ตอน 1

อาริตา กอบกุล หรือที่เพื่อนๆ เรียกว่า ริต้า หล่อนคือหญิงสาววัยยี่สิบสามปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐบาลไทย จากนั้นก็เดินทางไปทำงานที่ประเทศรัสเซียในฐานะเชฟอาหารไทย จนกระทั่งได้รับข่าวร้ายว่าพี่สาวฝาแฝดนามว่า มาริสา กอบกุล หรือ แมรี่ ได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตลงกะทันหัน ทั้งๆ ที่ภายในเดือนหน้าจะเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าชายจากประเทศแถบตะวันออกกลาง พระโอรสของสุลต่านองค์ปัจจุบันของประเทศคาร์มาลย์อยู่แล้ว

“ไม่ได้นะคะ ริต้า... ริต้าทำไม่ได้หรอกค่ะ”

หล่อนรีบปฏิเสธ ส่ายหน้าดิก เพราะไม่เห็นด้วยอย่างแรงที่จะต้องสวมรอยหลอกลวงคนอื่น แม้คนๆ นั้นจะเป็นพี่สาวฝาแฝดของตัวเองก็ตาม

“ต้องได้สิริต้า แกต้องทำเพื่อครอบครัวของเรา”

น้าสะใภ้ของหล่อนย้ำหนักแน่น

“แต่ริต้า...”

“ถ้าแกไม่แต่งงานแทนแมรี่ ครอบครัวของเราก็ต้องคืนของหมั้นทั้งหมด แล้วแกคิดว่าเราจะเอาของหมั้นจากไหนมาคืน”

“แล้วของหมั้นไปไหนหมดล่ะคะ ตั้งมากมายก่ายกอง”

“ก็น้าศักดิ์สุดที่รักของแกเอาไปละเลงในบ่อนหมดแล้วน่ะสิ”

หล่อนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ รู้อยู่หรอกว่าน้าชายแท้ๆ ติดการพนัน แต่ไม่คิดว่าจะติดงอมแงมขนาดนี้

“แต่ของหมั้นตั้งมากมายนะคะ ทำไมถึง... หมดเร็วนักล่ะคะ”

“แกไม่ต้องถามให้มากความหรอก เพราะถึงยังไงเราก็ไม่มีของหมั้นไปคืนเจ้าชายอยู่ดี”

“แต่... แต่ริต้าไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยนะคะ ทำไมริต้าจะต้อง... เสียสละตัวเองขนาดนั้นด้วย”

“ถ้าแกไม่เสียสละตัวเอง พวกเราทุกคนก็ต้องเสียสละชีวิตทั้งหมด!”

“น้าดา...”

“นี่มันคือเรื่องจริง และแกก็เป็นเพียงคนเดียวที่จะต่อลมหายใจให้พวกเราได้”

หล่อนทรุดลงนั่งกับโซฟาอย่างอ่อนแรง ความตื่นตกใจและความทรมานซัดเข้าใส่ร่างเต็มแรง มันเกี่ยวกับหล่อนที่ไหนกันล่ะ ของหมั้นจากเจ้าชายอาหรับหล่อนก็ไม่ได้แตะต้อง แล้วทำไมจะต้องเป็นหล่อนด้วยที่จะต้องเสียสละอิสรภาพเพื่อทุกคน

“เป็นตายยังไงริต้าก็ไม่แต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้หรอกค่ะ” ในที่สุดหล่อนก็โพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“แกจะเล่นตัวทำไมนักหนา ผู้ชายคนนั้นเป็นถึงเจ้าชายเชียวนะ แกได้ตกแต่งไปก็จะสบายไปทั้งชาติ ทำไมถึงได้เล่นตัวนักนะ!”

“ถึงจะเป็นเจ้าชาย แต่เขาไม่ได้รักริต้านี่คะ คนที่ผู้ชายคนนั้นต้องการแต่งงานด้วยคือพี่แมรี่ ไม่ใช่ริต้า”

“เจ้าชายบ้านั่นแยกไม่ออกหรอก เชื่อน้าสิ”

“น้าดาก็พูดได้นี่คะ ในเมื่อน้าดาไม่ได้เป็นคนที่จะต้องปลอมตัวไปแต่งงาน”

“ถ้าเจ้าชายเอาฉันนะ ฉันนี่จะรีบหย่ากับน้าศักดิ์สุดที่รักของแกเดี๋ยวนี้เลย” ดาริกาพูดเสียงดังอย่างโมโห “แต่แก่ๆ อย่างฉันใครจะมาเอา”

อาริตาถอนใจแรงๆ ยกมือขึ้นกุมขยับ “ริต้าจะพยายามหาเงินมาให้ได้เยอะที่สุดค่ะ เพื่อเจ้าชายอะไรนั่นอาจจะไม่เอาเรื่องพวกเรา”

“เงินไม่รู้กี่ล้าน แกจะไปเอาที่ไหนมา ริต้า”

หล่อนยังไม่รู้เลยว่าจะไปเอาที่ไหน แต่มันก็ยังดีกว่าการก้มหน้ายอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้

“ริต้าก็ยังไม่รู้เลยค่ะ”

“นั่นไง แกยังไม่รู้เลยว่าจะไปเอาเงินที่ไหน แล้วแกจะมาพูดว่าจะพยายามได้ยังไง ทางที่ดีนะริต้า แกยอมรับสภาพความเป็นจริงเถอะ แต่งๆ ไป สักพักค่อยหย่าแล้วกลับมาอยู่เมืองไทยเหมือนเดิมมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่”

“แต่ตอนนั้นริต้าก็จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงที่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้วนะคะ แล้วจะมีผู้ชายที่ไหนมาสนใจริต้าล่ะ ริต้าไม่เอาด้วยหรอก”

“งั้นก็เตรียมตัวถูกลากไปตัดหัวที่คาร์มาลย์เถอะ!”

น้าสะใภ้ของหล่อนเค้นเสียงโมโหออกมา ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีไป

อาริตากระแทกลมหายใจออกมาแรงๆ ความเครียดกัดกินอยู่ในใจจนแสนจะทรมาน

“แล้วนี่จะทำยังไงดีนะ จะทำยังไงดี”

หล่อนกำลังคิดหาทางออก แต่น้าสมศักดิ์ก็เดินเมาแอ๋เข้ามาในบ้านเสียก่อน

“น้าศักดิ์ไปดื่มเหล้ามาอีกแล้วเหรอคะ”

สมศักดิ์มองเห็นหลานสาวที่ตัวเองเอามาเลี้ยงตั้งแต่เล็กเพราะพี่สาวป่วยตายกำลังเดินเข้ามาหา

“ริต้าใช่ไหมเนี้ย”

“ก็ริต้าน่ะสิคะ”

หญิงสาวถอนใจแรงๆ และรีบประคองสมศักดิ์ที่ตัวเองรักไม่ต่างจากบิดาไปนั่งบนโซฟา จากนั้นก็ถามขึ้นด้วยความไม่พอใจนัก

“เมื่อไหร่น้าศักดิ์จะเลิกดื่มคะเนี่ย”

“น้าเลิกได้ก็ดีน่ะสิ เหล้ามันอร่อย ดื่มแล้วมีความสุข ริต้าลองไหมล่ะ”

“ไม่ล่ะน้า” หล่อนลุกขึ้นยืน และถอยออกห่าง “ริต้าถามจริงๆ เถอะน้าศักดิ์ เงินค่าสินสอดของพี่แมรี่หายไปไหนหมดเหรอคะ”

สมศักดิ์หัวเราะน้อยๆ ท่าทางเมาแอ๋ “ก็เอาไปต่อทุนในบ่อนน่ะสิ แต่คำนวณเลขพลาดไปหน่อย ก็เลยหมดตัวเหมือนเดิม”

“น้าศักดิ์คะ รู้ไหมคะว่าสินสอดนั่นจะต้องส่งคืนให้เจ้าชายอาหรับน่ะ ไม่อย่างนั้นเราจะเดือดร้อนนะคะ”

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่านังแมรี่พี่สาวของริต้าจะมาด่วนตายกะทันหันแบบนี้” สมศักดิ์พูดไปตามความจริง “ดีนะที่ปิดเรื่องการตายของแมรี่เอาไว้เป็นความลับ ไม่อย่างนั้นคงต้องยกเลิกการแต่งงาน”

“ไม่ใช่แค่ยกเลิกหรอกค่ะ เราต้องคืนสินสอดทั้งหมดด้วย”

“จะเอาที่ไหนมาคืนล่ะริต้า ก็น้าบอกแล้วไงว่าหมดไปในบ่อนแล้ว”

อาริต้ายกมือขึ้นบีบขมับของตัวเองอย่างเคร่งเครียด “แล้วน้าศักดิ์เอาไปเล่นการพนันทำไมล่ะคะ รู้ไหมว่าตอนนี้พวกเรากำลังจะเดือดร้อน”

“จะเดือดร้อนได้ยังไงกัน ก็นังดามันบอกว่าจะเกลี่ยกล่อมให้ริต้าแต่งงานแทนนี่น่า”

คนฟังกำมือแน่น รู้สึกโมโหยิ่งนัก

“ริต้าไม่แต่งค่ะ” หล่อนยืนกรานคำเดิม “ริต้าจะไม่ยอมเสียสละตัวเองแบบนั้นหรอก”

“งั้นริต้าก็คงอยากเห็นน้า... น้าที่เลี้ยงดูริต้ามาอย่างยากลำบากตายใช่ไหมล่ะ”

“ริต้าไม่คุยกับน้าศักดิ์แล้ว ขอตัวนะคะ”

“ริต้า! ถ้าแกไม่ยอมแต่งงานกับเจ้าชายอาหรับ น้าก็จะ... ก็จะ...”

แม้จะเมาแต่สมศักดิ์ก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง เขาพยายามหาทางบีบเค้นให้อาริตายอมตกลง

อาริตาเมินหน้าหนี และจะเดินจากไป ก่อนจะต้องชะงัก และหันไปมองสมศักดิ์

“น้าจะวิ่งไปให้รถชนตาย”

หล่อนถอนใจแรงๆ เพราะมั่นใจว่าสมศักดิ์ไม่มีทางทำได้อย่างที่พูดแน่

“ตามสบายเถอะค่ะน้าศักดิ์ ริต้าขอตัวก่อนนะคะ”

เมื่อหลานสาวไม่มีทีท่าว่าจะเชื่อในคำขู่ของตัวเอง สมศักดิ์จึงต้องแสดงให้สมจริงมากกว่าคำพูด เขาวิ่งผ่านหน้าของอาริตาออกไปหน้าบ้าน

“น้าจะตายให้ริต้าดู”

อาริตาไม่สนใจกำลังจะก้าวเข้าไปในห้อง แต่เสียงล้อรถครูดไปกับพื้นถนนที่ดังมาเข้าหู และเสียงดังโครมใหญ่ ทำให้หล่อนต้องหันไปมอง

“น้าศักดิ์!”

สิ่งที่เห็นก็คือร่างของสมศักดิ์นอนจมกองเลือดอยู่บนถนน และรถคันที่ชนก็ขับหนีไปอย่างรวดเร็ว ดาริกาที่อยู่ในครัวรีบวิ่งออกมาเช่นกัน

“ตายแล้ว ศักดิ์... ไอ้ศักดิ์ ทำไมแกถูกรถชน”

อาริตารีบวิ่งเข้าไปประคองร่างชุ่มเลือดของสมศักดิ์ ร้องไห้ด้วยความเสียใจ

“น้าศักดิ์ ริต้าขอโทษ ริต้าขอโทษ... อย่าเป็นอะไรไปนะ น้าศักดิ์...”

“รับ... รับปากกับน้า...” สมศักดิ์พูดเสียงกระตุก มองอาริตาด้วยสายตาวิงวอน

“แต่งงานกับ... เจ้าชาย... แทนแมรี่... รับปากกับน้านะ ริต้า...”

อาริตาเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุทำให้สมศักดิ์ถูกรถชน หล่อนจึงจำต้องรับปากอย่างไม่มีทางเลือก

“ค่ะ ได้ค่ะ ริต้าจะแต่งงาน แต่น้าศักดิ์อย่าตายนะ ใจแข็งเอาไว้นะ น้าศักดิ์” หญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญด้วยความตื่นตระหนก

“น้าดา โทรเรียกรถพยาบาลสิคะ เร็วเข้าค่ะ น้าศักดิ์เลือดออกมากแล้วค่ะ”

หล่อนหันไปตะโกนบอกดาริกาที่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล จากนั้นก็หันมากอดร่างของสมศักดิ์ และพยายามวิงวอนให้สมศักดิ์ต่อสู้กับความเจ็บปวดให้ได้นานที่สุด

ตอน 2

เจ้าชายอัฟฟาน บิน ฮัมเดน อัล-ฟาริส องค์รัชทายาทแห่งมหานครคาร์มาลย์ เดินกลับไปกลับมาภายในห้องทรงพระอักษร ใบหน้าหล่อเข้มสะดุดตาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

“ทำไมเสด็จพ่อจะต้องให้เราแต่งงานกับผู้หญิงไทยคนนั้นด้วย”

“ทรงเคยมีพันธสัญญาต่อกันพ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย”

องครักษ์คนสนิทกราบทูลไปตามความที่ได้ล่วงรู้มา และนั่นก็ทำให้เจ้าชายอัฟฟานถึงกับขบฟันแน่น สองมือที่ทิ้งข้างลำตัวก็กำแน่นเช่นกัน

“เราไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้” เจ้าชายอัฟฟานตวัดตามององค์รักเขม็ง “ซึ่งเจ้าก็รู้ใช่ไหมว่าเพราะอะไร มาฮัด”

องครักษ์หนุ่มหน้าตาถอดสีเลยทีเดียว ก่อนจะรีบกราบทูลปากคอสั่น

“กระหม่อม... กระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า เราเข้าใจดี”

ดวงเนตรขององค์ชายอัฟฟานเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม และก็อดนึกถึงวันวานในอดีตไม่ได้

เพราะเขาไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงที่บิดาทรงคัดเลือกให้ ทำให้เขาเลือกที่จะส่งมาฮัดให้เดินทางไปกับขบวนสินสอดทองหมั้นแทน โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้

มาฮัดได้รับคำสั่งจากเขาให้พยายามสืบหาความโสมมของแม่ว่าที่เจ้าสาวชาวไทยคนนั้นมาให้มากที่สุด แต่เรื่องมันกลับเลยเถิด เมื่อแม่ผู้หญิงคนนั้นรวบหัวรวบหางมาฮัดจนได้เป็นสามี โดยไม่มีโอกาสได้ล่วงรู้ว่ามาฮัดไม่ใช่เจ้าบ่าวของตัวเอง

กรามแกร่งขบกันแน่น ความเกลียดชังที่มีต่อผู้หญิงคนนั้นแทบจะทะลักออกมาจากช่องปาก

“แล้ว... แล้วองค์ชายจะจัดการยังไงดีพ่ะย่ะค่ะ หรือจะให้กระหม่อมไปกราบทูลองค์เหนือหัวดีว่าเรื่องราวทั้งหมดมันเป็นยังไง”

“ไม่ต้อง ถ้าเจ้าไปกราบทูลเสด็จพ่อ เจ้าก็จะหัวขาด หรือว่าอยากตายกันล่ะ”

“กระหม่อม... ไม่อยากตายพ่ะย่ะค่ะ”

“งั้นก็หยุดคิดเรื่องนี้ซะ”

“แล้วองค์ชายล่ะพ่ะย่ะค่ะ จะทรงทำยังไงดี ผู้หญิงไทยคนนั้นไม่ได้มีดีพอจะเป็นพระชายาแม้แต่นิดเดียว แถมกระหม่อมก็ยังไม่ใช่คนแรกของนางด้วย”

“เรากำลังคิดหาทางออกอยู่”

“หรือองค์ชายจะเสด็จหนีดีพ่ะย่ะค่ะ”

“การวิ่งหนีปัญหาไม่ใช่วิธีที่เราชอบ”

เจ้าชายอัฟฟานยังคงเดินกลับไปกลับมา คิ้วเข้มที่ยาวขนานไปกับดวงตารียาวราวกับดวงตาของนกเหยี่ยวขมวดมุ่นตลอดเวลา

“กระหม่อมว่า... ส่งคนไปสังหารนางเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายสูงศักดิ์หรี่ตาแคบมององครักษ์คนสนิทของตัวเอง ก่อนจะส่ายหน้า

“ถึงนางจะสำส่อนแค่ไหน แต่นางก็ไม่สมควรได้รับโทษตายจากเรา”

“แล้วองค์ชายจะ...”

“เราจะเดินทางไปพบนางที่เมืองไทย เจรจาขอให้นางยกเลิกการแต่งงานกับเรา”

“นางคงไม่ยอมหรอกพ่ะย่ะค่ะ เท่าที่กระหม่อมได้สัมผัสนาง นางดีใจมากที่จะได้เป็นพระชายา”

“เราจะมอบเงินให้นางสักจำนวนหนึ่ง อาจจะมากจนใช้ได้ทั้งชีวิตของนางเลย บางทีนางอาจจะมองเห็นเงินสำคัญกว่าตำแหน่งพระชายาก็ได้นะ”

“เอ่อ แล้วนางจะ... จะตกใจไหมพ่ะย่ะค่ะ ถ้ารู้ว่าคนที่นางนอนด้วยเมื่อหลายเดือนก่อนไม่ใช่องค์ชาย”

“นั่นแหละคือสิ่งที่จะทำให้นางละอาย”

เจ้าชายอัฟฟานเต็มไปด้วยความหวัง

“แต่กระหม่อมว่าผู้หญิงอย่างนางไม่น่าจะมีความละอายติดอยู่ในตัวนะพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าอย่าพูดให้เราไม่สบายใจสิ” เจ้าชายอัฟฟานพูดแผ่วเบา “เจ้าไปเตรียมตัวได้แล้ว เราจะออกเดินทางไปเมืองไทยในคืนนี้”

“เอ่อ แล้วองค์ชายจะไม่กราบทูลเรื่องจะเดินทางออกนอกคาร์มาลย์ให้กับองค์เหนือหัวทรงทราบหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“เราจะไปกราบทูลเสด็จพ่อก่อนจะออกเดินทางแน่นอน เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก ไปเตรียมตัวได้แล้ว เราจะต้องถึงเมืองไทยในวันพรุ่งนี้”

เขาต้องรีบทำให้เรื่องนี้จบเร็วที่สุด เพราะกำหนดการแต่งงานเข้าใกล้มาทุกขณะแล้ว

“พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย”

มาฮัดมองเจ้าชายอัฟฟานที่เดินออกไปจากห้องทรงพระอักษรด้วยสายตาชื่นชมเป็นที่สุด จะมีเจ้าชายจากชาติอาหรับไหนบ้างนะ ที่ทรงพระงดงามที่พระพักตร์ และวรกายดั่งเช่นที่เจ้าชายอัฟฟานทรงมี

“ทรงพระโฉมงดงามเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายของกระหม่อม”

“เจ้าว่าอะไรนะ อัฟฟาน”

ฮัมเดน อัล-ฟาริส คือกษัตริย์องค์ปัจจุบันของประเทศคาร์มาลย์ ดินแดนทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาล และก็เป็นเพียงไม่กี่ประเทศในแถบตะวันออกกลางเท่านั้น ที่นับถือศาสนาคริส

“กระหม่อมจะเดินทางไปเมืองไทยในคืนนี้พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”

“ไปทำไม่กัน อีกแค่สองอาทิตย์ก็จะถึงพิธีอภิเษกของเจ้าแล้วนี่ อัฟฟาน”

“กระหม่อมคิดถึงว่าที่เจ้าสาวของตัวเองน่ะพ่ะย่ะค่ะ เลยต้องไปเยี่ยมเยียนหาเสียหน่อย เสด็จพ่อทรงอนุญาตกระหม่อมด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ”

ความจริงเขาไม่จำเป็นต้องมาขออนุญาตบิดาเลยก็ได้ แต่เพราะไม่อยากทำให้ท่านไม่พอใจ เนื่องจากท่านอายุเกือบเจ็ดสิบปีแล้ว

“ความรักของหนุ่มสาวที่มันรุนแรงจริงๆ เลยนะอัฟฟาน”

คนฟังแทบจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้ แต่ก็จำต้องเก็บซ่อนมันเอาไว้

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”

กษัตริย์ฮัมเดนหัวเราะเบาๆ อย่างชอบอกชอบใจ ก่อนจะเอ่ยอนุญาต

“ตามใจเถอะ อยากไปก็ไป”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ” เขากราบขอบคุณบิดา ก่อนจะพูดต่อ

“งั้นกระหม่อมขอตัวไปเตรียมตัวก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม ตามสบายเถอะ”

“พ่ะย่ะค่ะ”

เขากำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้องทรงอักษรของบิดา แต่เสียงแหบแห้งของท่านเรียกขึ้นเสียก่อน เขาจำต้องชะงัก และหันไปมอง

“เสด็จพ่อมีอะไรกับกระหม่อมหรือพ่ะย่ะค่ะ”

กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ระบายยิ้มน้อยๆ มองบุตรชายผู้เลอโฉมของตนเองอย่างรู้ทัน

“เจ้าก็รู้ธรรมเนียมของคาร์มาลย์ใช่ไหม อัฟฟาน”

“ข้อไหนพ่ะย่ะค่ะ”

“ในคืนเข้าหอ เลือดพรหมจรรย์จากเจ้าสาวจะต้องถูกนำมาแขวนไว้ที่หน้าพระราชวัง”

กรามแกร่งของเจ้าชายอัฟฟานขบกันแน่น เขาพยายามกล้ำกลืนความเกลียดชังที่มีต่อเจ้าสาวลงไปในลำคออย่างยากลำบาก

“กระหม่อมทราบพ่ะย่ะค่ะ”

“ดีมาก เจ้าจะได้ไม่แตะต้องเจ้าสาวก่อนถึงวันเข้าหอยังไงล่ะ”

แม้ประเทศคาร์มาลย์จะเป็นประเทศเอกราชที่ปกครองด้วยกษัตริย์หัวสมัยใหม่ แต่กระนั้นบางเรื่องก็ยังยึดถือเอาไว้ไม่เสื่อมคลาย อาทิเช่น... เลือดพรหมจรรย์ของเจ้าสาว

เลือดพรหมจรรย์หรือ แม่นั่นเสียมันไปตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสองหลักด้วยซ้ำล่ะมั้ง

เจ้าชายรูปงามค่อนแคระอย่างเกลียดชัง แต่ริมฝีปากก็พยายามที่จะระบายออกมาเป็นรอยยิ้ม

“กระหม่อมจะรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของคาร์มาลย์เอาไว้ยิ่งชีพพ่ะย่ะค่ะ”

องค์กษัตริย์สูงวัยระบายยิ้มน้อยๆ ก่อนจะโบกมือให้ลูกชายออกไป

เจ้าชายอัฟฟานก้าวออกมาพ้นห้องทรงพระอักษรของบิดาแล้วก็ยืนนิ่ง ดวงตามืดดำ สองมือข้างลำตัวกำยำกำแน่นเป็นหมัด

“เราจะไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงสำส่อนแบบเธอแน่นอน มาริสา กอบกุล!”

“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

มาฮัดเดินมาหยุดคุกเข่าอยู่ตรงหน้าองค์ชายผู้สูงศักดิ์ และมีรูปโฉมราวกับเทพบุตร

“อืม งั้นเราออกเดินทางกันได้แล้ว”

“พ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายอัฟฟานก้าวเท้าไปเบื้องหน้าด้วยท่าทางสง่างามโดยไม่ต้องปั้นแต่ง มุ่งหน้าตรงไปยังลานจอดเครื่องบินส่วนพระองค์ เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองไทย

ตอน 3

อาริตาก้าวเข้ามาในโรงพยาบาล มุ่งหน้าตรงไปยังห้องพักฟื้นของสมศักดิ์น้าชายแท้ๆ ด้วยความร้อนใจเป็นที่สุด หลังจากที่สมศักดิ์ถูกนำตัวมาส่งโรงพยาบาลแล้ว ดาริกาน้าสะใภ้ก็สั่งให้หล่อนรอฟังข่าวอยู่ที่บ้าน ทั้งๆ ที่หล่อนแสนจะเป็นห่วงน้าชายยิ่งนัก

“น้าศักดิ์แกปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

นี่คือคำพูดทางโทรศัพท์ของดาริกาที่โทรมาบอกเมื่อครึ่งชั่วโมง แต่หล่อนทนอยู่ที่บ้านไม่ได้ จำต้องรีบดั้นด้นมาหาด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ทราบว่าคนไข้ที่ชื่อสมศักดิ์ กอบกุลอยู่ห้องไหนคะ”

หล่อนรีบถามพยาบาลที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้วยความรีบร้อน

“อยู่ชั้นสาม ห้อง 80 ค่ะ”

“ขอบคุณมากค่ะ”

หล่อนรีบเดินเข้าไปในลิฟต์ และมุ่งหน้าไปยังห้องพักฟื้นของน้าชายทันที

เสียงลิฟต์ร้อง และประตูก็เปิดออก หล่อนรีบก้าวออกไป และมองหาห้องหมายเลข 80

หล่อนเดินไปตามทางแคบๆ ที่สองฝั่งเป็นห้องพักของผู้ป่วยทั้งหมดช้าๆ เฝ้ามองเลขหน้าห้องจนกระทั่งตามหาได้เจอ

“ห้องนี้นี่เอง”

หล่อนเดินไปหยุดที่หน้าประตูห้อง ยกมือขึ้นเคาะเบาๆ กำลังจะเปิดประตูเข้าไป แต่มีมือของใครบางคนมาแตะที่บ่าเสียก่อน หล่อนหันไปมอง

“น้าดา...”

ดาริกายืนอยู่ด้านหลังของหล่อน แถมยังมองหล่อนด้วยสายตาไม่พอใจ

“ใครใช้ให้มา น้าบอกแล้วใช่ไหมให้เฝ้าบ้าน”

“แต่ริต้าเป็นห่วงน้าศักดิ์ อยากมาเยี่ยม”

“ฉันก็โทรไปรายงานแล้วไงว่าน้าของเธอไม่เป็นอะไรแล้ว ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว”

“แต่ริต้า...”

“หรือว่าอยากให้น้าของเธอตายๆ ไปซะล่ะ”

“ไม่นะคะ ริต้าไม่เคยอยากให้น้าศักดิ์ตาย”

หล่อนไม่เข้าใจเลยว่าทำไมดาริกาต้องกีดกันไม่ให้หล่อนเข้าไปเยี่ยมสมศักดิ์ด้วย

“งั้นก็กลับไปซะ”

“ขอริต้าเข้าไปดูน้าศักดิ์ก่อนไม่ได้เหรอคะ แค่แปบเดียวก็ยังดีค่ะ”

ดาริกาทำหน้าย่นใส่อย่างโมโห ก่อนจะโพล่งออกมาเสียงดังลั่น

“ที่ไม่ให้เข้าไปเยี่ยม ก็เพราะน้าของเธอไม่อยากเห็นหน้าของเธอยังไงล่ะ ริต้า!”

“ไม่อยากเห็นหน้าริต้า?”

“ใช่ น้าของเธอบอกว่าในเมื่อเธอไม่ยอมช่วยเหลือครอบครัว ก็เลยจะไม่ขอพบหน้าเธออีก”

อาริตาตกใจ รีบละล่ำละลั่กปากคอสั่น

“แต่ริต้า... ริต้าก็ตอบตกลงไปแล้วนี่คะว่าจะ... จะยอมปลอมเป็นพี่แมรี่ เพื่อแต่งงานน่ะ”

ดาริกาแทบซ่อนรอยยิ้มดีใจเอาไว้ไม่อยู่

“แน่ใจนะว่าไม่ได้โกหก”

“ริต้าเป็นคนไม่ชอบโกหก น้าดาก็รู้นี่คะ”

ดาริการะบายยิ้มออกมา ยกมือขึ้นตบบ่าของหล่อนแผ่วเบา

“งั้นก็ได้ ตามน้าเข้ามาเลย”

อาริตากะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่หยาดน้ำตาให้จางหายไป ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องพักฟื้นของสมศักดิ์

บนเตียงร่างของสมศักดิ์นอนนิ่งอยู่ ที่ศีรษะมีผ้าก๊อตสีขาวขนาดใหญ่ปิดเอาไว้แทบทั้งหมด

“น้าศักดิ์...”

“นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเธอขัดคำสั่งนะ น้าศักดิ์ของเธอก็คงไม่คิดสั้นไปกระโดดให้รถชนแบบนี้หรอก” ดาริการีบซ้ำเติม ในขณะที่อาริตาร้องไห้ด้วยความเสียใจ

“ริต้าขอโทษค่ะ ริต้าขอโทษ...”

“จำเอาไว้ ถ้าน้าของเธอขอร้องให้ทำอะไรก็ทำๆ ไปเถอะ เพราะถึงยังไงเขาก็เลี้ยงดูเธอกับพี่สาวมาตั้งแต่เล็ก นี่ถ้าไม่มีไอ้ศักดิ์ ป่านนี้เธอกับพี่สาวของเธอคงตายตั้งแต่ยังไม่ได้หัดเดินแล้วล่ะ”

ดาริกายังคงทวงบุญคุณไม่หยุด แต่นั่นมันก็คือความจริงที่หล่อนไม่อาจจะปฏิเสธได้

“ริต้าจะทำ... จะทำทุกอย่างที่น้าศักดิ์ต้องการค่ะ”

“คิดได้แบบนี้ก็ดีแล้ว งั้นรีบกลับไปขัดเนื้อขัดตัว และเตรียมพร้อมแต่งงานเถอะ”

“ให้ริต้าอยู่เฝ้าน้าศักดิ์สักคืนไม่ได้เหรอคะ”

“เธอเป็นแค่หลานจะมาอยู่เฝ้าผัวของฉันทำไม กลับไปเถอะ น้าศักดิ์ของเธอปลอดภัยแล้ว”

“แต่ว่า...”

“ไหนว่าจะไม่ขัดคำสั่งไงล่ะ หรือว่าลืมคำพูดของตัวเองไปแล้ว อาริตา”

“ค่ะ... ริต้ากลับก็ได้ แต่น้าดาจะต้องดูแลน้าศักดิ์ให้ดีนะคะ ริต้าเป็นห่วง”

“เออๆ ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรหรอก ฉันเป็นเมียมันมาตั้งหลายสิบปี จะทิ้งมันได้ยังไง”

แม้จะยังเป็นห่วง แต่หล่อนก็ไม่อาจจะดึงดันอยู่ต่อได้ ในที่สุดก็ต้องเดินออกมาทั้งน้ำตา

“น้าศักดิ์ ริต้าขอโทษ... ริต้าขอโทษ...”

หล่อนรีบป้ายน้ำตาทิ้ง เมื่อเห็นนางพยาบาลเดินสวนมาและจะเดินเข้าไปในห้องของสมศักดิ์

“เป็นลูกสาวของคนไข้เหรอคะ”

นางพยาบาลทักทายหล่อน แต่หล่อนก็ต้องรีบส่ายหน้าน้อยๆ ปฏิเสธ

“เป็นหลานสาวค่ะ”

นางพยาบาลยิ้มให้กับหล่อน ก่อนจะพูดขึ้น

“ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ คนไข้ไม่เป็นอะไรมาก น่าจะพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วล่ะค่ะ”

“แต่ว่า...”

หล่อนกำลังจะถาม แต่ประตูห้องพักฟื้นของสมศักดิ์ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของดาริกาเสียก่อน

“นั่นยังไม่กลับอีกเหรอ ริต้า” พอดาริกาเห็นหล่อนคุยกับนางพยาบาลก็รีบไล่ทันที

“กำลังจะกลับแล้วล่ะน้าดา”

หล่อนตอบน้าสะใภ้ และยิ้มให้กับนางพยาบาล ก่อนจะเดินจากมา

ดาริกามองตามร่างของอาริตาไปจนลับสายตา จากนั้นก็รีบเดินตามนางพยาบาลเข้าไปในห้อง

“รบกวนคุณพยาบาลช่วยบอกคุณหมอให้หน่อยได้ไหมคะว่าคนไข้ยังคงตกใจกับการถูกรถเฉี่ยว ขอนอนต่ออีกสักสองสามคืน...” ดาริกาพูดกับนางพยาบาล

“แต่คุณหมอบอกว่ามีแค่รอยฟกช้ำและแผลถลอกนิดน่อยเองนะคะ ความจริงวันนี้ก็กลับบ้านได้แล้วล่ะค่ะ”

“เอ๊ะ คุณพยาบาลนี่ ก็บอกแล้วไงว่าจะขอนอนต่ออีกสักสองสามวัน เงินมีจ่าย เข้าใจไหมคะ”

“เอ่อ...” นางพยาบาลอึ้งไป

ดาริกาทำหน้าบูดใส่

“ตามที่ขอนะคะ อ้อ แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นมาขอเยี่ยมอีกตอนที่ฉันไม่อยู่ ไม่ให้เยี่ยมนะคะ”

“อ้าว ทำไมล่ะคะ เห็นเธอบอกว่าเป็นหลานสาว”

“หลานสาวจะมาแย่งผัวฉันน่ะสิคะ เข้าใจไหม”

นางพยาบาลเอ๋อกินอีกรอบ “แต่เธอสวยขนาดนั้น ไม่น่าจะมาชอบ...” หยุดพูดและมองไปยังสมศักดิ์ที่ตอนนี้เอาผ้าก็อตบนหัวไปซ่อนเรียบร้อยแล้วเล็กน้อย “ผู้ชายสูงวัยกว่ามากแบบคนไข้เลยนะคะ”

“ผัวฉันมีเงินไง เอาล่ะ คุณพยาบาลทำตามที่ฉันบอกก็แล้วกัน”

“ได้ค่ะ งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”

“จะไปไหนก็ไปเถอะค่ะ น่ารำคาญ”

ดาริกามองนางพยาบาลที่เดินออกไปแล้วอย่างโมโห จากนั้นก็หันมาเล่นงานสมศักดิ์ต่อ

“แกนะแก เห็นไหมเกือบถูกจับได้แล้วว่าไม่ได้ถูกรถชนจริงๆ”

“อย่ามาพูดมากนังดา มึงจ่ายเงินค่ารถให้ไอ้สมมันไปหรือยัง เดี๋ยวมันมาทวงถึงโรงพยาบาลแล้วจะยุ่งกันใหญ่”

“จ่ายไปแล้วล่ะน่า”

ดาริกาตอบอย่างหงุดหงิด

“นี่รู้ไหมว่าฉันต้องคอยรับหน้าเสื่อตอบคำถามหมอกับนางพยาบาลทั้งหลายเกี่ยวกับเลือดหมูที่แกเอามาราดตัวเพื่อหลอกนังริต้ามันแค่ไหน ตอบจนน้ำลายจะแห้งหมดปากแล้วเนี่ย”

“เอาน่า เดี๋ยวนังริต้ามันแต่งงานไปกับเจ้าชาย เราสองคนจะได้สบายยังไงล่ะ อดทนหน่อย”

“แกก็พูดได้น่ะสิ นอนเฉยๆ นี่ ฉันน่ะต้องปากเปียกปากแฉะอยู่คนเดียว”

“มึงจะบ่นทำไมวะนังดา เดี๋ยวได้เงินมาเราก็ถลุงด้วยกันอยู่ดี” สมศักดิ์พูดอย่างโมโห และรีบพลิกตัวนอนหันหลังให้ “

“กูจะนอนแล้ว ถ้านังริต้ามันมา มึงก็เอาผ้าก็อตใต้หมอนมาปิดที่หัวกูด้วยก็แล้วกัน”

“แกก็เอาแต่ความสบายนะ ไอ้สมศักดิ์”

สมศักดิ์ไม่สนใจความไม่พอใจของภรรยา เขารีบหลับตาลงและไม่สนใจอะไรอีก

ดาริกานั่งกระฟัดกระเฟียดอยู่บนโซฟาภายในห้องพักฟื้นของสมศักดิ์อย่างโมโห

“นี่ถ้าไม่เพราะเงิน ฉันไม่ยอมแกแบบนี้หรอก ไอ้สมศักดิ์”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED