"ก้องจ๋า แกคิดว่าภูมิมันงอลพวกเราจริง?" เจนทำท่าเอียงคอถามพร้อมทำตาปริบๆ มองก้องเหมือนกับว่าตนไม่ได้พูดหรือทำอะไรผิดเลยนะ
"ไม่จริงอ่ะ ภูมิมันตอแหลเก่งกว่าตุ๊ดอย่างฉันอีก" ว่าจบทั้ง 3 คนก็หัวเราะออกมาพร้อมกันและหันมองไปทางที่เพื่อนของพวกเขาเดินไป คุยกันได้ซักพักก็ถึงเวลาที่ต้องทำงาน พวกเขาก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน และวันนี้เป็นวันธรรมดาลูกค้าจึงไม่ได้เยอะมากแค่ก็มีมาเรื่อยๆ บางคนพาแฟนมากินข้าวแล้วก็กลับ บางคนมานั่งเอาบรรยากาศเฉยๆ ก็มี ร้านเหล้าแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 โซน คือโซนหน้าเวทีสำหรับคนที่อยากแดนซ์ โซนตรงกลางสำหรับคนที่ไม่ชอบเสียงดังมากแต่ก็ยังอยากจะสนุกอยู่ ส่วนโซนสุดท้ายคือโซนหลังสุด จะได้ยินเสียงดนตรีไม่ดังมาก เหมาะกับการนั่งชิลๆ ซึ่งร่างบางก็รับผิดชอบดูแลโซนสุดท้านนี้อยู่
"สวัสดีครับ มากี่ท่านครับ" ร่างบางเดินเข้าไปต้อนรับลูกค้าเมื่อเห็นว่าลูกค้าเดินเข้ามาในโซนที่ตนเองดูแลอยู่ด้วยรอยยิ้ม
"4คนจ๊ะ" หญิงสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มพูดขึ้นพรางมองฟน้าของร่างบางอย่างพินิจพิจารณา และเธอก็สรุปได้ว่าคนตรงหน้านี้สวยมากทีเดียว และเธอก็ชอบคนสวย "เชิญทางนี้ครับ" ร่างบางนำคนทั้ง 4 ที่นั่งที่โต๊ะและรับออเดอร์ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว และแม้ว่าจะมีบางครั้งที่ลูกค้าสาวสวยจะแอบสั่งออเดอร์ผิดบ้าง อยากเปลี่ยนเมนูนี้บ้าง ยกเลิกเมนูนั้นบ้าง แต่ร่างบางก็ยังคงบริการลูกค้าด้วยรอยยิ้ม ไม่ม่ทีท่าว่าจะโกรธหรือไม่พอใจซักนิดเดียว
"แหมๆๆ ญาจ๋าญา แกนี่โชคดีจริงๆ เลย มีลูกค้าหนุ่มสุดหล่อมาเป็นอาหารตาให้ถึงที่เลย ฉันอิจฉาจัง อยากได้แบบนี้บ้าง" เจนเดินมาแซวระหว่างที่ร่างบางกำลังเดินไปส่งออเดอร์
"ตาดีจริงๆ เลยนะ" ร่างบางเอ่ยกับเพื่อนคนสวย ซึ่งมันก็เป็นความจริง เรื่องแสกนผู้ชายหล่อต้องบอกเจน เจนไวเรื่องนี้
"แน่นอนสิ งานดีทั้งโต๊ะเลยอ่ะแก" เจนทำท่าเพ้อฝันก่อนที่ร่างบางจะดับฝันด้วยการไล่เพื่อนกลับไปทำงาน และตนก็ไปดูและลูกค้าของตนต่อ ชัญญาดูแลลูกค้าทุกโต๊ะเป็นอย่างดี บริการด้วนรอยยิ้ม จนลูกค้าหลายคนเอ่ยปากชม และด้วยวันนี้เป็นวันธรรมดาคนจึงไม่เยอะอย่างเมื่อคืน ตนจึงมีลูกค้าที่ต้องดูและเพียงแค่ 2 โต๊ะเท่านั้น แต่พอเวลาเริ่มดึกลูกค้าก็เช็คบิลออกไปหนึ่งโต๊ะ ตอนนี้จึงเหลือเพียงโต๊ะเดียวที่ร่างบางยังต้องดูแลอยู่
"น้องญาทำงานที่นี่นานรึยังจ๊ะ" หญิงสาวที่มีเพียงหนึ่งเดียวเอ่ยถามขึ้น เธอชอบใบหน้าที่เปื้อนยิ้มนั้นจัง หญิงสาวคิดในใจ มองยังไงก็ไม่เบื่อ "เกือบสองปีแล้วครับ" แม้ว่าลูกค้าสาวคนนี้จะยิงคำถามใส่เป็นปืนกลก็ตามที แต่บนใบหน้าก็ยังคงมีรอยยิ้มหวานๆ ประดับไว้อยู่เสมอ
"เหรอจ๊ะ แล้ว แล้วน่ารักแบบนี้มีแฟนรึยังเอ่ย" ลูกค้าสาวสวยยังคงถามต่อ จนเพื่อนชายที่มาด้วยต้องปราม "แกจะอยากรู้ไปทำไมยายอิง เรื่องส่วนตัวเขาไหม"
"นี่เจตจ๋าเจต ฉันถามน้องญาคนสวยของฉันไม่ได้ถามแก อย่าสาระแนได้ป่ะ" สาวสวยหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนก่อนจะหันมามองร่างบางอย่างต้องการคำตอบ "คนที่สาระแนคือแกมากกว่ายายอิง" ก็ยังเป็นเพื่อนคนเดิมที่เอ่ยปากพูด
"หุบปากไปเลยเจต" สาวสวยที่โดนเพื่อนว่าหยิบน้ำแข็งในแก้วเหล้าของตนยัดปากเพื่อนที่พูดมากทันที "สมน้ำหน้า แกก็รู้ว่าอิงมันเป็นประเภทถ้าได้เสือกต้องเสือกให้สุด" เพื่อนชายอีกคนพูดเหมือนจะเข้าข้างหญิงสาว แต่ปล่าวเลย เขากำลังด่าเพื่อนว่ายุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่นมากไปทั้งที่ไม่รู้จักหรือสนิทกับเขา ทำให้ได้ค้อนวงใหญ่จากเพื่อนสาว
"นี่คริสแกว่าฉันขี้เสือกเหรอ" หญิงสาวเท้าเอวถามทันทีที่เพื่อนพูดจบ
"เออสิ" จบคำหญิงสาวก็แจกค้อนให้อีกวงเป็นของแถม "เบื่อแกสองคนจัง" หญิงสาวว่าก่อนจะหันไปเรียกร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ไกลกลับมา เพราะร่างบางเดินออกไปตั้งแต่เพื่อนของหญิงสาวที่ชื่อเจตพูดขึ้นแล้ว
"น้องญาของพี่อิงมานี่สิคะ ว่ายังไงเอ่ยน่าตาน่ารักแบบนี้มีแฟนรึยัง" หญิงสาวยังคงถามคำถามที่ตนยังไม่ได้คำตอบเพราะโดนเพื่อนขัดคอ
"ขี้เสือก" เจตและคริสพูดขึ้นพร้อมกัน แต่สาวสวยเพียงหนึ่งเดียวหาแคร์ไม่
"หัดอยู่เงียบๆ เหมือนมิคมันบ้าง" พูดจบก็ทำท่าขัดใจก่อนจะหันมาหาร่างบางที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ดูท่าว่าท่าไม่ได้คำตอบตนก็คงไปไหนไม่ได้แน่ๆ
"เคยมีครับ" แต่คำตอบของร่างบางก็ทำให้อีกคนหัวใจเต้นตูมตามอยู่ไม่น้อย
"ตอบแบบนี้แสดงว่าตอนนี้โสดน่ะสิ ใช่ไหม?" สาวสวยถามด้วยความตื่นเต้น ซึ่งร่างบางก็ยังคงยิ้มและตอบคำถามของสาวสวยขี้สงสัยต่อ
"ครับ ตอนนี้โสด" ร่างบางตอบพร้อมกับมือที่รับแก้วเหล้าของคนที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จาตั้งแต่มาถึงมาชงให้ ชงเสร็จก็วางแก้วไว้ตรงหน้าของชายหนุ่มผู้เงียบขรึม "แล้วโสดมานานยังอ่ะ?" สาวสายยังคงยิงคำถามต่อ "3 ปีกว่าแล้วครับ"
"แล้วแบบนี้ไม่เหงาแย่เหรอ?" และดูท่าว่าหญิงสาวจะยังคงมีข้อสงสัยอีกมากทีเดียว
"ก็มีบ้างครับ แต่ว่าอยู่แบบนี้ก็สบายไปอีกแบบ" ร่างบางก็ยังคงตอบคำถามด้วยรอยยิ้มเช่นเคย
"พอได้แล้วอิง ถามมากไปแล้ว" มิคคาเอล ชายหนุ่มที่นั่งเงียบไม่พูดจาตั้งแต่มาถึงเอยปากปรามเพื่อนสาวของตน
"แหะๆ พี่ขอโทษนะจ๊ะน้องญา" หญิงสาวเอ่ยขอโทษร่างบางก่อนจะเปลื่อนเรื่องคุย และนั้นก็ทำให้เธอรู้ว่าร่าวบางเป็นคนที่ค่อนข้างมีอัธยาศัยที่ดีทีเดียว พูดคุยด้วยรอยยิ้มเสมอ และที่สำคัญไม่เคยแสดงท่าทีว่ารำคาญออกมาซักครั้งเดียว จากที่ถูกใจอยู่แล้วก็ยิ่งถูกใจมากขึ้นไปอีก และเวลาก็ล่วงเลยมาจนร้านใกล้ปิดเหล่าบันดาลูกค้าทั้งหลายก็เริ่มทยอยกันเช็คบิลเพื่อจะไปต่อที่อื่นบ้าง หรือกลับบ้านบ้าง
"นี่ก็ดึกแล้ว ฉันว่าเราควรจะกลับได้แล้วนะ" เจตเอ่ยขึ้นซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย เพราะพวกเขาก็เริ่มจะสร่างแล้วเพราะไม่ได้ดื่มมากบวกกับช่วงครึ่งหลังแทบจะไม่ได้กินเหล้าเลยด้วยซ้ำ คนหนึ่งชวนพนักงานคุยเพลิน ส่วนคนที่เหลือก็ฟังเพลินจนไม่ได้กินเหล้าเลย "น้องญาจ๋า เช็คบิลด้วยจ้า" น้ำอิงเรียกร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ไกลออกไปให้มาเช็คบิลโต๊ะจองเธอ ร่างบางเดินมาพร้อมกับบิลค่าอาหารและเครื่องดื่มในมือ
"นี่ครับ ทั้งหมด 5,375 บาทครับ" ร่างบางว่าพร้อมกับว่าบิลไว้ที่โต๊ะให้ลูกค้าได้เช็คก่อนว่าตัวเองสั่งอะไรมาบ้าง ราคาเท่าไร เพื่อที่ลุกค้าจะได้ไม่มาโวยวายทีหลังได้ และอย่างที่บอกว่าร้านเหล้าแห่งนี้เป็นร้านเล็กๆ ค่าอาหารจึงไม่ได้แพงอย่างที่คิด
"ฉันเลี้ยง" มิคคาเอลพูดพรางหยิบเงินสดออกมาจากกระเป๋า จ่ายไป 7,000 บาท พร้อมกับลุกเดินออกไปทันที แต่ก่อนที่จะเดินออกไปนั้น ร่างสูงได้บอกว่าเงินที่เหลือนี้ให้เป็นทิปที่ตนดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี แต่ให้มาตั้งพันกว่ามันดูจะเยอะไปหน่อยนะ แต่ตนก็ยกมือไหว้ขอบคุณพร้อมส่งยิ้มให้จนคนมองใจกระตุกดลยทีเดียว "เจต ฉันต้องการประวัติของเด็กคนนั้นภายใน 2 วัน" มิคคาเอลบอกเพื่อนก่อนจะเดินไปขึ้นรถและขับออกไปทันที ทิ้งให้เพื่อนอีก 3 คน ยืนงงอยู่ตรงนั้น กว่าจะได้สติกลับมาก็หลายนาทีอยู่
"มันสนใจน้องญาของฉัน" น้ำอิงพูดขึ้นอย่างโมโห กล้าดียังไงจะมาแย่งเด็กน้อยแสนน่ารักของเธอไป
"มันเอาจริง?" คริส
"กูว่ามันเอาจริง" เจต
"แต่ฉันไม่ยอมเด็ดขาด" น้ำอิง "มันแค่ถูกใจ หรือมันจะเปิดใจว่ะ" เจต
"ขอให้เป็นอย่างหลัง" คริส
"ฉันไม่ยอมแน่ๆ" น้ำอิง เด็กน้อยที่น่ารัก น่าถนุถนอมจะตกเป็นของคนโฉดอย่างมิคคาดเอลไม่ได้
"คงได้แต่ภาวนา" คริสพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ทั้งสามคนมองหน้ากันก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับที่พัก และถึงแม่พวกเขาจะพูกแบบนั้นออกไปแต่ก็หวังจะให้เพื่อนได้เจอกับรักแท้ไม่ใช่รักหลอกลวงอย่างที่ผ่านมา
~~ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ~~ เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งเซ็นเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นมองไปที่ประตูก่อนจะอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามา
"เข้ามา" ว่าจบก็ก้มหน้าเซ็นเอกสารต่อ
"นี่คือประวัติของคนที่คุณมึงอยากได้ครับ" ร่างสูงใหญ่ของเจตเดินเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารในมือ เดินตรงไปหยุดและนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับมิคคาเอลพร้อมกับยื่นเอกสารในมือให้ มือที่เซ็นเอกสารอยู่เมื่อครู่วางปากกาทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น
"อืม ขอบใจมาก ไปได้แล้ว" ร่างสูงเอ่ยปากไล่เพื่อนทันทีที่ได้ของที่ต้องการ
"นี่พอกูหมดประโยชน์มึงก็ไล่กูทันทีเลยนะ ไอ้เพื่อนทรพี" เจตพูดพร้อมกับกรอกตาไปมา
"ให้พัก7วัน" ร่างสูงพูดทั้งที่ตายังคงจ้องอยู่ที่เอกสารที่เพื่อนเอามาให้ ส่วนเจตที่ได้ยินแบบนั้นก็ดี๊ด๊าทันที
"งั้นก็ขอให้โชคดี" เจตพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะรีบแจ้นออกจากห้องไป รอพี่เจตก่อนนะจ๊ะสาวๆ พี่เจตกำลังจะไปหาแล้ว
หลังจากที่เจตออกไปชายหนุ่มที่ยังก้มหน้าอ่านประวัติของหนุ่มน้อยหน้าใสอยู่ก็ต้องตกตลึงกับประวัติที่บอกว่าเจ้าตัวมีลูกแล้วหนึ่งคน แต่ที่หน้าตกใจยิ่งกว่าคือหนุ่มน้อยเป็นคนคลอดเด็กคนนั้นออกมาเอง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเด็กน้อยท้องได้
"หึหึ น่าสนใจไม่น้อย" ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างที่ชอบทำ ก่อนจะก้มลงอ่านประวัติส่วนอื่นๆ ของเด็กน้อยต่อ "ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มีความสุขอะไรนักหนาคะคุณเพื่อน" เป็นน้ำอิงที่เดินเข้ามาก่อนจะเห็นเพื่อนตัวเองนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ จึงอดที่จะแซวไม่ได้
"มีความสุขก็ต้องยิ้มสิ จะให้ร้องไห้รึไงล่ะ" ชายหนุ่มตอบกลับไปแบบกวนๆ "แล้วนี่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่" เพราะเขาไม่ได้ยินเลยตอนที่น้ำอิงเข้ามา รู้ตัวก็ตอนที่หญิงสาวทักนั่นแหละ
"ฉันเข้ามาตั้งนานแล้วย่ะ มัวแต่ใจลอยคิดถึงใครอยู่ก็ไม่รู้" หญิงสาวบ่นเพื่อนก่อนจะเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาตัวใหญ่มุมห้อง ก่อนจะทำหน้านึกอะไรออกและพูดออกมา "หรือว่าน้องญาของฉัน"
"เขาไปเป็นของแกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ" ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ แต่หน้านี่แสดงออกเต็มที่ว่าไม่พอใจกับคำว่าน้องญาของฉัน
"จิ๊ แค่นี่ทำหวง คอยดูนะฉันจะยุน้องมันให้หนักๆ เลย" หญิงสาวที่หน้าหงิกอยู่แล้วยิ่งหงิกกว่าเดิมเพราะไม่พอใจเพื่อนชายตรงหน้าที่ทำท่าหวงก้างเต็มที่ ทั้งที่ยังไมาได้เขาเลยด้วยซ้ำ
"ให้มันน้อยๆ หน่อยน้ำอิง" ชายหนุ่มปรามเพื่อน แต่มีเหรอคนอย่างน้ำอิงจะสะท้าน ไม่มีทางซะหรอก เธอยังคงลอยหน้าลอยตาไม่รู้สึกรู้สากับคำพูดของเพื่อน "แล้วมานี่มีธุระอะไร" ชายหนุ่มถามเพื่อนที่นั่งกินขนมที่ถือติดมือมาด้วยอย่างสบายอารมณ์ แต่เหมือนคำถามนี้จะไปสะกิดโดนต่อมโมโหของเธอเข้า และก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
"ฮึ้ย ก็พ่อฉันน่ะสิจะให้ฉันแต่งกับลูกเพื่อนเขาให้ได้เลย ฉันถึงได้หนีมานี่ไง" ซึ่งเขาก็เห็นใจนะ แต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะเขารู้ดีว่าพ่อของน้ำอิงเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะหัวโบราณ ชอบนัดดูตัวให้ลูกสาวบ่อยๆ แรกๆ น้ำอิงก็แค่ไปตามที่พ่อของเธอนัดให้แล้วก็บอกว่าไม่ถูกใจ ไม่ตรงสเป็ก นิสัยต่างกันเกินไป จนนานวันเข้าเหตุผลพวกนี้เริ่มที่จะใช้ไม่ได้ผล พ่อเธอไม่จัดคู่ตัวตัวให้เธอแล้วแต่เป็นการจับให้เธอแต่งงานกับคนที่เลือกให้แทน "แกก็แต่งซะสิ พ่อแกจะได้เลิกบังคับ" เพื่อนสาวมอบค้อนวงใหญ่ให้เป็นรางวัลสำหรับคำแนะนำ
"แต่งกับพ่อแกสิ สาธุฉันขอให้พ่อแกไม่ยอมรับคนที่แกเลือก" เขารู้ว่าเพื่อนหมายถึงใคร แต่เสียใจเขามีคนหนุนหลังที่แข็งแกร่ง
"หึหึ พ่อฉันจะทำอะไรได้" เธอรู้ว่าแม่ของมิคคาเอลเป็นคนที่เปิดกว้าง ยอมรับเรื่องชายรักชายได้ และก็รู้ด้วยว่าถ้าแม่ของมิคคาเอลพอใจหรือถูกชะตาด้วย พ่อของเขาก็ไม่มีข้อโต้แย้งแน่นอน
"งั้นก็ขอให้แม่แกไม่ยอมรับลูกสะใภ้คนนี้" ใจจริงเธอไม่ได้คิดแบบนั้นเลย แต่ที่เธอพูดแบบนั้นเพราะเธอหมั่นไส้
"เสียใจ เพราะแม่ฉันชอบคนแบบนี้" ชายหนุ่มพูดอย่างมั่นใจ
"ฉันจะคอยดู" หญิงสาวพูดจบก็เอนตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวอย่างเกียจคร้าน ไม่รักษาความเป็นกุลสตรีที่มีติดตัวอยู่น้อยนิดเลย ชายหนุ่มส่ายหน้าให้เพื่อนสาวเบาๆ ก่อนจะก้มหน้ามองรูปถ่ายที่แนบมากับประวัติของชัญญา อีกด้านทางฝั่งของร่างบางที่ยังคงใช้ชีวิตประจำวันตามปกติเรื่อยมาจนวันหนึ่งระหว่างที่ร่างบางกำลังจะออกไปทำงานก็พบกับชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้ารั้วบ้าน ร่างบางชะงักยืนนิ่งอยู่กับที่ เพราะไม่คิดว่าชีวิตนี้จะต้องเจอกับเขาอีก
"คุณ..." ชัญญายังคงอยู่ในอาการตลึงที่อยู่ๆ ก็เจอกับคนที่ไม่อยากเจอทำให้สมองสั่งการช้าลงไปมาก
"ญา พี่คิดถึงญามากเลยรู้ไหม" ชายหนุ่มตรงหน้าเดินมาจับมือของร่างบางพร้อมกับพูดความในใจที่เก็บไว้นานออกมา
"หึ คิดถึงเหรอ?" ร่างบางเค้นหัวเราะ และสบัดมือออกจากการกอบกุมของอีกคน
"คุณจะมาคิดถึงผมทำไม เอาเวลาไปคิดถึงลูกเมียคุณโน่น" ร่างบางพูดและผลักร่างสูงออกให้พ้นตัว แต่ก็ถูกร่างสูงจับเข้าที่ข้อมือและดึงเข้าหาตัว และด้วยขนาดของร่างกายที่แตกต่างทำให้ร่างบางเซเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอีกคนได้อย่างง่ายดาย
"ญา พี่ขอโทษ ญาให้โอกาสพี่อีกครั้งได้ไหม" เมื่อร่างบางได้ฟังก็ยิ่งทำให้อารมณ์ที่พยามเก็บไว้ประทุออกมา สบัดตัวออกจากอ้อมกอดของคนตัวสูงจนหลุดออกมาได้
"ขอโอกาส รู้สึกอายไหมที่พูดแบบนี้ออกมา" ร่างบางถามด้วยความโมโห
"............" เมื่ออีกฝ่ายเงียบร่างบางจึงพูดต่อทันที
"คุณรู้ไหมว่าผมให้โอกาสกับคุณไปกี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่ผมยื่นโอกาสให้คุณ คุณก็โยนโอกาสเหล่านั้นทิ้งไปอย่างไม่ใยดี และวันนี้ผมอยู่ได้โดยไม่ต้องมีคุณแต่คุณกลับมาขอโอกาส เพื่ออะไรไม่ทราบ รู้สึกผิด? หึ น่าสมเพจที่สุด" ชายหนุ่มที่ฟังร่างบางพูดรู้สึกอึ้งจนพูดไม่ออก เพราะชัญญาที่เขารู้จักเป็นคนน่ารัก อ่อนโอน ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ไม่เคยเถียง โอนอ่อนตามทุกคำพูดของเขา แต่วันนี้ไม่ใช่เขาแทบจะไม่รู้จักคนตรงหน้านี้เลยด้วยซ้ำ
"พี่ขอ....." ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มะพูดจบร่างบางก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
"เลิกพูดคำว่าขอโทษ เพราะผมไม่เคยโกรธคุณ" เมื่อได้ยินแบบนั้นร่างสูงก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ แต่ประโยคต่อมาทำให้เขาหุบยิ้มลงทันที "แต่ผมจำได้เสมอว่าคุณเคยทำอะไรไว้กับผมบ้าง เพราะฉะนั้นเราต่างคนต่างอยู่ คุณก็กลับไปอยู่กับคนของคุณซะ เรื่องของเราไม่มีทางที่จะเป็นเหมือนเดิมแล้ว ขอให้คุณโชคดี ลาก่อน" ร่างบางพูดจบก็เดินกลับเข้าบ้านไป วันนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานแน่ๆ ดังนั้นวันนี้ร่างบางจึงเลือกที่จะลางาน 1 วัน เพื่อปรับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่
"กูบอกมึงแล้วไง แต่มึงก็ไม่ฟัง" เมื่อเห็นว่าชัญญาเข้าบ้านไปแล้ว ชายหนุ่มอีกคนก็เดินออกมาจากที่ซ่อนทันที เดิมทีคิดว่าชัญญาจะยอมคืนดีกับน้องชายของเขาซะอีก แต่ผลเป็นแบบนี้ก็ไม่ต่างจากที่คาดการณ์ไว้เท่าไหร่ เขารู้ว่าน้องชายของเขาทำเลวระยำอะไรไว้กับร่างบางบ้าง เขาจึงไม่ช่วย ปล่อยให้เรื่องนี้ชัญญาเป็นคนตัดสินใจเองเอง
"ผมไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอก ผมรู้ว่าญายังรักผมอยู่" ว่าจบก็เดินไปขึ้นรถทันที คนเป็นพี่ชายได้แต่ถอนหายใจกับความคิดของน้องชายตน ก่อนจะเอ่ยปากพูดเบาๆ กับตัวเอง
"มึงไปเอาความมั่นใจนั้นมาจากไหนกิจ" ร่างบางที่มองดูสองคนที่จากไปจากทางหน้าต่างด้วยสายตาว่างเปล่า เขาไม่ได้รักกิจแล้วหรือจะพูดให้ถูกคือไม่เคยรักเลย เขาแค่หลงลมปากของผู้ชายคนนั้นก็เท่านั้นเอง และลูกน้อยที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของพวกเขานั้นชัญญาเลือกที่จะเก็บเด็กไว้ เพราะยังไงเด็กคนนี้ก็คือลูกของตน แม้ว่าพ่อของเขาจะไม่ต้องการก็ตาม แรกเริ่มเดิมทีเมื่อกิจรู้ว่าตนท้องก็บอกให้เอาเด็กออกทันที แต่ว่าเขาทำลายเด็กคนนี้ไม่ได้ ทำไม่ลงจริงๆ และชัญญาก็เลือกที่จะก้าวออกมาจากชีวิตของกิจเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แรกๆ ก็อาจจะยังทำใจยอมรับไม่ได้ แต่วันเวลาก็ช่วยให้ทุกอย่างมันดีขึ้น จนตอนนี้ตนสามารถอยู่ได้ไดยที่ไม่มีเขา แต่วันนี้เขากลับอยากจะคืนมา เพื่ออะไร? นี่คือสิ่งที่ร่างบางไม่เข้าใจเลยซักนิด บนรถชายหนุ่มสองคนที่เพิ่งจะขับรถออกมาจากบ้านของชัญญา คนหนึ่งคิดหาวิธีที่จะง้อขอคืนดีกับร่างบาง อีกคนคือคนที่รับรู้ทุกเหตุการณ์แต่ไม่อยากเข้าไปยุ่ง เพราะยังไงก็เป็นเรื่องของคนสองคน แม้ปากจะบอกว่าไม่ช่วยแค่การที่เขาช่วยสืบหาที่อยู่ขิงคนตัวเล็กหลังจากที่หายไปนานหลายปีตนพบก็ถือว่าเป็นการช่วยกรายๆ นั่นแหละ "แล้วจะเอายังไงต่อ" กรพี่ชายของกิจถามขึ้นในขณะที่จับรถพาน้แงชายตัวดีไปส่งบ้าน
"ก็ไม่ยังไง ผมเชื่อว่าญายังรักผมอยู่ แต่พี่พูดแบบนั่นออกมาคงเพราะยังโกรธเรื่องเมื่อตอนนั้นอยู่" กิจพูดด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจว่าอย่างไรชัญญาก็จะต้องให้อภัยตนแน่นอน แต่หารู้ไม่ว่าชัญญาในตอนนี้ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว
"อย่ามั่นใจให้มากนัก เผื่อใจไว้บ้างก็ดี" กรพูดเตื่อนน้องชาย เพราะดูจากสายตาของชัญญาแล้วยากที่กิจจะง้อได้สำเร็จ