ใบตองเด็กสาวกำพร้า ที่ตั้งแต่จำความได้เธอไม่เคยมีพ่อมีแม่เหมือนคนอื่นๆ ชีวิตเติบโตมากับตาที่เลี้ยงดูเธอมาเพียงลำพัง
ตอนเธอเด็กๆ เธอมักจะถามตาอยู่เสมอว่าพ่อแม่เธออยู่ไหนทำไมเธอถึงไม่มีพ่อมีแม่เหมือนคนอื่นๆ เขาเหมือนเพื่อนๆ ที่โรงเรียนของเธอ
ตาบอกแค่ว่าพ่อกับแม่ของเธอไปทำงานหาเงินเดี๋ยวก็กลับมาหาเธอ ให้เธออดทนรอ ในตอนนั้นเธอเชื่ออย่างที่ตาบอก ว่าพ่อกับแม่จะต้องกลับมาหาเธอในสักวันหนึ่ง
เธอมักจะน้อยใจอยู่เสมอเวลาไปโรงเรียนเห็นเพื่อนคนอื่นๆ มีทั้งพ่อทั้งแม่มารับ และบ่อยครั้งที่เธอมักจะโดนเพื่อนในชั้นเรียนล้อเป็นประจำว่าเป็นลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่
แต่พอเวลาผ่านไปหลายๆ ปีเธอก็เริ่มทำใจได้ละ จนตอนนี้เธออายุ14ปีแล้ว เธอคิดนะว่าถ้าพ่อกับแม่ของเธอรักเธอพวกเขาคงจะกลับมาหาเธอ
แต่นี่......ช่างมันเถอะเธอไม่คาดหวังอะไรอีกแล้ว เธอมีแค่ตาเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้วล่ะ ใครไม่รักเธอๆ ไม่แคร์
เธอรักตาของเธอมาก ท่านลำบากเลี้ยงดูเธอมาอย่างดีส่งเสียให้เรียนหนังสือ ถึงแม้ตาจะไม่ได้ร่ำรวยเงินทองทำงานหาเช้ากินค่ำไปวันๆ แต่ตาไม่เคยบ่นเหนื่อย ตาไม่เคยให้เธอได้อด ในตอนที่เธอไม่ค่อยรู้ความเธองอแงอยากได้อะไรอยากกินอะไรตาก็จะหามาให้เสมอ แต่ตอนนี้เธอโตแล้วเธอรู้ว่าตาลำบากกว่าจะหาเงินมาได้แต่ละบาทแต่ละสตางค์ เธอไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น เธอขอแค่ให้ตาอยู่กับเธอไปนานๆ
ตั้งแต่จำความได้เธอจะเห็นตาของเธอทำอาชีพเก็บของเก่าขาย เธอยังเคยขอตามตาไปเก็บของเก่าด้วยแต่ตาก็ไม่ยอมให้เธอไป ตาบอกว่าแดดมันร้อนเดี๋ยวจะไม่สบาย ให้เธออยู่บ้านอ่านหนังสือ
แต่พอเวลาผ่านไปตาของเธอก็บอกข่าวดีว่าตาจะได้ไปทำงานเป็น รปภ ให้กับบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านที่เธออยู่ ตาบอกว่าคุณนายใจดีคนหนึ่งซึ่งก็คือเจ้าของบริษัทนี้สงสารตาเพราะเห็นตาขี่รถซาเล้งเก็บหาของเก่ามาหลายปี ท่านเลยสงสารเพร่ะเห็นตาแก่มากแล้ว เลยชวนตาไปทำงานเป็น รปภ ที่บริษัท เธอจำได้ดีว่าตาดีใจมากขนาดไหน วันนั้นตาเอาเงินที่ขายของเก่าได้ในวันนั้นไปซื้อไก่ทอดเจ้าอร่อยที่เธอชอบมากินกัน2คนตาหลาน เธอเห็นรอยยิ้มของตาที่บ่งบอกว่าดีใจขนาดไหน
ตาทำงานอยู่ที่นั่นหลายปี ฐานะความเป็นอยู่ของเธอกับตาก็เริ่มดีขึ้นเพราะเงินเดือนที่ตาได้มันเยอะพอสมควรถ้าเทียบกับขายของเก่า
ในทุกๆ เย็นตาจะหอบเอากับข้าวที่บริษัทกลับมาให้เธอได้กิน ตาบอกว่าที่บริษัทนี้มีอาหารกลางวันเลี้ยงพนักงานทุกคน
แม่ครัวในบริษัทรู้ว่าตาต้องทำงานหาเลี้ยงหลานสาวเพียงลำพังก็เลยสงสาร และได้แบ่งอาหารใส่ปิ่นโตให้ตาเอากลับมาทานที่บ้าน
แม่ครัวใจดีบอกว่าตาจะได้ประหยัดเงิน จะได้เก็บเงินส่งหลานสาวเรียนสูงๆ อีกหน่อยตาจะได้สบาย
เธออยากจะไปขอบคุณแม่ครัวใจดีคนนั้นจริงๆ ที่เมตตาสงสารเธอกับตา
แต่ความสุขมักจะอยู่ได้ไม่นาน....
และในวันที่เธอเรียนจบ ม.3
เธอออกมานั่งรอตามารับที่หน้าโรงเรียน ตาบอกวันนี้จะพาเธอไปกินไก่ทอดของโปรดและจะพาไปซื้อเสื้อผ้าเพื่อเป็นการฉลองที่เธอนั้นเรียนจบแล้ว แถมเธอยังสอบได้ที่1ของระดับชั้นอีก
เธอนั่งรอตาอยู่จนนักเรียนคนอื่นๆ พ่อแม่มารับกลับไปกันหมดแล้ว แต่ตาก็ยังไม่มารับเธอสักที
เธอร้อนรนกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูกไม่รู้เป็นอะไร
จนสักพักครูนวลซึ่งเป็นครูประจำชั้นของเธอวิ่งมาหาเธอด้วยความรีบร้อน
"ใบตอง ไป รพ กับครูเดี๋ยวนี้ เร็วเข้า"
"ไปทำไมคะ"
"ตาของเธอประสบอุบัติเหตุตอนนี้อยู่ที่ รพ"
"อะไรนะคะ"
"อย่าเพิ่งถามอะไรมาก ครูว่าตอนนี้เธอต้องรีบไป รพกับครู"
ครูนวลดึงแขนเธอลุกขึ้น เธอวิ่งตามครูนวลไปที่รถซึ่งครูพงษ์สามีครูนวลที่ได้ขับมาจอดตรงหน้าฟุตบาทแล้ว
"ครูคะ แล้วตาหนูเป็นยังไงบ้าง ตาไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ยคะครู" เธอถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอกลัวเหลิอเกิน กลัวไปหมดทุกอย่าง
เมื่อมาถึง รพ เธอรีบวิ่งลงจากรถทันที เธอตรงไปยังเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์
"คุณพยาบาลคะ ตาหนูอยู่ไหน ตาหนูปลอดภัยดีใช่มั้ยคะ"
"สักครู่นะจ๊ะ ตาหนูชื่ออะไรจ๊ะ" พยาบาลกำลังคีย์หาข้อมูลอยู่
"ชื่อ ถนอม จงภักดี ค่ะ"
"หนูไปที่ห้องไอซียู 5 ตึก2 นะจ๊ะ"
"ค่ะขอบคุณค่ะ" เธอยกมือไหว้แล้วรีบไปที่นั่นทันที
เธอวิ่งไปร้องไห้ไปจนถึงหน้าห้องไอซียูก็เจอกับหมอและพยาบาลที่เดินออกมาพอดี
"คุณหมอคะตาของหนูอยู่ไหน ตาหนูปลอดภัยใช่มั้ยคะ" เธอถามทั้งน้ำตานองหน้า
"หนูเป็นหลานสาวของคนไข้ใช่มั้ย"
"ใช่ค่ะ หนูชื่อใบตองค่ะ"
"หมอแสดงความเสียใจด้วยนะ หมอพยายามสุดความสามารถแล้ว"
"ไม่อ่ะ ไม่จริง ตาต้องไม่เป็นอะไรสิ ตาสัญญาว่าจะอยู่กับหนู ตาจะทิ้งหนูไปได้ยังไง"
เธอทรุดนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรงเมื่อรับรู้ว่าตาไม่อยู่แล้ว ท่านจากเธอไปแล้ว
"ใบตอง ครูเสียใจด้วยนะลูก" ครูนวลเข้ามากอดปลอบเธอ
"ต่อไปหนูจะอยู่ยังไง ฮือๆๆๆ หนูไม่เหลือใครแล้ว ฮือๆๆๆ "
**...............**
งานศพของตาที่จัดขึ้นที่วัดใกล้บ้านโดยมีเจ้าของบริษัทรับเป็นเจ้าภาพให้โดยที่เธอก็ไม่รุ้ว่าเป็นใคร เธอนั่งอยู่หน้ารูปถ่ายที่ตั้งอยู่หน้าโรงศพด้วยความเศร้าเสียใจ ต่อไปเธอจะอยู่ยังไงจะใช้ชีวิตยังไงคนเดียวตาไม่อยู่กับเธอแล้ว เธออยากตายตามตาของเธอไปเหลือเกิน
"หนู หนูชื่อใบตองใช่ไหม" เธอหันไปมองหน้าหญิงสูงวัยที่เข้ามาทัก เธอไม่รู้จักท่านมาก่อนแต่ท่าทางของท่านใจดีเหมือนตาของเธอเลย เธอยกมือไหว้เพราะคิดว่าคงเป็นคนที่ตาเธอรู้จัก
"สวัสดีค่ะ หนูชื่อใบตองค่ะ"
"ฉันชื่อคุณหญิงแม้นมาศนะเป็นเจ้าของบริษัทที่ตาของหนูทำงานอยู่"
"อ๋อท่านนั่นเอง หนูขอบคุณมากเลยนะคะที่ท่านมีเมตตาจัดงานศพให้ตาของหนู"
"ตาของหนูน่ะเป็นคนดีนะใครๆ ที่บริษัทฉันก็บอกเป็นเสียงเดียวกันแบบนี้ หนูไม่ต้องห่วงนะฉันจะดูแลเรื่องงานศพของตาหนูเอง"
"ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณหญิง" เธอก้มกราบท่านอีกครั้งด้วยความซึ้งใจ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา....
"คุณท่านให้คนไปรับหนูมาที่นี่มีเรื่องอะไรคะ" ตอนนี้เธอกำลังนั่งอยุ่ในบ้านหลังใหญ่ที่เหมือนพระราชวังเธอ เธอนั่งพับเพียบอยู่ที่พื้นพร้อมกับคนที่พาเธอมา
"ฉันรู้ว่าหนูต้องอยู่คนเดียวและมันก็อันตรายมากเพราะเป็นเด็กผู้หญิง ฉันเลยคิดว่าจะรับหนูมาอยู่ด้วยกันที่นี่"
"อยู่ที่นี่"
"อื้มมม ใช่ ฉันว่าฉันจะรับหนูมาดูแลส่งเสียให้หนูได้เรียนหนังสือ"
"หนูจะได้เรียนต่อจริงๆ เหรอคะ" พอได้ยินว่าจะได้เรียนต่อเธอก็ดีใจมากเพราะเธอคิดว่าเธอคงไม่ได้เรียนอีกแล้ว
"ใช่สิ หนูอยากเรียนจบจบปริญญาเลยฉันก็ไม่ว่า"
"ทำไมท่านใจดีกับหนูจังทั้งที่หนูกับท่านเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน"
"ฉันเห็นหนูฉันก็คิดถึงหลานสาวของฉัน แต่เธอจากฉันไปนานแล้วล่ะ หลานสาวฉันถ้าอยู่ก็คงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับหนูนี่แล่ะ แต่เสียดายหลานฉันทำบุญมาน้อย แกเสียไปตั้งแต่อายุได้ห้าขวบ"
"หนูเสียใจด้วยนะคะ"
"หนูจะมาเป็นตัวแทนหลานสาวของฉันได้ไหม พูดตรงๆ นะฉันถูกชะตากับหนูตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแล้ว"