“ยัยมินทำอะไรให้แกเกลียดล่ะ แกอย่ามาอคติเพราะยัยมินไม่ชอบแต่งตัวยั่วผู้ชายเหมือนแม่รติอะไรนั่นของแกเลย ย่าปั้นยัยมินมากับมือ คนของย่าเก่งและสามารถมีเหลนนิสัยดีๆ ให้ย่าในอนาคตได้แน่”
“มันเป็นแฟชั่นครับคุณย่า ผู้สมัยนี้แต่งตัวแบบนี้เกือบทุกคน”
“ไม่จริง แกอย่ามาหลอกย่า ไม่มีใครแทบจะแก้ผ้าเหมือนคู่ควงแกหรอก มีเท่าไหร่ก็ขนมาโชว์ไม่รู้จักอาย”
“สวยดีออกครับ”
“ของดีมีไว้กับตัวไม่จำเป็นต้องมาแบ่งให้คนบนโลกเห็นด้วยหรอก แบบนั้นน่ะมันไม่มีราคา เขานิยมมีไว้สำหรับเป็นของแถมยะ”
แสงแขกล่าวเสียงกร้าว นางรู้ดีหากนางไม่จัดการเรื่องนี้ รติรัตน์คงเข้ามาอยู่ในส่งไพศาสในฐานะหลานสะใภ้แน่ๆ หนี้สินที่ตระกูลชัญญาปัทม์แบกไว้จนหลังแอ่น คงไม่แคล้วต้องยื่นมือเข้าไปช่วย ในฐานะที่เกี่ยวดองกันแล้ว แสงแขทำใจไม่ได้ คนพวกนั้นดีแต่สร้างหนี้ และเข้ามาเพื่อกอบโกย นางไม่มีวันยอมให้เงินทองที่ได้มาอย่างยากเย็น ละลายหายไปเพราะถูกผลาญ
“ผมขอเวลา”
“ได้ แต่อย่านาน หากแกต้องการยื้อเวลาไว้ล่ะก็ แกคิดผิด ย่ามือลื่นโอนสมบัติให้คนนอกแกต้องโทษตัวเองนะตานนท์”
นนทวัฒน์ปวดศีรษะข้างซ้ายจี๊ดๆ เขาจะแก้ปัญหาอย่างไรดี มันมีทางเลือกไม่กี่ทางสำหรับเขา แต่จะให้จำใจแต่งงานกับผู้หญิงสุดเห่ยคนนั้น แค่คิดก็แทบทนไม่ไหว เขาไม่มีทางยอมนอนร่วมเตียงกับผู้หญิงที่แค่มองก็เซ็กส์เสื่อมแน่ๆ
บทที่2.มินตราขาลุย
มือเรียวเล็กกดคลึงอยู่ข้างขมับทั้งซ้ายและขวา หลังคนงานเก่าแก่ที่ดูแลตนเองประหนึ่งญาติผู้ใหญ่แจ้งข่าวบางอย่างให้รู้ มินตราถอนใจแรงๆ เงยหน้ามองลุงฤทธิ์พร้อมกับยิ้มกร่อยๆ
“คุณท่านมาเองเลยเหรอคะลุงฤทธิ์”
“ครับคุณมิน”
“มินไม่อยากไปเลยลุงฤทธิ์ คุณท่านมาทวงสัญญากับมินแน่ๆ”
ไม่ต้องเดาก็พอรู้ แสงแขมาทวงสัญญาจากเธอ หลังยื่นมือมาช่วยสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่มารดาทิ้งไว้ให้มินตราดูต่างหน้า กิจการนี้แทบไปไม่รอดตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน มินตราเองก็ยังเด็กและไม่กว้างขวางในการหารายได้เข้า โชคดีที่แสงแขรับสถานเลี้ยงเด็ก ‘ปลื้มบุญ’ ไปอยู่ในโครงการแบ่งปันที่ส่งไพศาสบริจาคทุกเดือน
มินตราเลยได้รับการอนุเคราะห์จากส่งไพศาส จวบจนทุกวันนี้ เด็กๆ ที่มารดาเคยอุปการะไว้ก็พลอยได้อานิสงส์ไปด้วย
“คุณมินคิดจะทำยังไงต่อครับ”
“ไม่รู้สิลุง มินคงเลี่ยงคุณท่านได้อีกไม่นาน”
“คุณมินไม่ต้องสนใจเด็กพวกนี้ก็ได้นี่ครับ ถ้าคุณมินลำบากใจ”
“หากเป็นเพราะมิน แล้วพลอยทำให้คนที่ไม่เกี่ยวด้วยเดือดร้อน มินไม่สบายใจหรอกนะคะลุง”
“มันคืออนาคตของคุณมินเลยนะครับ”
“อนาคตของมินคือที่นี่ค่ะลุง มินจะไม่ยอมให้สิ่งที่แม่สร้างมาพังลงไปต่อหน้าต่อตาหรอกค่ะ”
มินตรากล่าวเสียงหนัก มันเป็นงานที่ลำบากและอุปสรรคเยอะ แต่ทุกครั้งที่เห็นบรรดาเด็กๆ ที่มารดาโอบอุ้มมาประสบความสำเร็จ มินตราก็ยินดีด้วย พวกเขาขาดแคลนและไร้โอกาส ถ้าเธอสามารถค้ำจุนหรือไม่ก็ช่วยให้พวกเขาสมหวังได้ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่ใช่เหรอ
“แต่มันจะดีเหรอครับ คุณนนท์เธอ”
ฤทธิ์ห่วงมินตราเพราะมินตราคือตัวแทนของมลฤดี มารดาของมินตราอุทิศชีวิตและทุ่มเทให้กับสถานสงเคราะห์แห่งนี้ คนจิตใจดีแบบนั้นไม่น่าอายุสั้นเลย
“มินคงต้องไปคุยกับเขา”
มินตราไม่ใช่คนหนีปัญหา และเธอมองไม่เห็นหนทางปฏิเสธความหวังดีของแสงแขด้วย ท่านอุปการะเธอ แถมเผื่อแผ่ความเมตตานั่นมาที่สถานสงเคราะห์แห่งนี้ด้วยเด็กหลายคนที่นี่เลยไม่ถูกย้ายไปอยู่ที่อื่น หลังเรียนจบมา มินตราพยายามหาทุนและปรับความเป็นอยู่ให้กับเด็กรุ่นใหม่ที่เข้ามาพำนักให้ดีขึ้น งานทุกอย่างกำลังไปได้สวย สมัยนี้คนใจบุญมีมากขึ้น คนเหล่านั้นเผื่อแผ่ความมั่งมีของเขาเพื่อคนยากจนและไร้โอกาส
เสียงถอนลมหายใจดังแรงๆ ฤทธิ์อยากช่วย แต่เขาก็ยากจนเกินกว่าจะคลี่คลายปัญหาให้กับนายสาวตัวน้อยได้
นนทวัฒน์ชื่อเสียเป็นส่วนมากเรื่องผู้หญิง หนุ่มหล่อที่ใช้ชีวิตโลดแล่นบนเส้นทางสีเทา เขาเห็นเพศตรงข้ามเป็นแค่ขนมหวานใกล้มือ พร้อมที่จะ ‘ซื้อ’ และพร้อมที่จะโยนทิ้ง หากหมดความสนใจ ฤทธิ์เป็นผู้ชายเหมือนนนทวัฒน์ยังรู้สึกไม่ดีด้วยเลย แล้วมินตราที่ดำเนินชีวิตมาแบบคนจริงจังทุกย่างก้าว จะทนผู้ชายอย่างนนทวัฒน์ได้เหรอ ไม่เข้าใจความคิดของญาติผู้ใหญ่ของชายหนุ่มเหมือนกัน สมัยนี้เด็กหัวแข็งและไม่ค่อยยอมฟังคำสั่งสอนของคนที่โตกว่า ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว
แต่...ในสังคมคนรวยคงแตกต่างกันแหละ
พวกเขาบูชาเงิน นับถือเฉพาะคนระดับเดียวกัน
และหากไม่มองอย่างอคตินัก คงรู้จุดจบได้อย่างชัดเจนคนสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้ว ไร้ความพิศวาส ชีวิตครอบครัวที่เริ่มต้นด้วยการถูกบังคับ...จุดจบคงไม่ต้องเดา
อาคารหลังใหญ่ตั้งอยู่ริมถนนย่านนักธุรกิจ นี่คือสำนักงานใหญ่ที่ฝ่ายบริหารระดับสูงของส่งไพศาสกรุปทำงานอยู่ ส่วนฝ่ายผลิต หรือโกดังเก็บสินค้าจะอยู่ที่อีกที่หนึ่ง มินตราต้องการพบบุคคลสำคัญเธอเลยจำใจเดินทางมาที่นี่
กว่าจะฝ่าการจราจรที่ติดหนึบมาได้ก็หัวเสียไม่รู้กี่รอบ เธอไม่เข้าใจคนในเมืองนักหรอก พวกเขาทนอยู่กันได้ยังไง ทั้งมลภาวะที่เป็นพิษ และการแข่งขันที่ทำให้ตัวเองต้องกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา แค่ไม่กี่ชั่วโมงที่เธอบุกฝ่าเข้ามานี่ ก็แทบกรีดร้องนับรอบไม่ไหว
“ถ้าฉันต้องมาอยู่ที่นี่คงประสาทกินตายพอดี”
หลังจอดรถยนต์ในที่ส่งไพศาสมีไว้บริการ มินตราเดินลากขามาที่โถงทางเดินด้านหน้าและบอกจุดประสงค์ของเธอกับพนักงานต้อนรับที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์
สายตาดูแคลนกวาดมองขึ้นๆ ลงๆ หลายรอบ มินตรายกมือกอดอกจ้องมองกลับ เธอรู้ดีว่าพนักงานสาวตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่
การแต่งตัวของเธอขัดกับสถานที่ รอบตัวเธอมีแต่คนแต่งตัวดีผู้ชายใส่สูทผูกไท ผู้หญิงสวมชุดเดรสสีสดใส แต่เธอสวมแค่เสื้อเชิ้ตยีนสีซีดกับกางเกงวอร์มสีเทาและรองเท้าผ้าใบที่จำสีเดิมแทบไม่ได้
“ฉันต้องการพบคุณนนทวัฒน์ค่ะ”
“นัดไว้หรือเปล่าคะ ถ้าไม่ได้นัดไว้ ท่านคงไม่อนุญาตให้คุณพบ”
“ฉันมีจดหมายคุณท่านมาด้วย บอกเขานะคะวาฉันชื่อมินตรา”
มินตราอธิบาย เธอใช้จดหมายแนะนำตัวที่ครั้งหนึ่งแสงแขให้ไว้ เธอพยายามยื้อสุดฤทธิ์ เพื่อขอเวลาให้ตัวเอง แต่เวลาที่เธอยื้อไว้ใกล้หมดแล้ว เธอไม่อยากกลายเป็นคนเนรคุณ ดังนั้นเธอต้องมาตกลงกับนนทวัฒน์เสียก่อน
ซองสีขาวถูกยื่นให้ พนักงานสาวรับมาเปิดดูและติดต่อไปหาคนที่เธอต้องมาหาเขา
มินตราใช้เวลารอเกือบสามสิบนาที
กว่าผู้ชายคนนั้นจะอนุญาตให้เธอขึ้นไปพบเขาได้
เธอถอนใจเดินคอตกเข้าไปโดยสารลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังยอดปราสาท ที่ที่เธอไม่เคยคิดจะขึ้นไปเหยียบสักครั้งเลย
ประตูไม้สีฮอกกานีปิดสนิท เลขานุการหน้าห้องที่ควรนั่งประจำที่ก็ไม่อยู่ หญิงสาวจิปาก ยืนทำให้เกือบสามนาทีถึงได้ยกมือเคาะประตู แต่แล้วมือที่ทำท่าจะเคาะประตูแรงๆ ก็ต้องยกค้างไว้
“อ่าว์ อย่าคะบอส อูยยย อย่าทำแบบนั้น นินเสียว”
เสียงครางกระเส่าดังเล็ดลอดบานประตูตรงหน้าออกมา มินตราเม้มปาก ยืนตัวแข็ง เธอด่าชายหนุ่มที่อยู่หลังประตูบานนี้แบบสาดเสียเทเสีย เขาคือทายาทส่งไพศาสกรุป เป็นหลานชายคนเดียวที่แสงแขภูมิใจนักหนา ทุกครั้งที่แสงแขแวะไปที่สถานสงเคราะห์นางจะพรรณนาความเก่งกาจของหลานชายให้มินตราฟังตลอด เธอไม่เคยค้านเพราะหากเป็นเรื่องงานนนทวัฒน์เก่งกล้าสมราคาคุย แต่หากเป็นเรื่องส่วนตัว ชื่อเสียของเขาเธอได้ยินมาบ้างปละปลาย แต่ก็ไม่คิดว่าผู้ชายคนนั้นจะมักมากจนไม่เลือกสถานที่และเวลาเช่นนี้
เท่าที่ตามข่าวของเขา ชีวิตการเป็นนักรักของเขาประสบความสำเร็จพอๆ กับการเป็นนักธุรกิจ
ก๊อกๆ ..
บทที่3.สนามรบ
สะโพกสอบบดเป็นวงกลม กระแทกอัดแรงๆ จนเลขานุการสาวตัวกระเพื่อม หล่อนกรีดร้องออกมาและผวากอดเขาไว้ นนทวัฒน์เบียดหน้าขาครั้งสุดท้ายก่อนจะถอนความองอาจออกมาจากสัดส่วนนุ่มนิ่ม เขารูดถุงยางอนามัยใช้แล้วทิ้งลงถังขยะ กำลังจะรูดซิป เสียงเคาะประตูรัวๆ จากด้านนอกก็ดังขึ้น
ก๊อกๆ ...
ชายหนุ่มเลิกหัวคิ้วขึ้นสูง นลินตะเกียกตะกายลงจากโต๊ะทำงาน เธอควานมือหากางเกงชั้นในมาสวมช่วงล่างเร็วๆ พลางส่งยิ้มหยาดเยิ้มให้เจ้านายหนุ่ม เนื้ออ่อนๆ ด้านในยังเต้นตุ๊บๆ ไม่เลิก