ฉันหาหลบมุมเงียบๆ ใกล้ประตูทางออกของพนักงาน ห่างจากเสียงแก้วกระทบกันและเสียงหัวเราะเสแสร้ง
กล้องถ่ายรูปห้อยคอหนักอึ้ง เป็นน้ำหนักที่ไร้ประโยชน์
ฉันต้องเห็นมันอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าฝันร้ายนี้เป็นเรื่องจริง
ฉันแอบมองผ่านช่องว่างของช่อดอกไม้ แล้วก็เห็นพวกเขา
ภาคิน สิตา เด็กทารกคนนั้น
พวกเขาดูเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบ เป็นภาพครอบครัวสุขสันต์ที่น่าเกลียดน่าชัง
ภาคินโน้มตัวลงเหนือเปลสีขาวสะอาด รอยยิ้มของเขากว้างและจริงใจ เป็นรอยยิ้มแบบที่เขาไม่ค่อยแสดงให้ฉันเห็นอีกแล้ว
เขาจั๊กจี้ใต้คางเด็ก เด็กน้อยส่งเสียงอ้อแอ้
สิตาที่ดูเปล่งปลั่งและภาคภูมิใจ วางมือบนแขนของภาคิน นิ้วของเธอแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
เธอมองเขาด้วยสายตาชื่นชม
หัวใจฉันแหลกสลาย ไม่ใช่การแตกหักที่สะอาดหมดจด แต่เป็นความเจ็บปวดรวดร้าวที่ฉีกกระชาก
เขาดูเป็นธรรมชาติมากเมื่ออยู่ตรงนั้น ดู...ทุ่มเทเหลือเกิน
คำพูดนั้นดังก้องขึ้นมาจากตอนแนะนำตัวก่อนหน้านี้ “คุณพ่อที่แสนทุ่มเทของน้อง”
เพื่อนๆ ของเรา คนที่เคยดื่มอวยพรในงานแต่งงานของเรา ในการตั้งครรภ์ของเรา กำลังชื่นชมลูกของสิตา
พวกเขารู้ รอยยิ้มของพวกเขาสดใสเกินไป การหลบสายตาฉันของพวกเขาก็จงใจเกินไป
ฉันเป็นคนนอกที่นี่ เป็นวิญญาณในงานเลี้ยงของพวกเขา
การตั้งครรภ์ของฉันเอง ลูกที่ฉันอุ้มท้องอยู่ รู้สึกเหมือนเป็นอวัยวะที่ไม่มีอยู่จริง เป็นความจริงที่ไม่สะดวกใจในโลกใบใหม่ที่สดใสของพวกเขา
เขากำลังสร้างชีวิต สร้างครอบครัว โดยไม่มีฉัน ในขณะที่ฉันกำลังวางแผนชีวิตของเรา
อากาศในปอดของฉันกลายเป็นเถ้าถ่าน
ความไม่เชื่อปะทะกับความจริงที่น่าขยะแขยง
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาด นี่ไม่ใช่ความเข้าใจผิด
นี่คือการหลอกลวงที่วางแผนมาอย่างโหดร้ายและเลือดเย็น
และฉันก็ได้เดินดุ่มๆ เข้ามาอยู่กลางงานเฉลิมฉลองของมัน
ฉันต้องการอากาศ อากาศจริงๆ ไม่ใช่บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยน้ำหอมจนน่าอึดอัดของงานเลี้ยง
ฉันแอบออกมาทางประตูพนักงานสู่ตรอกด้านหลัง กลิ่นถังขยะกลับเป็นสิ่งที่น่ายินดี
โทรศัพท์ฉันสั่น คุณอลิสา
“ลิน เรื่องมันเลวร้ายกว่าที่เราคิด” ท่านพูดโดยไม่มีการเกริ่นนำ “มันเป็นพ่อเด็กจริงๆ ผลตรวจดีเอ็นเอยืนยันแล้ว มันไปเช่าคอนโดให้ผู้หญิงคนนั้นที่เอกมัยมาหลายเดือนแล้ว มันใช้ชีวิตสองหน้ามาตลอด”
แต่ละคำพูดเหมือนค้อนที่ทุบลงมา
ทันใดนั้น ฉันได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากข้างใน ใกล้กับประตูพนักงาน เสียงของภาคิน
“...ไม่ต้องห่วงหรอกนนท์ ลินก็แค่อารมณ์แปรปรวนน่ะแหละน่า ก็รู้ๆ กันอยู่ ฮอร์โมนคนท้อง”
นนท์ หนึ่งในเพื่อนเก่าแก่ที่สุดของภาคิน คนที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวในงานแต่งงานของเรา
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะเพื่อน การที่เขามาเห็นแกอยู่ที่นี่... มันก็หนักเอาเรื่องนะ” นนท์พูดด้วยน้ำเสียงอึดอัดเล็กน้อย
ภาคินหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะที่แผ่วเบาและดูแคลน
“เดี๋ยวเขาก็หายเองแหละน่า เขาก็เป็นแบบนี้ตลอด ลินรักฉันมากเกินกว่าจะทิ้งฉันไปได้จริงๆ อยู่แล้ว อีกอย่าง เขาจะไปไหนได้ล่ะ เขาก็ต้องพึ่งฉัน”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ
ความไร้หัวใจ ความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในน้ำเสียงของเขา
เขาเชื่อจริงๆ ว่าฉันเป็นสมบัติของเขา เป็นตุ๊กตาที่คาดเดาได้ว่าจะร้องไห้แล้วก็ให้อภัย
“แล้วสิตาล่ะ” นนท์ถาม
“สิตาเข้าใจสถานการณ์ดี เธออดทนได้ เธอรู้ว่าฉันจะจัดการลินเอง”
จัดการฉัน เหมือนฉันเป็นปัญหาที่ต้องถูกจัดการ
ฉันดันตัวเองติดกับกำแพงอิฐ พื้นผิวหยาบๆ ขูดกับหลังของฉัน
ความขยะแขยงเป็นความรู้สึกทางกายที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอ
เขาไม่ใช่แค่คนหลอกลวง แต่เขายังดูถูกเหยียดหยามฉันด้วย
เขาคิดว่าฉันอ่อนแอ
เขาคิดว่าความรักที่ฉันมีให้เขาคือโซ่ตรวนที่เขาสามารถใช้ผูกมัดฉันไว้ได้ตลอดไป
ความสิ้นหวังเป็นน้ำหนักที่หนักอึ้ง บดขยี้หน้าอกของฉัน
เขาไม่รู้อะไรเลย