1
สุภาพบุรุษตัวจริง
“… พอได้แล้วมั้ง” เสียงทุ้มปรามสาวน้อยที่เอาแต่ซุกซบหาไออุ่นจากแผงอกเปลือยเปล่า ชายหนุ่มกระชับคนในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ครู่หนึ่งเธอก็ส่งเสียงกระโชกโฮกฮาก
“อีเปรี้ยว! อีพี่บิ๊กมันทิ้งกูได้ไง!”
พีระพงษ์ส่ายหน้าไปมา เมื่อบอกให้เธอพอ...
พอเถอะสำหรับการโอดครวญ น้ำตาแต่ละหยดซึ่งไม่ควรรินไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย และที่เขาอดทนแม่สาวน้อย ตั้งแต่ออกจากสถานเริงรมย์มา ยอมให้ยืมไหล่เป็นที่พึ่งทางใจบอบช้ำ ถึงแม้ว่าตนไม่ได้เป็นชายต้นเรื่องเลย
หญิงสาวยังส่งเสียงอ้อแอ้โวยวาย ตัดพ้อต่อว่าแฟนหนุ่มที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง จู่ ๆ ทอดทิ้งกันไปไม่เอ่ยคำลา ทำให้เธอต้องไปซดเหล้าย้อมใจ
“อีพี่บิ๊ก... ฮืออ เรียนหนังสือมาด้วยกัน รับปริญญาด้วยกัน ฮึก... ทำไมพี่ผิดสัญญากับหนู”
“ไหนฟ้าบอกว่าเป็นพี่รหัส ทำไมเรียนหนังสือด้วยกันได้ล่ะครับ? รับปริญญาด้วยกันได้ยังไง...”
“เรียนที่เดียวกัน... ฮือ... นั่นไง เรียนมอเดียวกัน... นั่งโต๊ะตัวเดียวกัน ฮึก ๆ”
เสียงสะอื้นไห้ไม่ขาด กลิ่นสาเก แอลกอฮอล์หลายชนิดปนเปอยู่ในลมหายใจที่แผ่วเบา เธอคล้ายจะหลับก็ไม่หลับ เธอไม่สามารถหลับเพราะมีเรื่องรบกวนจิตใจ ขนาดซัดน้ำเปลี่ยนนิสัยเข้าไป ยังตื่นขึ้นมาคร่ำครวญน้ำตานองหน้าเป็นระยะ ๆ
อิงฟ้าไร้สติสัมปชัญญะโดยสิ้นเชิง แม้หยาดน้ำตาบนแก้มแดงก่ำถูกปาดด้วยปลายนิ้วโป้ง ด้วยแววตาอันอบอุ่นอ่อนโยน เธอกลับไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน กระโดดขึ้นรถตามอีเปรี้ยวกลับห้องมาทำไม นอนกอดมันทำไม แล้ว...
“มึง... ไม่แต๊บเหรอ?”
ทั้งเปียกทั้งแข็ง! อิงฟ้าไม่ใช่เด็กน้อย ถึงเมาเท่าไรก็รู้อยู่ว่าคืออะไร พอขยับหัวเข่ายันเจ้าน้องชายที่กำลังทิ่มตำบนหน้าขา ชายหนุ่มถึงกับสูดลมเข้าปาก
“มึงแต๊บดี ๆ ดิ้! น้องชายมึงมันสู้ขากูเนี่ย... อีเปรี้ยว...”
กับผู้หญิงสวย ๆ สองต่อสอง ในบ้านตัวเอง ไม่มีสาวคนไหนได้รับสิทธิพิเศษนี้ ทว่าแม่สาวน้อยนักท่องราตรีค่ำคืนเดียว เพิ่งพบหน้ากันหมาด ๆ ได้เข้าบ้านของเขามาหน้าตาเฉย แถมอาเจียนใส่เสื้อเชิ้ตทำงานของเขาอีกต่างหาก
พีระพงษ์อยู่ในสภาพกางเกงตัวเดียว ล้างตัวสักหน่อยแล้วเขากลับมานอนกกกอดสาวน้อยบนเตียง
บอกไม่ใช่อีเปรี้ยว... เธอก็ไม่ฟัง เมาเลอะเทอะ พูดจาวกไปวนมาจับใจความไม่ได้
ชายหนุ่มเลื่อนมือไปจับศีรษะน้อย ลูบหัวเบา ๆ เหมือนลูบหัวลูกหมา
“ปกตินอนกอดเพื่อนสาวสองแบบนี้หรือ... คุณพ่อคุณแม่รู้ไหม?”
คนเมาทำเป็นหูทวนลม ซุกใบหน้าร้อนผ่าวหาอ้อมอกอีเปรี้ยวอย่างเอาแต่ใจ
ชายหนุ่มทำไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสัมผัสสยิว จะกลัวเข่าสาวน้อยขยับพลาดสักทีก็ไม่ เธอสะกิดด้วยหน้าขาเบา ๆ อีก ด้วยความที่อยากกอดเขาให้แน่นขึ้น มันยังผงกคอสู้! พอเรียวขานุ่มเนียนหนีบเข้าโอบรอบน้องชายตัวดีมิดชิด เขาลอบกลืนน้ำลายจนลูกกระเดือกขยับ เลื่อนมือไปเชยคางมนขึ้น
ดวงตาคู่คมปลาบประกายสบนัยน์ตาฉ่ำปรืออย่างออดอ้อน ขณะโลกพร่ามัวทำให้เธอส่ายหน้าไปมาเหมือนกับว่ามองไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง
“อี...”
“พี่พี... ที่น้องดวลเหล้าโต๊ะข้าง ๆ จนน็อกคาโต๊ะยังไงครับ ใช่อีเปรี้ยวที่ไหน แม่สาวน้อย...” ปลายเสียงย้ำ ‘แม่สาวน้อย’ ทว่าแววตาร้อนแรงที่มองสาวในอ้อมแขน เหมือนกำลังมองลูกกวางน้อยในกรงเล็บเสือ...
จะไม่ทำอะไรเลยคงเสียเชิง รู้ถึงไหนอายถึงนั่น แต่ถ้าทำ ก็คงไม่ดี ทำไม่ได้เลยต่างหาก! ไม่ดีแน่!
พีระพงษ์ไม่อยากให้เสียการใหญ่ อุตส่าห์แอบตามสาวน้อยคนสวยมาหลายวัน
“อ้อ... พี่รูปหล่อ” รอยยิ้มเมามายบนใบหน้าหวานเรียกเสียงหัวเราะคิกคัก หญิงสาวกะพริบตาไม่กี่ครั้ง ก่อนจะสิ้นฤทธิ์ ผล็อยหลับไปดื้อ ๆ
ชายหนุ่มคิดว่าเขาคงหมดธุระในค่ำคืนนี้ ทว่าใจเจ้ากรรมไม่รักดี ดันเพลิดเพลินอยู่กับใบหน้าสวยใส ลมหายใจมั่นคงในสีหน้าผ่อนคลาย ผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอ ริมฝีปากอมชมพูอมแดง เป็นสีเดียวกับแก้มแดงระเรื่อ
สีเดียวกับแก้มสากใต้ไรเคราเขียวครึ้มเวลานี้ เพียงเลือดในกายรุ่มร้อนสูบฉีดอย่างรุนแรง เธอทำให้เขาเปิดเผยรอยยิ้มอ่อนโยนโดยไม่รู้สึกตัว
ทั้งที่... แม่เสือสาวนักท่องราตรีในเดรสรัดรูปดูเย้ายั่วใจ กระโปรงสั้นโยกย้ายส่ายไปมาใต้แสงสีเสียง ในมือถือแก้วเหล้า ไม่ใช่สเปคของพีระพงษ์เลย
ในกระเป๋าสะพายใบโตของเธอยังมีกระโปรงอีกตัวสำหรับใส่ทำงานเป็นกระโปรงผ้าอย่างดีสีดำสนิท เสื้อคลุมสูทหลวม ๆ ปกปิดเดรสหวือหวา ไว้แปลงกายเป็นเสือสาวในยามราตรี โดยไม่ต้องกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
กลิ่นเหล้าหลายชนิดคละคลุ้งไปกับกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ กระตุ้นอารมณ์ชายผู้ห่างเหินเรื่องบนเตียงมาสักระยะหนึ่งเป็นอย่างดี
ในที่สุดพีระพงษ์ก็อดใจไม่ไหว ก้มหน้าลงลอบดมแก้มใสเข้าฟอดหนึ่ง มืออีกข้างปัดปอยผมนุ่มหอมสีน้ำตาลอัลมอนด์ มองเห็นลำคอเพรียวระหง ผิวขาวนวลเนียนมองเห็นเส้นเลือดฝาดแดง ชีพจรที่เต้นอย่างผ่อนคลายลง ดึงดูดริมฝีปากหนาหยักได้รูปให้ประทับจุมพิตลงบนนั้น ทำตัวเป็นพวกลักขโมย
ไม่ได้... ไม่ได้เด็ดขาด...
ชายหนุ่มปิดตาลง กัดกรามกรอดจนเห็นสันกราม ก่อนที่เขาจะตัดสินใจผลักเรือนร่างหอมงามออกจากอ้อมแขน ด้วยสีหน้าเสียอกเสียดาย
รับปากพี่ยศเอาไว้น่ะสิ...
ให้ตายเหอะ! พี่ยศนะพี่ยศ!
พีระพงษ์ไม่อยากพาสาวน้อยไปส่งในสภาพเมาเละเทะ กลัวว่าเธอจะถูกคุณพ่อคุณแม่ดุว่า แต่ถ้าพาไปส่งเลยก็ดูจะเป็นสุภาพบุรุษมากกว่าฉวยโอกาสนอนกกกอดแม่สาวตัวนุ่มนิ่มจนถึงรุ่งเช้า
มีทางเลือกมากเสียเมื่อไร...
เขาครุ่นคิดเรื่องนี้จนผล็อยหลับตามเธอไป ลืมตาตื่นอีกทีก็ไม่มีทางเลือกแล้วจึงลุกไปอาบน้ำแต่งตัว หยิบเชิ้ตสีครีมและกางเกงสแล็คมาสวม ค่อยทิ้งตัวลงนอนมองใบหน้าสดสวย พริ้มตาหลับสบาย ใจหนึ่งคงไม่อยากปลุก ยังลืมไปว่าเสื้ออาจยับ เขาไม่สนใจว่ามันจะยับเลยต่างหาก
กระทั่งเปลือกตาขาวใต้เครื่องสำอางสีน้ำเงินประกายกากเพชรระยิบระยับใต้อายไลน์เนอร์คมกริบ ขยับขึ้นลงเบา ๆ เธอหรี่ตาลงอีกครั้งเพราะอาการร้าวระบมไปทั่วศีรษะอันเนื่องมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ เรียกเขาด้วยเสียงแหบพร่า
“คะ... คุณ... พี...”
“เมื่อคืนเรียกพี่พี ตอนนี้ก็เรียกพี่สิครับ หรือจะเรียกอาพี...”
หญิงสาวเบิกตากว้าง ลุกขึ้นนั่งสำรวจสภาพตัวเองในทันทีด้วยท่าทางตื่นตระหนก หากพอรับรู้ได้ว่าไม่รู้สึกเจ็บตรงไหน เดรสสีดำตัวโปรดยังสวมอยู่ครบก็ค่อยโล่งใจ ก่อนจะส่ายหน้ามองไปรอบ ๆ ห้องตกแต่งด้วยโทนสีขาวสลับดำ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูมีมูลค่าคล้ายกับว่าเป็นบ้านหรูของหนุ่มโสดที่ไหนสักแห่ง
“ไม่ได้ทำอะไร แต่ถ้าไม่ใช่อา... รับรองไม่เหลือ ทำไมเมาแบบนี้ แล้วเพื่อนเราน่ะไปไหน? ไม่กลัวตื่นมามีผู้ชายนอนอยู่ข้าง ๆ สักแปดคนเหรอ?”
อีเปรี้ยวไม่เคยทิ้งเธอ! ไม่ว่ามันจะเมาแค่ไหน เว้นก็แต่ว่ามันเจอผู้ชายหล่อจริง ๆ เท่านั้นแหละ
เป็นไปได้ยังไง... นังเปรี้ยวมันหายไปไหน?
อิงฟ้านั่งสงสัย หัวคิ้วชนเข้าหากัน เธอยกมือขึ้นกดกุมขมับที่เต้นตุบ ด้วยความรู้สึกไม่ต่างจากหัวจะระเบิด นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ไปกันสองคน เพื่อนคนอื่นก็ไปด้วย ทำไมถึงได้ทิ้งเธอที่เมาแอ๋กลับบ้านกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้
มือคว้ากระเป๋าสะพายใบโปรดบนโต๊ะข้างหัวเตียง รีบหยิบโทรศัพท์โทรหาเพื่อนสาวสองเพื่อเอาเรื่อง แต่ปลายสายไม่ว่างสนทนาในตอนนี้
คุณอาหนุ่มรอคอยเธออย่างใจเย็น จนกระทั่งเธอวางมือถือลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด กวาดสายตามองเขาแต่หัวจรดเท้า
“มีธุระที่ไหนหรือเปล่าคะ?”
“เช้านี้ไม่มีครับ เข้างานบ่าย... เราน่ะ กลับบ้านไปหาพ่อหน่อยไป”
“ไม่กลับ ขี้เกียจทะเลาะกับพ่อ ขอบคุณนะคะที่เป็นสุภาพบุรุษ อาพี...” ได้เหน็บแนมชายตรงหน้า ขีดเส้นความสัมพันธ์เป็นอาหลานเรียบร้อย ร่างบางลุกขึ้นจากที่นอน ฉับพลันกับที่สองขาอ่อนแรง เซไปทางซ้ายจนเกือบเตะหัวเตียงเข้า เธอได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เจ้าของห้องเข้ามาช่วยประคองแขนทั้งสองข้าง จับต้นแขนเรียวไว้อย่างมั่นคง
หญิงสาวคงลืมไปว่าเขาพูดเรื่องพ่อของเธอขึ้นมาเพื่ออะไร เมื่อไม่ใช่ธุระกงการของเขา เธอยังได้รับความหวังดี เจ้าของร่างสูงในเชิ้ตหล่อเหลาเอื้อมไปหยิบขวดแก้วขนาดพอดีมือ บนโต๊ะกลมสำหรับจิบกาแฟ ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษตามคำเชยชม
“กินนี่... แล้วไปล้างหน้าล้างตาก่อนกลับบ้านนะ กินน้ำเยอะ ๆ ด้วย จะได้หายแฮงค์”
“ขอบคุณค่ะ”
ตอนเมากับตอนไม่เมาช่างแตกต่างกันลิบลับ อิงฟ้าแสนปั้นปึ่งเย็นชา ไม่ใช่สาวเจ้าสำราญ ชนแก้วเหล้าได้ไม่เลิก
พีระพงษ์คิดน้อยใจ มองเธอกระดกเครื่องดื่มแก้เมาจนหมด อดคิดถึงแม่สาวน้อยที่ส่งเสียงหัวเราะคิกคักให้เขาเมื่อคืนไม่ได้ มิหนำซ้ำเธอไม่คิดจะแลกช่องทางการติดต่อ ถามหาความสัมพันธ์ครั้งต่อไป มีเพียงน้ำเสียงไร้เยื่อใย
“ไปแล้วนะคะ”
“ไปยังไงครับ?”
“เรียก GRAB ก็ได้”
“เดี๋ยวอาเดินไปส่ง...”
เดินไปส่ง? อิงฟ้ามองขวับไปทางหน้าต่าง ก้าวไปเปิดผ้าม่านสอดส่องสายตามองออกไปข้างนอก ในสีหน้าตกใจสุดชีวิต...
ฮะ! นี่มัน...
อีบ้านรถแดงซอยสองที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ เฮ้ย! อิงฟ้า แกเมาขนาดตามเพื่อนบ้านรุ่นพ่อกลับบ้านเลยเหรอวะเนี่ย!
2
เพื่อนบ้านรุ่นคุณพ่อ
หน้าตาตกใจสุดขีดของสาวน้อย เป็นเหตุให้พีระพงษ์อารมณ์ดีทั้งวันจนเพื่อนร่วมงานและลูกน้องที่ทำงานแซว ‘มีข่าวดีอะไรหรือเปล่า คุณพีถึงได้อารมณ์ดี ยิ้มไม่หุบ’
รถติดไฟแดง นั่งรอลูกค้า เข้าประชุมบอร์ดผู้บริหารของบริษัทอสังหาฯ เขาปิดตาลงคิดถึงกลิ่นดอกไม้คล้ายว่าจะเป็นลาเวนเดอร์เย็น คล้ายกลิ่นอายของน้ำหอมจาง ๆ บนเรือนร่างนุ่มหอมของเธอซึ่งไม่เหมือนสาวคนไหน
ตื่นเต้น... จนมือไม้สั่น ใจสั่นไปหมด ไม่สมเป็นหนุ่มวัยสามสิบเก้าปี ผู้ผ่านประสบการณ์เรื่องผู้หญิงมาโชกโชน
เลิกงานแล้วชายหนุ่มยกเลิกทุกนัดหมาย รีบบึ่งรถตรงกลับบ้าน ถือโอกาสเข้าไปเยี่ยมเยียนรุ่นพี่
บ้านของทวียศเป็นบ้านแฝดกว้างขวางสะอาดตา ในหมู่บ้านของคนฐานะกลาง ไม่ใช่โครงการใหญ่โต บางบ้านเป็นคนดั้งเดิม พักอาศัยมานานหลายสิบปี
เป็นหมู่บ้านเดียวกันกับพีระพงษ์ที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ จากการแนะนำของรุ่นพี่ ส่งข้อความมาบอกกับเขาเรื่องประกาศขายบ้านมือสองราคาถูกทำเลดี พีระพงษ์ไม่ใช่คนฟุ้งเฟ้ออะไร กำลังมองหาบ้านพักอาศัยใกล้กับที่ทำงาน บ้านหลังนี้ตกแต่งเพิ่มเติมแล้วก็นับว่าถูกใจในงบประมาณประหยัด
ชายหนุ่มมาถึงบ้านรุ่นพี่ในช่วงเย็น ‘ทวียศ’ และ ‘วรรณภา’ กำลังยุ่งอยู่กับการเลี้ยงหลานวัยล้มลุกคลุกคลาน หัดตั้งไข่ รุ่นพี่ซึ่งกลายมาเป็นคุณตาแล้ว ออกมาเปิดประตูรั้วเหล็กให้โดยไม่ต้องรอให้แขกกดกริ่งเรียก
ภรรยาเจ้าของบ้านอายุสี่สิบเอ็ดปี เรียนจบรุ่นเดียวกันกับพีระพงษ์ หล่อนมีสามีอายุสี่สิบสามปี
พีระพงษ์ไม่ได้รังเกียจพวกเขาเรื่องที่เป็นคุณพ่อคุณแม่วัยใส ทั้งสองมีลูกเร็ว ท้องแรกตอนอายุสิบห้า ท้องที่สอง ท้องต่อไปก็ตามมา แต่ก่อนนั้นเขายังคอยให้ความช่วยเหลือเป็นบางคราว เมื่อสองสามีภรรยาวัยรุ่นต้องออกจากโรงเรียนเพื่อไปแต่งงานเลี้ยงลูก
หากทวียศไม่หัดเล่นโซเชียลเพราะลูก ๆ ชวนให้ลองเล่น ได้หัดเข้ากลุ่มเฟซบุ๊กกับเขา คงไม่มีโอกาสได้พบเพื่อนเก่าอีกหลายคน เรียนหนังสือร่วมชั้นเรียน โรงเรียนมัธยมที่เดียวกัน
อย่างพีระพงษ์ก็เป็นรุ่นน้องของทวียศ ถึงแม้ว่าไม่ได้ติดต่อกันมาหลายปี ยังคงมีความสนิทสนม มีมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน
“เก็บบ้านเสร็จแล้วหรือยังล่ะพี เรียบร้อยดีไหม...”
“เรียบร้อยครับพี่ ขอบคุณพี่ยศมากเลยนะ เจ้าของบ้านเดิมจัดการเรื่องเอกสารให้ผมทุกอย่าง ค่าโอนก็ออกให้ บ้านหลังนี้ต่อเติมแล้วสวย เดินทางไปทำงานสะดวก”
ร่างสูงในเชิ้ตทำงานหล่อเหลาหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาหนังสีขาว ส่งของฝากหลานให้เจ้าของบ้านกับมือ
“นี่ของฝากหลาน วัยกำลังเรียนรู้หัดพูดหัดเดิน ผมแวะเซ็นทรัลซื้อผลไม้ของเล่นมาครับพี่...”
“ขอบใจ ๆ”
คุณตาท่าทางตื่นเต้น แววตาเป็นประกายขณะเปิดถุงพลาสติก ก้มลงดูตุ๊กตาผลไม้ที่แกะออกจากกันได้ ติดกันใหม่อีกครั้งเป็นของเล่นฝึกพัฒนาการของเด็กในอายุวัยขวบกว่า ๆ กว่าจะเงยหน้าขึ้นพูดคุยกับเพื่อนบ้าน
“เอ้อ... วันก่อนพี่ขอบใจแกมาก แต่ว่าคราวหน้าคงไม่รบกวน พี่ล่ะเกรงใจแก”
ชายหนุ่มยกมือโบกไปมา “ไม่ ๆ เลยพี่ พี่กวนผมได้ตลอด ไม่ต้องเกรงใจ ขอให้กวนมาเถอะจะได้สนิทสนมกันเหมือนเมื่อก่อน ได้เจอกันบ่อย ๆ”
พีระพงษ์ฉีกยิ้มกว้างอย่างหนุ่มอัธยาศัยดี บนโซฟาในฝั่งตรงกันข้าม เจ้าของบ้านหรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจ ทว่าคงไม่กล้าทักถาม ชายหนุ่มนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้
“ว่าแต่... พี่มีปัญหาอะไรกับลูกสาวหรือเปล่าครับ?”
“อ้อ... เอ้อ ก็นิดหน่อย น่าปวดหัวทุกคน...” ทวียศเล่าไป กุมขมับไป
ลูกสาวคนเล็กสุดเป็นเด็กดี กำลังจะรับปริญญา แต่คุณพ่อคุณแม่ยังคงเป็นกังวล กลัวจะเป็นเหมือนพี่ ๆ
คนที่สองคืออิงฟ้า เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่กี่เดือน กู้เงินธนาคารไปลงหุ้นเปิดบริษัทโฆษณากับเพื่อน ธุรกิจท่าทางไปได้สวย ดันมาอกหักหมาด ๆ เลยทำตัวผีเข้าผีออก มีเพื่อนสนิทเป็นสาวสองชื่อเปรี้ยว เปรี้ยวสมชื่อเลยทีเดียว ถึงนายเปรี้ยวจะเป็นเพื่อนที่ดีพอสมควรแต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อดห่วงไม่ไหว
ลูกสาวคนที่สามท้องโตกลับบ้านมา มีสามีเป็นเด็กแว้น มาทิ้งหลานเอาไว้ให้เลี้ยง ตัวไปไหนไม่รู้ คนที่บ้านคาดเดาว่าหนีไม่พ้น กลับไปเป็นสิงห์นักบิด
ลูกชายคนโตสองคนเรียนหนังสือไม่จบ ดีหน่อยมีวิชาช่างติดตัวมา คุณพ่อเลยฝากฝังให้ไปทำงานที่อู่รถมอเตอร์ไซค์
เรื่องรายได้ก็พอมี สองสามีภรรยายังเปิดอู่รถมอเตอร์ไซค์หลายสาขา มีร้านคาร์แคร์เล็ก ๆ ริมชานเมือง บ้านของทวียศยังเรียกได้ว่ากินบุญเก่า บ้านไม่ต้องเช่าเป็นทรัพย์สมบัติเดิม คุณปู่คุณย่าทิ้งเอาไว้ให้ลูกหลาน ถึงไม่ได้ร่ำรวยมาก จัดอยู่ในระดับฐานะที่ไม่อดอยาก พอมีพอกิน แต่ละคนมีวิชาชีพเลี้ยงตัวเองได้
ทุกวันนี้เรื่องสถานะทางการเงินเลยไม่เป็นปัญหาเท่าความสัมพันธ์ในครอบครัว มีปากเสียงกันเป็นบางครั้ง และหลาย ๆ ครั้งก็ไม่ได้พูดจาปรับความเข้าใจกัน ไม่ได้หันหน้าเข้าหากันอย่างครอบครัวพึงเป็น
“พูดยากนะพี่ เด็กสมัยนี้ ยิ่งเราแรงไป เขาจะแรงกลับ ดีนะ ไม่เก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านไปไหนต่อไหน...”
“พี่ได้แต่คอยบอกให้มันดูแลตัวเอง อย่าให้เป็นเหมือนพี่สาวมัน ทำอะไรให้ป้องกัน แม่มันไม่ค่อยสอน เป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว แต่จะมาให้พี่คอยสอนลูกสาวเรื่องเพศ รู้สึกปากหนักยังไง ๆ”
“ผมว่าเขาคงเรียนหนังสือในห้องเรียนมาพอประมาณนะ ถึงในชีวิตจริงอาจต้องระวังมากกว่าในหนังสือ เรื่องป้องกัน คงพอได้นะผมว่า...”
ไม่ได้เลยต่างหาก! มีที่ไหนกัน เมาแล้วขี่คอผู้ชาย กระโดดขึ้นรถเรียกพี่คะพี่ขาพาหนูไปด้วย...
พีระพงษ์เพียงพูดไปเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจเท่านั้น สีหน้าของรุ่นพี่ไม่ค่อยจะดี วรรณภาก็กำลังนั่งฟังพวกเขาสนทนากัน ไกวเปลกล่อมหลานในคอกกั้นเด็กไปด้วย
“ผมผ่านผับย่านนั้นยังไงเดี๋ยวผมไลน์บอกพี่ แต่ถ้าพี่หลอกถามลูกสาวได้ รู้ว่าวันไหนอิงฟ้าไปเที่ยว พี่โทรมาบอกผมล่วงหน้าสักชั่วโมง ผมจะแอบไปดูให้ เจ้าของผับ การ์ดย่านนั้น ผู้หมวดละแวกนั้น ผมรู้จักหมดแหละ...”