บทที่ 1 จับเสือมือเปล่า (1)
ร่างสูงหุ่นแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออย่างหุ่นของนักกีฬา กำลังนั่งทอดถอนหายใจอยู่บนรถซุปเปอร์คาร์คันหรูที่มีเพียงไม่ถึงสิบคันใน
ประเทศไทย เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังคฤหาสน์หลังโต บ้านที่เขาหมายใจไว้ว่าจะเป็นเรือนหอ ลานสนามหญ้าหลังบ้านที่ซึ่งเคยจัดปาร์ตี้เพื่ออำลาความโสดครั้งสุดท้ายของวัยหนุ่ม แต่เพราะความไม่ยับยั้งชั่งใจ ทำให้อะไร ๆ สายไปจนยากจะกลับคืนดั่งเดิม ชายหนุ่มผู้มีแววตาเศร้ากวาดสายตาไปทั่วบริเวณ อาณาจักรที่สร้างขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของเขาในช่วงเวลาไม่ถึง 10 ปี
ถึงแม้ว่าเขาจะเกิดและโตมาบนกองเงินกองทองที่ใช้ไปอีกหลายชาติก็คงไม่หมด แต่ถึงกระนั้นเขาก็ลบคำสบประมาทที่ว่า โชคมักมาพร้อมชาติตระกูล ด้วยการเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จอย่างมากตั้งแต่อายุยังน้อย
ปัจจุบันหนุ่มหล่อในวัย 33 ปี หนุ่มโสดหมาด ๆ คือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทีมสโมสรฟุตบอลดังระดับโลก เขาเป็นหนุ่มหล่อร้าย จับยาก ตัวฉกาจของแวดวงสังคมชั้นสูง และแน่นอนสาว ๆ มากหน้าหลายตา ทั้งดีกรีระดับนางเอก นางแบบรันเวย์ดัง หรือแม้กระทั่งสาว ๆ ไฮโซทั้งหลายต่างหมายมั่นจะตกล่องปล่องชิ้น พลีกายยอมตกถังข้าวสารนี้ แต่แล้วเขาก็ทำเอาสาว ๆ อกหักกันเป็นแถว ๆ ครั้นที่เขาประกาศคบหาและหมั้นหมายในเวลาต่อมากับดีไซเนอร์สาวสวยเมื่อ 3 ปีก่อน และรักครั้งนั้นมันชัดเจนจนเขาร่อนการ์ดงานแต่งไปทั่วทุกวงการ
แต่แล้วรักหวานที่วาดฝันก็พังทลายลงในพริบตา หลังค่ำคืนปาร์ตี้สละโสด เมื่อว่าที่เจ้าสาวชิ่งหายตัวไปอย่างลึกลับ ขณะที่งานแต่งกำลังจะเกิดขึ้นอยู่รอมร่อ ซึ่งแน่นอนว่าชายหนุ่มผู้ที่เกลียดข่าวกอสซิพเป็นที่สุด ไม่มีทางปล่อยให้ข่าวด้านลบของเขากับอดีตคู่หมั้นได้เล็ดลอดออกไปแน่ แต่ข่าวลือก็โหมกระพืออย่างไฟลามทุ่ง แม้เงินจะหนาสักเพียงไหนก็ไม่อาจกลบข่าวใต้เตียงไปได้อย่างแน่นอน
บ้างก็ล่ำลือว่าฝ่ายว่าที่เจ้าสาวเทพ่อคาสโนว่าหนุ่มกลางอากาศ บ้างก็พูดว่าฝ่ายหญิงนอกใจ บ้างก็พูดว่าสาวมัทนาคนสวยรับพฤติกรรมสุดเหวี่ยงของว่าที่เจ้าบ่าวไม่ได้ในคืนปาร์ตี้สละโสด ซึ่งข้อสันนิษฐานอย่างหลังดูจะเป็นที่พูดถึงมากที่สุด เมื่อค่ำคืนนั้นคนที่ได้ถูกเชิญมาร่วมงานต่างออกมาเผยว่า….ชายหญิงมากหน้าหลายตาต่างสุดเหวี่ยงกันกับกิจกรรมฟรีเซ็กส์
และเพราะข้อกล่าวหานี้ทำให้ แอนดี้ อดิรัตน์ ถูกจับตามองจากสื่ออีกครั้ง เมื่อเขาใจเย็นและทำใจได้อย่างรวดเร็วกับความสัมพันธ์ที่เพิ่งจบลง หรือแท้ที่จริงแล้ว…เพราะเขามีใครใหม่ที่เข้ามาดามอกอย่างรวดเร็วหรือเปล่า?
แต่ข่าวรักร้าวของไฮโซหนุ่มผู้นี้กลับกลายเป็นข่าวดีของสาว ๆ หลายคนที่เคยกลบฝังความหวังนี้ไปแล้ว ความฝันที่จะได้กลายเป็นซินเดอเรลล่าสักครั้งในชีวิต… และความหวังนี้เหมือนโรคระบาด เพียงพริบตามันถูกส่งต่อไปสู่ใจผู้กระหายชีวิตดุจเจ้าหญิง….
ข้อมูลส่วนตัวของชายหนุ่มแม้กระทั่งกิจวัตรประจำวัน ตารางชีวิตที่แน่นยาวเหยียดถูกค้นหาและบอกต่อ อย่างกับว่าสิ่งนี้เป็นเป้าหมายสำคัญของผู้หญิงพวกนั้น…รวมทั้ง มาลีรินทร์ สาวสวยที่ร่อนปรากฏตัวไปทั่วทุกงานสังคม เพียงหวังจะหาโอกาสได้ใกล้ชิดเหยื่อรายใหม่ชั้นดีสักครั้ง!!
และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เธอพยายาม หลังได้ข่าวแว่วมาว่าไฮโซหนุ่มจะร่อนลงใต้เพื่อไปตามหาอดีตคู่หมั้น หญิงสาวจึงคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าครั้งนี้เธอจะต้องปิดจ๊อบแอนดี้ให้ได้ ก่อนที่อะไร ๆ จะสายไปและทำให้เธอคว้าน้ำเหลวอีกครั้ง
แม้ว่าเรื่องราวของชายหนุ่มผู้มีโปรไฟล์เลิศเลอจะถูกเก็บในสารบบความจำของเธอเพียงน้อยนิด แต่กระนั้นสาวสวยอย่างมาลีรินทร์ ผู้มั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม ว่าเธอเองก็มีดีพอที่จะทำให้ใจชายแกว่งได้ แค่เพียงเขาผู้นั้นเปิดโอกาสได้ลองทำความรู้จักเธอ
ทันทีที่เครื่องบินโลว์คอสแลนดิ้งลงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ภารกิจจับเสือมือเปล่าของสาวนักตกทองก็เริ่มขึ้นทันที!!
หญิงสาวสวยจัดในชุดเกาะอกสั้นเซ็กซี่สีดำเลื่อมลายเป็นประกายระยิบระยับตัดกับแสงไฟวอมแวมของบาร์ เธอเยื้องย่างเดินตรงเข้ามาและหย่อนสะโพกงอนงามลงบนเก้าอี้ตรงเคาน์เตอร์บาร์หลังพบเป้าหมายทันที ก่อนจะสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์
“ขอ..มาร์การิต้าค่ะ”
สาวสวยสั่งเครื่องดื่ม พลางปรายสายตามองเหยื่อหนุ่มที่ดูท่าจะหมดอาลัยตายอยากจริง ๆ และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เข้าใกล้เขามากที่สุดชนิดที่ห่างกันเพียงหนึ่งช่วงแขนเท่านั้น ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าไม่ใช่ในงานเลี้ยงสังสรรค์เขามักจะมีบอดี้การ์ดประกบตามเป็นเงาอยู่เสมอ
“ชนแก้วค่ะ” เสียงหวานดังแข่งกับเสียงเพลงเอ่ยขึ้น พร้อมแก้วคอกเทลที่ถูกมือเรียวบางยกชูมาใกล้ ๆ ใบหน้าหล่อคมคายของแอนดี้
แอนดี้เปิดเปลือกตาขึ้นท่ามกลางเสียงอึกทึกของเครื่องดนตรี แล้วจึงเอื้อมมือไปหยิบแก้วทรงสูงตรงหน้ายกชูขึ้นอย่างเสียไม่ได้ โดยไม่ได้สนใจจะชายตามองคนด้านข้างแม้แต่น้อย ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยประโยคเดียวกัน
“ชนแก้ว”
มาลีรินทร์ยื่นแก้วที่ประคองอยู่ในมือของเธอมากระทบกับแก้วของเขาที่กำลังชูขึ้นดัง กริ๊ง!
“รินดีใจจังเลยค่ะที่เจอคุณที่นี่”
มาลีรินทร์หญิงสาวเจ้าของริมฝีปากแดงฉานมันวาวเกริ่นขึ้น หลังจากที่กระดกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อยู่ในแก้วลงคอรวดเดียวจนหมด
“เราเคยเจอกันที่ไหนด้วยเหรอ? ”
คำพูดของหญิงสาว ทำเอาแอนดี้ต้องหันมามองหน้าของสาวสวย ก่อนที่แอนดี้จะเพ่งสายตามองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย เขาทบทวนหลายอย่างในความทรงจำที่มี แต่เขาก็ไม่พบว่าเคยมีหญิงสาวรูปร่างหน้าตาคล้ายกับมาลีรินทร์อยู่ในความทรงจำของเขาเลยแม้แต่น้อย
“รินเคยเจอคุณข้างเดียว รินก็นับว่าเราเคยเจอกันแล้วล่ะค่ะ” หญิงสาวหัวเราะคิกคักระหว่างที่กระแซะตัวเบียดเข้ากับแขนแกร่งของเขา
“อืม...เอาที่คุณสบายใจเลย” ชายหนุ่มพูดระหว่างที่โบกมือให้บริกรเดินนำเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟให้แก่เขา
“ออนเดอะร๊อคครับ”
บริกรหนุ่มยื่นถาดที่มีแก้วชอตเรียงรายอยู่ในถาดหลายแก้วมาตรงหน้า ก่อนที่แอนดี้จะใช้สายตานับจำนวนในถาดคร่าว ๆ แล้วตัดสินใจให้บริกรหนุ่มวางทุกแก้วลงตรงหน้าของเขา
มาลีรินทร์ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างพึงพอใจ แต่ไม่ใช่เพราะแก้วเหล้าที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะตรงหน้า แต่เป็นเพราะคืนนี้เธอไม่ต้องเสียแรงล่าเหยื่อชั้นดีอย่างแอนดี้ให้เหนื่อย
……………………..
ภารกิจ นักตกทอง จะเริ่มแล้วค่ะ
ฝากกดใจ กดเข้าชั้น ช่วยไรท์หน่อยนะคะ
เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์อัพตอนต่อ ๆ ค่ะ
“คุณทำงานที่นี่เหรอ? ”
หลังจากที่จำนวนแอลกอฮอล์ในแก้วพร่องไปเกือบครึ่ง น้ำเสียงที่แข็งกร้าวของแอนดี้ก็เริ่มเปลี่ยนไปตามสติที่ลดน้อยลงของเขา ความยะโส ถือดีของเขาก่อนหน้าแทบไม่หลงเหลือให้เห็น
“แหม...คุณนี่ตลกจัง ฉันแค่มาที่นี่บ่อย ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องทำงานที่นี่สักหน่อย”
มาลีรินทร์ชายตาอย่างเหนียมอายก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปฉวยเอาแก้วออนเดอะร๊อคมาส่งให้ชายหนุ่มอีกแก้ว และอีกหลายแก้วจนแอนดี้เริ่มที่จะหลงลืมตัวเองไปในที่สุด ระยะที่ห่างออกไปเกือบหนึ่งช่วงแขนเมื่อชั่วโมงที่แล้วตอนนี้ช่องว่างนั้นถูกเติมเต็มด้วยกายเนื้อที่เบียดแนบชิดของทั้งคู่
“คุณเมาแล้วนะคะ ฉันว่ากลับเถอะค่ะ”
มาลีรินทร์ค่อย ๆ ประคองศีรษะของชายหนุ่มที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมงไว้บนหัวไหล่ของเธออย่างทะนุถนอมด้วยหวังว่าเธอจะพาเขากลับไปที่ห้องกับเธอด้วย แต่บอดี้การ์ดของเขากลับเข้ามารับตัวเขาไป ดูท่าเธอจะเสียแรงเปล่าอีกแล้ว…
หญิงสาวหน้าตาสวยผู้มีแววตาเย้ายวนชวนหลงเมื่อได้สบลอบถอนหายใจผิดหวังออกมาเบา ๆ และในขณะเดียวกันนั้นมือข้างหนึ่งของชายหนุ่มก็ฉวยเข้าที่ข้อมือของหญิงสาวที่ช่วยเป็นเพื่อนดื่มเพื่อนคุยกับเขาตลอดค่อนคืน
“รินส่งคุณได้แค่นี้นะคะ”
หญิงสาวแสร้งทำกระบิดกระบวนระหว่างยื้อยุดฉุดมือของตนเองให้หลุดพ้นจากพันธนาการของชายหนุ่ม
“มาเถอะ ผมบอกให้มา...”
ชายหนุ่มส่งเสียงเอะอะเอาแต่ใจจนบอดี้การ์ดของร้านที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าหันมาสนใจมอง
“อุ้ย...ทุกคนหันมามองกันหมดเลย อายจังเลยค่ะ”
หญิงสาวยกมือข้างที่เหลือขึ้นทาบอกสลับกับยกขึ้นปิดปากของตนเองอย่างกระดากอาย ก่อนที่จะก้าวตามขึ้นรถไปนั่งข้างชายหนุ่มอย่างไม่รอช้า
หลังจากที่ประตูรถถูกปิดลงแล้วรถก็ค่อยเคลื่อนออกจากลานจอดอย่างนุ่มนวล แอนดี้ก็เคลิ้มหลับไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์เพียงครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นมาและพบกับหญิงสาวที่เขาคิดถึงที่สุดในตอนนี้
“ผมคิดถึงคุณมากเลย...” ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะโผเข้ากอดหญิงสาวตรงหน้าอย่างแนบแน่น
“ฉัน..เอ่อ..ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ...”
หญิงสาวไล้ฝ่ามือบางวางลงบนใบหน้าของชายหนุ่มแล้วประคองใบหน้าคมคายของเขาขึ้นมารับรอยสัมผัสจากริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มผงะออกจากรสจูบของหญิงสาวครู่หนึ่งราวกับว่ากำลังฟื้นคืนสติ ทว่าหญิงสาวตรงหน้ากลับดึงเขาเข้าไปสัมผัสกับลีลาการจูบอย่างดูดดื่มของเธออีกครั้ง พาให้แอนดี้รู้สึกเป็นสุขอย่างมากจนเขาไม่อาจปฏิเสธความต้องการภายในของเขาได้
“มัทยกโทษให้ผมแล้วใช่ไหม? ”
ชายหนุ่มพูดระหว่างที่แขนของเขาประคองหญิงสาวไว้แน่น จนบอดี้การ์ดส่วนตัวไม่อาจแยกเธอออกจากเขาได้ในตอนนี้ จึงต้องปล่อยให้เธอขึ้นไปส่งผู้เป็นนายของเขาจนถึงเตียงนอน
มาลีรินทร์ในคราบของมัทนากวาดตามองสภาพแวดล้อมภายนอกที่อยู่รอบตัวของแอนดี้ ที่ล้วนแล้วดูดีมีคลาสไปทุกกระเบียดนิ้ว แม้กระทั่งชุดสูทสีดำของบอดี้การ์ดของเขาก็ยังเป็นชุดสูทจากร้านแบรนด์เนมดัง เขาจึงไม่น่าถูกรวมอยู่ในหมวดผู้ชายรวยแต่เขือในจำนวนหลายคนที่เคยหลอกให้เธอมีความสัมพันธ์ด้วยและเกาะกินเธอไม่ต่างกับมดกับหนอน
‘สบายแล้ว...รินเอ้ย’ หญิงสาวเยาะยิ้มในใจก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ย่อตัวนั่งลงตรงข้างชายหนุ่มที่นอนราบทิ้งตัวอยู่บนที่นอนขนาดคิงไซซ์
“มัท...อย่าทิ้งผมไปนะ”
ชายหนุ่มเอื้อมมือไขว่คว้าแขนของหญิงสาวที่อยู่ไม่ห่างมือในระหว่างที่เพ้อไร้สติ แสดงให้หญิงสาวนักฉวยโอกาสอย่างมาลีรินทร์ไม่รอช้าที่จะสนองความต้องการของเขาในทันที
“มัทจะอยู่กับคุณค่ะ”
มาลีรินทร์ยอมสมมุติตัวเองเป็นผู้หญิงอีกคนที่ชายตรงหน้าเพ้อหาอย่างไม่ละอายใจ ทั้งพร้อมที่จะทำหน้าที่บนเตียงแทนเจ้าของชื่ออย่างเต็มที่สุดกำลัง เธอไม่รอช้ารีบปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มออกจากกันจนเผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อ แล้วจึงค่อยใช้นิ้วมือลูบไล้ไปตามผิวของเขาจากใบหน้าลงต่ำยังใต้สะดือไปมาอยู่สองสามครั้ง จากนั้นก็โน้มใบหน้าก้มลงมอบจุมพิตอันดูดดื่มให้กับเขา
“มัท”
ชายหนุ่มยังคงเรียกมาลีรินทร์ในอีกชื่อระหว่างที่เขาชันตัวลุกขึ้นจากเตียง เปลือกตาค่อย ๆ เผยอเปิดขึ้นน้อย ๆ หญิงสาวผู้เป็นเงาแฝงของมัทนาจึงเกรงว่าจะเสียโอกาสที่ดีนี้ไป เธอจึงได้เอื้อมมือไปหรี่โคมไฟหัวเตียงให้เหลือเพียงเงาสลัวแล้วจึงคืบคลานกลับมากระซิบเสียงแผ่วลงข้างหูชายหนุ่มที่นั่งชันตัวอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่กลางเตียงอีกครั้ง
“มัทมาแล้วค่ะ”
“ผมรักคุณมากนะ”
“ฉันก็รักคุณค่ะ”
ยังไม่ทันสิ้นสุดคำแสร้งว่ารัก ชายหนุ่มก็ดึงหญิงสาวเรือนร่างเล็กตรงหน้าเข้ามาแนบไว้ในอ้อมกอดของเขาจนผิวเนื้อของทั้งคู่สัมผัสกัน จากนั้นจึงเริ่มที่จะใช้ริมฝีปากค่อย ๆ ปลอดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากเรือนร่างของเธอทีละชิ้น ทีละชิ้น จนกระทั่งถึงปราการด่านสุดท้าย
มาลีรินทร์หลับตาพริ้ม ก่อนจะผ่อนลมหายใจเบา ๆ ออกจากปากอิ่มสวย มือเรียวเล็กที่กำลังขยำผ้าปูเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยพร้อมกายเนื้อที่สั่นเทิ้มไปตามสัมผัสของชายที่เพิ่งรู้จักกัน เมื่อสิ่งที่เธอคิดและวางแผนไว้กำลังจะเกิดขึ้นจริง ๆ ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า ความกล้ากร้านก่อนหน้า จู่ ๆ ก็พลันหายไปหลงเหลือแต่ความกังวลกลัว โดยที่ชายหนุ่มขี้เมาอาจจะไม่ทันได้รับรู้ถึงความรู้สึกนี้ของเธอเลย
“มาถึงขั้นนี้แล้ว ถอยไม่ได้แล้วริน ถึงไม่ใช่เขาก็ต้องเป็นใครสักคนอยู่ดี…”
มาลีรินทร์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ให้กับโชคชะตาที่เธอเลือก ก่อนที่จะเม้มปากตัวเองแน่นไม่ส่งเสียงร้องใด ๆ ออกมา ขณะที่ความเจ็บแปลบค่อย ๆ ชำแรกแทรกผ่านเข้ามาในกายสาว… ตากลมสวยมีหยาดน้ำซึมไปที่หางตาเพราะความเจ็บร้าวจนเธอแทบจะอยากกรีดร้องออกมา มันเป็นความรู้สึกใหม่ที่เธอเองก็เพิ่งจะเข้าใจมันจริง ๆ ก็วันนี้…..
…………………
มาลีรินทร์ จะตัดสินใจถูกหรือผิดที่ใช้วิธีนี้เป็นทางลัด
ใช้ชีวิตไม่ประมาทนะคะ