“คุณศรุตครับหัวหน้าฝ่ายบัญชีแจ้งว่าสามเดือนแล้วที่ติดต่อญาติของยายสน ไม่ได้พวกเขาไปหาตามที่อยู่แล้วปรากฏว่าที่อยู่นั้นเป็นบ้านเช่าพอยายสนเสียชีวิตที่นั่นก็ไม่มีใครอยู่เลย” นรเทพรายงานเจ้านายตามที่ได้รับแจ้งจากหัวหน้าฝ่ายบัญชี
“แล้วติดต่อหลายชายยายสนได้ไหม”
“ตอนนี้เรามีแค่ที่อยู่และข้อมูลของหลานสาวยายสนเท่านั้นครับ คุณศรุตจะให้เราแจ้งไปทางหลานสาวไหม”
“ก็คงจะต้องแจ้งไปแล้วก็เรียกมาคุยถึงรายละเอียด ยายสนเป็นหนี้เราอยู่ประมาณสี่แสนถ้าฉันจะยกหนี้ส่วนนี้ให้มันก็ได้อยู่เพราะยายสนทำงานกับเรามานานแต่ ถ้าฉันยกหนี้ให้ยายสนมันก็ไม่ยุติธรรมกับพนักงานคนอื่นที่กู้เงินกับบริษัท ถ้ายังไงนายช่วยเรียกหลานสาวยายสนมาคุยกับฉันหน่อยก็แล้วกันนะ”
“ได้ครับคุณศรุตเดี๋ยวผมจะจัดการให้”
หลังจากนั้นอีกสามวันหญิงสาวสวมชุดนักศึกษาคนหนึ่งก็เข้ามาหาศรุตที่บริษัท
“สวัสดีค่ะคุณศรุตหญิงสาว” ยกมือไหว้อดีตเจ้านายของยายและนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอกับเจ้านายของคุณเพราะที่ผ่านมาจะได้ยินแต่คุณยายพูดถึงเขาอยู่บ่อยๆ แต่ก็ยังไม่เคยเจอสักครั้ง
“สวัสดี นั่งลงก่อนสิ”
“ขอบคุณค่ะ”
ศรุตมองหลานสาวของยายสนด้วยความสนใจ เขาไม่คิดเลยว่ายายสนพนักงานที่ทำงานเป็นแม่บ้านของเขามานานหลายปีจะมีหลานสาวที่สวยและหุ่นดีเอามากๆ แบบนี้ เสือผู้หญิงอย่างเขาไม่เคยรู้สึกกระหายอยากจะขย้ำเหยื่อแบบนี้มาก่อน
“เธอเป็นหลานสาวของยายสนใช่ไหมชื่ออะไรล่ะ”
“ชื่อนลินภัสร์ค่ะคุณจะเรียกว่ามายด์ก็ได้
“เธอรู้มั้ยว่าฉันเรียกเธอมาหาที่นี่เพราะอะไร”
“มายด์ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ บางทีอาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณยายใช่ไหมคะ”
“ใช่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับยายของเธอนั่นแหละ ก่อนเสียชีวิตได้คุยอะไรกับยายบ้างหรือเปล่า”
“เราก็คุยกันตามปกติค่ะ”
“ยายเคยบอกอะไรเกี่ยวกับบริษัทบ้างไหม”
“ส่วนใหญ่ที่ยายเล่าให้ฟังก็เป็นเรื่องทั่วๆ ไปค่ะ ยายว่าทำงานที่บริษัทนี้เจ้านายใจดีเพื่อนร่วมงานดี มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“จริงๆ แล้วฉันก็เห็นใจเธอนะ ยายเพิ่งเสียไปได้ไม่กี่เดือนแต่เรื่องนี้ฉันก็จำเป็นที่จะต้องเรียกเธอเข้ามาพูด”
“มันเรื่องอะไรกันคะคุณศรุตคุณรีบบอกมายด์ด์มาเถอะค่ะ”
“ก็ยายของเธอกู้เงินในบริษัทไปสี่แสนบาท”
“อะไรนะยายจะกู้เงินไปเยอะแยะแบบนั้นไปทำไม”
นลินภัสร์ตกใจเป็นอย่างมากเพราะเธอเรียนในมหาวิทยาลัยรัฐบาลค่าเทอมไม่ได้แพงมากนักอีกทั้งตนเองก็ทำงานพิเศษหาเงินเพื่อจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายจนแทบจะไม่เคยขอเงินยายใช้เลยด้วยซ้ำ
“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ายายเธอกู้เงินไปทำไม เขาอาจจะกู้ไปส่งให้เธอเรียนหรือเปล่า”
“เป็นไปไม่ได้เลยค่ะ มายด์เรียนเรียนมหาวิทยาลัยรัฐบาลค่าเทอมไม่ได้แพงเท่าไหร่แล้วมายด์ก็ทำงานพิเศษส่งตัวเองเรียนทั้งนั้นบางทีเงินที่ยายกูจากบริษัทไปยายอาจจะเอาไปให้คนอื่น”
“คนอื่นที่เธอพูดถึงหมายด์ถึงพี่ชายของเธอใช่มั้ยล่ะ”
“คุณศรุตรู้เหรอคะว่ามายด์มีพี่ชาย”
“รู้สิยายของเธอเคยเล่าให้ฟังว่ามีหลานอยู่สองคนชื่อไม้กับมายด์ เธอลองติดต่อพี่ชายเธอดูสิว่ายายของเธอได้เอาเงินไปให้เขาหรือเปล่า”
“มายด์เจอกับพี่ไม้ครั้งสุดท้ายก็ตอนงานศพยาย จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย”
“ก่อนหน้านี้พี่เธอ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าล่ะถึงต้องใช้เงินมากขนาดนั้น”
คำถามของศรุตทำให้นลินภัสร์พอจะเดาออกว่ายายกู้เงินมากขนาดนั้นก็น่าจะเอาไปให้พี่ชายของเธอ ซึ่งเขาบอกว่ากำลังลงทุนทำธุรกิจบางอย่างกับเพื่อนแล้วถ้าธุรกิจนี้ประสบผลสำเร็จเขาจะได้เงินมาอย่างมากมาย
“ฉันจะให้โอกาสเธอติดต่อพี่ชายและเอาเงินมาผ่อนชำระหนี้นะ”
“ขอบคุณค่ะ คุณศรุตมายด์จะรีบติดต่อพี่ไม้ให้ได้เร็วที่สุด มายด์ขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม”
“เธอจะถามอะไรล่ะมายด์”
“ถ้ามายด์ติดต่อพี่ชายไม่ได้แล้วคนที่จะต้องใช้หนี้ก็คือมายด์หรือเปล่า”
“มันก็คงต้องเป็นอย่างนั้น”
"แต่มายด์เคยได้ยินว่าคนที่รับมรดกไม่จำเป็นจะต้องใช้หนี้ของคนที่เสียชีวิตไปแล้วถ้าหากจำนวนหนี้นั้นมันมากกว่าจำนวนมรดกใช่ไหมคะ”
“ดูเหมือนเธอจะรู้เรื่องพวกนี้ดีนะ ถ้าตามหลักแล้วมันก็เป็นยังนั้น แต่ในกรณีของคุณยายท่านไม่มีหลักทรัพย์อะไรมาค้ำประกันเลยท่านจึงลงบันทึกไว้ว่าถ้าหากท่านเป็นอะไรไปคนที่จะต้องรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดก็คือเธอกับพี่ชายของเธอ จะดูสัญญาไหม”
ศรุตคิดไว้แล้วว่าคนมีความรู้อย่างหลานสาวคุณยายสนจะต้องเอาข้อนี้มาอ้างแน่ๆ เขาเลยเตรียมเอกสารที่ยายสนเซ็นไว้ตั้งแต่วันแรกเอามาให้กับหญิงสาวดู
เอกสารในสัญญาระบุไว้ตามที่ศรุตบอกจริงๆ นลินภัสร์อ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมาแล้วถอนหายใจ เงินมากถึงสี่แสนแบบนั้นเธอจะมาหาเธอจะหาที่ไหนมาใช้คืนเขาได้
“มายด์ขอติดต่อพี่ชายก่อนได้ไหมคะ จากนั้นจะยังไงต่อมายด์ค่อยมาบอกคุณอีกที”
“ฉันจะให้เวลาเธอหนึ่งอาทิตย์นะถ้ายังติดต่อเขาไม่ได้เงินทั้งหมดเธอก็จะต้องเป็นคนใช้เอง”
“ได้ค่ะ ถ้ายังงั้นมายด์ขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“หวังว่าอีกหนึ่งอาทิตย์ฉันจะได้รับข่าวดีจากเธอนะมายด์”
“แน่นอนค่ะคุณศรุต”
เรื่องที่ได้รับฟังมันทำให้นลินภัสร์รู้สึกหนักอึ้งเธอไม่คิดมาก่อนเลยว่ายายของเธอจะกู้เงินมากมายขนาดนั้น
หญิงสาวพยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังศักรินทร์ผู้เป็นพี่ชายแต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่ติดเธอเลยไปตามที่บ้านภรรยาของเขาแต่พอไปถึงภรรยาของเขาก็บอกว่าศักรินทร์กับเธอเลิกกันมาได้สักพักแล้วและพี่ชายของนลินภัสร์ก็ย้ายออกจากบ้านนี้ไปแล้ว
“แล้วพี่ยุพารู้มั้ยคะว่าพี่ไม้ย้ายไปอยู่ที่ไหน” นลินภัสร์ถามอดีตภรรยาของพี่ชาย
“อันนี้พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะมายด์ พี่กับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้วมายด์มาตามหาเขาแบบนี้มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“เรามีปัญหานิดหน่อยค่ะพี่ยุพาคุณยายกู้เงินไว้สี่แสนและระบุให้มายด์กับพี่ไม้เป็นคนช่วยกันจ่ายหนี้”
“พี่ว่าพี่ชายของมายด์คงจะไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้หรอกนะเพราะธุรกิจที่เขาลงทุนกับเพื่อนก็เจ๊งไม่เป็นท่า”
คำตอบของพี่ยุพาทำให้นลินภัสร์หน้าซีดและเหงื่อตกถ้าเธอยังติดต่อพี่ชายไม่ได้เงินจำนวนสี่แสนเธอก็จะต้องใช้หนี้เองทั้งหมดแล้วเธอจะไปหาที่ไหนลำพังแค่ทำงานพิเศษเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนก็เหนื่อยมากพออยู่แล้วนี่จะต้องมาใช้หนี้อีกสี่แสนก็ไม่รู้ว่าชาตินี้จะใช้หนี้หมดไหม
“พี่เห็นใจมายด์นะแต่เรื่องนี้พี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะพี่เองก็เงินเดือนแค่หมื่นนิดๆ พอใช้ไปวันๆ เท่านั้น”
“พี่ยุพาคะถ้าพี่รู้ว่าพี่ไม้ไปอยู่ที่ไหนหรือไปอยู่กับใครพี่ช่วยโทรหามายด์หน่อยได้ไหม”
“ได้จ้ะ พี่มีเบอร์ของเพื่อนที่เขาทำธุรกิจด้วยกันมายด์จะลองโทรหาไหม”
“ได้ค่ะ” นลินภัสร์รีบบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนพี่ชายจากนั้นก็ขอตัวกลับมายังห้องพักของตนเอง
หลังจากทานอาหารเย็นแล้วหญิงโทรศัพท์ไปหาเพื่อนของพี่ชายตามเบอร์ที่ได้มาจากอดีตพี่สะใภ้
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับจะคุยกับใครครับ”
“นั่นใช่พี่แบงค์ไหมคะ”
“ใช่ฉันชื่อแบงค์แล้วเธอเป็นใครมีธุระอะไรจะคุยกับฉัน”
“หนูชื่อมายด์เป็นน้องสาวของพี่ไม้ค่ะ พี่ไม้อยู่กับพี่แบงค์ใช่ไหมคะ มายด์อยากคุยกับพี่ไม่ค่ะ”
“ไอ้ไม้มันไม่ได้อยู่กับพี่หรอกตอนนี้มันข้ามไปทำงานฝั่งเขมรนุ่นแล้ว พี่เองก็ติดต่อมันไม่ได้เหมือนกันมายด์เป็นน้องสาวของมันใช่ไหม”
“ใช่ค่ะมายด์เป็นน้องสาวของพี่ไม้”
“ถ้าอย่างงั้นก็ดีเลยพี่กำลังอยากเจอ”
“อยากเจอมายด์เหรอคะ”
“ใช่สิ ไอ้ไม้มันเอาเงินพี่ไปสองสามหมื่นถ้ายังไงมายด์ช่วยคืนเงินพี่แทนมันด้วยนะ”
“มายด์ก็ไม่มีหรอกค่ะ ที่มายด์โทรมาหาพี่ไม้ก็เพราะจะให้พี่ไม้ช่วยใช้หนี้ที่คุณยายกู้มา”
“อ้าวแบบนี้หนี้ของพี่ก็สูญเปล่าสิ ไม่รู้แหละยังไงมายด์ก็ต้องหาเงินมาใช้หนี้แทนพี่ชายของมายด์”
“พี่ไม้เป็นคนยืมพี่ก็ไปทวงกับพี่ไม้ค่ะ”
“ก็พี่บอกแล้วไงว่าพี่ติดต่อมันไม่ได้”
“อย่างนั้นมายด์ขอเวลาหน่อยได้ไหมคะพี่แบงค์ ถ้ามายด์มีมายด์จะรีบทยอยโอนคืนให้พี่แบงค์”
“พี่ให้เวลามายด์เดือนหนึ่งนะยังไงพี่ต้องได้เงินสามหมื่น ของพี่คืนถ้าไม่ได้คืน พี่ก็ไม่รู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับมายด์เพราะเงินจำนวนนี้มันก็จำเป็นกับพี่มากจริงๆ”
“ค่ะพี่แบงค์มายด์จะพยายามหาเงินมาใช้พี่ให้เร็วที่สุด งั้นใหม่วางสายก่อนนะคะ ว่าจะโทรตามหาพี่ไม้ต่อ”
“ไม่ต้องโทรหาให้เสียเวลาหรอกมันข้ามไปฝั่งเขมรแล้วมายด์คิดเหรอว่ามามันจะกลับมาที่นี่ เจ้าหนี้รอมันอยู่อีกเพียบ”
“พี่แบงค์หมายความว่ายังไง”
“ก็มันเที่ยวยืมเงินใครไปทั่วหมดละสิ”
“นอกจากพี่แบงค์แล้วยังมีเจ้าหนี้คนอื่นอีกเหรอคะ”
“ใช่มีหลายคนเลยแต่พี่จะไม่บอกพวกนั้นก็ได้ว่ามายด์เป็นน้องสาวของมันแลกกับการที่มายด์จะต้องใช้เงินพี่คืนสามหมื่น ภายในหนึ่งเดือนตกลงไหมล่ะ”
“ตกลงค่ะพี่แบงค์ มายด์ของร้องนะคะพี่แบงค์ห้ามบอกใครนะคะว่ามายด์เป็นน้องของพี่ไม้ แค่ลำพังเงินที่เป็นหนี้อยู่มายด์ก็ไม่รู้จะหาที่ไหนมาใช้หนี้แล้ว เจ้าหนี้พวกนั้นก็ให้เขาไปตามกับพี่ไม้เองนะคะ”
“ได้สิแต่อย่าลืมสัญญานะเกินหนึ่งเดือนเมื่อไหร่พี่จะบอกลูกหนี้ทุกคนของไอ้ไม้ถึงตอนนั้นมายด์ก็คิดเอาเองแล้วกันว่าจะใช้หนี้ไหวหรือเปล่า”
“ค่ะพี่แบงค์มายด์จะรีบใช้หนี่พี่ให้เร็วที่สุด”
นลินภัสร์นอนมองเพดานหอพักด้วยหัวใจห่อเหี่ยวเธอ ไม่คิดเลยว่าตนเองจะถึงทางตันแบบนี้ ยายเสียไปยังไม่ถึงสามเดือนก็มีหนี้ก้อนโตที่ต้องรับผิดชอบและพอติดต่อไปทางพี่ชายฝ่ายนั้นก็ยังสร้างนี่เพิ่มอีกแล้วเธอจะไปหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้
หญิงสาวทำงานเป็นเด็กนั่งดริ๊งค์ในผับแห่งหนึ่งคืนหนึ่งก็ได้เงินอยู่หลายพันแต่เงินส่วนนั้นเธอก็เก็บสะสมไว้สำหรับเป็นค่าเรียนและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้วไหนจะค่าหอพักค่ากินค่าอยู่ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้เธอรับผิดชอบตนเองมาตลอด
เธอไม่มีทรัพย์สินอะไรติดตัวเลยเหลือแค่สร้อยคอทองคำเส้นเล็กเงินซื้อแต่มูลค่าของมันก็แค่สองสลึงขายไปก็ได้เงินไม่ถึง สองหมื่นบาทแต่จำนวนที่ต้องใช้หนี้นั้นมากกว่ายี่สิบเท่า
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นกดเข้าแอพพลิเคชันธนาคารตอนนี้เธอมีเงินเก็บเหลืออยู่ไม่ถึงสองหมื่นบาทซึ่งมันก็ไม่พอใช้หนี้เพื่อนของพี่ชายอีกทั้งตอนนี้มันก็ใกล้จะถึงเวลาจ่ายค่าขอพอพักและค่าน้ำกับค่าไฟอีกสามพันกว่าบาทแล้วไหนจะค่ากินค่าใช้จ่ายประจำวัน บางทีเธออาจจะต้องขอเบิกเงินล่วงหน้าจากเจ้าของร้านเหล้าที่เธอไปทำงานอยู่แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้มากน้อยแค่ไหนเพราะเธอไม่ใช่พนักงานประจำ
แล้วก็เป็นอย่างที่นลินภัสร์คิดเพราะเธอไม่สามารถเบิกเงินล่วงหน้าได้แต่เจ้าของร้านเสนอให้เธอกู้เงินแทนแต่หญิงสาวก็ขอคิดดูก่อนเพราะดอกเบี้ยมันสูงมาก
ผ่านมาหลายวันแล้วนลินภัสร์ก็ยังคิดไม่ตกกับเรื่องหนี้สินของตัวเอง หญิงสาวไม่ได้กู้เงินกับเจ้าของร้านเหล้าที่เธอไปทำงานแต่เธอได้รับคำแนะนำอีกอย่างหนึ่งคือให้ออกไปกับลูกค้าข้างนอกเพราะการออกไปแต่ละครั้งก็ได้เงินค่อนข้างมากแต่นลินภัสร์ก็คิดว่ามันน่าจะมีวิธีอื่นที่ดีกว่าการเอาความสาวไปแลก
วันนี้เป็นวันที่เธอมีนัดคุยกับศรุตหญิงสาวเลิกเรียนแล้วก็ตรงมาที่บริษัททันทีเพราะกลัวจะไม่ทันเวลาเลิกงานของชายหนุ่ม เมื่อมาถึงพนักงานหลายคนก็ทยอยกันกลับบ้าน หญิงสาวมานั่งศรุตหน้าห้องทำงานไม่นานนักประตูห้องของเขาก็เปิดออกและนรเทพก็เรียกให้เธอเข้าไปคุยกับที่รออยู่ในห้อง
“สวัสดีค่ะคุณศรุต”
“อืม...นั่งก่อนสิ เธอมีเงินมาใช้หนี้ฉันแล้วใช่มั้ย”
“ระยะเวลาแค่อาทิตย์เดียวมายด์คงหาเงินมากมายขนาดนั้นไม่ได้หรอกค่ะที่มายด์เข้ามาก็อยากจะมาคุยกับคุณ”
“จะคุยอะไรล่ะ”
“อีกเทอมเดียวมายด์ก็จะเรียนจบแล้วถ้ามายด์ใหม่จบมาจะทำงานและมีเงินเดือนถึงตอนนั้นมายด์ค่อยทยอยใช้หนี้คุณได้ไหมคะ”
“เธอคิดเหรอว่าเด็กจบใหม่จะหางานง่ายๆ เหรอมายด์เดี๋ยวนี้การแข่งขันค่อนข้างสูงถ้าไม่มีเส้นสายก็ยากที่จะได้เข้าทำงานนะ ที่ฉันพูดไม่ได้จะดูถูกความรู้ที่เธอเรียนมาหรอกนะ แต่พูดตามหลักความเป็นจริง ฉันจะมั่นใจได้ยังไงล่ะว่าเธอจะมีเงินมาใช้หนี้ฉัน”
“ถ้าคุณศรุตอยากให้มายด์มีเงินใช้หนี้คุณจริงๆ คุณก็ให้มายด์มาทำงานที่นี่สิคะ คุณจะได้หักเงินเดือนจากมายด์ในแต่ละเดือนได้เลย และคุณจะได้มั่นใจด้วยว่ามายด์ไม่มีทางจะหนีคุณไปไหน” นลินภัสร์คิดมาแล้วว่าเขาจะต้องยอมแน่ๆ เพราะถ้าเธอไม่มีงานทำเขาก็ไม่มีทางได้เงินคืน แต่เขาจะยอมรับข้อเสนอของเธอหรือเปล่าเธอเองก็กำลังลุ้นอยู่ในใจ
“เด็กจบใหม่เงินเดือนก็คงไม่มากเท่าไหร่ถ้ายังจะถูกหักมาใช้หนี้อีกเธอคิดว่าจะพอเหลือใช้เหรอ”
“มายด์ทำงานเป็นเด็กนั่งดริ้งค์ที่ร้านเหล้าด้วยค่ะ คิดว่ารายได้ตรงนั้นน่าจะพอกับค่าหอและค่ากินอยู่ส่วนเงินเดือนที่นี่มายด์ให้คุณหักได้เต็มที่เลยค่ะ”
“แต่ตอนนี้ที่บริษัทฉันไม่มีนโยบายรับพนักงานเพิ่มเลย ถ้าเธออยากมาทำงานกับฉันจริงๆ ก็มาเป็นผู้ช่วยนรเทพ”
“เป็นผู้ช่วยเลขาของคุณศรุตเหรอคะ”
“อือ ตอนนี้งานของเขาค่อนข้างเยอะ ถ้าได้เธอมาช่วยเขาก็น่าจะดี”
“ได้ค่ะ งานอะไรมายด์ก็ทำได้หมดนั่นแหละ”
“เธอบอกว่าอีกไม่กี่เดือนก็จบแล้วแสดงว่าตอนนี้อยู่ในช่วงฝึกงานใช่ไหม”
“ใช่ค่ะอาจารย์กำลังติดต่อเรื่องฝึกงานให้”
“เธอเรียนอะไรมาล่ะมายด์”
“มายด์ไม่เรียนเลขานุการค่ะ”
“ถ้างั้นก็ดีเลยมาฝึกงานที่นี่ไหมฉันเพราะไหนๆ เรียนจบมาเธอก็จะทำงานที่นี่จะได้เรียนรู้งานไปทีเดียวเลย”
“แต่มายด์เลือกที่ฝึกงานไม่ได้หรอกนะคะคุณศรุตอาจารย์จะเป็นคนเลือกที่ฝึกงานเอง”
“แค่เธอบอกว่าอยากฝึกงานที่นี่หรือเปล่าเดี๋ยวฉันคุยกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยให้เอง”
“ถ้าคุณศรุตให้มายด์ฝึกงานที่นี่และจะรับมายด์เข้าทำงานมายด์ก็ตกลงค่ะ”
“ถ้างั้นก็ตามนี้เมื่อถึงเวลาฝึกงานเธอจะมาฝึกงานเป็นผู้ช่วยของนรเทพ จากนั้นเรียนจบเธอก็จะทำงานที่นี่เพื่อเป็นการใช้หนี้ตกลงไหม” เพราะเห็นแก่ยายสนที่ทำงานเป็นแม่บ้านที่บริษัทมาตั้งแต่เขาเริ่มก่อตั้งบริษัทศรุตเลยยอมให้หญิงสาวมาฝึกงานและทำงานที่นี่
“ตกลงค่ะ”
“ฉันให้งานเธอแล้วเธอยังจะไปทำงานเป็นเด็กนั่งดริ้งค์อีกไหมล่ะ”
“ทำสิคะ นั่นมันทำกลางคืนส่วนฝึกงานและทำงานมายด์ก็มาทำเวลากลางวัน”
“เธอคิดว่าตัวเองจะไม่ง่วงในเวลางานเหรอ”
“ไม่หรอกค่ะ มายด์มาทำแบบนี้มาตั้งหลายปีเวลาไปเรียนก็ไม่เคยง่วงเลยสักครั้ง”
“ฉันไม่ห้ามเธอหรอกนะ แต่ขออย่างเดียวอย่าให้งานตรงนั้นมากระทบกับงานของฉันก็พอ มีอีกอย่างหนึ่งที่เธอควรรู้ถ้าจะทำงานกับฉันครั้ง บางครั้งเธออาจจะต้องออกต่างจังหวัดบ้าง เธอรู้ใช่ไหมว่าบริษัทเป็นบริษัทอะไร”
“รู้ค่ะ มายด์เห็นร้านของคุณมีอยู่หลายที่เลยแถวมหาวิทยาลัยยังมีหลายสาขา”
“ใช่ร้านของฉันมีเกือบทั่วประเทศ บางครั้งฉันก็อาจจะต้องไปตรวจสาขาต่างๆ บ้างเธอจะโอเคกับตรงนี้ไหมล่ะ”
“ไม่มีปัญหาค่ะ มายด์ไปกับคุณและคุณนรเทพทุกที่”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ มีอะไรจะพูดกับฉันอีกหรือเปล่า” ศรุตเห็นท่าทางอึดอัดของนลินภัสร์ก็ถามเพราะดูเหมือนหญิงสาวยังมีเรื่องที่จะคุยกับเขา
“คุณศรุตคะที่บริษัทมีนโยบายให้พนักงานยืมเงินใช่ไหมคะ”
“ใช่เธอจะถามทำไม อย่าบอกนะมายด์ว่าเธอจะยืมเงินฉันทั้งที่หนี้เก่ายังไม่ใช้เลยสักบาท มายด์ก็แค่ถามดูค่ะ” หญิงสาวไม่กล้าจะขอกู้เงินเขาเพิ่มเพราะหนี้มีอยู่มันก็มากจนนึกไม่ออกว่าอีกกี่ปีถึงจะใช้หนี้หมด
“เธอมีความจำเป็นจะต้องใช้เงินเหรอมายด์”
“ค่ะ แต่หนี้ที่มายด์มีอยู่มันก็เยอะมากแล้ว เอาไว้มายด์ค่อยหากู้ที่อื่นก็ได้ค่ะ”
“เธอมายด์ถึงไปกู้เงินพวกหนี้นอกระบบแบบเหรอ”
“ค่ะ”
“เธอจะเอาเงินไปทำอะไรไหนเธอบอกว่าพอมีรายได้จากการทำงานพิเศษและเป็นเด็กนั่งดริ้งค์ไง”
“ถ้าแค่ลำพังตัวมายด์เองมายด์ก็ดูแลตัวเองได้ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ แต่ตอนที่มายด์พยายามโทรหาพี่ชายเพื่อนพี่ชายของมายด์บอกว่าพี่ของมายด์ติดเงินเขาอยู่อีกสามหมื่นและถ้ามายด์ไม่เอาเงินจำนวนนี้ไปใช้เขาจะบอกเจ้าหนี้คนอื่นๆ ของพี่ชายมายด์ด้วย มายด์ไม่อยากมีปัญหากับเจ้าหนี้คนอื่นก็เลยคิดว่าจะหาเงิน สามหมื่นมาใช้หนี้เขาค่ะ”
“เธอคิดว่ามันจะจบแค่สามหมื่นเหรอเขาเป็นคนเอาเงินไปก็ให้เขามาใช้หนี้เอง”
“เงินสามหมื่นมันอาจะดูน้อยเมื่อเทียบกับเงอนที่ยายยืมคุณไป มาดืเข้าใจว่าคุณอยากจะให้มายด์ใช้หนี้คุณก่อน แค่บางที่เพื่อนพี่ไม้เขาอาจจะจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ”
“คิดว่าฉันเห็นแก่ตัวใช่ไหม เงอนสี่แสนถ้าฉันจะยกให้ยายเธอไปเลยก็ได้นะเพราะยายเธอทำงานกับฉีมานานแต่ถ้าฉันทำแบบนั้นมันก็ไม่ยุติธรรมกับพนักงานคนอื่นที่กูเงินเงินบริษัทฉันเลยต้องทำให้มันถูกต้อง”
“มายด์ไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ”
“ถ้าอย่างั้นก็อย่าไปยุ่งเลย”
“แต่มายด์ก็รับปากเขาไปแล้วว่าจะเอาเงินไปใช้หนี้เขา”
“พวกเขามีหลักฐานอะไรมายืนยันไหมล่ะ ว่าพี่ชายเธอเป็นหนี้”
“ไม่มีค่ะ เราคุยกันทางโทรศัพท์”
“ฉันว่าเธอตามใช้หนี้ให้พี่ชายของเธอไม่หมดหรอกอยู่เฉยๆ ดีกว่า”
“แล้วถ้าเขาหลักฐานการกู้ยืมเงินล่ะคะ”
“ก็ให้เขาเอาหลักฐานนั้นไปตามกับพี่ชายของเธอสิ ถ้าพวกเขาพยายามทวงที่เธอเธอก็แค่บอกว่าจะแจ้งความเท่านั้น หนี้นอกระบบพวกนี้มันไม่ชอบยุ่งกับตำรวจหรอก”
“ก็ได้ค่ะ มายด์จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหนี้ของพี่ชาย”
นลินภัสร์เห็นด้วยกับศรุตเพราะลำพังเงินที่เป็นหนี้ศรุตอยู่ตอนนี้มันก็มากอยู่แล้วถ้าหากจะต้องตามใช้หนี้พี่ชายไปอีกเรื่อยๆ ชาตินี้ก็คงไม่มีทางใช้หมดหนี้