อนวัฒน์ ชายหนุ่มผู้ที่ยังจมอยู่กับความรู้สึกในอดีตกำลังมองรูปในมือด้วยสายตาว่างเปล่า รูปที่เขาถ่ายเก็บไว้เมื่อหลายปีก่อน และก็นานมากแล้วที่ไม่ได้หยิบมันออกมาดู วันนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ถึงได้รู้สึกอยากเห็นมันนักจนต้องรื้อห้องเก็บของหยิบกล่องที่ถูกปิดผนึกมานานจนฝุ่นเกาะเต็มไปหมดมาปัดฝุ่น รำลึกความหลังที่แสนเจ็บปวด แม้จะผ่านมานานหลายปีแต่เขากลับจำได้แม่นว่าในกล่องมันมีอะไรบ้าง
“แนนนี่” ชายหนุ่มเอ่ยชื่อหญิงสาวในรูปถ่าย สีหน้าแสดงออกถึงความไม่พอใจเมื่อนึกถึงสิ่งที่พ่อเธอได้ทำกับพี่สาวเขาเมื่อหลายปีก่อน และที่สำคัญหลังจากที่เกิดเรื่องเขาก็ไม่ได้พบเธออีกเลยจนถึงตอนนี้
“ไอ้คลื่น ทำอะไรอยู่วะเอ็ง” เสียงของตะวัน ผู้เป็นเพื่อนรักและมีฐานะพี่เขยเอ่ยทักขึ้นทางด้านหลัง เขาเข้ามาในห้องนานแล้วแต่อนวัฒน์กลับนั่งนิ่งไม่รู้สึกตัวสักนิดว่าไม่ได้อยู่คนเดียว
“เปล่า” อนวัฒน์รีบหันหลังกลับไปมองยังต้นเสียง ก่อนจะรีบเก็บของลงกล่องและปิดมันไว้อย่างเดิม
“มารับข้าหรือไง”
“เออน่ะสิ” ตะวันยักคิ้วให้ ก่อนจะเอ่ยต่อ
“งานวันเกิดลูกข้าปีนี้เป็นปีแรกนะเอ็ง รีบๆ หน่อย ป่านนี้ฟ้ากับทุกคนรอแล้ว” น้ำเสียงนั้นแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้น ถ้าไม่ติดว่าเขามาเสนองานให้ลูกค้าแถวนี้ รับรองไม่มีทางเข้ามารับอนวัฒน์ถึงที่บ้านอย่างแน่นอน
“ยังไม่เลิกเห่อลูกๆ กันอีกหรือครับคุณพี่เขย” คนพูดออกแนวดูจะค่อนขอดในความบ้าเห่อลูกแฝดของเพื่อนรัก แต่จะว่าไปเขาก็เห่อและรักหลานทั้งสองคนไม่แพ้ใครเหมือนกัน ตะวันไม่พูดอะไรเขาได้แต่ยิ้มให้อนวัฒน์ ก่อนจะลงไปยังรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน
ระยะทางจากบ้านอนวัฒน์ไปบ้านของตะวันไม่ไกลมากนัก ขณะที่อยู่ในรถตะวันที่ทำหน้าที่เป็นคนขับก็เอ่ยถามคำถามที่อนวัฒน์มักจะได้ยินบ่อยๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“เอ็ง…ได้ข่าวน้องแนนนี่บ้างหรือเปล่า”
“ไม่…เลิกถามถึงผู้หญิงคนนี้ซะทีได้ไหมเอ็งน่ะ จะไปสนใจเขาทำไมนักหนาวะ” อนวัฒน์ทำเสียงเหมือนหงุดหงิดเต็มประดา แต่ตะวันนั้นรู้จักเพื่อนคนนี้ดีว่าภายในใจกำลังคิดอะไรอยู่
“สนสิ…ในเมื่อเขาเป็นคนที่เอ็งรัก” ตะวันหันมามองหน้าเพื่อนผ่านๆ เขานั้นอยากช่วยให้อนวัฒน์สมหวังในเรื่องความรัก เพราะการที่เขามีวันนี้ มีครอบครัวที่อบอุ่น ก็เพราะอนวัฒน์ช่วยเช่นกัน
“ก็แค่ความรู้สึกในอดีต ที่สำคัญข้ายังไม่เคยบอกเอ็งสักคำว่ารักผู้หญิงคนนั้น”
“ไม่รักแล้วจะรอเขาทำไม” คำพูดของตะวันทำให้อนวัฒน์ถึงกับสะอึก ก่อนที่เพื่อนสนิทจะพูดอีกประโยคที่แทงใจดำเข้าอย่างจัง
“ข้ารู้ว่าที่เอ็งทำตัวเจ้าชู้ประตูดินควงสาวไม่ซ้ำหน้าแบบนี้ก็เพราะใคร”
“หึหึ…ใช่ ข้ายังรอผู้หญิงคนนั้นอยู่ แต่รอเพื่อเอาคืนกับสิ่งที่ครอบครัวนั้นได้ทำกับพี่สาวข้า ทำกับเมียเอ็ง” อนวัฒน์กำหมัดแน่น ตะวันได้แต่ส่ายหน้าให้กับความเจ้าคิดเจ้าแค้นนี้ เพราะเขากับพัทธนันท์ไม่คิดติดใจกับเรื่องนั้นแล้วโดยเฉพาะกับธัญญาธร เพราะมันคืออดีตที่กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ และที่สำคัญธัญญาธรเองก็ไม่ได้รู้เรื่องที่พ่อเธอได้ก่อไว้ แต่อนวัฒน์กลับโทษว่าเป็นความผิดของเธอไปด้วย
“ปล่อยวางเถอะว่ะไอ้คลื่น เล่นกับหัวใจมันเจ็บเอ็งก็รู้” ตะวันได้แต่พูดเตือนเท่านั้น เพราะถ้าอนวัฒน์ยังทำแบบนี้มันมีแต่ความเจ็บเท่านั้น แค่นี้เขาก็รู้ว่าอนวัฒน์เฝ้ารอธัญญาธร รอให้เธอกลับมายังสถานที่ที่ได้พบกันครั้งแรก เพราะถ้าไม่รอยังจะไปทำงานพิเศษเป็นไลฟ์การ์ดที่โรงแรมนั่นตอนว่างๆ อย่างนั้นน่ะเหรอ
อนวัฒน์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขานั่งนิ่งไปตลอดทาง ในใจชายหนุ่มตอนนี้อาจจะเป็นอย่างที่ตะวันพูดก็เป็นได้ ความรู้สึกที่มีต่อธัญญาธรคือทั้งรักทั้งแค้นปะปนกันจนแยกไม่ออก ถ้าวันหนึ่งเกิดมีเหตุการณ์ทำให้เขาได้พบหน้ากับเธออีกครั้ง อนวัฒน์เองก็ยังไม่รู้ว่าเขานั้นจะทำตัวยังไง แต่เหมือนความคิดในใจตอนนี้จะกลายเป็นจริงเสียแล้ว เมื่อสายตาของอนวัฒน์มองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ในรถคันที่กำลังขับสวนทางกับรถของเขาบนถนน ความที่ซอยค่อนข้างแคบ ทำให้ความเร็วรถนั้นมีไม่มากนัก
“แนนนี่” ชายหนุ่มเผลอเรียกชื่อหญิงสาวคนนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา อยู่ๆ หัวใจก็เต้นแรงรัวอย่างตื่นเต้น แต่ใบหน้ากลับยังคงเรียบเฉย เพราะคิดว่าตัวเองตาฝาดไป นั่นทำให้อนวัฒน์เพ่งสายตามองออกไปนอกรถ และเพื่อความแน่ใจจึงลดกระจกรถลง แต่ก็สายไปเสียแล้ว เมื่อรถคันดังกล่าวขับสวนไปเสียก่อนที่เขาจะแน่ใจว่าคนที่มองเห็นคือธัญญาธร
“เป็นอะไร” ตะวันที่ขับรถอยู่เห็นท่าทางแปลกๆ ของเพื่อนก็อดที่จะเอ่ยถามขึ้นไม่ได้
“เปล่า…สงสัยจะตาฝาด” อนวัฒน์คิ้วขมวด แต่ในใจนั้นกำลังคิดว่าผู้หญิงที่เขาเห็นเมื่อครู่จะใช่ธัญญาธรหรือเปล่า แม้จะดีใจแต่ลึกๆ ชายหนุ่มกลับตอบตัวเองอย่างหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว ว่าต่อให้ใช่ ธัญญาธรหรือไม่ใช่ มันก็ไม่สำคัญสำหรับเขาทั้งนั้น
ธัญญาธร วีระพันษ์ติโชติ หรือแนนนี่ ก้าวเท้าลงจากรถยนต์ส่วนบุคคล เหม่อมองโรงแรมเลยไปถึงชายหาดขาวสะอาด สถานที่ที่เธอเคยมีแต่ความทรงจำดีๆ แต่ตอนนี้เธอกลับไม่มีมันอีกแล้ว โรงแรมที่เคยเป็นของพ่อตอนนี้ได้เปลี่ยนมือไปเป็นของคนอื่น รวมทั้งบ้านหลังใหญ่ที่เคยอยู่อาศัยเป็นหน้าเป็นตาก็หลุดลอยไปเช่นกัน
หลังจากเหตุการณ์ที่พ่อเธอลอบวางเพลิงทำร้ายคนที่เธอรักไปครังนั้นดูทุกอย่างจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยก็ว่าได้ แม่จากคนที่เข้าสังคมกลับเก็บตัวเงียบเพราะทนต่อสายตาคนรอบข้างไม่ได้ แต่ก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆ พอคิดว่าคนอื่นลืมเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แม่ก็กลับไปเป็นแม่ผู้หลงวัตถุนิยมและดูจะมากขึ้นไปอีก แม้จะอยู่บ้านหลังเล็กลงจากเมื่อก่อน แต่ของตกแต่งกลับหรูหราผิดกับสภาพภายนอกลิบลับ
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอสูญเสียหลายอย่างมาก หนึ่งในนั้นคือความรักที่เธอเพิ่งเคยสัมผัสมันครั้งแรก และครอบครัวที่ดูจะแยกกันไปคนละทิศคนละทางจนต่อกันไม่ติด คำว่าครอบครัวค่อยๆ เลือนหายไปกับหน้าที่การงานของแต่ละคน พ่อแม่ไปทาง ส่วนเธอก็ไปอีกทาง
“คิดถึงจัง” หญิงสาวรำพึงกับตัวเอง มองไปยังโรงแรมที่แสนคิดถึงและอยากเอามันคืนมา หลายปีแล้วที่ไม่ได้มาเหยียบที่นี่ แต่หลังจากร่ำเรียนบริหารจนจบด้วยความยากลำบากทางการเงินเนื่องจากค่าใช้จ่ายทุกอย่างมันมาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอทั้งนั้น ธัญญาธรตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะกลับมา เธอเลือกโรงแรมแห่งนี้เป็นที่แรกในการสมัครงานและก็ได้มันจริงๆ แม้จะเป็นแค่พนักงานต้อนรับธรรมดาเมื่อเทียบกับวุฒิปริญญาตรี แต่เธอก็ไม่เกี่ยงงอน
“จะทำยังไงให้ได้มันคืนมา” หญิงสาวร่างเล็กบอบบางเพ้อกับตัวเองเพราะยังหาทางออกไม่ได้ เธอรักโรงแรมแห่งนี้ และต้องทำให้ตระกูลวีระพันษ์ติโชติกลับมายืนในวงการธุรกิจโรงแรมอีกครั้ง เธอต้องทำให้คนอื่นมองตัวเธอและครอบครัวเสียใหม่ นี่คือสิ่งที่หญิงสาวคาดหวังและมาดมั่นมาตลอด
ธัญญาธรลงไปเดินเล่นบนชายหาด ถอดรองเท้าวางไว้ก่อนจะใช้เท้าบางสัมผัสผืนทรายขาวละเอียดที่แสนคิดถึง ภาพความทรงจำในอดีตค่อยๆ ฉายเข้ามา โดยเฉพาะชายหนุ่มคนนั้น คนที่ได้จูบแรกของเธอไป ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้าง จะสบายดีหรือเปล่า ที่สำคัญพี่สาวเขาจะหายดีแล้วหรือยัง ผ่านมาตั้งหลายปีไม่รู้ว่าพวกเขาจะยกโทษให้เธอกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นไหม
“แนนนี่...มาทำอะไรที่นี่ครับ” นันทภพเอ่ยทักอย่างดีใจเขาลงมาเดินเล่นที่ชายหาดหลังจากเคลียร์งานที่กองจนล้นโต๊ะเรียบร้อย เขานั้นชวนธัญญาธรมาเที่ยวที่โรงแรมของเขาหลังจากสอบเทอมสุดท้ายเรียบร้อย แต่เธอกลับปฏิเสธแล้วทำไมเวลานี้หญิงสาวถึงได้มาอยู่ตรงนี้กัน
“อ้าว…พี่ซัน” ธัญญาธรเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจเช่นกัน แต่ลึกๆ เธอรู้แล้วว่าต้องมาเจอนันทภพที่นี่อย่างแน่นอน เพราะเขาเป็นเจ้าของโรงแรมคนใหม่ ไม่ได้พบคงแปลกไม่น้อย ครอบครัวของนันทภพซื้อกิจการโรงแรมของเธอไปบริหารต่อ และเขาก็เข้าบริหารอย่างเต็มตัวหลังจากเรียนจบเมื่อปีก่อน
“พี่ดีใจมากรู้ไหมที่ได้เจอแนนนี่” นันทภพเอ่ยบอก แววตาเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าคิดยังไงกับหญิงสาวตรงหน้า ชายหนุ่มพยายามจีบเธอมาตั้งแต่ยังเรียนด้วยกัน ซึ่งก็ผ่านมาหลายปีแต่ ธัญญาธรกลับไม่ยอมใจอ่อน แต่เขาก็ไม่มีวันยอมแพ้อย่างแน่นอนเช่นกัน
“พี่ซันมาทำอะไรที่นี่คะ หรือว่ามาเที่ยว” ธัญญาธรเอ่ยถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ก่อนจะเล่นมุกถามเองตอบเองเสร็จสรรพ
“อ้อ…จริงด้วย แนนนี่จำได้ว่าพี่ซันมีโรงแรมที่ต้องมาบริหาร อย่าบอกนะคะว่าคือที่นี่” ธัญญาธรทำท่าทางตื่นเต้นที่จำได้ เธอชี้นิ้วไปยังโรงแรมตรงหน้า
“ใช่ครับ” นันทภพถึงกับยิ้มที่ธัญญาธรจำเรื่องราวที่เขาบอกได้ แม้ระยะหลังมานี้พวกเขาจะไม่ค่อยได้พบกันเพราะอยู่คนละที่ แต่ชายหนุ่มนั้นก็ยังคงหมั่นโทรศัพท์ไปพูดคุยกับเธอบ่อยๆ ถ้ามีโอกาสได้ขึ้นไปกรุงเทพฯ เมื่อไหร่ก็จะแวะเวียนไปเยี่ยมให้หายคิดถึง
ความที่ทั้งคู่ไปมาหาสู่ให้ความสนิทสนมกันมาตั้งแต่เรียนถึงเดี๋ยวนี้ จนคนรอบข้างหลายๆ คนคิดว่าพวกเขานั้นเป็นแฟนกันเสียด้วยซ้ำ และบ่อยครั้งที่การกระทำของนันทภพจะแสดงออกแบบบอกโต้งๆ ว่าคิดกับธัญญาธรมากกว่าเพื่อน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่กล้าพอที่จะสารภาพรักกับเธออยู่ดี แต่หลังจากนี้ก็ไม่แน่
“อากาศกำลังดี เราไปเดินเล่นกันนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยชวน ธัญญาธรทำเพียงพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามเขาไปยังแนวชายหาด พอพ้นโรงแรมที่มีแสงสว่างตอนนี้ทำให้เธอเห็นดาวบนฟ้าที่พราวระยับได้อย่างชัดเจน หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองอย่างหลงใหล รู้สึกอยากนอนมองดาวตรงนี้ทั้งคืนจัง
“แนนนี่ชอบมองดาวเหรอ” จากท่าทางที่ธัญญาธรแสดงออกทำให้ชายหนุ่มเอ่ยถาม เพราะเห็นเธอยืนนิ่งมองท้องฟ้าตาไม่กะพริบ แม้จะรู้จักกันมานานแต่มีบางอย่างที่เขายังไม่รู้เกี่ยวกับหญิงสาวตรงหน้า
“ค่ะ…สวยดี มองทีไรจะเพลินจนลืมคิดอะไรตั้งหลายครั้ง” ธัญญาธรบอกความรู้สึก เพราะเวลาเธอท้อหรือเหงาเมื่อไหร่ ก็มักจะนั่งมองดาวเสมอ
“ลืมคิดเรื่องพี่ด้วยหรือเปล่า” นันทภพเอ่ยถามเพราะไม่อยากให้เธอลืมเขา ธัญญาธรละสายตาจากท้องฟ้าตรงหน้ากลับมามองชายหนุ่ม
“บางครั้งค่ะ” คำตอบของเธอทำให้ชายหนุ่มยิ้มแห้ง
“ดึกแล้ว แนนนี่ขอตัวกลับก่อนนะคะ” เธอเอ่ยขอตัว แต่ก่อนที่หญิงสาวจะเดินผ่านตัวเขา ชายหนุ่มกลับรั้งข้อมือไว้
“เดี๋ยวพี่ไปส่ง” ธัญญาธรพยายามยื้อข้อมือให้หลุดแต่กลับไม่สำเร็จ นันทภพเลื่อนจากการจับข้อมือไปเป็นจับมือเธอไว้ก่อนจะสัมผัสมันเบาๆ
“ไม่รบกวนดีกว่า แนนนี่กลับเองได้ค่ะ”
“แต่พี่อยากไปส่ง นะครับ” ธัญญาธรอึกอัก พยายามดึงมือตัวเองกลับ
“แนนนี่รู้ใช่ไหมว่าพี่คิดยังไง” ในที่สุดนันทภพก็ยิงคำถามตรงประเด็น มืออีกข้างรั้งใบหน้าสวยของธัญญาธรที่เอาแต่ก้มมองพื้นให้เงยสบตากับเขา
“เอ่อ…” ธัญญาธรถึงกับพูดไม่ออก ถ้าเขาถามตรงๆ อีก เธอจะตอบยังไงดี
“พี่ชอบแนนนี่นะครับ ชอบตั้งแต่อยู่ที่มหาวิทยาลัยแล้ว พี่ไม่เคยมองผู้หญิงคนอื่นเลยเพราะอะไรนั้นแนนนี่คงรู้ดี เราคบกันเป็นแฟนได้ไหม” และแล้วสิ่งที่ธัญญาธรคิดก็เป็นจริง หญิงสาวกำลังสับสน แต่ความที่อยากได้โรงแรมคืนกลับมาเป็นของตัวเองอีกครั้ง คือตัวกระตุ้นอย่างดีที่ทำให้เธอได้คำตอบในคำถามนี้ของนันทภพ หลอกให้เขารักแล้วทวงคืนทุกอย่าง
ถึงจะตั้งใจใช้ความรักที่นันทภพมีให้เป็นสะพาน แต่ลึกๆ แล้วธัญญาธรก็ยังคงมีความลังเลอยู่ไม่น้อยว่าสิ่งที่เธอคิดและกำลังจะทำต่อจากนี้ถูกหรือผิดกันแน่ มันไม่ยุติธรรมสำหรับชายหนุ่มสักเท่าไหร่นัก แต่ถึงอย่างนั้นธัญญาธรก็คิดหาหนทางอื่นไม่ได้แล้วจริงๆ บางทีการได้ใกล้ชิดกับเจ้าของโรงแรมคนใหม่ในฐานะคนรักคงช่วยให้ทำอะไรง่ายขึ้นไม่น้อย
“เป็นคนรักของพี่นะครับ พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้แนนนี่เสียใจ” เมื่อเห็นเธอนิ่งเงียบยังไม่ตอบอะไรกลับมา นันทภพจึงเอ่ยถามอีกครั้ง คำพูดของชายหนุ่มทำให้ธัญญาธรไม่สบายใจ เขาสัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอเสียใจ แต่เธอกลัวว่าจะเป็นฝ่ายทำให้เขาเสียใจมากกว่า
“พี่อยากใกล้ชิด อยากดูแลแนนนี่มากกว่านี้ ให้โอกาสพี่ได้ทำตรงนั้นได้ไหมครับ คำขอนี้พี่จะพูดมาตั้งนานแล้ว แต่มันไม่กล้าสักที จนต้องมาอยู่ห่างแบบนี้พี่ถึงรู้ว่าหัวใจตัวเองได้มอบให้แนนนี่ไปจนหมด” นันทภพสารภาพความในใจออกมา
“พี่ซัน…” ธัญญาธรไม่มีสิทธิ์ได้พูดอะไร เมื่อนันทภพประทับริมฝีปากลงมาปิดกั้นคำพูดของเธอจนหายไปในลำคอ หญิงสาวยืนนิ่งด้วยความตกใจแต่ก็ยอมให้มันเป็นไป จูบที่อ่อนหวานไม่ได้จาบจ้วงแต่อย่างใด ไม่นานชายหนุ่มก็ค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่งระคนความแสนเสียดาย แม้จะถอนจูบออกแล้วแต่ความหอมหวานก็ยังคงตราตรึงอยู่ในความรู้สึก รวมทั้งไม่อยากให้เธอมองว่าเอาเปรียบ
“ขอโทษ...ถ้าพี่จะถือว่าจูบนี้คือคำตอบว่าแนนนี่ตกลงเป็นแฟนจะได้ไหมครับ” นันทภพเอ่ยด้วยรอยยิ้ม มองเข้าไปในดวงตากลมโตแสนหวานของธัญญาธร
“ค่ะ” ธัญญาธรเอ่ยตอบรับ หนทางที่เธอเลือกเดินต่อจากนี้แม้จะวุ่นวายด้วยการนำความรักของนันทภพมาพัวพัน ถึงอย่างนั้น ธัญญาธรก็ยอมที่จะทำ และดูเหมือนว่าเรื่องแบบนี้จะอยู่ในความคิดเธอตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ ในใจหญิงสาวกำลังขอโทษชายหนุ่มตรงหน้า แต่หัวใจนันทภพตอนนี้กลับอิ่มเอิบที่ธัญญาธรตอบรับรักและยอมคบหาด้วย เขาทุ่มเทเพื่อเธอมานานหลายปี ในที่สุดธัญญาธรก็ยอมใจอ่อน หรือเหตุการณ์ในวันนี้จะเป็นวันที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอดด้วยความรักเต็มหัวใจ ธัญญาธรนั้นได้แต่ยืนนิ่ง หลังจากนี้เธอจะทำทุกทางให้ได้โรงแรมคืนมา แม้คนอื่นจะมองว่าเธอเอาตัวเองเข้าแลกก็ตาม
ภายในงานวันเกิดครบหนึ่งขวบของภูผาและธารา สองแฝดชายหญิงลูกๆ ของตะวันและพัทธนันท์ที่จัดขึ้นบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้านกำลังครึกครื้น เจ้าของวันเกิดทั้งสองคนอยู่ในอ้อมกอดของพ่อและแม่ต่างยิ้มแย้มแก้มแทบปริ ออกเสียงชัดบ้างไม่ชัดบ้างตามประสา แต่งานนี้คงต้องเป่าเค้กเร็วเสียหน่อยก่อนที่เจ้าตัวเล็กทั้งสองคนจะง่วงนอน ภายในงานมีคู่รักข้าวใหม่ปลามันอย่างพระนายและขวัญข้าวมาร่วมแสดงความยินดี รวมไปทั้งแม่ตะวันที่มีของรับขวัญวันเกิดหลานติดมือมาจากกรุงเทพฯ ด้วย
“เมื่อไหร่จะมีข่าวดีล่ะพี่ขวัญ” อนวัฒน์เอ่ยถามเพื่อนพี่สาว เพราะขวัญข้าวกับพระนายแต่งงานกันมาเกือบปีแต่ยังไม่มีข่าวดีว่าขวัญข้าวตั้งท้องเลย
“ยังจ้ะ…พี่อยากใช้ชีวิตคู่กับพี่พระนายสักปีสองปีก่อนค่อยมีน้อง” ขวัญข้าวหันไปมองหน้าสามีที่กำลังปิ้งย่างอะไรที่มุมบาร์บีคิวอยู่ คนที่ยืนข้างๆ พระนายคือลุงเดชที่วันนี้มาแต่หัวค่ำเพื่อเตรียมงานให้เหลนทั้งสองคน
“อยากให้แม่มาด้วยจัง” พัทธนันท์เปรยขึ้น วันนี้เธอโทรศัพท์ไปบอกแม่แต่เช้าว่าเป็นวันเกิดหลานทั้งสองคน แม่จึงอวยพรมาหลายนาที อาการของแม่เธอนับวันยิ่งทรุดลง ตั้งแต่คลอดเจ้าตัวเล็กทั้งสองคนเธอก็ขึ้นไปเยี่ยมท่านที่ปายบ้าง แต่พักหลังๆ ยุ่งเรื่องนั่นนี่บ้างจึงไม่ได้ขึ้นไปเยี่ยมเยียนอย่างที่ใจต้องการนัก
“เราค่อยหาเวลาว่างขึ้นไปเยี่ยมท่านแล้วกันนะฟ้า รอให้ผมเคลียร์งานก่อน” ตะวันหันมารับปาก พัทธนันท์จึงพยักหน้าให้สามีก่อนหันมาชวนเพื่อนรัก
“ไปด้วยกันนะขวัญ”
“ดีเลย เราก็อยากไป” ขวัญข้าวเอ่ยสมทบ เพราะที่รีสอร์ทแห่งนั้นมันมีความทรงจำของเธออยู่ด้วย ก่อนที่จะหันไปยิ้มหวานให้ผู้เป็นสามี
“พี่พระนายเองก็ต้องรีบเคลียร์งานด้วยรู้หรือเปล่า”
“ครับ…คุณภรรยาที่รัก” คำพูดของพระนายสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนที่ได้ยิน เพราะพระนายเองก็อยากไปพักผ่อน อยากอยู่กับขวัญข้าวในบรรยากาศดีๆ บ้างเหมือนกัน
“ไอ้คลื่น เข้าไปยกเค้กในครัวมาหน่อย ลูกๆ ข้าชักจะง่วงแล้ว” ตะวันมองหน้าลูกสาวในอ้อมกอดที่หาวติดกันหลายครั้งพร้อมยกมือน้อยๆ ขึ้นขยี้ตาไปมาหลังจากนั่งเล่นมานาน บ่งบอกว่าเวลานอนใกล้มาถึงแล้ว เพราะแฝดทั้งคู่จะนอนประมาณทุ่มสองทุ่ม ซึ่งนี่ก็ใกล้จะถึงเวลา
“เออ…” อนวัฒน์เอ่ยออกไปก่อนจะปลีกตัวไปยกเค้กวันเกิดฝีมือขวัญข้าวออกมาให้ตามที่ตะวันบอก พร้อมกับจุดเทียนออกมาด้วย เมื่อเห็นแสงเทียนทุกคนในงานต่างร้องเพลงวันเกิดให้เด็กทั้งสองคน แม้จะฟังไม่รู้เรื่องแต่ภูผากับธาราก็ยิ้มให้ ปรบไม้ปรบมือตามจังหวะที่ได้ยินไปด้วย
“สุขสันต์วันเกิดค่ะลูก” พัทธนันท์หอมแก้มลูกชาย สลับกับลูกสาวในอ้อมกอดตะวันไปมาอย่างรักใคร่ ก่อนจะพาลูกไปเป่าเทียนเด็กน้อยทำท่าจะเล่นแสงไฟและยังเป่าอะไรไม่เป็นนัก พัทธนันท์กับตะวันจึงเป็นคนเป่าเทียนนั้นให้แทน
“ขอบคุณที่มีลูกน่ารักๆ ให้ผม” เมื่อเป่าเทียนเรียบร้อยตะวันก็เอ่ยขึ้นก่อนจะหอมแก้มภรรยาเบาๆ เพราะวันที่ลูกๆ เกิดมา มันคือวันที่พัทธนันท์เจ็บปวดที่สุดเช่นเดียวกัน ความน่ารักของคนทั้งคู่ทำให้ลุงเดชยิ้มให้ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีตะวันยังดูแลพัทธนันท์ดีเช่นเดิม
เด็กแฝดทั้งสองคนเล่นในอ้อมกอดพ่อและแม่ฉลองงานวันเกิดปีแรกสักพัก พัทธนันท์เห็นว่าลูกๆ ง่วงนอนมากจนงอแงแล้วจึงปลีกตัวพาขึ้นไปนอน ซึ่งตะวันก็อุ้มธาราตามไป ทั้งคู่กล่อมลูกให้หลับก่อนจะกลับลงมาคุยกับทุกคนที่สนามหญ้าหน้าบ้านอีกครั้ง เพราะนานๆ กว่าจะมารวมตัวกันครบแบบนี้ จะขาดก็แค่แม่เธอเท่านั้นที่ตอนนี้ป่วยมาก ซึ่งเธอจะขึ้นไปเยี่ยมในเร็วๆ นี้เช่นกัน
“ลูกๆ หลับแล้วหรือจ๊ะ” แม่ตะวันเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นคนทั้งสองเดินลงมา
“ครับแม่ หลับปุ๋ยไปแล้วฮะ” ชายหนุ่มเอ่ยบอกแม่ก่อนจะเข้าไปนั่งข้างๆ
“งั้น…เชิญคุยกันตามสบายนะจ๊ะ แม่ขอขึ้นไปอยู่กับหลานๆ ก่อน เผื่อแกจะตื่นมากลางคัน ที่สำคัญไม่ได้เจอหน้าตั้งหลายเดือน ขอนอนมองให้หายคิดถึงหน่อย”
“ขอบคุณค่ะแม่” พัทธนันท์เอ่ยบอกแม่สามี แม่ตะวันคงอยากอยู่กับหลานๆ บ้างหลังจากไม่ได้เจอหน้ามาหลายเดือนตามที่บอก เพราะแม่ตะวันอยู่ที่กรุงเทพฯ สองสามเดือนก็ลงมาเยี่ยมตะวันกับเธอที่นี่ แต่พอมีเจ้าตัวเล็กทั้งสองคนก็ดูเหมือนจะเป็นขวัญใจย่าไปเสียแล้ว
ทั้งหมดคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ สร้างเสียงหัวเราะออกมาเป็นระยะๆ เหมือนเล่าเรื่องราวในช่วงที่ไม่ได้เจอกันให้กันและกันฟัง แม้จะเป็นเพื่อนเป็นน้อง แต่ต่างก็โตขึ้นมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบแตกต่างกันออกไป ตะวันกับพัทธนันท์ พระนายกับขวัญข้าว ก็แต่งงานในเวลาไล่เลี่ยกัน ต่างก็มีชีวิตคู่ที่อบอุ่น แม้พัทธนันท์กับขวัญข้าวจะเป็นหุ้นส่วนธุรกิจโรงเรียนสอนทำอาหาร เจอกันในที่ทำงานบ้างแต่นั่นมันก็ไม่เหมือนการได้นั่งคุยอย่างตอนนี้
อนวัฒน์หลังจากเรียนจบก็ออกมาทำงานใช้ทุนให้กับรัฐ เพราะเขาเป็นนักเรียนทุกอันดับต้นๆ ส่วนลุงเดชก็ยังทำงานหนักเช่นเดิม จนอนวัฒน์อดห่วงเรื่องสุขภาพไม่ได้ รวมทั้งอยากให้มีคนมาคอยดูแลเป็นเรื่องเป็นราวหรือเรียกอีกอย่างว่าภรรยา แต่ลุงเดชกับเมินเฉยเสียอย่างนั้น
“คลื่น เราเป็นยังไงบ้าง” พัทธนันท์ที่ถูกตะวันสะกิดที่ข้อศอกเป็นการให้สัญญาณ ตัดสินใจเอ่ยถามน้องชายขึ้น ในใจเธอนั้นอยากถามเรื่องธัญญาธรออกไปตรงๆ มากกว่า แต่ก็พูดไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี
“ก็ดีฮะ งานโอเค ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกพื้นที่สักเท่าไหร่” อนวัฒน์เป็นวิศวกร งานของเขาแทบไม่อยู่นิ่งต้องเดินทางไปนั่นนี่ตลอดเวลาเพื่อดูงานที่รับผิดชอบ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีเวลาควงสาวจนพัทธนันท์จำไม่ได้แล้วว่าเพื่อนหญิงคนสนิทของน้องชายชื่ออะไรกันบ้าง