งานเปิดตัวห้างสรรพสินค้าชื่อดังรายล้อมไปด้วยบรรดานักข่าวสื่อมวลชน และประชาชนที่รอเข้าเฝ้าสุลต่านรอฮิม โอมาร์ ไซกีมูร์ ซัสดินละห์ สุลต่านผู้มีพระปรีชาสามารถและเป็นที่รักยิ่งแก่ประชาชนทั้งหลายในประเทศโอซาเนีย
โอซาเนียถือว่าเป็นประเทศในกลุ่มอาหรับที่มีเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดประเทศหนึ่ง เกิดจากชนเผ่าอาหรับ 5 เผ่ามารวมตัวกัน อันอุดมไปด้วยทรัพยากรน้ำมัน สร้างรายได้มหาศาลในดินแดนทะเลทรายอันแห้งแล้ง เพียบพร้อมด้วยท่าเทียบเรือและห้างปลอดภาษี หรูหรามั่งคั่งด้วยตึกระฟ้าดั่งวิมานจากดินแดนที่เคยแห้งแล้งของชนเผ่าทะเลทรายในอดีตกลับกลายเป็นเมืองศิวิไลซ์เพียงไม่กี่ปีเมื่อรวมประเทศ
... ผู้คนมากมายต่างหลั่งไหลเดินทางเข้ามาลงทุน พักอาศัย ชอปปิงและท่องเที่ยว
สุลต่านหนุ่มตัดริบบิ้นเปิดตัวห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ก่อนจะมีเสียงปรบมือร่วมแสดงความยินดีอย่างกึกก้องไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ
เรือนร่างสูงสง่าของสุลต่านรอฮิมในวันสามสิบต้นๆ รวมทั้งใบหน้าอันหล่อเหลาตามเชื้อสายหนุ่มอาหรับทำให้เป็นที่หมายปองของสาวๆ มากมาย
สุลต่านรอฮิมหันใบหน้าหล่อเข้มคมสันไปโบกมือแย้มยิ้มกับพสกนิกรที่มาคอยเข้าเฝ้าชื่นชมพระบารมี ผิวขาวเนียนคล้ายพระราชมารดาเป็นที่โดดเด่น ดวงสีสีสนิมเหล็กที่กวาดมองเปี่ยมไปด้วยอำนาจและความเมตตาเปี่ยมล้น บุคลิกแข็งแกร่ง สง่างาม เด็ดขาด เฉลียวฉลาดทั้งด้านการค้าและการเจรจา สายตาคมเข้มคู่นี้ยังทำให้สาวๆ ที่ถูกมองแทบละลายไปต่อหน้าต่อตา
... แต่ในวินาทีที่ทุกคนต่างยินดีปรีดา ดวงตาเคียดแค้นของใครคนหนึ่งกำลังมองมาแต่ไกลจากตึกฝั่งตรงข้าม มือบอบบางที่ถือปืนเล็งไปยังร่างของสุลต่านหนุ่ม ก่อนค่อยๆ เหนี่ยวไก เพียงเสี้ยววินาทีเมื่อได้พิกัดที่แม่นยำ วิถีกระสุนพุ่งทะยานไปในทิศทางที่ต้องการ
หล่อนคิดว่าไม่พลาดเป้าแน่นอน...
เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อวิถีกระสุนที่มาจากตึกอีกด้านถูกส่งมาด้วยความแม่นยำ
... แต่ในวินาทีชีวิต สุลต่านหนุ่มโน้มกายลงรับร่างน้อยของเด็กชายคนหนึ่งที่ติดตามมารดามาเข้าเฝ้า ทำให้การยิงที่แม่นยำแต่ไม่สามารถปลิดชีวิตของสุลต่านหนุ่มได้ดังคาด
วิถีกระสุนพลาดเป้า!!!
ร่างอรชรรีบผละออกจากอีกมุมของตึก ซุกซ่อนอาวุธร้ายแรงในช่องแอร์ของห้องพัก หลังจากปีนข้ามตึกมายังโรงแรมของเพื่อนผู้เป็นลุง เพียงไม่กี่นาทีก็แทรกกายเข้าสู่ฝูงชนอย่างรวดเร็ว...
“มีคนร้าย อารักษ์ขาองค์สุลต่านเร็ว”
การิมคนสนิทของสุลต่านรอฮิมรีบตะโกนบอกเมื่อวิถีกระสุนที่ยิงมาแต่ไกลกระทบกับกำแพงตึกที่มีแจกันวางอยู่ ทำให้แจกันแตกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ เศษกระเบื้องเคลือบราคาแพงกระจัดกระจายไปทั่วพื้นกระเบื้องหรูงดงามที่ร่างสูงเหยียบยืนอยู่
... แต่หากองค์สุลต่านไม่ย่อกายลงรับร่างเด็กชายตัวน้อยที่วิ่งมาคงสิ้นชีวาวาย
เหล่าบรรดาราชองครักษ์ถวายอารักขาโดยด่วน การิมสั่งให้ทหารรายล้อมปิดกั้นทางออกทุกทางเพื่อตรวจจับคนร้ายให้จงได้
ดวงตาสีเขียวอมฟ้าแต่ใบหน้างดงามหาหญิงใดเปรียบทอดมองประมุขของโอซาเนียด้วยสายตาโกรธแค้นชิงชัง เสียดายโอกาสงามๆ ที่จะได้ฆ่าอีกฝ่ายให้ดับชีวิตลง
ครั้งหน้าเธอไม่พลาดแน่ หญิงสาวคิดในใจ...
อีกไม่นาน เธอจะได้เข้าใกล้เขามากกว่านี้ เพียงแค่อดทนอีกนิดเดียวเท่านั้น
ฟาตินบอกตัวเองในใจ
ร่างสูงกลมกลึงของหญิงสาวเร้นกายหนีไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครสงสัย
การตรวจจับคนร้ายเป็นที่หน้าผิดหวังเพราะไม่มีใครเป็นผู้ต้องสงสัย แม้จะเป็นผู้ต้องสงสัยแต่หาหลักฐานมาเอาผิดไม่ได้ ดังนั้นเหตุการณ์ระทึกฝันจึงผ่านพ้นไปโดยที่สร้างความตระหนกให้แก่หลายฝ่าย ไม่คิดว่าองค์สุลต่านของพวกเขากำลังมีคนคิดปองร้าย
ทั้งๆ ที่เหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ใครกันที่บังอาจคิดปลิดชีวิตสุลต่านหนุ่มเจ้าของประเทศอันร่ำรวยแห่งนี้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากรู้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มหนาหูขึ้นจนแพร่สะพัดไปทั่ว ก่อนที่สำนักราชวังจะสั่งให้ปิดข่าวโดยด่วน และเร่งสืบหาตัวคนร้าย
“คนร้ายหายไปอย่างไร้ร่องรอยพ่ะย่ะค่ะ”
การิมบอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“คนของเราไร้ความสามารถถึงเพียงนี้เชียวรึ”
สุลต่านหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงดุดัน ตำหนิคนสนิทอยู่ในที
“พระอาญาไม่พ้นเกล้า กระหม่อมจะรีบส่งคนไล่ล่าตามหามือสังหารให้จงได้พ่ะย่ะค่ะ”
“เราให้เวลาท่านก่อนถึงวันงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดเรา ไม่เช่นนั้นเราจะลงโทษทุกคนในวันนี้โทษฐานที่ไล่ล่าตัวไอ้มือปืนที่จะปลิดชีวิตเรามาไม่ได้”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
การิมรับคำด้วยความเคร่งเครียด แต่อย่างไรเสีย เขาต้องรีบจัดการสืบหาตัวคนร้ายมาให้โดยเร็วที่สุด
หากเขาเดาไม่ผิด ตอนที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้น คนร้ายอาจจะแฝงตัวอยู่ในฝูงชนมากมายเหล่านั้น
ทำไมคนร้ายถึงไม่เป็นที่ต้องสงสัยเลยแม้แต่สักนิด มันน่าประหลาดใจนัก การิมได้แต่ขบคิดปัญหานี้คนเดียวเงียบๆ ก่อนจะสั่งให้เร่งตามสืบเสาะไล่ล่าคนร้ายเร็วไว
“ท่านพ่อ ฟาจะต้องเอาชีวิตคนที่สังหารท่านให้ได้”
ฟาตินคุกเข่าที่หลุมฝังศพของบิดา เธอนำดอกไม้มาวางไว้ ก่อนจะนั่งปลดปล่อยจิตใจให้ล่องลอยไปไกลแสนไกล
“ท่านแม่ฟามาเยี่ยมนะคะ”
ฟาตินคุกเข่าที่หลุมฝังศพของมารดาที่ไม่ห่างจากบิดามากนัก เธอนำดอกไม้อีกช่อวางไว้หน้าหลุมฝังศพ
บริเวณรอบข้างถูกกวาดจนสะอาด ไม่มีใบไม้ให้ต้องระคายตา อัมราน อาของเธอคงให้คนมาดูแลหลุมฝังศพของบิดามารดาเป็นอย่างดี
เธออยากไปเยี่ยมอัมราน แต่คิดว่าไม่ดีกว่า หากท่านรู้ว่าเธอมาโอซาเนียเพื่อสังหารคนสำคัญของประเทศคงห้ามปรามและไม่ยินยอมให้เธอแก้แค้นแน่นอน
อีกอย่างเธอเกรงใจริฟฮาน ไม่อยากให้เพื่อนของผู้เป็นลุงต้องลำบาก ที่ท่านเมตตาเธอก็เพียงพอแล้ว แม้ไม่รู้ว่าเธอมาทำอันใดที่นี่ แต่ยังยินดีช่วยเพราะเป็นหนี้บุญคุณกันอยู่ เธอไม่รู้จะตอบแทนท่านอย่างไรแล้ว
เป็นอีกปีที่พระราชวังโอซานอันยิ่งใหญ่ได้จัดงานเฉลิมฉลองวันคล้ายพระราชสมภพของสุลต่านรอฮิม โอมาร์ ไซกีมูร์ ซัสดินละห์ สุลต่านที่ร่ำรวยและมั่งคั่งแห่งประเทศโอซาเนีย
นิตยสารชื่อดังเกี่ยวกับการเงินและธุรกิจได้จัดอันดับความร่ำรวยของพระองค์เมื่อกลางปีก่อนถึงทรัพย์สินมหาศาลที่มีไว้ในครอบครอง และได้รวบรวมพระราชจริยวัตรอันสง่างามเอาไว้เผยแพร่ให้ประชาชนได้รู้จักกันทั่วทุกมุมโลก จึงทำให้สุลต่านหนุ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
พระองค์ยังติดอันดับหนุ่มหล่อของโลกที่ยังครองความโสด จนเป็นที่หมายปองของสาวๆ และประชาชนที่เฝ้ารอว่าจะมีหญิงสาวคนใดครองใจสุลต่านหนุ่มได้
“ฝ่าบาทได้เวลาเสด็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
การิมคนสนิทของสุลต่านหนุ่มกล่าวอย่างนอบน้อมกับเจ้าเหนือหัวที่ฉลองพระองค์เรียบร้อย รอคอยที่จะเสด็จออกจากตำหนักอันโอ่อ่า
“รู้แล้ว อีซาคงมาแล้วด้วยกระมัง”
รอฮิมเอ่ยถามถึงพระสหายสนิทแห่งโซโมโรส ที่เดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลองทุกปีไม่เคยขาด เมื่อปีที่แล้วเพื่อนรักได้พบรักกับมาเลย์น่านักร้องสาวและนักเต้นชื่อดัง จนในที่สุดก็ได้อภิเษกสมรสแต่งตั้งหญิงสาวเป็นมเหสีเคียงคู่บัลลังก์
“สุลต่านอีซาทรงเสด็จมาพร้อมกับพระราชินีแล้วพ่ะย่ะค่ะ” การิมกล่าวทูลรายละเอียด
“งั้นไปเถิดท่านการิม”
สุลต่านหนุ่มบอกคนสนิทเสียงเรียบ ก่อนดำเนินออกไปยังงานที่แขกผู้มีเกียรติได้นั่งรอและสนทนากันอยู่ก่อนแล้ว ร่างสูงของสุลต่านหนุ่มกล่าวทักทายแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 30 ชันษาของพระองค์ ก่อนไปทักทายกับสหายรักและมเหสีเป็นลำดับสุดท้าย ก่อนนั่งลงใกล้ๆ กับอีซาและมาเลย์น่า
“ยินดีที่สุดที่ท่านให้เกียรติมางานของเราอีกครั้งในปีนี้”
รอฮิมทักทายเพื่อนด้วยความยินดี
“เรายินดีมากสหายรัก ปีนี้คงมีอะไรพิเศษอีกเป็นแน่ แต่ท่านมีอะไรน่าประหลาดใจทุกปีสินะ”
สุลต่านอีซาพูดยิ้มๆ ก่อนหันไปมองใบหน้านวลผ่องของมเหสีคู่กาย เขายังจำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วเขามาด้วยความเบื่อหน่ายไม่ค่อยสุขใจนักเพราะถูกดึงมาจากราชกิจสำคัญมากมายที่ทำอยู่
เพราะเพื่อนรัก... เขาจึงมิอาจขัด แต่ก็ไม่เสียใจสักนิด หากเขาพลาดโอกาสการที่จะมางานวันเกิดของสหายรักในปีที่แล้ว คงไม่ได้พบกับนักร้องสาวเสียงดี นักเต้นงดงามอย่างมาเลย์น่า และหญิงสาวที่ครอบครองใจเขาได้เช่นนี้
“เราให้ท่านการิมเป็นผู้คัดเลือกนักแสดงเช่นเดิม ปีนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากมายหรอกสหาย”
รอฮิมตอบยิ้มๆ ก่อนยกน้ำชาขึ้นตรงหน้าเพื่อเชิญเพื่อนรักและมเหสีดื่มด้วยกัน
แขกผู้มีเกียรติในงานเริ่มรับประทานอาหารกันอย่างพร้อมเพรียง อาหารรสเลิศที่ต่างปรุงสรรปั้นแต่งไม่เคยทำให้แขกเหรื่อต้องตำหนิรสชาติเลยสักครั้ง
มีแต่จะเยินยอถึงความเอร็ดอร่อยอย่างไม่ขาดปาก การสนทนาอย่างออกรสพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องงานและการลงทุนเป็นส่วนใหญ่ มีการบรรเลงเพลงแรกด้วยนักร้องสาววัยกลางคนซึ่งถูกเชิญมาในงานวันพระราชสมภพทุกปี
“จะกี่ปีกี่ปีนางก็ยังร้องเพลงไพเราะเสนาะหูเช่นเดิม”
อีซาหันไปชมนักร้องที่ขับกล่อมเสียงเพลงอยู่บนเวทีกับสหายรัก
“ใช่ หากขาดนางไป เหมือนงานจะไม่สมบูรณ์ มีหลายคนรอคอยฟังเสียงนางอยู่เสมอเวลาเริ่มงาน” รอฮิมพูดแล้วหัวเราะเบาๆ
“อาหารก็ยังอร่อยเหมือนเดิม”
อีซากล่าวชม รอฮิมยิ้มรับก่อนชวนสนทนาต่อ
“ชายแดนที่โซโมโรสเป็นเช่นไรบ้าง ยังมีปัญหาอยู่อีกหรือไม่ หลังจากปราบพวกโจรไปครั้งก่อน”
รอฮิมชวนเพื่อนสนทนาเรื่องราชกิจงานบ้านงานเมือง
“ยังมีอยู่บ้าง แต่น้อยลงมาก เราจัดการปราบอย่างสิ้นซาก”
“ก็ดีนะ ได้คนเก่งๆ มาช่วยแบบนี้ท่านคงเบาแรง”
อีซายิ้มรับ ยกน้ำชาขึ้นจิบ หันไปยิ้มแย้มกับมเหสีคู่กาย
“เศรษฐกิจของประเทศท่านสิ เจริญรุ่งเรืองยิ่งนัก” คำพูดของสหายรักทำให้รอฮิมหัวเราะเบาๆ ด้วยความชอบใจ
สุลต่านหนุ่มนึกย้อนไปถึงเมื่อครั้งอดีตที่นี่ยังเป็นดินแดนทะเลทรายอันแห้งแล้งร้อนระอุริมชายฝั่ง ซึ่งเป็นที่จอดเรือใบและหาปลาริมธารเล็กๆ ที่ไหลลงสู่ทะเล
บิดาของเขาเป็นเพียงหัวหน้าเผ่าชาวอาหรับเผ่าหนึ่งในคาบสมุทร ทุกวันท่านจะต้องชวนเขาและรอฟัสน้องชายออกมาดูพื้นที่บริเวณนั้น และพูดคุยถึงความฝันในอนาคตของท่าน จนในที่สุดก็ได้ตัดสินใจยืมเงินจากสหายรักแห่งโซโมโรส ประเทศอันอุดมไปด้วยแร่ทองคำและร่ำรวยประเทศหนึ่ง เพื่อมาจัดการขุดขยายธารน้ำให้กว้างและลึกเพื่อให้เรือผ่านได้ ทรงทำนุบำรุงการสร้างถนน สร้างบ้านเรือน โรงเรียน ทั้งสนับสนุนสาธารณูปโภคโดยได้รับความสนับสนุนจากโซโมโรสประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นสหายกันมานานแรมปี
“เพราะโซโมโรสได้ช่วยเหลือเสด็จพ่อเอาไว้ เราไม่เคยลืมเลย น้ำใจอันยิ่งใหญ่เช่นนี้เรากับเสด็จพ่อซาบซึ้งหาที่เปรียบ”
รอฮิมพูดกับสหายรักด้วยรอยยิ้ม บิดาของเขาคิดเช่นนี้แม้จะทรงสวรรคตไปแล้วก็ตาม
“เป็นเพราะเสด็จลุงทรงพระปรีชาสามารถและมีหัวด้านการค้า โอซาเนียถึงได้เป็นประเทศที่เจริญรุ่งเรืองเช่นนี้”
อีซากล่าวชมเพื่อนจากใจจริง เพียงไม่กี่ปีบิดาของรอฮิมทำฝันให้เป็นจริงและสามารถคืนเงินที่ยืมจากพระบิดาของเขาได้หมดสิ้นโดยไม่ติดค้างอันใดอีก จะเหลือเพียงหนี้บุญคุณ และสัมพันธไมตรีอันดีดั่งบ้านพี่เมืองน้อง
... เสียงปรบมือกึกก้องไปทั่วท้องพระโรงกว้าง แขกเหรื่อมากมายต่างส่งเสียงชื่นชมนักร้องสาวที่แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ยังร้องเพลงได้ไพเราะเช่นเดิม
“จะกี่ปีนางก็ยังเป็นที่นิยมเช่นเดิม”
อีซาปรบมือชื่นชมนักร้องสาววัยกลางคนไม่แตกต่างจากแขกผู้มีเกียรติท่านอื่น
“แต่เราว่าตอนนี้หญิงสาวคนใดคงแพ้คนข้างกายท่านแล้วกระมัง ท่านฟังนางร้องเพลงอันไพเราะทุกคืน จนเราชักจะอิจฉาท่านแล้วล่ะสิ” รอฮิมเอ่ยแซวเพื่อนตามประสา
มาเลย์น่าเพียงแต่ยิ้มรับมิพูดอันใด อีซาหันมาสบสาวตาแวววาวอย่างมีความหมาย
“ตั้งนานนมแล้วเพิ่งคิดอิจฉา ท่านก็หาสักคนสิ อย่ามัวแต่อิจฉาเราเลย” อีซาหัวเราะชอบใจ รอฮิมเพียงแต่ยิ้มรับมิได้พูดอันใด
มีการแสดงอีกมากมายให้เป็นที่ตื่นตาตื่นใจก่อนจะเป็นไฮไลท์ของงาน การแสดงชุดถัดไป เป็นการแสดงที่ถูกคัดเลือกเป็นอย่างดีจากการิม
“การแสดงชุดพิเศษมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
การิมที่ยืนอยู่เบื้องหลังองค์เหนือหัวกระซิบบอกเมื่อสุลต่านหนุ่มหันมาเป็นเชิงถามว่าการแสดงชุดสำคัญใช่หรือไม่ และหญิงสาวที่เขารอคอยก็ปรากฏโฉมตรงหน้า
ทันใดนั้นท้องพระโรงมืดสนิทลงฉับพลัน...
แขกเหรื่อในงานที่รอคอยการแสดงชุดพิเศษต่างเงียบงันเพ่งมองไปยังกลางท้องพระโรงกว้างที่เป็นแป้นหมุน
ทุกปีในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสุลต่านหนุ่มก็จะมีการแสดงชุดที่ตื่นตาตื่นใจให้บรรดาแขกผู้มีเกียรติได้ชื่นชมกันทุกครั้งไป หลังจากจบงานต่างกล่าวขานกันไม่รู้จบ เหมือนไม่อยากให้งานเลี้ยงฉลองอันยิ่งใหญ่ตระการตาเช่นนี้จบลงเลยแม้แต่น้อย
... และปีนี้ก็เช่นเดียวกัน แตกต่างจากปีที่แล้วตรงที่เปลี่ยนจากการขับร้องเพลงและระบำหน้าท้องเป็นการเต้นลาตินแดนซ์ แม้จะเป็นเพียงการแสดงที่มีแพร่หลาย แต่นักเต้นทั้งหลายต่างพกพาความสามารถมาเปี่ยมล้น
โดยเฉพาะหญิงสาวแสนเซ็กซี่ที่โดดเด่นที่สุดอยู่เบื้องหน้า ความมั่นใจของเธอและเสน่ห์อันเหลือล้นบนเวทีเรียกคะแนนความชื่นชม กระหายใคร่อยากรู้จักกับเธอให้มากยิ่งขึ้นกระจายไปทั่วท้องพระโรง
ฟาตินหรือแองเจลิน่า โจนส์ ได้รับการคัดเลือกให้เข้ามาเต้นหน้าพระที่นั่งได้สำเร็จจากความสามารถที่ฝึกฝนมานานเพราะสายเลือดของมารดา
หลังจากย้ายไปพำนักอยู่กับลุงโนอาห์ที่สหรัฐฯ เมื่อบิดาโดนสังหารตายที่ชนเผ่าไบซาซึ่งปัจจุบันเป็นรัฐหนึ่งของโอซาเนีย และเหตุผลหนึ่งที่หญิงสาวยังคงไม่รู้ตัว... ว่าถูกจับตามองจากใครคนหนึ่งอยู่
ลีลาที่เร่าร้อนสอดรับกับจังหวะเสียงเพลงที่เร้าใจ ทำให้ผู้ชมต่างประสานเสียงปรบมือดังกึกก้องอีกครั้ง
รอฮิมนิ่งงันจับกล้องในมือไม่วาง จดจ้องมองหญิงสาวที่เต้นด้วยจังหวะยั่วเย้า สายตาสีเขียวอมฟ้าประสานกับดวงตาสีสนิมเหล็กอย่างไม่หลบหลีก กระตุ้นอารมณ์หลากหลายในกายสุลต่านหนุ่ม เขาสัมผัสถึงพลังความเซ็กซี่เปี่ยมล้นของเจ้าหล่อน
เธอจงใจสบสายตากับเขาไม่ยอมหลบ ประกายตายั่วเย้ายวนอารมณ์หนุ่มให้ปั่นป่วน
ก่อนจะกวาดสายตามองไปยังท้องพระโรงกว้างแพรวพราวเรียกให้บรรดาแขกเหรื่อฮือฮาจดจ้องแทบอยากกลืนกินร่างสูงอรชรกลมกลึงตรงหน้าให้หนำใจ
อีซาหันมองเพื่อนรักที่เป็นเจ้าของงาน ก่อนหันไปมองสบตามเหสีคู่กายยิ้มๆ แต่ดูเหมือนรอฮิมหาได้สนใจสิ่งใดไม่
เขายังคงเพ่งมองหญิงสาวด้วยความเสน่หาไม่ปิดบัง สบสายตายั่วยวนที่มองมายังเขาไม่วาง
“ดูคราวนี้ท่านจะถูกใจมากกว่าเราเมื่อปีที่แล้วเสียอีก”
แม้สุลต่านรอฮิมจะถูกสหายล้อ แต่ยังเอาแต่เงียบสนใจเพียงหญิงสาวบนเวที อีซาจึงได้แต่เงียบเสีย ไม่อยากกวนอารมณ์หรือสมาธิของเพื่อนรักที่กำลังจดจ้องร่างงามอยู่บนเวที
รอฮิมค่อยๆ มองไล่ไปตามสัดส่วนยวนตา หญิงสาวสูงเพรียวแต่อวบอิ่ม ผมสีน้ำตาลอ่อน สยายไปตามจังหวะเต้น ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับเมื่อกวาดสายตาแพรวพราวยวนเย้า โหนกแก้มสูงรับกับใบหน้าเรียวรูปไข่ จมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่มน่าจุมพิต กับปลายคางเรียวมนเสริมให้ดวงหน้างดงามยิ่งขึ้น คิ้วโก่งเรียวเป็นระเบียบ
เขาลดกล้องลงมองสัดส่วนบริเวณอกอวบ ก่อนเลื่อนลงมาเรื่อยๆ ยังหน้าท้อง แบนราบ เอวคอดรับกับสะโพกผายงามงอน ช่วงขายาว ผิวขาวเนียนละเอียด
รอฮิมกลืนน้ำลายลงสู่ลำคอที่แห้งผากด้วยความกระหาย เขาต้องการเธออย่างไม่มีเหตุผล อกเขาร้อนรุ่มลามไปทั้งเนื้อทั้งตัวเหมือนร่างแทบลุกเป็นไฟ
... สรุปแล้วหล่อนเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบอย่างไม่น่าเชื่อ
จังหวะการเต้นแบบยั่วยวนแสนเซ็กซี่ ทำให้แขกเหรื่อหยุดการสนทนาอย่างถาวร ขณะที่นักแสดงมากความสามารถกำลังโยกย้ายเรือนร่างงดงามบนเวทีเบื้องหน้าสะกดผู้ชมทุกคนอยู่ในห้วงภวังค์
การเต้นแบบลาตินเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ได้อย่างโดดเด่นชัดเจน
ทุกท่วงท่าที่ปรากฏออกมาล้วนบ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตน แสดงออกถึงความมีวัฒนธรรม ซึ่งส่วนใหญ่จะเต้นกันในงานเลี้ยงฉลอง จังหวะดนตรีเร้าใจ สนุกสนาน สื่อในหลายๆ ด้าน ทั้งความสง่างามดึงความเซ็กซี่ในตัวออกมา มีการผสมการเต้นหลายๆ ท่า
เสียงปรบมือดังกึกกักพร้อมเสียงถอนหายใจเมื่อการแสดงชุดสำคัญจบลง รอฮิมมิได้ต่างจากบรรดาแขกเหรื่อเมื่อจำต้องลดกล้องลงจากมือ
“ถึงกับถอนใจเลยรึสหายรัก” อีซาอดจะล้อเสียไม่ได้
“ดูเอาเถิดมาเลย์น่า สหายของเรามีแต่ล้อเลียนเราเสียอย่างนั้น”
รอฮิมแก้เก้อโดยการหันไปฟ้องมเหสีคู่กายเพื่อนรัก เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากอีซาได้ทันทีทันใด
“หามิได้เพคะ แต่เจ้าพี่อยากให้พระองค์ถูกใจหญิงคนใดเสียบ้าง จะได้มีคนปรนนิบัติพัดวีให้ทรงพระเกษมสำราญ”
มาเลย์น่ากล่าวยิ้มๆ เห็นดีเห็นงามกับสวามีมิผิดจากกันเลยสักนิด
“ใช่ ถ้าไม่อยากเหงาก็หาสาวไว้คู่กายบ้างเถิด”
อีซารีบสำทับ หันมองสบตากับมเหสีสุดสวาทด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ข้าก็มีสาวข้างกายมากมาย” รอฮิมแสร้งพูดเฉไฉ
“แต่คงไม่เหมือนคนนี้กระมัง คืนนี้ขอให้ท่านโชคดี”
อีซาอวยพรล่วงหน้าเหมือนรู้อนาคต รอฮิมหันไปมองเวลาอีกครั้งอย่างใจจดจ่อ
“เดี๋ยวบรรดานักแสดงจะมารับรางวัลจากพระองค์นะพ่ะย่ะค่ะ”
การิมกระซิบเบาๆ ทำให้สุลต่านหนุ่มรู้สึกใจเต้นแรง การิมนั้นรับใช้รอฮิมมาหลายปีตั้งแต่รุ่นบิดา จึงรู้ดีว่าทรงพอพระทัยฟาตินเพียงใด
“คืนนี้ท่านจะจองเธอหรือไม่”
อีซาไม่วายถามเพื่อน รอฮิมหัวเราะเบาๆ แต่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
“ท่านชั่งยอกย้อนเอาคำพูดของเรามาใช้”
“หรือท่านจะเชิญให้เธอไปทานอาหารเท่านั้น”
อีซาดักคอ นึกย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว เขาก็โดนเพื่อนล้อเช่นนี้
“เหมือนที่ท่านเชิญมาเลย์น่านะรึ”
รอฮิมอดกระเซ้ากลับไม่ได้ ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างถูกอกถูกใจ กลายเป็นมาเลย์น่าเองที่หน้าแดงเขินอายกับสวามีและสหายรักของเขายิ่งนัก พูดไปพูดมา วกกลับมาเรื่องของเธอเสียอย่างนั้น
ฟาตินเดินสงบนิ่งเดินรั้งท้ายติดตามนักเต้นคนอื่นๆ ไปยังที่ประทับของสุลต่านหนุ่มหลังลงจากเวที โดยมีการิมซึ่งเป็นคนสนิทของสุลต่านรอฮิมเชิญให้เหล่าบรรดานักเต้นทั้งหลายไปรับของกำนัลจากพระองค์
หล่อนเตือนตัวเองว่าให้เก็บความโกรธแค้นเอาไว้ให้ลึกสุดใจ ไม่แสดงออกมาให้ใครได้เห็น ดวงตาวาวโรจน์น่ากลัวและไฟแค้นที่สุมทรวงรอวันแก้แค้นเปล่งประกายออกมาชั่วครู่ขณะที่หญิงสาวก้มหน้า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตายั่วยวนเมื่อเงยขึ้นสบดวงตาสีสนิมเหล็ก
สายตาคมกริบมองเรือนร่างงามที่ยอบกายถวายความเคารพอยู่เบื้องหน้า ชั่วขณะหนึ่งที่มือบอบบางยกขึ้นรับของกำนัล รู้สึกถึงพลังบางอย่างที่กระทบเป็นแสงสีวาววับรอบกาย รอฮิมอยากหยุดเวลาไว้เพียงเท่านี้ แต่มิอาจทำได้
เมื่อหญิงสาวรับของไปถือเอาไว้และยอบกายถวายความเคารพให้เขาอีกครั้ง แต่วงหน้าคมหวานซึ้งตรึงใจยังคงทิ้งสายตาอาลัยอาวรณ์ยั่วเย้าก่อนจากไป ถ้าไม่ติดว่าต้องรับรองแขกเหรื่ออีกมาก เขาอยากตามร่างสมส่วนกลมกลึงนั้นไปในทันทีที่สายตาเชื้อเชิญทอดมาหา
ดวงตาคู่นี้คุ้นเคยและประทับอยู่ในหัวใจของเขาตั้งแต่วัยหนุ่ม
“ท่านถอนใจอีกแล้วนะสหาย”
อีซาอมยิ้มน้อยๆ รอฮิมเสไปหยิบน้ำชามาจิบ รู้สึกถึงความรุ่มร้อนในหัวใจ เพียงแค่ได้สบตาของหญิงสาว กายกำยำของเขาร้อนระอุเหมือนมีไฟสุม ตื่นตัวขึ้นมาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
โอ้... ช่างน่าตกใจยิ่งนัก
เธอยังมิได้ยั่วยวนเล้าโลมเหมือนหญิงสาวคนอื่น เพียงแค่เธอมองสบสายตาเพียงนั้นเขาแทบควบคุมความต้องการไม่ได้
แต่.... เธอไม่ใช่หญิงสาวทั่วไปที่เขาจะตะครุบได้ง่ายๆ แค่เพียงเขารู้ว่าเธอเป็นใคร หัวใจรู้สึกรุ่มร้อนมากกว่าเก่า ทุกอย่างกำลังจู่โจมเขาอย่างหนัก ทันทีที่การิมคนสนิทที่เขาไว้ใจที่สุด รายงานเกี่ยวกับเรื่องของเธอ หลังจากหน่วยข่าวเพิ่งสืบเรื่องราวและกล่าวรายงานผ่านคนสนิทของเขามาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนที่เขาจะเดินทางมาถึงท้องพระโรง
เขาก็คงต้องลองดูสักตั้ง บางทีมันอาจไม่มีอะไรเสียหาย
ไม่สิ... มันไม่เสียหายสักนิด สำหรับหญิงสาวที่มีความสำคัญเช่นเธอ
“เราคิดว่าท่านคงอยากปิดงานเร็วๆ เสียแล้ว”
อีซาบอกอย่างรู้ใจเพื่อน
“ถ้าท่านยังไม่เลิกล้อเรานะสหาย รับรองได้ว่า... เราจะแยกท่านกับมเหสีไปพักคนละตำหนักแน่นอน”
มาเลย์น่ากลั้นยิ้มในคำพูดของสุลต่านหนุ่ม อีซาหุบยิ้มทันควัน หันมาแยกเขี้ยวใส่มเหสีคนงามแทน
“ท่านไม่มีวันทำเช่นนั้นไปได้หรอกสหาย”
อีซาพูดเสียงอ่อนโยน มั่นอกมั่นใจและไม่หวั่นเกรงต่อคำขู่ของเพื่อนรัก
“ใครว่าเราไม่กล้า ที่นี่ถิ่นเรา”
รอฮิมแสร้งขู่ แต่อีซาหากลัวไม่ หันไปยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายอกสบายใจ
“แต่... อีกไม่นานเกินรอ ท่านอย่าถอนใจให้มากนักเลย เดี๋ยวจะแก่เสียเปล่าๆ”
อีซายังไม่เลิกล้อ แต่เพราะนั่งอยู่ใกล้กันมาก ทิ้งระยะห่างจากแขกท่านอื่นๆ เขาจึงสามารถคุยเรื่องสำคัญกันตัวต่อตัว
ในที่สุดงานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของสุลต่านรอฮิมผ่านพ้นไปด้วยดี แขกเกียรติยศที่ได้รับเชิญมาร่วมแสดงความยินดี ต่างพักยังตำหนักรับรองที่ถูกจัดเอาไว้ก่อนหน้า
เหล่าพสกนิกรและข้าราชบริพารต่างถวายพระพรให้สุลต่านหนุ่มจงทรงพระเจริญ ประมุขของประเทศทรงมีพระปรีชาสามารถเฉลียวฉลาดในการนำพาประเทศให้เจริญรุดหน้า พัฒนาบ้านเมืองเหนือกว่าประเทศในกลุ่มอาหรับหลายประเทศ
ทรงมีพระราชจริยวัตรที่งดงาม เอาใจใส่บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนถ้วนหน้าทั้งด้านการศึกษา การสาธารณสุข สาธารณูปโภค และนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจที่ส่งเสริมให้นักลงทุนเข้ามาร่วมลงทุนในประเทศอย่างกว้างขวาง สืบทอดปณิธานของพระบิดาอย่างยอดเยี่ยม
หลังจากเสร็จสิ้นงานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของสุลต่านรอฮิม ฟาตินได้ถูกเชิญมาพำนักยังตำหนักรับรองอันโอ่อ่า
หญิงสาวกวาดสายตามองตำหนักกว้างงดงามที่ประดับตกแต่งหรูหราอลังการ
พระราชวังโอซานเน้นสีทองอร่าม ทั้งเตียง ผ้าปูเตียง ผ้าม่าน พื้นพรม โต๊ะเครื่องแป้ง โคมไฟ บานประตู หน้าต่าง เก้าอี้ ผนังเป็นลวดลายประณีตวิจิตรงดงาม
เธอคิดว่าสุลต่านรอฮิมคงอยากโอ่อวดความร่ำรวย หรือไม่ก็อาจมีเงินมากจนไม่รู้จะทำอันใด เลยนำมาสร้างพระราชวังใหญ่โตที่มีส่วนประกอบด้วยทองคำเช่นนี้
ฟาตินใช้มือลูบไปตามพื้นเตียง ก่อนเดินไปหยุดยืนหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เธอวางมือเบาๆ ที่พื้นโต๊ะสีทอง เหลือบมองเก้าอี้ทองคำที่วางอยู่เข้าชุดกัน
หากเธอเป็นเพียงหญิงสาวที่ได้รับการคัดเลือกให้มาเต้นหน้าพระที่นั่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี... คงจะประทับใจและมีความสุขมากกว่านี้
ฟาตินมองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ ดวงตาสีเขียวอมฟ้ามองเห็นความมุ่งมั่นที่เต้นระริกอยู่ในแววตาคู่นั้น มือเรียวลูบไปตามเรือนร่างของตัวเอง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนเผยอออก นับหนึ่งถึงร้อยในใจด้วยหัวใจเต้นโลดแรง อีกไม่นานสิ่งที่รอคอยจะสิ้นสุดลง
ฟาตินมาโดยไม่บอกใคร โดยเฉพาะผู้เป็นอา แต่เธอก็ลืมคิดไปอย่างว่าท่านก็มางานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย ท่านหาโอกาสพบเธอทันทีที่เสร็จสิ้นงานเลี้ยง แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่เธอสังเกตความห่วงใยในแววตานั้น