ณ ห้องลองเสื้อของแบรนด์ดังในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
เด็กสาวในชุดนักศึกษากำลังยืนจ้องมองเข้าไปในกระจก มือขวาถือชุดเดรสผ้าซาตินสายเดี่ยวสีขาวทาบไปบนเรือนกายตัวเองแล้วยิ้มแหย ๆ ออกมา
“ จะสวมเข้าไปได้ยังไง คอก็ลึกขนาดนั้น เห็นไปถึงสะดือมั้งน่ะ ” ขณะกำลังบ่นงึมงำประตูห้องลองเสื้อก็ถูกเปิดออก ชายร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาก่อนล็อคห้องให้เรียบร้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
“ พี่ซัน เข้ามาทำไมคะ ”
เขาจับเธอหันหน้าเข้าหากระจก ตัวเองประกบด้านหลัง มือข้างหนึ่งกอดรัดที่เอวคอด อีกข้างขยำลงบนเสื้อศึกษาสีขาวสะอาดบริเวณอกอวบอิ่ม
“ แค่คิดว่าเธอเข้ามาในนี้แล้วต้องแก้ผ้า พี่ก็แข็งหมดแล้ว ” พูดพลางเบียดเป้าที่ดันกางเกงแสล็คสีดำออกมาจนนูนตุงเข้ากับกลีบก้นงอนงาม จมูกไซ้ไปที่ต้นคอด้านหลัง มือหนึ่งสอดเข้าไปใต้กระโปรงแล้วตะปบหมับที่เนินเนื้อของเด็กสาว เธอพยายามผลักมือเขาออกแล้วห้ามปราม
“ พี่ซันขา ที่นี่ไม่ได้นะคะ ” เขาไม่สนในคำพูดของเธอและตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนเอาแต่ใจ
“ บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ชอบให้ใส่กางเกงใน ”
ก่อนกระกระชากมันอย่างแรงจนขาดคามือแล้วโยนส่ง ๆ ลงไปบนพื้น
“ ตะ... แต่ว่าเราออกมาข้างนอกกัน อ๊ะ ! ” ร้องออกมาเพราะช่องรักโดนรุกรานด้วยนิ้วเรียวยาวกะทันหัน และเขาก็ขยับนิ้วแทงเข้าออกในตัวเธอเร็ว ๆ จนน้ำใคร่เยิ้มมือไปหมด
“ แฉะไวจังนะ เด็กน้อย ” กล่าวอย่างพอใจก่อนขยับไปจัดการปลดเข็มขัดและซิปกางเกงแล้วดึงเอ็นเนื้ออวบอ้วนแข็งขึงออกมา
เขาสอดแขนใต้หัวเข่าเธอแล้วยกมันขึ้น กระโปรงร่นขึ้นตามจนไปกองที่เอว กระจกสะท้อนภาพเธอที่กำลังยืนเอนหลังพิงร่างใหญ่ ขาถูกยกขึ้นทำให้เห็นกลีบอูมอิ่มมีเส้นไหมปกคลุมเล็กน้อยที่แหวกอ้า ติ่งเสียวสาวบวมเป่งแดงระเรื่อ รูรักอ้าออกนิด ๆ มีน้ำใคร่คลุมฉ่ำ
ท่อนเนื้ออันใหญ่กำลังขยับเข้ามาใกล้แล้วจ่อส่วนหัวแดงก่ำเบ่งบานเข้ากับรูน้อย เขากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
“ พี่อยากจะเสียบเธอที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น ” ก่อนดันมันเข้าใส่รูน้อยทีเดียวจนมิดลำ เด็กสาวยกมือขึ้นมากัด เอาไว้เพราะกลัวจะเผลอส่งเสียงเล็ดลอดออกไปให้คนข้างนอกได้ยิน
เขาขยับกระทุ้งท่อนเนื้อใหญ่ยาวเท่าข้อแขนเข้าหาเธออย่างหนักแน่น เข้าสุด ออกสุด รูน้อย ๆ อันน่าสงสารถูกทะลวงครั้งแล้วครั้งเล่า กลีบพูทั้งคู่ย่นยู่เข้าออกตามจังหวะกระทั้นอันหนักแน่น
ภาพทั้งหมดสะท้อนให้เห็นในกระจกยิ่งกระตุ้นเร้าให้อารมณ์ใคร่เพิ่มพูน
ยิ่งเสียว ยิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้ ชายหนุ่มกระทั้นเข้าใส่เธอแรงขึ้น แรงขึ้น จนเกิดเสียงเนื้อกระแทกเนื้อชัดเจน เคราะห์ดีที่ทางห้างสรรพสินค้าเปิดเพลงคลอเอาไว้ กระนั้นพนักงานขายก็ยังได้ยินเสียงแว่ว ๆ
“ เสียงอะไรวะ เหมือนเสียงคนเอากัน ” หล่อนพึมพำกับเพื่อนข้าง ๆ ที่เขกมะเหงกใส่หัวเพื่อนเบา ๆ
“ ใครจะบ้ามาเอากันแถวนี้ นี่ร้านเสื้อผ้ามีชื่อมียี่ห้อ มีแต่พวกคนรวยคนไฮโซที่มาใช้ เขาไม่ทำอะไรกันประเจิดประเจ้อแบบนั้นหรอก ”
“ เออจริง ฉันคงหูแว่วไปเอง ” เธอตัดสินใจเชื่อคำพูดเพื่อน โดยที่ไม่รู้เลยว่าในห้องลองเสื้อกำลังมีพวกคนรวยคนไฮโซระดับนายแพทย์เจ้าของโรงพยาบาลกำลังเสียบเด็กสาวในการเลี้ยงดูอย่างเมามัน
เมื่อเขาส่งเธอให้เสร็จสมก็กระชากลำเอ็นออกมาแล้วกดศีรษะเธอลงไปคุกเข่าเบื้องหน้า ก่อนยัดพรวดเข้าไปในกลีบปากจิ้มลิ้มแล้วขยับบั้นเด้ากระแทกปากเธอแรง ๆ จนแท่งรักเข้าลึกถึงคอหอย ขนาดนั้นก็ดูจะยังไม่สาสม มือหนึ่งขยุ้มเส้นผมบนศีรษะของเธอแล้วกระชากเข้าสอดรับจังหวะกระทุ้งให้ยิ่งแรงลึก
เสียงอึกอักดังเล็ดลอดออกมาจากการสอดสวมเครื่องเพศกับริมฝีปากจิ้มลิ้มราวกับเธอหายใจไม่ทันแต่ก็ยังพยายามดูดมัน อ้าปากกว้างทำลำคอให้ยิ่งโล่งเพื่อรับเขาเข้าไปลึก ๆ
จังหวะกระทั้นเริ่มเร็วแรง จังหวะสุดท้ายเขาดันเข้าไปจนสุดลิ่มลำแล้วปลดปล่อยน้ำรักในโพรงปากนุ่ม
ร่างใหญ่กระตุกเบา ๆ เกร็งค้างลิ้มรสสวาทจากปากเด็กสาวอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ ดึงมันออกมาช้า ๆ
เธอเงยหน้าขึ้นจ้องมองด้วยดวงตาใสแจ๋วไร้เดียงสา น้ำรักของเขามากเหลือเกิน แม้จะกลืนลงไปแล้วแต่ก็ยังเอ่อล้นและมันกำลังไหลย้อยลงมาที่มุมปาก
เขาใช้นิ้วโป้งปาดมันแล้วยัดกลับเข้าไปในปากเธอ เด็กสาวเลียแล้วดูดกินราวกับมันเอร็ดอร่อยนักหนา
“ อิ่มไหม ” เขาถามเย้า เธอพยักหน้า
“ หนูอิ่มค่ะ แต่พี่ซันยัง ” พูดพลางลุกขึ้นยืนแล้วผลักร่างใหญ่ให้เป็นฝ่ายลงไปนั่งบ้าง
เธอถลกกระโปรงขึ้นเหนือเอว ยกขาข้างหนึ่งพาดเข้าที่บ่าแข็งแรงของเขา อีกมือกระชากจิกเส้นผมบนศีรษะอีกฝ่ายแล้วกดลงมาที่ตรงกลางระหว่างขาตัวเอง
“ กินสิคะพี่ซันขา กินของหนูให้อิ่ม ๆ ”
พลางถูไถใบหน้าหล่อเหลาเข้ากับเครื่องเพศอันเยิ้มฉ่ำไปด้วยน้ำกำหนัดจนเปียกเปื้อนไปหมด กลิ่นสาปคาวสาวกระตุ้นเร้าให้เขา โคตรเงี่ยน
เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอแล้วแสยะยิ้มอย่างพึงใจ
สาวน้อยบ้านนาไร้เดียงสา บัดนี้กลับกลายเป็นเสือสาวผู้โหยหิวอย่างที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นไปได้
และเธอกำลังทำให้เขาคลั่งไคล้ ปรารถนาเพียงเธออย่างไม่มีวันจบสิ้น...
***
สองอาทิตย์ก่อน
“ หูย สวยจังเลยค่ะคุณครู สวยเหมือนในละครที่หนูเคยดูเลย ”
เสียงอุทานอย่างตื่นเต้นดังมาจากของเด็กสาวผอมบางร่างเล็ก ผิวสีน้ำผึ้งเนียนสวย ดวงตากลมโตที่มีแพขนตางอนประดับเบิกมองสิ่งแวดล้อมรอบตัว จมูกโด่งรั้นเล็ก ๆ รับกันดีกับริมฝีปากรูปกระจับอวบอิ่มที่อ้าหวอแล้วร้องอู้หู โอ้โห ไม่หยุดหย่อน เธออยู่ในเครื่องแบบมัธยมปลายของรัฐบาล เสื้อขาวที่หมองไปทางเหลืองขุ่น กระโปรงน้ำเงินที่ค่อนข้างเก่าซีด ด้วยฐานะการเงินทางบ้านที่ลำบากลำบน จะให้ซื้อเครื่องแบบใหม่บ่อย ๆ อย่าพูดถึง แค่มีอาหารกินไปวัน ๆ หนึ่งยังลำบาก
เธอเป็นกำพร้า พ่อแม่ทิ้งไปตั้งแต่ยังเด็ก เติบโตมากับยายเพียงลำพัง กระนั้นเธอก็ไม่เคยน้อยใจในโชคชะตา เป็นเด็กดีของยาย ตั้งใจเรียนจนกระทั่งเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียน โชคดีเหลือเกินที่ได้รับความเมตตาจากผู้อุปการคุณคนหนึ่งเป็นทุนการศึกษาตั้งแต่มัธยมหกจนถึงจบมหาวิทยาลัย
นายแพทย์ดุจตะวัน ภควัตโชติกุล คือผู้อุปการคุณแสนใจดีคนนั้น
และบ้านหลังใหญ่หลังโตนี้ที่เด็กสาวกำลังประหลาดใจกับมันก็คือบ้านของเขา
“ พอแล้วยัยแก้ว ตาจะทะลักออกมาจากเบ้าอยู่แล้ว ” ครูรุ่งรัตน์ ครูประจำวิชาแนะแนวที่เป็นผู้ขอทุนนั้นให้กับเด็กสาวที่เป็นนักเรียนของท่านพูดขึ้นอย่างเอ็นดู
แก้วกานดา ผาเจริญรุ่ง หรือแก้ว คือชื่อของเด็กสาววัยสิบแปดย่างสิบเก้าคนนี้
“ เดี๋ยวยังไงเชิญคุณครูและคุณแก้วกานดาเข้ามาที่เรือนรับรองแขกก่อนเลยค่ะ ” เสียงเรียบนิ่งดังมาจากปากผู้หญิงวัยราวห้าสิบเบื้องหน้า ที่รวบผมมวยตึง สวมชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลอ่อน กระโปรงยาวสีน้ำตาลเข้ม บุคลิกของเธอดูราวกับคุณครูฝ่ายปกครอง
เธอแนะนำตัวกับแขกผู้มาเยือนทั้งคู่ว่า ชื่อคุณวันเพ็ญ เป็นแม่บ้านของที่นี่
“ นายรุ่ง เดี๋ยวหิ้วกระเป๋าสัมภาระของคุณทั้งคู่ไปเก็บที่เรือนรับรองด้วยนะ ” เธอหันไปสั่งกับคนขับรถวัยราวสี่สิบที่ตอบอย่างพินอบพิเทา
“ ครับ คุณแม่บ้าน ”
เด็กสาวแอบมอง ท่าทีของคุณแม่บ้านช่างสง่าน่าเกรงขามราวกับเธอเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง
“ เชิญคุณทั้งคู่ตามฉันมาเลยค่ะ ” คุณแม่บ้านหันมาบอกกับทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าก่อนเดินนำไป
แก้วกานดากับครูรุ่งรัตน์เดินเคียงกันตามไป ขณะเดิน สายตาของเด็กสาวในชุดมัธยมปลายก็ยังคงกวาดมองทั่วบริเวณอย่างทึ่ง ๆ
‘ คุณหมอท่านเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนมีชื่อในกรุงเทพ ฯ ที่เป็นทั้งโรงพยาบาลรักษาโรคทั่วไปและศัลยกรรมความงาม ’
นั่นคือสิ่งที่ครูรุ่งรัตน์บอกข้อมูลผู้มีอุปการคุณของเธอ
“ คุณหมอคงจะรวยมาก ” เธอแอบคิดในใจ
คฤหาสน์หรูสไตล์โมนาโคหลังนั้นตั้งอยู่แถบชานเมือง แก้วกานดากะไม่ถูกว่ามันกินพื้นที่เท่าไร รู้เพียงว่าปากซอยมีร้านมินิมาร์ทเล็ก ๆ หลังเดียว ที่เหลือคือพื้นที่บ้านของคุณหมอทั้งหมด
สีขาวสะอาดตาที่ตัดกับสีทองบางแห่งของตัวคฤหาสน์หลังใหญ่ ด้านซ้ายเป็นโรงจอดรถที่กว้างยิ่งกว่าบ้านของเธอกับยายที่บ้านนอกเสียอีก มีรถจอดอยู่ในนั้นสี่คันซึ่งเป็นยี่ห้อแปลกตาที่เธอไม่รู้จักเสียสาม
หน้าคฤหาสน์เป็นพื้นที่ยกระดับขึ้นไปที่สามารถมองเห็นจากที่ไกล ๆ ได้ว่าเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ รอบบริเวณเขียวขจีสลับดอกไม้สวย คงมีคนสวนคอยดูแลเป็นอย่างดี ถึงทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างลงตัวและงดงามได้เพียงนี้
พื้นที่ซ้ายมือห่างจากตัวบ้านราวห้าสิบเมตรเป็นห้องแถวสีขาวที่คุณแม่บ้านแนะนำว่าเป็นห้องของคนรับใช้ที่มีกันอยู่ห้าคน รวมคนขับรถแล้ว ถึงแม้จะเป็นห้องคนใช้แต่ก็ถูกสร้างมาอย่างดี ไม่ขัดกับคฤหาสน์หลังใหญ่แต่อย่างใด
ส่วนเรือนรับรองที่คุณแม่บ้านว่าเป็นเรือนชั้นเดียวยกพื้นสไตล์คอจเทจสีขาวน่ารัก ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างคฤหาสน์และเรือนคนใช้ ตั้งอยู่ติดชายน้ำคล้ายทะเลสาบเล็ก ๆ ที่มีศาลายื่นออกไปริมน้ำ
เห็นแบบนั้นเด็กสาวก็แย้มยิ้ม บ้านของเธอกับยายก็แบบนี้ อยู่ติดริมคลอง มีสะพานน้อย ๆ ยื่นออกไปในคลองเพื่อตักน้ำมาใช้ในบ้าน มีต้นไม้ใหญ่น้อยร่มรื่น จะต่างกันก็แค่บ้านของเธอเล็กกระจิ๋วถ้าเทียบกับที่นี่ และต้นไม้ใบหญ้าก็ล้วนแล้วแต่ขึ้นงดงามตามธรรมชาติ ไม่มีใครคอยดูแลจัดแต่งให้เป๊ะปังอลังการอย่างตรงนี้
เดินถึงเรือนรับรองตอนไหนก็ไม่รู้เพราะมัวแต่มองโน่นมองนี่จนเพลินตา มีคนรับใช้ยกน้ำดื่มที่เป็นน้ำมะตูมหอม ๆ มาให้พร้อมกับขนมฝรั่งหน้าตาสะสวยที่แก้วกานดาไม่รู้จักแต่มันอร่อยมาก
“ เชิญคุณครูกับคุณแก้วกานดาพักผ่อนตามอัธยาศัย นะคะ มีอะไรให้รับใช้ก็เรียกฉันได้เลย ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดไว้เหนือตู้เย็นค่ะ ” คุณแม่บ้านบอกพลางทำทีจะเดินจากไป แต่เด็กสาวเรียกไว้ก่อน
“ เอ่อ คุณแม่บ้านคะ หนูอยากไปกราบสวัสดีและขอบพระคุณคุณหมอน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าจะไปเมื่อไรได้คะ ”
“ พวกคุณมาก่อนวันระบุนัดเร็วไปหนึ่งวัน ดังนั้นยังเข้าพบคุณหมอไม่ได้ค่ะ พรุ่งนี้เวลาหนึ่งทุ่มตรงคุณจะได้เข้าพบท่าน ” คำพูดของคุณแม่บ้านทำให้ครูกับลูกศิษย์รู้สึกผิด อันที่จริงวันนัดคือวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันเสาร์ แต่พอดีครูรุ่งรัตน์ต้องมาติดต่อธุระกับทางคุรุสภาที่เปิดทำการแค่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ดังนั้นจึงทำให้ต้องมาก่อนหนึ่งวัน เมื่อโทรศัพท์แจ้งกับทางเลขานุการของคุณหมอก็ให้คำตอบกลับมาว่าให้เข้ามาก่อนได้ จึงได้ตัดสินใจมาวันนี้
“ เอ่อ... ขอโทษค่ะ แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือคุณแม่บ้านไม่ต้องเรียกแก้วว่าคุณหรอกค่ะ เรียกแก้วเฉย ๆ ก็ได้ ” อีกฝ่ายยิ้มเย็นไม่ตอบอะไรในเรื่องนั้น
“ อาหารเย็นจะให้เด็กมาตั้งโต๊ะตอนหกโมงเย็นนะคะ ขอตัวค่ะ ” เธอทิ้งท้ายก่อนเดินจากไป
“ เป็นไงแก้ว บ้านอย่างกับวังเลย คิดว่าพออยู่ได้ไหม ” คุณครูรุ่งรัตน์ถามเมื่อคุณแม่บ้านคล้อยหลังไปแล้ว เด็กสาวถอนใจเบา ๆ
“ แก้วอยู่ไหนก็อยู่ได้ค่ะครู แต่บรรยากาศมันตึงเครียดชอบกล แค่คุณแม่บ้านก็ดูดุขนาดนั้นแล้ว คุณหมอจะขนาดไหน ” คุณครูเลิกคิ้ว
“ ก็ไหนว่าเขียนจดหมายมาคุยกับคุณหมอตลอด แล้วคุณหมอก็ใจดีตอบกลับด้วยนี่นา ไม่เห็นต้องกลัวเลย ถ้าไม่ใจดีจะให้ทุนแก้วได้เรียนถึงขนาดนี้แถมให้มาอยู่ที่บ้านฟรี ๆ ด้วยหรอจ๊ะ ” คำของคุณครูทำให้แก้วกานดายิ้มออก
“ นั่นสิคะครู แต่แก้วคิดถึงยายจังเลย ”
“ เพื่ออนาคต ท่องเอาไว้ อดทนไม่กี่ปีแก้วก็จะมีงานมีการดี ๆ ทำ ตอนนั้นค่อยเอายายมาอยู่ด้วยนะ ระหว่างนี้ครูจะแวะไปดูยายให้ทุกวันหยุดเลย ไม่ต้องห่วง ”
“ ขอบคุณค่ะครู ” เด็กสาวรับคำพลางยิ้มกว้าง
เธอคงไม่มีวันนี้ ถ้าไม่มีเขา
คุณหมอดุจตะวัน...
เขาให้ทุนการศึกษา และเมื่อเธอสอบเข้าได้ในมหาวิทยาลัยมีชื่อ ก็ยังเสนอให้เธอมาพักที่บ้านได้ฟรี ๆ เธออยากจะขออนุญาตออกไปทำงานพิเศษเพื่อจะได้มีเงินเก็บออมไว้ใช้จ่ายส่วนตัวเพราะไม่อยากรบกวนเขามาก แต่เขาก็ยังเสนอให้เธอไปทำงานพิเศษได้ที่โรงพยาบาลของตนอีก
พ่อพระของแก้ว...
เธอเทิดทูนเขาเช่นนั้น
เด็กสาวลำเลียงของใช้ส่วนตัวที่มีอยู่น้อยนิดไว้ที่ห้องส่วนตัวของเธอ คืนนี้ครูรุ่งรัตน์จะค้างกับเธอหนึ่งคืนก่อนเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น
ความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางร่วมหกชั่วโมงจากบ้านมาที่นี่ทำให้ทั้งครูและเธอผล็อยหลับไปแต่หัววัน และเธอก็สะดุ้งตื่นมาตอนเที่ยงคืน ข่มตายังไงก็หลับไม่ลง
คิดถึงยายเหลือเกิน...