1
เมียส้มหล่น
“ไอ้เพชรแกเอาไป นี่เมียแก !” หญิงสาวที่อยู่ในชุดนอนมีร่องรอยฉีกขาด ถูกผลักเข้าไปในกระท่อมเก่าซอมซ่อของพัชระหรือทุกคนเรียกกันว่า เพชร ซึ่งเป็นเพียงช่างคนหนึ่งในไร่ชาของที่นี่
“คุณจันทร์นี่มันอะไรกันครับ” เจ้าของหนวดเคราครอบหน้าหันไปมองคนบนพื้นแล้วหันมาถามนางจันทร์นิล ด้านหลังก็มีลูกน้องของเจ้านายอีกสองคน
“นังอ้อนมันร่านไง มันมาอ่อยผัวลูกสาวฉัน ไอ้เพชรฉันยกนังอ้อนให้แกจัดการ” นางจันทร์นิลชี้นิ้วใส่ลูกเมียน้อยของสามีอย่างจงเกลียดจงชัง
“จัดการยังไงครับคุณจันทร์” พัชระได้ยินว่าคนที่ตนแอบรักถูกทำร้าย แววตาของเขาก็ประกายแข็งกร้าวขึ้นด้วยความโกรธ
“ก็จัดการมันให้เป็นเมียแกซะ เดี๋ยวนี้เลย !”
“ไม่นะคะคุณจันทร์ อ้อนไม่ได้ทำแบบนั้นเลยนะคะ คุณพฤกษ์แก โอ๊ย !” พิราอรหน้าหันกลับไปอีกทางจากแรงตบ
“แกไม่ต้องมาพูดนังอ้อน ฉันรู้จักสันดานแกดี เหมือนแม่แกไม่มีผิด ผัวน้องสาวก็ไม่เว้น ไอ้เพชรแกเอามันทำเมียเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะไล่แกออกจากไร่แทน” นางจันทร์นิลสั่งเสียงเฉียบพร้อมกับชี้นิ้วใส่เจ้าของกระท่อม
“ครับคุณจันทร์” พัชระตอบรับอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ดี งั้นพรุ่งนี้ฉันจะมาดูผลงานของแก” นางจันทร์นิลพูดแล้วก็เปิดประตูเดินจากไปพร้อมลูกน้องทั้งสองคน
พัชระหันไปมองคนบนพื้นด้วยสายตาแปลก ๆ เขาอยู่ในไร่ชาแห่งนี้มาตั้งแต่จำความได้ บุญคุณของนางจันทร์นิลที่ช่วยเหลือครอบครัวของเขาก็ยังท่วมหัว รู้เพียงว่าพิราอรคือลูกเมียน้อย คนที่ทำให้คุณหนูอรินดาของเขาต้องเสียใจมากที่สุด
“พี่เพชรอย่าทำอ้อนเลยนะ” พิราอรยกมือขึ้นไหว้เขาด้วยความสั่นกลัว แม้พัชระจะเป็นแค่คนงานภายในไร่ แต่สถานะของเธอก็ไม่ได้สูงไปกว่าเขา อาจจะมีความสำคัญมากกว่าคนที่มีหน้าที่หลักคือการทำงานบ้านอย่างเธอด้วยซ้ำ นั่นเพราะนางจันทร์นิลไม่ยอมให้เธอได้มีส่วนรับรู้ในสมบัติของที่นี่นั่นเอง
“อยู่ดีไม่ว่าดีนะคุณอ้อน ไปยุ่งกับผัวคุณรินทำไม” พัชระพูดแบบคนโยนความผิดใส่หน้าพิราอรตรง ๆ
“อ้อนเปล่า อ้อนไม่ได้ทำ” หญิงสาวส่ายหน้าเร็ว ๆ
“ลุกขึ้นมานี่” พัชระดึงข้อมือของหญิงสาวให้ลุกขึ้นยืน มองดูสภาพชุดนอนสีขาวบางเบา แถมขาดวิ่นเผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มทิ่มตาคนมอง
“นี่นะไม่ได้ทำ ไม่ได้ไปอ่อยผัวคุณริน ผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนเขาจะใส่ชุดแบบนี้ออกไปข้างนอกกลางค่ำกลางคืนกัน” หลักฐานคาตาแบบนี้ ยากที่พัชระจะไม่เชื่อ
“อ้อนมีเสื้อคลุม แต่ถูกคุณพฤกษ์...” พิราอรพูดต่อไม่ออก แค่นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าไม่กี่นาที หัวใจของเธอก็ชอกช้ำเหลือเกิน
“คุณอ้อนรู้ใช่ไหมว่าไอ้เพชรคนนี้ขัดคำสั่งคุณจันทร์ไม่ได้”
“พี่เพชร ไม่นะ” หญิงสาวส่ายหน้าไปมา ก่อนจะหันหลังตั้งท่าพร้อมวิ่ง ทว่าไปได้เพียงสองก้าวก็ถูกรวบเข้าตรงกลางเอว แล้วลากเข้าห้องนอนไป
“พี่เพชรอย่าทำอ้อนเลย อุก !” พิราอรถูกเขาโยนลงกลางเตียงไม้ขนาดสามฟุตครึ่ง ตามติดด้วยเจ้าของห้องที่ก้าวขึ้นมาคร่อมบนตัวเธอ กดข้อมือให้อยู่เหนือศีรษะทั้งสองข้าง
“จะมาโทษผมไม่ได้นะคุณอ้อน คุณทำตัวเองทั้งนั้น”
“ไม่นะ ! ปล่อย !” พิราอรรู้ดีว่าพัชระจงรักภักดีต่อนางจันทร์นิลแค่ไหน ทั้งยังเคยเห็นแอบมองอรินดาอยู่บ่อยครั้ง แม้เธอกับเขาคุยกันแทบจะนับคำได้ แต่การกระทำของเขาก็ชัดเจนในสายตาของเธอ
“อย่าดิ้นสิคุณอ้อน อยากเจ็บตัวนักรึไง !” คำขู่ของพัชระทำให้พิราอรตัวแข็งทื่อ เขาตัวใหญ่แถมหน้าตาดุดันน่ากลัวที่สุดในไร่ มัดกล้ามเนื้อที่เห็นอยู่โทนโท่ก็แทบจะทับเธอมิดร่างอยู่แล้ว จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปสู้ได้
“พี่เพชรอย่าทำอ้อนเลย” หญิงสาวอ้อนวอนขอพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มนวล แต่ใช่ว่าจะทำให้พัชระรู้สึกสงสารแต่อย่างใด คนอย่างเขามันไร้หัวใจมานานแล้ว
แควก ! แควก ! แควก !
“ว้าย ! ไม่นะ อย่า !” เศษผ้ากระจายตามพื้นห้อง พิราอรเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียว เพราะชุดนอนที่สวมเป็นกึ่งชั้นในอยู่ในตัว หญิงสาวสะอื้นไห้ด้วยความหวาดกลัว กระถดถอยหลังหนีไปด้านหลังจนติดหัวเตียง ฝ่ามือที่ยกปิดเต้าอวบอิ่มทั้งสองข้างแทบบังไม่มิด
สายตาของพัชระเปลี่ยนไปเล็กน้อย ผู้ชายทั้งแท่งอย่างเขาเห็นของสวย ๆ งาม ๆ ก็จะไม่ให้เกิดความต้องการได้อย่างไร มีเพ่งพิศความงามอย่างหยาบโลน
“อย่าทำอ้อนเลย ฮึก ฮื้อ ๆ” พิราอรปล่อยเสียงร้องออกมาดังลั่นห้อง ท่าทางแบบนี้ของพัชระมันบอกว่าเขาพร้อมจะทำลายเธอตามคำสั่งของนางจันทร์นิลอย่างแน่นอน
“เลิกร้องซะคุณอ้อน มันน่ารำคาญ ! คนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ เรื่องง่าย ๆ ทำไมคิดไม่ได้”
“อ้อนไม่ได้ทำผิด พี่เพชรไม่ฟังเลย !”
“ผิดหรือไม่ก็เห็นอยู่โทนโท่” บอกแล้วก็จับปลายคางของพิราอรเอาไว้แน่น
“พี่เพชร ! อุ๊บ...” เจ้าของปากที่เต็มไปด้วยหนวดเคราบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มของหญิงสาวอย่างหนักหน่วง ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนเกิดขึ้น พิราอรร้องไม่ออกได้แต่ดันหน้าอกของเขาเอาไว้ แต่เหมือนไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด พัชระเลื่อนมือลงไปขยำเต้าอวบอิ่มทั้งสองข้าง
“โอ๊ะ !” คนเจ็บจนน้ำตาเล็ดหลุดเสียงร้องออกมา ก่อนจะถูกบดขยี้ริมฝีปากเข้าอีกครั้ง เธอหดลิ้นหนีเขาก็ไล่ต้อนตาม กระหวัดพันเกี่ยวจนได้ ยิ่งเธอขัดขืนเขาก็ยิ่งรุกหนัก กระทั่งขบปากล่างของเธอเบา ๆ
“โอ๊ย ! พี่เพชรอ้อนเจ็บ”
“เจ็บก็อย่าดื้อ ผมไม่ชอบ” พัชระข่มเสียงทุ้มลึกขู่ ก่อนจะกดสะโพกลงกลางร่างของพิราอรตรง ๆ
“อ๊ะ !” คนตกใจดิ้นรนหนี เพราะใจกลางร่างของเขาแข็งขืนอยู่ใต้กางเกงนอน ไม่กี่ชั่วอึดใจเขาก็หยุดจูบแล้วเลื่อนหน้าลงตรงลำคอ จูบซอกซอนไปจนถึงใบหูแล้วขบเม้มแรง ๆ
“อื้อ !” พิราอรในยามนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ทั้งเนื้อทั้งตัวมันเจ็บมันระบมเหมือนมีกระแสไฟแล่นพล่านไปหมด หญิงสาวผู้ไม่เคยต้องมือชายมาก่อนถึงกับหวาดกลัวไปทุกสิ่งอย่าง
“ระทวยง่ายแบบนี้นี่เอง คุณพฤกษ์ถึงชอบ” คนที่กำลังหลับตาแน่นรีบดิ้นขลุกขลักในทันที
“ผมพูดถูกใช่ไหมล่ะ ถึงได้ร้อนตัวแบบนี้”
“คนเลว” ไม่มีคำไหนจะเหมาะกับพัชระอีกแล้ว แววตาของพิราอรแข็งกร้าวขึ้นในทันที
“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลว ๆ เลยนะคุณอ้อน ให้ผมทำก่อนค่อยด่าก็ได้”
“อ้อนเกลียดพี่เพชร !”
“เออ ! อยากเกลียดก็เกลียดไป คนอย่างคุณอ้อนไม่มีค่าอะไรในสายตาของผมหรอก !” ดวงตาทั้งสองคู่มองสบกันนิ่ง ก่อนหยาดน้ำตาของพิราอรจะหล่นอาบสองแก้มอย่างช้ำใจ
“อ๊ะ โอ๊ย !” ความเจ็บแล่นแปลบ เมื่อพัชระก้มลงกัดยอดอกของเธอเบา ๆ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นดูดเข้าคายออกสลับข้างกันไปมา
“ชอบแบบนี้หรือเปล่าคุณอ้อน” เขาถามพลางรัวปลายลิ้นลงบนยอด มือก็รวบฐานเต้าขึ้นสูงให้เจ้าตัวได้มองเห็น แต่ดูเหมือนพิราอรจะรับความจริงตรงหน้าไม่ได้ หญิงสาวหันหน้าหนีไปทั้งน้ำตา แล้วก็ต้องสะดุ้งอีกรอบเมื่อเขาเลื่อนตัวลงด้านล่างอย่างรวดเร็ว ถอดกางเกงในเธอออกจากสะโพกโยนทิ้งลงข้างเตียง
“อื้อ ! พี่เพชร อย่า...” ท่อนขาถูกแยกกว้างออกจากกันอย่างรวดเร็ว
ความงามตรงกลางร่างทำให้พัชระกัดฟันกรอด เพราะอารมณ์ใคร่ของเขากำลังพุ่งจนฉุดไม่อยู่ รีบดึงกางเกงนอนออกจากตัว ใช้ปลายนิ้วบดบี้กลีบดอกไปพลาง ๆ
“พี่เพชร อื้อ ! ไม่ ๆ” คนถูกบดบี้ส่ายสะโพกหนีจนลนลาน เหมือนเป็นการยั่วยุอารมณ์ให้ฝ่ายชายฮึกเหิมมากยิ่งขึ้น พัชระจับรูดตัวเองแล้ววางลงกลางดอกไม้ช่องาม ถูไถขึ้นตามร่องหลืบที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำหวานของหญิงสาว
“อ๊ะ ! ยะ...อย่า อื้อ !” ฤทธิ์สวาทกำลังเล่นงานพิราอรอย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจะออกแรงขัดขืนหรือต่อต้านอย่างไรก็ไม่เป็นผล นิ้วมือที่จิกลงบนท่อนแขนแข็งแรงของเขาเกร็งสุดกำลัง
“อา อืม...” เสียงที่หลุดออกมาจากปากของพัชระ บอกว่าเขากำลังรู้สึกเสียวสะท้านไปทั้งตัว พิราอรชุ่มฉ่ำไปทั้งดอก และพร้อมสำหรับเขาเหลือเกินในตอนนี้ แทบไม่หลงเหลือความคิดอื่นนอกจากความอยากของร่างกาย ชายหนุ่มขยำเต้างามที่เด้งกระเพื่อมอวดตาล่อใจเขาอย่างเมามัน
“อ๊ะ อื้ม !” เสียงครางหวาน ๆ ของพิราอรยิ่งทำเขาคึก จับง้างท่อนขาให้กว้างขึ้น แล้วกระแทกเข้าใส่สุดกำลัง
“โอ๊ย ! เจ็บ ๆ” อาการบิดตัวเป็นเกรียวกับสีหน้าที่สุดแสนทรมาน บอกเขาได้ว่าหญิงสาวไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน พัชระกัดฟันจนกรามโหนกนูน นี่มันบ้าบออะไรกัน ทำไมพิราอรถึงยังบริสุทธิ์อยู่
‘ก็ไหนคุณจันทร์ว่า...’
แต่มาถึงขั้นนี้แล้วมันไม่สามารถย้อนกลับคืนได้ พัชระก้มลงจูบปากที่กำลังเม้มแน่นสนิท ดุนดันปลายลิ้นเข้าไปแล้วดูดรัดเรียวลิ้นเล็ก ฝ่ามือร้อนผ่าวก็กอบกุมเต้าอวบอิ่มบดบี้ยอดถันจนแข็งขืนเป็นตุ่มไตอีกรอบ เมื่อความเจ็บทุเลาเขาก็ดันสะโพกเข้าออกอย่างช้า ๆ
“อ๊ะ อืม” พิราอรยังคงเจ็บแต่ไม่มากเหมือนในตอนแรก
พัชระลากปลายนิ้วจากยอดอกลงมากลางลำตัว ก่อนจะแทรกซอนเข้ากลางกลีบดอกระหว่างที่สะโพกก็ดันเข้าออกอยู่เป็นระยะ เขาเริ่มความเร็วจากปลายนิ้วปัดป่ายไปมาพร้อมสะโพกก็รัวเข้าใส่แบบไม่ยั้ง
“พี่เพชร ! โอ๊ะ ! อื้อ !” เสียงครางดังระงมฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ยิ่งบิดสะโพกหนีก็ยิ่งถูกตอกตรึงหนักหน่วงกว่าเดิม พิราอรถูกเขาล็อกท่อนขาเอาไว้แน่น ไม่สามารถจะดิ้นหลุดไปไหนได้
เจ้าของใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเครารุงรังสูดลมเข้าปากแล้วเป่าออกจนปากสั่น โลกทั้งใบของเธอสะเทือนราวแผ่นดินไหว เห็นเพียงมัดกล้ามเนื้อตรงแผงอกที่เคลื่อนไปมาอยู่ตรงหน้า เม็ดเหงื่อจากเขากระเด็นโดนเธออยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่ากระท่อมหลังนี้ไม่มีแอร์ ไฟสวาทที่ลุกโหมจึงระอุมากเป็นพิเศษ
“โอ๊ะ คุณอ้อน ! อา !” เสียงครางแหบทุ้มดังขึ้นอยู่ตลอดเวลา พัชระทั้งคับแน่นและเต็มไปด้วยความเสียวสะท้านจากแรงเสียดสี ความนุ่มหยุ่นโอบรัดตัวเขาอย่างแนบแน่นในทุกครั้งที่กระแทกเข้าใส่ ต้องห่อปากส่งเสียงครางออกมาอย่างทนไม่ไหว ไม่คิดว่าพิราอรจะให้ความสุขเขาได้มากมายถึงเพียงนี้ เขาถอดถอนแล้วใช้สองนิ้วแทรกซอนเข้าไปแทนที่
“อ๊ะ อื้อ ! ๆ ๆ” พิราอรดิ้นพล่าน ๆ อยู่ใต้ร่างของเขา
พัชระเร่งจังหวะด้วยการรัวปลายนิ้วเร็ว ๆ ช่วยให้หญิงสาวรู้สึกร่วมด้วย ไม่ช้าเจ้าของร่างงามก็เกร็งกระตุก สะโพกแอ่นขึ้นสูงก่อนจะกรีดเสียงร้องลากยาว และทรุดตัวฮวบลงกับที่นอน
พัชระถอนนิ้วทั้งสองที่เยิ้มไปด้วยหยาดน้ำหวานออกมาอย่างช้า ๆ แล้วแทนที่ด้วยบางอย่างที่ใหญ่โตกว่า หญิงสาวสะดุ้งเฮือกจนตัวโยน จากที่นอนระทวยแรงกลายเป็นดวงตาตื่นตระหนกขึ้นมาแทน ท่อนขาถูกแยกกว้างออกมากกว่าเดิม สะโพกหนาสอบของพัชระก็ผลุบเข้าผลุบออกอยู่เป็นระยะ
"อ๊ะ !” พิราอรกัดปากตัวเองจนเจ็บ เธอเจ็บไปหมดจนไม่รู้ว่าความสุขก่อนหน้าหายไปไหนแล้ว ทุกอย่างลอยเคว้งคว้างในอากาศ เขาโจนจ้วงใส่แบบไม่ยั้งไม่คิดว่าเธอจะทนทานได้ไหวหรือไม่
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างต่อเนื่องแทบไม่มีหยุดพัก เสียงครางทุ้มลึกดังขึ้นเรื่อย ๆ ตัวเธอก็กระเด็นกระดอนหนักขึ้นตามแรงรัก เขากระแทกถี่ ๆ รัวย้ำ ๆ ก่อนจะเสือกสะโพกเข้าใส่สุดแรงเกิดในจังหวะสุดท้าย
“โอ !!!” ความอุ่นวาบพุ่งสู่ใจกลางดอกไม้งาม
พิราอรหายใจเอาอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด รู้แค่ว่าเธอหมดสิ้นแล้วทุกสิ่งอย่างที่หวงแหนมา พัชระค่อย ๆ กระตุกแล้วถอดถอนออกอย่างช้า ๆ จากนั้นก็ทรุดหน้าลงซบกับเนินอกอิ่มของเธอ
ลมหายใจเหนื่อยหอบแรงเป่ารดเนินอกที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อของทั้งคู่ ซึ่งตอนนี้คงหล่อหลอมเป็นหยาดน้ำเดียวกันไปเรียบร้อยแล้ว สักพักหนึ่งพัชระก็พลิกตัวลงไปนอนด้านข้าง ก่อนจะชันศอกขึ้นมามองคนที่นอนร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างเสียใจ
“ผิดหวังมากสินะคุณอ้อน ที่มีผัวเป็นแค่ช่างในไร่อย่างผม” เขาเหน็บคนที่เอาแต่ซุกหน้ากับผ้าห่มแล้วหันหลังหนีเขาไป
“คุณอ้อนหันมาพูดกับผัวตัวเองเดี๋ยวนี้”
“พี่เพชรไม่ใช่ผัวอ้อน” เจ้าของเสียงสั่นเครือตอบกลับมาทั้งที่ยังไม่ได้พลิกตัวมาหาพัชระด้วยซ้ำ
“อ๊ะ !” แรงกระชากทีเดียวพิราอรถึงขั้นถลาเข้ามาอยู่ในอ้อมอกของพัชระ ถูกเขาช้อนปลายคางขึ้นให้มองสบสายตาตรง ๆ
“ร้องให้ตายมันก็กลับคืนไปไม่ได้ จำเอาไว้ด้วยล่ะว่าไอ้เพชรคนนี้คือผัวคุณอ้อนไม่ใช่คุณพฤกษ์” เขาพูดมาขนาดนี้แล้วอีกคนก็ยังเงียบไม่โต้ตอบ พัชระนึกหงุดหงิดหนักกว่าเดิมเลยกระแทกปากจูบไปแบบแรง ๆ
“อื้อ !” คนเจ็บถึงได้มีปฏิกิริยาตอบกลับมาด้วยการถลึงตามองเขาแบบโกรธ ๆ
“ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว” ชายหนุ่มบอกแล้วก็ลุกขึ้นจากเตียงนอน ก่อนจะดึงข้อมือของคนอ้อยอิ่งให้ลุกตาม พิราอรหน้าเสียเล็กน้อยหลังวางเท้าลงบนพื้น อยากจะหาผ้าขนหนูมาห่อตัวแต่ดูเหมือนว่าภายในห้องนี้จะไม่มี หญิงสาวฝืนใจเดินตัวเปลือยตามหลังเขาไปเข้าห้องน้ำ
ภายในห้องน้ำมีแค่โอ่งหนึ่งใบที่มีน้ำอยู่เต็ม ของใช้ภายในนั้นก็เรียบง่าย มีเพียงผ้าขาวม้าสองผืนพาดอยู่บนราว พิราอรไม่เคยอาบน้ำในห้องน้ำแบบนี้ หญิงสาวรู้สึกหวาดระแวงไปหมด
“รีบอาบผมเหนียวตัวไปหมดแล้วนี่ จะได้รีบนอนพรุ่งนี้มีงานแต่เช้าด้วย” คนพูดทำเหมือนเรื่องที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับเขาเลย แน่ล่ะสิ เขาก็แค่คนงานทำตามคำสั่งนางจันทร์นิล ผิดกับเธอที่จะต้องมาสูญเสียสิ่งที่หวงแหนมาทั้งชีวิต เพียงเพราะความมักมากของผู้ชายหนึ่งคน
พัชระใช้ขันตักน้ำราดตัวโครม ๆ ก่อนจะถูสบู่ตามลำตัวแบบลวก ๆ ท่าทางกักขฬะหยาบโลนไปหมด พิราอรไม่อยากมองจึงหันหน้าหนีไปด้านข้าง
“อ๊ะ !” ทว่าน้ำจากขันในมือของเขาก็ราดลงมาบนตัวของเธอจนเย็นวูบไปหมด หญิงสาวยกมือขึ้นกอดอกเอาไว้แน่น เพราะห้องน้ำในบ้านของพัชระเปิดโล่งด้านบน ทำให้ลมเย็น ๆ พัดมาต้องกายจนหนาวสั่นไปทั้งตัว
“ทำไมน้ำมันเย็นแบบนี้ล่ะพี่เพชร” หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะถามเขา
“เย็นที่ไหนก็ปกติ เอ้า สบู่” พัชระยื่นสบู่ก้อนที่ตัวเองถูตัวเสร็จให้พิราอรถูต่อ หญิงสาวทำหน้าปั้นยากเล็กน้อยยังไม่กล้ายื่นมือออกไปรับ
“รังเกียจว่างั้น”
“เปล่านะ”
“สีหน้ามันฟ้องคุณอ้อน รังเกียจยังไงก็ผัว” พูดจบก็เดินเข้าไปชิดตัวของพิราอร พร้อมกับจัดการถูสบู่ให้หญิงสาวด้วยตัวเอง
“พี่เพชรไม่ต้องอ้อนถูเองได้” พิราอรเบี่ยงตัวหลบมือที่กำสบู่มาจะถูให้ตัวเอง แต่ก็ถูกเขากักตัวเอาไว้แล้วจัดการถูให้อย่างสะอาดทุกซอกทุกมุม
“อื้อ ตรงนั้นไม่ต้อง มันเจ็บ อื้อ !” หญิงสาวน้ำตาแทบเล็ดเมื่อเขาถูสบู่ตรงจุดอ่อนไหวแบบไม่ออมแรง
“สำออยจริง” พัชระตักน้ำราดตัวให้หญิงสาวพร้อมกับตัวเองไปด้วย จัดการล้างฟองสบู่ออกจนหมดเกลี้ยง
“วันนี้ไม่สระผมนะง่วงนอน เอาไว้วันหลัง เอ้า ผ้าขาวม้า วันหลังค่อยซื้อผ้าถุงมาให้ ใช้ไปก่อนก็แล้วกัน” ผ้าขาวม้าบนราวถูกดึงมายื่นให้หญิงสาว อีกผืนพัชระก็เอามาซับน้ำออกจากตัวแบบลวก ๆ ก่อนจะพาดไว้ที่เดิม ขณะที่พิราอรเอามาพันตัวเพื่อที่จะเดินกลับห้องนอน
“คนบ้าที่ไหนใช้ผ้าขาวม้าแบบนั้น” พัชระมีเหน็บแนมหญิงสาวระหว่างเดินโทง ๆ กลับไปยังห้องนอน
พิราอรยืนอยู่กลางห้องมองผ้าปูที่นอนเก่า ๆ ของพัชระที่เต็มไปด้วยคราบน้ำรักและรอยเลือดจาง ๆ เห็นเจ้าของห้องเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วคว้ากางเกงมาสวม เขามองมาทางเธอด้วยสายตาแปลก ๆ ก่อนจะดึงเสื้อยืดกับกางเกงขายาวแบบผูกเอวออกมาให้
“ใส่นี่ไปก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”
ระหว่างที่หญิงสาวสวมใส่เสื้อผ้า พัชระก็จัดการถลกผ้าปูที่นอนออก แล้วนำอันใหม่ซึ่งสีซีดไม่น้อยไปกว่าอันเดิมไปปูทับ เหมือนเขาคิดอะไรบางอย่างออก ถึงลุกขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเสื้อตัวหนา ๆ ออกมาพับเป็นทบซ้อนกันแล้ววางคู่กับหมอนบนเตียง
“มานอนได้แล้วคุณอ้อน”
“เอ่อ ผ้าขาวม้ามันเปียก อ้อนเอาไปตากก่อนนะ” พิราอรมองหาที่ตากเมื่อไม่เห็นจึงเดินกลับไปยังห้องน้ำ แล้วพาดคู่กับผืนที่พัชระใช้ ยืนนิ่ง ๆ อยู่ในห้องน้ำเกือบสามนาทีถึงตัดสินใจก้าวออกมา แต่ก็ต้องผงะเมื่อพัชระมายืนกอดอกรออยู่หน้าประตูห้องน้ำ
“นึกว่าจะผูกคอตายคาห้องน้ำไปแล้ว ผมไม่ชอบให้ใครมาตายในบ้าน” คำพูดคำจาช่างโหดร้าย ไม่ได้มีความห่วงใยแฝงอยู่เลย พิราอรก้มหน้าลงต่ำก่อนเดินกลับไปยังห้องนอน
ค่ำคืนนี้เธอผ่านเรื่องเลวร้ายมาถึงสองเรื่อง แต่เธอก็ยังมีลมหายใจอยู่ บางครั้งก็คิดว่าเธอควรจะตาย ๆ ไปเสีย จะได้ไม่ต้องรับรู้ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้
“นอนเถอะผมง่วง” พัชระเดินไปปิดไฟและดึงข้อมือของหญิงสาวให้ขึ้นไปนอนบนเตียง หมอนใบนั้นยกให้พิราอรส่วนตัวเขาก็ใช้เสื้อตัวเองหนุนนอนไปก่อน ต้องนอนตะแคงเพราะเตียงค่อนข้างแคบ หลังเขาถึงกับพิงผนังห้องกันเลยทีเดียว
ในความมืดท่อนแขนแข็งแรงก็โอบมากอดรอบตัวของคนที่นอนหันหลังให้ พิราอรตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะหนึ่งก่อนจะค่อย ๆ คุ้นชินกับสัมผัสของเขา สักพักเสียงลมหายใจของพัชระก็ดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่เธอนอนสะอื้นไห้ปล่อยน้ำตาไหลอาบสองแก้มไปทั้งคืน
2
ความจริงที่ต้องรับรู้
พิราอรตื่นนอนมาทั้งน้ำตาเกรอะกรังเต็มหน้า หญิงสาวแทบจะหยัดตัวลุกขึ้นไม่ได้ ความเจ็บร้าวระบมไปทั้งช่วงล่าง มองหาคนที่สร้างรอยมลทินให้ตัวเองก็ไม่เห็น ครั้นก้มลงมองร่องรอยแห่งความป่าเถื่อนของเขาก็แทบอยากร้องไห้ออกมาดัง ๆ รอยแดงปื้นเต็มทั้งหน้าอกและซอกคอ คงเกิดจากรอยดูดรอยจูบและหนวดเคราของเขาเป็นแน่
“มีผัวแล้วจะตื่นสายแบบนี้ไม่ได้คุณอ้อน” เขาผลักประตูเข้ามาแล้วพูดประโยคนี้กับเธอ พิราอรกัดปากตัวเองเอาไว้แน่น พยายามไม่ให้น้ำตาไหลออกมาให้เขาเห็นในยามนี้
“ทำไม ลุกไม่ไหวเหรอ สงสัยผมจะเอาหนักไปหน่อย มามาผมช่วย”
“ไม่ต้อง !” พิราอรปัดมือเขาทิ้งสุดแรง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ช่างเลวร้ายเหลือเกิน พัชระแสยะยิ้มเหี้ยม ๆ แล้วผลักเธอลงบนเตียงแรง ๆ
“ทำบ้าอะไร”
“ลงโทษเมียที่ทำตัวแย่ ๆ กับผัวตัวเองยังไงล่ะ จะเอาให้ลุกไม่ขึ้นเลย” คำพูดกับแววตาดูยังไงก็ไม่ใช่แค่ขู่ พิราอรกลืนน้ำลายลงคอแบบหนืด ๆ ตั้งท่าพร้อมหนีแต่ก็ถูกเขาทาบทับกักตัวเอาไว้บนเตียงนอน
“อ๊ะ ! ไม่นะอย่าทำอีกเลย”
“คราวหน้าก็คิดก่อนจะทำแบบเมื่อกี้นี้อีก ผมมันคนไม่มีความอดทนเหมือนคนอื่นเสียด้วยสิ” พูดจบก็ก้มลงจูบหญิงสาวอย่างดุดัน จูบไปลูบไปขยำขยี้ทั้งตัวอีกต่างหาก เสื้อผ้าถูกทึ้งออกอย่างรวดเร็วทั้งบนและล่าง ไม่มีสักพื้นผิวของพิราอรที่จะไม่ถูกเขาสัมผัส หญิงสาวแทบจะสำลักรสจูบแสนป่าเถื่อนรุนแรงของเขา
“พี่เพชร พะ...พอ”
“หืม ไม่พอหรอก” คนพูดงึมงำอยู่กับยอดอกที่ผลุบเข้าผลุบออกแทบไม่ว่างเว้น ฝ่ามือร้อนผะผ่าววาดลูบลงไปยังสะโพกงามงอน บีบขยำอย่างเมามัน จากนั้นก็วกเข้าสู่ด้านในต้นขาเนียนนุ่ม กรีดกรายลงกลางกลีบดอกอย่างหนักหน่วง
“อื้อ เจ็บพี่เพชร ! พอก่อน”
“อย่าสำออยน่าคุณอ้อน” พัชระดูดผิวเนื้อเหนืออก ขณะที่ปลายนิ้วก็ขยับเข้าออกเป็นจังหวะ
“ไม่ ๆ อ้อนเจ็บ” คนเจ็บดิ้นพล่านจนน้ำตาเล็ด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ก๊อก ! ก๊อก ! ก๊อก !
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่หลายรอบ พัชระสบถคำหยาบออกมาอย่างขัดใจ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้พิราอรแล้วเดินไปคว้าผ้าขาวม้ามาพันสะโพก เดินเร็ว ๆ ไปเปิดประตูให้คนที่มาไม่ถูกเวลาเอาเสียเลย
“คุณจันทร์” จากตอนแรกที่จะด่าคนมาขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม ตอนนี้พัชระต้องรีบก้มหน้าลงพร้อมถอนหายใจเบา ๆ
“ไหนนังอ้อน” นางจันทร์นิลถามพร้อมมองหา ก่อนจะหรี่ตาลงกับสภาพอันล่อแหลมของพัชระ ผลักประตูออกกว้างแล้วเดินเข้าไปภายในบ้านของชายหนุ่ม ลูกน้องหนุ่มทั้งสองตั้งท่าจะตามเข้าไปด้วย
“พวกมึงไม่ต้องเข้าไป รออยู่นี่แหละ” พัชระไม่อยากให้คนอื่นเห็นพิราอรในสภาพเปลือยไปทั้งตัวแบบนั้น เขารีบดันประตูปิดลงแล้วเดินตามนางจันทร์นิลเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง
“ว่าไงนังอ้อน มีผัวเป็นตัวเป็นตนสักที คราวนี้คงหายคันไปอีกนานสินะ” สีหน้าของนางจันทร์นิลบ่งบอกว่าพอใจกับผลงานของพัชระเป็นอย่างมาก
คนถูกด่ารีบหันกลับมามอง พิราอรยังอยู่ภายใต้ผ้าห่มของพัชระ นัยน์ตาแดงก่ำจากการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง และยิ่งถูกซ้ำเมื่อครู่นี้เธอก็ยิ่งเจ็บปวดไปทั้งตัว
“ไอ้เพชรแกนี่มันไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะ เอาซะฟ้าสางกันเลยทีเดียว”
“เอ่อ ครับ” พัชระยิ้มรับแบบอาย ๆ
“ดีแล้ว มีเมียก็ดูแลเมียตัวเองดี ๆ ล่ะ ฉันให้คนเอาเสื้อผ้าของนังอ้อนมาด้วย แกก็เหมือนกันนังอ้อนอยู่ที่นี่ก็ทำตัวดี ๆ เชื่อฟังผัวให้มาก ๆ ล่ะ แล้วอย่าสะเออะไปที่บ้านหลังใหญ่อีกเป็นอันขาด ไม่งั้นฉันเอาแกตายแน่นังอ้อน” นางจันทร์นิลเหยียดปากใส่คนบนเตียงพร้อมแววตาสะใจกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า เป็นแบบนี้แล้วกรพฤกษ์คงไม่อยากได้พิราอรอีกต่อไป
“ฉันไปล่ะ แกจะทำอะไรต่อก็ทำไป วันนี้ให้หยุดงานหนึ่งวัน จะได้ทำอะไรที่ค้างคาให้เสร็จ”
“ขอบคุณครับคุณจันทร์” พัชระเดินตามหลังผู้เป็นนายออกไปถึงประตู พร้อมกับรับกระเป๋าใบย่อมจากมือของคนข้างนอก มองจนกระทั่งทั้งสามคนเดินลับสายตาไป เขาจึงได้เดินกลับเข้าไปในห้องนอน ถือวิสาสะรูดซิปกระเป๋าเพื่อสำรวจของภายใน
“เสื้อผ้าคุณอ้อนอยู่นี่นะ ไม่รู้เขาเอาอะไรใส่มาบ้าง อยู่บ้านโน้นมาตั้งนานมีเสื้อผ้าแค่นี้เองเหรอ” พูดแล้วก็โยนกระเป๋าไปไว้มุมห้อง จากนั้นก็ก้าวขึ้นไปบนเตียง พิราอรรีบหันหน้าหนีไปอีกทางด้วยความกลัว
“ได้ยินที่คุณจันทร์พูดหมดแล้วใช่ไหมคุณอ้อน อย่าดื้อล่ะ” เขามองคนที่ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงคอ คิดว่าแค่นี้จะรอดหรือยังไง
“ว้าย !” ผ้าห่มถูกกระชากออกอย่างรวดเร็ว พิราอรรีบคว้าหมอนมาปิดหน้าอกเอาไว้แทน
“มาต่อกันให้จบเถอะคุณอ้อน”
“ไม่เอา” คำตอบมาในทันที
แต่อีกคนกลับยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน พัชระก้าวขึ้นมาอยู่บนเตียงแล้วผลักหญิงสาวให้แผ่นหลังติดที่นอน ดึงหมอนใบใหญ่ออกทิ้งไป ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากที่บวมเป่งอย่างดูดดื่ม จูบไปมือก็ขยำเต้าอวบอิ่มทั้งสองข้างไปด้วย ไม่ช้าพิราอรก็อ่อนปวกเปียกขึ้นมา กลางร่างชุ่มฉ่ำจากหยาดน้ำหวานเอ่อล้น
พัชระยิ้มอย่างพึงพอใจกับความฉ่ำใจกลางร่าง เขาดึงผ้าขาวม้าบนสะโพกโยนทิ้งไป ดันง้างท่อนขาของหญิงสาวให้แยกกว้างออกจากกัน สอดประสานเข้าใส่อย่างเชื่องช้า
“อื้อ !” เพราะเพิ่งจะมีประสบการณ์ในครั้งที่สอง พิราอรจึงเจ็บระบมไม่ทันหาย หญิงสาวน้ำตาเล็ดด้วยความเจ็บ แต่ก็ตามมาด้วยความรู้สึกอื่นแทรกอยู่ด้วย
พัชระแทรกสะโพกเข้าใส่แบบหนัก ๆ พร้อมกับเปล่งเสียงคำรามออกมาเป็นระยะ หน้าอกที่กระเพื่อมไหวไปตามแรงรักทำให้เขาครางฮืออย่างถูกใจ เร่งจังหวะให้เร็วและแรงขึ้น
เอี๊ยด อ๊าด ! เอี๊ยด อ๊าด !
เตียงไม้เก่า ๆ ก็ลั่นรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แข่งกับเสียงคำรามของพัชระอยู่ตลอดเวลา
“อื้ม ! โอ๊ะ !” และในจังหวะสุดท้ายที่เขากระแทกเข้าใส่สุดแรงเกิด
“โอ๊ะ โอ !!!”
โครม !!! น้ำรักพุ่งเข้าใส่หญิงสาวพร้อมกับเตียงที่ขาหักทั้งสี่ด้านพร้อมกัน ฝุ่นละอองลอยฟุ้งไปทั้งห้อง พิราอรหน้าเหยเกด้วยความเจ็บ ขณะที่คนได้ปลดปล่อยก็สีหน้าสุขสมเกินบรรยาย ก่อนจะค่อย ๆ ทิ้งตัวลงไปกองอยู่กับซากไม้ที่หักอยู่ด้านล่าง โชคดีที่ยังมีที่นอนไม่อย่างนั้นคงได้เจ็บตัวเป็นแน่
“พี่เพชร อ้อนอึดอัด” พิราอรเอ่ยขึ้นหลังจากทั้งคู่นอนอยู่บนเตียงหักเสียหลายนาที
พัชระค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นและยื่นมือออกมาดึงคนด้านล่างให้ลุกขึ้นตาม ดูเหมือนพิราอรจะมองหาเสื้อผ้ามาห่อตัว แต่มันคงอยู่ใต้ซากเตียงที่หักอยู่เป็นแน่ หญิงสาวหันไปคว้าผ้าขาวม้าของเขามาพันรอบตัวเอาไว้
“เดี๋ยวค่อยซ่อม” พัชระมองเตียงที่อยู่กับตัวเองมานานหลายปีอย่างอาลัยอาวรณ์
“มันผุขนาดนี้แล้วเอาทิ้งเถอะพี่เพชร” พิราอรเห็นแล้วก็อดพูดออกมาไม่ได้ จะเสียดายทำไมในเมื่อใช้งานไม่ได้แล้ว
“คุณอ้อนกลัวผมเอาหนักแล้วหักอีกเหรอ”
“นี่...คนบ้า” หญิงสาวชักสีหน้าใส่เขาเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าในกระเป๋าตัวเองแล้วเดินเข้าไปเข้าห้องน้ำ
ใช้เวลาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำเลย กว่าจะออกมาก็เกือบยี่สิบนาที เห็นพัชระกำลังขนซากเตียงหักออกไปทิ้งด้านนอก เขาคงตัดสินใจเอาทิ้งอย่างที่เธอบอกจริง ๆ ที่นอนกับหมอนผ้าห่มก็ขนไปตากแดดด้านนอก
“คุณอ้อน ทำความสะอาดห้องให้หน่อยนะ เดี๋ยวผมจะไปอาบน้ำก่อน เหนียวตัวแต่เช้าเลยนี่” พูดพลางใช้ผ้าขาวม้าซับเหงื่อบนหน้าไปด้วย
“อืม” พิราอรขานรับในลำคอ เดินไปหยิบไม้กวาดมาทำความสะอาดห้อง ไม่ได้อยากทำตามคำสั่งของเขาหรอก แต่ความสกปรกของฝุ่นละอองและเศษไม้หักเกลื่อนพื้นแบบนี้ เธอก็ทนอยู่ไม่ได้เหมือนกัน หญิงสาวกวาดห้องเสร็จก็จัดการถูพื้นต่อ สักพักท้องก็เริ่มหิว แต่คนในห้องน้ำก็ยังไม่ออกมาสักที เลยตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องครัวแทน
เขาหุงข้าวไว้ให้แล้วแต่ยังไม่มีกับ ห้องครัวแบบบ้าน ๆ ของเขามีตู้เย็นอยู่หนึ่งอัน พอเปิดประตูออกก็พบเพียงไข่ไก่ไม่กี่ฟองกับแตงกวาอีกสองลูก จะด้วยความหิวหรืออะไรก็แล้วแต่ หญิงสาวก็จัดการผัดไข่ใส่แตงกวาสำหรับเช้านี้ สักพักเจ้าของบ้านก็เดินเข้ามาในห้องครัวที่พิราอรนั่งรออยู่
“มีแค่นี้อ้อนเลยทำผัดไข่ใส่แตง” หญิงสาวบอกเขาด้วยสีหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดออกมา
“ตักข้าวสิคุณอ้อนกินพร้อมกันเลย” พัชระเดินไปดึงเก้าอี้ไม้ออกแล้วทิ้งสะโพกลงนั่ง สายตาก็มองพิราอรตักข้าวใส่จานให้เขาก่อนจะตักให้ตัวเองทีหลัง
“นี่เรียกว่ากับข้าวเหรอคุณอ้อน รสชาติห่วยแตกใช้ได้” แค่ตักใส่ปากคำแรกพัชระก็แทบจะวางช้อนลงในทันที คนทำถึงกับตาลุกโตอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องว่าขนาดนี้ด้วย หญิงสาวทดลองตักกับข้าวใส่ปากดูบ้าง
“เค็มปี๋เลย อ้อนว่าอ้อนใส่ซีอิ๊วขาวนะไม่ใช่น้ำปลา” หญิงสาวพูดเบา ๆ กับตัวเอง
“ถามจริงทำกับข้าวเป็นหรือเปล่า” คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมองแบบอัตโนมัติแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างช้า ๆ
“ส่วนใหญ่ป้าสร้อยทำ อ้อนแค่ช่วยหั่นผักแกะหอมอะไรทำนองนี้” คนได้ยินถึงกับถอนหายใจออกมาแรง ๆ พัชระคว้าจานผัดไข่ใส่แตงไปคว่ำลงในถังขยะ แล้วจัดการตอกไข่ใส่ชาม ใช้ช้อนตีจนแตกเนียน ปรุงรสเล็กน้อย ก่อนตั้งกระทะแล้วทอดไข่แบบรวดเร็ว
กลิ่นหอมฉุยลอยมาแตะจมูกคนนั่งรอ พิราอรหิวจนท้องร้องตั้งแต่เช้าแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือจากเธอสักที เมื่อคืนว่าหนักแล้วตอนเช้ายิ่งหนักกว่าเสียอีก
“เอ้า กินไข่เจียวนี่แหละง่ายดี” พัชระวางจานไข่เจียวลงกลางโต๊ะ พิราอรก็รีบใช้ช้อนตักไปใส่จานตัวเอง เอาเข้าปากแบบเร็ว ๆ
“ร้อน ๆ” เพราะหิวมากไปจึงลืมนึกว่าไข่เจียวเพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆ คนนั่งใกล้ตู้เย็นกว่าเลยเปิดคว้าขวดน้ำออกมาเทใส่แก้ว แล้วเลื่อนไปตรงหน้าของหญิงสาว แม้ไม่มีคำพูดจากปากของเขา แต่พิราอรก็รู้ว่าแก้วน้ำนี้เป็นของเธอ รีบคว้าขึ้นมาดื่มในทันที
ทั้งคู่นั่งกินข้าวกันไปอย่างเงียบ ๆ จนหมดจาน ต่างคนต่างความคิด พิราอรย่อมรู้ดีว่าคนตรงหน้านั้นแอบรักอรินดามานานแล้ว จู่ ๆ ถูกนางจันทร์นิลบังคับให้รับเธอมาเป็นเมียแบบนี้คงไม่เต็มใจสักเท่าไหร่
ส่วนพัชระนั้นก็กำลังคิดว่าเขาจะจัดการอย่างไรกับเมียส้มหล่นคนนี้ดี แล้วอีกฝ่ายจะยอมอยู่กับเขาตามคำสั่งของนางจันทร์นิลจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ พิราอรไม่ใช่คนหัวอ่อนเหมือนหน้าตาหรอก ลึก ๆ แล้วหญิงสาวก็ร้ายใช่ย่อย ดูจากการกล้าไปยุ่งกับสามีของอรินดาแบบนี้แล้ว ไม่ใสซื่ออย่างที่เห็นเป็นแน่
“ล้างจานด้วยนะคุณอ้อน” คนอิ่มเลื่อนจานเปล่าไปตรงหน้า พิราอรเงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย หากเป็นเมื่อก่อนเขาจะกล้าใช้เธอล้างจานให้ไหม
“ทำไม ทำให้ผัวแค่นี้ไม่ได้หรือยังไง” พิราอรไม่ตอบแต่กลับรวบจานทั้งหมดไปล้างอย่างเงียบ ๆ
“ไอ้เพชรอยู่ไหม ! ไอ้เพชรอยู่ไหม !” เสียงตะโกนเรียกจากสัญชัยคนขับรถของนายธีระวุฒิ ดังโหวกเหวกอยู่หน้าประตูบ้าน
“อยู่พี่ชัย ! เดี๋ยวออกไป”
พิราอรมองตามหลังเขาไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย บิดาผู้ไม่เคยใส่ใจต่อความเป็นอยู่ของเธอ จะรู้ความจริงหรือยังในเรื่องนี้ หากรู้แล้วจะทำอย่างไร ปล่อยทุกอย่างผ่านเลยไปเหมือนไม่ได้สำคัญอะไร หรือว่าจะยื่นมือเข้ามาช่วยดึงเธอให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์ในตอนนี้
ด้านหน้าประตูบ้าน สัญชัยได้ชะเง้อคอมองเข้าไปข้างในบ้านแต่ก็ไม่พบคนที่ตัวเองอยากเจอ นั่นเพราะพิราอรกำลังล้างจานอยู่ในห้องครัวนั่นเอง
“มองหาอะไรพี่ชัย” เจ้าของบ้านอดถามไม่ได้
“คุณอ้อนอยู่นี่ใช่ไหม”
“อืม ล้างจานอยู่”
“ไอ้เพชร แกนี่มันจริง ๆ เลยนะ จะทำอะไรก็หัดเกรงใจคุณวุฒิเขาบ้างสิ ไม่ใช่เอะอะก็จะทำตามคำสั่งคุณจันทร์อย่างเดียว นั่นลูกสาวคนวุฒิเขานะ”
“เอาน่าพี่ชัย ผมทำไปแล้วมันย้อนเวลาไปไม่ได้ แล้วนี่มาหาผมมีธุระอะไร ไม่ใช่จะแค่มามองหาคุณอ้อนนะ”
“คุณวุฒิให้มาตามแกไปหา”
“หาผม”
“เออ ก็เรื่องคุณอ้อนนี่แหละ คุณจันทร์ดันตัดสินใจทำตอนแกไม่อยู่บ้าน นี่ก็โมโหต่อว่าคุณจันทร์ไปรอบหนึ่งแล้ว แต่ก็รู้ ๆ กันอยู่ คนอย่างคุณจันทร์น่ะ”
“อย่าพาดพิงถึงคุณจันทร์เลยพี่ชัย ถ้าคุณอ้อนไม่ไปก่อเรื่องก่อน คุณจันทร์จะทำแบบนี้ไหม แล้วคุณวุฒิจะให้ผมไปหาที่ไหนล่ะ”
“ท้ายไร่ชา”
“ลับตาคนเชียว” พัชระเปรยเบา ๆ เหมือนนายธีระวุฒิไม่ต้องการให้คนอื่นรู้เห็นในเรื่องนี้
“เออ รีบ ๆ ไปล่ะ”
“ได้พี่ชัย” พัชระเดินไปคร่อมมอเตอร์ไซค์แล้วขี่ตามหลังรถของนายสัญชัยไป
คนที่เพิ่งล้างจานเสร็จยืนพิงขอบประตู มองด้านหลังของรถยนต์กับรถจักรยานยนต์ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปบริเวณท้ายไร่อย่างแปลกใจ แต่ว่านี่เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอที่เธอจะได้หนี รีบกลับเข้าไปในห้องนอนคว้ากระเป๋าของตนเอง ขึ้นมาสะพายด้านหลังเอาไว้ แต่ก่อนจะไปก็เดินไปเปิดตู้ลิ้นชักในตู้เสื้อผ้า เห็นสมุดบัญชีอยู่หลายใบ แต่นั่นไม่น่าสนใจเท่ากับเงินสองพันบาทที่วางอยู่ในนั้น
‘ขอก่อนนะพี่เพชร’
เพราะรู้ว่าพัชระมีแค่เงินเดือนจากการเป็นช่างซ่อมงานไฟฟ้าของไร่ คงไม่ได้มีเงินทองมากเท่าที่ควร หญิงสาวจึงเลือกที่จะหยิบธนบัตรมาเพียงหนึ่งใบ มองไปรอบ ๆ บริเวณก่อนจะวิ่งออกจากบ้านของพัชระไป
ฉาด ! หน้าของพัชระถูกตบจนหันกลับไปอีกด้าน ชายหนุ่มกัดฟันจนแน่นด้วยความเจ็บ แต่ก็ไม่อาจตอบโต้อะไรกลับคืนได้ ด้านหลังก็มีนายสัญชัยยืนดูต้นทางอยู่ให้ผู้เป็นนาย
“มึงกล้าทำเลว ๆ กับลูกสาวกูอย่างนี้ได้ยังไงไอ้เพชร !” นายธีระวุฒิชี้นิ้วใส่ลูกน้องคนสำคัญของภรรยาตนเอง หลังจากรู้เรื่องทั้งหมดจากแม่บ้านของตน ไม่คิดว่านางจันทร์นิลจะกล้าทำอะไรโดยพละการระหว่างที่เขาไม่อยู่
“คุณจันทร์สั่งครับ” พัชระก้มหน้าตอบ
“เออ กูรู้แล้ว แต่กูไม่คิดว่ามึงจะกล้าทำตามได้ เรื่องชั่ว ๆ แบบนั้นมึงก็ยังทำตาม มึงมีหัวคิดไหมกูถามจริง ๆ”
“ผมขอโทษครับคุณวุฒิ”
“ระหว่างกูกับคุณจันทร์ มึงคงเชื่อฟังคุณจันทร์มากกว่ากูสินะ ก็แน่สิ กูในสายตามึงก็เหมือนคนนอกอยู่แล้ว มีแค่คุณจันทร์คนเดียวที่พวกมึงเคารพรักใช่ไหม”
นายธีระวุฒิโกรธจนต้องระบายความจริงในเรื่องนี้ออกมา เขาเป็นผู้ชายที่แต่งเข้ามาอยู่ในบ้านฝ่ายหญิง และยังนอกลู่นอกทางกับคนงานสาวในไร่ชา จนเกิดมีพิราอรขึ้นมา นั่นจึงทำให้ทุกคนในไร่มองเขาด้วยสายตาจงเกลียดจงชังมาแต่ไหนแต่ไร...