ภาพปกนิยาย ดอกเหมยห่อไฟ

ดอกเหมยห่อไฟ

9.1 / 10.0
"เฮีย" เสียงเล็กๆ จากเด็กหญิงทำให้ฉัตรฉายยิ้มกว้างอย่างชอบใจ เขาตรงไปหาแล้วนั่งยองๆ บนส้นเท้า สายตาระดับเดียวกับเด็กน้อย "ว่ายังไงคะ แตงหวานคิดถึงเฮียไหม" "คิดถึง คิดถึงเฮีย" เด็กน้อยพยายามพูด ตั้งใจบอกให้เขารู้ความคิดถึงของตัวเอง ฉัตรฉายเอื้อมมือไปหา เมื่อเด็กหญิงไม่ปฏิเสธ เขาจึงค่อยๆ อุ้มแกขึ้นมา ก่อนจะพูด...เหมือนว่าสื่อกับเด็กน้อยเท่านั้น "วันนี้แตงหวานต้องหยุดเล่นก่อน เพราะเฮียมีงานต้องทำ แตงหวานช่วยเฮียทำงานด้วย...ได้ไหมคะ" "ได้ค่ะ" เจ้าตัวน้อยรับคำแล้วปรบมืออย่างชอบใจอีกต่างหาก ญาณินยืนอึ้ง จับทางยังไม่ถูก มองเจ้าของบ้านที่อุ้มหลานสาวเดินลิ่วเข้าบ้านไปแล้ว จนได้สติถึงเร่งฝีเท้าตาม เดินขึ้นบันไดไปจนเขาผลักประตูห้องหนึ่ง "ส่งแตงหวานมาให้ฉันเถอะค่ะ คุณทำงาน แกจะกวนคุณ" "ใครบอกกันล่ะ แตงหวานจะช่วยเฮียทำงานใช่ไหมคะ" ตอนท้ายถามความเห็นจากคนในอ้อมแขน ซึ่งไม่ผิดหวัง มีเสียงตอบรับในทันทีเช่นกัน "ใช่ค่ะ...แตงหวานทำงาน" อะไรกันนี่ แม่หลานสาวจอมป่วนจะมาสนุกอะไรกันตอนนี้ ญาณินถึงกับทำหน้าปั้นยาก อ่อนใจกับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก "มีงานสำหรับเธอด้วย สนใจไหม อย่างน้อยก็เป็นค่าเช่าบ้าน ค่าอาหารวันละสามมื้อ"

ดอกเหมยห่อไฟ ตอนที่ 1

บ้านกึ่งตึกสีขาวเด่นตระหง่านกลางพื้นที่กว้าง คะเนด้วยสายตาที่มองผ่านประตูรั้วอัลลอยเข้าไปว่าคงไม่ต่ำกว่าสิบไร่นั้นดูเงียบสงบ ค่อนไปทางวังเวงตามความรู้สึกของคนเฝ้ามองจากด้านนอกที่ความหวังริบหรี่ลงทุกที

หญิงสาวผิวขาวผ่องในชุดเสื้อยืดสีขาว สวมทับด้วยแจ็กเก็ตตัวใหญ่สีน้ำตาลที่เกือบจะพรางกายได้ดี หากท่อนล่างกลับเป็นกางเกงยีนเข้ารูปสีดำที่เน้นกระชับ จนเห็นว่าภายใต้เนื้อผ้านั้นเป็นเรียวขาได้สัดส่วนงดงามและกลมกลึงน่ามองเสียแทน

หล่อนผละจากประตูรั้วใหญ่ หลังจากที่ยืนเกาะแล้วมองเข้าไปอยู่หลายนาที หันไปทางด้านซ้ายมือ เมื่อมองไกลๆ จะเห็นว่าหล่อนกำลังพูดบางอย่าง แต่เนื่องจากในทิศทางตรงนั้นมีพุ่มพุดแก้วปลูกจนแน่น จึงไม่อาจรู้ว่าคู่สนทนาของหล่อนเป็นใคร...

“ผู้หญิงคนนั้นมาอีกแล้วหรือคะเฮีย”

เสียงถามทำให้ผู้ชายร่างสูงที่ยืนมองผ่านทางหน้าต่างออกไปนั้นผ่อนลมหายใจยาว เขาไม่ตอบ แต่ถอยมานั่งบนโซฟาที่มีถ้วยกาแฟวางไว้ มันกำลังส่งกลิ่นโชยหอม เพียงแค่นี้ก็ดึงความสนใจเขาออกจากภาพเมื่อครู่นั้นแล้ว

“เฮียนะเฮีย เตือนก็ไม่เคยฟังว่าอย่าไปยุ่งกับคนบ้านนั้น แล้วเห็นไหม ตุ๊กแกดีๆ นี่เอง เกาะเหนียวหนึบหนับ ตั้งแต่พี่สาวจนถึงน้องสาว”

“บ่นเป็นยายแก่ไปได้ เอากาแฟมาให้แล้วมีธุระอะไรอีกหรือเปล่า”

“ไม่มีค่ะ เห็นแม่ชงกาแฟเสร็จแล้ว แต่เด็กในครัวไม่ว่าง มดกลัวมันจะเย็นชืด เลยเอามาให้แทน”

“ขอบใจ ไปทำงานของเธอได้แล้ว”

คำไล่กลายๆ ทำให้อีกคนค้อนตากลับ สะบัดกายก้าวฉับๆ แต่ไม่กี่ก้าวก็หยุดลงแล้วหันกลับมามองด้วยแววตาสงสัย ก่อนตัดสินใจถามถึงสิ่งที่คาใจอยู่

“เฮียรู้ใช่ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แล้วมาหาเฮียทำไม”

คำตอบคือความเงียบนิ่ง แถมด้วยท่าทีเฉยเมยไม่ยินดียินร้าย แต่ก็ทำให้คนถามใจชื้นขึ้นมาแล้วละ

ฉลาดให้คงเส้นคงวาเถอะ อย่าตกหลุมที่แม่ผู้หญิงพวกนั้นขุดล่อเหมือน...น้าตัวเองแล้วกัน

“อ้อ! เกือบลืม เลขาฯ คุณอรุณวดีโทร. มาตั้งแต่เช้า บอกว่าถ้าวันนี้เฮียสะดวกก็ไปพบเจ้านายเธอได้ค่ะ มดคิดว่าเธอคงโทร. มาแจ้งเฮียโดยตรงอีกที”

ฉัตรฉายเลิกคิ้ว ประหลาดใจในที เมื่อนึกถึงเจ้าของโรงแรมเวียงรวีที่เมื่อวานยังปฏิเสธการขอเข้าพบเพื่อคุยงานด้วยโดยตรง โดยให้เหตุผลว่าติดนัดกับลูกค้าคนสำคัญจึงไม่สะดวกรับรองเขา

“งั้นหรือ...เดี๋ยวฉันติดต่อกลับเอง”

ทางด้านคนที่อยู่นอกรั้วบ้าน เธอมั่นใจแล้วว่าคนที่ต้องการพบนั้นไม่สนใจและไม่ยอมรับรู้การมาของเธอแน่นอนแล้ว หญิงสาวหันมองคนที่ยังนั่งนิ่งๆ อย่างแสนน่ารักอยู่บนท่อนไม้ที่ใช้แทนเก้าอี้ซึ่งวางชิดกับกำแพงแล้วถอนใจ ผละจากประตูอัลลอยมานั่งคุกเข่า บอกกับเพื่อนร่วมทางตัวจ้อย

“คนบ้านนี้ใจร้าย น้าอ่อนเห็นนะว่าเขารู้ว่าเรามาหาตั้งแต่เมื่อวาน จนวันนี้ก็ยังไม่ให้เราพบอีก”

คู่สนทนาของเธอเบิกตากลมโตขึ้น ไม่รู้ว่าแม่หนูวัยสองขวบจะเข้าใจสิ่งที่น้าสาวบอกแค่ไหน แต่ผลที่ได้รับก็คือดวงหน้าเล็กจิ้มลิ้มพยักหงึกๆ ให้รู้ว่าเห็นตามกัน

“เมื่อกี้รถของเขาออกไปทางประตูโน้น เขาหนีเรา น้าอ่อนรู้นะว่าปกติเขาออกทางประตูนี้ เขาตั้งใจหลบเรา”

ญาณินว่าเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะยืดกายยืนขึ้น กี่ครั้งกี่หนที่เธอเพียรมาขอพบคนที่เป็นเจ้าของสถานที่นี้ เธออยากพูดคุย อยากเคลียร์ปัญหาที่รุมสุมอยู่ให้มันคลี่คลายออกไป แต่ดูเขาจะไม่ยอมให้ความร่วมมือด้วย

ญาณินรู้แก่ใจว่าพ่อเลี้ยงฉัตรฉายไม่อยากเกี่ยวข้องกับเธอและทุกคนในครอบครัวอีก ในส่วนตัวเธอเองนั้น...ถ้าเลือกได้ก็คิดไม่ต่างจากเขาหรอก

หญิงสาวก้มมองหลานสาวตัวน้อยที่แหงนมองเธอหน้าตั้งอยู่ รอยยิ้มไร้เดียงสาเรียกแรงฮึดได้ไม่ยากนัก

“ถึงยังไงเราก็ไม่ยอมแพ้ วันนี้เขาไม่ให้พบ แต่วันหน้าก็ยังมี มันต้องเป็นวันของเราสักครั้งแหละ”

และเมื่อน้าสาวยื่นมือให้ แม่หนูก็ยื่นมาจับไว้

“ไปคนเก่ง ลุกได้แล้ว กลับบ้านกัน ถ้าสายแดดจะร้อน เดี๋ยวไม่สบาย”

“ไป กลับ...กลับบ้านกัน”

เสียงใสทวนอย่างเริงร่า แววตาของแม่หนูเปล่งประกายอย่างรู้ความ เมื่อนั่งอยู่ตรงนี้นานๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้วิ่งเล่นหรือหยิบจับอะไรใกล้มือ แม่หนูก็นึกเบื่อเหมือนกัน แค่รู้ว่าจะได้กลับบ้าน...บ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ มีลานกว้างให้วิ่งเล่น มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาตรงหน้าบ้าน หนูน้อยก็ดีดกายขึ้น ให้ความร่วมมืออย่างไม่อิดออด

หากว่า ‘กลับบ้านกัน’ คำนั้นของคนตัวจ้อยกลับกระแทกใจญาณินอย่างจัง ดวงตาคู่สวยหม่นวูบทันทีที่เห็นท่าทางลิงโลด เด็กน้อยท่องคำซ้ำๆ พร้อมกับขยับก้าวเล็กออกเดินไปพร้อมเธอ...

อ่านต่อ

สารบัญของ ดอกเหมยห่อไฟ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ มนุษย์ทุกคนคงมีสิ่งที่อยากเปลี่ยน แต่ในความเป็นจริงเราไม่อาจเรียกคืนเวลาที่ล่วงเลยไปได้ เช่นเดียวกับชีวิตของเมษาที่พังทลายลงทันทีเมื่อความจริงถูกเปิดเผย เธอต้องตกนรกทั้งเป็นจากความผิดพลาดที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิงของผู้อื่น ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อของ ‘ผู้ชายสารเลว’ คนหนึ่งที่ทิ้งรอยแผลลึกเอาไว้ในรูปแบบของการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หากเพียงวันนั้นเธอกล้าที่จะลุกขึ้นสู้ให้มากกว่านี้ จุดจบของชีวิตคงไม่ต้องมาลงเอยด้วยความสูญเสียและคำประณามที่แสนเจ็บปวด เมษาได้แต่ตั้งคำถามกับโชคชะตาที่ไร้ทางออก ในวันที่สายน้ำและเวลาไม่เคยไหลย้อนกลับมาเพื่อมอบโอกาสที่สองให้เธออีกครั้ง
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเดช ชายหนุ่มที่โชคชะตาพัดพาให้เขาเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหล่าหญิงสาวผู้ครองตำแหน่งดาวเด่นจากหลากหลายคณะ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝันนำไปสู่ความผูกพันที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนใจ ท่ามกลางบรรยากาศของวัยหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยความรักและการค้นหาตัวตน เดชต้องเผชิญกับบททดสอบทางอารมณ์เมื่อเขาตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสาวงามระดับดาวมหาลัยที่มีบุคลิกแตกต่างกันไป เรื่องราวความรักฉบับผู้ใหญ่ที่เข้มข้นและน่าติดตามนี้จะเผยให้เห็นถึงแง่มุมของความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยาย เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น เขาเมินเฉยต่อความใส่ใจของเธอและพร้อมจะทอดทิ้งไปทันทีที่อีกฝ่ายเรียกหา เมื่อความลับเรื่องการตั้งครรภ์ถูกเปิดเผย อภิเดชกลับโกรธจัดและบีบบังคับให้เธอหย่าร้างพร้อมสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย แม้เธอจะล้มลงต่อหน้าเขาก็ไร้ซึ่งความช่วยเหลือ มิหนำซ้ำที่ทำงานเธอยังถูกศศิกานต์กลั่นแกล้งและถูกใส่ร้ายจนอภิเดชเข้าใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พรกมลจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกจากงานเพื่อยุติความสัมพันธ์อันบอบช้ำ เธอเลือกเดินจากไปพร้อมหยิ่งในศักดิ์ศรี โดยตั้งมั่นว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้มแข็งและประสบความสำเร็จให้ได้ด้วยตัวเอง
ภาพปกนิยาย ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อสาวไทยต้องหลุดเข้าไปในโลกนิยายที่คุ้นเคย แต่แผนการใช้ชีวิตสุขสบายในฐานะคุณหนูตระกูลใหญ่กลับพังทลาย เพราะดันมีคนมาเกิดใหม่ก่อนหน้าจนเนื้อเรื่องเพี้ยนไปหมด จากภรรยาลำดับที่สี่ของเศรษฐีผู้มั่งคั่ง เธอกลับต้องระหกระเหินออกท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวจอมกวนประสาท ท่ามกลางการต่อสู้สุดประหลาดกับจอมยุทธ์ที่ใช้น้ำเต้าหู้เป็นอาวุธสังหาร แถมยังต้องคอยรับมือกับเพื่อนร่วมทางที่โหยหาหมูกระทะตลอดเวลา การผจญภัยที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและเรื่องราวเหนือความคาดหมายในโลกยุทธจักรจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ภาพปกนิยาย ยักษ์ครุฑี
8.0
ท่ามกลางวิกฤตที่ร่างของครุฑีสาวกำลังร่วงหล่นจากเวหา พระสุวรรณเมฆา กษัตริย์อสุราผู้ทรงฤทธิ์ได้เข้าช่วยชีวิตนางไว้ได้ทันท่วงที ความงดงามของนิศามณีตราตรึงใจจอมยักษ์ตั้งแต่แรกเห็น แม้อินสูรย์คนสนิทจะสังเกตเห็นความสูงศักดิ์จากเครื่องแต่งกายของนาง แต่ความสงบก็คงอยู่ได้ไม่นาน เมื่อกองทัพทหารครุฑาบุกมาประจันหน้าเพื่อบีบบังคับให้ส่งตัวนางคืน ทว่ากษัตริย์อสุรากลับปฏิเสธอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมประกาศกร้าวปกป้องครุฑีไร้ทางสู้จากการถูกปองร้าย สงครามข้ามเผ่าพันธุ์จึงปะทุขึ้นอย่างดุเดือด เมื่อเหล่าครุฑาพุ่งเข้าโจมตีหมายสังหาร ทว่าพระสุวรรณเมฆากลับร่ายเวทขยายกายเข้าบดขยี้ศัตรูอย่างอำมหิต พร้อมสั่งกวาดล้างทหารครุฑทุกลมหายใจเพื่อปกป้องยอดดวงใจในอ้อมแขนให้ถึงที่สุด

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED