ตอน 2

เสียงประตูบานใหญ่เปิดออก ฉุดให้ร่างบางที่กำลังยืนนิ่งจมดิ่งอยู่กับความคิดอยากเอาตัวรอดของตนเองหลุดออกจากภวังค์ ก่อนจะหันขวับมามองพร้อมกับตั้งท่าหลีกหนีทีไล่ ขยับถอยออกห่างจนแผ่นหลังไปชนกับขอบตู้ขนาดใหญ่ ดวงตาดำขลับจ้องฝ่ายตรงข้ามราวกับกวางสาวที่ระแวงภัย ในใจก็ครุ่นคิดถึงวิธีเอาตัวรอดตลอดต่างๆ นานา ก็สายตาท่าทางคุกคามของราชาหนุ่ม ราวกับเจ้าป่ากำลังไล่ต้อนเหยื่อให้จนมุม และเธอก็กำลังมาถึงทางตันเมื่อร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกขวางทางเธอเอาไว้

“ว้าย!”

โดยไม่ทันคาดคิด อยู่ๆ มือหนาก็เอื้อมมากระชากผ้าคลุมหน้าออกจากใบหน้าสวยซึ้งอย่างแรง เผยให้เห็นเรียวหน้ารูปไข่สวยงามหมดจดเต็มตาแทบจะทันที ทว่าสายตาที่ชีคหนุ่มมองเธอ กลับไม่ใช่แววตาที่ชื่นชมหลงใหลเหมือนผู้ชายทั่วไปที่มักมองเธอด้วยความใคร่กระหายรักเสมอๆ แต่ดวงตาของชายหนุ่มวาววับราวกับดวงตาของพญาเหยี่ยวที่หมายจะตะครุบเหยื่อเสียมากกว่า

มือกร้านแข็งดุจคีมเหล็กบีบเข้าที่ปลายคางเล็กเมื่อหญิงสาวสะบัดหน้ามาหาหมายจะด่าทอคนหยาบคายไร้มารยาทให้เจ็บแสบ แต่เธอกลับไม่อาจส่งเสียงออกมาได้ เพราะถูกบีบที่ปลายคางจนเจ็บร้าว มิหนำซ้ำร่างเล็กยังถูกดันให้ชิดฝาผนัง สองมือบางพยายามแกะคีมเหล็กออกไปให้พ้นจากใบหน้า แต่ก็ไร้ผล

“หยุดดิ้น! แล้วตอบคำถามข้ามา” ตะคอกเสียงแข็งกร้าว พร้อมกับดวงตาวาวโรจน์ที่จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของหญิงสาว

แววหวาดหวั่นตื่นตระหนกฉายวาบในดวงตาสีนิล เมื่อได้ยินเขาตะคอกถามเสียงดังไร้ความอ่อนโยน เธอทำผิดอะไรหรือเขาถึงต้องใช้กำลังและมองเธอด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายเช่นนี้ ทำไมถึงไม่ถามเธอดีๆ หรือคิดว่าตนเองเป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่แล้วจะใช้กำลังอำนาจข่มเหงสตรีอย่างไรก็ได้ ‘ไอ้ชีคจอมโหด!’ หญิงสาวสบถด่าชีคหนุ่มทางสายตา

“เจ้าคบกับราเชลมานานแค่ไหนแล้ว” ถามเสียงเข้ม มือกร้านคลายออกเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้ตอบคำถาม

“ฉะ...ฉันไม่ได้คบกับเขา ปล่อยฉันก่อนได้ไหม ฉันเจ็บนะ! ” พรีมรตาอดไม่ได้ที่จะตวาดแว้ดใส่คนร้ายกาจชอบใช้กำลัง ก็เธอเจ็บจริงๆ นี่ แต่มันเจ็บที่ใจมากกว่า

“โกหก!” ตะคอกใส่หน้าอีกครั้งเสียงดังมากกว่าเดิม ก่อนจะปล่อยมือกร้านออกจากปลายคางเล็กอย่างหงุดหงิด แล้วไต่สวนต่อด้วยใบหน้าถมึงทึง มองนางระบำสาวด้วยสายตาจับผิดตลอดเวลา

“ฉันไม่ได้โกหก” โต้ตอบออกไปหอบๆ ด้วยหัวใจเต้นระทึก ยังนึกไม่ออกว่าจะหาหนทางหนีออกไปจากวังนี้ได้อย่างไร อย่าว่าแต่จะคิดหนีออกไปจากวังนี้เลย แค่จะหาทางหนีออกไปจากห้องนอนของไอ้ชีคหน้าโหดนี่จะได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่อย่างไรเสียผู้หญิงอย่างพรีมรตาก็จะไม่ยอมให้ผู้ชายหน้าไหนมาข่มเหงรังแกเธอได้ง่ายๆ หรอก ไม่เชื่อก็คอยดู

“บอกมา ไอ้ราเชลมันอยู่ที่ไหน! ” อีกครั้งที่เขาตะคอกถามเสียงดังใส่หน้า นัยน์ตาดุดันน่ากลัว

“ฉะ...ฉันไม่รู้! ฉันก็กำลังตามหาเขาอยู่เหมือนกัน” โต้ตอบออกไปเสียงดังเช่นกัน พลางหอบหายใจสะท้อนถี่จนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโมโหและหวาดกลัวพอๆ กัน ก็เขามาตะคอกใส่หน้าเธอทำไมล่ะ ทำไมไม่รู้จักถามดีๆ แล้วทำไมจะต้องใส่อารมณ์กับเธอด้วย แล้วก็ยังจะมองเธอด้วยสายตาอำมหิตแบบนี้อีก

ดูท่าทางคนฟังเหมือนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่หญิงสาวพูด ดวงตาสีสนิมคมกล้าวาวโรจน์ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับขยับเข้ามาใกล้จนชิดด้วยท่าทางคุกคาม ฝ่ามือใหญ่สองข้างยกขึ้นทาบกับฝาผนังเป็นกำแพง กักกันร่างเล็กไว้ในกรงแขน จนยากที่เหยื่อสาวจะขยับหนีไปทางไหนได้ คงได้แต่ยืนนิ่งแทบลืมหายใจ ไม่รู้ว่าไอ้ชีคบ้านี่มันโกรธแค้นผู้ชายที่เธอกำลังตามหาอะไรนักหนา ถึงได้ดูโมโหโกรธาเธอมากมายขนาดนี้

“จะให้ข้าเชื่อเจ้าได้อย่างไร พรีมรตา อย่ามาลูกเล่นกับข้า”

ดวงตาคู่สวยไหวระริกทั้งหวาดหวั่นทั้งสงสัย เขารู้จักชื่อเต็มๆ ของเธอได้อย่างไร แล้วเขาจะเอายังไงกับเธออีก ตอบความจริงไปก็ไม่เชื่อ หรือจะต้องปั้นเรื่องโกหกเขาถึงจะยอมเชื่อ สาวน้อยพยายามทำใจดีสู้เสือ ตั้งใจจะไม่หยาบคายกับเขา แล้วตั้งสติ หายใจเข้าปอดลึกๆ

‘ลองถามหยั่งเชิงเขาดูก่อนดีกว่า เผื่อจะรู้ข้อมูลอะไรบ้าง’

“ท่านรู้จักชื่อของฉันได้อย่างไร”

“เจ้ามีหน้าที่แค่ตอบคำถามข้า ไม่มีสิทธิ์มาย้อนถามข้า เข้าใจไหม! ” เขาจุดต่อมโมโหหญิงสาวด้วยการตะคอกใส่หน้าเธออีกครั้ง

“พูดดีๆ ก็ได้นี่ ทำไมต้องตะคอกใส่กันด้วย หูของฉันไม่ได้หนวกนะ” อยู่ใกล้แค่นี้ยังตะคอกเสียงดังอยู่ได้ ‘ไอ้ชีคบ้า ไอ้ชีคเลว ไอ้ชีคจอมโหด’

“ไม่ต้องมาด่าข้าด้วยสายตา ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ไอ้ราเชลมันอยู่ที่ไหน” คราวนี้ถามเสียงเข้มหนักลอดไรฟันเบาๆ ทว่าสายตาวาววับของเขากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่แทบจะเชือดเฉือนเนื้อหนังของเธอให้ขาดวิ่นออกเป็นชิ้นๆ ได้

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่รู้ ฟังไม่เข้าใจหรือยังไง! ”

“อย่าบังอาจมาขึ้นเสียงกับข้า หรือเจ้าอยากท้าทายอำนาจของข้าใช่ไหม แม่แกะน้อย” ใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยสากเคราเขียวครึ้มก้มต่ำลงมาใกล้ ใบหน้าสวยเอียงหนีอย่างขยาด ออกแรงยันอกแกร่งให้ออกห่างสุดแรงแต่แรงเท่ามดหรือจะสู้แรงของพญาราชสีห์

“ปล่อยฉันนะ! อึ๋ย ไอ้ชีคบ้า แกจะทำอะไรฉัน! อ๊าย...ไม่นะ!” ร่างเล็กในอ้อมแขนหลบหลีกพัลวัน คำหยาบคายหลุดออกมาอย่างลืมตัวด้วยความโกรธจัด เมื่อโดนรังแกจนแทบจะหมดหนทางสู้ แต่หญิงสาวก็พยายามจะต่อสู้ดิ้นรนสุดแรง จนเสียหลักล้มลงไปบนเตียงกว้าง เปิดโอกาสให้ร่างใหญ่ลงมาทาบทับจนแทบจะหายใจไม่ออก ดีที่เขายังปรานีอยู่บ้างที่ขยับกายยกขึ้นเป็นคร่อมทับด้วยศอกแทน

“แรงเยอะไม่ใช่เล่นนะ ตัวแค่นี้ ดูซิ...ว่าเจ้าจะยังปากแข็งได้สักกี่น้ำ”

“ทะ...ท่านจะทำอะไร” ใบหน้าสวยซึ้งเริ่มซีดเผือด ร่างเล็กเริ่มสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว คำร่ำลือที่ว่าเขาเป็นชีคใจโหดใจมารป่าเถื่อน มันเป็นความจริงหรือนี่ มันกำลังจะใช้กำลังบังคับข่มขืนเธอใช่ไหม ไม่นะ...

“กรี๊ดดด! ช่วยด้วยค่า! ช่วยฉันด้วย!”

“เจ้าจะร้องกรี๊ดๆ ทำไม หา! ” มือเล็กถูกจับกดให้จมไปกับที่นอน พร้อมกับคำถามแข็งกร้าวด้วยความโมโห เพราะเสียงของเธอทำให้หูของเขาแทบระบม

“ก็ท่านกำลังจะทำอะไรฉันล่ะ”

“ข้าจะทำอะไรเจ้าน่ะหรือ กำลังคิดอยู่” แววตากระเหี้ยนกระหือรือมองเหยื่อสาวจอมพยศอย่างเจ้าเล่ห์น่ากลัว

“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง หากเจ้ายังปากแข็งอยู่อีกละก็ ข้าจะจูบเจ้าให้ขาดใจตายไปเลย บอกมา...ไอ้ราเชลมันอยู่ที่ไหน”

“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง หากเจ้ายังปากแข็งอยู่อีกละก็ ข้าจะจูบเจ้าให้ขาดใจตายไปเลย บอกมา...ไอ้ราเชลมันอยู่ที่ไหน” เขาไม่ได้แค่ขู่ แต่เขาตั้งใจจะทำจริงๆ แม้ว่านางจะเป็นคนรักของศัตรูก็เถอะ เขาไม่รังเกียจหรอก

‘จะบอกไปตามความจริงดีหรือเปล่านะ ว่าเธอมาที่ประเทศนี้ด้วยจุดประสงค์ใด’ แต่พอคิดๆ ดูแล้ว ‘ไม่ได้หรอก บอกไม่ได้ อีกอย่างเธอก็ไม่รู้แน่ชัดด้วยว่าราเชลอยู่ที่ไหน แต่ถ้าหากตอบไปว่าไม่รู้เขาก็คงไม่เชื่อเธออีก สงสัยคงจำเป็นต้องสร้างเรื่องโกหกแล้วกระมังเขาถึงจะเชื่อแล้วยอมปล่อยเธอไป’ พรีมรตาคิดใคร่ครวญไม่กี่วินาทีก็ตัดสินใจได้ในที่สุด

‘เอาวะ...เป็นไงเป็นกัน โกหกเพื่อเอาชีวิตรอดไปจากไอ้ชีคใจโหดนี่ มันคงไม่บาปหรอกนะ’ พรีมรตาคิด พลางช้อนสายตาประสานเข้ากับดวงตาวาววับที่รอคอยคำตอบของชีคหนุ่มด้วยดวงตาไหวระริก ริมฝีปากเล็กสีชมพูสดเริ่มอ้าเผยอเตรียมโป้ปดออกไป

“ฉันบอกก็ได้ แต่ว่า...ถ้าฉันบอกท่านไปแล้ว ท่านต้องปล่อยฉันไปนะ” หญิงสาวยื่นข้อต่อรองเสียงสั่นๆ ทั้งที่พยายามบังคับให้น้ำเสียงของตนเองมั่นคงสุดแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผล ความรู้สึกทั้งกลัวทั้งประหม่าต่อสายตาแสนเสน่หาที่สะกดให้อิสตรีหลงใหล มันคอยจะทำลายสติของเธอให้กระเจิดกระเจิงตลอดเวลา ทว่าความหวาดกลัวว่าเขาจะทำตามที่ขู่มีมากกว่าความรู้สึกอ่อนไหวที่วูบขึ้นมาในหัวใจเพียงเสี้ยววินาที

“มันขึ้นอยู่กับคำตอบของเจ้า สาวน้อย ถ้าคำตอบของเจ้าไม่เป็นที่พอใจ ข้าอาจจะทำมากกว่าจูบก็ได้” คราวนี้รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปนยียวนฉาบขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดูคล้ายโจรบ้ากามไม่มีผิด พรีมรตายังคงดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่างหนาด้วยความหวาดหวั่นแกมสะอิดสะเอียนสายตาแทะโลมของชีคใจโหด

“ก็ได้ๆ ฉันยอมแล้ว ราเชล...ราเชลอยู่ที่รัฐ...รัฐบาร์การู” โชคดีที่เธอจำเรื่องที่ปู่ของเธอเคยเล่าให้ฟังในวันแรกที่มาถึงได้ ว่าประเทศซาร์เนเวียร์มีสองรัฐคือรัฐโอลัลนาร์และรัฐบาร์การู และปันจาร์อาจจะถูกตั้งเป็นรัฐที่สามของซาร์เนเวียร์เป็นอันดับต่อไป แต่ว่าไอ้รัฐบาร์การูมันอยู่ที่ไหนเธอก็ยังไม่รู้ แต่ก็ช่างเถอะ ว่าแต่โกหกออกไปแบบนี้เขาจะเชื่อเธอไหมเนี่ย

สายตาที่มองมาอย่างจับผิดตลอดเวลา กวาดมองไปทั่วดวงหน้างดงามเพื่อค้นหาพิรุธ เขาควรเชื่อนางอย่างนั้นหรือ นางอาจโกหกเพื่อเอาชีวิตรอดก็เป็นได้ แต่ว่าตอนนี้สาวน้อยคนนี้ก็เหมือนลูกไก่อยู่ในกำมือของเขาอยู่แล้วนี่ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด จับนางไว้เป็นเชลยก่อนก็ได้ จนกว่าจะตามหาองค์รัชทายาทกำมะลอได้สำเร็จค่อยปล่อยนางไปก็คงไม่เสียหายอะไร

“อยู่ที่บาร์การูอย่างนั้นหรือ ตกลง...ข้าจะลองเชื่อเจ้าดูสักครั้ง แต่ว่าเจ้าจะต้องติดตามข้า ไปตามล่าไอ้ราเชลคนรักของเจ้าจนเจอ แล้วข้าจะฆ่ามันทิ้งเสีย”

“ละ...แล้วทำไม ท่านต้องฆ่าเขาด้วยล่ะ”

“เพราะมันคือลูกชายของโอมาร์ ราสชิด อัลฟาฮาร์ ยังไงล่ะ ข้าจะฆ่าสายเลือดของไอ้โอมาร์ทุกคน”

“ไม่นะ! ท่านจะฆ่าเขาไม่ได้นะ เขา...”

ไม่ได้หรอก...เธอจะยอมให้ราเชลตายไม่ได้เด็ดขาด แต่จะบอกความจริงออกไปก็ไม่ได้อีก เพราะราเชลเป็นถึงทายาทขององค์ราชาโอมาร์ที่เขาคิดจะฆ่า และเป็น...พรีมรตาคิดหนัก เธอจะยอมให้คนที่เธอรักมารับเคราะห์กรรมที่ไม่ได้ก่อได้อย่างไร แล้วแค่เกิดเป็นลูกชายของศัตรูต้องรับโทษถึงตายเชียวหรือ ทำไมไอ้ชีคบ้านี่ถึงได้มีใจคอโหดเหี้ยมนัก

“ดูท่าทางของเจ้า คงจะเป็นห่วงไอ้ราเชลมันมากสินะ อยากตายแทนมันหรือไง หึ...ชีวิตของเจ้าแลกกับชีวิตของมันไม่ได้หรอก”

จบประโยคห้วนห้าวร่างหนาก็ลุกขึ้น มองไปทางร่างบางอย่างเหยียดหยาม นางสวยน่ากินมากทีเดียว แต่ไม่น่าไปเป็นคนรักของไอ้ลูกราชากำมะลอนั่นเลย สงสัยคงมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแล้วสินะ ถึงได้ดูเป็นห่วงเป็นใยกันนัก เขาไม่อยากแตะต้องผู้หญิงของศัตรูนักหรอก ทั้งที่ตอนแรกก็ไม่นึกรังเกียจเท่าไร แต่พอเห็นนางทำท่าเป็นห่วงเป็นใยศัตรูของเขาขึ้นมา ชีคหนุ่มก็อดที่จะรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้

“พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวออกเดินทางกับข้า” สั่งเสร็จก็หันหลังเดินออกจากห้องไป

พรีมรตารีบยันตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วถอนหายใจออกมายาวเหยียดอย่างโล่งอก ‘เกือบไปแล้วไหมล่ะ ว่าแต่คืนนี้เธอจะต้องค้างที่วังแห่งนี้น่ะหรือ แล้วจะให้นอนห้องไหน อย่าบอกนะว่าต้องนอนในห้องนี้ ตายล่ะ...ชุดเปลี่ยนก็ไม่มี หากคิดจะหนีออกไปด้วยชุดส่าหรีแบบนี้ก็ไม่สะดวกน่ะสิ’ คนที่ตกอยู่ในฐานะเชลยคิดอย่างว้าวุ่นใจ รู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาทันทีเมื่อยังคิดหาทางออกให้ตนเองไม่ได้

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า กระทั่งดวงตะวันลาลับผืนทราย ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีหม่นและมืดลงในที่สุด ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอีกครั้ง ก็เห็นสาวใช้ยกถาดอาหารมาเสิร์ฟ พรีมรตานั่งทานอาหารเย็นเพียงลำพังคนเดียว เธอพยายามกินให้อิ่มเพื่อที่จะได้มีแรงหนีหรือไม่ก็มีแรงเอาไว้ป้องกันตัวหากถูกคนชั่วรังแกอีก

ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากทานข้าวอิ่ม ฟีน่าก็เดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อผ้าของสตรีที่อยู่ในมือ นางเอามาวางไว้บนปลายเตียง ก่อนจะเดินมาหาเชลยสาว มืออวบดึงผ้าคลุมหน้าออกแล้วส่งยิ้มมาให้พรีมรตาอย่างเป็นมิตร

“ท่านชีคบอกให้เอาชุดมาให้นายหญิงเจ้าค่ะ” คำสรรพนามที่ใช้เรียกพรีมรตาเปลี่ยนไปจากเดิม จาก ‘มิส’ เป็น ‘นายหญิง’ คนที่ถูกเรียกด้วยสรรพนามใหม่ที่ชวนขนลุกมองหน้าสาวใช้ที่อายุน่าจะมากกว่าเธอหลายปีด้วยแววตาคำถามทันที ฟีน่าเรียกเธอว่า ‘นายหญิง’ มันหมายความว่าอย่างไรกัน

“อีกสักประเดี๋ยว ฮานะจะมาอาบน้ำให้กับนายหญิงนะเจ้าคะ” บอกเสร็จก็เตรียมตัวจะหันหลังเดินกลับออกไป

“เดี๋ยวสิ ฟีน่า”

ร่างอวบในชุดคลุมยาวชะงักเท้ากึก ก่อนจะหันหน้ากลับมาถามนางสนมหมาดๆ ของเจ้านายด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ชีคซาฮิมเพิ่งจะบอกนางเมื่อครู่นี้เองว่า ต่อไปให้เรียกพรีมรตาว่า ‘นายหญิง’ เพราะพรีมรตาจะอยู่ในวังหลวงแห่งนี้ในฐานะ ‘นางสนม’ ของเขา

“นายหญิงมีอะไรจะให้ฟีน่ารับใช้หรือเจ้าคะ”

พรีมรตาเดินเข้าไปใกล้สาวใช้ร่างอวบที่ยืนก้มหน้าเตรียมรับคำสั่งด้วยกิริยาสงบ “ทำไมถึงเรียกฉันว่านายหญิงล่ะ ทำไมถึงไม่เรียกมิสเหมือนเดิม”

“เป็นคำสั่งของท่านซาฮิมเจ้าค่ะ นายท่านบอกว่าต่อไปให้เรียกมิสว่านายหญิง” ฟีน่าพยายามอธิบายให้เจ้านายคนใหม่ของเธอเข้าใจง่ายมากที่สุด แต่ในดวงตาคู่สวยของคนฟังก็ยังมีเครื่องหมายคำถามอยู่ดี

“ก็แล้วมันหมายความว่าอย่างไรล่ะ คือฉันหมายถึงว่า ฉันอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรกันแน่” หญิงสาวเริ่มเสียงดังมากขึ้นตามอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแปลกๆ เกี่ยวกับสถานะของตนเอง

“เอ่อคือ...” สาวรับใช้อ้ำๆ อึ้งๆ แต่พอเห็นสายตาคาดคั้นเอาคำตอบจากนายสาวจึงจำต้องพูดถึงฐานะของพรีมรตาออกไปอย่างไม่ค่อยจะเต็มเสียงนัก เพราะไม่รู้ว่าสาวน้อยตรงหน้าจะยินดีกับตำแหน่งของตนเองหรือเปล่า

“คืออะไร” อดไม่ได้ที่จะถามย้ำออกมาอย่างหงุดหงิด ที่หญิงรับใช้สูงวัยทำท่าเหมือนไม่อยากจะตอบคำถามเธอให้กระจ่างเร็วๆ สักที

“คือท่านชีคบอกว่า นายหญิงจะอยู่ที่นี่ในฐานะ ‘นางสนม’ ของท่านชีคเจ้าค่ะ เอ่อคือ...นายหญิงน่าจะดีใจนะเจ้าคะที่ได้เป็นนางสนมคนแรกของท่านชีคที่เป็นถึงราชาของซาร์เนเวียร์ และต่อไปนายหญิงอาจจะได้เลื่อนเป็นชีคคาก็ได้นะเจ้าคะ” ฟีน่ารีบอธิบายอย่างร้อนรนยาวเหยียดเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของพรีมรตา

“นางสนม ไม่จริง ฉันอยู่ในฐานะเชลยของเขาต่างหากล่ะ และฉันก็ไม่อยากเป็นนางสนมของเขาด้วย” คนที่ถูกเปลี่ยนฐานะจากเชลยมาเป็นนางสนมอย่างกะทันหันระเบิดอารมณ์ออกมาเสียงดังจนคนฟังรู้สึกใจคอไม่ดี แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากจะทำตามคำสั่งของเจ้านายเท่านั้น

ตอน 3

ใครๆ ก็รู้ว่าชีคซาฮิมโหดเหี้ยม เผด็จการ และเด็ดขาดมากขนาดไหน ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของเขาหรอก หากใครยังรักตัวกลัวตายก็ต้องยอมสยบอยู่ใต้อำนาจของราชาคนใหม่ รวมถึงตัวเธอด้วย หากยอมปฏิบัติตามคำสั่งแต่โดยดี คนนั้นก็จะอยู่อย่างสุขสบาย ฟีน่ามองสาวน้อยตรงหน้าด้วยความเห็นอกเห็นใจ เมื่อพอจะดูออกว่าพรีมรตาคงไม่เต็มใจจะเป็นนางสนมของท่านชีคของเธอจริงๆ

“ไม่ว่านายหญิงจะเต็มใจเป็นนางสนมของท่านชีคหรือไม่ ก็ไม่สำคัญหรอกเจ้าค่ะ คำสั่งของท่านชีคคือประกาศิตที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ฮานะเข้ามาพอดี ท่านเตรียมตัวไปอาบน้ำให้สบายใจเถิด อีกสักพักท่านชีคคงจะเข้ามา นายหญิงจะได้ไม่โดนดุ”

พรีมรตาปรายตาไปมองทางสาวใช้ที่ชื่อ ‘ฮานะ’ เด็กสาวอยู่ในชุดอบายะห์สีเทาที่คลุมผมด้วยฮิญาบสีเดียวกัน สาวใช้คนนี้คงจะอายุน้อยกว่าเธอสักสามสี่ปีได้กระมัง เพราะใบหน้าของเด็กสาวดูอ่อนเยาว์เหมือนสาวน้อยแรกรุ่น

“ฉันเข้าใจละ เธอชื่อฮานะใช่ไหม” เมื่อพูดกับฟีน่าเข้าใจแล้ว ก็หันมาทักทายสาวใช้ที่อ่อนวัยกว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง ขณะที่ฟีน่าก็เดินออกไปจากห้องอย่างเงียบๆ

“เจ้าค่ะนายหญิง” สาวใช้ตอบสั้นๆ ท่าทางสงบเสงี่ยมเจียมตัว

“พาฉันไปอาบน้ำเถอะ ฉันอยากอาบน้ำแล้ว”

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นในตอนนี้ เธอก็จำเป็นต้องทำตามคำสั่งของชีคใจโหดจอมเผด็จการไปพลางๆ ก่อน ได้โอกาสเมื่อไหร่ค่อยหนีออกไปจากที่นี่ บางทีอาจเป็นพรุ่งนี้ที่เธอจะหาทางหนีไปจากประเทศนี้แล้วรีบกลับเมืองไทย แต่เมื่อนึกถึงภาระอันหนักอึ้งของตนเองก็ทำให้พรีมรตาต้องถอนหายใจออกมาหนักๆ จนคนที่เดินนำหน้าต้องหันขวับมามองด้วยความสงสัย

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่ร้อนน่ะ”

ฮานะยิ้มให้บางๆ แล้วพานายสาวเดินผ่านห้องหนึ่งก็ถึงห้องอาบน้ำแล้ว ความจริงน่าจะเรียกห้องนี้ว่าห้องสรงน้ำมากกว่า เพราะที่นี่เคยเป็นวังของกษัตริย์มาก่อน แต่สรรพนามที่ใช้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเมื่อชีคซาฮิมขึ้นเป็นราชา ทั้งที่ความจริงชีคหนุ่มก็มีความเกี่ยวข้องกับกษัตริย์อยู่ไม่น้อยเพียงแต่มีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ แต่ด้วยความที่ชีคหนุ่มไม่ยึดถือในยศถาบรรดาศักดิ์ เขาจึงไม่เรียกตัวเองว่าพระราชา ทุกคนใต้ปกครองจึงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้คำราชาศัพท์กับเขา

และน้อยคนนักที่จะรู้ว่าชีคหนุ่มไม่ต้องการที่จะได้ตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครแห่งนี้เลย เขาลงมือโค่นล้มบัลลังก์ขององค์โอมาร์ก็เพื่อแก้แค้นให้กับครอบครัวที่ถูกฆ่าอย่างโหดร้ายที่สุด และเพื่อแก้แค้นให้กับพี่น้องในชนเผ่าของเขาที่ถูกทหารขององค์ราชาใจโฉดนั่นบุกเข้ามาฆ่าฟันไม่เว้นแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดงต้องหนีกันระส่ำระสาย หากใครคิดขัดขืนต่อสู้ก็ต้องตายอย่างอนาถ เพียงเพื่อจะช่วงชิงบัลลังก์ของกษัตริย์พระองค์ก่อน และเพียงเพื่อจะยึดเอาน้ำมันดิบที่มีอยู่ใต้สันทรายมาเป็นของตนเอง ติดต่อชาวต่างชาติให้มาลงทุนขุดเจาะบ่อน้ำมัน นำความร่ำรวยมาสู่ตนเอง ไอ้โอมาร์มันถึงได้กล้าทำเลวได้ขนาดนั้น

ชีคซาฮิมเก็บงำความแค้นมานานนับยี่สิบปี เขายังคงเฝ้ารอคอยองค์รัชทายาทของกษัตริย์พระองค์ก่อนให้มาครองบัลลังก์อย่างมีความหวัง ตลอดเวลาก็แอบซ่องสุมกองกำลังอย่างลับๆ ต่อสู้กับกองโจรทะเลทรายจนได้รับชัยชนะหลายครั้งต่อหลายครั้งก็ได้อาวุธและกำลังคนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วในที่สุดเมื่อปีที่ผ่านมา การเฝ้ารอคอยการล้างแค้นอันยาวนานก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อซาฮิมรวบรวมกำลังพลบุกเข้ายึดวังหลวงได้สำเร็จ

ฮานะนึกถึงเรื่องที่พ่อของเธอเคยเล่าให้ฟังก่อนจะเข้าวังมารับใช้ราชาคนใหม่ขณะที่เดินไปเปิดน้ำใส่อ่าง แล้วหันมามองผู้หญิงของท่านชีคเป็นระยะๆ ด้วยสายตาชื่นชม เธอได้รับคำสั่งจากชีคซาฮิมให้มาเป็นสาวใช้ประจำตัวของพรีมรตา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นานมากแค่ไหนแล้วที่เจ้านายหนุ่มผู้เงียบขรึมของเธอไม่คิดจะสนใจผู้หญิงคนไหนอย่างจริงจัง ทว่าเวลานี้ชีคหนุ่มกลับแต่งตั้งผู้หญิงคนนี้เป็นนางสนม แต่ไม่น่าแปลกใจหรอกที่ท่านชีคจะสนใจพรีมรตาเป็นพิเศษ เพราะนางสวยมาก ขนาดเธอเป็นผู้หญิงด้วยกันเองก็ยังอดที่จะรู้สึกชื่นชมหญิงสาวไม่ได้

พรีมรตารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอโรมา มีแสงไฟเรืองรองฉายส่องมาจากโดมทองด้านบน ตามมุมห้องประดับประดาด้วยโคมไฟ ด้านหน้าของเธอก็มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่คิดว่าน่าจะทำมาจากหินซึ่งฮานะเปิดน้ำใส่ไว้แล้วพอประมาณ มีกลีบกุหลาบสีแดงลอยอยู่เหนือน้ำชวนให้ไปลงแหวกว่ายยิ่งนัก

“เฮ้ย! เธอจะทำอะไรน่ะฮานะ”

ขณะที่ร่างอรชรที่ยังอยู่ในชุดส่าหรีกำลังดื่มด่ำกับความหรูหราของห้องอาบน้ำ พรีมรตาก็ต้องร้องเสียงหลงออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเด็กสาวทำท่าจะเข้ามาถอดเสื้อผ้าของเธอออก

“ฮานะก็จะถอดเสื้อผ้าให้นายหญิงไงเจ้าคะ จะได้ลงไปอาบน้ำในอ่างได้” เด็กสาวตอบขำๆ เมื่อเห็นท่าทางตกอกตกใจของนายสาวที่เบิกตาโตราวกับไข่ห่าน

“ฉันถอดเองได้”

“นายหญิงอายหรือเจ้าคะ หน้าแดงเชียว” สาวใช้รุ่นเยาว์ถามยิ้มๆ

“แล้วเธอไม่อายเหรอ ที่ต้องอาบน้ำให้คนอื่นน่ะ”

“ก็อายนิดๆ เจ้าค่ะ แต่เป็นคำสั่งของท่านชีค ฮานะก็ต้องทำตาม ถ้านายหญิงจะถอดชุดเองก็ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แต่พอลงอ่างแล้ว ฮานะต้องเป็นคนขัดตัวให้นายหญิงนะเจ้าคะ”

สายตามุ่งมั่นของเด็กสาว ทำให้พรีมรตาต้องยอมแพ้ อีกอย่างเธอก็อยากจะอาบน้ำเต็มแก่แล้ว อาบน้ำเสร็จก็จะได้พักผ่อนเสียที ก็ตอนนี้เธอรู้สึกทั้งเหนื่อยทั้งง่วง เพราะเมื่อคืนได้นอนน้อยเหลือเกิน และในคืนก่อนหน้าที่ผ่านมาก็ไม่ได้นอนเต็มอิ่ม

ไม่กี่นาทีต่อมาร่างอรชรก็ลงไปอยู่ในอ่างน้ำ โดยมีสาวใช้คอยขัดผิวให้ ฮานะใช้สบู่ดำที่ทำมาจากน้ำมันมะกอก จนผิวกายที่ขาวผ่องเรียบเนียนอยู่แล้วดูเปล่งปลั่งสดใสน่ามองยิ่งขึ้น จากนั้นสาวใช้ก็ใช้สบู่เหลวกลิ่นดอกไม้ถูตัวนายสาวอีกรอบ แล้วก็ชำระล้างร่างกายงดงามผุดผาดจนสะอาดหมดจด ตบท้ายด้วยการฉีดพรมน้ำหอมกลิ่นกุหลาบไปทั่วเรือนร่าง

“นายหญิงเป็นผู้หญิงที่มีผิวสวยมากๆ เลยเจ้าค่ะ ท่านชีคจะต้องหลงท่านมากๆ แน่” เด็กสาวออกความเห็นอย่างซื่อๆ คนถูกชมแอบเขินเล็กน้อย ส่งยิ้มหวานมาให้สาวใช้ประจำตัวอย่างเป็นมิตรมากขึ้น

“แต่ฉันไม่ชอบท่านชีคของเธอ”

“แต่ฮานะคิดว่าท่านชีคจะต้องชอบนายหญิง”

“เพราะว่าฉันสวยน่ะเหรอ”

“ก็ประมาณนั้นเจ้าค่ะ ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบผู้หญิงสวยๆ ก็เหมือนกับผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ชอบผู้ชายหน้าตาดี ไม่ใช่หรือเจ้าคะ” เด็กสาวออกความคิดเห็นตามตรง ซึ่งพรีมรตาก็เห็นด้วย

ผู้ชายส่วนใหญ่ก็ชอบผู้หญิงที่ความสวยกันทั้งนั้นแหละ แต่คงจะยกเว้นผู้ชายที่ชื่อ ‘ซาฮิม’ เพราะสายตาที่เขามองเธอ มันไม่มีความพิศวาสหรือเสน่หาเจือปนอยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามมีแววดูถูกดูแคลนเหมือนไม่ชอบหน้าอย่างเห็นได้ชัด หรือเพราะเขาคิดว่าเธอเป็นคนรักของศัตรูใช่ไหม เขาจึงไม่มีทีท่าว่าจะสนใจใยดีเธอเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ

‘ดีเหมือนกัน ให้เขาเข้าใจผิดแบบนี้แหละดีแล้ว เขาจะได้ไม่มาข้องเกี่ยวกับเธอ’

สองสาวคุยกันไปเรื่อยๆ กระทั่งพรีมรตามาอยู่ในชุดยาวกรอมเท้าสีหวาน ผมดกดำทิ้งตัวแผ่กระจายเต็มแผ่นหลัง ดูเงางามน่าสัมผัส ใบหน้าเรียวรูปไข่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมเพียงบางเบา เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยฮานะก็เดินออกไปจากห้อง ปล่อยนายหญิงของเธอไว้ในห้องนอนตามลำพัง

ร่างอรชรเดินมานั่งบนขอบเตียง ในหัวสมองก็คิดถึงแผนการที่จะหนีออกไปจากวังหลวงตลอดเวลา เธออยากหนีไปให้พ้นจากคนใจคอโหดเหี้ยมโดยเร็วที่สุด หญิงสาวคิดหาหนทางจนดวงตาเริ่มจะปิด

พรุ่งนี้เช้าชีคซาฮิมบอกว่า เขาจะพาเธอออกไปตามหาราเชลด้วยกัน ไปตามหาที่รัฐบาร์การู แล้วจะเดินทางไปยังไง หากนั่งอูฐไปเธอจะหนีไปจากเขาด้วยวิธีไหน ตีหัวเขาให้สลบแล้วขโมยอูฐหนีไปอย่างนั้นหรือ หากขี่ม้าไปล่ะ ก็พอเห็นช่องทางหนีรำไรเนื่องจากเคยขี่ม้ามาบ้าง แต่พวกทหารก็อาจจะตามไล่บี้เธอจนทัน หรือว่าเขาจะพาเธอนั่งเฮลิคอปเตอร์ไป ยิ่งหาทางหนีไม่ได้น่ะสิ เธอควรจะทำยังไงดีเนี่ย จะหนีเอาตัวรอดไปจากปีศาจทะเลทรายอย่างชีคซาฮิมได้อย่างไร

หญิงสาวคิดขณะที่เอนตัวลงบนที่นอน ขยับตัวขึ้นไปหนุนหมอน หนังตาก็เริ่มจะหนักอึ้งลงทุกทีจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น แต่ก่อนที่เปลือกตาบางจะปิดสนิทลง

ผั่วะ!

เสียงประตูหน้าห้องเปิดออก ทำให้ดวงตาที่หรี่ปรือกะพริบปริบๆ มองไปทางต้นเสียงด้วยความง่วงงุน แต่พอเห็นว่าใครเดินเข้ามา ความง่วงก็บินหนีไปทันที ความตื่นตระหนกเข้ามาแทนที่แทบจะทันทีทันใด จนต้องยันกายลุกขึ้นนั่งแล้วถอยห่างไปจนชิดหัวเตียง เมื่อร่างสูงในชุดโต๊ปสีขาวสะอาดเดินเข้ามาใกล้แล้วมองเธอดวงตาเป็นประกายระยับ ไม่น่าไว้ใจ

“กลัวข้าขนาดนั้นเลยหรือพรีมรตา คิดว่าข้าจะปล้ำเจ้าหรือยังไง”

เขาบอกทุกคนว่าเธอเป็นนางสนมของเขา แล้วจะให้เธอคิดว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษหรือไง คิดพลางรีบหยิบเอาหมอนข้างมากอดเอาไว้ ราวกับว่ามันจะเป็นเกราะคุ้มกันเธอได้อย่างนั้นแหละ

“ทะ...ท่านกำลังจะทำอะไร”

ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้กำลังตั้งท่าจะก้าวขาขึ้นมานอนบนเตียง คนที่ถอยร่นไปจนชิดขอบหัวเตียงรีบถามเสียงสั่น แววตาดูตื่นตระหนกราวกับสาวน้อยไร้เดียงสา ทำให้ชีคหนุ่มนึกอยากจะแกล้งเชลยสาวของเขาขึ้นมาจริงๆ

“ข้าก็กำลังจะนอนอยู่นี่ไง”

“ไม่ได้ ท่านจะนอนที่นี่ไม่ได้นะ ถ้าท่านนอนตรงนี้ แล้วฉันจะไปนอนที่ไหนล่ะ”

ชีคซาฮิมที่กำลังจะเอนตัวลงนอนหันไปมองหน้าคนถามที่มองเขาราวกับว่าเขาเป็นโจรบ้ากามด้วยสายตาดุกร้าว นางมีสิทธิ์อะไรมาสั่งเขา ห้องนี้เป็นห้องของเขา และเตียงนี้ก็เป็นเตียงของเขา ฉะนั้นเขาจะนอนที่ไหนก็ย่อมได้

“ทำไมจะไม่ได้ ฟีน่าไม่ได้บอกเจ้าหรือ ว่าตอนนี้เจ้าอยู่กับข้าในฐานะอะไร ข้าอุตส่าห์เลื่อนตำแหน่งให้เจ้า จากเชลยสาวมาเป็นนางสนมแทน ไม่ดีใจหรอกรึ”

‘ดีใจกับผีน่ะสิ ใครอยากจะเป็นนางสนมกัน ต่อให้เลื่อนเป็นชีคคาก็ไม่มีทางสนใจ ชีคที่มีจิตใจโหดเหี้ยมแบบนี้ต่อให้หน้าตาดีดึงดูดใจมากแค่ไหน หางตาเธอก็จะไม่แล’

“ฉันจะดีใจมาก ถ้าท่านปล่อยฉันไป”

‘หึ ไม่มีวัน รอให้จับไอ้ราเชลมาให้ได้ก่อนเถอะ’ ดวงตาสีสนิมเริ่มแข็งกร้าวขึ้นเมื่อนึกถึงทายาทของศัตรูหมายเลขหนึ่ง อารมณ์ที่ยังเย็นๆ อยู่เมื่อครู่พลันร้อนรุ่มขึ้นด้วยเพลิงแค้นที่สุมอยู่ในอกมาเนิ่นนาน พลางหันไปมองคนข้างๆ ด้วยสายตาวาววับ

พรีมรตารู้สึกถึงรังสีอำมหิตพุ่งวาบอาบตัวเธอจนรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงไขสันหลังทันที ทำไมแค่บอกให้เขาปล่อยเธอไป จะต้องทำท่าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้ด้วย ถึงชีคหนุ่มจะไม่พูดอะไรออกมา แต่ดวงตาของเขาบอกอะไรได้หลายอย่าง อย่างหนึ่งที่รู้คือเขากำลังโกรธ

“ข้าจะปล่อยเจ้าไปแน่ ถ้าไอ้ราเชลมันตาย หรือไม่...เจ้าก็ต้องมาเป็นนางสนมของข้าตลอดไป หากตามหาตัวคนรักของเจ้าไม่เจอ”

พรีมรตาหอบหายใจสะท้าน ทั้งกลัว ทั้งโกรธ เมื่อได้ฟังจนจบประโยค เขาคิดจะฆ่าราเชลจริงๆ นั่นแหละ แล้วถ้าหากเขารู้ว่าเธอโกหกเรื่องที่บอกว่าราเชลอยู่ที่รัฐบาร์การูล่ะ เขาจะฆ่าเธอด้วยหรือเปล่า หญิงสาวคิดอย่างหวาดหวั่น สายตาเริ่มมองหาสิ่งของรอบตัวที่จะเอามาเป็นอาวุธป้องกันตัวและต่อสู้กับชีคใจโหดได้ แต่มุมที่เธออยู่มันไม่เอื้ออำนวยที่จะยื่นมือไปหยิบจับอะไรได้เลย เมื่อร่างหนากึ่งนั่งกึ่งนอนขวางกั้นเธอเอาไว้แบบนี้

“เอ่อ คือฉันรู้สึกปวดปัสสาวะ ขอฉันเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหม”

ชีคหนุ่มมองเชลยสาวอย่างไม่ไว้ใจเท่าไรนัก แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แค่นี้ ฤทธิ์เดชคงไม่มากนักหรอก หากนางคิดจะหนีก็คงโง่เต็มที เพราะข้างนอกมีแต่คนของเขาเต็มไปหมด และเขาก็ได้สั่งกำชับให้ไฮซาลไปบอกทหารทุกคนแล้วว่า ต้องคอยจับตามองพรีมรตาทุกฝีก้าว อย่าปล่อยให้นางหนีรอดออกไปจากวังหลวงได้โดยเด็ดขาด จนกว่าเขาจะมีคำสั่งให้ปล่อยนางไปเอง

“ก็ไปสิ”

เมื่อได้รับอนุญาต พรีมรตาก็รีบลนลานคลานลงไปจากเตียงทันที รีบรุดไปเข้าห้องน้ำแล้วขังตัวเองอยู่ในนั้นนานสองนาน จนคิดว่าไอ้ผู้ชายใจโหดนั่นคงหลับไปแล้วจึงได้รีบจัดการธุระของตนเองเสร็จก็เดินออกมา

หลอดไฟดวงใหญ่บนเพดานดับลงแล้ว เหลือเพียงแสงสว่างนวลจากโคมไฟตรงหัวเตียงหลอดเดียวเท่านั้น เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นร่างหนานอนตะแคงหลับตาพริ้ม แล้วก็ได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอบอกว่าเจ้าตัวคงนอนหลับสนิทแล้ว

ความคิดที่อยากจะหนีเอาตัวรอดเริ่มทำงานทันที สายตาระแวงภัยตวัดไปมองทางโคมไฟ เห็นแจกันดอกไม้วางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ยตรงหัวเตียง เธอค่อยๆ เดินย่องไปหยิบ ยกมันขึ้นมาถือเอาไว้มั่นด้วยสองมือ มองไปที่ศีรษะของคนที่นอนหลับอยู่อย่างตัดสินใจ

แจกันขนาดเหมาะมือถูกยกขึ้นอย่างช้าๆ สายตาเล็งเป้าหมายไม่กะพริบ หัวใจของสาวน้อยเต้นแรงแทบจะทะลุออกมาจากซี่โครงเมื่อเงื้อมือขึ้นจนสุดแขน พร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่นหลับตาปี๋ แล้วทุ่มแรงทั้งหมดฟาดอาวุธในมือลงมาบนศีรษะของคนที่นอนหลับอยู่

ฟุ่บ!!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED