"เจ๊ มา ๆ ทางนี้ ทางนี้"
เสียงเพื่อนรุ่นน้องในที่ทำงานส่งเสียงตะโกนเรียก เมขลา หรือ เม พร้อมกับกวักมือเรียกเธอให้เดินเข้าไปหา ทุกคนยืนรอที่หน้าร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่งในย่านแหล่งท่องเที่ยว วันนี้ที่แผนกของเธอมีการนัดเลี้ยงสังสรรค์กันประจำไตรมาส ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมคราวนี้ถึงพากันมายังสถานที่แบบนี้ด้วย ซึ่งทุกทีก็ไปตามร้านอาหารธรรมดาหรือไม่ก็ร้านหมูกระทะซะมากกว่า จะบอกว่าเธอไม่ค่อยชินกับสถานที่แบบนี้เลยไม่ใช่ไม่ชอบนะแค่ไม่ชิน
"โอ้ย กว่าจะถึง ทำไมต้องมาที่แบบนี้ด้วยนะ"
เมขลาโวยเอากับเพื่อน ๆ ซึ่งประกอบไปด้วย
พี่พัชร สาวใหญ่ใจดี อายุก็เลยหลักสี่ไปหลายแล้วแต่ก็ยังดูสวยใส และอ่อนกว่าวัย ตำแหน่งผู้จัดการแผนก
กระแต สาวน้อยวัยใสเพิ่งจบใหม่ มาทำงานได้สามเดือน
กระเจี๊ยบ สาวสวยประจำแผนกมีหนุ่ม ๆ ตามจีบไม่เว้นแต่ละวันวัยเบญจเพสพอดี
แล้วก็เธอ เมขลา อายุครบ 29 ขวบ เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง
"นี่แล้วเธอแต่งตัวอะไรของเธอ มาเที่ยวผับนะยะ ไม่ได้ไปวัด"
พี่พัชรพูดพร้อมกับกวาดตามองเมขลาตั้งแต่หัวจรดเท้า มองการแต่งตัวของเธอที่สวมกางเกงยีนส์ขายาวทรงบอย กับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวตัวโคร่งติดกระดุมถึงเม็ดสุดท้าย
"พี่พัชรก็พูดเกินไป แบบนี้แหละสวยแล้ว สวยในแบบของหนู เขาไม่ได้กำหนดซะหน่อยว่าต้องแต่งแบบใหน"
เมขลาตอบสาวใหญ่ผู้จัดการแผนกไป
"มิน่าล่ะ เจ๊ถึงไม่มีแฟนสักที"
กระแตพูดขึ้นบ้าง
"การที่จะมีแฟนหรือไม่มีแฟนมันอยู่ที่เบ้าหน้าจ้าไม่ใช่การแต่งตัว เอ็งดูเบ้าหน้าเจ๊แกด้วย"
เมขลาตอบกระแตไป เพราะเธอคิดว่าที่ไม่มีใครมาจีบเธอนั้นเป็นเพราะว่าเธอขี้เหร่
"เข้าไปกันเถอะค่ะเจ๊ ๆ หนูยืนจนปวดขาแล้ว"
กระเจี๊ยบบอกกับทุกคนบ้าง ทั้งสี่คนจึงเดินเข้าไปข้างในร้าน เมื่อเข้ามาแล้วพี่พัชรบอกกับเด็กในร้านว่าจองโต๊ะไว้แล้ว เด็กคนนั้นจึงเดินนำไปยังโต๊ะที่จองไว้
เมขลาทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บัญชีของบริษัทขนส่งขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ในส่วนที่เธอทำคือสาขาย่อยไม่ใช่สำนักงานใหญ่ ที่ทำงานของเธออยู่ในเขตลาดกระบัง ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิแผนกเธอมีทั้งหมดสี่คนเป็นสาว ๆ ล้วน ปกติจะมีการสังสรรค์กันทุก ๆ ไตรมาสหรือสามเดือน โดยพี่พัชรให้เหตุผลว่าเพื่อกระชับพื้นที่ เอ้ยไม่ใช่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ แต่เมขลาคิดว่าน่าจะตอบสนองนี้ดของพี่พัชรมากกว่า
เมื่อนั่งโต๊ะกันเรียบร้อยแล้วก็สั่งเครื่องดื่มกับอาหาร
"เอายำสามกรอบ แป๊ะซะปลาช่อน แล้วก็ต้มยำกุ้ง เครื่องดื่ม เอาสปายคลาสสิคละกันเนาะ"
พี่พัชรกางเมนูแล้วก็สั่งเผื่อทุก ๆ คนไปด้วยเลย เมื่อไม่มีเสียงคัดค้านเธอจึงคืนเมนูให้เด็กเสิร์ฟไป ระหว่างนั่งรออาหารและเครื่องดื่มก็นั่งมองผู้ชายไปพลาง ๆ
"เจ้ ๆ ดูนั่นสิ น่ารักน่าชัง"
กระแตกรี๊ดกร๊าดพลางสะกิดให้เมขลากับกระเจี๊ยบดูหนุ่มหน้าใสนายหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไป
"เพื่อนสาวรึเปล่ายัยกระแต"
กระเจี๊ยบเอ่ยปากพูดออกมา
"ใช่ ๆ หน้าใสซะขนาดนั้น"
เมขลาพูดขึ้นบ้าง
ยิ่งดึกก็ยิ่งคึกคักหลังจากอิ่มหนำสำราญจากอาหารการกินแล้ว ทุกคนก็ผลัดกันออกไปดิ้นมีแต่เมขลาเท่านั้นแหละที่นั่งเฝ้าโต๊ะอยู่ โดยเธอให้เหตุผลกับเพื่อน ๆ ว่าไม่สันทัดเต้น ชอบดูมากกว่า
"ตามใจ"
พี่พัชรพูดแค่นั้นก็เดินกลับไปเต้นต่อหลังจากที่พยายามมาลากเมขลาไปแต่เธอไม่ยอมขยับ เมขลาก็นั่งมองอะไรไปเรื่อย ๆ จิบสปายไปพลาง ๆ ซึ่งขวดนี้ก็คือขวดเดียวกับที่สั่งมาตั้งแต่ตอนแรก ๆนั่นแหละ พี่พัชรเปรย ๆ ว่านี่เธอกินหรือดมเอากันแน่ เมขลาได้แต่ยิ้ม ๆ แล้วก็บอกว่าไม่อยากเมาคอยสังเกตุการณ์ดีกว่า เธอมองโน่นมองนี่ไปเรื่อย ๆ แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับโต๊ะ ๆ หนึ่งตรงโซน วีไอพี เธอขยับแว่นสายตา แล้วก็เพ่งมองไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงกลางขนาบข้างซ้ายขวาด้วยผู้ชายตัวใหญ่ข้างละคน แถมยังมีที่ยืนอยู่รอบ ๆ โต๊ะอีกสองสามคนด้วยน่าจะเป็นบอดี้การ์ด
"โอ้โห สงสัยคงเป็นมาเฟีย เคยเห็นแต่ในละคร ในชีวิตจริงก็มีด้วยแฮะ"
เมขลาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางขยับแว่นสายตาอีกรอบ เธอพิจารณาผู้ชายกลุ่มนั้น ไม่เสียแรงที่มาสถานที่แบบนี้ ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นด้วย แล้วก็หันมาพิจารณาผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงกลางซึ่งน่าจะเป็นหัวหน้า
"อืม ! มาดก็ดูน่าเกรงขามดี ถึงจะดูหนุ่มไปสักหน่อย นึกว่ามาเฟียจะมีแต่แก่ ๆ ซะอีก แถมยังหน้าตาดีด้วยแฮะ หรือจะไม่ใช่มาเฟีย ดาราหรือเปล่า หรือว่านักการเมือง "
เมขลาพิจารณาเขาคนนั้นพร้อมกับเดาสถานะของเขาไปด้วย แล้วเธอก็ใจหายวูบ เมื่อเขาคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ พร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากพลางชูแก้วในมือเป็นการทักทาย เมขลารีบหลบสายตาเขาทันที เสมองไปทางอื่น ทำทีเป็นก้มมองโทรศัพท์ ทั้งที่ในใจเต้นโครมคราม
"จะยิงตรูส์เปล่าวะ ไม่น่าสอดรู้สอดเห็นเลยเรา"
เมขลาบ่นพึมพำในใจ พอดีกับจังหวะที่พวกเพื่อน ๆ เดินกลับมาที่โต๊ะ
"เจ๊ เป็นไรอ้ะ หน้าซีดเชียว เมาเหรอ"
กระแตถามเมื่อเห็นท่าทางเลิ่กลั่กของเมขลา
" เปล่า ๆ ไม่เป็นไร แล้วนี่เลิกเต้นกันแล้วเหรอ"
เมขลาเอ่ยถามเพื่อน ๆ
"นั่งพักก่อน คอแห้ง"
กระเจี๊ยบตอบ แล้วหันไปสั่งสปายเพิ่ม พร้อมกับคะยั้นคะยอให้เมขลาดื่ม เธอจึงยกขวดกระดกรวดเดียวหมดไปเกือบครึ่ง ในใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้นผสมความกลัว
"ไปห้องน้ำแป๊บนะ"
บอกเพื่อน ๆ แล้วเมขลาก็รีบเดินไปเข้าห้องน้ำ เมื่อทำธุระเสร็จเธอก็มายืนที่หน้ากระจกถอดแว่นตาเอาน้ำลูบหน้าสักหน่อยเพื่อความสดชื่น สำรวจความเรียบร้อยก็เดินออกจากห้องน้ำ ระหว่างเดินก็ก้มหน้าก้มตาเช็ดแว่นไปด้วย จะด้วยเพราะความเมา เพราะความมืด หรือเป็นเพราะไม่ได้สวมแว่นหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทำให้เธอเดินชนกับใครบางคน เธอกระเด้งออกมาทันทีมือลูบหน้าผากป้อย ๆ เนื่องจากความสูงของเธออยู่แค่ระดับหน้าอกเขา อีกอย่างเดินก้มหน้าก้มตาแบบนั้นทำให้ส่วนที่สัมผัสกันคือหน้าอกเขากับหน้าผากเธอ
"ขอโทษค่ะ"
เมื่อตั้งหลักได้ เธอก็เอ่ยปากขอโทษเขาทันทีพร้อมกับรีบเอาแว่นในมือขึ้นมาสวม เมื่อทุกอย่างชัดเจนขึ้นแล้วเมขลาก็หัวใจกระตุกวูบ ดูเหมือนว่ามันจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยแล้วถ้าเป็นไปได้
"ไม่เป็นไร"
เขากล่าวออกมา เหมือนการ์ดเขาจะสังเกตเห็นความผิดปกติจึงทำท่าจะเดินเข้ามาเพื่อกันเมขลาออก แต่เขากลับส่งสายตาปรามไว้
"แล้วคุณเป็นอะไรหรือเปล่า"
เขาถามเธอ ถ้าหูไม่ฝาดเหมือนเสียงนั้นจะเจือหัวเราะไปด้วย เมขลาขยับแว่นเงยหน้าขึ้นสบตาเขาพลางคิดในใจ
'ขำอะไรยะ'
แต่ปากตอบออกไป
"ไม่เป็นไรค่ะ ขอตัวนะคะ"
เธอเดินออกมาจากบริเวณนั้นด้วยใจที่เต้นโครมคราม เมื่อมาถึงที่โต๊ะแล้ว ก็เห็นกระแตนั่งอยู่คนเดียว
"พวกพี่ ๆ ล่ะ"
"นู่นนน"
กระแตชี้มือ เมขลามองตามก็เห็นสองสาวสองวัยแด๊นซ์กระจายอยู่กลางฟลอ
"ไม่ไปเต้นล่ะ"
เธอถามเพื่อนรุ่นน้อง
"เหนื่อยแล้ว นั่งอ่อยผู้ชายดีกว่าพี่"
เมขลาพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ เธอกับกระแตก็จิบสปายต่อ ครู่ใหญ่ ๆ พี่พัชรกับกระเจี๊ยบก็เดินเข้ามา
"ยัย เม แกไปทำอะไรไว้ "
"ทำไมเหรอพี่"
"ก็.."
พี่พัชรหันไปมองหน้ากระเจี๊ยบแล้วพูดต่อ
"มีผู้ชาย มาขอเลี้ยงเหล้าพวกเราน่ะสิ"
"เห้ย..แล้วทำไมถึงคิดว่าเป็นหนูล่ะ อาจจะเป็นยัยกระแตก็ได้"
"จะเป็นยัยกระแตได้ไง ก็เขาระบุว่าอยากเลี้ยงเหล้าแก"
เมื่อพี่พัชรพูดจบกระแตก็ขยับเข้ามาใกล้ ๆ พี่พัชร ทั้งสี่คนหัวสุมกัน
"ผู้ชายที่ใหนกันพี่ ช่างตาถั่ว เอ้ยตาถึง"
กระแตถามพร้อมกับหัวเราะแหะ ๆ พี่พัชรเงยหน้าขึ้นแล้วก็หันหน้าไปทางโซนวีไอพี ตำแหน่งตรงโต๊ะของคนที่เมขลาคิดว่าน่าจะเป็นมาเฟีย ดาราหรืออาจจะเป็นนักการเมืองคนนั้น และหรือคนที่เมขลาเดินชนหน้าห้องน้ำนั่นเอง
"คุณราม หรือ รามสูร เดชณรงค์กุล เขาบอกอยากเลี้ยงเหล้าขอโทษที่เดินชนแกหน้าห้องน้ำ"
เมขลาสตั๊นท์ไปห้าวิ
"เห้ยพี่ เรื่องแค่นี้ถึงกับจะเลี้ยงเหล้ากันเลยเหรอ เขามีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า อย่าเอาของเขาเลยพี่ น่ากลัว ดูเขาสิ มาดอย่างกะมาเฟีย"
เมขลาบอกแล้วก็หันไปทางโต๊ะของเขา ซึ่งก็เหมือนว่าเขากำลังมองมาทางกลุ่มของพวกเธออยู่แล้วด้วยเหมือนกัน กระแตกับกระเจี๊ยบพยักหน้าหงึกหงัก เชิงเห็นด้วยกับเมขลา แต่เพราะด้วยน่าจะความงกของพี่พัชร หรืออะไรก็แล้วแต่
"ไม่ทันแล้วย่ะ ฉันรับไมตรีจากเขาไปแล้ว"
แล้วพี่พัชรก็พูดต่อ
"อย่าคิดมากเลยน่า ไม่มีอะไรหรอก"
หันไปส่งยิ้มให้แล้วก็ชูแก้ว ค้อมศีรษะเป็นเชิงขอบคุณ
"ห๊ะ อะไรนะพี่ เขาชื่อรามสูรเหรอ ทำไมชื่อคล้องกับพี่เมอย่างนี้ล่ะ รามสูร เมขลา อร๊ายยย!เนื้อคู่รึเปล่าเนี่ย"
กระเจี๊ยบโพล่งขึ้นมาทำลายความเงียบ พี่พัชรกับกระแตเหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นมาได้ จึงพยักหน้าหงึกหงัก
"นั่นน่ะสิ เนื้อคู่แกมาแล้วยัยเมขลาเอ๊ย"
พี่พัชรพูดพร้อมกับหัวเราะชอบใจ เมขลาหน้าแดงทั้งเขินทั้งเคืองที่โดนแซว
"บ้าน่าพี่เนื้อคงเนื้อคู่อะไรกันเล่า"
เมื่อเห็นเหมือนเมขลาจะเขินทุกคนจึงเลิกแซวเธอ ต่างคนต่างนั่งจิบเครื่องดื่ม สลับกับการออกไปแด๊นซ์
รามสูรนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาวางแขนพาดไปตามความยาวของมัน หลับตานิ่งฟังเสียงสรรพสิ่งรอบข้าง ในมือคลึงแก้วเหล้าไปมา ความเย็นของน้ำแข็งช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้นิดหน่อย วันนี้เขารู้สึกเบื่อ ๆ ก็เลยอยากออกมาผ่อนคลายบ้าง จึงเลือกมาที่ร้านอาหารกึ่งผับแห่งนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการของเขาเอง
เขาหลับตาเพื่อพักสายตาที่เหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน เมื่อรู้สึกผ่อนคลายแล้วจึงลืมตาขึ้นมา ในจังหวะนั้นเองเขาก็สบเข้ากับสายตาคู่หนึ่งภายใต้กรอบแว่นสายตาหนาเตอะแต่กระนั้นดวงตาของเธอก็ยังระยิบระยับ และเปล่งประกายฉายแววอยากรู้อยากเห็น รามสูรจึงยกยิ้มมุมปากส่งรอยยิ้มไปให้เธอ เธอหลบสายตาเขา แล้วก็ก้มมองโทรศัพท์
"หึ.."
เขาส่งเสียงหึในลำคอ
"นึกว่าจะแน่"
เขาพึมพำเบา ๆ เมื่อการ์ดข้างกายได้ยินเหมือนเขาจะพูดอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยปากถาม
"นายว่าอะไรนะครับ"
"ไม่มีอะไร"
เขาตอบลูกน้องไปแล้วก็หันมาพิจารณาผู้หญิงคนนั้นต่อ สงสัยคงอยากจะทำตัวให้ดูแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น ๆ เพราะดูการแต่งตัวของเจ้าหล่อนแล้วก็แตกต่างจริง ๆ นี่เหรอชุดมาเที่ยวกลางคืนของเธอ แต่ก็อาจจะเป็นเพราะอย่างนี้มั้งเธอถึงได้สะดุดตาเขาอย่างจัง อีท่าทางเฉิ่มเชย ดูแล้วเหมือนจะไม่ทันโลก แต่แววตาไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักนิด มันดูระยิบระยับ เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและอยากลอง ท่าทางแบบนั้นมันปลุกสัญชาติญาณการเป็นนักล่าของเขาได้ดีแท้ ซึ่งน้อยครั้งที่เขาจะมีอาการแบบนี้ เพราะทุกทีเขาไม่จำเป็นต้องล่า ก็แค่เอ่ยปากว่าต้องการหรือแค่ปรายตามองก็มีเหยื่อที่พร้อมจะวิ่งเข้ามาให้เขาขย้ำกินอย่างง่ายดาย ยิ่งเขาได้เห็นเธอตอนถอดแว่นที่หน้าห้องน้ำเมื่อครู่นี้แล้วมันกระตุ้นให้เขาคิดจะทำอะไรบางอย่าง
เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงสั่งลูกน้องให้ไปเชื่อมไมตรี โดยแจ้งความจำนงค์ว่าเขาต้องการเลี้ยงเหล้าพวกเธอทั้งกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่ใส่แว่นสายตา และมันก็เป็นไปตามคาดเพราะเพื่อนของเธอไม่ได้ปฏิเสธซักนิด แถมยังให้ข้อมูลของเจ้าหล่อนมาด้วย เมขลา อนันต์ลักษณ์ คือชื่อของเธอ ไม่รู้แหละ เพราะคืนนี้ยังไงบนเตียงของเขาจะต้องมีผู้หญิงที่ชื่อเมขลา เขาไม่สนหรอกว่าเจ้าหล่อนจะเป็นของใครหรือเต็มใจหรือไม่ก็ตาม เพราะทุกอย่างที่เขาต้องการเขามักจะได้เสมอ
"สวัสดีครับ"
ผู้ชายตัวใหญ่หน้าดุเดินตรงมาที่โต๊ะของเมขลาพร้อมกับกล่าวคำทักทาย จึงทำให้บทสนทนาของทั้งสี่สาวหยุดชะงักลง
"อ้าวคุณ ว่าไงคะ"
พี่พัชรนั่นเอง เธอจำได้ว่าเป็นผู้ชายคนเดียวกับที่เข้ามาบอกว่าเจ้านายของเขาอยากเลี้ยงเหล้าพวกเธอ
"คือเจ้านายผม เอ่อคุณรามน่ะครับ อยากเชิญคุณผู้หญิงคนนี้ ไปร่วมโต๊ะด้วยครับ"
เขาส่งสายตามาทางเมขลา เธอจึงยกมือขึ้นแล้วจิ้มที่หน้าอกตัวเอง
"ฉันเหรอคะ"
ผู้ชายคนนั้นพยักหน้าพร้อมกับผายมือออกไปทางตำแหน่งโต๊ะเจ้านายของเขาเป็นเชิงบอกว่าเมขลาจะต้องไป ห้ามปฏิเสธ เธอจึงมองหน้าเพื่อน ๆ ซึ่งทุกคนก็ผงกหัวส่งสายตาที่เมขลามองแล้วก็เข้าใจความหมายว่า
'มรึงต้องไป'
เธอจึงต้องจำใจเดินนำผู้ชายคนนั้นไปยังโต๊ะของคุณรามสูรอะไรนั่น
"สวัสดีค่ะ"
เธอยกมือไหว้เขา เพราะดูลักษณะแล้วเขาน่าจะอายุมากกว่าเธอ
"นั่งสิคุณ ยืนอย่างนั้นไม่เมื่อยเหรอ แล้วอีกอย่างคุณน่าจะรู้จักผมแล้วเนาะ"
เมขลาพยักหน้าแล้วจึงเลือกนั่งลงตรงตำแหน่งที่ไกลเขาที่สุดจนเกือบจะตกขอบโซฟาอยู่แล้ว เห็นอย่างนั้นรามสูรก็หัวเราะ ขำกับท่าทีระมัดระวังตัวของเธอ
"ขยับเข้ามาอีกก็ได้ เดี๋ยวได้ตกโซฟาหรอก ผมไม่กัดคุณหรอกน่า"
นั่นแหละเมขลาถึงได้ขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดนึง
"เอ่อ..คือคุณคนนี้"
เธอหันไปทางผู้ชายคนที่ไปเชิญเธอมา
"บอกว่าคุณอยากให้ เม..เอ่อฉันมาร่วมโต๊ะ"
"ใช่..เพราะผมเห็นคุณมองเหมือนจะอยากมาร่วมโต๊ะด้วย ก็เลยให้เกียรติเชิญมา เอ่อคุณ.."
เขาทำทีเป็นถามชื่อเธอทั้งที่รู้จากเพื่อนของเธอแล้ว
"เมขลาค่ะ อืม.. ถ้าอย่างงั้นก็ต้องขอบคุณมากนะคะที่ให้เกียรติ แต่ความจริงแล้วฉันไม่ได้อยากมาร่วมโต๊ะกับคุณสักหน่อย อีกอย่างนะที่มองน่ะเป็นใครเขาก็ต้องมองป้ะ ก็คุณเล่นจัดเต็ม มีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังอย่างเนี้ย ก็นึกว่าถ่ายหนัง ใครเขาก็ต้องมองทั้งนั้นแหละค่ะคู๊ณ"
เมื่อเธอพูดจบบรรดาการ์ดที่อยู่ข้างกายเขาก็อดขำเกือบไม่ไหว เขาเห็นปฏิกิริยาของลูกน้องแล้วก็ได้แต่ส่งสายตาคาดโทษไปให้
"งั้นเหรอ อื้อเข้าใจล่ะ แต่อย่างน้อยคุณก็น่าจะขอบใจผมหน่อยนะที่เลี้ยงเหล้าคุณกับเพื่อน ๆ น่ะ"
"ขอบพระคุณค่ะ"
พูดพร้อมกับยกมือไหว้ แล้วก็พูดต่อ
"เอ่อนี่คุณรามคะ ที่จริงคุณไม่ต้องอ้อมค้อมอะไรมากก็ได้นะ ถ้าหากคุณจะจีบเพื่อนฉันน่ะบอกกันมาตามตรงเลยก็ได้ จะคนใหน คุณเดินเข้าไปทักกันเลยเถอะ ไม่ต้องมาฟอร์มเรียกฉันมาเพื่อเป็นแม่สื่อให้หรอกนะคะ"
เธอพูดซะยืดยาว รามสูร ก็นิ่งฟังเธออย่างสงบซึ่งเขาก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงทนฟังเธอพูดได้นานขนาดนี้ ก็สนุกดีเหมือนกันแฮะ
"อือ..ง้านเหรอ คุณเข้าใจแบบนั้น"
เมขลาพยักหน้า
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวนะคะ"
เธอพูดพร้อมกับทำท่าจะลุกขึ้น แต่แล้วก็ต้องเสียหลักเซถลาไปประชิดกับตัวของรามสูร จนแทบจะเกยบนตักเขาอยู่แล้ว เพราะเขานั่นเองที่ออกแรงกระชากข้อมือของเธอ
"ใครอนุญาติให้คุณไปกัน"
"เอ๊ะ นี่คุณ ปล่อยนะ"
"คืนนี้คุณต้องอยู่กับผม ทั้งคืน"
เมขลาชะงักค้างเตรียมจะพูดอะไรต่อ แต่เมื่อเห็นสายตาและท่าทางของรามสูรแล้วเธอจึงหุบปาก สมองน้อย ๆ ของเธอกำลังประมวลผลหาวิธีเอาตัวรอด รามสูรส่งสายตาให้ลูกน้องเดินไปทางกลุ่มเพื่อน ๆ ของเธอ ลูกน้องเขาพูดอะไรบางอย่าง พี่พัชรพยักหน้าหงึกหงัก เมขลาเห็นแค่นั้นแหละเพราะหลังจากนั้นรามสูรก็ลากเธอออกไปทางหลังร้าน บีบข้อมือเธอจนเจ็บป้องกันเธอขัดขืน ไม่นานเธอกับเขาก็ออกมาข้างนอกร้าน โดยมีรถคันหรูจอดพร้อมกับสตาร์ทเครื่องรออยู่แล้ว
"ขึ้นรถ"
เขาสั่งเสียงเข้ม เมขลามองหน้าเขาอย่างชั่งใจแต่ก็ยอมก้าวขึ้นรถไปโดยดีเพราะเธอกลัวเขาจะทำร้าย พลางคิดหาวิธีเอาตัวรอดไปด้วย เมื่อเธอก้าวเข้าไปนั่งบนรถแล้ว รามสูรก็ก้าวตามขึ้นมา หลังจากนั้นรถก็เคลื่อนห่างออกจากร้านมาเรื่อย ๆ
"นายครับไป.."
"บ้าน"
"นี่คุณจะพาฉันไปใหนคะ มันดึกแล้ว ฉันจะกลับบ้าน"
"เท่าไหร่"
"ห๊ะ ! อะไรเท่าไหร่"
"ค่าตัว..คุณน่ะ เท่าไหร่ ผมจะเหมาทั้งคืน"
เมขลาอ้าปากค้าง ความโกรธแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ บนใบหน้า แต่ก็พยายามระงับอารมณ์
"เอ่อ ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะคุณรามสูร คือฉันไม่ใช่แบบที่คุณคิด"
ตรงใหนกันที่ทำให้เขาเข้าใจเธอผิดไปแบบนั้น เอาเถอะบางทีคนเราอาจจะมีความสามารถในการแยกแยะอะไร ๆ ได้ไม่เท่ากัน เธอก็ควรจะใจเย็นและพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจ
"ไม่ใช่อย่างที่คิด แล้วเป็นแบบใหน แบบให้ฟรี ๆ งั้นเหรอ"
เพี๊ยะ !
ทั้งคันรถเงียบกริบ การ์ดกับคนขับรถมองหน้ากัน เพราะคำพูดของเขาเหมือนจะทำให้อารมณ์เมขลาขาดสะบั้นผลที่ออกมาคือเธอตบหน้าเขาไปเต็มแรง รามสูรใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มข้างที่ถูกตบ เหมือนเมขลาจะได้สติและเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธออยู่บนรถของเขา ถ้าเขาฆ่าเธอทิ้งล่ะจะทำไง
"กล้ามากนะ สงสัยจะชอบความรุนแรง"
รามสูรพูดจบก็กระชากแขนเธอ เมขลาปลิวเข้ามาปะทะอกแกร่งของเขาทันที มืออีกข้างของเขาบีบปลายคางเธอไว้แล้วก็ประกบริมฝีปากบางลงมาบดขยี้กับริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ เขาบีบปลายคางเธอให้แรงขึ้นบังคบให้เธอเปิดปากเพื่อจะได้สอดลิ้นร้อน ๆ ของเขาเข้าไปกระหวัดเกี่ยวลิ้นเล็ก เป็นนานกว่าเขาจะถอนริมฝีปากออก เมขลาน้ำตารื้น ทั้งเจ็บ ทั้งอาย แล้วก็โกรธ รามสูรปล่อยมือจากปลายคางของเธอ เมขลาจึงดิ้นรนอีกครั้ง เหมือนเขาจะรำคาญจึงกระชากตัวเธออีกครั้งคราวนี้เธอขึ้นมานั่งบนตักเขา สองมือสองแขนถูกเขาล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา
"หยุดดิ้น ไม่งั้นเพื่อนคุณไม่ได้ออกจากร้านนั้นแน่"
เขากระซิบข้างใบหูเธอ เมขลาชะงักทันที
"คุณคงบ้าไปแล้ว คุณต้องการอะไรกันแน่ คุณรามสูร"
"ตัวคุณ"
เมขลาอยากจะกรี๊ดให้ดัง ๆ เธอไม่เข้าใจเลยว่าพวกคนรวย ๆ นี่จะชอบทำอะไรแผลง ๆ แบบนี้กันทุกคนหรือเปล่า
รถหรูคันนั้นมาจอดที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งในย่านชานเมือง รามสูรลากเมขลาลงมาจากรถแล้วก็ดึงเธอเข้ามาในบ้าน ส่วนบรรดาการ์ดของเขาต่างแยกย้ายไปใหนเมขลาไม่ทันได้สังเกต เขากึ่งลากกึ่งจูงเธอพาไปยังห้องรับแขก เขานั่งลงบนโซฟาตัวหนึ่ง โดยที่ไม่ยอมปล่อยมือเธอเลย เมขลาจึงจำใจต้องนั่งลงข้าง ๆ เขา
"ว่าไง ตกลงเท่าไหร่ "
คนที่ทั้งชีวิตนี้อยากได้อะไรแล้วต้องได้ ไม่ว่าจะแพงแค่ใหนหากเขาพอใจเขาก็ยินดีที่จะจ่าย เมขลามองหน้าเขาแล้วเอ่ยปากพูด
"แน่ใจเหรอว่าคุณจะยอมจ่าย"
เขายกยิ้มร้าย เหอะในที่สุดก็เผยธาตุแท้ออกมา
"คุณก็เสนอราคามาสิ"
พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปถอดแว่นตาของเธอแล้วก็วางมันไว้บนโต๊ะ
"สามล้าน"
ในเมื่อเขาอยากเข้าใจไปในทำนองนั้นแล้ว เธอก็จะลองเรียกร้องให้มันดูเว่อร์ ๆ เข้าไว้เผื่อเขาจะเปลี่ยนใจ ปล่อยเธอกลับบ้าน
เมื่อได้ยินอย่างนั้นรามสูรก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยกมือขึ้นเป็นเชิงส่งสัณญาณอะไรบางอย่าง แล้วก็เป็นการ์ดคนเดิมกับที่เข้าไปคุยกับเมขลาที่ร้านในตอนนั้น เดินออกมาพร้อมกับสมุดเช็คหนึ่งเล่ม ค้อมตัวลงแล้วก็ส่งมันให้กับรามสูร เขารับมา กรอกตัวเลขลงไป และเซ็นต์ชื่อกำกับ พร้อมกับฉีกออกมาหนึ่งใบ จับกระดาษแผ่นนั้นยัดใส่มือของเธอ
"เช็คเงินสดสามล้าน พรุ่งนี้คุณไปขึ้นเงินได้เลย"
"เช็คเงินสดสามล้าน พรุ่งนี้คุณไปขึ้นเงินได้เลย"
พูดจบรามสูรก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วก็โน้มตัวลงมาตวัดแขนอุ้มตัวของเมขลามาไว้แนบอก
"ว้าย.. คุณปล่อยนะ ฉันพูดเล่น เอาของคุณคืนไป"
เมขลาดิ้นรนพร้อมกับยัดเช็คใบนั้นใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อสูทของเขา รามสูรหาได้สนใจเธอไม่ เพราะนอกจากเขาจะไม่ปล่อยเธอแล้ว ยังเดินขึ้นบันไดมายังชั้นบนของบ้านจุดหมายคือห้องนอนของเขาเอง
ตุ้บ !
เขาโยนเมขลาลงบนเตียง เธอรีบลุกขึ้นนั่งแล้วก็เขยิบไปยังฝั่งตรงข้าม รามสูรมองเธอแล้วก็เริ่มถอดเสื้อสูทออก ตามด้วยเสื้อเชิ้ต เผยให้เห็นแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เขาก้าวเดินเข้ามาเรื่อย ๆ เมขลาทำท่าจะถลาลงจากเตียง แต่ช้ากว่าเขา เพราะเขาเข้ามาประชิดตัวเธอแล้วก็คร่อมเธอไว้
"นะนี่ ๆๆ คุณจะทำอะไร"
"แล้วคิดว่าผมจะทำอะไรล่ะ ขนาดนี้แล้วยังดูไม่ออก ทำยังกะไม่เคย"
"อร๊าย ! ปล่อยนะ"
"..."
เสียงของเมขลาหายเข้าไปในลำคอเพราะรามสูรใช้ริมฝีปากของเขาปิดเสียงเธอไว้ เมขลาดิ้นรนสักพัก ก็เริ่มอ่อนระทวย สัมผัสแปลกใหม่ที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอไม่เคยรับรู้เลย เมื่อเห็นเธอนิ่งไปรามสูรก็เริ่มรุกหนักขึ้น เขาบีบปลายคางของเธอเป็นเชิงบังคับให้เธอเผยอริมฝีปากขึ้นเพื่อจะได้ส่งลิ้นร้ายของเขาเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปากเธอ
"อื้อ .. "
เมขลาส่งเสียงอื้ออ้าในลำคอ รามสูรรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เมื่อส่งลิ้นร้ายเข้ารุกล้ำริมฝีปากเธอแล้ว ก็ถึงคราวมือของเขาได้ทำหน้าที่ของมันบ้าง เขาปล่อยมือจากการบีบปลายคางของเมขลา เลื่อนไปยังกระดุมกางเกงยีนส์ของเธอจัดการปลดมันออก รูดซิปลงและจัดการรูดมันออกไปทางปลายเท้าเธอ พร้อมกับซับในชิ้นเล็กอย่างง่ายดาย โดยที่ปากของเขายังไม่ได้ห่างจากริมฝีปากเธอแม้แต่น้อย เมื่อส่วนล่างของเธอเปลือยเปล่า เขาก็หันไปสนใจส่วนบนของเธอต่อ เมขลาอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เธอกินเข้าไป หรือเป็นเพราะไม่เคยมีประสบการณ์กับเรื่องแบบนี้ หรือจะเป็นเพราะเขาเชี่ยวชาญเหลือเกิน เธอจึงไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านเขา นอนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างหนา ปล่อยให้เขากระทำได้ตามอำเภอใจ รามสูรปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเมขลาออก สอดมือเข้าไปข้างหลังเธอปลดตะขอบราเซียร์สีหวานปราการด่านสุดท้าย เขาเปลี่ยนเป้าหมายจากริมฝีปากของเธอมาเป็นสองเต้าอวบใหญ่ที่ชูชันล่อตาล่อปากเขาซะเหลือเกิน เขาก้มลงดูดกลืน เม้มลงตรงไตแข็ง ลากลิ้นเลีย วนไปมาอย่างหิวกระหาย สลับดูดดึงซ้ายขวา ส่วนมือก็เลื่อนไปกอบกุมตรงเนินอวบใหญ่ ใช้นิ้วเรียวยาวแหวกร่องกลาง เมขลาสะดุ้ง
"คุณ..หยุด เถอะ ยะ อย่าทำแบบนี้เลย"
เมขลาพูดเสียงขาด ๆ หาย ๆ
"คุณจะกลับคำงั้นเหรอ ใหนตกลงราคากันแล้วไง"
เขาจัดการปิดเสียงเธอด้วยริมฝีปากเขา ดูดดึงริมฝีปากล่าง มือหนึ่งเค้นคลึงเต้าสวย อีกมือก็สอดเข้าไปยังร่องใจกลางร่างสาว
"เจ็บ"
เมขลากระถดสะโพกหนีการรุกรานของเขา รามสูรรั้งสะโพกเธอกลับมารองรับการรุกรานของเขาต่อ
"อย่าเกร็งสิ"
เขากระซิบเสียงแหบพร่า พร้อมกับขยับนิ้วเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ เมขลาส่ายหน้าเปล่งเสียงครางไม่เป็นภาษา เขาจับขาเธอแยกออกแล้วก้มลงใช้ปลายลิ้นเลียแทนนิ้วเรียวยาวของเขา รสชาติของเธอช่างหอมหวานนัก เมื่อน้ำหวานของเธอมีมากพอแล้ว รามสูรจึงส่งตัวตนของเขาที่มันแข็งขึงจนปวดเกร็งเข้าไปทักทายยังปากทางเข้า ส่งส่วนปลายเข้าไปทักทายก่อน ช่องทางมันค่อนข้างคับแน่น เขารับรู้ได้ทันทีว่านี่คือครั้งแรกของเธอ
"อาาาว์ สมราคา"
รามสูรคิดในใจ พร้อมกับขยับสะโพกค่อย ๆ ดันตัวตนของเขาให้มันค่อย ๆ จมลึกลงสู่ใจกลางร่างเธอ
"อ๊ะว์ อาห์ เจ็บ "
"เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว"
รามสูรกัดฟัน เพราะความคับแน่นของเธออาจจะทำให้เขาล่มปากอ่าวได้ เขาหยุดเพื่อผ่อนคลายแล้วก็ให้เวลาเมขลาได้ปรับตัวไปด้วย เมื่อทุกอย่างเข้าที่ดีแล้วเขาก็เริ่มขยับสะโพกอีกครั้ง
"อ๊ะว์ โอว์"
"อ๊าส์"
เมื่อถึงจุดหมายปลายทางเขาก็ปลดปล่อยออกมาเต็มที่ โดยที่ไม่คิดจะถอดถอนตัวตนออกมาจากกายเธอเลยแม้แต่น้อย ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมาเขาไม่เคยปล่อยตัวเช่นนี้เลย กับผู้หญิงคนอื่น ๆ
เมขลาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดระบมไปทั่วร่าง เธอพยายามยันกายลุกขึ้น แต่ก็ติดตรงที่มีแขนกับขาของรามสูรกอดเกยตัวเธออยู่ เมขลาค่อย ๆ ยกแขน กับ ขาเขาออกเพราะกลัวเขาตื่นแล้วค่อย ๆก้าวลงจากเตียง ควานหาเสื้อผ้าที่มันตกอยู่เกลื่อนพื้น แล้วค่อย ๆ เดินเข้าห้องน้ำ เพราะแต่ละย่างก้าวมันเจ็บจี๊ด โดยเฉพาะตรงส่วนนั้นของเธอ
อาบน้ำชำระร่างกาย สวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิม แล้วก็เดินออกมาจากห้องนอน เดินลงมายังห้องรับแขกไปคว้าเอาแว่นตาที่เธอจำได้ว่าเขาถอดมันวางไว้ที่โต๊ะในห้องนี้
"อ้าว คุณเมขลา เชิญทางนี้ครับ"
การ์ดคนเมื่อคืนนั่นเอง เมขลาจึงเดินตามเขาออกไปยังโรงจอดรถ เขาเปิดประตูรถตรงเบาะหลังเธอจึงขึ้นไปนั่ง เขาเข้าประจำที่คนขับ
"คุณคงไม่ฆ่าฉันปิดปากใช่ไหมคะ"
ขุนเดชสะดุ้ง ยิ้มแหย ๆ
"ผมจะไปส่งคุณครับ เอ่อให้ไปส่งที่ใหน แล้วนี่กระเป๋าของคุณครับ"
เมขลายื่นมือมารับกระเป๋าจากเขา
"ขอบคุณค่ะ"
พึมพำขอบคุณเขาเบา ๆ เขาจึงออกรถ
"เอ่อ.. ให้ไปส่งคุณที่ใหนครับ"
"ที่.. "
เธอบอกชื่อห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งย่านศรีนครินทร์ เมขลาเอนศีรษะพิงเบาะรถ ปล่อยน้ำตาให้ไหลรินลงข้างแก้ม ขุนเดชมองเธอผ่านกระจกหลัง อะไรกันแฮะ สงสัยจะเสียใจที่ต้องจากเจ้านายของเขามาเร็วเกินไป หรือจะโดนเจ้านายเขาไล่ออกมา
เมื่อลงจากรถของลูกน้องของรามสูรแล้ว เมขลาก็โบกแท๊กซี่มายังหอพักของเธอ แวะร้านขายยาซื้อยาคุมฉุกเฉิน ยังไงก็ต้องป้องกันตัวไว้ก่อน เมื่อขึ้นมาถึงห้องแล้วก็อาบน้ำหวังชำระคราบคาวที่เขาฝากฝังไว้ให้มันลบเลือนไปให้หมด แต่ยิ่งส่องกระจกมองตัวเองก็เหมือนจะตอกย้ำว่ามันไม่มีทางลบเลือน เพราะร่องรอยต่าง ๆ มันช่างชัดเจน โดยเฉพาะบนเนินอกทั้งสองข้าง เมขลาล้มตัวนอนบนเตียง ร้องไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้น นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน สักพักก็ผล็อยหลับไป
'ฟังฉันที เธอคือทุกอย่างของฉันในตอนนี้'
เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังเป็นรอบที่สองเมขลาขึงคว้ามันขึ้นมารับ
"ฮัลโหล"
"ยัยเม แกเป็นไงบ้าง "
"หืม ..พี่พัชร ไม่เป็นไร พี่กลับกันยังไงเมื่อคืน ปลอดภัยดีทุกคนนะ"
"จะเป็นไรล่ะปลอดภัยหายห่วง ว่าแต่แกเถอะ เห็นคนของคุณรามสูรบอกว่าแกจะไปต่อกับเขา เป็นไงบ้าง"
"อื้อ ก็ไม่เป็นไง "
"เค ๆ ถ้างั้นแค่นี้แหละ วันจันทร์เจอกัน"
"จ้า"
นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับช้าน ต้องมาเสียตัวให้กับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก มันมีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอในโลกใบนี้
เมขลานอนพลิกไปมาบนเตียง ขอให้อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลยเถอะ สาธุ!
เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนสาย ๆ รามสูรก็ควานหาตัวคนที่เขานอนกกกอดเมื่อคืน แต่ก็พบเพียงหมอนข้าง เขารีบลุกขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปดูในห้องน้ำ เผื่อเจ้าหล่อนอาจจะกำลังอาบน้ำอยู่ก็ไม่มี เขาจึงเดินออกจากห้องนอนไปตะโกนเรียกลูกน้อง
"เห้ย.มีใครอยู่บ้างวะ"
เมื่อเห็นสภาพเจ้านายที่ใช้เพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันกาย ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าตาบูดบึ้ง คนดวงซวยก็รีบก้มหัวลง มือกุมเป้า
"ครับนาย"
"เมขลา..เอ่อผู้หญิงคนเมื่อคืนอยู่ใหน"
ลูกน้องจึงเงยหน้าขึ้น
"พี่เดชจัดการไปส่งเธอแล้วครับนาย"
"ใครสั่งวะ"
ตะเบ็งเสียงอย่างหงุดหงิด แล้วก็เดินกลับเข้าห้องนอนไป เห็นกระดาษอะไรแว้บ ๆ จึงหยิบขึ้นมาดู เธอไม่ได้เอาเช็คไป รามสูรงุนงงปนหงุดหงิด
ลูกน้องได้แต่เกาหัวแกรก ๆ กับอารมณ์ของเจ้านาย ก็ทุกทีพอเสร็จธุระแล้วก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้งนี่หว่า ส่วนมากพวกเขาก็จะไปส่งผู้หญิงที่เจ้านายหิ้วมาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะมีบางคนที่อิดออดไม่อยากไปง่าย ๆ อยากจะอยู่ต่อแต่เจ้านายเขาก็ไม่เคยอนุญาติ หรือคนนี้จะพิเศษเพราะเจ้านายพามาบ้าน ทุกทีจะไปที่คอนโดหรือไม่ก็โรงแรม หรือจะเกิดอะไรขึ้น หรือเธอจะขโมยของจะกล้าเหรอเพราะทุกทีเจ้านายเขาก็ตอบแทนพวกหล่อนอย่างาม เขาได้แต่คิดไปต่าง ๆ นา นา
เมื่อจัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้วรามสูรก็ลงมายังห้องอาหารซึ่งแม่บ้านตั้งโต๊ะเรียบร้อย
"ไปเรียกไอ้เดชมา"
ไม่นานคนที่ชื่อขุนเดชก็รีบเดินเข้ามา เขาไม่กล้าจะชักช้าเพราะคนที่ไปเรียกบอกว่าเจ้านายเขาอารมณ์ไม่ดี
"ครับนาย"
"ใครอนุญาติให้มึงปล่อยผู้หญิงคนนั้นไป"
"ก็..นายไงครับ"
"กูเหรอ"
"ก็ ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้นี่ครับ พอเรียบร้อย ผมก็เป็นคนไปส่งผู้หญิงทุกคนที่นายพามา"
"เออ !"
รามสูรตะโกนอย่างหัวเสีย
"ไปสืบเรื่องของเธอมา กูให้เวลาเจ็ดวัน"
คำสั่งนี้ลูกน้องไม่กล้าคัดค้าน ขุนเดชได้แต่คิดในใจ เจ้าหล่อนไปทำอะไรให้เจ้านายเขาไม่พอใจกันแน่นะ เอ๊ะหรือว่าพอใจ