“ว่าไงนะ...แกต้องการบอกอะไรพี่กันแน่!!” เสียงแหบห้าวเอ่ยถามผู้ชายวัยอ่อนกว่าตรงหน้า น้ำเสียงที่ใช้เย็นชาเสียจนคนเป็นน้องหนาวถึงไขกระดูก
ธาม นาคะวงศ์ น้องชายสุดหล่อของธันน์ นาคะวงศ์ สองหนุ่มที่สังคมกำลังจับตามอง เมื่อทั้งคู่เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ ไฟแรง แกร่ง และเก่งแบบนักธุรกิจรุ่นเก่าต้องยกนิ้วให้
“ผมก็ไม่รู้ว่ามันหายไปตอนไหนครับ ผมเก็บไว้ที่เดิมหลังเอาออกมาอวดสาวๆ พวกนั้นแล้ว” ธามตอบเสียงเป็นกังวล เมื่อของสำคัญอันตรธานหายไป
ปาร์ตี้ตามประสาหนุ่มโสด อัญมณีชุดสำคัญหายไป...นั่นยังไม่ร้ายแรงเท่า เมื่อมันไม่สามารถจำมือใครดมได้ แหวนเพชรเม็ดงามหายไปอย่างไร้ร่องรอย มันอันตรธานหายไปจากที่เก็บแบบจับมือขโมยไม่ได้นี่ซิ
“แกถามแม่พวกนั้นหรือยัง?” ธันน์ตะคอก เครื่องเพชรชุดนั้นมีมหาเศรษฐีสั่งทำ เขาจะใช้สำหรับวันสำคัญ เพื่อผู้หญิงที่เขารัก แต่มันดันหายไป ทั้งที่ใกล้ถึงวันส่งมอบ
“ถามแล้วครับ...แต่ละคนไม่รู้เรื่อง แต่เดี๋ยว!!” ธามตอบ เขาขมวดคิ้วเมื่อพอจะนึกอะไรออกเลาๆ “มีคนบางคนหายไป...แม่นั่นไม่ใช่คนที่ผมสนิทด้วยนี่นา... หรือว่า...” ปลายนิ้วชี้เคาะข้างขมับ เขาย้อนนึกถึงช่วงเวลาที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป
“ใคร?” ธันน์เดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ น้ำเสียงเหี้ยมเกรี้ยม จนคนฟังนึกกลัวแทน ‘โจร’
“ไม่แน่ใจนะครับพี่ รู้แค่ว่าเป็นพริ้ตตี้ในกลุ่มนั้น” ธามตอบ เขากัดกรามกรอด ที่ถูกลูบคมจากสาวๆ
“ฉันจะตามเอง...เอาประวัติหล่อนมา” น้องชายเป็นคนใจอ่อน หากแม่นั่นเล่นละครตบตา ธันน์เกรงว่าธามจะใจอ่อนและปล่อยหล่อนจะลอยนวลไป ผู้หญิงหิวเงินพวกนั้น...ควรได้รับบทเรียนให้สาสม หล่อนจะได้ไม่กระทำแบบเดิมซ้ำ
“ครับพี่” หนุ่มรุ่นน้องรับคำ เขากลัวแทนผู้หญิงคนนั้น ไม่รู้ว่าหล่อนบ้าดีเดือดมาจากไหน ถึงกล้า...ล้วงคองูเห่า อย่างธันน์ นาคะวงศ์
“ไหนล่ะของที่เธออยากให้ฉันหาที่ปล่อยให้?” เสียงแหบๆ ร้องถาม เมื่อแพรวนรีดันประตูไม้เก่าๆ ให้เปิดเข้าไป
หญิงสาวปรายตามองผู้ชายหุ่นผอมบางที่นั่งเอนๆ อยู่บนโซฟาผ้าเก่าๆ เขากำลังพ่นควันบุหรี่ออกมาจากปาก ด้วยถ้วงท่ามีความสุข
“ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะอิฐ” แพรวนรีบ่นพึม แฟนหนุ่มขี้ยาของตัวเองวันๆ ไม่ทำอะไร คิดแต่จะทำเรื่องไม่ดี บุหรี่ในมือของเขาคงไม่ใช่บุหรี่ธรรมดาเหมือนที่คนทั่วไปเขานิยมกัน
“อะไรอีกล่ะ!!” ชายหนุ่มตะคอก ดูดก้นบุหรี่แรงๆ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วดีดม้วนบุหรี่ที่มอดไหม้จนหมดแล้วลงในถังขยะข้างตัว
“เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวแบบนี้สักทีล่ะ อิฐสัญญากับนรีแล้วนะ” หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นว่างๆ ของโซฟาตัวนั้น ปลดกระเป๋าสะพายไหล่วางไว้ข้างตัว แต่ชำเรืองมันบ่อยๆ ด้วยสายตาระแวดระวัง
“เอาน่า สักวัน” ฝ่ายชายตอบอย่างขอไปที ในหัวสมองไม่เคยคิดเหมือนคำพูด เมื่อตกเป็นทาสยาเสพติดเต็มตัว
“ทุกที!!”
หญิงสาวพูดเสียงขึ้นจมูก เอนตัวพิงเบาะเก่าๆ หลุบเปลือกตาลง
“มันไม่ง่ายเหมือนที่เธอคิดหรอกนะนรี” อิฐตอบ เขาเองก็อยากพ้นวังวนโสมมนี่ แต่...ใจเขาไม่แข็งพอ
มันไม่เหมือนโยนขยะลงในถัง...การเลิกเสพยา มันเหมือนโลกตรงหน้าถล่มทลาย เจ็บปวดเจียนตายกว่าจะผ่านห้วงความทรมานนั่น ขณะนี้เขามีความสุขดี จึงยังไม่อยากลด ละ สิ่งที่ตนเองโปรดปราน เมื่อยังมีสตางค์กว้านซื้อยามาเสพได้...ไม่ได้อัตคัตถึงขนาดต้องขาดยาดิ้นทุรนทุรายน่าอาย
“มันก็ไม่ยากหรอกนะอิฐ...ถ้าจะทำ...” แพรวนรีย้ำ สิ่งเดียวที่เธอปรารถนา คือการที่แฟนหนุ่มพ้นบ่วงกรรมนี่ มันยิ่งกว่าการตกนรกทั้งเป็น
“อือ...” หนุ่มขี้ยารับคำส่งๆ
“เอานี่...ระวังด้วยล่ะ” แพรวนรีสอดมือลงไปในกระเป๋าสะพาย ล้วงห่อผ้าเช็ดหน้าสีหม่นออกมาโยนให้แฟนหนุ่ม
มือผอมซีดตะครุบห่อผ้านั้นไว้ เขาคลี่ผ้าสีหม่นๆ ด้วยมือที่สั่นระริก
“บะ!!” ปากสีเข้มห่อเป็นรูปตัวโอ เมื่อคลี่ผ้าเช็ดหน้าสีหม่นในมือออก จนมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน
“ของจริง...รับประกันได้” แพรวนรียิ้มสำทับ เธอฉกมาจากห้องหรูของมหาเศรษฐีหนุ่ม มันจะเป็นของปลอมได้ยังไง เมื่อคน คนนั้นมีธุรกิจเกี่ยวกับอัญมณี
“อาจจะปล่อยยากสักหน่อยนะนรี...ไม่มีใบรับประกัน แถมเม็ดเป้งขนาดนี้”
อิฐยกแหวนในมือขึ้นส่อง มือผมบางยกลูบปลายคางหลังคำนวณราคาค่างวดของในมือคร่าวๆ ด้วยสายตาคาดคะเนของตนเอง แหวนเพชรวงงามในอุ้งมือเขานี่ ราคาคงโขอยู่ เขากับแพรวนรีคงสบายไปอีกนาน หากหาที่ระบายสิ่งของชิ้นนี้ได้
“ยังไงก็รีบๆ หน่อยล่ะ” แพรวนรีรีบย้ำ ของร้อนแบบนี้เธอกลัว เพราะหากเจ้าของตามมาทวงคืน เธอกับอิฐอาจจะซวย
“เอามาจากไหนล่ะ?” แหวนเพชรวงสวยถูกพลิกไปมาซ้ายขวา เพื่อมองหารอยตำหนิ
“อย่ารู้เลย...” หญิงสาวตัดบท ผุดลุกขึ้นยืน เดินไปทิ้งตัวนอนบนฟูกเก่าๆ ที่อิฐเองก็เพิ่งจะผละลุกขึ้นมา
“ตามใจ...เธอนอนเถอะ...ฉันออกไปหาที่ปล่อยของก่อน”
หนุ่มขี้ยาผุดลุกขึ้นยืนอารมณ์ดีเสียจนอยากจะร้องเพลงให้ลั่นห้อง เมื่อเงินจำนวนมหาศาลลอยอยู่ตรงหน้า แค่หาที่ปล่อยได้ แค่นี้ก็จะได้เสวยสุข เขาคว้าเจ๊กเก็ตหนังขึ้นมาพาดไว้บนหัวไหล่ ตลบผ้าเช็ดหน้าสีหม่นกลับไปในรูปแบบเดิม ก่อนจะยัดแหวนราคาสูงลงไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีด
“อืม...ซื้อข้าวเข้ามาให้ด้วยนะ นรียังไม่ได้กินอะไรเลย แต่ขอนอนซักงีบก่อน” หล่อนซุกหน้าลงใต้หมอนเก่าๆ เปลือกตาหลุบลง และหลับสนิทในนาทีต่อมา อาจจะเพราะความเครียดผสมกับความอิดโรย
ปัง!! ประตูไม้เก่าๆ กระแทกปิด อิฐล็อกประตูให้ เขาเดินผิวปาก ฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอ โดยไม่รู้ว่าทั้งตนเองและแพรวนรีกำลังถูกตามล่า...
บ่ายแก่ๆ... ทอปัดตื่นจากหลับใหล เธอบิดเนื้อตัวไปมาแก้ความเมื่อยล้า ดันตัวลุกขึ้นยืน ก้มลงเก็บเครื่องนอนไปไว้ในตู้ใบใหญ่ที่เดิม ก่อนจะลงมือทำความสะอาดห้องรกๆ... เริ่มต้นด้วยการเก็บเสื้อผ้าใช้แล้วของแพรวนรีโยนไว้ในตะกร้า กวาดพื้นห้องที่มีแต่กระดาษทิชชู และตามด้วยการเก็บเตียงนอนกลางห้อง
เกือบ1ชั่วโมงที่หญิงสาวสาละวนกับการทำความสะอาดห้องรกๆ ที่เจ้าตัวใช้สำหรับซุกหัวนอน เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อย เสียงท้องร้องโครกคราก ทำให้ทอปัดหัวเราะตนเอง เธอมัวแต่ยุ่งๆ จนลืมเรื่องการหาอะไรใส่ท้องตัวเอง
ยางเส้นเล็กๆ ถูกหยิบมาใช้ เพื่อรวบผมสีดำเป็นเงาไว้หลังท้ายทอย
ประตูตู้เย็นถูกเปิดออกด้วยมือเรียวเล็ก หญิงสาวก้มลงมองหาของสดที่อยู่ในชั้นวาง มุมปากอิ่มขยับบิดไป บิดมา เมื่อเจ้าตัวกำลังนึกถึงเมนูอาหารง่ายๆ ที่พอจะทำได้จากของสดที่เหลืออยู่
“ก็ยังดีกว่ากินมาม่าล่ะปัดเอ๋ย” หญิงสาวบ่นเบาๆ คว้าผักสีเขียวจากช่องผัก กับเนื้อหมูอีกนิดหน่อยในช่องพรีส
ก่อนจะเดินตรงไปยังครัวเล็กๆ มุมห้อง...
ผัดกะเพราหมูสับกับไข่ดาวเหลืองกร็อบส่งกลิ่นฟุ้งเต็มห้อง หญิงสาวเอียงคอมองฝีมือทำกับข้าวของตัวเอง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“นายแม่จะรู้มั้ยเนี้ยะ...ปัดคิดถึงฝีมือทำกับข้าวของนายแม่ที่สุด” คำพูดกลั้วเสียงหัวเราะ เพราะหากเทียบฝีมือง่อยๆ ของตัวเองกับคุณนายจุไร มันเทียบกันไม่ติด แต่ก็ยังดีกว่าการต้มน้ำเทใส่ชามบะหมี่สำเร็จรูป เมื่อมันไร้สารอาหารอย่างที่ร่างกายต้องการ
“อาบน้ำก่อนดีกว่า...” หญิงสาวยกเรียวแขนขึ้นสูง สูดกลิ่นเหงื่อตนเอง ปีกจมูกพะเยิดพะยาบ ปากอิ่มเบ้บิดเบี้ยว สุดทนกับกลิ่นเหงื่ออับๆ ที่หมักหมมบนร่างกายตนเอง จนยอมหิ้วท้องรออีกหน่อย เพื่อไปจัดการทำความสะอาดร่างกาย
สายน้ำเย็นๆ ช่วยทำให้ความเหนื่อยล้าของทอปัดมลายหายไป เธออาบน้ำโดยใช้เวลาไม่ถึง10นาที ก่อนจะเดินฮัมเพลงออกมาจากห้องน้ำเย็นฉ่ำ ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆ คือสิ่งเดียวที่อยู่บนร่างกายอวบอิ่มตอนนี้...เมื่อคิดว่าตนเอง...อยู่ในห้องส่วนตัวเพียงลำพัง...
แต่...
ใครจะรู้ล่ะ...ว่าทอปัดจะได้ต้อนรับอาคันตุกะแปลกหน้าแบบที่ไม่ได้เชื้อเชิญ
ปลายเท้าสะดุดกึก!! เมื่อหางตาจับภาพบางอย่างได้ ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กในมือแทบจะหล่น
เมื่อหันไปสบนัยน์ตาคมดุ ของ ‘ผู้ชายแปลกหน้า’ ที่ดันทะลึ่งมานั่งหน้ามึน...อยู่ในห้องเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว...
แพขนตางามงอนกะพริบถี่ๆ มือเรียวบางยกขึ้นขยี้เปลือกตาแรงๆ...ก่อนจะรีบวิ่งถลาไปซุกตัวอยู่หลังโซฟาตัวใหญ่ เยื้องๆ กับที่ ‘ใคร’ คนนั้นนั่งอยู่