ตอน 1

ค่ำคืนนี้มีการฉลองชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ในพระราชวัง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นของอดีตศัตรูมาก่อน เขารอโอกาสที่จะโค่นล้มบัลลังก์ขององค์ราชากำมะลอ โอมาร์ ราสชิด อัลฟาฮาร์ มานานนับยี่สิบปี ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่เขาสามารถล้างแค้นให้กับคนในครอบครัวและคนในเผ่าได้สำเร็จ แต่ศึกมันยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีอีกคนที่เขาจะต้องจัดการ ‘ทายาทอีกคนของอดีตองค์ราชากำมะลอ’ ที่เกิดจากพระสนมแห่งรัฐบาร์การู

‘ได้ข่าวว่าลูกชายของมัน กำลังศึกษาอยู่ที่ฝรั่งเศส ไม่รู้ว่าจบหรือยัง’

ทายาทคนเล็กของศัตรูที่มีใบหน้าหวานละมุนราวกับผู้หญิง ไม่น่าจะเป็นชายแท้ได้เลย จากคำบอกเล่าของทหารสายสืบรายงานว่า ลูกชายคนเล็กของโอมาร์คนนี้มีรูปร่างสูงโปร่งบอบบางราวกับผู้หญิง หากไม่แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาชายก็คงดูไม่ออกว่าเป็น ‘ผู้ชาย’ ชีคซาฮิมมองดูรูปถ่ายในมือด้วยสายตาอำมหิต

‘น่าจะเป็นชายใจหญิงล่ะสิ’

แต่แว่นสายตากรอบใหญ่ที่บดบังครึ่งหน้าของเจ้าของรูปถ่าย ทำให้คิ้วเข้มดุจปีกกาขมวดเข้าหากันด้วยความขัดใจ เมื่อทหารสายสืบของเขามารายงานครั้งล่าสุดว่ายังตามหาตัวราเชลไม่พบ

‘ไม่ว่าลูกชายของแกจะไปซ่อนตัวอยู่มุมไหนของโลก ข้าก็จะตามไปกำจัดมันให้สิ้นซาก ให้เหมือนกับที่แกสั่งให้ทหารมาฆ่าพ่อแม่ของข้าและทำให้น้องชายที่ข้ารักหายสาบสูญไป ข้าจะล้างแค้นให้กับทุกคน รวมทั้งญาติคนอื่นๆ ในเผ่าของข้าด้วย เพราะฉะนั้น สายเลือดของแกเพียงคนเดียวข้าก็จะไม่ละเว้น’

รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมฉายวาบขึ้นมาบนใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาที่แดงก่ำเต็มไปด้วยเพลิงแค้น ดวงตาคมแข็งกร้าววาวโรจน์ขึ้นราวกับมีไฟนรกหลายกองสุมอยู่ในนั้นเมื่อมองรูปถ่ายใบเล็กในมือ ไม่ยากหรอกที่เขาจะกำจัดมัน ‘ไอ้ผู้ชายบอบบาง’ คนนี้

‘แต่ว่ามันไปมุดหัวอยู่ที่ไหนวะ’

“ซาฮิม ข้าว่าเจ้าควรหยุดทำหน้าบึ้งสักวันเถอะนะ วันนี้เป็นวันฉลองชัยชนะของเรา อีกสักครู่จะมีนางระบำจากปันจาร์ที่เขาเล่าลือว่านางสวยงามหยาดฟ้ามาดิน จะมาแสดงโชว์เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับเรา เจ้าตรากตรำการศึกมานาน ควรจะหาความสำราญให้กับตนเองบ้างนะสหายรัก” ไฮซาลทหารคู่ใจเปรยยิ้มๆ

“อาก็เห็นด้วยกับไฮซาลนะหลานรัก เจ้าควรเปิดหูเปิดตามองสิ่งสวยๆ งามๆ เสียบ้าง” ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของซาฮิมเอ่ยสำทับ แต่ชีคหนุ่มที่หัวใจด้านชาดูเหมือนจะไม่เห็นด้วยกับใครทั้งนั้น

“ข้าไม่สนใจพวกนางระบำมานานแล้ว เจ้าก็รู้” ผู้ที่ได้รับฉายาว่า ‘สิงห์แห่งทะเลทราย’ ยิ่งหน้าบึ้งมากกว่าเดิมเมื่อหันไปพูดกับมือขวาคนสนิท ภาพแห่งความหลังที่เจ็บปวดยังไม่เลือนหาย พวกผู้หญิงร้อยเล่ห์มารยา หลอกล่อให้เขาหลงระเริงจนเกิดเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยครั้งแล้วครั้งเล่า เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นซ้ำอีกแน่

“แต่นางระบำคนนี้ เป็นลูกครึ่งไทย-ซาร์เนเวียร์นะสหายรัก และเพิ่งเรียนจบแฟชั่นดีไซน์จากฝรั่งเศสมาหมาดๆ ด้วย แบบนี้เจ้าไม่คิดจะสนใจนางจริงๆ หรือซาฮิม”

ทหารผู้รู้ใจถามด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย ความจริงตัวเขาเองก็สนใจนักท่องเที่ยวสาวลูกครึ่งที่มีความสามารถในการเต้นระบำหน้าท้องคนที่พูดถึงไม่น้อย และอยากจะจัดการซักฟอกนางให้ได้ความก่อนที่จะมาถึงมือของซาฮิม แต่พอมาคิดๆ ดูแล้ว เขาคิดว่าหญิงสาวผู้นี้อาจจะสร้างความสำราญให้กับสหายรักผู้เย็นชาของเขาได้

ดวงตาสีสนิมมีแววครุ่นคิด ก่อนจะหันมามองหน้าสหายรักที่คอยเจ้ากี้เจ้าการหาผู้หญิงมาบรรณาการเขาแทบทุกอาทิตย์คล้ายไม่พอใจ เพราะผู้หญิงทุกคนที่ไฮซาลพามาปรนนิบัติเขา พวกนางมีนิสัยเหมือนกันหมด น่าเบื่อ น่ารำคาญ และเขาก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหนเกินหนึ่งครั้ง แล้วผู้หญิงที่ไฮซาลกำลังพูดถึงคนนี้จะน่าสนใจสักแค่ไหนกัน

‘เพราะนางเป็นลูกครึ่งไทย-ซาร์เนเวียร์ ที่เพิ่งจบมาจากฝรั่งเศสอย่างนั้นหรือ เขาถึงต้องสนใจ ก็อาจจะใช่ แต่ว่าการศึกษาของนางก็สูง แล้วทำไมนางถึงมาเป็นนางระบำเต้นยั่วผู้ชายด้วยล่ะ’

“ก็ได้ ข้าจะลองเชื่อเจ้าว่านางน่าสนใจ แต่ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะไฮซาลที่เจ้าจะพาผู้หญิงมาบรรณาการข้า เพราะข้าหาผู้หญิงที่ข้าสนใจเองได้”

ทหารมือขวาหนุ่มยิ้มมุมปากนิดๆ มองผู้ที่เป็นทั้งเจ้านายเป็นทั้งสหายรักแล้วก็โคลงศีรษะไปมาอย่างระอา ซาฮิมน่ะหรือจะยอมเสียเวลาไปหาผู้หญิงที่ไหนที่ถูกใจ เวลาว่างก็แทบจะไม่มี หากว่างเมื่อไหร่ถ้าไม่ชวนกันไปแข่งม้า ก็ต้องไปตลาดค้าอูฐ แล้วท่านชีคของเขาซึ่งตอนนี้ก็มีฐานะไม่ต่างกับพระราชาที่ปกครองนครซาร์เนเวียร์แทนราชากำมะลอองค์ก่อนที่ถูกปลงพระชนม์ไปแล้ว จะมีชายาเคียงข้างและจะมีทายาทสืบทอดราชบัลลังก์ต่อไปได้อย่างไรหากชีคหนุ่มไม่คิดจะสนใจผู้หญิง

อายุอานามของชีคซาฮิม อัล ฟาร์ฮาน ก็ไม่น้อยแล้ว หากเป็นรุ่นเดียวกันก็คงแต่งงานมีลูกไปหลายคนแล้วเช่นเดียวกับเขาที่มีภรรยาถึงสามคน มีลูกตั้งครึ่งโหล จึงอดรู้สึกเป็นห่วงสหายรักที่เป็นถึงเจ้าผู้ครองนครไม่ได้ ที่ยังครองความโสด ไม่ยอมเปิดใจรับผู้หญิงคนไหนเข้ามาเป็นชีคคาสักคน อย่าว่าแต่ชีคคาเลย ตั้งแต่คบกันเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งนานเขาก็ยังไม่เคยเห็นซาฮิมทำท่าสนใจผู้หญิงคนไหนเลยสักคน

“ตกลงสหายรัก ตอนนี้เจ้าเป็นถึงเจ้าผู้ครองนคร ข้าจะขัดใจเจ้าได้อย่างไรล่ะ ฟีน่า เจ้าไปบอกให้นางระบำที่ข้าพามา ให้เข้ามาแสดงโชว์ได้” ท้ายประโยคหันไปออกคำสั่งกับสาวใช้เก่าแก่ที่เปลี่ยนมาสวามิภักดิ์ต่อราชาองค์ใหม่ของซาร์เนเวียร์ ซึ่งก็คือนางกำนัลขององค์ราชาองค์ก่อนที่ยังรักตัวกลัวตายและไม่มีที่ซุกหัวนอนนั่นเอง ที่เต็มใจจะเป็นสาวใช้ให้กับเจ้าผู้ครองนครคนใหม่ เพราะนางไม่มีที่ไป

“เจ้าค่ะ”

เมื่อคล้อยหลังสาวใช้วัยสี่สิบต้นๆ ท่านชีคจากรัฐโอลัลนาร์และรัฐบาร์การูและผู้นำของประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงก็เริ่มทยอยกันมาร่วมงานเลี้ยงฉลองชัยชนะครั้งนี้ด้วย ตามจดหมายเชิญของผู้ครองนครซาร์เนเวียร์คนใหม่ ไม่นานนักในท้องพระโรงก็คึกคักไปด้วยอาคันตุกะคนสำคัญและผู้ติดตามมากมาย รวมถึงคนสนิทที่ร่วมสู้รบกับชีคซาฮิมก็มากันพร้อมหน้า

พรีมรตายืนกอดอกอยู่ตรงหน้าต่างด้วยสีหน้าหงุดหงิด การเข้ามาเยือนประเทศที่อยู่ท่ามกลางทะเลทรายที่ร้อนจัดแบบนี้เธอคิดว่ายุ่งยากใจพอแล้ว แต่การถูกจับมาเป็นเชลยด้วยข้อหางี่เง่า ว่าเธอเป็นพวกของกบฏ มันทำให้เธอปวดหัวและปวดใจเกินจะบรรยายจริงๆ ทั้งที่พ่อของเธอก็สั่งห้ามแล้วว่าไม่ควรมาประเทศนี้ แต่เธอก็ไม่ฟัง เพราะกำลังตามหาคนๆ หนึ่ง ที่ได้ข่าวว่าเขาอาจจะกลับมาที่ประเทศซาร์เนเวียร์ ‘บ้านเกิด’ ของเขา

หญิงสาวไม่คิดเลยว่าประเทศนี้จะมีความป่าเถื่อนซ่อนอยู่ในสถานที่ที่เธอคิดว่ามันน่าจะปลอดภัย ‘ปันจาร์’ หมู่บ้านเล็กๆ ที่ปู่ของเธอบอกว่าอีกไม่นานก็คงจะขึ้นเป็นรัฐที่สามของประเทศซาร์เนเวียร์เร็วๆ นี้ เพราะที่นี่มีโอเอซิสที่อุดมสมบูรณ์พอสมควร และชาวบ้านมีอาชีพเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นอาชีพปลูกผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ ทอผ้าจากขนสัตว์ การทำเครื่องปั้นดินเผา มีตลาดนัดเล็กๆ กลางหมู่บ้าน ที่สำคัญปู่ของเธอได้ข่าวแว่วๆ มาว่าสันทรายที่อยู่ไม่ห่างไปจากหมู่บ้านมากนักอาจมีน้ำมันดิบจำนวนมากมายอยู่ใต้ผืนทราย

ในปันจาร์ทุกคนในหมู่บ้านดูเป็นกันเองและอัธยาศัยดีกันทุกคน จนเธอไม่คิดว่าภัยจะมาถึงตัว กระทั่งในวันคล้ายวันเกิดของปู่เธอในคืนที่ผ่านมา เธอได้แสดงโชว์เต้นระบำหน้าท้องเพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้กับทุกคนในงาน จนกระทั่งงานเลิกเธอจึงขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อพักผ่อน แต่กลับถูกโจรชุดดำจับตัวมาที่นี่เสียก่อน

มันจับเธอมาขังไว้ในบ้านของมันก่อน นอนได้งีบหนึ่งมันก็สั่งให้คนรับใช้พาเธอไปอาบน้ำ ขัดสีฉวีวรรณแล้วก็ให้เธอกลับมาใส่ชุดเดิม แล้วสั่งว่าเธอจะต้องใส่ชุดส่าหรีประยุกต์ที่เธอออกแบบเองเต้นระบำหน้าท้องให้เจ้านายของมันดู

‘แล้วเจ้านายของมันเป็นใคร’

ตอนแรกพรีมรตาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่นี่คือที่ไหน เพราะตอนที่ถูกจับตัวมาเธอถูกพวกโจรเอาผ้าดำมาปิดตาเธอเอาไว้ตลอดทาง เมื่อลืมตาขึ้นมาได้อีกครั้ง เธอก็มาอยู่ในบ้านของมันแล้ว และเมื่อเธออาบน้ำแต่งตัวตามที่มันสั่งแล้วเสร็จ ก่อนที่จะออกจากบ้านของมัน ไอ้หัวหน้าโจรซึ่งเป็นเจ้าของบ้านก็เอาผ้าดำมาปิดตาเธอเอาไว้อีกครั้งก่อนจะพาเธอมาที่วังหลวงแห่งนี้ เธอรู้ว่าที่นี่คือวังก็เพราะมองไปทางไหนมันก็เรียกว่าบ้านไม่ได้

รอบกายมีแต่สาวใช้ที่แต่งกายแบบสาวชาววังคอยเฝ้ามองเธออยู่ มองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นทหารในชุดสีน้ำตาลอมเขียวเดินสวนสนามกันไปมาอยู่ด้านล่าง และเมื่อกวาดสายตามองภายในห้องที่เธอถูกขังอยู่ในตอนนี้ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ ตู้ เตียงที่มีส่วนประกอบของทองคำเหลืองอร่ามแกะสลักลวดลายงดงามตระการตา ภาพวาดที่สวยงามบนฝาผนัง ผ้าม่านที่คลุมตั้งแต่หัวเสาจนถึงพื้น รวมถึงผ้าม่านหน้าต่าง แม้แต่พรมเปอร์เซียที่ปูพื้น ล้วนดูหรูหรามีราคาเกินกว่าที่สามัญชนคนธรรมดาจะใช้เงินซื้อหามาตกแต่งในบ้านของตนเองได้

“แกจับฉันมาที่นี่ทำไม ไอ้โจรชั่ว!”

“ไม่ต้องถาม หากไม่อยากถูกข่มขืนแล้วฆ่า จงทำตามที่ข้าสั่ง”

“แกต้องการให้ฉันทำอะไร”

“เต้นระบำ ทำให้เจ้านายของข้าพอใจ ตอบคำถามในสิ่งที่เจ้านายของข้าต้องการรู้ ชีวิตของเจ้านับจากนี้ จะอยู่ในกำมือของเจ้านายของข้าเท่านั้น”

“แล้วเจ้านายของแกเป็นใคร ชื่ออะไร”

“จะบอกให้เอาบุญก็ได้สาวน้อย เจ้านายของข้าก็คือ ท่านชีคซาฮิม อัล ฟาร์ฮาน ราชาแห่งซาร์เนเวียร์”

“ถ้าที่นี่คือซาร์เนเวียร์ พระราชาของประเทศนี้ก็ต้องเป็นองค์ราชา โอมาร์ มิใช่หรือ มันจะกลายเป็นท่านชีคของเจ้าไปได้อย่างไร”

“ไม่ต้องถามมาก หากเจ้ายังอยากมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย ก็จงเต้นระบำให้เป็นที่พอใจของเจ้านายข้า หากท่านใจดี ท่านอาจจะปล่อยเจ้าให้เป็นอิสระ”

พรีมรตายังจดจำบทสนทนาระหว่างตนกับไอ้โจรชั่วนั่นได้ มันคงเป็นข้ารับใช้ของชีคซาฮิมจอมทมิฬคนนั้นแน่ คนที่เธอได้ยินข่าวลือมาว่าเขาเป็น ‘ปีศาจทรายที่ป่าเถื่อน ร้ายกาจ!’ เธอเคยถามปู่ของเธอเหมือนกันว่าเรื่องนี้มันเป็นข่าวจริงหรือว่าข่าวลือ ปู่ของเธอบอกว่าถ้ามีเวลาจะเล่าให้ฟัง เพราะเธอเพิ่งเดินทางมาถึงปันจาร์เหนื่อยๆ แล้วพอมาได้ยินชื่อของผู้ชายคนนี้อีกครั้ง ก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกหวาดหวั่นในหัวใจไม่น้อย

ป่านนี้ปู่ของเธอจะรู้หรือยังว่าเธอถูกจับตัวมา แต่ภาวนาขออย่าเพิ่งให้พ่อกับแม่ของเธอที่อยู่เมืองไทยรู้เลย เพราะกลัวว่าท่านทั้งสองจะไม่สบายใจเอาได้

‘เอาน่า ทำใจดีสู้เสือเข้าไว้พรีมรตา เธอมาถูกที่แล้วไม่ใช่หรือ แค่เต้นระบำให้เขาพอใจ เขาถามอะไรมาก็ตอบไปตามความจริง แค่นี้ก็จบ’ สาวน้อยปลอบใจตัวเอง และสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดเข้ามา

ดวงตาดำขลับตวัดมองผู้มาใหม่ หญิงสาวร่างอวบในชุดประจำชาติเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับส่งสายตามาให้เธออย่างเป็นมิตร พรีมรตาจึงรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้างแล้วยิ้มตอบกลับไปตามมารยาท

“ท่านไฮซาลบอกให้มาเชิญมิสค่ะ” สาวรับใช้ที่สูงวัยกว่าบอกสั้นๆ ตามคำสั่งที่ได้รับมา พรีมรตาพยักหน้าด้วยความเข้าใจ พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้นแกมหวั่นวิตก เมื่อคิดว่าต้องไปเต้นระบำต่อหน้าชีคผู้เหี้ยมโหด

เธอเคยได้ยินแต่ชื่อของเขาและวีรกรรมอันโหดร้ายของเขาจากปากคนอื่นเท่านั้น แต่ยังไม่เคยเห็นหน้าตาผู้ชายที่มีจิตใจเหี้ยมโหดอำมหิตดังกล่าวตามคำกล่าวขานร่ำลือคนนี้ หน้าตาของเขาคงจะอัปลักษณ์ หนวดเครารกรุงรัง ผิวเข้ม ตัวโต และดวงตาราวกับปีศาจกระมังผู้คนถึงได้ตั้งฉายาให้เขาว่าเป็น ‘ปีศาจทรายที่ป่าเถื่อน ร้ายกาจ!’ และหลายคนที่เอ่ยถึงเขาถึงได้แสดงอาการหวาดกลัวไปตามๆ กัน

แต่เธอจะต้องไม่กลัวเขา เธอไม่ได้เป็นศัตรูกับเขา เธอไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา ตอนเรียนอยู่ที่ฝรั่งเศสเธอเจอผู้ชายมาหลายรูปแบบ ทั้งดีและก็เลว ผู้ชายที่เป็นเสือผู้หญิงบางคนที่คิดจะลวนลามเธอยังเคยโดนเธอซ้อมมาแล้ว ยังไงเธอก็ต้องเอาตัวรอดได้น่า หากว่าชีคใจโหดนั่นคิดจะล่วงเกินเธอ เธอก็จะขอสู้สุดชีวิตเลยล่ะ

เมื่อประตูบานใหญ่ของท้องพระโรงเปิดออก สาวน้อยรูปร่างอรชรในชุดส่าหรีประยุกต์แปลกตาสีแดงเพลิงประดับด้วยสายสร้อยอัญมณีหลากสี ห้อยระย้าลงมากลางหน้าผากมนเป็นรูปหยดน้ำล้อมกรอบด้วยดอกไม้สีทองสวยงามจับตา แล้วร้อยรัดรูปร่างอรชรลงมาจนถึงช่วงสะโพกกลมมนเน้นส่วนโค้งส่วนเว้าให้ชวนมองมากยิ่งขึ้น สองเท้าเรียวย่างกายก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยสีหน้าไม่ค่อยมั่นใจนัก จนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชีคหนุ่มที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยท่าทางประหม่าที่ปิดไม่มิด ก่อนจะช้อนสายตามองราชาหนุ่มรูปงามตรงหน้า

‘นี่หรือคือ ชีคซาฮิม อัล ฟาร์ฮาน ปีศาจทรายที่ป่าเถื่อน ร้ายกาจ’

ใบหน้าของนางถูกปิดไว้ด้วยผ้าโปร่งบางสะท้อนแสงสีโทนเดียวกับชุดที่สวมใส่ ดวงตาดำขลับไหวระริกเล็กน้อยเมื่อช้อนขึ้นมาสบตากับเขา ทว่าพอเสียงดนตรีพื้นเมืองที่เร้าใจดังขึ้นเท่านั้น ดวงตาคู่สวยก็ดูเด็ดเดี่ยวน่ามองขึ้นมาทันที พร้อมกับการเต้นระบำที่น่าดูน่าชม

ท่าเต้นพลิ้วไหวที่เร้าใจ เคลื่อนไหวไปตามท่วงทำนองของ ทับบล้า1ทรวงอกที่กระเพื่อมไหว หน้าท้องที่สั่นระริกด้วยความสามารถเฉพาะตัวของผู้เต้น สะกดสายตาชีคหนุ่ม ให้จดจ้องเพียงนางระบำสาวแต่เพียงผู้เดียวอย่างไม่อาจละสายตาไปไหนได้

‘นางมีดวงตาที่สวยซึ้งและรูปร่างดีทีเดียว การเต้นใช้ได้ แต่ก็คงเหมือนนางระบำคนอื่นๆ ที่ยอมขายเรือนร่างเพื่อแลกกับความสุขสบาย จากนั้นก็ใช้มารยาหญิงทำให้เขาพอใจเหมือนกับทุกคนนั่นแหละ’ ชีคหนุ่มส่งเสียง ‘หึ’ ในลำคอด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย ความสวยของผู้หญิงอาจมีผลต่อร่างกายส่วนล่างของเขา แต่ไม่มีทางมีผลต่อก้อนเนื้อที่อยู่ใต้อกซ้ายของเขาอย่างแน่นอน

ขณะที่พรีมรตารู้สึกตื่นเต้นจนเกือบจะลืมท่าเต้นของตนเองไปในนาทีแรก แต่ความเป็นมืออาชีพ ก็ทำให้หญิงสาวสามารถควบคุมการแสดง

_______________________________________________________

1ทับบล้า (Tubla) เป็นดนตรีประเภทเครื่องตี ชาวอาหรับนิยมอย่างยิ่ง เพราะราคาย่อมเยา หาซื้อง่าย และสามารถพกพาไปในงานเลี้ยงสังสรรค์ได้สะดวก เป็นเครื่องดนตรีประกอบการละเล่นพื้นเมืองหลายชนิด อาทิ การใช้ทับบล้าตีให้จังหวะระบำหน้าท้อง ซึ่งเป็นการเต้นรำในโลกมุสลิมที่มีชื่อเสียงมาก

โชว์ของตนเองได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้คนที่มองการเต้นระบำหน้าท้องของเธอราวกับถูกมนต์สะกด ให้จดจ่อเฝ้ามองการแสดงของเธอตั้งแต่ต้นจนจบแบบไม่ให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว

เมื่อเสียงทับบล้าเงียบลง พร้อมกับที่ร่างอรชรย่อกายโค้งคำนับอย่างอ่อนช้อยงดงาม เสียงปรบมือจากท่านชีคแห่งซาร์เนเวียร์ก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงปรบมือของทุกคนที่ได้ชมการแสดง

ร่างสูงสง่าน่าเกรงขามเดินเข้ามาใกล้นางระบำสาว นางยังคงก้มหน้าก้มตา กระทั่งได้ยินเสียงกระแอมเบาๆ จากคนที่มายืนอยู่ข้างหน้า ทำให้หญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นมอง

ทันทีที่สบตาคู่คมของราชาคนใหม่ของซาร์เนเวียร์ในระยะใกล้ หัวใจของสาวน้อยก็กระตุกวาบ ความร้อนที่ไม่รู้พัดมาจากทิศไหน พัดวูบมากระทบใบหน้าของเธอเข้าอย่างจัง มันร้อนวูบวาบไปทั่วแก้มนวลทั้งสองข้างแผ่ซ่านไปจนถึงใบหูเล็กอย่างไม่อาจควบคุม

โชคดีเหลือเกินที่ยังมีผ้าบางๆ คลุมหน้าตั้งแต่ปลายจมูกลงมายังปลายคางเรียว ปิดบังความรู้สึกภายในใจให้มิดชิด มิเช่นนั้นเขาคงเห็นหลักฐานความประหม่าเขินอายของเธอจนหมดสิ้น เขาไม่เหมือนภาพที่เธอวาดเอาไว้ในมโนเลย

ทว่าพรีมรตาก็ไม่แน่ใจเลยว่ามันคือความเขินอาย เธอแทบจะลืมหายใจและเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ เขาตัวสูงมากเลยทีเดียวเมื่อยืนเทียบกันแบบนี้ รูปร่างของชายหนุ่มมิได้บอบบางทว่าดูแข็งแกร่ง สูงใหญ่ เต็มไปด้วยมัดกล้าม และดูทรงพลังมีอำนาจ จนยากที่จะมีบุรุษใดจะเสมอเหมือน ยิ่งใบหน้าคมเข้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่หาแห่งชายชาตรี มันยากเหลือเกินที่ผู้หญิงธรรมดาเช่นเธอจะมองข้าม แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจทัดทานได้เลย ก็คือแววตาคมกริบสีสนิมที่เปล่งประกายกล้าวาววับ ยากเกินจะหยั่งรู้ให้ลึกซึ้งถึงก้นบึ้งของหัวใจ

เขาคิดอะไรอยู่ในใจเธอมิอาจรู้ได้เลย ดวงตาคู่สวยหลุบลงต่ำเมื่อไม่อาจสรรหาคำใดมาเอื้อนเอ่ยกับเขาได้ นอกจากจะรอฟังคำสั่งด้วยใจที่เต้นระทึก

“ฟีน่า พานางไปรอที่ห้องของข้า จัดสำรับให้นางด้วย” ออกคำสั่งเสียงเข้ม สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของนางระบำสาวไม่วางตา

“เจ้าค่ะ” สาวใช้เก่าแก่ของวังหลวงวัยค่อนคน รับคำสั่งเสร็จก็เดินมาเรียกพรีมรตาให้ตามนางไป

“เชิญมิส ตามข้ามาเลยค่ะ”

พรีมรตาแอบลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก หากต้องยืนต่อหน้าท่านชีคหน้าดุเข้มคนนี้นานกว่านี้อีกหน่อย ตัวเธอคงแข็งเป็นหินแน่ หญิงสาวคิดก่อนจะเดินตามสาวใช้สูงวัยออกไปจากท้องพระโรงอย่างเงียบๆ โดยมีสายตาจากชีคแต่ละรัฐและสายตาอีกหลายคู่มองตามร่างอรชรไปจนลับตา

จากนั้นเจ้าบ้านก็เชิญอาคันตุกะทุกคนร่วมรับประทานอาหารและดื่มฉลองด้วยกันอย่างครื้นเครง แล้วเมื่องานเลี้ยงเลิกรา ทุกคนต่างก็พากันแยกย้ายกลับบ้านกลับเมืองของตนเอง เหลือก็เพียงแต่อาเหม็ดกับไฮซาลเท่านั้นที่ยังปรึกษาเรื่องงานกันต่อจนถึงค่ำ

“นี่ก็จวนจะมืดแล้ว อาขอตัวกลับก่อนนะซาฮิม”

“เชิญขอรับ ท่านอา”

คล้อยหลังอาเหม็ดไม่กี่นาที ทหารสายสืบคนสนิทของไฮซาลก็เดินเข้ามารายงานความคืบหน้า พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลมาให้เจ้านาย ไฮซาลยื่นมือออกไปรับซองจดหมายพร้อมส่งสายตาคำถามไปยังสายสืบคนสนิท

“คนของกระผมไปค้นห้องพักของท่านราเชล ก็พบหลักฐานชิ้นนี้ขอรับ”

ฟังรายงานจบไฮซาลก็รีบเปิดซองสีน้ำตาลดู รูปถ่ายหลายใบที่หยิบขึ้นมาพิจารณาทีละแผ่น พร้อมพลิกดูตัวอักษรที่เขียนกำกับไว้ด้านหลัง ทำให้ดวงตาของมือขวาหนุ่มทอประกายวาววับขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความลิงโลด เขายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัวจริงๆ ชีคซาฮิมมองหน้าทหารคู่ใจด้วยแววตาสงสัย

ก่อนที่ชีคหนุ่มจะทันได้ถามอะไร คนรู้ใจอย่างไฮซาลก็รีบยื่นรูปถ่ายพร้อมกับซองสีน้ำตาลให้กับสหายรักผู้สูงส่ง

ภาพของหญิงสาวในรูปคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน โดยเฉพาะดวงตาคู่นี้มันช่างเหมือนมาก เหมือนมากจริงๆ แล้วซาฮิมก็พลิกดูด้านหลังของภาพแต่ละใบก่อนจะยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาอย่างน่ากลัว แล้วสองสิงห์ทะเลทรายก็สบตากันอย่างรู้ใจ

“เจ้าทำงานได้ดีมาก เทส แล้วข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม ไปได้แล้ว” ไฮซาลสั่งเบาๆ ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจ

“ขอรับ นายท่าน”

เทสก้มคำนับเจ้านายตนเองและโค้งคำนับเจ้านายเหนือหัวด้วยท่าทางนอบน้อมมากที่สุด ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป

“เจ้าเองก็ทำงานได้ดีมากสมกับเป็นมือขวาของข้าสหายรัก หากงานสำคัญชิ้นนี้สำเร็จข้าจะแต่งตั้งให้เจ้าเป็นรัฐมนตรีเลยดีไหม เจ้าอยากจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไหนก็เลือกเอาเลย”

“ข้าไม่อยากเป็นรัฐมนตรีหรอก ข้าเป็นมือขวาของเจ้าแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว แต่ข้าก็ไม่เคยขัดเจ้าได้อยู่แล้วนี่ ราชาซาฮิม”

คำตอบรับแกมยกย่องให้เกียรติ ที่ออกไปในทางหยอกเย้าของหนุ่มเจ้าสำราญ เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนทั้งคู่เสียงดัง ก่อนที่ราชาหนุ่มจะเดินไปยังห้องนอนของตน ซึ่งมีนางระบำสาวรออยู่ในนั้น

‘นางไม่ใช่แค่นางระบำธรรมดาเสียแล้วสิ แต่นางคือ คนรักของศัตรู!’

ตอน 2

เสียงประตูบานใหญ่เปิดออก ฉุดให้ร่างบางที่กำลังยืนนิ่งจมดิ่งอยู่กับความคิดอยากเอาตัวรอดของตนเองหลุดออกจากภวังค์ ก่อนจะหันขวับมามองพร้อมกับตั้งท่าหลีกหนีทีไล่ ขยับถอยออกห่างจนแผ่นหลังไปชนกับขอบตู้ขนาดใหญ่ ดวงตาดำขลับจ้องฝ่ายตรงข้ามราวกับกวางสาวที่ระแวงภัย ในใจก็ครุ่นคิดถึงวิธีเอาตัวรอดตลอดต่างๆ นานา ก็สายตาท่าทางคุกคามของราชาหนุ่ม ราวกับเจ้าป่ากำลังไล่ต้อนเหยื่อให้จนมุม และเธอก็กำลังมาถึงทางตันเมื่อร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกขวางทางเธอเอาไว้

“ว้าย!”

โดยไม่ทันคาดคิด อยู่ๆ มือหนาก็เอื้อมมากระชากผ้าคลุมหน้าออกจากใบหน้าสวยซึ้งอย่างแรง เผยให้เห็นเรียวหน้ารูปไข่สวยงามหมดจดเต็มตาแทบจะทันที ทว่าสายตาที่ชีคหนุ่มมองเธอ กลับไม่ใช่แววตาที่ชื่นชมหลงใหลเหมือนผู้ชายทั่วไปที่มักมองเธอด้วยความใคร่กระหายรักเสมอๆ แต่ดวงตาของชายหนุ่มวาววับราวกับดวงตาของพญาเหยี่ยวที่หมายจะตะครุบเหยื่อเสียมากกว่า

มือกร้านแข็งดุจคีมเหล็กบีบเข้าที่ปลายคางเล็กเมื่อหญิงสาวสะบัดหน้ามาหาหมายจะด่าทอคนหยาบคายไร้มารยาทให้เจ็บแสบ แต่เธอกลับไม่อาจส่งเสียงออกมาได้ เพราะถูกบีบที่ปลายคางจนเจ็บร้าว มิหนำซ้ำร่างเล็กยังถูกดันให้ชิดฝาผนัง สองมือบางพยายามแกะคีมเหล็กออกไปให้พ้นจากใบหน้า แต่ก็ไร้ผล

“หยุดดิ้น! แล้วตอบคำถามข้ามา” ตะคอกเสียงแข็งกร้าว พร้อมกับดวงตาวาวโรจน์ที่จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของหญิงสาว

แววหวาดหวั่นตื่นตระหนกฉายวาบในดวงตาสีนิล เมื่อได้ยินเขาตะคอกถามเสียงดังไร้ความอ่อนโยน เธอทำผิดอะไรหรือเขาถึงต้องใช้กำลังและมองเธอด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายเช่นนี้ ทำไมถึงไม่ถามเธอดีๆ หรือคิดว่าตนเองเป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่แล้วจะใช้กำลังอำนาจข่มเหงสตรีอย่างไรก็ได้ ‘ไอ้ชีคจอมโหด!’ หญิงสาวสบถด่าชีคหนุ่มทางสายตา

“เจ้าคบกับราเชลมานานแค่ไหนแล้ว” ถามเสียงเข้ม มือกร้านคลายออกเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้ตอบคำถาม

“ฉะ...ฉันไม่ได้คบกับเขา ปล่อยฉันก่อนได้ไหม ฉันเจ็บนะ! ” พรีมรตาอดไม่ได้ที่จะตวาดแว้ดใส่คนร้ายกาจชอบใช้กำลัง ก็เธอเจ็บจริงๆ นี่ แต่มันเจ็บที่ใจมากกว่า

“โกหก!” ตะคอกใส่หน้าอีกครั้งเสียงดังมากกว่าเดิม ก่อนจะปล่อยมือกร้านออกจากปลายคางเล็กอย่างหงุดหงิด แล้วไต่สวนต่อด้วยใบหน้าถมึงทึง มองนางระบำสาวด้วยสายตาจับผิดตลอดเวลา

“ฉันไม่ได้โกหก” โต้ตอบออกไปหอบๆ ด้วยหัวใจเต้นระทึก ยังนึกไม่ออกว่าจะหาหนทางหนีออกไปจากวังนี้ได้อย่างไร อย่าว่าแต่จะคิดหนีออกไปจากวังนี้เลย แค่จะหาทางหนีออกไปจากห้องนอนของไอ้ชีคหน้าโหดนี่จะได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่อย่างไรเสียผู้หญิงอย่างพรีมรตาก็จะไม่ยอมให้ผู้ชายหน้าไหนมาข่มเหงรังแกเธอได้ง่ายๆ หรอก ไม่เชื่อก็คอยดู

“บอกมา ไอ้ราเชลมันอยู่ที่ไหน! ” อีกครั้งที่เขาตะคอกถามเสียงดังใส่หน้า นัยน์ตาดุดันน่ากลัว

“ฉะ...ฉันไม่รู้! ฉันก็กำลังตามหาเขาอยู่เหมือนกัน” โต้ตอบออกไปเสียงดังเช่นกัน พลางหอบหายใจสะท้อนถี่จนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโมโหและหวาดกลัวพอๆ กัน ก็เขามาตะคอกใส่หน้าเธอทำไมล่ะ ทำไมไม่รู้จักถามดีๆ แล้วทำไมจะต้องใส่อารมณ์กับเธอด้วย แล้วก็ยังจะมองเธอด้วยสายตาอำมหิตแบบนี้อีก

ดูท่าทางคนฟังเหมือนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่หญิงสาวพูด ดวงตาสีสนิมคมกล้าวาวโรจน์ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับขยับเข้ามาใกล้จนชิดด้วยท่าทางคุกคาม ฝ่ามือใหญ่สองข้างยกขึ้นทาบกับฝาผนังเป็นกำแพง กักกันร่างเล็กไว้ในกรงแขน จนยากที่เหยื่อสาวจะขยับหนีไปทางไหนได้ คงได้แต่ยืนนิ่งแทบลืมหายใจ ไม่รู้ว่าไอ้ชีคบ้านี่มันโกรธแค้นผู้ชายที่เธอกำลังตามหาอะไรนักหนา ถึงได้ดูโมโหโกรธาเธอมากมายขนาดนี้

“จะให้ข้าเชื่อเจ้าได้อย่างไร พรีมรตา อย่ามาลูกเล่นกับข้า”

ดวงตาคู่สวยไหวระริกทั้งหวาดหวั่นทั้งสงสัย เขารู้จักชื่อเต็มๆ ของเธอได้อย่างไร แล้วเขาจะเอายังไงกับเธออีก ตอบความจริงไปก็ไม่เชื่อ หรือจะต้องปั้นเรื่องโกหกเขาถึงจะยอมเชื่อ สาวน้อยพยายามทำใจดีสู้เสือ ตั้งใจจะไม่หยาบคายกับเขา แล้วตั้งสติ หายใจเข้าปอดลึกๆ

‘ลองถามหยั่งเชิงเขาดูก่อนดีกว่า เผื่อจะรู้ข้อมูลอะไรบ้าง’

“ท่านรู้จักชื่อของฉันได้อย่างไร”

“เจ้ามีหน้าที่แค่ตอบคำถามข้า ไม่มีสิทธิ์มาย้อนถามข้า เข้าใจไหม! ” เขาจุดต่อมโมโหหญิงสาวด้วยการตะคอกใส่หน้าเธออีกครั้ง

“พูดดีๆ ก็ได้นี่ ทำไมต้องตะคอกใส่กันด้วย หูของฉันไม่ได้หนวกนะ” อยู่ใกล้แค่นี้ยังตะคอกเสียงดังอยู่ได้ ‘ไอ้ชีคบ้า ไอ้ชีคเลว ไอ้ชีคจอมโหด’

“ไม่ต้องมาด่าข้าด้วยสายตา ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ไอ้ราเชลมันอยู่ที่ไหน” คราวนี้ถามเสียงเข้มหนักลอดไรฟันเบาๆ ทว่าสายตาวาววับของเขากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่แทบจะเชือดเฉือนเนื้อหนังของเธอให้ขาดวิ่นออกเป็นชิ้นๆ ได้

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่รู้ ฟังไม่เข้าใจหรือยังไง! ”

“อย่าบังอาจมาขึ้นเสียงกับข้า หรือเจ้าอยากท้าทายอำนาจของข้าใช่ไหม แม่แกะน้อย” ใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยสากเคราเขียวครึ้มก้มต่ำลงมาใกล้ ใบหน้าสวยเอียงหนีอย่างขยาด ออกแรงยันอกแกร่งให้ออกห่างสุดแรงแต่แรงเท่ามดหรือจะสู้แรงของพญาราชสีห์

“ปล่อยฉันนะ! อึ๋ย ไอ้ชีคบ้า แกจะทำอะไรฉัน! อ๊าย...ไม่นะ!” ร่างเล็กในอ้อมแขนหลบหลีกพัลวัน คำหยาบคายหลุดออกมาอย่างลืมตัวด้วยความโกรธจัด เมื่อโดนรังแกจนแทบจะหมดหนทางสู้ แต่หญิงสาวก็พยายามจะต่อสู้ดิ้นรนสุดแรง จนเสียหลักล้มลงไปบนเตียงกว้าง เปิดโอกาสให้ร่างใหญ่ลงมาทาบทับจนแทบจะหายใจไม่ออก ดีที่เขายังปรานีอยู่บ้างที่ขยับกายยกขึ้นเป็นคร่อมทับด้วยศอกแทน

“แรงเยอะไม่ใช่เล่นนะ ตัวแค่นี้ ดูซิ...ว่าเจ้าจะยังปากแข็งได้สักกี่น้ำ”

“ทะ...ท่านจะทำอะไร” ใบหน้าสวยซึ้งเริ่มซีดเผือด ร่างเล็กเริ่มสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว คำร่ำลือที่ว่าเขาเป็นชีคใจโหดใจมารป่าเถื่อน มันเป็นความจริงหรือนี่ มันกำลังจะใช้กำลังบังคับข่มขืนเธอใช่ไหม ไม่นะ...

“กรี๊ดดด! ช่วยด้วยค่า! ช่วยฉันด้วย!”

“เจ้าจะร้องกรี๊ดๆ ทำไม หา! ” มือเล็กถูกจับกดให้จมไปกับที่นอน พร้อมกับคำถามแข็งกร้าวด้วยความโมโห เพราะเสียงของเธอทำให้หูของเขาแทบระบม

“ก็ท่านกำลังจะทำอะไรฉันล่ะ”

“ข้าจะทำอะไรเจ้าน่ะหรือ กำลังคิดอยู่” แววตากระเหี้ยนกระหือรือมองเหยื่อสาวจอมพยศอย่างเจ้าเล่ห์น่ากลัว

“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง หากเจ้ายังปากแข็งอยู่อีกละก็ ข้าจะจูบเจ้าให้ขาดใจตายไปเลย บอกมา...ไอ้ราเชลมันอยู่ที่ไหน”

“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง หากเจ้ายังปากแข็งอยู่อีกละก็ ข้าจะจูบเจ้าให้ขาดใจตายไปเลย บอกมา...ไอ้ราเชลมันอยู่ที่ไหน” เขาไม่ได้แค่ขู่ แต่เขาตั้งใจจะทำจริงๆ แม้ว่านางจะเป็นคนรักของศัตรูก็เถอะ เขาไม่รังเกียจหรอก

‘จะบอกไปตามความจริงดีหรือเปล่านะ ว่าเธอมาที่ประเทศนี้ด้วยจุดประสงค์ใด’ แต่พอคิดๆ ดูแล้ว ‘ไม่ได้หรอก บอกไม่ได้ อีกอย่างเธอก็ไม่รู้แน่ชัดด้วยว่าราเชลอยู่ที่ไหน แต่ถ้าหากตอบไปว่าไม่รู้เขาก็คงไม่เชื่อเธออีก สงสัยคงจำเป็นต้องสร้างเรื่องโกหกแล้วกระมังเขาถึงจะเชื่อแล้วยอมปล่อยเธอไป’ พรีมรตาคิดใคร่ครวญไม่กี่วินาทีก็ตัดสินใจได้ในที่สุด

‘เอาวะ...เป็นไงเป็นกัน โกหกเพื่อเอาชีวิตรอดไปจากไอ้ชีคใจโหดนี่ มันคงไม่บาปหรอกนะ’ พรีมรตาคิด พลางช้อนสายตาประสานเข้ากับดวงตาวาววับที่รอคอยคำตอบของชีคหนุ่มด้วยดวงตาไหวระริก ริมฝีปากเล็กสีชมพูสดเริ่มอ้าเผยอเตรียมโป้ปดออกไป

“ฉันบอกก็ได้ แต่ว่า...ถ้าฉันบอกท่านไปแล้ว ท่านต้องปล่อยฉันไปนะ” หญิงสาวยื่นข้อต่อรองเสียงสั่นๆ ทั้งที่พยายามบังคับให้น้ำเสียงของตนเองมั่นคงสุดแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผล ความรู้สึกทั้งกลัวทั้งประหม่าต่อสายตาแสนเสน่หาที่สะกดให้อิสตรีหลงใหล มันคอยจะทำลายสติของเธอให้กระเจิดกระเจิงตลอดเวลา ทว่าความหวาดกลัวว่าเขาจะทำตามที่ขู่มีมากกว่าความรู้สึกอ่อนไหวที่วูบขึ้นมาในหัวใจเพียงเสี้ยววินาที

“มันขึ้นอยู่กับคำตอบของเจ้า สาวน้อย ถ้าคำตอบของเจ้าไม่เป็นที่พอใจ ข้าอาจจะทำมากกว่าจูบก็ได้” คราวนี้รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปนยียวนฉาบขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดูคล้ายโจรบ้ากามไม่มีผิด พรีมรตายังคงดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่างหนาด้วยความหวาดหวั่นแกมสะอิดสะเอียนสายตาแทะโลมของชีคใจโหด

“ก็ได้ๆ ฉันยอมแล้ว ราเชล...ราเชลอยู่ที่รัฐ...รัฐบาร์การู” โชคดีที่เธอจำเรื่องที่ปู่ของเธอเคยเล่าให้ฟังในวันแรกที่มาถึงได้ ว่าประเทศซาร์เนเวียร์มีสองรัฐคือรัฐโอลัลนาร์และรัฐบาร์การู และปันจาร์อาจจะถูกตั้งเป็นรัฐที่สามของซาร์เนเวียร์เป็นอันดับต่อไป แต่ว่าไอ้รัฐบาร์การูมันอยู่ที่ไหนเธอก็ยังไม่รู้ แต่ก็ช่างเถอะ ว่าแต่โกหกออกไปแบบนี้เขาจะเชื่อเธอไหมเนี่ย

สายตาที่มองมาอย่างจับผิดตลอดเวลา กวาดมองไปทั่วดวงหน้างดงามเพื่อค้นหาพิรุธ เขาควรเชื่อนางอย่างนั้นหรือ นางอาจโกหกเพื่อเอาชีวิตรอดก็เป็นได้ แต่ว่าตอนนี้สาวน้อยคนนี้ก็เหมือนลูกไก่อยู่ในกำมือของเขาอยู่แล้วนี่ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด จับนางไว้เป็นเชลยก่อนก็ได้ จนกว่าจะตามหาองค์รัชทายาทกำมะลอได้สำเร็จค่อยปล่อยนางไปก็คงไม่เสียหายอะไร

“อยู่ที่บาร์การูอย่างนั้นหรือ ตกลง...ข้าจะลองเชื่อเจ้าดูสักครั้ง แต่ว่าเจ้าจะต้องติดตามข้า ไปตามล่าไอ้ราเชลคนรักของเจ้าจนเจอ แล้วข้าจะฆ่ามันทิ้งเสีย”

“ละ...แล้วทำไม ท่านต้องฆ่าเขาด้วยล่ะ”

“เพราะมันคือลูกชายของโอมาร์ ราสชิด อัลฟาฮาร์ ยังไงล่ะ ข้าจะฆ่าสายเลือดของไอ้โอมาร์ทุกคน”

“ไม่นะ! ท่านจะฆ่าเขาไม่ได้นะ เขา...”

ไม่ได้หรอก...เธอจะยอมให้ราเชลตายไม่ได้เด็ดขาด แต่จะบอกความจริงออกไปก็ไม่ได้อีก เพราะราเชลเป็นถึงทายาทขององค์ราชาโอมาร์ที่เขาคิดจะฆ่า และเป็น...พรีมรตาคิดหนัก เธอจะยอมให้คนที่เธอรักมารับเคราะห์กรรมที่ไม่ได้ก่อได้อย่างไร แล้วแค่เกิดเป็นลูกชายของศัตรูต้องรับโทษถึงตายเชียวหรือ ทำไมไอ้ชีคบ้านี่ถึงได้มีใจคอโหดเหี้ยมนัก

“ดูท่าทางของเจ้า คงจะเป็นห่วงไอ้ราเชลมันมากสินะ อยากตายแทนมันหรือไง หึ...ชีวิตของเจ้าแลกกับชีวิตของมันไม่ได้หรอก”

จบประโยคห้วนห้าวร่างหนาก็ลุกขึ้น มองไปทางร่างบางอย่างเหยียดหยาม นางสวยน่ากินมากทีเดียว แต่ไม่น่าไปเป็นคนรักของไอ้ลูกราชากำมะลอนั่นเลย สงสัยคงมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแล้วสินะ ถึงได้ดูเป็นห่วงเป็นใยกันนัก เขาไม่อยากแตะต้องผู้หญิงของศัตรูนักหรอก ทั้งที่ตอนแรกก็ไม่นึกรังเกียจเท่าไร แต่พอเห็นนางทำท่าเป็นห่วงเป็นใยศัตรูของเขาขึ้นมา ชีคหนุ่มก็อดที่จะรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้

“พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวออกเดินทางกับข้า” สั่งเสร็จก็หันหลังเดินออกจากห้องไป

พรีมรตารีบยันตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วถอนหายใจออกมายาวเหยียดอย่างโล่งอก ‘เกือบไปแล้วไหมล่ะ ว่าแต่คืนนี้เธอจะต้องค้างที่วังแห่งนี้น่ะหรือ แล้วจะให้นอนห้องไหน อย่าบอกนะว่าต้องนอนในห้องนี้ ตายล่ะ...ชุดเปลี่ยนก็ไม่มี หากคิดจะหนีออกไปด้วยชุดส่าหรีแบบนี้ก็ไม่สะดวกน่ะสิ’ คนที่ตกอยู่ในฐานะเชลยคิดอย่างว้าวุ่นใจ รู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาทันทีเมื่อยังคิดหาทางออกให้ตนเองไม่ได้

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า กระทั่งดวงตะวันลาลับผืนทราย ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีหม่นและมืดลงในที่สุด ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอีกครั้ง ก็เห็นสาวใช้ยกถาดอาหารมาเสิร์ฟ พรีมรตานั่งทานอาหารเย็นเพียงลำพังคนเดียว เธอพยายามกินให้อิ่มเพื่อที่จะได้มีแรงหนีหรือไม่ก็มีแรงเอาไว้ป้องกันตัวหากถูกคนชั่วรังแกอีก

ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากทานข้าวอิ่ม ฟีน่าก็เดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อผ้าของสตรีที่อยู่ในมือ นางเอามาวางไว้บนปลายเตียง ก่อนจะเดินมาหาเชลยสาว มืออวบดึงผ้าคลุมหน้าออกแล้วส่งยิ้มมาให้พรีมรตาอย่างเป็นมิตร

“ท่านชีคบอกให้เอาชุดมาให้นายหญิงเจ้าค่ะ” คำสรรพนามที่ใช้เรียกพรีมรตาเปลี่ยนไปจากเดิม จาก ‘มิส’ เป็น ‘นายหญิง’ คนที่ถูกเรียกด้วยสรรพนามใหม่ที่ชวนขนลุกมองหน้าสาวใช้ที่อายุน่าจะมากกว่าเธอหลายปีด้วยแววตาคำถามทันที ฟีน่าเรียกเธอว่า ‘นายหญิง’ มันหมายความว่าอย่างไรกัน

“อีกสักประเดี๋ยว ฮานะจะมาอาบน้ำให้กับนายหญิงนะเจ้าคะ” บอกเสร็จก็เตรียมตัวจะหันหลังเดินกลับออกไป

“เดี๋ยวสิ ฟีน่า”

ร่างอวบในชุดคลุมยาวชะงักเท้ากึก ก่อนจะหันหน้ากลับมาถามนางสนมหมาดๆ ของเจ้านายด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ชีคซาฮิมเพิ่งจะบอกนางเมื่อครู่นี้เองว่า ต่อไปให้เรียกพรีมรตาว่า ‘นายหญิง’ เพราะพรีมรตาจะอยู่ในวังหลวงแห่งนี้ในฐานะ ‘นางสนม’ ของเขา

“นายหญิงมีอะไรจะให้ฟีน่ารับใช้หรือเจ้าคะ”

พรีมรตาเดินเข้าไปใกล้สาวใช้ร่างอวบที่ยืนก้มหน้าเตรียมรับคำสั่งด้วยกิริยาสงบ “ทำไมถึงเรียกฉันว่านายหญิงล่ะ ทำไมถึงไม่เรียกมิสเหมือนเดิม”

“เป็นคำสั่งของท่านซาฮิมเจ้าค่ะ นายท่านบอกว่าต่อไปให้เรียกมิสว่านายหญิง” ฟีน่าพยายามอธิบายให้เจ้านายคนใหม่ของเธอเข้าใจง่ายมากที่สุด แต่ในดวงตาคู่สวยของคนฟังก็ยังมีเครื่องหมายคำถามอยู่ดี

“ก็แล้วมันหมายความว่าอย่างไรล่ะ คือฉันหมายถึงว่า ฉันอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรกันแน่” หญิงสาวเริ่มเสียงดังมากขึ้นตามอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแปลกๆ เกี่ยวกับสถานะของตนเอง

“เอ่อคือ...” สาวรับใช้อ้ำๆ อึ้งๆ แต่พอเห็นสายตาคาดคั้นเอาคำตอบจากนายสาวจึงจำต้องพูดถึงฐานะของพรีมรตาออกไปอย่างไม่ค่อยจะเต็มเสียงนัก เพราะไม่รู้ว่าสาวน้อยตรงหน้าจะยินดีกับตำแหน่งของตนเองหรือเปล่า

“คืออะไร” อดไม่ได้ที่จะถามย้ำออกมาอย่างหงุดหงิด ที่หญิงรับใช้สูงวัยทำท่าเหมือนไม่อยากจะตอบคำถามเธอให้กระจ่างเร็วๆ สักที

“คือท่านชีคบอกว่า นายหญิงจะอยู่ที่นี่ในฐานะ ‘นางสนม’ ของท่านชีคเจ้าค่ะ เอ่อคือ...นายหญิงน่าจะดีใจนะเจ้าคะที่ได้เป็นนางสนมคนแรกของท่านชีคที่เป็นถึงราชาของซาร์เนเวียร์ และต่อไปนายหญิงอาจจะได้เลื่อนเป็นชีคคาก็ได้นะเจ้าคะ” ฟีน่ารีบอธิบายอย่างร้อนรนยาวเหยียดเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของพรีมรตา

“นางสนม ไม่จริง ฉันอยู่ในฐานะเชลยของเขาต่างหากล่ะ และฉันก็ไม่อยากเป็นนางสนมของเขาด้วย” คนที่ถูกเปลี่ยนฐานะจากเชลยมาเป็นนางสนมอย่างกะทันหันระเบิดอารมณ์ออกมาเสียงดังจนคนฟังรู้สึกใจคอไม่ดี แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากจะทำตามคำสั่งของเจ้านายเท่านั้น

ตอน 3

ใครๆ ก็รู้ว่าชีคซาฮิมโหดเหี้ยม เผด็จการ และเด็ดขาดมากขนาดไหน ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของเขาหรอก หากใครยังรักตัวกลัวตายก็ต้องยอมสยบอยู่ใต้อำนาจของราชาคนใหม่ รวมถึงตัวเธอด้วย หากยอมปฏิบัติตามคำสั่งแต่โดยดี คนนั้นก็จะอยู่อย่างสุขสบาย ฟีน่ามองสาวน้อยตรงหน้าด้วยความเห็นอกเห็นใจ เมื่อพอจะดูออกว่าพรีมรตาคงไม่เต็มใจจะเป็นนางสนมของท่านชีคของเธอจริงๆ

“ไม่ว่านายหญิงจะเต็มใจเป็นนางสนมของท่านชีคหรือไม่ ก็ไม่สำคัญหรอกเจ้าค่ะ คำสั่งของท่านชีคคือประกาศิตที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ฮานะเข้ามาพอดี ท่านเตรียมตัวไปอาบน้ำให้สบายใจเถิด อีกสักพักท่านชีคคงจะเข้ามา นายหญิงจะได้ไม่โดนดุ”

พรีมรตาปรายตาไปมองทางสาวใช้ที่ชื่อ ‘ฮานะ’ เด็กสาวอยู่ในชุดอบายะห์สีเทาที่คลุมผมด้วยฮิญาบสีเดียวกัน สาวใช้คนนี้คงจะอายุน้อยกว่าเธอสักสามสี่ปีได้กระมัง เพราะใบหน้าของเด็กสาวดูอ่อนเยาว์เหมือนสาวน้อยแรกรุ่น

“ฉันเข้าใจละ เธอชื่อฮานะใช่ไหม” เมื่อพูดกับฟีน่าเข้าใจแล้ว ก็หันมาทักทายสาวใช้ที่อ่อนวัยกว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง ขณะที่ฟีน่าก็เดินออกไปจากห้องอย่างเงียบๆ

“เจ้าค่ะนายหญิง” สาวใช้ตอบสั้นๆ ท่าทางสงบเสงี่ยมเจียมตัว

“พาฉันไปอาบน้ำเถอะ ฉันอยากอาบน้ำแล้ว”

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นในตอนนี้ เธอก็จำเป็นต้องทำตามคำสั่งของชีคใจโหดจอมเผด็จการไปพลางๆ ก่อน ได้โอกาสเมื่อไหร่ค่อยหนีออกไปจากที่นี่ บางทีอาจเป็นพรุ่งนี้ที่เธอจะหาทางหนีไปจากประเทศนี้แล้วรีบกลับเมืองไทย แต่เมื่อนึกถึงภาระอันหนักอึ้งของตนเองก็ทำให้พรีมรตาต้องถอนหายใจออกมาหนักๆ จนคนที่เดินนำหน้าต้องหันขวับมามองด้วยความสงสัย

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่ร้อนน่ะ”

ฮานะยิ้มให้บางๆ แล้วพานายสาวเดินผ่านห้องหนึ่งก็ถึงห้องอาบน้ำแล้ว ความจริงน่าจะเรียกห้องนี้ว่าห้องสรงน้ำมากกว่า เพราะที่นี่เคยเป็นวังของกษัตริย์มาก่อน แต่สรรพนามที่ใช้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเมื่อชีคซาฮิมขึ้นเป็นราชา ทั้งที่ความจริงชีคหนุ่มก็มีความเกี่ยวข้องกับกษัตริย์อยู่ไม่น้อยเพียงแต่มีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ แต่ด้วยความที่ชีคหนุ่มไม่ยึดถือในยศถาบรรดาศักดิ์ เขาจึงไม่เรียกตัวเองว่าพระราชา ทุกคนใต้ปกครองจึงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้คำราชาศัพท์กับเขา

และน้อยคนนักที่จะรู้ว่าชีคหนุ่มไม่ต้องการที่จะได้ตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครแห่งนี้เลย เขาลงมือโค่นล้มบัลลังก์ขององค์โอมาร์ก็เพื่อแก้แค้นให้กับครอบครัวที่ถูกฆ่าอย่างโหดร้ายที่สุด และเพื่อแก้แค้นให้กับพี่น้องในชนเผ่าของเขาที่ถูกทหารขององค์ราชาใจโฉดนั่นบุกเข้ามาฆ่าฟันไม่เว้นแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดงต้องหนีกันระส่ำระสาย หากใครคิดขัดขืนต่อสู้ก็ต้องตายอย่างอนาถ เพียงเพื่อจะช่วงชิงบัลลังก์ของกษัตริย์พระองค์ก่อน และเพียงเพื่อจะยึดเอาน้ำมันดิบที่มีอยู่ใต้สันทรายมาเป็นของตนเอง ติดต่อชาวต่างชาติให้มาลงทุนขุดเจาะบ่อน้ำมัน นำความร่ำรวยมาสู่ตนเอง ไอ้โอมาร์มันถึงได้กล้าทำเลวได้ขนาดนั้น

ชีคซาฮิมเก็บงำความแค้นมานานนับยี่สิบปี เขายังคงเฝ้ารอคอยองค์รัชทายาทของกษัตริย์พระองค์ก่อนให้มาครองบัลลังก์อย่างมีความหวัง ตลอดเวลาก็แอบซ่องสุมกองกำลังอย่างลับๆ ต่อสู้กับกองโจรทะเลทรายจนได้รับชัยชนะหลายครั้งต่อหลายครั้งก็ได้อาวุธและกำลังคนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วในที่สุดเมื่อปีที่ผ่านมา การเฝ้ารอคอยการล้างแค้นอันยาวนานก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อซาฮิมรวบรวมกำลังพลบุกเข้ายึดวังหลวงได้สำเร็จ

ฮานะนึกถึงเรื่องที่พ่อของเธอเคยเล่าให้ฟังก่อนจะเข้าวังมารับใช้ราชาคนใหม่ขณะที่เดินไปเปิดน้ำใส่อ่าง แล้วหันมามองผู้หญิงของท่านชีคเป็นระยะๆ ด้วยสายตาชื่นชม เธอได้รับคำสั่งจากชีคซาฮิมให้มาเป็นสาวใช้ประจำตัวของพรีมรตา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นานมากแค่ไหนแล้วที่เจ้านายหนุ่มผู้เงียบขรึมของเธอไม่คิดจะสนใจผู้หญิงคนไหนอย่างจริงจัง ทว่าเวลานี้ชีคหนุ่มกลับแต่งตั้งผู้หญิงคนนี้เป็นนางสนม แต่ไม่น่าแปลกใจหรอกที่ท่านชีคจะสนใจพรีมรตาเป็นพิเศษ เพราะนางสวยมาก ขนาดเธอเป็นผู้หญิงด้วยกันเองก็ยังอดที่จะรู้สึกชื่นชมหญิงสาวไม่ได้

พรีมรตารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอโรมา มีแสงไฟเรืองรองฉายส่องมาจากโดมทองด้านบน ตามมุมห้องประดับประดาด้วยโคมไฟ ด้านหน้าของเธอก็มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่คิดว่าน่าจะทำมาจากหินซึ่งฮานะเปิดน้ำใส่ไว้แล้วพอประมาณ มีกลีบกุหลาบสีแดงลอยอยู่เหนือน้ำชวนให้ไปลงแหวกว่ายยิ่งนัก

“เฮ้ย! เธอจะทำอะไรน่ะฮานะ”

ขณะที่ร่างอรชรที่ยังอยู่ในชุดส่าหรีกำลังดื่มด่ำกับความหรูหราของห้องอาบน้ำ พรีมรตาก็ต้องร้องเสียงหลงออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเด็กสาวทำท่าจะเข้ามาถอดเสื้อผ้าของเธอออก

“ฮานะก็จะถอดเสื้อผ้าให้นายหญิงไงเจ้าคะ จะได้ลงไปอาบน้ำในอ่างได้” เด็กสาวตอบขำๆ เมื่อเห็นท่าทางตกอกตกใจของนายสาวที่เบิกตาโตราวกับไข่ห่าน

“ฉันถอดเองได้”

“นายหญิงอายหรือเจ้าคะ หน้าแดงเชียว” สาวใช้รุ่นเยาว์ถามยิ้มๆ

“แล้วเธอไม่อายเหรอ ที่ต้องอาบน้ำให้คนอื่นน่ะ”

“ก็อายนิดๆ เจ้าค่ะ แต่เป็นคำสั่งของท่านชีค ฮานะก็ต้องทำตาม ถ้านายหญิงจะถอดชุดเองก็ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แต่พอลงอ่างแล้ว ฮานะต้องเป็นคนขัดตัวให้นายหญิงนะเจ้าคะ”

สายตามุ่งมั่นของเด็กสาว ทำให้พรีมรตาต้องยอมแพ้ อีกอย่างเธอก็อยากจะอาบน้ำเต็มแก่แล้ว อาบน้ำเสร็จก็จะได้พักผ่อนเสียที ก็ตอนนี้เธอรู้สึกทั้งเหนื่อยทั้งง่วง เพราะเมื่อคืนได้นอนน้อยเหลือเกิน และในคืนก่อนหน้าที่ผ่านมาก็ไม่ได้นอนเต็มอิ่ม

ไม่กี่นาทีต่อมาร่างอรชรก็ลงไปอยู่ในอ่างน้ำ โดยมีสาวใช้คอยขัดผิวให้ ฮานะใช้สบู่ดำที่ทำมาจากน้ำมันมะกอก จนผิวกายที่ขาวผ่องเรียบเนียนอยู่แล้วดูเปล่งปลั่งสดใสน่ามองยิ่งขึ้น จากนั้นสาวใช้ก็ใช้สบู่เหลวกลิ่นดอกไม้ถูตัวนายสาวอีกรอบ แล้วก็ชำระล้างร่างกายงดงามผุดผาดจนสะอาดหมดจด ตบท้ายด้วยการฉีดพรมน้ำหอมกลิ่นกุหลาบไปทั่วเรือนร่าง

“นายหญิงเป็นผู้หญิงที่มีผิวสวยมากๆ เลยเจ้าค่ะ ท่านชีคจะต้องหลงท่านมากๆ แน่” เด็กสาวออกความเห็นอย่างซื่อๆ คนถูกชมแอบเขินเล็กน้อย ส่งยิ้มหวานมาให้สาวใช้ประจำตัวอย่างเป็นมิตรมากขึ้น

“แต่ฉันไม่ชอบท่านชีคของเธอ”

“แต่ฮานะคิดว่าท่านชีคจะต้องชอบนายหญิง”

“เพราะว่าฉันสวยน่ะเหรอ”

“ก็ประมาณนั้นเจ้าค่ะ ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบผู้หญิงสวยๆ ก็เหมือนกับผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ชอบผู้ชายหน้าตาดี ไม่ใช่หรือเจ้าคะ” เด็กสาวออกความคิดเห็นตามตรง ซึ่งพรีมรตาก็เห็นด้วย

ผู้ชายส่วนใหญ่ก็ชอบผู้หญิงที่ความสวยกันทั้งนั้นแหละ แต่คงจะยกเว้นผู้ชายที่ชื่อ ‘ซาฮิม’ เพราะสายตาที่เขามองเธอ มันไม่มีความพิศวาสหรือเสน่หาเจือปนอยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามมีแววดูถูกดูแคลนเหมือนไม่ชอบหน้าอย่างเห็นได้ชัด หรือเพราะเขาคิดว่าเธอเป็นคนรักของศัตรูใช่ไหม เขาจึงไม่มีทีท่าว่าจะสนใจใยดีเธอเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ

‘ดีเหมือนกัน ให้เขาเข้าใจผิดแบบนี้แหละดีแล้ว เขาจะได้ไม่มาข้องเกี่ยวกับเธอ’

สองสาวคุยกันไปเรื่อยๆ กระทั่งพรีมรตามาอยู่ในชุดยาวกรอมเท้าสีหวาน ผมดกดำทิ้งตัวแผ่กระจายเต็มแผ่นหลัง ดูเงางามน่าสัมผัส ใบหน้าเรียวรูปไข่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมเพียงบางเบา เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยฮานะก็เดินออกไปจากห้อง ปล่อยนายหญิงของเธอไว้ในห้องนอนตามลำพัง

ร่างอรชรเดินมานั่งบนขอบเตียง ในหัวสมองก็คิดถึงแผนการที่จะหนีออกไปจากวังหลวงตลอดเวลา เธออยากหนีไปให้พ้นจากคนใจคอโหดเหี้ยมโดยเร็วที่สุด หญิงสาวคิดหาหนทางจนดวงตาเริ่มจะปิด

พรุ่งนี้เช้าชีคซาฮิมบอกว่า เขาจะพาเธอออกไปตามหาราเชลด้วยกัน ไปตามหาที่รัฐบาร์การู แล้วจะเดินทางไปยังไง หากนั่งอูฐไปเธอจะหนีไปจากเขาด้วยวิธีไหน ตีหัวเขาให้สลบแล้วขโมยอูฐหนีไปอย่างนั้นหรือ หากขี่ม้าไปล่ะ ก็พอเห็นช่องทางหนีรำไรเนื่องจากเคยขี่ม้ามาบ้าง แต่พวกทหารก็อาจจะตามไล่บี้เธอจนทัน หรือว่าเขาจะพาเธอนั่งเฮลิคอปเตอร์ไป ยิ่งหาทางหนีไม่ได้น่ะสิ เธอควรจะทำยังไงดีเนี่ย จะหนีเอาตัวรอดไปจากปีศาจทะเลทรายอย่างชีคซาฮิมได้อย่างไร

หญิงสาวคิดขณะที่เอนตัวลงบนที่นอน ขยับตัวขึ้นไปหนุนหมอน หนังตาก็เริ่มจะหนักอึ้งลงทุกทีจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น แต่ก่อนที่เปลือกตาบางจะปิดสนิทลง

ผั่วะ!

เสียงประตูหน้าห้องเปิดออก ทำให้ดวงตาที่หรี่ปรือกะพริบปริบๆ มองไปทางต้นเสียงด้วยความง่วงงุน แต่พอเห็นว่าใครเดินเข้ามา ความง่วงก็บินหนีไปทันที ความตื่นตระหนกเข้ามาแทนที่แทบจะทันทีทันใด จนต้องยันกายลุกขึ้นนั่งแล้วถอยห่างไปจนชิดหัวเตียง เมื่อร่างสูงในชุดโต๊ปสีขาวสะอาดเดินเข้ามาใกล้แล้วมองเธอดวงตาเป็นประกายระยับ ไม่น่าไว้ใจ

“กลัวข้าขนาดนั้นเลยหรือพรีมรตา คิดว่าข้าจะปล้ำเจ้าหรือยังไง”

เขาบอกทุกคนว่าเธอเป็นนางสนมของเขา แล้วจะให้เธอคิดว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษหรือไง คิดพลางรีบหยิบเอาหมอนข้างมากอดเอาไว้ ราวกับว่ามันจะเป็นเกราะคุ้มกันเธอได้อย่างนั้นแหละ

“ทะ...ท่านกำลังจะทำอะไร”

ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้กำลังตั้งท่าจะก้าวขาขึ้นมานอนบนเตียง คนที่ถอยร่นไปจนชิดขอบหัวเตียงรีบถามเสียงสั่น แววตาดูตื่นตระหนกราวกับสาวน้อยไร้เดียงสา ทำให้ชีคหนุ่มนึกอยากจะแกล้งเชลยสาวของเขาขึ้นมาจริงๆ

“ข้าก็กำลังจะนอนอยู่นี่ไง”

“ไม่ได้ ท่านจะนอนที่นี่ไม่ได้นะ ถ้าท่านนอนตรงนี้ แล้วฉันจะไปนอนที่ไหนล่ะ”

ชีคซาฮิมที่กำลังจะเอนตัวลงนอนหันไปมองหน้าคนถามที่มองเขาราวกับว่าเขาเป็นโจรบ้ากามด้วยสายตาดุกร้าว นางมีสิทธิ์อะไรมาสั่งเขา ห้องนี้เป็นห้องของเขา และเตียงนี้ก็เป็นเตียงของเขา ฉะนั้นเขาจะนอนที่ไหนก็ย่อมได้

“ทำไมจะไม่ได้ ฟีน่าไม่ได้บอกเจ้าหรือ ว่าตอนนี้เจ้าอยู่กับข้าในฐานะอะไร ข้าอุตส่าห์เลื่อนตำแหน่งให้เจ้า จากเชลยสาวมาเป็นนางสนมแทน ไม่ดีใจหรอกรึ”

‘ดีใจกับผีน่ะสิ ใครอยากจะเป็นนางสนมกัน ต่อให้เลื่อนเป็นชีคคาก็ไม่มีทางสนใจ ชีคที่มีจิตใจโหดเหี้ยมแบบนี้ต่อให้หน้าตาดีดึงดูดใจมากแค่ไหน หางตาเธอก็จะไม่แล’

“ฉันจะดีใจมาก ถ้าท่านปล่อยฉันไป”

‘หึ ไม่มีวัน รอให้จับไอ้ราเชลมาให้ได้ก่อนเถอะ’ ดวงตาสีสนิมเริ่มแข็งกร้าวขึ้นเมื่อนึกถึงทายาทของศัตรูหมายเลขหนึ่ง อารมณ์ที่ยังเย็นๆ อยู่เมื่อครู่พลันร้อนรุ่มขึ้นด้วยเพลิงแค้นที่สุมอยู่ในอกมาเนิ่นนาน พลางหันไปมองคนข้างๆ ด้วยสายตาวาววับ

พรีมรตารู้สึกถึงรังสีอำมหิตพุ่งวาบอาบตัวเธอจนรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงไขสันหลังทันที ทำไมแค่บอกให้เขาปล่อยเธอไป จะต้องทำท่าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้ด้วย ถึงชีคหนุ่มจะไม่พูดอะไรออกมา แต่ดวงตาของเขาบอกอะไรได้หลายอย่าง อย่างหนึ่งที่รู้คือเขากำลังโกรธ

“ข้าจะปล่อยเจ้าไปแน่ ถ้าไอ้ราเชลมันตาย หรือไม่...เจ้าก็ต้องมาเป็นนางสนมของข้าตลอดไป หากตามหาตัวคนรักของเจ้าไม่เจอ”

พรีมรตาหอบหายใจสะท้าน ทั้งกลัว ทั้งโกรธ เมื่อได้ฟังจนจบประโยค เขาคิดจะฆ่าราเชลจริงๆ นั่นแหละ แล้วถ้าหากเขารู้ว่าเธอโกหกเรื่องที่บอกว่าราเชลอยู่ที่รัฐบาร์การูล่ะ เขาจะฆ่าเธอด้วยหรือเปล่า หญิงสาวคิดอย่างหวาดหวั่น สายตาเริ่มมองหาสิ่งของรอบตัวที่จะเอามาเป็นอาวุธป้องกันตัวและต่อสู้กับชีคใจโหดได้ แต่มุมที่เธออยู่มันไม่เอื้ออำนวยที่จะยื่นมือไปหยิบจับอะไรได้เลย เมื่อร่างหนากึ่งนั่งกึ่งนอนขวางกั้นเธอเอาไว้แบบนี้

“เอ่อ คือฉันรู้สึกปวดปัสสาวะ ขอฉันเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหม”

ชีคหนุ่มมองเชลยสาวอย่างไม่ไว้ใจเท่าไรนัก แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แค่นี้ ฤทธิ์เดชคงไม่มากนักหรอก หากนางคิดจะหนีก็คงโง่เต็มที เพราะข้างนอกมีแต่คนของเขาเต็มไปหมด และเขาก็ได้สั่งกำชับให้ไฮซาลไปบอกทหารทุกคนแล้วว่า ต้องคอยจับตามองพรีมรตาทุกฝีก้าว อย่าปล่อยให้นางหนีรอดออกไปจากวังหลวงได้โดยเด็ดขาด จนกว่าเขาจะมีคำสั่งให้ปล่อยนางไปเอง

“ก็ไปสิ”

เมื่อได้รับอนุญาต พรีมรตาก็รีบลนลานคลานลงไปจากเตียงทันที รีบรุดไปเข้าห้องน้ำแล้วขังตัวเองอยู่ในนั้นนานสองนาน จนคิดว่าไอ้ผู้ชายใจโหดนั่นคงหลับไปแล้วจึงได้รีบจัดการธุระของตนเองเสร็จก็เดินออกมา

หลอดไฟดวงใหญ่บนเพดานดับลงแล้ว เหลือเพียงแสงสว่างนวลจากโคมไฟตรงหัวเตียงหลอดเดียวเท่านั้น เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นร่างหนานอนตะแคงหลับตาพริ้ม แล้วก็ได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอบอกว่าเจ้าตัวคงนอนหลับสนิทแล้ว

ความคิดที่อยากจะหนีเอาตัวรอดเริ่มทำงานทันที สายตาระแวงภัยตวัดไปมองทางโคมไฟ เห็นแจกันดอกไม้วางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ยตรงหัวเตียง เธอค่อยๆ เดินย่องไปหยิบ ยกมันขึ้นมาถือเอาไว้มั่นด้วยสองมือ มองไปที่ศีรษะของคนที่นอนหลับอยู่อย่างตัดสินใจ

แจกันขนาดเหมาะมือถูกยกขึ้นอย่างช้าๆ สายตาเล็งเป้าหมายไม่กะพริบ หัวใจของสาวน้อยเต้นแรงแทบจะทะลุออกมาจากซี่โครงเมื่อเงื้อมือขึ้นจนสุดแขน พร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่นหลับตาปี๋ แล้วทุ่มแรงทั้งหมดฟาดอาวุธในมือลงมาบนศีรษะของคนที่นอนหลับอยู่

ฟุ่บ!!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED