้จ่ายมันจะต้องแพงมากๆ แน่เลยบัวเรียนโรงเรียนวัดใกล้ๆ บ้านก็ได้นะคะ”

“ไม่ได้นะบัว คุณยายเธอสั่งเสียไว้ว่าอยากให้เธอได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดและฉันก็รับปากคุณยายเธอไว้แล้ว” เธียรธวัชไม่อยากเป็นคนผิดคำพูดที่ให้ไว้กับคุณยายพิกุลอีกอย่างเขาก็รู้สึกเอ็นดูบัวบงกชอยู่มาก

“ผมถามหน่อยนะครับคุณเธียรทำไมคุณถึงยอมจะรับบัวไปเป็นเด็กในปกครองครับทั้งๆ ที่คุณไม่ใช่ญาติของบัวเลย” ผู้ใหญ่บ้านถามเพราะเท่าที่รู้ยายพิกุลไม่เคยมีญาติที่ไหนญาติทางพ่อของบัวก็ไม่ได้ติดต่อกัน

“เพราะยายพิกุลเลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กครับ พ่อกับแม่ผมทำงานยุ่งมากๆ ถ้าผมไม่มียายพิกุลช่วยเลี้ยงดูผมก็คงแย่เหมือนกัน พอตอนนี้ผมพอจะตอบแทนท่านได้ผมก็ยินดีจะทำครับ”

“แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายล่ะ ถ้าเรียนโรงเรียนเอกชนแบบนั้นค่าใช้จ่ายต้องแพงมากๆ เงินที่คุณยายได้จากกองทุนฌาปนกิจหมู่บ้านมันก็ไม่มากเท่าไหร่”

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของบัว ส่วนเงินที่บัวได้จากคุณยายก็ให้บัวเก็บไว้ใช้เป็นการส่วนตัว”

“แต่บัวยังไปอยู่กับคุณตอนนี้ไม่ได้หรอกนะคะ มันยังไม่ปิดเทอมเลยนะคะ ถ้าบัวเข้าไปเรียนกลางเทอมแบบนี้คงเรียนไม่ทันเพื่อนค่ะ”

“ฉันจะให้เธอเรียนที่นี่จนจบเทอมจากนั้นเทอมสองก็ค่อยย้ายเข้าไปเรียนในกรุงเทพระหว่างนี้คงต้องฝากคุณครูกับผู้ใหญ่บ้านและคุณป้าช่วยดูแลบัวก่อนได้ไหมครับ”

“ได้ค่ะ ป้าจะคอยดูแลให้บ้านป้ากับบัวก็อยู่ติดๆ กัน” ป้าจวนที่เป็นเพื่อนบ้านของบัวบงกชรีบรับปาก

“แต่ถ้าบัวไม่อยากจะอยู่ที่บ้านหนูจะไปอยู่กับครูที่บ้านพักครูก็ได้นะ”

“ขอบคุณค่ะครูแต่บัวอยู่ได้ค่ะ”

“ถ้ามีอะไรหนูโทรหาครูได้ตลอดนะบัว”

“ขอบคุณค่ะครู”

ตอน 2

สัปดาห์แรกของการย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพสำหรับบัวบงกชมันไม่ง่ายเลยทั้งสถานที่ทั้งผู้คนมันทำให้เธออยากจะกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านนอกตามเดิม แต่ยังโชคดีมากที่มีธัญวดีน้องสาวของเธียรธวัชคอยให้คำปรึกษาและให้กำลังใจ

ตั้งแต่ชายหนุ่มพาเธอมาอยู่ที่นี่เธอก็เจอเขาแค่ไม่กี่ครั้งเพราะเธียรธวัชออกไปทำงานตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับบ้านก็มืดค่ำและบางวันก็ไม่ได้กลับมาค้างที่บ้าน

ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมเล็กเมื่อไปติดต่อเข้าเรียนที่โรงเรียนแล้วเธียรธวัชก็ให้เลขาพาเธอไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมครบเกือบทุกวิชาเพราะไม่อยากให้มีปัญหาถ้าหากจะเข้าไปเรียนในช่วงเปิดเทอมเพราะการอยู่โรงเรียนประจำจะออกมาเรียนพิเศษในช่วงเย็นนั้นมันค่อนข้างยาก นอกจากเรียนพิเศษที่โรงเรียนกวดวิชาแล้วชายหนุ่มยังซื้อโน้ตบุ๊กและแท็ปเล็ตให้กับหญิงสาวสำหรับเอาไว้เรียนออนไลน์ตอนที่อยู่หอพักอีกด้วย

“เป็นยังไงบ้างบัวครูภาษาอังกฤษคนนี้ โอเคไหม” ธัญวดีถามบัวบงกชหลังจากที่เธอแล้วเริ่มเรียนคอร์สภาษาอังกฤษออนไลน์ได้หลายชั่วโมงแล้ว

“ดีมากๆ เลยค่ะพี่ธัญญ่า บัวเข้าใจเมากขึ้นเยอะเลยค่ะ"

“ดีแล้วอย่าลืมนะบัวถ้ามีปัญหาเรื่องเรียนต้องรีบบอกพี่บอกพี่เธียรหรือไม่ก็บอกเลขาพี่เธียรนะ อย่าเก็บปัญหาไว้คนเดียวเพราะหากปัญหาสะสมมากๆ มันจะแก้ไขยาก” ธัญวดีบอกด้วยความเป็นห่วง

“ขอบคุณพี่ธัญญ่านะคะถ้าไม่มีพี่คอยแนะนำบัวก็คงแย่”

“บัวปรับตัวได้ดีพี่ว่าเชื่อว่าคนเก่งอย่างบัวจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ ถึงตอนนี้บัวจะไม่มีคุณยายแล้วแต่อย่าลืมว่าพี่กับพี่เธียรอยู่”

“ค่ะพี่ธัญญ่า” หญิงสาวเรียกธัญวดีน้องสาวน้องสาวของเธียรธวัชอย่างสนิทสนม

หลังจากเรียนออนไลน์ในช่วงเช้าแล้วช่วงบ่ายบัวบงกชก็ออกมาเรียนพิเศษที่สถาบันกวดวิชาในช่วงอาทิตย์แรกคนขับรถที่บ้านของเธียรธวัชเป็นคนพาเธอมาส่ง

แต่พอเข้าสัปดาห์ที่สองเด็กสาวก็ขอนั่งรถไฟฟ้ามาเรียนเองเพราะรู้สึกเกรงใจมากๆ แต่วันนี้หลังจากเลิกเรียนเธอไม่ต้องนั่งรถไฟฟ้ากลับเองเพราะธัญวดีมารอเธอที่หน้าโรงเรียนกวดวิชา

“พี่ธัญญ่ามาเดินเที่ยวแถวนี้เหรอคะ” บัวบงกชถามเพราะโรงเรียนกวดวิชาที่มาเรียนนั้นอยู่บนศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง

“พี่มารอรับบัวน่ะ ไปเดินซื้อของเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ”

“ได้ค่ะพี่ธัญญ่า”

บัวบงกชเดินคู่มากับธัญวดีทั้งสองพากันเข้าร้านนั้นออกร้านนี้อยู่จนได้ของเต็มมือไปหมด

“บัวอยากได้อะไรอีกไหม”

“ไม่แล้วค่ะ พี่ธัญญ่าซื้อของให้บัวเยอะมาก อันที่จริงบัวใส่ชุดเดิมของพี่ก็ได้ไม่ต้องซื้อใหม่หรอกนะคะบัวเกรงใจพี่”

“ไม่ต้องเกรงใจเลยเพราะทั้งหมดไม่ใช่เงินของพี่สักหน่อย พี่เธียรให้เงินเรามาช้อปปิ้งตั้งเยอะ”

“ก็คุณเธียรเขาเป็นพี่ชายของพี่ธัญญ่านี่คะ”

“อย่าคิดมากสิบัวเขาก็ให้เราสองคนนั่นแหละ ตอนนี้บัวก็คือน้องสาวของเราสองคนนะ”

“ขอบคุณนะคะพี่ธัญญ่าที่ไม่รังเกียจแล้วยังดูแลบัวอย่างดี”

“ใครจะรังเกียจเด็กน่ารักอย่างบัวล่ะ พี่ว่าเราไปดูเสื้อผ้ากันอีกสักนิด พี่อยากได้อีกสักสองสามชุด”

ทั้งสองพากันเดินมายังแผนกเสื้อผ้านอกจากจะซื้อให้ตัวเองแล้วธัญวดียังซื้อให้บัวบงกชอีกหลายชุดเธอรู้สึกเอ็นดูเด็กสาวคนนี้เป็นอย่างมาก บัวบงกชเป็นคนนิสัยน่ารักขี้เกรงใจ

“มีอะไรอยากได้เพิ่มเติมอีกไหม”

“พอแล้วจริงๆ ค่ะที่พี่ซื้อให้บัวมันก็เยอะมากๆ พอเปิดเทอมบัวคงไม่ได้ใส่ชุดพวกนี้”

“ก็เอามาใส่ไว้ตอนเรียนพิเศษไงล่ะ ช่วงเปิดเทอมก็ใส่ชุดนักเรียน”

“ค่ะพี่ธัญญ่า”

“พี่ว่าเดี๋ยวเราไปซื้ออุปกรณ์การเรียนกันนะ ร้านนี้มีแต่น่ารักมากๆ เลยพี่เองก็อยากได้ไปไว้ใช้อยู่เหมือนกัน”

ธัญวดีเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งตอนนี้เธอกำลังอยู่ชั้นปีที่สี่พอเรียนจบก็มีแผนจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ

สองสาวใช้เวลาอยู่ในร้านอุปกรณ์การเรียนอยู่นานเมื่อเลือกของที่ตนเองถูกใจแล้วก็พากันไปทานอาหารญี่ปุ่น

“บัวเคยมากินอาหารญี่ปุ่นไหม”

“ไม่เคยหรอกค่ะส่วนใหญ่ก็จะกินแค่ซูชิที่ขายตามข้างทางชิ้นละสิบบาทก็หรูแล้วสำหรับเด็กบ้านนอกอย่างบัว”

“เรายังมีเวลาช่วงปิดเทอมอีกสองอาทิตย์พี่ว่าจะพาบัวกินทุกอย่างที่บัวอยากกินเลย เริ่มตั้งแต่ร้านนี้ก่อนก็แล้วกันนะ” นี่เป็นครั้งแรกที่บงกชได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้อาหารหน้าตาสวยงามรสชาติถูกปากทำให้เธอยิ้มกว้าง ตั้งแต่คุณยายเสียไปก็เป็นมื้อนี้ที่เธอทานอาหารได้มากกว่าปกติ

“ชอบไหมบัว”

“ชอบมากๆ ค่ะแต่ถ้าให้บัวมากินคนเดียวคงไม่มีตังจ่ายแน่ๆ”

“ใครจะปล่อยให้บัวมากินคนเดียวล่ะ ถ้าอยากมากินก็ชวนพี่หรือพี่เธียรก็ได้”

“บัวคงไม่กล้าชวนคุณเธียรหรอกค่ะ ตั้งแต่บัวย้ายมาอยู่ที่นี่บัวเคยเจอคุณเธียรแค่ไม่กี่ครั้ง ปกติคุณเธียรทำงานหนักแบบนี้ตลอดเหรอคะพี่ธัญญ่า”

“ก็ประมาณนี้แหละ เขาออกไปทำงานแต่เช้ากว่าจะกลับก็มืดค่ำหรือบางครั้งก็ไปค้างที่คอนโด ทิ้งให้พี่อยู่บ้านคนเดียวแต่พอบัวมาอยู่ด้วยพี่ก็หายเหงาไปเยอะเลย บัวถามถึงเขาทำไมมีอะไรไหม”

“เปล่าหรอกค่ะ บัวแค่สงสัยเฉยๆ บัวไม่รู้เลยว่าคนกรุงเทพฯเขาทำงานหนักมากขนาดนี้”

“พี่เธียรเขารับผิดชอบเยอะน่ะ ต้องเข้ามาดูแลบริษัทแทนพ่อกับแม่ทั้งหมดตั้งแต่อายุยังน้อย” บิดามารดาของเธียรธวัชและธัญวดีเสียชีวิตไปพร้อมกันเมื่อสองปีก่อน

จากนั้นชายหนุ่มต้องมารับผิดชอบงานในบริษัททั้งหมดครอบครัวของเธียรธวัชมีบริษัทผลิตขนมซึ่งมีมากมายหลายสิบชนิดและจะมีขนมออกใหม่อยู่ตลอด ทำให้ชายหนุ่มค่อนข้างทำงานยุ่งมากๆ นอกจากจะต้องเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศบางครั้งก็ต้องไปดูงานที่โรงงานผลิตหรืออาจจะต้องออกไปตามแหล่งวัตถุดิบต่างๆ มันเลยทำให้เขาไม่ค่อยได้กลับบ้านเลย

“แล้วถ้าพี่ธัญญ่าเรียนจบแล้วจะไปช่วยงานคุณเธียรไหมคะ”

“ช่วยสิ แต่พี่ต้องไปเรียนต่อที่อังกฤษก่อน”

“พี่ธัญญ่าจะไปเรียนอังกฤษเหรอคะ แล้วจะไปตอนไหน” บัวบงกชตกใจเพราะถ้าธัญวดีไม่อยู่เธอก็ต้องเหงาแน่

“ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก พี่ต้องเรียนจบปีสี่ก่อน”

“บัวคงเหงาถ้าพี่ไม่อยู่”

“ถึงไม่อยู่เราก็โทรหากันได้และถ้าเปิดเทอมบัวเข้าไปอยู่หอก็จะมีเพื่อนเพิ่มขึ้น อย่าเพิ่งคิดมากเลยพี่ไม่ได้ไปพรุ่งนี้สักหน่อย”

ตอน 3

วันนี้เป็นวันที่บัวบงกชจะต้องเข้าไปอยู่หอพัก เด็กสาวรู้สึกกังวลมาก เธอไม่รู้ว่าเพื่อนที่หอพักจะเป็นยังไงเรียนการสอนจะต่างจากโรงเรียนเดิมมากแค่ไหน

เมื่อรถแล่นเข้ามาในบริเวณโรงเรียนเด็กสาวก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ โรงเรียนใหม่ของเธอกว้างขวางมีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นมีสระน้ำเล็กๆ อยู่หน้าหอพัก

เมื่อรถตู้จอดเธียรธวัช ธัญวดีและบัวบงกชก็เข้าไปคุยกับครูประจำหอพักให้ช่วยดูแลบัวบงกชและแจ้งว่าผู้ปกครองที่จะมารับเด็กสาวออกจากหอพักก็มีตนเอง ธัญวดี ชุติมาเลขาของชายหนุ่มและลุงอ่ำคนขับรถของที่บ้าน

ครูประจำหอพักก็เรียกนักเรียนที่เคยอยู่มาก่อนให้เข้ามาช่วยบัวบงกชขนของขึ้นไปข้างบน

“มีอะไรก็โทรหาฉัน ธัญญ่าหรือคุณชุติมานะบัว”

“ค่ะคุณเธียร”

“ที่นี่จะให้กลับบ้านทุกสองอาทิตย์ใช่ไหมคะครู” ธัญวดีถามคุณครูประจำหอพัก

“ใช่ค่ะ เย็นวันศุกร์ผู้ปกครองก็มารับมาส่งอีกครั้งเย็นวันอาทิตย์หรือจะมาเช้าวันจันทร์ก็ได้แต่ต้องแจ้งครูที่หอพักก่อนค่ะ แต่ถ้ามีธุระด่วนก็สามารถแจ้งครูที่หอพักเพื่อกลับบ้านได้ตลอดค่ะ”

“ขอบคุณมากนะครับ ผมฝากครูด้วยนะครับ บัวไม่ไม่เคยอยู่หอมาก่อนแล้วเธอก็เพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เด็กวัยนี้เวลาเจอเพื่อนวัยเดียวกันก็จะปรับตัวเข้ากันได้เร็ว”

“เย็นวันศุกร์เรามารับบัวด้วยกันนะคะพี่เธียร” ธัญวดีหันไปชวนพี่ชาย

“พี่ไม่แน่ใจเหมือนกันนะว่าจะว่างมาหรือเปล่าแต่ถ้าว่างก็จะมากับธัญญ่านะ”

บัวบงกชไม่ได้หวังให้เขามารับทุกครั้ง แค่วันนี้เขามาส่งเด็กสาวก็ดีใจมากๆ แล้ว

“พี่ไปก่อนนะบัว อย่าลืมโทรหาพี่นะ”

“ได้ค่ะ ขอบคุณพี่ธัญญ่านะคะ และก็ขอบคุณคุณเธียรกับพี่ชุด้วยค่ะ”

หลังจากผู้ปกครองกลับไปแล้วเด็กสาวก็ขึ้นมาบนห้องซึ่งตอนนี้เพื่อนใหม่กำลังนั่งรอทำความรู้จักกับเธออยู่

หอพักที่นี่มีทั้งหมดสี่ชั้นบัวบงกชพักอยู่ชั้นสอง ห้องที่เธอพักอยู่นั้นมีทั้งหมดสิบเตียง โดยมีเตียงเรียงกันไปฝั่งละห้าคน

เพื่อนใหม่แต่ละคนมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเตียงของบัวบงกชอยู่ริมสุด เพื่อนที่อยู่เตียงติดกับเธอรีบเข้ามาแนะนำตัวเอง

“สวัสดีเราชื่อใยไหม เรานอนเตียงนี้นะ แล้วเธอชื่ออะไรเหรอ”

“เราชื่อบัวบงกชชื่อเล่นบัวจ้ะ”

“เราชื่อผักบุ้ง”

“ส่วนเราชื่อโอปอ”

เมื่อเพื่อนทั้งสามคนมาแนะนำตัวแล้วเพื่อนที่เหลืออีกหลายก็ผลัดกันเข้ามาแนะนำตัวกับบัวบงกชทีละคน

“บัวขอฝากตัวกับทุกคนด้วยนะ บัวเป็นเด็กบ้านนอกเพิ่งเข้ามาอยู่กรุงเทพได้ไม่ถึงหนึ่งเดือนเลย บัวอาจจะทำอะไรที่มันประหลาดหรือไม่เข้าท่าเพื่อนๆ ทุกคนบอกบัวได้เลยนะ”

“แต่หน้าตาบัวไม่เหมือนเด็กบ้านนอกเลยนะสวยยิ่งกว่าเด็กกรุงเทพอย่างพวกเราอีก” ผักบุ้งมองหน้าเพื่อนใหม่แล้วก็พูดขึ้นเพราะบัวบงกชเป็นเด็กสาวที่ตากลมโตผิวขาวอมชมพูดูสุขภาพดีมากๆ

“ใช่ๆ สงสัยแถวบ้านนอกอากาศจะดีมากๆ แล้วแต่ก่อนบัวเรียนอยู่โรงเรียนไหนล่ะบัว” ใยไหมถาม

“บัวเรียนที่โรงเรียนประจำอำเภอเป็นโรงเรียนเล็กๆ บัวกลัวมากเลยว่าจะมาเรียนที่นี่แล้วตามเพื่อนๆ ไม่ทันบัวขอให้ทุกคนช่วยบัวเรียนด้วยนะ”

“แต่ก่อนบัวอยู่โรงเรียนรัฐบาลแล้วทำไมถึงเปลี่ยนมาเรียนโรงเรียนเอกชน เราไม่ได้ดูถูกกลัวนะแต่ค่าใช้จ่ายที่โรงเรียนเอกชนมันสูงมากๆ เลยขนาดบ้านเราทำธุรกิจส่งออกแม่ยังบ่นเลยว่าค่าเทอมของเรามันแพงมากๆ และกำชับว่าให้เราตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ให้คุ้มกับค่าเทอมที่เสียไป”

“พอดีมันมีเรื่องนิดหน่อยน่ะ ยายเราเสียชีวิตไปเมื่อสองเดือนก่อน คนที่มาส่งวันนี้เป็นผู้ปกครองคนใหม่เขาฐานะค่อนข้างดีและเคยเลี้ยงยายของบัวมาตั้งแต่เด็ก”

“บัวโชคดีมากๆ เลยนะคนที่มาส่งบัวหล่อมากๆ เลยเขาชื่ออะไรเหรอ” โอปอถามด้วยความสนใจเพราะเธอแอบเห็นตั้งแต่เขาเข้ามาคุยกับครูประจำหอพักแล้ว

“เขาชื่อคุณเธียรน่ะเป็นผู้ปกครองของบัวส่วนผู้หญิงอีกคนหนึ่งชื่อพี่ธัญญ่าเป็นน้องสาวของคุณเธียร”

“แล้วเขาจะให้บัวอยู่ที่นี่ตลอดหรือจะได้กลับบ้านช่วงวันหยุดล่ะ”

“พี่ธัญญ่าบอกว่าถ้าถึงวันออกหอพี่เขาจะมารับน่ะ”

“ดีจัง”

“ทำไมใยไหมพูดแบบนั้นล่ะ แล้วใยไหมไม่ได้กลับบ้านเหรอ”

“อือ เราจะอยู่ที่นี่ทุกวันจนกว่าจะปิดเทอมน่ะ พ่อแม่เราไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่กลับไปอยู่ที่บ้านก็อยู่คนเดียวแม่ก็เลยทำเรื่องกับอาจารย์ที่โรงเรียนว่าขอให้เราอยู่หอยาวตลอดเทอม”

“แล้วคนอื่นล่ะ”

“โอปอกลับเดือนละครั้งเพราะพ่อกับแม่ไปทำงานที่ต่างประเทศบ่อยๆ”

“ผักบุ้งกลับทุกครั้งที่ถึงกำหนด”

“บัวเพิ่งรู้นะว่าอยู่ตลอดก็ได้แล้วมีคนอยู่เยอะไหม”

“ก็หลายคนอยู่นะ เพื่อนบางคนก็อยู่ที่หอพักยาวจนปิดเทอมเหมือนกัน”

“พ่อแม่ของพวกเธอคงทำธุรกิจและงานยุ่งมากๆ ใช่มั้ยล่ะ บัวเห็นคุณเธียรก็งานยุ่งมากๆ เหมือนกัน”

“ใช่พ่อแม่ของพวกเราบางคนก็งานยุ่งมากๆ บางครั้งก็บินไปต่างประเทศการอยู่หอพักกับเพื่อนหลายๆ คนมันก็ทำให้เราหายเหงา”

“แล้วไม่เบื่อแย่เหรอ” บัวบงกชถามเพราะรู้สึกว่าการจะอยู่หอพักจนกระทั่งปิดเทอมมันคงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมากๆ

“เสาร์และอาทิตย์เราขออนุญาตออกไปห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ นี้ได้จ้ะ แต่ก็ต้องกลับมาก่อนหกโมงเย็น” โอปออธิบายให้เพื่อนใหม่ฟัง

“แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ”

“เย็นวันเสาร์นี้ไม่ใช่กำหนดกลับบ้าน เราไปไปเที่ยวห้างกันไหมไปซื้อของใช้ไปซื้อขนมเข้ามากินที่นี่” ผักบุ้งเอ่ยชวน

“ที่นี่เอาขนมขึ้นมากินบนห้องนอนได้ด้วยเหรอ” บัวบงกชถามเพราะเห็นเพื่อนคนหนึ่งถือถุงขนมเดินเข้ามา

“ได้นะ แต่ต้องเก็บกวาดให้เรียบร้อยห้ามเก็บไว้จนมดขึ้นแค่นั้นเอง”

“บัวเคยได้ยินมาว่าหอพักนักเรียนค่อนข้างจะเข้มงวดมาก แต่ที่นี่ไม่ได้เป็นแบบนั้นใช่ไหม”

“ที่นี่เป็นหอพักของโรงเรียนเอกชนน่ะ ครูเขาก็เลยค่อนข้างจะเกรงใจผู้ปกครองแต่พวกเราก็ไม่ได้เอาขนมขึ้นมากินจนสกปรกหรอกนะ”

“บัวไม่รู้ก็เลยไม่ได้ซื้อขนมมาใช่ไหม ช่วงนี้กินของพวกเราไปก่อนเห็นตู้เย็นที่ตรงนั้นไหมล่ะ ขนมในนั้นก็เป็นของที่พวกเราซื้อมาถ้าเห็นชื่อที่เขียนไว้เป็นของพวกเราสามคนบัวก็หยิบมากินได้เลย”

“แล้วที่นี่มีขนมขายไหม” บัวบงกชรู้สึกเกรงใจเพื่อนมากๆ เพราะเธอไม่รู้เรื่องนี้เธอเลยไม่ซื้อขนมเข้ามาเลยเธออยากซื้อขนมของตัวเองมาติดไว้ในตู้เย็นบ้าง

“ซื้อได้ที่สหกรณ์ของโรงเรียนหรือโรงอาหารก็ได้ที่นั่นมีขายเยอะแยะเลย”

เมื่อคุยกันได้พอสมควรเพื่อนๆ ก็ช่วยบัวบงกชเก็บเสื้อผ้าใส่ตู้จากนั้นก็พากันลงไปทานอาหารเย็นที่โรงอาหารของโรงเรียนซึ่งจะปิดเวลาหกโมงเย็น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED