ตอน 1

บทที่ 1 จดหมาย

“เมียฉันเป็นยังไงบ้างเบิ้ม ปลอดภัยแล้วใช่ไหม”

คุณหมอหนุ่มวัยสามสิบแปดมองหน้าเพื่อนสนิทที่เคยเรียนด้วยกันมาตั้งแต่อนุบาลยันมัธยมปลาย ก่อนจะแยกย้ายไปศึกษาต่อตามสาขาที่ใจตัวเองปรารถนา มองใบหน้าคมเข้มหล่อเหลา ที่บัดนี้มีแต่ความคร่ำเครียดนั้นอย่างเห็นใจ

“ยาที่เมียนายกิน ออกฤทธิ์ทำลายการทำงานของระบบประสาท และร่างกายจนหมดแล้ว...”

“แล้วยังไง นายช่วยแก้วได้ใช่ไหมเบิ้ม” เสียงทุ้มหูสั่นเครือด้วยความรู้สึกกลัวจับใจ

“เสียใจด้วยนะราม ฉันช่วยเมียนายไม่ทันจริง ๆ นายมาถึงช้าไป” ถึงแม้จะเห็นใจแต่เขาก็จำเป็นต้องพูดความจริงออกไป และยังสงสัยอยู่ว่าทำไมคนที่จิตใจดี อารมณ์ดีอย่างสิรินดาถึงได้คิดฆ่าตัวตาย “เข้าไปดูเมียนายได้นะราม”

“อย่าเพิ่งไป ช่วยเมียฉันให้ฟื้นก่อนเบิ้ม ได้โปรด” รามขวางทางเพื่อนสนิทไม่ให้เดินหนี น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินออกมาอย่างไม่อาย

“สงบสติอารมณ์แล้วเข้าไปดูคุณแก้วอีกสักครั้งนะราม เผื่อนายมีเรื่องที่อยากจะพูดอะไรกับเธอ” อติพลเห็นใจเพื่อนรักเหลือเกิน แต่เขาจะช่วยอะไรได้มากกว่านี้อีกล่ะในตอนนี้

“ได้โปรดเถอะเบิ้ม ช่วยเมียฉันด้วย เอาชีวิตฉันไปแทนก็ได้ แต่ได้โปรดให้เธอกลับมา ลูกของฉันเพิ่งจะสามเดือนเท่านั้น ฉันจะให้เขาขาดแม่ไม่ได้” ลูกผู้ชายที่หยิ่งในศักดิ์ศรีมาตลอด คุกเข่าขอร้องเพื่อนรักที่เป็นหมอพร้อมกับน้ำตา คร่ำครวญด้วยความเสียใจสุดชีวิต

“ราม...” อติพลดึงไหล่เพื่อนรักขึ้นมาแล้วโอบกอดเพื่อปลอบใจ “ฉันเสียใจด้วยจริง ๆ ฉันพยายามสุดความสามารถแล้ว”

“พี่รามคะ” หญิงสาวคนหนึ่งที่นิ่งเงียบอยู่ในเหตุการณ์มาโดยตลอดเอ่ยขึ้น พร้อมกับประคองชายหนุ่มเอาไว้ “พี่รามกลับบ้านไปก่อนดีกว่านะคะ ทางนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพรเอง”

“พี่จะเข้าไปหาแก้ว พี่อยากคุยกับแก้ว”

“ถ้าอย่างนั้นแพรพาเข้าไปนะคะ”

“อย่าเลยแพร พี่จะเข้าไปคนเดียว เพราะแก้วคงไม่ชอบถ้าพี่พาแพรเข้าไป” รามดึงแขนออกจากการกอดประคองของหญิงสาว แล้วเดินเข้าไปในห้องที่อติพลออกมา

เมืองบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย

“ทำไมคุณแม่ต้องกลับเมืองไทยกะทันหันแบบนี้คะ” หญิงสาวที่ใกล้จะเป็นเจ้าของใบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยของรัฐในนครซิดนีย์ถามมารดาด้วยความสงสัย เพราะเพิ่งเดินทางกลับมาถึงบ้านไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็จะถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง

“แม่ก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องอะไร ยายเพิ่งโทรมาบอกให้แม่รีบกลับไป” ดวงดาวพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลต่อหน้าลูกสาวคนเล็ก ถ้าไม่ติดว่าอีกสามวันเธอจะสอบนางคงบอกความจริงไปแล้ว

“ทำไมสีหน้าคุณแม่ไม่ดีเลย ญาติเราเสียเหรอคะ... ใครคะคุณแม่”

“เอาไว้แม่ถึงเมืองไทยแล้วจะโทรมาบอกนะลูก เมื่อกี้แม่ก็คุยกับยายยังไม่รู้เรื่องเหมือนกัน”

สิริญ่าเพียงแต่พยักหน้ารับ เข้าใจความรู้สึกของผู้ที่ต้องสูญเสียคนในครอบครัวประมาณหนึ่งว่าคงเสียใจจนพูดไม่ออก

“ถ้านิดว่างนิดก็อยากจะไปด้วยนะคะ” ถึงแม้ไม่ได้รู้สึกผูกพันกับญาติพี่น้องทางเมืองไทยอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่คุณยาย คุณตา หรือพี่สาว แต่เธอก็ถูกเลี้ยงดูมาอย่างคนไทยคนหนึ่ง และเคยเดินทางกลับไปเยี่ยมญาติที่เมืองไทยอยู่เสมอก่อนจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย จึงอยากจะกลับไปร่วมงานพร้อมมารดาอยู่บ้าง

“ไม่ต้องหรอกลูก ตั้งใจทำข้อสอบให้ดีก็พอ แม่ไปก่อนนะลูก”

“หนูไปส่งนะคะ”

“ไม่ต้องหรอกลูกนิด เดี๋ยวพ่อขับรถไปเอง หนูอยู่บ้านตั้งใจอ่านหนังสือสอบก็พอแล้ว” บิลบอกกับลูกสาวสุดที่รักแล้วเตรียมลากกระเป๋าออกไป

“ค่ะคุณพ่อ ถึงแล้วโทรหานิดด้วยนะคะคุณแม่” หญิงสาวเข้าไปโอบกอดบิดามารดาและหอมแก้มพวกท่านก่อนลาจากกัน “ฝากบอกพี่แก้วด้วยนะคะว่านิดคิดถึงพี่แก้วมาก ถ้าสอบเสร็จแล้วจะรีบตามไปนะคะ นิดอยากเจอหน้าหลานตัวเป็นๆ มากเลยค่ะ”

“จ้ะลูกรัก” บิลตอบแทนภรรยาที่ได้แต่พยักหน้ารับพร้อมกับอาการข่มกลั้นน้ำตา “พ่อไปก่อนนะ”

เมื่อรถยนต์ที่สามีเป็นคนขับพ้นออกจากรั้วบ้าน น้ำตาที่อดกลั้นเอาไว้ของดวงดาวก็ล้นทะลักออกมาอย่างกับทำนบพัง เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นเจียนจะขาดใจเสียใจเหลือเกินที่ต้องสูญเสียลูกสาวคนโตไปอย่างไม่มีวันกลับแบบนี้

“ที่รัก ความตายเป็นเรื่องธรรมดาของทุกคนบนโลกใบนี้นะ” บิลพยายามปลอบใจภรรยาด้วยความสงสาร ด้วยอาชีพของหมอเขาก็ได้พบเจอกับญาติของผู้เสียชีวิตทุกวัน แต่เมื่อเป็นคนในครอบครัวเดียวกันเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรไปดีกว่านี้

“ถ้าลูกฉันแก่ตายหรือป่วยตายฉันคงไม่เสียใจแบบนี้หรอกค่ะ แต่นี่ลูกฉันฆ่าตัวตาย ตายจากไปแบบไม่รู้สาเหตุว่าทำไม คุณจะไม่ให้ฉันเสียใจได้ยังไงกันคะ”

“ผมเข้าใจที่รัก ผมเข้าใจ” ถึงแม้สิรินดาจะไม่ใช่ลูกสาวที่เกิดจากเขา แต่เขาก็รักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกสาวแท้ๆ คนหนึ่งเพราะได้เลี้ยงมาตั้งแต่เธออายุห้าขวบจนถึงอายุยี่สิบสอง เขาเองก็เสียใจไม่น้อยไปกว่ากัน

“ฉันไม่น่าให้เธอกลับเมืองไทยเลย ถ้าเธอยังอยู่ที่นี่กับเราเธอคงไม่ตาย”

“อย่าโทษตัวเองแบบนี้สิที่รัก คุณไม่ได้ไล่ลูกไปนะ ลูกเป็นฝ่ายขอกลับไปเองต่างหาก”

ดวงดาวไม่ได้กล่าวอะไรอีกนอกจากร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจกับข่าวการจากไปของลูกสาวคนโต

เมืองซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์

“นิด พวกเราจะไปเที่ยวฉลองสอบเสร็จกันคืนนี้ ไปด้วยกันนะ”

“ขอโทษด้วยนะนิโคลฉันไปด้วยไม่ได้จริง ๆ เพราะฉันต้องไปประเทศไทยคืนนี้”

“ทำไมถึงรีบนักล่ะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“นิดหน่อยจ้ะ ญาติแม่ฉันเสียน่ะ”

“เสียใจด้วยนะ เอาไว้เจอกันหลังจากกลับมานะ”

“บาย” สิริญ่าโบกมือลาให้เพื่อนสนิท เดินไปที่จอดรถจักรยานแล้วปั่นกลับไปยังที่พักที่อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยไม่ถึงห้ากิโลเมตร

“สวัสดีนิด”

“สวัสดีค่ะคุณโทรส” เธอทักทายตอบเจ้าของหอพักขณะกำลังจะเดินขึ้นบันได

“มีจดหมายถึงเธอนะ”

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวย้อนกลับไปยังตู้จดหมายของแต่ละห้อง หยิบจดหมายที่ใส่ไว้ในนั้นขึ้นมาดู

“แปลกนะ”

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแล้วมองหน้าบุรุษวัยกลางคนที่อยู่ในห้องกระจกใกล้ๆ “อะไรแปลกเหรอคะคุณโทรส”

“ก็แปลกที่ยังมีคนเขียนจดหมายอยู่น่ะสิ สมัยนี้การสื่อสารอยู่แค่ปลายนิ้วเท่านั้นไม่ใช่เหรอ” เขาพูดพร้อมกับใช้นิ้วจิ้มๆ ไปบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพื่อบอกใบ้

“พี่สาวฉันคงนึกสนุกก็เลยใช้วิธีโบราณแบบนี้ไงคะ ขอตัวก่อนนะคะ” เธอตอบพร้อมกับรอยยิ้มกว้างแล้วสาวเท้าขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์

ตอน 2

บทที่ 2 พี่สาว

เมื่อกลับถึงในห้องก็เปิดจดหมายออกมาอ่านด้วยความสนใจใคร่รู้ว่าพี่สาวเขียนมาหาตนเรื่องอะไร

‘หนูนิด... พี่จะทำอย่างไรดี พี่ทุกข์ใจเหลือเกินตอนนี้ พี่รามไม่รักพี่แล้ว พี่ถามพี่รามว่าหลอกพี่ทำไม ไม่รักพี่แล้วมาแต่งงานกับพี่ทำไม แต่เขาก็ยังโกหกว่ารักพี่ แต่พอพี่บอกให้ไล่คุณแพรออกเขาก็ไม่ยอม เขาหาว่าพี่คิดมาก เขากับคุณแพรเป็นเพื่อนกันมาก่อนที่จะรู้จักกับพี่ด้วยซ้ำ เขารักเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง บอกให้พี่เลิกระแวงเขากับคุณแพรซะ เพราะเขารักพี่และลูกเท่านั้น

แต่พี่รู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้น ทุกวันนี้คุณแพรเข้าออกบ้านของเราเหมือนเป็นบ้านของเธอเองก็ว่าได้ ถึงแม้พี่รามจะมองว่าผู้หญิงคนนี้คือคนดี แต่สำหรับพี่แล้วเธอคือนางมารในรูปโฉมของนางฟ้า ทุกคำพูดที่อ่อนโยนพี่รู้สึกได้ว่าไม่ใช่คำพูดที่จริงใจ เหมือนเธอต้องการบอกให้พี่รู้ว่าเธอกับพี่รามนั้นมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากกว่าพี่น้องคำพูดหลายๆ คำของเธอมันทำให้ใจของพี่คิดมาก

พี่ทุกข์ใจเหลือเกินหนูนิด พี่อยากจะเลิกกับพี่รามแล้วกลับไปอยู่ที่บริสเบน แต่พี่จะทำอย่างนั้นได้อย่างไรในเมื่อพี่ยังมีน้องกายอีกคน พี่ยอมให้น้องกายขาดพ่อและสูญเสียทุกอย่างที่จะเป็นของเขาไม่ได้เด็ดขาด พี่จะอดทนให้ถึงที่สุดเพื่อลูก ช่วยเป็นกำลังใจให้พี่สาวที่อ่อนแอคนนี้ด้วยนะ รักและคิดถึงหนูนิดมากที่สุดพี่แก้ว’

สิริญ่าขมวดคิ้วมุ่นกับการเขียนที่สับสน และคราบน้ำตาที่เปื้อนลงบนหน้ากระดาษและรอยหมึกของพี่สาว แล้วหยิบโทรศัพท์ต่อสายไปหาอีกฝ่ายทันทีด้วยความหวั่นใจ

“ทำไมไม่รับโทรศัพท์นะ” เธอกล่าวเสียงเครียดและตัดสินใจโทรหามารดาแทน

(ลูกรัก)

“พี่แก้วอยู่ที่นั่นไหมคะคุณพ่อ.. คุณพ่อได้ยินหนูไหมคะ” เธอถามย้ำเมื่อปลายสายจากเมืองไทยไม่ยอมพูดอะไร

(ได้ยินแล้วลูก)

“แล้วพี่แก้วอยู่ที่นั่นไหมคะ”

(อยู่ลูก)

“แล้วทำไมพี่แก้วไม่รับโทรศัพท์ของนิดคะ คุณพ่อช่วยส่งโทรศัพท์ให้พี่แก้วหน่อยสิคะ”

กรุงเทพประเทศไทย

บิลเม้มปากแน่นขณะมองไปที่โลงศพ ไม่รู้จะปลุกเธอให้ลุกมารับสายของลูกสาวได้อย่างไร

“พี่เขารับสายของหนูไม่ได้แล้วลูก พี่เขาจากเราไปแล้ว” เขาตัดสินใจบอกความจริงกลับไปเสียงแผ่วเบาโอบกอดภรรยาที่ซบหน้าร้องไห้อยู่กับอกหนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำพูดของตน

(... ไม่จริง ไม่จริง นิดไม่เชื่อ คุณพ่อโกหก)

“มันเป็นเรื่องจริงลูก พี่แก้วเขาจากโลกนี้ไปแล้วลูกรัก”

(ไม่จริง นิดไม่เชื่อ นิดจะไปดูให้เห็นกับตา)

ผู้เป็นบิดาสงสารลูกสาวเหลือเกิน ขนาดเขาเป็นแค่พ่อเลี้ยงเขายังรู้สึกเสียใจ แล้วพวกเธอเป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เล็กจนโต ความผูกพันมันลึกซึ้งยิ่งกว่าเขาเป็นไหน ๆ เธอคงเสียใจจนยากที่จะหาคำใดมาเปรียบ

“ลูกกำลังจะเดินทางมานะที่รัก”เขาบอกกับภรรยาที่ยังร้องไห้ซบอยู่กับอกเบา ๆ

“คุณพ่อคุณแม่คะ ทานข้าวสักหน่อยนะคะ กับข้าวตั้งโต๊ะรอเรียบร้อยแล้วค่ะ” พินแพรเดินเข้ามาบอกสองสามีภรรยาที่เป็นบุพการีของภรรยาผู้ล่วงลับไปแล้วของเจ้านาย

“แม่กินไม่ลงหรอกหนูแพร”

“ทานสักนิดเถอะนะคะคุณแม่ กว่าจะเสร็จงานอีกหลายวัน ถ้าคุณแม่ไม่ยอมทานอะไรแบบนี้จะล้มป่วยไปอีกคนนะคะ”

“ทานข้าวกันเถอะที่รัก ผมหิวมากเลยตอนนี้” บิลพอจะเข้าใจภาษาไทยอยู่บ้าง จึงแกล้งบอกภรรยาเพราะอยากให้เธอได้กินอาหารสักมื้อละสี่ห้าคำก็ยังดี

ดวงดาวไม่มีความอยากสักนิดเดียว แต่นางรู้ว่าสามีจะไม่ยอมแตะต้องอาหารแม้แต่คำเดียวถ้าตนไม่ยอมกินด้วย จึงพยักหน้ารับและลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะอาหารภายในโรงครัวของวัด

“แพรขอตัวไปดูแลงานก่อนนะคะ” เมื่อส่งทั้งสองท่านถึงโต๊ะอาหารแล้วพินแพรก็บอกลา

“แล้วคุณรามล่ะหนูแพร”

“พี่รามพาน้องกายไปฉีดวัคซีนค่ะคุณแม่ ตอนแรกหนูจะพาไปแต่พี่รามเขาไม่ยอม เขาบอกให้แพรมาช่วยดูแลที่นี่แทน”

“โธ่เอ๊ยตาหนูของยาย” ดวงดาวปาดน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะความสงสารหลานชายวัยสามเดือนที่ต้องขาดแม่

“คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ แพรจะช่วยดูแลตากายอย่างดีที่สุดค่ะ”

สตรีวัยห้าสิบเศษชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดทะแม่ง ๆ ของหญิงสาว นางเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายและเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนของเธอ

“ขอบใจหนูแพรมากนะ” นางคงคิดมากไปเอง เธอเป็นเลขาของลูกเขย รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก พวกเขาคงไม่มีความรู้สึกแบบนั้นต่อกันหรอก

“แพรขอตัวก่อนนะคะ” พินแพรผู้สง่างามในวัยสามสิบห้าคลี่ยิ้มหวานละมุนก่อนจะเดินจากไป

สนามบินสุวรรณภูมิ

รามมองเห็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งได้สัดส่วนและหน้าตางดงามจนเป็นที่สะดุดตาของใคร ๆ กำลังลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมออกมาก็ยกมือขึ้นโบก เมื่อเห็นเธอยกมือทักทายตอบจึงลดมือลง รอจนเข้ามาใกล้จึงเข้าไปทักทาย

“สวัสดีหนูนิด”เขาไม่ได้ตั้งใจมารับเธอ แต่เพราะต้องมาส่งลูกค้าวีไอพีของบริษัทด้วยตนเองพอดี จึงรับอาสาแทนพ่อตาแม่ยาย

สิริญ่าถอดแว่นตาดำแล้วพนมมือระดับอก “สวัสดีค่ะพี่ราม”

ชายหนุ่มมองหญิงสาววัยยี่สิบเศษๆ แล้วรู้สึกปวดหัวใจตามไปด้วย ดวงตาของเธอบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างชัดเจน

“พี่ขอโทษนะหนูนิด ที่พี่..”

“อย่าเพิ่งพูดเลยค่ะ นิดอยากเจอพี่แก้ว พานิดไปหาพี่แก้วหน่อยสิคะ” เธอโกรธเขาเพราะเธอเชื่อเนื้อความในจดหมายของพี่สาว แต่หลังจากที่นั่งร้องไห้มาตลอดการเดินทางเกือบสิบห้าชั่วโมง ก็ทำให้เธอคิดได้ว่าเธอต้องมีหลักฐานให้มากกว่านี้ ใครถูกใครผิด ใครเลวกว่าใครเธอต้องรู้ความจริงให้ได้ก่อนจะเล่นงานพวกเขา เธอจึงอดทนอดกลั้นไม่แสดงความรู้สึกให้พวกเขารู้ตัว แต่คนที่เธอหมายหัวเอาไว้จริง ๆ กลับไม่ใช่เขา

ตอน 3

บทที่ 3 พินแพร

“นี่เหรอคะคุณพินแพรที่เป็นเลขาของพี่ราม”

พินแพรมองหญิงสาวที่สวยสดงดงามทั้งรูปร่างหน้าตาและอายุ “ค่ะ ดิฉันเอง คุณนิดโตเป็นสาวแล้วนะคะ แล้วก็สวยมาก ๆ ด้วย”

“ค่ะ นิดได้ยินคุณพ่อเล่าให้ฟังว่าคุณพินแพรช่วยเหลือเราเรื่องงาน..” ก้อนแห่งความเสียใจวิ่งมาจุกอยู่ที่คอหอยจนเธอพูดไม่ออก เธอกลืนก้อนนั้นลงท้องอย่างเจ็บปวด “..งานพี่แก้วเป็นอย่างดี นิดขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ”

“พี่กับคุณแก้วก็สนิทกันมาก กับพี่รามเราก็เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน พี่ยินดีค่ะ”

“วันนี้นิดมาแล้วนิดจะจัดการทุกเรื่องต่อเอง คุณพินแพรไม่ต้องเหนื่อยแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยงานมาตลอดหลายวัน”

“พี่ว่าให้แพรเขาทำต่อไปให้จบก็ดีนะหนูนิด หนูนิดมาเหนื่อยๆ ควรพักผ่อนออมแรงเอาไว้พรุ่งนี้ดีกว่า”

“นิดทนได้ค่ะพี่ราม พรุ่งนี้นิดจะได้ส่งพี่แก้วขึ้นสวรรค์แล้ว แค่วันเดียวเท่านั้นนิดทนได้สบายมาก”

“ปล่อยให้หนูนิดเขาจัดการต่อเถอะคุณราม ให้เธอได้ทำให้พี่สาวของเธอเป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะ” ดวงดาวพูดแทนลูกสาวเพราะรู้ว่าเธอรักพี่สาวของเธอมาก

“ก็ได้ครับคุณแม่”

หลังจากเสร็จจากการสวดศพและเตรียมความพร้อมสำหรับวันใหม่เรียบร้อยทุกอย่างแล้ว สิริญ่าก็เดินไปหาพี่เขยที่นั่งอยู่หน้าโลงศพของพี่สาวเพื่อชวนเขากลับบ้านตามที่ได้คุยกันเอาไว้ แต่เท้าของเธอก็ต้องชะงักค้างพร้อมกับสายตาที่ไม่พอใจ เมื่อเห็นพินแพรเดินเข้าไปนั่งลงใกล้ๆ ชายหนุ่มแล้ววางมือบนแผ่นหลังพร้อมกับยื่นหน้าไปพูดที่ข้างหูของเขา

“ทุเรศสิ้นดี ต่อหน้าพี่แก้วแท้ๆ ยังกล้าทำถึงขนาดนี้ หน้าด้านกันทั้งคู่ พี่รามคะ” ด่าทออย่างไม่พอใจแล้วจึงเรียกชายหนุ่มด้วยเสียงที่ดังขึ้นก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปหา “นิดเสร็จแล้วค่ะ เราจะกลับกันได้หรือยัง”

“กลับสิจ๊ะ” รามยืนขึ้น “แพรก็ควรจะกลับได้แล้วนะ เรื่องงานเอาไว้ค่อยคุยกันหลังจากพรุ่งนี้นะ”

“แต่เรื่องนี้สำคัญนะคะพี่ราม”

“จะมีอะไรสำคัญไปกว่างานของเมียอีกคะคุณพินแพร พรุ่งนี้เราจะส่งพี่แก้วไปสู่สุคติแล้ว คุณน่าจะรู้กาลเทศะบ้างนะคะ” สิริญ่าไม่พอใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไม่คิดที่จะรักษาน้ำใจฝ่ายตรงข้ามสักนิด

“แต่งานเผาศพจะมีตอนเย็นนะคะคุณนิด ตอนเช้าแพรอยากให้พี่รามปลีกตัวไปสักชั่วโมงเท่านั้น”

“ไม่ว่าตอนไหนพรุ่งนี้ก็คือวันสุดท้ายที่เราจะได้ส่งพี่แก้ว ฉันไม่เห็นอะไรสำคัญไปกว่านี้แล้วค่ะ”

“แต่”

“ทำตามที่หนูนิดพูดนะแพร” รามไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายไปมากกว่านี้จึงพูดแทรกขึ้นมาตามความคิดของตัวเอง “เธอไปส่งคุณไฮน์แทนพี่ทีก็แล้วกัน บอกเหตุผลเขาไปว่าทำไมพี่ถึงไปส่งด้วยตัวเองไม่ได้ พี่เชื่อว่าเขาจะต้องเข้าใจ”

“แล้วถ้าเขาไม่เข้าใจล่ะพี่ราม เราไม่ต้องสูญเสียผลประโยชน์ร้อยกว่าล้านไปฟรีๆ เหรอ คิดดูให้ดี ๆ นะคะพี่ราม” พินแพรพยายามหว่านล้อม

“ถ้าเขาไม่เข้าใจพี่ก็ยอมเสีย พรุ่งนี้พี่จะต้องพาลูกมาส่งแม่ของเขาเป็นครั้งสุดท้าย พี่ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น เรากลับกันเถอะหนูนิด” กล่าวจบก็เอ่ยชวนน้องเมียและเดินนำไปที่รถอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้เลขาคนสนิทยืนอยู่กลางศาลาวัดเพียงลำพัง

พินแพรสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ดี ๆ ไฟภายในศาลาวัดก็ดับลง เกือบจะพร้อม ๆ กันนั้นหูของเธอก็ได้ยินเสียงกุกกักแว่วมาจากโลงศพ จึงรีบวิ่งไปที่รถพร้อมกับขนกายที่ลุกซู่ด้วยความกลัว

“ไอ้แหวงมึงจะรีบปิดไฟไปไหนวะ ไม่เห็นหรือไงว่าข้ายังเก็บของอยู่” สัปเหร่อเดินออกมาจากด้านหลังโลงศพและต่อว่าต่อขานเด็กวัดรุ่นใกล้เคียงกัน

“ข้าจะไปเห็นได้ยังไงวะ ข้าเมา”

“เจริญนะมึง อยู่กับวัดแท้ๆ แต่รักษาศีลห้ายังไม่ได้เลย ปิดไฟปิดประตูให้หมดเลยนะ ข้าไปละ”

“เออ”

ภายในรถเก๋งคันหรู สิริญ่าเหลือบมองพี่เขยของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจทำให้เธออยากจะเอ่ยปากถามออกไป แต่เพราะมีคนขับรถนั่งอยู่ด้วยเธอจึงปิดปากเงียบ

“หนูนิดมีอะไรจะถามพี่ก็ถามมาได้เลยนะ” รามไม่ได้หันไปมองน้องเมียแต่เอ่ยปากถามเธอ เพราะรู้ตัวว่าถูกมองด้วยความสงสัยมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว

สิริญ่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยที่ถูกถาม แต่ในเมื่อเขาเปิดโอกาสให้แบบนี้จะรอช้าอยู่ทำไม “นิดอยากรู้ว่าทำไมพี่แก้ว... ถึงทิ้งพี่รามกับน้องกายไปแบบนี้คะ”

รามมองหญิงสาวที่ถามตนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาเหนื่อยล้าและไร้ชีวิตชีวาของเขาประสานกับอีกฝ่ายท่ามกลางความมืดสลัว

“พี่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมแก้วถึงจากพี่ไปแบบนี้”

“พี่แก้วจับได้ว่าพี่รามมีผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่าคะ”

“พี่ไม่เคยมีใครนอกจากแก้ว”

“จริงเหรอคะ”

น้ำเสียงที่ฟังดูคล้ายจะเย้ยหยันของเธอทำให้เขาข้องใจจนต้องขยับท่านั่งให้มั่นคงขึ้น และจ้องตาเธอไม่กะพริบ

“แก้วเล่าอะไรให้หนูนิดฟังเหรอ”

“ถ้าพี่แก้วเล่าให้นิดฟังก็ดีสิคะ นิดจะได้รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แล้วนิดนี่แหละจะตามไปเล่นงานหล่อนแทนพี่แก้วเอง”แล้วน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา

“มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดของแก้วทั้งนั้น พี่ไม่เคยมีใครจริง ๆ นะหนูนิด พี่รักแก้วคนเดียวเท่านั้น แล้วเราสองคนก็คุยกันรู้เรื่องแล้ว แต่พี่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น” เขาคุยกับเธอเรื่องพินแพรจบไปแล้วตั้งแต่ก่อนเกิดเรื่องมากกว่าหนึ่งอาทิตย์ หลังจากนั้นเธอก็ยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นมากจนเขาตายใจ แต่แล้วทำไมเธอถึง... เขาหลับตาลงด้วยความรู้สึกสับสนระคนเจ็บปวด

“แล้วมันเรื่องอะไรกันแน่คะ พี่รามเล่ามาให้หมดสิ”

“หนูนิด มันเป็นเรื่องภายในครอบครัวของพี่นะ พี่ไม่จำเป็นต้องเล่าให้ใครฟัง หนูนิดแค่รู้ว่าพี่ไม่ได้นอกใจแก้วเท่านั้นก็พอแล้ว” ถ้าเขาเล่าให้เธอฟัง เรื่องมันก็คงไม่จบ เพราะผู้หญิงที่ทำให้เขากับเมียรักทะเลาะกันนั้นอยู่ใกล้ตัวเหลือเกิน ให้ทุกอย่างจบลงแค่นี้ถือว่าดีกับทุกฝ่ายแล้ว

“นิดจะบอกกับตำรวจเท่าที่นิดรู้ พี่รามควรจะรู้เอาไว้”

“เรื่องนั้นพี่ไม่มีปัญหา นิดอยากพูดอะไรก็เชิญ แค่อย่าโกหกตำรวจก็พอ”

“ถ้าพี่รามพูดแบบนี้แสดงว่าพี่รามยังไม่รู้จักนิดดีพอ” เธอเชิดหน้าใส่เขา มองด้วยสายตาเอาเรื่อง “นิดไม่ใช่ผู้หญิงตอแหลหรือชอบเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดีหรอกนะคะใจรู้สึกยังไงใบหน้าก็แสดงออกแบบนั้น ปากว่าตาขยิบไม่ใช่นิสัยของนิดรู้เอาไว้ด้วย”

“พี่รู้ และก็รู้ด้วยว่าตอนนี้หนูนิดกำลังโมโหพี่มากแค่ไหน”

“รู้ก็ดีแล้วค่ะ เพราะพี่รามจะต้องเห็นแบบนี้ไปอีกนานแน่ ๆ”

“ไม่เป็นไรหรอก แค่อาทิตย์สองอาทิตย์พี่ทนได้อยู่แล้ว เพราะถ้าพี่เป็นหนูนิดพี่ก็คงจะโกรธมากเหมือนกันกับเรื่องที่เกิดขึ้น” รามกล่าวอย่างใจกว้าง รู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจเหลือเกิน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

พี่เขย

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED