ตอน 1

บ้านกึ่งตึกสีขาวเด่นตระหง่านกลางพื้นที่กว้าง คะเนด้วยสายตาที่มองผ่านประตูรั้วอัลลอยเข้าไปว่าคงไม่ต่ำกว่าสิบไร่นั้นดูเงียบสงบ ค่อนไปทางวังเวงตามความรู้สึกของคนเฝ้ามองจากด้านนอกที่ความหวังริบหรี่ลงทุกที

หญิงสาวผิวขาวผ่องในชุดเสื้อยืดสีขาว สวมทับด้วยแจ็กเก็ตตัวใหญ่สีน้ำตาลที่เกือบจะพรางกายได้ดี หากท่อนล่างกลับเป็นกางเกงยีนเข้ารูปสีดำที่เน้นกระชับ จนเห็นว่าภายใต้เนื้อผ้านั้นเป็นเรียวขาได้สัดส่วนงดงามและกลมกลึงน่ามองเสียแทน

หล่อนผละจากประตูรั้วใหญ่ หลังจากที่ยืนเกาะแล้วมองเข้าไปอยู่หลายนาที หันไปทางด้านซ้ายมือ เมื่อมองไกลๆ จะเห็นว่าหล่อนกำลังพูดบางอย่าง แต่เนื่องจากในทิศทางตรงนั้นมีพุ่มพุดแก้วปลูกจนแน่น จึงไม่อาจรู้ว่าคู่สนทนาของหล่อนเป็นใคร...

“ผู้หญิงคนนั้นมาอีกแล้วหรือคะเฮีย”

เสียงถามทำให้ผู้ชายร่างสูงที่ยืนมองผ่านทางหน้าต่างออกไปนั้นผ่อนลมหายใจยาว เขาไม่ตอบ แต่ถอยมานั่งบนโซฟาที่มีถ้วยกาแฟวางไว้ มันกำลังส่งกลิ่นโชยหอม เพียงแค่นี้ก็ดึงความสนใจเขาออกจากภาพเมื่อครู่นั้นแล้ว

“เฮียนะเฮีย เตือนก็ไม่เคยฟังว่าอย่าไปยุ่งกับคนบ้านนั้น แล้วเห็นไหม ตุ๊กแกดีๆ นี่เอง เกาะเหนียวหนึบหนับ ตั้งแต่พี่สาวจนถึงน้องสาว”

“บ่นเป็นยายแก่ไปได้ เอากาแฟมาให้แล้วมีธุระอะไรอีกหรือเปล่า”

“ไม่มีค่ะ เห็นแม่ชงกาแฟเสร็จแล้ว แต่เด็กในครัวไม่ว่าง มดกลัวมันจะเย็นชืด เลยเอามาให้แทน”

“ขอบใจ ไปทำงานของเธอได้แล้ว”

คำไล่กลายๆ ทำให้อีกคนค้อนตากลับ สะบัดกายก้าวฉับๆ แต่ไม่กี่ก้าวก็หยุดลงแล้วหันกลับมามองด้วยแววตาสงสัย ก่อนตัดสินใจถามถึงสิ่งที่คาใจอยู่

“เฮียรู้ใช่ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แล้วมาหาเฮียทำไม”

คำตอบคือความเงียบนิ่ง แถมด้วยท่าทีเฉยเมยไม่ยินดียินร้าย แต่ก็ทำให้คนถามใจชื้นขึ้นมาแล้วละ

ฉลาดให้คงเส้นคงวาเถอะ อย่าตกหลุมที่แม่ผู้หญิงพวกนั้นขุดล่อเหมือน...น้าตัวเองแล้วกัน

“อ้อ! เกือบลืม เลขาฯ คุณอรุณวดีโทร. มาตั้งแต่เช้า บอกว่าถ้าวันนี้เฮียสะดวกก็ไปพบเจ้านายเธอได้ค่ะ มดคิดว่าเธอคงโทร. มาแจ้งเฮียโดยตรงอีกที”

ฉัตรฉายเลิกคิ้ว ประหลาดใจในที เมื่อนึกถึงเจ้าของโรงแรมเวียงรวีที่เมื่อวานยังปฏิเสธการขอเข้าพบเพื่อคุยงานด้วยโดยตรง โดยให้เหตุผลว่าติดนัดกับลูกค้าคนสำคัญจึงไม่สะดวกรับรองเขา

“งั้นหรือ...เดี๋ยวฉันติดต่อกลับเอง”

ทางด้านคนที่อยู่นอกรั้วบ้าน เธอมั่นใจแล้วว่าคนที่ต้องการพบนั้นไม่สนใจและไม่ยอมรับรู้การมาของเธอแน่นอนแล้ว หญิงสาวหันมองคนที่ยังนั่งนิ่งๆ อย่างแสนน่ารักอยู่บนท่อนไม้ที่ใช้แทนเก้าอี้ซึ่งวางชิดกับกำแพงแล้วถอนใจ ผละจากประตูอัลลอยมานั่งคุกเข่า บอกกับเพื่อนร่วมทางตัวจ้อย

“คนบ้านนี้ใจร้าย น้าอ่อนเห็นนะว่าเขารู้ว่าเรามาหาตั้งแต่เมื่อวาน จนวันนี้ก็ยังไม่ให้เราพบอีก”

คู่สนทนาของเธอเบิกตากลมโตขึ้น ไม่รู้ว่าแม่หนูวัยสองขวบจะเข้าใจสิ่งที่น้าสาวบอกแค่ไหน แต่ผลที่ได้รับก็คือดวงหน้าเล็กจิ้มลิ้มพยักหงึกๆ ให้รู้ว่าเห็นตามกัน

“เมื่อกี้รถของเขาออกไปทางประตูโน้น เขาหนีเรา น้าอ่อนรู้นะว่าปกติเขาออกทางประตูนี้ เขาตั้งใจหลบเรา”

ญาณินว่าเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะยืดกายยืนขึ้น กี่ครั้งกี่หนที่เธอเพียรมาขอพบคนที่เป็นเจ้าของสถานที่นี้ เธออยากพูดคุย อยากเคลียร์ปัญหาที่รุมสุมอยู่ให้มันคลี่คลายออกไป แต่ดูเขาจะไม่ยอมให้ความร่วมมือด้วย

ญาณินรู้แก่ใจว่าพ่อเลี้ยงฉัตรฉายไม่อยากเกี่ยวข้องกับเธอและทุกคนในครอบครัวอีก ในส่วนตัวเธอเองนั้น...ถ้าเลือกได้ก็คิดไม่ต่างจากเขาหรอก

หญิงสาวก้มมองหลานสาวตัวน้อยที่แหงนมองเธอหน้าตั้งอยู่ รอยยิ้มไร้เดียงสาเรียกแรงฮึดได้ไม่ยากนัก

“ถึงยังไงเราก็ไม่ยอมแพ้ วันนี้เขาไม่ให้พบ แต่วันหน้าก็ยังมี มันต้องเป็นวันของเราสักครั้งแหละ”

และเมื่อน้าสาวยื่นมือให้ แม่หนูก็ยื่นมาจับไว้

“ไปคนเก่ง ลุกได้แล้ว กลับบ้านกัน ถ้าสายแดดจะร้อน เดี๋ยวไม่สบาย”

“ไป กลับ...กลับบ้านกัน”

เสียงใสทวนอย่างเริงร่า แววตาของแม่หนูเปล่งประกายอย่างรู้ความ เมื่อนั่งอยู่ตรงนี้นานๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้วิ่งเล่นหรือหยิบจับอะไรใกล้มือ แม่หนูก็นึกเบื่อเหมือนกัน แค่รู้ว่าจะได้กลับบ้าน...บ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ มีลานกว้างให้วิ่งเล่น มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาตรงหน้าบ้าน หนูน้อยก็ดีดกายขึ้น ให้ความร่วมมืออย่างไม่อิดออด

หากว่า ‘กลับบ้านกัน’ คำนั้นของคนตัวจ้อยกลับกระแทกใจญาณินอย่างจัง ดวงตาคู่สวยหม่นวูบทันทีที่เห็นท่าทางลิงโลด เด็กน้อยท่องคำซ้ำๆ พร้อมกับขยับก้าวเล็กออกเดินไปพร้อมเธอ...

ตอน 2

ใกล้จะครบสามเดือนแล้วที่ญาณินลาออกการเป็นพนักงานบัญชีในที่ทำงานเก่า ซึ่งเป็นสำนักงานเหมืองแร่ทองคำที่ตั้งอยู่ริมชายแดนเขตพม่ากับเมืองเชียงราชมายังร้านวัสดุก่อสร้างแห่งนี้ ร้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่อีกฝั่งเมือง

เกือบสามเดือนเช่นกันที่เธอหอบหิ้วหลานสาวออกจากบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ที่เคยอาศัยมาตั้งแต่จำความได้มาอยู่บ้านเช่าใกล้กับที่ทำงานใหม่แทน

หญิงสาวจัดเก็บเอกสารแล้ววางตรงมุมโต๊ะด้านหนึ่ง เมื่อนาฬิกาบนฝาผนังห้องทำงานที่กั้นเป็นสัดส่วนอยู่ด้านหลังร้านบอกว่าใกล้บ่ายสามโมงแล้ว ซึ่งได้เวลาไปรับหลานสาวที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน

แม่หนูแตงหวานเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ญาณินตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางการทำงาน เธอตั้งใจไว้อยู่แล้ว ไม่วันใดก็วันหนึ่งคงต้องกลับมาอยู่กับหลานกันสองคน

ญาณินไม่อาจหมกตัวอยู่ในสำนักงานเหมืองแร่ทองคำกลางป่านั้นได้นานหรอก แม้เงินเดือนจากการเป็นพนักงานบัญชีของที่นั่นจะสูงกว่าการเป็นลูกจ้างร้านแห่งนี้กว่าสองเท่าก็ตาม เธอจะทิ้งแตงหวานไว้ได้อย่างไร ถ้าหลานไม่ได้อยู่กับแม่ผู้ให้กำเนิดแล้ว ก็ควรเป็นน้าสาวอย่างเธอที่ต้องคอยอุปการะเลี้ยงดูแทน

ทว่าการลาออกจากงานครั้งนั้นมันช่างประจวบเหมาะที่เรื่องราวซึ่งเธอเคยทำลงไปถูกเปิดเผยพอดี มันน่าอายอยู่หรอกกับการทำตัวเป็นสายลับ คอยขับรถตามรัชภาคย์ผู้เป็นนายจ้างที่เพิ่งแต่งงาน คอยตามสืบเรื่องของเขา ถึงจะไม่ใช่เพื่อตัวเอง อีกทั้งเธอไม่ได้เต็มใจและไม่เคยเห็นด้วยเลยที่ต้องทำเรื่องน่าอายตามคำสั่งของพี่สาว...แต่ใครจะรู้ความจริงข้อนี้กันล่ะ

ป่านนี้ใครๆ ก็คงเข้าใจไปแล้วว่าเธอชิงลาออกเพราะหนีอาย ยอมย้ายออกจากงานมั่นคงและมีอนาคตกว่ามาเป็นลูกจ้างรายวันในร้านค้าเล็กๆ แห่งนี้

ญาณินถอนหายใจ บอกตัวเองเป็นครั้งที่ร้อยว่าช่างเถอะ อย่าไปคิด อย่าสนใจเรื่องเก่าๆ ถึงเชียงราชจะเป็นเมืองเล็ก แต่ความหลากหลายของผู้คนยังมีอยู่มาก ความแตกต่างของชนชั้นทางสังคมยังมีให้เห็น ลูกจ้างรายวันที่อาศัยอยู่ในบ้านเช่าของย่านชุมชนเก่าแก่อย่างเธอ คงไม่มีโอกาสเดินชนกลุ่มคนชั้นสูงหรือเศรษฐีมีเงินกลุ่มนั้นหรอก

ถึงเรื่องแย่ๆ จะดันมาเกิดขึ้นกับเธอ แต่ไม่ว่าอย่างไรญาณินก็เลือกที่จะปักหลักอยู่ในเชียงราชต่อ แม้สองคนน้าหลานจะแทบไม่เหลือใครในเมืองนี้แล้วก็ตาม

เรียวปากอิ่มเหยียดแย้มออก เมื่อนึกต่อว่าอันที่จริงไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก ทั้งเธอและแตงหวานก็หาคนที่อยากเป็นญาติไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ

ร่างเพรียวระหงลุกเดินออกจากห้องทำงาน ด้วยความสูงร้อยหกสิบห้าเซนติเมตรกับส่วนสัดเหมาะเจาะกลมกลึง จึงดูงดงามอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งพึงมี แต่มักถูกพรางด้วยแจ็กเก็ตตัวใหญ่อยู่เสมอ

“กลับแล้วหรืออ่อน” เสียงทักนั้นทำให้คนที่ก้มหน้าก้มตาย่างเท้าต้องเงยขึ้นสบตา แล้วยิ้มรับ

“ค่ะเจ๊หงส์ โรงเรียนแตงหวานใกล้เลิกแล้ว วันนี้อ่อนขอไม่เข้าร้านนะคะ จะพาแตงหวานไปซื้อของค่ะ”

“จ้ะ พี่จำได้ อ่อนบอกไว้แล้ว แต่อย่าลืมละ พรุ่งนี้วันเสาร์ต้องมาทำชดให้พี่ทั้งวันนะ”

ถ้อยวาจาฉะฉาน ฟังหวานหูจากเถ้าแก่เนี้ยทำให้ลูกจ้างสาวได้แต่ยิ้มรับ

“ไม่ลืมค่ะ อ่อนไปนะคะ”

ญาณินเดินออกจากร้านวัสดุก่อสร้างที่ดำเนินกิจการมาสามรุ่นแล้ว แถบนี้ถือเป็นย่านชุมชนเก่าของเมืองเชียงราช ตั้งแต่จำความได้เธอก็เห็นร้านค้าแห่งนี้แล้ว เมื่อการกลับมายังบ้านเกิดหลังจากที่จากไปตั้งแต่สิบขวบจนเรียนจบระดับชั้นปริญญาตรีในกรุงเทพฯ ตัวเมืองที่ถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดดอย่างเชียงราชจึงดูแปลกตาสำหรับเธอ

ความวังเวง เดียวดาย และเหงาจึงเกิดในใจเสมอ ญาณินไม่คุ้นเคยกับบ้านเกิดตัวเองเสียแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด เปลี่ยนแม้กระทั่งคนในครอบครัวของเธอ

การได้เห็นสิ่งที่ยังหลงเหลือให้คุ้นตาชินใจ จึงเหมือนได้พบเพื่อนเก่า ได้สิ่งคุ้นเคยกลับมา เมื่อมีเหตุต้องหอบหิ้วหลานสาวออกจากบ้าน ญาณินจึงตัดสินใจในทันทีว่าจากนี้ไปย่านนี้จะเป็นที่พักพิงของเธอกับหลานสาว

ที่สำคัญนอกเหนือจากความอุ่นใจจากความคุ้นเคยเก่าก่อนแล้ว ค่าเช่าบ้านชั้นเดียวของญาติห่างๆ ของนายจ้างก็อยู่ในกำลังที่เธอเอื้อมถึง

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กห่างจากที่ทำงานประมาณห้าร้อยเมตร เดินไม่กี่นาทีก็ถึง นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอเลือกปักหลักอยู่ย่านนี้ เพราะทุกอย่างดูลงตัวดีนั่นเอง

เด็กหญิงตัวน้อยในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีชมพูกับเลกกิ้งสีเข้าชุดกัน สวมทับด้วยเอี๊ยมกระโปรงสั้นสีน้ำเงิน หนูน้อยเปิดรอยยิ้มกว้างทันทีที่เห็นเธอเดินผ่านประตูรั้วเข้าไป เจ้าตัวรีบผละจากวงล้อมเพื่อนที่เล่นกันอยู่แล้ววิ่งมาหาอย่างไม่รอช้า ไม่วายที่ญาณินต้องจูงมือพากลับไปร่ำลาคุณครูอีกรอบ

“อ่อนมารับแตงหวานก่อนเวลาค่ะคุณครู” ญาณินยกมือไหว้ทักทายครูสาวที่กำลังดูแลเด็กในห้องประมาณ 6-7 คน แล้วบอก

“ได้ค่ะน้องอ่อน ครูหมิวบอกพี่ไว้แล้ว ว่าแต่วันนี้จะพาหลานไปไหนกัน”

ครูประจำชั้นของแตงหวานถามต่ออย่างคุ้นเคย พร้อมกับส่งกระเป๋าเป้ใส่ข้าวของส่วนตัวของเด็กหญิงให้

“จะพาไปชอปปิงค่ะ เข้าหน้าหนาวแล้ว เสื้อหนาวมีอยู่สองตัว ซักไม่ทันแล้วค่ะ วันนี้ที่มอลล์มีงานลดราคาวันสุดท้าย อ่อนไม่อยากรอจนถึงเวลาเลิกงาน กลัวว่าคนจะเยอะ พาแตงหวานไปเบียดคนเกรงจะไม่สะดวก ว่าแต่บอกเหตุผลไปอย่างนี้แตงหวานคงไม่ถูกหักคะแนนใช่ไหมคะ”

“อุ๊ย! ไม่ต้องห่วงค่ะ คนนี้เขามีคะแนนพิศวาสตุนไว้เยอะ ว่านอนสอนง่าย ถึงเวลากินก็กิน ถึงเวลานอนก็นอน แค่สองขวบก็ทำอะไรเองได้เยอะแล้ว เก่งทีเดียว น้องอ่อนเลี้ยงหลานได้ดีค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ แตงหวานเป็นเด็กเลี้ยงง่าย อารมณ์ดี ไม่งอแง อ่อนไม่เคยเหนื่อยกับแกเลยค่ะ”

“ดีค่ะ ดีแล้ว”

เจ้าของคำชมมองแตงหวานอย่างปรานี แววตาคู่นั้นมีความเวทนาเจืออยู่ ณาณินมองเห็นเช่นนั้นก็ตัดสินใจบอกลา แล้วให้หลานสาวไหว้ลาตาม ก่อนจับจูงมือน้อยๆ เดินออกมา

คนตัวจ้อยกระโดดเหย็งๆ อย่างร่าเริง เคล้าเสียงเพลงที่ฮัมออกมาไม่เป็นภาษานัก ทำให้ญาณินต้องยิ้มตาม

หน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีป้ายรอรถเข้าเมืองอยู่ ถึงจะต้องรอนานนับสิบนาที แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับแม่หนูแตงหวาน เมื่อรถสองแถวแล่นมาจอด ร่างเล็กก็ปีนป่ายขึ้นด้วยแรงช่วยจากน้าสาวแล้วเดินนำเข้าไปด้านในอย่างรู้งาน

เนื้อนิ่มกรุ่นกลิ่นแป้งเด็กของคนนั่งซ้อนตักสร้างพลังใจให้ญาณินได้เสมอ เธอก้มลงสูดหอมพวงแก้มยุ้ยนั้นเต็มรัก

“ไปไหน...น้าอ่อนไปไหน”

“ซื้อของค่ะ วันนี้มอลล์ข้างโรงแรมเวียงรวีมีเทศกาลลดราคาเสื้อผ้าของใช้เยอะแยะ น้าอ่อนว่าจะซื้อเสื้อกันหนาวตัวใหม่ให้แตงหวาน แล้วก็พวกของใช้ในบ้านเราด้วย”

เสียงพูดคุยคล้ายกับว่าคู่สนทนาเป็นผู้ใหญ่ที่รู้ประสาดี แม่หนูน้อยพยักหน้าหงึกๆ ทำทีว่าเข้าใจในทุกคำ ญาณินยิ้มเอ็นดู ก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเมื่อรถแล่นเร็วขึ้นเรื่อยๆ

ตอน 3

ลงจากรถสองแถว หญิงสาวก็จับจูงมือน้อยเข้าไปใกล้เขตมอลล์ ซึ่งพอเห็นร้านค้าและผู้คนมากมาย แววตากลมดำขลับของเด็กหญิงก็เบิกโต บ่งบอกว่ากำลังตื่นเต้นอย่างเด่นชัด ดวงหน้าจิ้มลิ้มแหงนมองเธอแล้วแย้มยิ้มอย่างซุกซน

ญาณินถึงกับกลั้นยิ้มไม่อยู่ วิญญาณลิงน้อยเริ่มจะเข้าสิงแม่หนูผู้แสนจะเรียบร้อยคนเมื่อกี้ที่นั่งนิ่งเงียบอยู่ในรถสองแถวมาตลอดทางแล้วกระมัง

“ก่อนเราจะเข้าไปซื้อของ น้าอ่อนกับแตงหวานต้องมีเชือกวิเศษผูกไว้ก่อน ตกลงนะ”

ญาณินโน้มกายคุยกับเด็กหญิง หลังจากพาเดินไปยังซอกพื้นที่ว่างติดกับซุ้มขายกาแฟสด เพื่อไม่ให้ขวางทางคนเดินอยู่

แตงหวานเงยหน้ามองน้าสาว แล้วพยักหน้ารัวเร็ว ดูจะเป็นพันธะสัญญาที่รู้กันระหว่างสองคนดีแล้ว เด็กหญิงยื่นมือออกไปตรงหน้า รอคอยเชือกวิเศษสีชมพูที่มีปลอกนุ่มกระชับสวมกับข้อมือของตนเอง ส่วนอีกข้างก็สวมไว้กับข้อมือน้าสาว

ญาณินยกมือข้างที่มีปลอกสวมขึ้น แล้วมองยิ้มๆ หวังจะให้เด็กหญิงมองตาม

“เรามีเชือกวิเศษแล้ว ใครก็แยกน้าอ่อนกับแตงหวานไม่ได้ เวลาแตงหวานเดินไปทางไหนก็จะมีน้าอ่อนอยู่ด้วย หรือถ้าน้าอ่อนเดินซื้อของ แตงหวานก็จะอยู่ข้างๆ น้าอ่อน เราไม่หายไปไหน…แตงหวานชอบไหมคะ”

“ชอบค่า แตงหวานชอบเชือกวิเศษ”

เสียงหัวเราะคิกนั้นทำให้หญิงสาวที่ยืนทำงานอยู่ในซุ้มขายกาแฟสดต้องมองตาม จดจ่อกับเสียงสนทนาของสองหญิงต่างวัยที่พอจะจับใจความได้ ในตอนแรกเธอยอมรับว่าสงสัยและอยากรู้ว่าพวกเขามีอะไรกันถึงทำท่าซุบซิบดูเป็นความลับนัก แต่พอเห็นภารกิจที่ทำเสร็จ ปรากฏพร้อมรอยยิ้มแป้นแล้นของเด็กหญิง ก็ทำให้เผลอยิ้มตามอย่างอดไม่ได้

“อุ๊ย! ผูกลูกสาวเป็นลูกหมาเชียว ซนมากหรือคะ” เสียงหวานใสคล้ายปรานีอย่างจริงใจ แต่ถ้อยคำนั้นกลับทำให้นลินสะดุ้ง รีบหันมองเจ้าของเชือกวิเศษคู่นั้นทันที

พอเห็นสีหน้างุนงงของเด็กหญิงขณะยกข้อมือเล็กที่มีปลอกสวมขึ้นมองแล้วเธอก็ขัดใจ เธอเข้าใจและรู้ถึงเจตนาที่จะป้องกันความปลอดภัยให้กับเด็กหญิงของหญิงสาวคนนั้น ไม่ควรเลยที่จะมีใครทักให้เด็กน้อยเขว

“เชือกวิเศษของคุณแม่กับลูกสาวค่ะพี่มะนาว เห็นไหม สีชมพูน่ารักมาก” นลินโพล่งขัดโดยไม่ได้นึกหน้านึกหลัง แค่อยากช่วยสองแม่ลูกไม่ให้เสียความรู้สึกกับคำพูดที่ไม่ผ่านการคิดก็เท่านั้น “นี่พี่ลินจะถามคุณแม่เหมือนกันว่าซื้อจากไหน สวยจัง พี่ลินอยากได้ด้วย”

สีหน้าเด็กหญิงยังฉายชัดว่างุนงงอยู่ แถมยังซุกกายแนบกับหญิงสาวที่อ้าปากแล้วหุบเหมือนอยากพูดแต่ไม่ยอมพูดออกมาเข้าไปอีก นลินทำหน้าเหลอหลา มองสองหญิงต่างวัยคู่นั้นกับสาวรุ่นพี่ที่ถูกเธอหักหน้าสลับกันอย่างเก้อๆ ...อย่าบอกนะว่าสถานการณ์ทำดีแบบเสี่ยงตายกับรายได้เข้ากระเป๋าของเธอคราวนี้ ผลตอบแทนคือถูกปล่อยให้เก้ออยู่คนเดียว

“อ่อนซื้อจากที่นี่แหละค่ะ แตงหวานเป็นหลานของอ่อน แตงหวานชอบสีชมพู น้าอ่อนก็ว่าสวย เห็นไหมคะ พี่ลินก็ว่าสวยด้วย”

อ๋อ! เป็นน้าหลานกัน...นลินปล่อยลมหายใจพรูทีเดียว คราวนี้เด็กหญิงแตงหวานก็พยักหน้ารัวสนับสนุนตาม แถมยิ้มให้เธอเสียอีก เข้าใจแล้วว่าคงงงที่ถูกโมเมให้เป็นแม่ลูกกัน

ญาณินขอบคุณสาวสวยในซุ้มขายกาแฟสด โดยไม่ลืมหันไปยิ้มให้กับสาวใหญ่ที่ทักเสียจนเธอพูดไม่ออก ตามด้วยการบอกลา แม้จะไม่รู้จักกันและเพิ่งเจอกันครั้งแรกก็ตาม

ดูท่าว่าสองคนนั้นจะรู้จักกันดี และญาณินก็รู้ดีว่าสาวในร้านกาแฟตั้งใจพูดขัดด้วยหวังจะช่วยเธอและแตงหวาน เธอจึงอยากตอบแทน คิดว่าคงช่วยดึงบรรยากาศดีๆ ของทั้งสองคนให้กลับมาได้บ้าง ไม่อยากให้ใครต้องมาขัดใจกันเพราะเธอและหลานสาวเป็นต้นเหตุ...โดยเฉพาะคนที่หวังดีกับเธอ

ชอปปิงมอลล์ขนาดไม่ใหญ่ เป็นอาคารสองชั้น สร้างติดกับโรงแรมเวียงรวี มีกำแพงโปร่งกั้น ความสูงต่ำกว่าระดับสายตาพอให้เป็นสัดส่วน ซึ่งก็ไม่ได้แน่นหนาอะไรเพราะเป็นเจ้าของเดียวกัน โดยปกติแล้วมอลล์แห่งนี้จะมีเสื้อผ้าแบรนด์เนมดีไซน์ไม่หวือหวานัก และราคาน่าคบหาอยู่ไม่น้อย ถือว่าตีตลาดระดับกลางถึงสูงได้ดีเยี่ยม ตอนทำงานเป็นพนักงานบัญชีให้กับบริษัทเหมืองทองคำ หล่อนมีเงินเดือนใช้จ่ายพอคล่องตัว ญาณินก็มาเลือกซื้อเสื้อผ้าจากที่นี่ไปใช้อยู่บ่อยๆ

สำหรับญาณินแล้ว การจ่ายเพิ่มอีกนิดแต่ได้เสื้อผ้าคุณภาพดี ตัดเย็บเข้ารูปเข้าทรง ใส่แล้วเสริมบุคลิกและความมั่นใจ แถมเนื้อผ้ามักจะดี ทนทานใช้ได้นาน และนั่นก็คุ้มค่าที่จะต้องจ่ายแพงขึ้น อีกเหตุผลคือหล่อนไม่นิยมเปลี่ยนสไตล์ตัวเองตามแฟชั่นที่เข้ามาในแต่ละฤดูกาล หล่อนสนุกที่จะเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ให้เข้ากับตัวเองมากกว่า จึงถือว่าเสื้อผ้าของใช้ในชอปปิงมอลล์ของโรงแรมเวียงรวีตอบโจทย์หล่อนได้ดี

ด้วยความที่เป็นคนพิถีพิถันในการเลือกของใช้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอระยะหลังรายได้และรายจ่ายตึงตัว การซื้อของใช้ส่วนตัวแต่ละทีจึงต้องคิดอยู่หลายตลบ สุดท้ายก็มักจบที่คำว่าความจำเป็นยังไม่มากพอ เก็บไว้ก่อน

ค่าใช้จ่ายของญาณินส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายสำหรับแตงหวาน แค่เลือกหาตามความจำเป็น เช่น เสื้อผ้า นม ของกินของใช้สำหรับเด็ก ก็ทำให้บางเดือนแทบไม่เหลือเงินให้ทำอย่างอื่นแล้ว

แต่ก็เป็นชีวิตที่หล่อนเลือกแล้วและมีความสุขดี แตงหวานเป็นลูกของมินตรา พี่สาวโดยสายเลือดเพียงคนเดียวของหล่อน แตงหวานจึงถือเป็นคนในครอบครัว เป็นหลานในไส้ จึงเป็นธรรมดาที่หล่อนจะรักและทุ่มเทให้ตามสัญชาตญาณของมนุษย์ปุถุชนธรรมดาอยู่แล้ว

ไม่เหมือนคนบางคน...แม้แต่หน้าของแตงหวาน เขาก็ยังไม่ยอมเสียเวลาอันมีค่าหันมามองเลยสักครั้ง

เมื่อรู้สึกถึงแรงกระตุกจากมือน้อยที่กุมอยู่ ญาณินถึงได้หยุดความคิด ก้มมองดวงหน้าจิ้มลิ้มที่แหงนขึ้น

“สวย แตงหวานจะเอา”

ญาณินมองตามมืออีกข้างของหนูน้อยที่ชี้ไปยังลูกโป่งลวดลายสีฟ้าหลายลูกหลายขนาด โดยมีเชือกผูกเป็นช่อใหญ่เคลื่อนไหวลอยชิดผนังกระจกของมอลล์

“น้าอ่อนว่าเราไปดูเสื้อกันหนาวสวยๆ ตรงโน้นดีกว่านะคะ สวยเหมือนกับลูกโป่งเลย”

“จะเอาลูกโป่ง...นะ”

ดูว่าเด็กน้อยไม่ได้สนใจคำเชิญชวน กลับยืนยันความตั้งใจเดิมด้วยเสียงอ่อนๆ ที่มาพร้อมแววตาออดอ้อนจนหัวใจของญาณินอ่อนยวบ ไม่ต่างจากทุกครั้งที่ถูกหลานสาวน็อกด้วยกลยุทธ์นี้

แต่วันนี้หล่อนต้องใจแข็ง เพราะอย่างไรก็เอาลูกโป่งเหล่านั้นมาให้หลานไม่ได้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED