เหนือนที
‘เลิกกันเถอะ ไม่อยากคบกับควาย!’
ประโยคสั้น ๆ ที่พูดง่าย ๆ หลุดออกจากปากของผู้หญิงที่ผมรักอย่างน้ำทิพย์
ตลกดีนะครับที่คำง่าย ๆ เหล่านี้ กลับทำให้ผมเจ็บทุกครั้งที่นึกถึงมัน คำพูดแสนเย็นชาที่เธอใช้พูดเพื่อบอกเลิกกับผม เลิกกับคนอย่างเหนือนที ที่ผู้หญิงคนอื่น ๆ ต่างเฝ้าร่ำร้องและเรียกหา คงมีแค่เธอเท่านั้นที่ตัดผมออกไปจากชีวิตอย่างง่ายดาย ทำราวกับว่าผมไม่ได้มีค่าหรือสำคัญมากพอที่จะอยู่ในชีวิตของเธอ
ควายงั้นเหรอ...
เห็น ๆ กันอยู่ว่าผมเป็นคน บอกเลิกผมยังไม่พอ! เธอยังกล้าเปรียบเทียบผมเป็นควาย! ทิ้งคำอันแสนเจ็บแสบเอาไว้ให้เจ็บใจเล่น
ถามว่าผมอยากสั่งสอนเธอไหม ตอบเลยว่ามาก แต่ผมไม่ได้ต้องการที่จะว่าเธอกลับ ผมอยากต่อว่าและสั่งสอนเธอด้วยการ ตบด้วยปากกระชากด้วยลิ้น ให้เธออ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดของผม!
หึ!
เสียดายที่ผมไม่สามารถทำตามที่ใจคิดได้ ผู้หญิงอย่างน้ำทิพย์ เวลาร้อนจะร้อนดั่งไฟนรก เธอพร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าเสมอ และใช่ ผมยังรักชีวิตตัวเอง ที่ผมปล่อยเธอไปใช่ว่าผมจะเลิกกับเธอสักหน่อย
ก็แค่ทำให้เธอตายใจเท่านั้น เมื่อถึงเวลาที่ผมรุกและเอาคืน ไฟนรกก็นรกเถอะ ผมจะหลอมรวมให้มันเป็นลาวา เป็นเชื้อเพลิงผลักดันให้สถานะแฟนเก่าอย่างผม กลับไปเป็นผัวในชีวิตจริงของเธอเอง
เลิกกันงั้นเหรอ... ฝันเกินไปแล้วล่ะ ในเมื่อเข้ามาในโลกของผมแล้ว ก็ยากที่จะก้าวออกไป ถ้าอยากเลิกกับผมนักคงต้องรอให้ผมตายเสียก่อน
‘เลิกกันเถอะ ไม่อยากคบกับควาย!’
คำพูดเสียงดังที่ออกมาจากปากเธอในวันนั้น มันจะเป็นเพียงแค่ลมปาก ที่ไม่สามารถมีวันเป็นจริงได้ ผมจะไม่มีวันเลิกกับเธอ ของของผม มันก็เป็นของของผมอยู่วันยังค่ำ ไอ้อีหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์! อยากเลิกก็เลิกไปดิ ให้มันรู้กันไปว่าเหนือนทีคนนี้จะเอาเธอคืนกลับมาไม่ได้! และถ้าใครมันกล้าคิดจะยุ่งกับเธอก็ลองดู สาบานได้เลยว่าผมจะบดขยี้มันให้จมดิน ให้มันได้รู้ว่า
ผู้หญิงของเหนือนทีใครก็ห้ามยุ่ง!
น้ำทิพย์
‘เลิกกันเถอะ ไม่อยากคบกับควาย!’
ประโยคบอกเลิกที่ฉันใช้พูดกับเขาคนนั้น เหนือนที ผู้ชายที่ได้ชื่อว่า ‘แฟนเก่า’ ผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาแต่โง่ยิ่งกว่าควาย!
ไม่ใช่ว่าอยากเลิก ไม่ใช่ว่าไม่เสียใจที่พูดออกไปแบบนั้น แต่ถ้าการคบกับเขา มันเหมือนฉันคบกับควาย ฉันขอตัดไฟตั้งแต่ต้นลมดีกว่า
น้ำทิพย์ ชื่อนี้ถูกใครหลาย ๆ คนนิยาม ว่าเป็นผู้หญิงแกร่ง แรง สาวมั่นไม่แคร์ใคร มันก็ดีนะที่ใครหลายคนคิดแบบนั้น เพราะสิ่งเหล่านี้แหละ ที่เป็นเหมือนเกราะกำบังที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเอง เหมือนเป็นกำแพงหนา ๆ ที่กั้นฉันออกจากความเจ็บปวดทั้งปวง ก่อนหน้านี้ชีวิตฉันมีแต่ความสุข จนเมื่อเขาก้าวเข้ามา ความสุขของฉันก็เริ่มหายไป หายไปเพราะความโง่เง่าของเขา
บางทีคบกับควายยังดีกว่าคบกับคนอย่างเขาเลย หึ!
วันที่ฉันบอกเลิกเขาในวันนั้น เขาไม่คัดค้านฉันสักคำ นิ่งเงียบและปล่อยให้ฉันเดินหันหลังให้ โดยที่เขาไม่คิดที่จะเรียกร้องอะไรเลย ฉันรู้ได้ทันทีว่าตลอดระยะเวลาที่เราคบกันมันคงมีแค่ฉันคนเดียวที่คิดไปเองก็ได้
แต่ก็เอาเถอะ การตัดควายออกจากชีวิตได้นับเป็นเรื่องที่ดี มาคิดดูแล้วฉันไม่เสียดายเลยที่พูดคำว่าเลิกออกไปวันนั้น เพราะคนอย่างน้ำทิพย์ไม่มีผู้ชายก็อยู่ได้ แค่ผู้ชายคนเดียวฉันไม่เสียดายไม่ตายก็หาใหม่ได้ และครั้งใหม่มันต้องดีกว่าเดิม
หลังจากเลิกกับเขาแรก ๆ มันก็ดีแหละ เพราะเขาไม่ได้มาวุ่นวายอะไรเหมือนอย่างที่ฉันและเพื่อน ๆ เคยคิด แต่มันกลับทำให้ฉันรู้สึกถึงหายนะย่อม ๆ ที่กำลังจะตามมา
มีคนเคยพูดไว้ว่าให้เชื่อความรู้สึกแรกของตัวเอง ทำยังไงดี เมื่อฉันรู้สึกว่าเหนือนทีกำลังจะกลับเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของฉันอีกครั้ง ผู้ชายเป็นเพศที่ไม่ชอบการถูกบอกเลิกเท่าไหร่ โดยเฉพาะคนอย่างเหนือนทีด้วยแล้ว เขาต้องไม่เงียบหายไปแบบนี้แน่นอน
เขาว่ากันว่า แมลงเม่าชอบบินเข้ากองไฟ ต่อให้ไฟจะร้อนแค่ไหนมันก็ยังบินเข้ากองไฟอยู่ดี แล้วระหว่างฉันกับเขา ใครล่ะที่เป็นแมลงเม่า ใครล่ะที่เป็นไฟ จะนิ่งหรือจะสู้ ? มันก็น่าสนุกดีเหมือนกันนะว่าไหม...
สาบานเลยว่า ถ้าเขากลับเข้ามาในชีวิตฉันอีกครั้ง ไม่ว่าจะในรูปแบบร้ายหรือดี รับรองว่าน้ำทิพย์คนนี้จะปั่นหัวเขาเล่นอย่างที่คาดไม่ถึงแน่นอน และใครหลายคนคงมีคำถามว่าถ้าเขาขอฉันคืนดี ฉันจะตัดสินใจยังไง
งานนี้ก็ต้องมาดูกันแล้วแหละว่า... เขาหายเป็นควายหรือยัง! ถ้ายังก็คงปฏิเสธแบบไม่ต้องคิด แต่ถ้าหายแล้วฉันก็คง...
คนอย่างน้ำทิพย์นิยมคบกับคน ไม่ใช่ควาย! ถ้าเขาฉลาดพอฉันจะให้โอกาสเขาดู และถ้าฉันได้เริ่มรักครั้งใหม่แล้ว ขอประกาศไว้ตรงนี้เลยว่าจะไม่ยอมปล่อยเขาให้ใครแน่นอน ถ้าใครกล้าแย่งก็ลองดู
อยากสงบอย่ายุ่งกับผู้ชายของน้ำทิพย์ ฉัน ขอ เตือน!
‘พี่เหนือคะ เสื้อตัวนี้น่ารักไหมคะ’
‘น่ารักครับ เหมาะกับน้องดานะ เอาไหมพี่ซื้อให้’
‘ขอบคุณนะคะ พี่เหนือน่ารักกับน้องดาที่สุดเลย’
นั่นคือคลิปเสียงบทสนทนาระหว่างพี่เหนือกับเด็กคนนั้น ดารินหรือน้องดา น้องข้างบ้านที่ไม่ได้อยากเป็นแค่น้อง คลิปเสียงเหล่านี้ส่งมาหาฉันเกือบจะทุกวัน แรก ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่พอนานวันเข้าที่ต้องได้ ฟังแบบนี้แทบทุกวัน มันก็ไม่ไหวปะ ใครไม่หึงก็บ้าแล้ว
มีใครบ้างจะใจดีให้แฟนอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ?
เขาบอกไม่ได้คิดอะไรแค่เอ็นดูเหมือนน้องสาว แต่นี่มันมากไปไหม ลืมนัดฉันแล้วพาเด็กคนนั้นไปเที่ยวแบบนี้มันใช้ได้เหรอ หรือเห็นว่าฉันไม่ว่าอะไรเขาเลยได้ใจ จะต้องร้ายใช่ไหม...พี่เหนือคนดีคนเดิมของฉันถึงจะกลับมา
เหนื่อยเหมือนกันนะที่ต้องคอยตามตลอดแบบนี้ ผลัดนัด มาสาย เมื่อก่อนโคตรจะตรงเวลา เผลอ ๆ มาก่อนฉันด้วยซ้ำ เดี๋ยวนี้สิหน้ามือเป็นหลังมือเชียว หรือจะเป็นเหมือนที่คนเขาว่า แรก ๆ อะไรก็ดี แต่พอนานวันจะถึงจุดอิ่มตัว หรือที่ใคร ๆ เรียกกันว่า หมดโปร
ฉันกับพี่เหนือก็คบกันมานานแล้วนะคะ ประมาณหนึ่งปีได้แล้ว เราคบกันก่อนที่พี่พายุจะขอน้ำมนต์เป็นแฟนซะอีก พูดไปก็อิจฉาเพื่อนคนนี้เหมือนกันนะ เพราะพี่พายุเขาน่ารักมากจริง ๆ เสมอต้นเสมอปลายตลอด ถ้าพี่เหนือเป็นแบบนั้นบ้างก็คงดี
เฮ้อ คิดแล้วก็เศร้า แบบนี้ต้องหาที่ระบายความเครียด ในเมื่อวันนี้เขาผิดนัดฉัน ฉันก็จะทำตัวโสดหนึ่งวันก็แล้วกัน ก่อนอื่นต้องโทรนัดแนะหาเพื่อนไปด้วยก่อน
ตืด... ตืด... ตืด...
“ว่า” รอไม่นานปลายสายก็กดรับ
“ไปเที่ยวกัน ฉันเบื่อ”
“พี่เหนือผิดนัดอีกแล้วเหรอ”
“อืม”
“โอเค ที่ไหนล่ะ”
“ที่ผับแล้วกันแก แค่แกกับฉันสองคนก็พอ คนอื่นปล่อยให้หวานกับแฟนไป”
“โอเค แล้วเจอกัน ฉันจะรีบไป” ว่าจบก็วางสายไป
คนที่ฉันโทรไปคุยด้วยคือเพื่อนฉันเอง น้ำพิ้งค์ ที่เลือกชวนยายพิ้งค์ไปเพราะมันไม่ค่อยมีปัญหากับคู่ตัวเอง ส่วนเพื่อนอีกสองคน น้ำมนต์กับน้ำหวานไม่ต้องพูดถึง พี่เหนือกับพี่ดินหวงยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ ฉันไม่อยากชวนพวกมันสองคน เพราะถ้ามันมาแฟนมันก็ต้องมา และพี่เหนือก็จะตามมาด้วย ฉันไม่อยากเจอเขาตอนนี้ ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ
ที่สำคัญฉันยังไม่อยากทะเลาะกับเขาด้วย เขาหวงฉันนะ ห้ามฉันเที่ยวผับ มันก็ดีอยู่หรอก ถ้าเขาไม่เอาเวลาที่ควรจะเป็นของฉันไปอยู่กับเด็กนั่น ไม่รู้ว่าน้องแบบไหนถึงได้ดูเอาใจใส่กันขนาดนี้
ช่างเรื่องนั้นเถอะ ฉันไว้ใจเขา ไว้ใจว่าเขาไม่มีทางหักหลังฉัน แม้ว่าช่วงหลัง ๆ เราสองคนจะห่างกันไปบ้างก็ตามที
เอาเป็นว่าวันนี้ฉันจะไปปลดปล่อยความเศร้าให้เต็มที่เลย
T ผับ
แสง สี เสียง บรรยากาศที่เหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลายชอบกันนักหนา ตอนนี้ น้ำทิพย์คนนี้ได้มาถึงแล้วค่า... ผับนี้เป็นผับเปิดใหม่ย่านใจกลางเมืองกรุงเทพ ฉันจึงเลือกมาที่นี่เพราะจะปราศจากคนที่รู้จักคุ้นเคย และข่าวการเที่ยวผับของฉันจะไม่ล่วงรู้ถึงหูพี่เหนือ
ถึงแม้จะเป็นผับที่เปิดใหม่ได้ไม่นาน แต่นักท่องเที่ยวที่นี่ก็เยอะในระดับหนึ่ง ภายในผับถูกจัดสรรปันส่วนเป็นอย่างดี ฉันชอบการออกแบบของที่นี่อย่างหนึ่ง ด้านนอกตัวผับจะถูกจัดเป็นร้านนั่งชิล (chill) เหมาะสำหรับนั่งฟังเพลงเพลิน ๆ สบาย ๆ ส่วนด้านในจะเหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการเต้นหรือมาปลดปล่อยโดยเฉพาะ ยิ่งโซนหน้าเวทีจะดูคึกคักเป็นพิเศษ
จุดขายของร้านและผับแต่ละที่นอกจากจะเป็นการออกแบบร้านสวยบริการดีแล้ว ที่ขาดไม่ได้เลยคือเสียงเพลงและนักดนตรี ร้านไหนพนักงานและนักดนตรีหน้าตาดี ร้านนั้นคนจะเยอะมากจนสังเกตได้
และใช่ค่ะ ร้านนี้ก็เช่นกัน นักดนตรีหล่อมาก พนักงานชายหญิงก็หน้าตาดีทั้งร้าน รวม ๆ แล้วถือว่าเป็นร้านที่เหมาะกับการมาเที่ยวที่สุด
มาครั้งแรกก็ติดใจซะแล้ว แบบนี้คงต้องมาบ่อย ๆ หึ!
“โซนไหนดีครับ”
“ด้านนอกแล้วกันค่ะ”
“เชิญด้านนี้เลยครับ รับอะไรเป็นพิเศษไหมครับ”
“ไม่ค่ะ แค่เปิดโปรธรรมดาก็พอ ขอแก้วสองใบนะคะ”
“ครับ รอสักครู่นะครับ”
พนักงานร้านเข้ามาแนะนำและพาฉันมายังโต๊ะที่ต้องการ ก่อนจะสอบถามเกี่ยวกับพวกเครื่องดื่มนิดหน่อยแล้วแยกตัวออกไป ฉันละสายตาไปมองดูเหล่าผีเสื้อราตรีที่มาท่องเที่ยวทั้งหลายและมองไปยังประตูทางเข้าว่าเมื่อไหร่เพื่อนของฉันจะมาเสียที
รอไม่ถึงห้านาทีโปรเครื่องดื่มที่ฉันเปิดก็ถูกนำมาเสิร์ฟพร้อมกับแก้วสองใบ พนักงานบริการตักน้ำแข็งใส่แก้วให้ฉันหนึ่งใบและรินเบียร์ให้ฉันด้วย
ส่วนเรื่องราคาแอลกอฮอล์นั่น ต้องบอกว่าโปรที่นี่ราคาไม่แพง โปรธรรมดาเพียงแค่สามร้ายเก้าสิบเก้าบาท จะได้เบียร์มาสามขวด ถ้าอยากได้เครื่องดื่มนอกจากนี้เพิ่มเติมก็สั่งพนักงาน ราคาแต่ละอย่างก็จะแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน ถูกหรือแพงก็ขึ้นอยู่กับเครื่องดื่มนั้น ๆ
ที่ขาดไม่ได้ก็คงจะเป็นเด็กนั่งดริงก์ (drink) ย้ำว่าดริงก์ จริง ๆ เพราะที่ร้านไม่มีนโยบายขายบริการ พนักงานที่นี่ก็มีแต่เกรดดี ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักศึกษาที่มาหารายได้ระหว่างเรียน น้องพนักงานบอกฉันว่าเด็กเสิร์ฟผู้หญิงส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษา ส่วนเด็กนั่งดริงก์จะเป็นคนที่ทำอาชีพนี้อยู่แล้ว ซึ่งจะขึ้นชื่อเรื่องจริตจะก้านการอ้อนขอทิปจากแขก เสน่ห์แพรวพราวและที่สำคัญคอต้องแข็ง! ถ้าคอไม่แข็งนี่เจอไปห้าดื่มสิบดื่มก็น็อกแล้ว
ปึก!
แก้วสีอำพันที่บรรจุเบียร์ไว้ถูกฉันยกกระดกดื่มครั้งเดียวเสียหมดแก้ว ก่อนจะวางมันลงที่โต๊ะและรินเบียร์ในขวดใส่ไว้อีกครั้ง
“เดี๋ยวค่ะ ปกติที่นี่คนเยอะแบบนี้ไหม”
“เป็นแบบนี้ทุกวันค่ะลูกค้า ยิ่งวันศุกร์กับวันเสาร์คนจะเยอะเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวันหยุดค่ะ”
“อ๋อ เป็นผับเปิดใหม่ที่ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวอย่างดีเลยนะ”
“ค่ะลูกค้า ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวก่อนนะคะ” พนักงานบอกฉันก่อนจะรีบขอตัวออกไป ฉันหันไปมองด้านในโซนหน้าเวทีอีกครั้ง ที่ตอนนี้ขาแดนซ์ (dance) ทั้งหลายได้จับจองพื้นที่เต้นกันอย่างเมามันพลอยทำให้ฉันรู้สึกสนุกไปกับคนเหล่านั้นด้วย