รามสูรนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาวางแขนพาดไปตามความยาวของมัน หลับตานิ่งฟังเสียงสรรพสิ่งรอบข้าง ในมือคลึงแก้วเหล้าไปมา ความเย็นของน้ำแข็งช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้นิดหน่อย วันนี้เขารู้สึกเบื่อ ๆ ก็เลยอยากออกมาผ่อนคลายบ้าง จึงเลือกมาที่ร้านอาหารกึ่งผับแห่งนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการของเขาเอง
เขาหลับตาเพื่อพักสายตาที่เหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน เมื่อรู้สึกผ่อนคลายแล้วจึงลืมตาขึ้นมา ในจังหวะนั้นเองเขาก็สบเข้ากับสายตาคู่หนึ่งภายใต้กรอบแว่นสายตาหนาเตอะแต่กระนั้นดวงตาของเธอก็ยังระยิบระยับ และเปล่งประกายฉายแววอยากรู้อยากเห็น รามสูรจึงยกยิ้มมุมปากส่งรอยยิ้มไปให้เธอ เธอหลบสายตาเขา แล้วก็ก้มมองโทรศัพท์
"หึ.."
เขาส่งเสียงหึในลำคอ
"นึกว่าจะแน่"
เขาพึมพำเบา ๆ เมื่อการ์ดข้างกายได้ยินเหมือนเขาจะพูดอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยปากถาม
"นายว่าอะไรนะครับ"
"ไม่มีอะไร"
เขาตอบลูกน้องไปแล้วก็หันมาพิจารณาผู้หญิงคนนั้นต่อ สงสัยคงอยากจะทำตัวให้ดูแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น ๆ เพราะดูการแต่งตัวของเจ้าหล่อนแล้วก็แตกต่างจริง ๆ นี่เหรอชุดมาเที่ยวกลางคืนของเธอ แต่ก็อาจจะเป็นเพราะอย่างนี้มั้งเธอถึงได้สะดุดตาเขาอย่างจัง อีท่าทางเฉิ่มเชย ดูแล้วเหมือนจะไม่ทันโลก แต่แววตาไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักนิด มันดูระยิบระยับ เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและอยากลอง ท่าทางแบบนั้นมันปลุกสัญชาติญาณการเป็นนักล่าของเขาได้ดีแท้ ซึ่งน้อยครั้งที่เขาจะมีอาการแบบนี้ เพราะทุกทีเขาไม่จำเป็นต้องล่า ก็แค่เอ่ยปากว่าต้องการหรือแค่ปรายตามองก็มีเหยื่อที่พร้อมจะวิ่งเข้ามาให้เขาขย้ำกินอย่างง่ายดาย ยิ่งเขาได้เห็นเธอตอนถอดแว่นที่หน้าห้องน้ำเมื่อครู่นี้แล้วมันกระตุ้นให้เขาคิดจะทำอะไรบางอย่าง
เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงสั่งลูกน้องให้ไปเชื่อมไมตรี โดยแจ้งความจำนงค์ว่าเขาต้องการเลี้ยงเหล้าพวกเธอทั้งกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่ใส่แว่นสายตา และมันก็เป็นไปตามคาดเพราะเพื่อนของเธอไม่ได้ปฏิเสธซักนิด แถมยังให้ข้อมูลของเจ้าหล่อนมาด้วย เมขลา อนันต์ลักษณ์ คือชื่อของเธอ ไม่รู้แหละ เพราะคืนนี้ยังไงบนเตียงของเขาจะต้องมีผู้หญิงที่ชื่อเมขลา เขาไม่สนหรอกว่าเจ้าหล่อนจะเป็นของใครหรือเต็มใจหรือไม่ก็ตาม เพราะทุกอย่างที่เขาต้องการเขามักจะได้เสมอ
"สวัสดีครับ"
ผู้ชายตัวใหญ่หน้าดุเดินตรงมาที่โต๊ะของเมขลาพร้อมกับกล่าวคำทักทาย จึงทำให้บทสนทนาของทั้งสี่สาวหยุดชะงักลง
"อ้าวคุณ ว่าไงคะ"
พี่พัชรนั่นเอง เธอจำได้ว่าเป็นผู้ชายคนเดียวกับที่เข้ามาบอกว่าเจ้านายของเขาอยากเลี้ยงเหล้าพวกเธอ
"คือเจ้านายผม เอ่อคุณรามน่ะครับ อยากเชิญคุณผู้หญิงคนนี้ ไปร่วมโต๊ะด้วยครับ"
เขาส่งสายตามาทางเมขลา เธอจึงยกมือขึ้นแล้วจิ้มที่หน้าอกตัวเอง
"ฉันเหรอคะ"
ผู้ชายคนนั้นพยักหน้าพร้อมกับผายมือออกไปทางตำแหน่งโต๊ะเจ้านายของเขาเป็นเชิงบอกว่าเมขลาจะต้องไป ห้ามปฏิเสธ เธอจึงมองหน้าเพื่อน ๆ ซึ่งทุกคนก็ผงกหัวส่งสายตาที่เมขลามองแล้วก็เข้าใจความหมายว่า
'มรึงต้องไป'
เธอจึงต้องจำใจเดินนำผู้ชายคนนั้นไปยังโต๊ะของคุณรามสูรอะไรนั่น
"สวัสดีค่ะ"
เธอยกมือไหว้เขา เพราะดูลักษณะแล้วเขาน่าจะอายุมากกว่าเธอ
"นั่งสิคุณ ยืนอย่างนั้นไม่เมื่อยเหรอ แล้วอีกอย่างคุณน่าจะรู้จักผมแล้วเนาะ"
เมขลาพยักหน้าแล้วจึงเลือกนั่งลงตรงตำแหน่งที่ไกลเขาที่สุดจนเกือบจะตกขอบโซฟาอยู่แล้ว เห็นอย่างนั้นรามสูรก็หัวเราะ ขำกับท่าทีระมัดระวังตัวของเธอ
"ขยับเข้ามาอีกก็ได้ เดี๋ยวได้ตกโซฟาหรอก ผมไม่กัดคุณหรอกน่า"
นั่นแหละเมขลาถึงได้ขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดนึง
"เอ่อ..คือคุณคนนี้"
เธอหันไปทางผู้ชายคนที่ไปเชิญเธอมา
"บอกว่าคุณอยากให้ เม..เอ่อฉันมาร่วมโต๊ะ"
"ใช่..เพราะผมเห็นคุณมองเหมือนจะอยากมาร่วมโต๊ะด้วย ก็เลยให้เกียรติเชิญมา เอ่อคุณ.."
เขาทำทีเป็นถามชื่อเธอทั้งที่รู้จากเพื่อนของเธอแล้ว
"เมขลาค่ะ อืม.. ถ้าอย่างงั้นก็ต้องขอบคุณมากนะคะที่ให้เกียรติ แต่ความจริงแล้วฉันไม่ได้อยากมาร่วมโต๊ะกับคุณสักหน่อย อีกอย่างนะที่มองน่ะเป็นใครเขาก็ต้องมองป้ะ ก็คุณเล่นจัดเต็ม มีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังอย่างเนี้ย ก็นึกว่าถ่ายหนัง ใครเขาก็ต้องมองทั้งนั้นแหละค่ะคู๊ณ"
เมื่อเธอพูดจบบรรดาการ์ดที่อยู่ข้างกายเขาก็อดขำเกือบไม่ไหว เขาเห็นปฏิกิริยาของลูกน้องแล้วก็ได้แต่ส่งสายตาคาดโทษไปให้
"งั้นเหรอ อื้อเข้าใจล่ะ แต่อย่างน้อยคุณก็น่าจะขอบใจผมหน่อยนะที่เลี้ยงเหล้าคุณกับเพื่อน ๆ น่ะ"
"ขอบพระคุณค่ะ"
พูดพร้อมกับยกมือไหว้ แล้วก็พูดต่อ
"เอ่อนี่คุณรามคะ ที่จริงคุณไม่ต้องอ้อมค้อมอะไรมากก็ได้นะ ถ้าหากคุณจะจีบเพื่อนฉันน่ะบอกกันมาตามตรงเลยก็ได้ จะคนใหน คุณเดินเข้าไปทักกันเลยเถอะ ไม่ต้องมาฟอร์มเรียกฉันมาเพื่อเป็นแม่สื่อให้หรอกนะคะ"
เธอพูดซะยืดยาว รามสูร ก็นิ่งฟังเธออย่างสงบซึ่งเขาก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงทนฟังเธอพูดได้นานขนาดนี้ ก็สนุกดีเหมือนกันแฮะ
"อือ..ง้านเหรอ คุณเข้าใจแบบนั้น"
เมขลาพยักหน้า
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวนะคะ"
เธอพูดพร้อมกับทำท่าจะลุกขึ้น แต่แล้วก็ต้องเสียหลักเซถลาไปประชิดกับตัวของรามสูร จนแทบจะเกยบนตักเขาอยู่แล้ว เพราะเขานั่นเองที่ออกแรงกระชากข้อมือของเธอ
"ใครอนุญาติให้คุณไปกัน"
"เอ๊ะ นี่คุณ ปล่อยนะ"
"คืนนี้คุณต้องอยู่กับผม ทั้งคืน"
เมขลาชะงักค้างเตรียมจะพูดอะไรต่อ แต่เมื่อเห็นสายตาและท่าทางของรามสูรแล้วเธอจึงหุบปาก สมองน้อย ๆ ของเธอกำลังประมวลผลหาวิธีเอาตัวรอด รามสูรส่งสายตาให้ลูกน้องเดินไปทางกลุ่มเพื่อน ๆ ของเธอ ลูกน้องเขาพูดอะไรบางอย่าง พี่พัชรพยักหน้าหงึกหงัก เมขลาเห็นแค่นั้นแหละเพราะหลังจากนั้นรามสูรก็ลากเธอออกไปทางหลังร้าน บีบข้อมือเธอจนเจ็บป้องกันเธอขัดขืน ไม่นานเธอกับเขาก็ออกมาข้างนอกร้าน โดยมีรถคันหรูจอดพร้อมกับสตาร์ทเครื่องรออยู่แล้ว
"ขึ้นรถ"
เขาสั่งเสียงเข้ม เมขลามองหน้าเขาอย่างชั่งใจแต่ก็ยอมก้าวขึ้นรถไปโดยดีเพราะเธอกลัวเขาจะทำร้าย พลางคิดหาวิธีเอาตัวรอดไปด้วย เมื่อเธอก้าวเข้าไปนั่งบนรถแล้ว รามสูรก็ก้าวตามขึ้นมา หลังจากนั้นรถก็เคลื่อนห่างออกจากร้านมาเรื่อย ๆ
"นายครับไป.."
"บ้าน"
"นี่คุณจะพาฉันไปใหนคะ มันดึกแล้ว ฉันจะกลับบ้าน"
"เท่าไหร่"
"ห๊ะ ! อะไรเท่าไหร่"
"ค่าตัว..คุณน่ะ เท่าไหร่ ผมจะเหมาทั้งคืน"
เมขลาอ้าปากค้าง ความโกรธแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ บนใบหน้า แต่ก็พยายามระงับอารมณ์
"เอ่อ ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะคุณรามสูร คือฉันไม่ใช่แบบที่คุณคิด"
ตรงใหนกันที่ทำให้เขาเข้าใจเธอผิดไปแบบนั้น เอาเถอะบางทีคนเราอาจจะมีความสามารถในการแยกแยะอะไร ๆ ได้ไม่เท่ากัน เธอก็ควรจะใจเย็นและพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจ
"ไม่ใช่อย่างที่คิด แล้วเป็นแบบใหน แบบให้ฟรี ๆ งั้นเหรอ"
เพี๊ยะ !
ทั้งคันรถเงียบกริบ การ์ดกับคนขับรถมองหน้ากัน เพราะคำพูดของเขาเหมือนจะทำให้อารมณ์เมขลาขาดสะบั้นผลที่ออกมาคือเธอตบหน้าเขาไปเต็มแรง รามสูรใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มข้างที่ถูกตบ เหมือนเมขลาจะได้สติและเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธออยู่บนรถของเขา ถ้าเขาฆ่าเธอทิ้งล่ะจะทำไง
"กล้ามากนะ สงสัยจะชอบความรุนแรง"
รามสูรพูดจบก็กระชากแขนเธอ เมขลาปลิวเข้ามาปะทะอกแกร่งของเขาทันที มืออีกข้างของเขาบีบปลายคางเธอไว้แล้วก็ประกบริมฝีปากบางลงมาบดขยี้กับริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ เขาบีบปลายคางเธอให้แรงขึ้นบังคบให้เธอเปิดปากเพื่อจะได้สอดลิ้นร้อน ๆ ของเขาเข้าไปกระหวัดเกี่ยวลิ้นเล็ก เป็นนานกว่าเขาจะถอนริมฝีปากออก เมขลาน้ำตารื้น ทั้งเจ็บ ทั้งอาย แล้วก็โกรธ รามสูรปล่อยมือจากปลายคางของเธอ เมขลาจึงดิ้นรนอีกครั้ง เหมือนเขาจะรำคาญจึงกระชากตัวเธออีกครั้งคราวนี้เธอขึ้นมานั่งบนตักเขา สองมือสองแขนถูกเขาล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา
"หยุดดิ้น ไม่งั้นเพื่อนคุณไม่ได้ออกจากร้านนั้นแน่"
เขากระซิบข้างใบหูเธอ เมขลาชะงักทันที
"คุณคงบ้าไปแล้ว คุณต้องการอะไรกันแน่ คุณรามสูร"
"ตัวคุณ"
เมขลาอยากจะกรี๊ดให้ดัง ๆ เธอไม่เข้าใจเลยว่าพวกคนรวย ๆ นี่จะชอบทำอะไรแผลง ๆ แบบนี้กันทุกคนหรือเปล่า
รถหรูคันนั้นมาจอดที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งในย่านชานเมือง รามสูรลากเมขลาลงมาจากรถแล้วก็ดึงเธอเข้ามาในบ้าน ส่วนบรรดาการ์ดของเขาต่างแยกย้ายไปใหนเมขลาไม่ทันได้สังเกต เขากึ่งลากกึ่งจูงเธอพาไปยังห้องรับแขก เขานั่งลงบนโซฟาตัวหนึ่ง โดยที่ไม่ยอมปล่อยมือเธอเลย เมขลาจึงจำใจต้องนั่งลงข้าง ๆ เขา
"ว่าไง ตกลงเท่าไหร่ "
คนที่ทั้งชีวิตนี้อยากได้อะไรแล้วต้องได้ ไม่ว่าจะแพงแค่ใหนหากเขาพอใจเขาก็ยินดีที่จะจ่าย เมขลามองหน้าเขาแล้วเอ่ยปากพูด
"แน่ใจเหรอว่าคุณจะยอมจ่าย"
เขายกยิ้มร้าย เหอะในที่สุดก็เผยธาตุแท้ออกมา
"คุณก็เสนอราคามาสิ"
พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปถอดแว่นตาของเธอแล้วก็วางมันไว้บนโต๊ะ
"สามล้าน"
ในเมื่อเขาอยากเข้าใจไปในทำนองนั้นแล้ว เธอก็จะลองเรียกร้องให้มันดูเว่อร์ ๆ เข้าไว้เผื่อเขาจะเปลี่ยนใจ ปล่อยเธอกลับบ้าน
เมื่อได้ยินอย่างนั้นรามสูรก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยกมือขึ้นเป็นเชิงส่งสัณญาณอะไรบางอย่าง แล้วก็เป็นการ์ดคนเดิมกับที่เข้าไปคุยกับเมขลาที่ร้านในตอนนั้น เดินออกมาพร้อมกับสมุดเช็คหนึ่งเล่ม ค้อมตัวลงแล้วก็ส่งมันให้กับรามสูร เขารับมา กรอกตัวเลขลงไป และเซ็นต์ชื่อกำกับ พร้อมกับฉีกออกมาหนึ่งใบ จับกระดาษแผ่นนั้นยัดใส่มือของเธอ
"เช็คเงินสดสามล้าน พรุ่งนี้คุณไปขึ้นเงินได้เลย"
"เช็คเงินสดสามล้าน พรุ่งนี้คุณไปขึ้นเงินได้เลย"
พูดจบรามสูรก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วก็โน้มตัวลงมาตวัดแขนอุ้มตัวของเมขลามาไว้แนบอก
"ว้าย.. คุณปล่อยนะ ฉันพูดเล่น เอาของคุณคืนไป"
เมขลาดิ้นรนพร้อมกับยัดเช็คใบนั้นใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อสูทของเขา รามสูรหาได้สนใจเธอไม่ เพราะนอกจากเขาจะไม่ปล่อยเธอแล้ว ยังเดินขึ้นบันไดมายังชั้นบนของบ้านจุดหมายคือห้องนอนของเขาเอง
ตุ้บ !
เขาโยนเมขลาลงบนเตียง เธอรีบลุกขึ้นนั่งแล้วก็เขยิบไปยังฝั่งตรงข้าม รามสูรมองเธอแล้วก็เริ่มถอดเสื้อสูทออก ตามด้วยเสื้อเชิ้ต เผยให้เห็นแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เขาก้าวเดินเข้ามาเรื่อย ๆ เมขลาทำท่าจะถลาลงจากเตียง แต่ช้ากว่าเขา เพราะเขาเข้ามาประชิดตัวเธอแล้วก็คร่อมเธอไว้
"นะนี่ ๆๆ คุณจะทำอะไร"
"แล้วคิดว่าผมจะทำอะไรล่ะ ขนาดนี้แล้วยังดูไม่ออก ทำยังกะไม่เคย"
"อร๊าย ! ปล่อยนะ"
"..."
เสียงของเมขลาหายเข้าไปในลำคอเพราะรามสูรใช้ริมฝีปากของเขาปิดเสียงเธอไว้ เมขลาดิ้นรนสักพัก ก็เริ่มอ่อนระทวย สัมผัสแปลกใหม่ที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอไม่เคยรับรู้เลย เมื่อเห็นเธอนิ่งไปรามสูรก็เริ่มรุกหนักขึ้น เขาบีบปลายคางของเธอเป็นเชิงบังคับให้เธอเผยอริมฝีปากขึ้นเพื่อจะได้ส่งลิ้นร้ายของเขาเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปากเธอ
"อื้อ .. "
เมขลาส่งเสียงอื้ออ้าในลำคอ รามสูรรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เมื่อส่งลิ้นร้ายเข้ารุกล้ำริมฝีปากเธอแล้ว ก็ถึงคราวมือของเขาได้ทำหน้าที่ของมันบ้าง เขาปล่อยมือจากการบีบปลายคางของเมขลา เลื่อนไปยังกระดุมกางเกงยีนส์ของเธอจัดการปลดมันออก รูดซิปลงและจัดการรูดมันออกไปทางปลายเท้าเธอ พร้อมกับซับในชิ้นเล็กอย่างง่ายดาย โดยที่ปากของเขายังไม่ได้ห่างจากริมฝีปากเธอแม้แต่น้อย เมื่อส่วนล่างของเธอเปลือยเปล่า เขาก็หันไปสนใจส่วนบนของเธอต่อ เมขลาอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เธอกินเข้าไป หรือเป็นเพราะไม่เคยมีประสบการณ์กับเรื่องแบบนี้ หรือจะเป็นเพราะเขาเชี่ยวชาญเหลือเกิน เธอจึงไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านเขา นอนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างหนา ปล่อยให้เขากระทำได้ตามอำเภอใจ รามสูรปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเมขลาออก สอดมือเข้าไปข้างหลังเธอปลดตะขอบราเซียร์สีหวานปราการด่านสุดท้าย เขาเปลี่ยนเป้าหมายจากริมฝีปากของเธอมาเป็นสองเต้าอวบใหญ่ที่ชูชันล่อตาล่อปากเขาซะเหลือเกิน เขาก้มลงดูดกลืน เม้มลงตรงไตแข็ง ลากลิ้นเลีย วนไปมาอย่างหิวกระหาย สลับดูดดึงซ้ายขวา ส่วนมือก็เลื่อนไปกอบกุมตรงเนินอวบใหญ่ ใช้นิ้วเรียวยาวแหวกร่องกลาง เมขลาสะดุ้ง
"คุณ..หยุด เถอะ ยะ อย่าทำแบบนี้เลย"
เมขลาพูดเสียงขาด ๆ หาย ๆ
"คุณจะกลับคำงั้นเหรอ ใหนตกลงราคากันแล้วไง"
เขาจัดการปิดเสียงเธอด้วยริมฝีปากเขา ดูดดึงริมฝีปากล่าง มือหนึ่งเค้นคลึงเต้าสวย อีกมือก็สอดเข้าไปยังร่องใจกลางร่างสาว
"เจ็บ"
เมขลากระถดสะโพกหนีการรุกรานของเขา รามสูรรั้งสะโพกเธอกลับมารองรับการรุกรานของเขาต่อ
"อย่าเกร็งสิ"
เขากระซิบเสียงแหบพร่า พร้อมกับขยับนิ้วเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ เมขลาส่ายหน้าเปล่งเสียงครางไม่เป็นภาษา เขาจับขาเธอแยกออกแล้วก้มลงใช้ปลายลิ้นเลียแทนนิ้วเรียวยาวของเขา รสชาติของเธอช่างหอมหวานนัก เมื่อน้ำหวานของเธอมีมากพอแล้ว รามสูรจึงส่งตัวตนของเขาที่มันแข็งขึงจนปวดเกร็งเข้าไปทักทายยังปากทางเข้า ส่งส่วนปลายเข้าไปทักทายก่อน ช่องทางมันค่อนข้างคับแน่น เขารับรู้ได้ทันทีว่านี่คือครั้งแรกของเธอ
"อาาาว์ สมราคา"
รามสูรคิดในใจ พร้อมกับขยับสะโพกค่อย ๆ ดันตัวตนของเขาให้มันค่อย ๆ จมลึกลงสู่ใจกลางร่างเธอ
"อ๊ะว์ อาห์ เจ็บ "
"เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว"
รามสูรกัดฟัน เพราะความคับแน่นของเธออาจจะทำให้เขาล่มปากอ่าวได้ เขาหยุดเพื่อผ่อนคลายแล้วก็ให้เวลาเมขลาได้ปรับตัวไปด้วย เมื่อทุกอย่างเข้าที่ดีแล้วเขาก็เริ่มขยับสะโพกอีกครั้ง
"อ๊ะว์ โอว์"
"อ๊าส์"
เมื่อถึงจุดหมายปลายทางเขาก็ปลดปล่อยออกมาเต็มที่ โดยที่ไม่คิดจะถอดถอนตัวตนออกมาจากกายเธอเลยแม้แต่น้อย ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมาเขาไม่เคยปล่อยตัวเช่นนี้เลย กับผู้หญิงคนอื่น ๆ
เมขลาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดระบมไปทั่วร่าง เธอพยายามยันกายลุกขึ้น แต่ก็ติดตรงที่มีแขนกับขาของรามสูรกอดเกยตัวเธออยู่ เมขลาค่อย ๆ ยกแขน กับ ขาเขาออกเพราะกลัวเขาตื่นแล้วค่อย ๆก้าวลงจากเตียง ควานหาเสื้อผ้าที่มันตกอยู่เกลื่อนพื้น แล้วค่อย ๆ เดินเข้าห้องน้ำ เพราะแต่ละย่างก้าวมันเจ็บจี๊ด โดยเฉพาะตรงส่วนนั้นของเธอ
อาบน้ำชำระร่างกาย สวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิม แล้วก็เดินออกมาจากห้องนอน เดินลงมายังห้องรับแขกไปคว้าเอาแว่นตาที่เธอจำได้ว่าเขาถอดมันวางไว้ที่โต๊ะในห้องนี้
"อ้าว คุณเมขลา เชิญทางนี้ครับ"
การ์ดคนเมื่อคืนนั่นเอง เมขลาจึงเดินตามเขาออกไปยังโรงจอดรถ เขาเปิดประตูรถตรงเบาะหลังเธอจึงขึ้นไปนั่ง เขาเข้าประจำที่คนขับ
"คุณคงไม่ฆ่าฉันปิดปากใช่ไหมคะ"
ขุนเดชสะดุ้ง ยิ้มแหย ๆ
"ผมจะไปส่งคุณครับ เอ่อให้ไปส่งที่ใหน แล้วนี่กระเป๋าของคุณครับ"
เมขลายื่นมือมารับกระเป๋าจากเขา
"ขอบคุณค่ะ"
พึมพำขอบคุณเขาเบา ๆ เขาจึงออกรถ
"เอ่อ.. ให้ไปส่งคุณที่ใหนครับ"
"ที่.. "
เธอบอกชื่อห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งย่านศรีนครินทร์ เมขลาเอนศีรษะพิงเบาะรถ ปล่อยน้ำตาให้ไหลรินลงข้างแก้ม ขุนเดชมองเธอผ่านกระจกหลัง อะไรกันแฮะ สงสัยจะเสียใจที่ต้องจากเจ้านายของเขามาเร็วเกินไป หรือจะโดนเจ้านายเขาไล่ออกมา
เมื่อลงจากรถของลูกน้องของรามสูรแล้ว เมขลาก็โบกแท๊กซี่มายังหอพักของเธอ แวะร้านขายยาซื้อยาคุมฉุกเฉิน ยังไงก็ต้องป้องกันตัวไว้ก่อน เมื่อขึ้นมาถึงห้องแล้วก็อาบน้ำหวังชำระคราบคาวที่เขาฝากฝังไว้ให้มันลบเลือนไปให้หมด แต่ยิ่งส่องกระจกมองตัวเองก็เหมือนจะตอกย้ำว่ามันไม่มีทางลบเลือน เพราะร่องรอยต่าง ๆ มันช่างชัดเจน โดยเฉพาะบนเนินอกทั้งสองข้าง เมขลาล้มตัวนอนบนเตียง ร้องไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้น นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน สักพักก็ผล็อยหลับไป
'ฟังฉันที เธอคือทุกอย่างของฉันในตอนนี้'
เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังเป็นรอบที่สองเมขลาขึงคว้ามันขึ้นมารับ
"ฮัลโหล"
"ยัยเม แกเป็นไงบ้าง "
"หืม ..พี่พัชร ไม่เป็นไร พี่กลับกันยังไงเมื่อคืน ปลอดภัยดีทุกคนนะ"
"จะเป็นไรล่ะปลอดภัยหายห่วง ว่าแต่แกเถอะ เห็นคนของคุณรามสูรบอกว่าแกจะไปต่อกับเขา เป็นไงบ้าง"
"อื้อ ก็ไม่เป็นไง "
"เค ๆ ถ้างั้นแค่นี้แหละ วันจันทร์เจอกัน"
"จ้า"
นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับช้าน ต้องมาเสียตัวให้กับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก มันมีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอในโลกใบนี้
เมขลานอนพลิกไปมาบนเตียง ขอให้อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลยเถอะ สาธุ!
เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนสาย ๆ รามสูรก็ควานหาตัวคนที่เขานอนกกกอดเมื่อคืน แต่ก็พบเพียงหมอนข้าง เขารีบลุกขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปดูในห้องน้ำ เผื่อเจ้าหล่อนอาจจะกำลังอาบน้ำอยู่ก็ไม่มี เขาจึงเดินออกจากห้องนอนไปตะโกนเรียกลูกน้อง
"เห้ย.มีใครอยู่บ้างวะ"
เมื่อเห็นสภาพเจ้านายที่ใช้เพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันกาย ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าตาบูดบึ้ง คนดวงซวยก็รีบก้มหัวลง มือกุมเป้า
"ครับนาย"
"เมขลา..เอ่อผู้หญิงคนเมื่อคืนอยู่ใหน"
ลูกน้องจึงเงยหน้าขึ้น
"พี่เดชจัดการไปส่งเธอแล้วครับนาย"
"ใครสั่งวะ"
ตะเบ็งเสียงอย่างหงุดหงิด แล้วก็เดินกลับเข้าห้องนอนไป เห็นกระดาษอะไรแว้บ ๆ จึงหยิบขึ้นมาดู เธอไม่ได้เอาเช็คไป รามสูรงุนงงปนหงุดหงิด
ลูกน้องได้แต่เกาหัวแกรก ๆ กับอารมณ์ของเจ้านาย ก็ทุกทีพอเสร็จธุระแล้วก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้งนี่หว่า ส่วนมากพวกเขาก็จะไปส่งผู้หญิงที่เจ้านายหิ้วมาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะมีบางคนที่อิดออดไม่อยากไปง่าย ๆ อยากจะอยู่ต่อแต่เจ้านายเขาก็ไม่เคยอนุญาติ หรือคนนี้จะพิเศษเพราะเจ้านายพามาบ้าน ทุกทีจะไปที่คอนโดหรือไม่ก็โรงแรม หรือจะเกิดอะไรขึ้น หรือเธอจะขโมยของจะกล้าเหรอเพราะทุกทีเจ้านายเขาก็ตอบแทนพวกหล่อนอย่างาม เขาได้แต่คิดไปต่าง ๆ นา นา
เมื่อจัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้วรามสูรก็ลงมายังห้องอาหารซึ่งแม่บ้านตั้งโต๊ะเรียบร้อย
"ไปเรียกไอ้เดชมา"
ไม่นานคนที่ชื่อขุนเดชก็รีบเดินเข้ามา เขาไม่กล้าจะชักช้าเพราะคนที่ไปเรียกบอกว่าเจ้านายเขาอารมณ์ไม่ดี
"ครับนาย"
"ใครอนุญาติให้มึงปล่อยผู้หญิงคนนั้นไป"
"ก็..นายไงครับ"
"กูเหรอ"
"ก็ ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้นี่ครับ พอเรียบร้อย ผมก็เป็นคนไปส่งผู้หญิงทุกคนที่นายพามา"
"เออ !"
รามสูรตะโกนอย่างหัวเสีย
"ไปสืบเรื่องของเธอมา กูให้เวลาเจ็ดวัน"
คำสั่งนี้ลูกน้องไม่กล้าคัดค้าน ขุนเดชได้แต่คิดในใจ เจ้าหล่อนไปทำอะไรให้เจ้านายเขาไม่พอใจกันแน่นะ เอ๊ะหรือว่าพอใจ