"แม่ขา" เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กวัย 3 ขวบ ร้องเรียกผู้เป็นแม่พร้อมกับวิ่งโผลเข้ากอดจนผู้เป็นแม่เกือบจะหงายหลัง เพราะเจ้าตัวน้อยเล่นทิ้งน้ำนักตัวทั้งหมดไปที่แม่ของตน
"ว่าไงคะคนเก่งของแม่ วันนี้ดื้อไหมคะ" ผู้เป็นแม่เอื่อยถามสาวน้อยแก้มซาลาเปาตรงหน้า พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้และหอมแก้มนุ่มนิ่มของลูกสาวตัวแสบไปหลายฟอด
"ไม่ดื้อเลยค่ะ มีแต่เพื่อนที่ดื้อ" เจ้าตัวแสบรีบโบ้ยความผิดให้เพื่อนทันที
"จริงเหรอคะ แม่เชื่อหนูได้แค่ไหนเนี่ย" ร่างบางเอ่ยถามลูกน้อยในอ้อมกอดของตน ใช่ว่าตนจะไม่รู้ฤทธิ์ของแม่สาวน้อยคนนี้
"จริงๆ คะ" เจ้าตัวยังคงยืนยันอย่างนักแน่นว่าตนเองนั้นไม่ได้ดื้อเลยซักนิด
"โอเค จริงก็จริง"
"แม่ขาหนูหิวแล้วอ่ะ" และหลังจากที่กลับมาจากโรงเรียนเจ้าต้วน้อยก็เป็นต้องหิวทุกที นี่แหละเด็กกำลังโต "งั้นเราเข้าบ้านไปหาคุณยายกันดีกว่า ป่ะ" ว่าจบ ร่างบางก็จูงมือลูกน้อยเข้าบ้าน เพื่อพาตัวแสบไปหาของกินทันที
"ยายจ๋า หนูหิวจังเลย" พอเดินเข้ามาในครัวเห็นคุณยายกำลังเอาขนมที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ก็สะบัดมือของตนออกจากมือของแม่ทันทีและวิ่งเข้าไปเกาะขาของคุณยายเพื่ออ้อนขอกินขนม
"พอดีเลย ยายเพิ่งอบขนมเสร็จ หนูไปนั่งรอยายที่โต็ะนะ เดี๋ยวยายเอาให้"
"รับทราบค่ะ" เด็กน้อยรับคำพร้อมกับทำท่าตะเบ๊ะก่อนจะวิ่งไปนั้งรอตามที่คุณยายบอก
"เดินเอาก็ได้ลูก เดี๋ยวก็ล้มหรอก" ร่างบางว่าก่อนจะหันไปคุยกับแม่ของตน
"งั้นญาฝากเจ้าตัวเล็กด้วยนะแม่ เดี๋ยวเข้างานสาย" "ไปเถอะไม่ต้องห่วง" ว่าจบทั้งสองก็แยกย้าย ร่างบางเดินขึ้นชั้นบนเพื่อไปอาบน้ำเตรียมตัวออกไปทำงาน ส่วนแม่ของตนก็เอาขนมไปให้หลานสาวสุดที่รักกิน เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ร่างบางก็เดินลงมาจากชั้นบนและเดินไปบอกลาลูกน้อยก่อนไปทำงาน
"แม่ไปทำงานแล้วนะคะ อย่าดื้อกับคุณยายนะรู้ไหม" ร่างบางยังไม่วายสั่งเจ้าตัวน้อยที่ยืนหน้ามุ้ยอยู่ข้างคุณยาย
"หนูไม่ดื้อซะหน่อย ไม่เชื่อแม่ถามยายดูเลย" เจ้าตัวทำแก้มพองลมเมื่อแม่พูดเหมือนตัวเองเป็นเด็กที่ดื้อมาก "จ้า ไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ จุ๊บ" ร่างบางหอมแก้มลูกอีกครั้งก่อนจะหันไปพดูกับแม่ของตน
"ญาไปแล้วนะแม่"
"จ้า" ร่างบางทำงานหลางคืนอยู่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งแถวบ้าน ด้วยเหตุผลที่อยากอยู่ใกล้ลูก ถึงแม่ว่ารายได้จะไม่เยอะแยะอะไร แต่ก็พออยู่พอกิน และแน่นอนว่าการทำงานกลางคืนย่อมต้อมมีข้อเสียมากกว่าข้อดี ข้อแรกเลยก็คือ คนส่วนมากจะมองพวกเขาเป็นเด็กขาย ส่วนอีกข้อคือ ไม่สามารถเลี่ยงไม่ให้โดนลวนลามได้ แต่อย่างน้อยตนก็โชคดีที่มีเจ้านายดี มีเพื่อนร่วมงานที่น่ารัก
"อ้าวญา ทำไมวันนี้มาเร็วจังล่ะ ไม่ได้ไปรับลูกเหรอ?" ก้อง เพื่อนสาวประเภทสองที่ทำงาาเป็นเด็กเสิร์ฟเอ่ยถามขึ้น
"ไม่ต้องแล้วล่ะ แม่เราให้ไป-กลับรถโรงเรียนเอาน่ะ แม่แกกลัวเราจะมาทำงานไม่ทัน" ร่างบางบอกก่อนจะขอตัวไปทำงานของตน เพราะเด็กเสิร์ฟแต่ล่ะคนมีหน้าที่ที่ต้องทำก่อนร้านจะเปิด นั่นก็คือทำความสะอาดโซนที่ตัวเองรับผิดชอบ ร่างบางใช้เวลาทำความสะอาดโซนของตัวเองไม่นานก็เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมานั้งพัก ร้านเหล้าแห่งนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ร้านใหญ่โตอะไร แต่ก็มีสวัสดิการให้กับลูกจ้างเหมือนกับร้านใหญ่ๆ บางร้าน นั่นคือมีอาหารให้สองมื้อ มีวันหยุดอาทิตย์ละ 1 วัน เข้างานสายได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมง เงินเดือนก็ได้ตามมาตรฐานค่าแรงขั้นต่ำ แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้วสำหรับคนที่จบแค่ ม.6 อย่างตน
"ญา ได้เวลากินข้าวแล้ว ป่ะ" เป็นก้องนั่นเองที่เดินมาตามร่างบางไปกินข้าว
"อืม" ร่างบางขานรับเบาๆ ก่อนจะลุกเดินตามเพื่อนสาวไป
"อื้อหือ วันนี้กระเพราไข่ดาวด้วย ของโปรดพี่เลย" เจน เพื่อนร่วมงานอีกคนเอ่ยขึ้น และเมื้อเหล่าพนักงานทั้งหมดกินข้าวเสร็จเรียบร้อยก็เข้าประจำโซนของตัวเองเพื่อรอบริการลูกค้าที่มาใช้บริการ และอย่างที่บอกว่าร้านนี้ไม่ใช่ร้านเหล่าที่ใหญ่อะไร จึงมีพนักงานไม่มาก มีผู้จักการร้าน 1 คน พีอาร์ 2 คน เด็กเสิร์ฟ 5 คน แม่ครัว 3 คน และคนรับรถอีก 2 คน และพวกเขาทั้งหมดคือเพื่อนสมัยเรียนมัธยมของร่างบาง ยกเว้นผู้จัดการกับพีอาร์ดท่านั้นที่ไม่ใช่เพื่อนและตนไม่สนิทด้วย แต่คนที่ร่างบางสนิทด้วยที่สุดก็จะเป็นก้อง เจน และภูมิ นอกนั้นก็จะทักทายกันปกติ แน่นอนว่าเพื่อนร่วมงานทุกคนรู้ว่าตนนั้นมีลูกแล้ว แต่ก็คิดว่าตนนั้นคงจะไปทำผู้หญิงท้องแล้วเลิกรากันไปจนต้องเอาลูกมาเลี้ยงเอง ซึ่งร่างบางก็ปล่อยเลยตามเลยไม่คิดจะอธิบายอะไร จะมีก็แต่คนที่สนิทกับตนจริงๆ จะรู้ว่าเด็กคนนั้นตนเป็นคนอุ้มท้องและคลอดออกมาเอง
"โอ้ยเหนื่อยจัง ทำไมวันนี้ลูกค้าถึงได้เยอะแบบนี้ ไปอดอยากปากแห้ง เสี้ยนเหล้ามาจากไหนกัน" เจนบ่นขึ้นหลังจากที่เก็บกวาดทำความสะอาดร้านเรียบร้อยแล้ว มือหนึ่งถือขวดน้ำอีกมือสางผมที่ยุ่งเหยิงของตน "แกจะบ่นทำไมคะนังชะนี ลูกค้าเยอะก็ดีแล้วไง" ก้องพูดอย่างอารมณ์ดี เพราะวันนี้ลูกค้าเยอะก็ทำให้เขาได้ทิปเยอะไปด้วย
"จริงของก้องมัน" ภูมิพูดเสริมขึ้นอย่างเห็นด้วย ขนาดตนที่เป็นแค่เด็กรับรถยังได้ทิปมาไม่น้อยเลย
"พวกแกมันไม่เข้าใจสุนทรียะของหญิงสาวผู้บอบบางอย่างฉัน" เจนโอดครวญออกมาเมื่อโดนเพื่อนๆ รุมบ่นให้ตร
"แกมันเทยถึกอีก้อง ส่วนแกเป็นผู้ชายไม่ได้เรื่องไอ่ภูมิ" "พาลนี่หว่า" ภูมิพูดด้วยสีหน้างงๆ ทำไม่แค่นี้ต้องว่ากันด้วยวะ
"นั่นดิ พาลเนาะภูมิเนาะ"
"พอได้แล้ว ไหนบอกว่าเหนื่อย พูดมากไม่เหนื่อยกันรึไง" ร่างบางพูดขึ้นหลังจากที่มองดูเพื่อนโต้เถียงกันไปมา
"นี่แก่ว่าฉันพูดมากเหรอญา" เจน ก้อง และภูมิพูดออกมาอย่างพร้อมเพียงเมื่อร่างบางพูดจบ
"เออ ชัดยัง"
"ชัด" ทั้งสามตอบเบาๆ
"นี่พวกเธอ เราจะไปถนนคนเดินไปด้วยกันไหม" เพื่อนร่วมงานคนนี้เป็นพีอาร์ของร้าน ความสวยจัดว่าอยู่ในระดับหน้าตาดีเลยทีเดียง
"ไม่เป็นไร เกรงใจ พวกเธอไปกันเถอะ" ก้องพูดปฏิเสธไปทันที
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก วันนี้เราได้ทิปเยอะ เดี๋ยวเลี้ยงข้าว ไปเถอะนะ ไปด้วยกันหลาย ๆ คนสนุกดี"
"ไว้โอกาสหน้าดีกว่านะ วันนี้เรามีธุระแล้ว" ร่างบางรู้ว่าเพื่อนไม่ชอบพีอาร์ทั้งสองคนนี้ตนจึงพูดปฏิเสธไปเมื่อเห็นว่าทั้งก้องและเจนเริ่มจะเก็บอาการไม่อยู่แล้ว
"งั้นเหรอ น่าเสียดายจังไม่เป็นไรจ๊ะ ครั้งหน้าก็ได้เนาะ งั้นเราไปก่อนนะ บ๊ายบาย" หลังจากทีาพีอาร์ทั้งสองจากไป ก้องและเจนก็หันไปทำตาขวางใส่ร่างบางทันที "ญา แกไปพูดแบบนั้นกับมันทำไม เดี๋ยวครั้งหน้ามันก็มาชวนแกไปอีก" เจนเปิดบทสนทนาจึ้นก่อนที่ก้องจะรับช่วงต่อ
"นั่นสิ แกไม่รู้รึไงว่าสองคนนั้นมันสตอเบอรี่ญี่ปุ่นแค่ไหน"
"เราแค่บอกปัดไปแค่นั้นเอง" ร่างบางพูดขึ้นอย่างเหนื่อยๆ เมื่อเห็นเพื่อนทำท่าเหนื่อยอกเหนื่อยใจก้องและเจนก็ไม้ได้พูดอะไรต่อ
"หายเหนื่อยกันยัง" ภูมิถามขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน "ถ้าหายเหนื่อยแล้ว ก็กลับบ้านกัน"
"อื้อ ป่ะ" จากนั้นพวกเขาทั้งสี่ก็เดินกลับบ้านพร้อมกัน เนื่องจากบ้านของพวกเขาอยู่ในซอยเดียวกัน ใช้เวลาเดินไม่ถึง 20 นาทีก็ถึงบ้าน เมื่อกลับมาถึงบ้านร่างบางก็ไมาได้นอนทันที เขาจะต้องช่วยแม่ทำกับข้าวไปขายที่ตลาด แรกๆ ก็ไม่ชินหรอก แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มจะชินกับวิถีชีวิตแบบนี้ซะแล้ว
"ญาไปนอนได้แล้วลูก อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว" เมื่อเห็นว่าลูกนั่งหาวนางจึงบอกให้ลูกไปนอน เพราะเหลือเก็บกวาดอีกนิดหน่อยก็จะเสร็จแล้ว
"ไม่เป็นไรหรอกแม่ อีกนิดเดียวเอง" ร่างบางบอกแม่ก่อนจะเก็บกวาดเศษขยะใส่ที่โกยแล้วเอาไปทิ้ง
"อ่ะ เสร็จแล้ว"
"งั้นลูกก็ไปนอนได้แล้ว ทำงานมาเหนื่อยๆ ยังต้องมาช่วยแม่อีก"
"แค่นี้ไม่เหนื่อยเลยแม่ สบายมาก" ร่างบางทำท่าเบ่งกล้ามให้แม่ดูว่าตัวเองนั้นแข็งแรงขนาดไหน ทำแค่นี้สบายมาก
"จ้าเก่ง แม่ไปแล้วนะ" ร่างบางมองดูนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลาตีห้ากว่าแล้วจึงยังไม่ไปนอน เตรียมของทำอาหารเช้าให้ลูกสาวตัวน้อยของตน เมื่อทำเสร็จก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ตัวแสบตื่นพอดี ร่างบางจักการอาบน้ำและป้อนข้าวให้ลูกสาวก่อนจะไปส่งที่หน้าบ้านเมื่อรถโรงเรียนมารับ
"หนูไปแล้วนะคะ จุ๊บ" เมื่อบอกลาแม่เสร็จก็วิ่งไปหาคุณครูที่รออยู่ทันที ก่อนรถจะออกตัวเจ้าตัวยังหันมาโบกมือให้ตนอีกด้วย
"บายจ๊ะ" เมื่อรถโรงเรียนเคลื่อนตัวออกไปร่างบางก็หันหลังเดินเข้าบ้านและตรงขึ้นชั้นบนทันที เมื่อเข้ามาถึงในห้องก็ล้มตัวลงนอนและเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว อีกด้านหนึ่งที่ประตูรั้วหน้าบ้าน
"ถึงแม้ว่าเขาจะลำบากไปซักหน่อย แต่เขาก็ดูมีความสุขดีนะ ว่าไหม?" ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันไปถามชายที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง
"ผมคิดถึงญา" แต่ดูเหมือนว่าอีคนจะไม่สนใจสิ่งที่เขาพูดเลย
"คิดถึงเหรอ แล้วเขาคิดถึงมึงแบบที่มึงคิดถึงเขารึเปล่า" น้ำเสียงที่เปร่งออกมาเต็มไปด้วยความเย้ยยั้นอย่างชัดเจน
"ผมรักญา" เป็นอีกครั้งที่ทำพูดของตนถูกเมิน
"หึ" เมื่ออีกคนไม่สนใจคำพูดของตน ตนก็ไม่มีอะไรจะพูด
"พี่เป็นพี่ผมป่ะเนี่ย" เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงพูดถากถางตนอยู่จึงหันไปถามด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว
"เพราะกูเป็นพี่มึงไงถึงได้พูดแบบนี้ มึงจำได้ไม่ว่ามึงทำอะไรกับญาเขาไว้บ้าง มึงจำได้ไหมวันที่เขาเดินจากมามึงพูดว่าไง แล้วทำไมทีตอนนี้บอกว่าคิดถึงเขา รักเขา" เขาพูดดึงสติอีกคนด้วยการพูดถึงอดีตที่คนคนนี้เคยทำไว้กับอีกคนที่เดินเข้าบ้านไปเมื่อครู่ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเปล่าประโยชน์
"ผมรู้ว่าผมผิด ตอนนี้ผมถึงพยามแก้ไขมันอยู่นี่ไง" "เรื่องของมึงเถอะ กูไม่ขอยุ่ง" ตนพูดตัดบทอีกฝ่ายก่อนจะเดินไปขึ้นรถที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
"พี่จะเอาญากับมาเป็นของพี่เหมือนเดิมให้ได้ ต่อให้ต้องแลกกับอะไรพี่ก็ยอม" พูดจบก็เดินตามอีกคนไปที่รถแล้วขับรถออกไปจากตรงนั้นทันที
"ก้องจ๋า แกคิดว่าภูมิมันงอลพวกเราจริง?" เจนทำท่าเอียงคอถามพร้อมทำตาปริบๆ มองก้องเหมือนกับว่าตนไม่ได้พูดหรือทำอะไรผิดเลยนะ
"ไม่จริงอ่ะ ภูมิมันตอแหลเก่งกว่าตุ๊ดอย่างฉันอีก" ว่าจบทั้ง 3 คนก็หัวเราะออกมาพร้อมกันและหันมองไปทางที่เพื่อนของพวกเขาเดินไป คุยกันได้ซักพักก็ถึงเวลาที่ต้องทำงาน พวกเขาก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน และวันนี้เป็นวันธรรมดาลูกค้าจึงไม่ได้เยอะมากแค่ก็มีมาเรื่อยๆ บางคนพาแฟนมากินข้าวแล้วก็กลับ บางคนมานั่งเอาบรรยากาศเฉยๆ ก็มี ร้านเหล้าแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 โซน คือโซนหน้าเวทีสำหรับคนที่อยากแดนซ์ โซนตรงกลางสำหรับคนที่ไม่ชอบเสียงดังมากแต่ก็ยังอยากจะสนุกอยู่ ส่วนโซนสุดท้ายคือโซนหลังสุด จะได้ยินเสียงดนตรีไม่ดังมาก เหมาะกับการนั่งชิลๆ ซึ่งร่างบางก็รับผิดชอบดูแลโซนสุดท้านนี้อยู่
"สวัสดีครับ มากี่ท่านครับ" ร่างบางเดินเข้าไปต้อนรับลูกค้าเมื่อเห็นว่าลูกค้าเดินเข้ามาในโซนที่ตนเองดูแลอยู่ด้วยรอยยิ้ม
"4คนจ๊ะ" หญิงสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มพูดขึ้นพรางมองฟน้าของร่างบางอย่างพินิจพิจารณา และเธอก็สรุปได้ว่าคนตรงหน้านี้สวยมากทีเดียว และเธอก็ชอบคนสวย "เชิญทางนี้ครับ" ร่างบางนำคนทั้ง 4 ที่นั่งที่โต๊ะและรับออเดอร์ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว และแม้ว่าจะมีบางครั้งที่ลูกค้าสาวสวยจะแอบสั่งออเดอร์ผิดบ้าง อยากเปลี่ยนเมนูนี้บ้าง ยกเลิกเมนูนั้นบ้าง แต่ร่างบางก็ยังคงบริการลูกค้าด้วยรอยยิ้ม ไม่ม่ทีท่าว่าจะโกรธหรือไม่พอใจซักนิดเดียว
"แหมๆๆ ญาจ๋าญา แกนี่โชคดีจริงๆ เลย มีลูกค้าหนุ่มสุดหล่อมาเป็นอาหารตาให้ถึงที่เลย ฉันอิจฉาจัง อยากได้แบบนี้บ้าง" เจนเดินมาแซวระหว่างที่ร่างบางกำลังเดินไปส่งออเดอร์
"ตาดีจริงๆ เลยนะ" ร่างบางเอ่ยกับเพื่อนคนสวย ซึ่งมันก็เป็นความจริง เรื่องแสกนผู้ชายหล่อต้องบอกเจน เจนไวเรื่องนี้
"แน่นอนสิ งานดีทั้งโต๊ะเลยอ่ะแก" เจนทำท่าเพ้อฝันก่อนที่ร่างบางจะดับฝันด้วยการไล่เพื่อนกลับไปทำงาน และตนก็ไปดูและลูกค้าของตนต่อ ชัญญาดูแลลูกค้าทุกโต๊ะเป็นอย่างดี บริการด้วนรอยยิ้ม จนลูกค้าหลายคนเอ่ยปากชม และด้วยวันนี้เป็นวันธรรมดาคนจึงไม่เยอะอย่างเมื่อคืน ตนจึงมีลูกค้าที่ต้องดูและเพียงแค่ 2 โต๊ะเท่านั้น แต่พอเวลาเริ่มดึกลูกค้าก็เช็คบิลออกไปหนึ่งโต๊ะ ตอนนี้จึงเหลือเพียงโต๊ะเดียวที่ร่างบางยังต้องดูแลอยู่
"น้องญาทำงานที่นี่นานรึยังจ๊ะ" หญิงสาวที่มีเพียงหนึ่งเดียวเอ่ยถามขึ้น เธอชอบใบหน้าที่เปื้อนยิ้มนั้นจัง หญิงสาวคิดในใจ มองยังไงก็ไม่เบื่อ "เกือบสองปีแล้วครับ" แม้ว่าลูกค้าสาวคนนี้จะยิงคำถามใส่เป็นปืนกลก็ตามที แต่บนใบหน้าก็ยังคงมีรอยยิ้มหวานๆ ประดับไว้อยู่เสมอ
"เหรอจ๊ะ แล้ว แล้วน่ารักแบบนี้มีแฟนรึยังเอ่ย" ลูกค้าสาวสวยยังคงถามต่อ จนเพื่อนชายที่มาด้วยต้องปราม "แกจะอยากรู้ไปทำไมยายอิง เรื่องส่วนตัวเขาไหม"
"นี่เจตจ๋าเจต ฉันถามน้องญาคนสวยของฉันไม่ได้ถามแก อย่าสาระแนได้ป่ะ" สาวสวยหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนก่อนจะหันมามองร่างบางอย่างต้องการคำตอบ "คนที่สาระแนคือแกมากกว่ายายอิง" ก็ยังเป็นเพื่อนคนเดิมที่เอ่ยปากพูด
"หุบปากไปเลยเจต" สาวสวยที่โดนเพื่อนว่าหยิบน้ำแข็งในแก้วเหล้าของตนยัดปากเพื่อนที่พูดมากทันที "สมน้ำหน้า แกก็รู้ว่าอิงมันเป็นประเภทถ้าได้เสือกต้องเสือกให้สุด" เพื่อนชายอีกคนพูดเหมือนจะเข้าข้างหญิงสาว แต่ปล่าวเลย เขากำลังด่าเพื่อนว่ายุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่นมากไปทั้งที่ไม่รู้จักหรือสนิทกับเขา ทำให้ได้ค้อนวงใหญ่จากเพื่อนสาว
"นี่คริสแกว่าฉันขี้เสือกเหรอ" หญิงสาวเท้าเอวถามทันทีที่เพื่อนพูดจบ
"เออสิ" จบคำหญิงสาวก็แจกค้อนให้อีกวงเป็นของแถม "เบื่อแกสองคนจัง" หญิงสาวว่าก่อนจะหันไปเรียกร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ไกลกลับมา เพราะร่างบางเดินออกไปตั้งแต่เพื่อนของหญิงสาวที่ชื่อเจตพูดขึ้นแล้ว
"น้องญาของพี่อิงมานี่สิคะ ว่ายังไงเอ่ยน่าตาน่ารักแบบนี้มีแฟนรึยัง" หญิงสาวยังคงถามคำถามที่ตนยังไม่ได้คำตอบเพราะโดนเพื่อนขัดคอ
"ขี้เสือก" เจตและคริสพูดขึ้นพร้อมกัน แต่สาวสวยเพียงหนึ่งเดียวหาแคร์ไม่
"หัดอยู่เงียบๆ เหมือนมิคมันบ้าง" พูดจบก็ทำท่าขัดใจก่อนจะหันมาหาร่างบางที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ดูท่าว่าท่าไม่ได้คำตอบตนก็คงไปไหนไม่ได้แน่ๆ
"เคยมีครับ" แต่คำตอบของร่างบางก็ทำให้อีกคนหัวใจเต้นตูมตามอยู่ไม่น้อย
"ตอบแบบนี้แสดงว่าตอนนี้โสดน่ะสิ ใช่ไหม?" สาวสวยถามด้วยความตื่นเต้น ซึ่งร่างบางก็ยังคงยิ้มและตอบคำถามของสาวสวยขี้สงสัยต่อ
"ครับ ตอนนี้โสด" ร่างบางตอบพร้อมกับมือที่รับแก้วเหล้าของคนที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จาตั้งแต่มาถึงมาชงให้ ชงเสร็จก็วางแก้วไว้ตรงหน้าของชายหนุ่มผู้เงียบขรึม "แล้วโสดมานานยังอ่ะ?" สาวสายยังคงยิงคำถามต่อ "3 ปีกว่าแล้วครับ"
"แล้วแบบนี้ไม่เหงาแย่เหรอ?" และดูท่าว่าหญิงสาวจะยังคงมีข้อสงสัยอีกมากทีเดียว
"ก็มีบ้างครับ แต่ว่าอยู่แบบนี้ก็สบายไปอีกแบบ" ร่างบางก็ยังคงตอบคำถามด้วยรอยยิ้มเช่นเคย
"พอได้แล้วอิง ถามมากไปแล้ว" มิคคาเอล ชายหนุ่มที่นั่งเงียบไม่พูดจาตั้งแต่มาถึงเอยปากปรามเพื่อนสาวของตน
"แหะๆ พี่ขอโทษนะจ๊ะน้องญา" หญิงสาวเอ่ยขอโทษร่างบางก่อนจะเปลื่อนเรื่องคุย และนั้นก็ทำให้เธอรู้ว่าร่าวบางเป็นคนที่ค่อนข้างมีอัธยาศัยที่ดีทีเดียว พูดคุยด้วยรอยยิ้มเสมอ และที่สำคัญไม่เคยแสดงท่าทีว่ารำคาญออกมาซักครั้งเดียว จากที่ถูกใจอยู่แล้วก็ยิ่งถูกใจมากขึ้นไปอีก และเวลาก็ล่วงเลยมาจนร้านใกล้ปิดเหล่าบันดาลูกค้าทั้งหลายก็เริ่มทยอยกันเช็คบิลเพื่อจะไปต่อที่อื่นบ้าง หรือกลับบ้านบ้าง
"นี่ก็ดึกแล้ว ฉันว่าเราควรจะกลับได้แล้วนะ" เจตเอ่ยขึ้นซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย เพราะพวกเขาก็เริ่มจะสร่างแล้วเพราะไม่ได้ดื่มมากบวกกับช่วงครึ่งหลังแทบจะไม่ได้กินเหล้าเลยด้วยซ้ำ คนหนึ่งชวนพนักงานคุยเพลิน ส่วนคนที่เหลือก็ฟังเพลินจนไม่ได้กินเหล้าเลย "น้องญาจ๋า เช็คบิลด้วยจ้า" น้ำอิงเรียกร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ไกลออกไปให้มาเช็คบิลโต๊ะจองเธอ ร่างบางเดินมาพร้อมกับบิลค่าอาหารและเครื่องดื่มในมือ
"นี่ครับ ทั้งหมด 5,375 บาทครับ" ร่างบางว่าพร้อมกับว่าบิลไว้ที่โต๊ะให้ลูกค้าได้เช็คก่อนว่าตัวเองสั่งอะไรมาบ้าง ราคาเท่าไร เพื่อที่ลุกค้าจะได้ไม่มาโวยวายทีหลังได้ และอย่างที่บอกว่าร้านเหล้าแห่งนี้เป็นร้านเล็กๆ ค่าอาหารจึงไม่ได้แพงอย่างที่คิด
"ฉันเลี้ยง" มิคคาเอลพูดพรางหยิบเงินสดออกมาจากกระเป๋า จ่ายไป 7,000 บาท พร้อมกับลุกเดินออกไปทันที แต่ก่อนที่จะเดินออกไปนั้น ร่างสูงได้บอกว่าเงินที่เหลือนี้ให้เป็นทิปที่ตนดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี แต่ให้มาตั้งพันกว่ามันดูจะเยอะไปหน่อยนะ แต่ตนก็ยกมือไหว้ขอบคุณพร้อมส่งยิ้มให้จนคนมองใจกระตุกดลยทีเดียว "เจต ฉันต้องการประวัติของเด็กคนนั้นภายใน 2 วัน" มิคคาเอลบอกเพื่อนก่อนจะเดินไปขึ้นรถและขับออกไปทันที ทิ้งให้เพื่อนอีก 3 คน ยืนงงอยู่ตรงนั้น กว่าจะได้สติกลับมาก็หลายนาทีอยู่
"มันสนใจน้องญาของฉัน" น้ำอิงพูดขึ้นอย่างโมโห กล้าดียังไงจะมาแย่งเด็กน้อยแสนน่ารักของเธอไป
"มันเอาจริง?" คริส
"กูว่ามันเอาจริง" เจต
"แต่ฉันไม่ยอมเด็ดขาด" น้ำอิง "มันแค่ถูกใจ หรือมันจะเปิดใจว่ะ" เจต
"ขอให้เป็นอย่างหลัง" คริส
"ฉันไม่ยอมแน่ๆ" น้ำอิง เด็กน้อยที่น่ารัก น่าถนุถนอมจะตกเป็นของคนโฉดอย่างมิคคาดเอลไม่ได้
"คงได้แต่ภาวนา" คริสพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ทั้งสามคนมองหน้ากันก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับที่พัก และถึงแม่พวกเขาจะพูกแบบนั้นออกไปแต่ก็หวังจะให้เพื่อนได้เจอกับรักแท้ไม่ใช่รักหลอกลวงอย่างที่ผ่านมา
~~ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ~~ เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งเซ็นเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นมองไปที่ประตูก่อนจะอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามา
"เข้ามา" ว่าจบก็ก้มหน้าเซ็นเอกสารต่อ
"นี่คือประวัติของคนที่คุณมึงอยากได้ครับ" ร่างสูงใหญ่ของเจตเดินเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารในมือ เดินตรงไปหยุดและนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับมิคคาเอลพร้อมกับยื่นเอกสารในมือให้ มือที่เซ็นเอกสารอยู่เมื่อครู่วางปากกาทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น
"อืม ขอบใจมาก ไปได้แล้ว" ร่างสูงเอ่ยปากไล่เพื่อนทันทีที่ได้ของที่ต้องการ
"นี่พอกูหมดประโยชน์มึงก็ไล่กูทันทีเลยนะ ไอ้เพื่อนทรพี" เจตพูดพร้อมกับกรอกตาไปมา
"ให้พัก7วัน" ร่างสูงพูดทั้งที่ตายังคงจ้องอยู่ที่เอกสารที่เพื่อนเอามาให้ ส่วนเจตที่ได้ยินแบบนั้นก็ดี๊ด๊าทันที
"งั้นก็ขอให้โชคดี" เจตพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะรีบแจ้นออกจากห้องไป รอพี่เจตก่อนนะจ๊ะสาวๆ พี่เจตกำลังจะไปหาแล้ว
หลังจากที่เจตออกไปชายหนุ่มที่ยังก้มหน้าอ่านประวัติของหนุ่มน้อยหน้าใสอยู่ก็ต้องตกตลึงกับประวัติที่บอกว่าเจ้าตัวมีลูกแล้วหนึ่งคน แต่ที่หน้าตกใจยิ่งกว่าคือหนุ่มน้อยเป็นคนคลอดเด็กคนนั้นออกมาเอง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเด็กน้อยท้องได้
"หึหึ น่าสนใจไม่น้อย" ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างที่ชอบทำ ก่อนจะก้มลงอ่านประวัติส่วนอื่นๆ ของเด็กน้อยต่อ "ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มีความสุขอะไรนักหนาคะคุณเพื่อน" เป็นน้ำอิงที่เดินเข้ามาก่อนจะเห็นเพื่อนตัวเองนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ จึงอดที่จะแซวไม่ได้
"มีความสุขก็ต้องยิ้มสิ จะให้ร้องไห้รึไงล่ะ" ชายหนุ่มตอบกลับไปแบบกวนๆ "แล้วนี่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่" เพราะเขาไม่ได้ยินเลยตอนที่น้ำอิงเข้ามา รู้ตัวก็ตอนที่หญิงสาวทักนั่นแหละ
"ฉันเข้ามาตั้งนานแล้วย่ะ มัวแต่ใจลอยคิดถึงใครอยู่ก็ไม่รู้" หญิงสาวบ่นเพื่อนก่อนจะเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาตัวใหญ่มุมห้อง ก่อนจะทำหน้านึกอะไรออกและพูดออกมา "หรือว่าน้องญาของฉัน"
"เขาไปเป็นของแกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ" ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ แต่หน้านี่แสดงออกเต็มที่ว่าไม่พอใจกับคำว่าน้องญาของฉัน
"จิ๊ แค่นี่ทำหวง คอยดูนะฉันจะยุน้องมันให้หนักๆ เลย" หญิงสาวที่หน้าหงิกอยู่แล้วยิ่งหงิกกว่าเดิมเพราะไม่พอใจเพื่อนชายตรงหน้าที่ทำท่าหวงก้างเต็มที่ ทั้งที่ยังไมาได้เขาเลยด้วยซ้ำ
"ให้มันน้อยๆ หน่อยน้ำอิง" ชายหนุ่มปรามเพื่อน แต่มีเหรอคนอย่างน้ำอิงจะสะท้าน ไม่มีทางซะหรอก เธอยังคงลอยหน้าลอยตาไม่รู้สึกรู้สากับคำพูดของเพื่อน "แล้วมานี่มีธุระอะไร" ชายหนุ่มถามเพื่อนที่นั่งกินขนมที่ถือติดมือมาด้วยอย่างสบายอารมณ์ แต่เหมือนคำถามนี้จะไปสะกิดโดนต่อมโมโหของเธอเข้า และก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
"ฮึ้ย ก็พ่อฉันน่ะสิจะให้ฉันแต่งกับลูกเพื่อนเขาให้ได้เลย ฉันถึงได้หนีมานี่ไง" ซึ่งเขาก็เห็นใจนะ แต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะเขารู้ดีว่าพ่อของน้ำอิงเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะหัวโบราณ ชอบนัดดูตัวให้ลูกสาวบ่อยๆ แรกๆ น้ำอิงก็แค่ไปตามที่พ่อของเธอนัดให้แล้วก็บอกว่าไม่ถูกใจ ไม่ตรงสเป็ก นิสัยต่างกันเกินไป จนนานวันเข้าเหตุผลพวกนี้เริ่มที่จะใช้ไม่ได้ผล พ่อเธอไม่จัดคู่ตัวตัวให้เธอแล้วแต่เป็นการจับให้เธอแต่งงานกับคนที่เลือกให้แทน "แกก็แต่งซะสิ พ่อแกจะได้เลิกบังคับ" เพื่อนสาวมอบค้อนวงใหญ่ให้เป็นรางวัลสำหรับคำแนะนำ
"แต่งกับพ่อแกสิ สาธุฉันขอให้พ่อแกไม่ยอมรับคนที่แกเลือก" เขารู้ว่าเพื่อนหมายถึงใคร แต่เสียใจเขามีคนหนุนหลังที่แข็งแกร่ง
"หึหึ พ่อฉันจะทำอะไรได้" เธอรู้ว่าแม่ของมิคคาเอลเป็นคนที่เปิดกว้าง ยอมรับเรื่องชายรักชายได้ และก็รู้ด้วยว่าถ้าแม่ของมิคคาเอลพอใจหรือถูกชะตาด้วย พ่อของเขาก็ไม่มีข้อโต้แย้งแน่นอน
"งั้นก็ขอให้แม่แกไม่ยอมรับลูกสะใภ้คนนี้" ใจจริงเธอไม่ได้คิดแบบนั้นเลย แต่ที่เธอพูดแบบนั้นเพราะเธอหมั่นไส้
"เสียใจ เพราะแม่ฉันชอบคนแบบนี้" ชายหนุ่มพูดอย่างมั่นใจ
"ฉันจะคอยดู" หญิงสาวพูดจบก็เอนตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวอย่างเกียจคร้าน ไม่รักษาความเป็นกุลสตรีที่มีติดตัวอยู่น้อยนิดเลย ชายหนุ่มส่ายหน้าให้เพื่อนสาวเบาๆ ก่อนจะก้มหน้ามองรูปถ่ายที่แนบมากับประวัติของชัญญา อีกด้านทางฝั่งของร่างบางที่ยังคงใช้ชีวิตประจำวันตามปกติเรื่อยมาจนวันหนึ่งระหว่างที่ร่างบางกำลังจะออกไปทำงานก็พบกับชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้ารั้วบ้าน ร่างบางชะงักยืนนิ่งอยู่กับที่ เพราะไม่คิดว่าชีวิตนี้จะต้องเจอกับเขาอีก
"คุณ..." ชัญญายังคงอยู่ในอาการตลึงที่อยู่ๆ ก็เจอกับคนที่ไม่อยากเจอทำให้สมองสั่งการช้าลงไปมาก
"ญา พี่คิดถึงญามากเลยรู้ไหม" ชายหนุ่มตรงหน้าเดินมาจับมือของร่างบางพร้อมกับพูดความในใจที่เก็บไว้นานออกมา
"หึ คิดถึงเหรอ?" ร่างบางเค้นหัวเราะ และสบัดมือออกจากการกอบกุมของอีกคน
"คุณจะมาคิดถึงผมทำไม เอาเวลาไปคิดถึงลูกเมียคุณโน่น" ร่างบางพูดและผลักร่างสูงออกให้พ้นตัว แต่ก็ถูกร่างสูงจับเข้าที่ข้อมือและดึงเข้าหาตัว และด้วยขนาดของร่างกายที่แตกต่างทำให้ร่างบางเซเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอีกคนได้อย่างง่ายดาย
"ญา พี่ขอโทษ ญาให้โอกาสพี่อีกครั้งได้ไหม" เมื่อร่างบางได้ฟังก็ยิ่งทำให้อารมณ์ที่พยามเก็บไว้ประทุออกมา สบัดตัวออกจากอ้อมกอดของคนตัวสูงจนหลุดออกมาได้
"ขอโอกาส รู้สึกอายไหมที่พูดแบบนี้ออกมา" ร่างบางถามด้วยความโมโห
"............" เมื่ออีกฝ่ายเงียบร่างบางจึงพูดต่อทันที
"คุณรู้ไหมว่าผมให้โอกาสกับคุณไปกี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่ผมยื่นโอกาสให้คุณ คุณก็โยนโอกาสเหล่านั้นทิ้งไปอย่างไม่ใยดี และวันนี้ผมอยู่ได้โดยไม่ต้องมีคุณแต่คุณกลับมาขอโอกาส เพื่ออะไรไม่ทราบ รู้สึกผิด? หึ น่าสมเพจที่สุด" ชายหนุ่มที่ฟังร่างบางพูดรู้สึกอึ้งจนพูดไม่ออก เพราะชัญญาที่เขารู้จักเป็นคนน่ารัก อ่อนโอน ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ไม่เคยเถียง โอนอ่อนตามทุกคำพูดของเขา แต่วันนี้ไม่ใช่เขาแทบจะไม่รู้จักคนตรงหน้านี้เลยด้วยซ้ำ
"พี่ขอ....." ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มะพูดจบร่างบางก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
"เลิกพูดคำว่าขอโทษ เพราะผมไม่เคยโกรธคุณ" เมื่อได้ยินแบบนั้นร่างสูงก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ แต่ประโยคต่อมาทำให้เขาหุบยิ้มลงทันที "แต่ผมจำได้เสมอว่าคุณเคยทำอะไรไว้กับผมบ้าง เพราะฉะนั้นเราต่างคนต่างอยู่ คุณก็กลับไปอยู่กับคนของคุณซะ เรื่องของเราไม่มีทางที่จะเป็นเหมือนเดิมแล้ว ขอให้คุณโชคดี ลาก่อน" ร่างบางพูดจบก็เดินกลับเข้าบ้านไป วันนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานแน่ๆ ดังนั้นวันนี้ร่างบางจึงเลือกที่จะลางาน 1 วัน เพื่อปรับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่
"กูบอกมึงแล้วไง แต่มึงก็ไม่ฟัง" เมื่อเห็นว่าชัญญาเข้าบ้านไปแล้ว ชายหนุ่มอีกคนก็เดินออกมาจากที่ซ่อนทันที เดิมทีคิดว่าชัญญาจะยอมคืนดีกับน้องชายของเขาซะอีก แต่ผลเป็นแบบนี้ก็ไม่ต่างจากที่คาดการณ์ไว้เท่าไหร่ เขารู้ว่าน้องชายของเขาทำเลวระยำอะไรไว้กับร่างบางบ้าง เขาจึงไม่ช่วย ปล่อยให้เรื่องนี้ชัญญาเป็นคนตัดสินใจเองเอง
"ผมไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอก ผมรู้ว่าญายังรักผมอยู่" ว่าจบก็เดินไปขึ้นรถทันที คนเป็นพี่ชายได้แต่ถอนหายใจกับความคิดของน้องชายตน ก่อนจะเอ่ยปากพูดเบาๆ กับตัวเอง
"มึงไปเอาความมั่นใจนั้นมาจากไหนกิจ" ร่างบางที่มองดูสองคนที่จากไปจากทางหน้าต่างด้วยสายตาว่างเปล่า เขาไม่ได้รักกิจแล้วหรือจะพูดให้ถูกคือไม่เคยรักเลย เขาแค่หลงลมปากของผู้ชายคนนั้นก็เท่านั้นเอง และลูกน้อยที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของพวกเขานั้นชัญญาเลือกที่จะเก็บเด็กไว้ เพราะยังไงเด็กคนนี้ก็คือลูกของตน แม้ว่าพ่อของเขาจะไม่ต้องการก็ตาม แรกเริ่มเดิมทีเมื่อกิจรู้ว่าตนท้องก็บอกให้เอาเด็กออกทันที แต่ว่าเขาทำลายเด็กคนนี้ไม่ได้ ทำไม่ลงจริงๆ และชัญญาก็เลือกที่จะก้าวออกมาจากชีวิตของกิจเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แรกๆ ก็อาจจะยังทำใจยอมรับไม่ได้ แต่วันเวลาก็ช่วยให้ทุกอย่างมันดีขึ้น จนตอนนี้ตนสามารถอยู่ได้ไดยที่ไม่มีเขา แต่วันนี้เขากลับอยากจะคืนมา เพื่ออะไร? นี่คือสิ่งที่ร่างบางไม่เข้าใจเลยซักนิด บนรถชายหนุ่มสองคนที่เพิ่งจะขับรถออกมาจากบ้านของชัญญา คนหนึ่งคิดหาวิธีที่จะง้อขอคืนดีกับร่างบาง อีกคนคือคนที่รับรู้ทุกเหตุการณ์แต่ไม่อยากเข้าไปยุ่ง เพราะยังไงก็เป็นเรื่องของคนสองคน แม้ปากจะบอกว่าไม่ช่วยแค่การที่เขาช่วยสืบหาที่อยู่ขิงคนตัวเล็กหลังจากที่หายไปนานหลายปีตนพบก็ถือว่าเป็นการช่วยกรายๆ นั่นแหละ "แล้วจะเอายังไงต่อ" กรพี่ชายของกิจถามขึ้นในขณะที่จับรถพาน้แงชายตัวดีไปส่งบ้าน
"ก็ไม่ยังไง ผมเชื่อว่าญายังรักผมอยู่ แต่พี่พูดแบบนั่นออกมาคงเพราะยังโกรธเรื่องเมื่อตอนนั้นอยู่" กิจพูดด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจว่าอย่างไรชัญญาก็จะต้องให้อภัยตนแน่นอน แต่หารู้ไม่ว่าชัญญาในตอนนี้ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว
"อย่ามั่นใจให้มากนัก เผื่อใจไว้บ้างก็ดี" กรพูดเตื่อนน้องชาย เพราะดูจากสายตาของชัญญาแล้วยากที่กิจจะง้อได้สำเร็จ