ตอน 1

แชะ แชะ

เสียงกดชัตเตอร์ดังติดต่อกันต่อเนื่องโดยตากล้องมืออาชีพ สองเด็กน้อยคนหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งขนาด ความสูง รูปร่าง น้ำเสียง หรือแม้กระทั่งรอยยิ้ม หากแต่เวลานี้เด็กทั้งคู่จะต่างกันก็ตรงสีชุดที่สวมใส่อยู่ในตอนนี้ ผมที่ถูกรวบตึงไว้เผยให้เห็นผิวแก้มสีชมพูระเรื่อ จมูกเล็กโด่งจนเห็นสันจมูก บ่งบอกว่าโตขึ้นทั้งสองคนจมูกโด่งสวยแน่นอน ริมฝีปากเรียวบางได้รูปแต้มด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อน ดวงตาสีนิลกลมโตจนแทบจะไม่เห็นนัยน์ตาสีขาวประกายไปด้วยแววตาแห่งความสุข

ฝาแฝดทั้งสองคนกำลังโพสท่าตามที่ผู้ใหญ่ออกแบบให้ รวมทั้งท่าทางที่ทั้งสองคนแสดงออกมาเองอย่างไร้เดียงสา ให้ตากล้องทำหน้าที่กดชัตเตอร์จนหนำใจ รอยยิ้ม แววตา ความสดใสไร้เดียงสาของเด็กทั้งสองสร้างความน่ารักน่าเอ็นดู สร้างสีสันและเรียกรอยยิ้มให้แก่ทีมงานได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

“กรี๊ด! กรี๊ด!”

เสียงร้องดีใจดังออกจากปากเล็กจิ้มลิ้มของทั้งคู่พร้อมๆ กัน หนูน้อยพากันวิ่งแข่งกันไปยังจุดหมายเดียวกัน คือร่างสูงโปร่งของหญิงสาวในชุดกางเกงพอดีตัวสีขาวกับเสื้อยืดผ้าเนื้อดีสีฟ้าอ่อน ที่กำลังยืนยิ้มมองไปยังร่างเล็กของทั้งสองคนอยู่

“คุณแม่ขา... วันนี้คุณแม่มารับพี่ทอฝันกับน้องพาฝันด้วย ดีใจที่สุดเลย” เสียงใสของทั้งคู่ดังขึ้นแข่งกันจนแทบจะฟังไม่ได้ศัพท์

“ไม่ต้องวิ่งค่ะ เดี๋ยวหกล้มค่ะ”

หญิงสาวที่เด็กทั้งสองเรียกว่าแม่เมื่อครู่รีบย่อตัวลงนั่ง อ้าแขนรอรับร่างเล็กที่กำลังวิ่งแข่งกันมา

ณรันดา หญิงสาวหน้าหวานนัยน์ตาสวย แม่แท้ๆ ของทั้งคู่ โดยปกติแล้วเธอจะไม่ค่อยได้มาดูลูกสาวทั้งสองทำงานเท่าไหร่นัก เพราะติดต้องทำหน้าที่ดูแลทั้งครูและเด็กนักเรียนระดับอนุบาลทั้งหมดของโรงเรียน

หญิงสาวอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำให้เธอไม่สามารถที่จะติดสอยห้อยตามลูกสาวได้มากนัก เธอจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่เพื่อนรักคอยเป็นธุระจัดการเกี่ยวกับงานของเจ้าตัวน้อยทุกอย่าง

แต่ทั้งนี้งานแต่ละงานยังคงต้องผ่านสายตาเธอด้วย เพื่อช่วยเพื่อนรักจัดสรรเวลาให้เด็กน้อยทั้งคู่ด้วยเช่นกัน

“ว่าไงจ๊ะ ไหนบอกว่าวันนี้ติดประชุม มาไม่ได้ไงล่ะ”

ปานชนก ซึ่งเดินตามเด็กทั้งสองมาทีหลังด้วย

“พอดีคุณหญิงท่านเลื่อนประชุมจ้ะ ก็เลยแอบมาดูเจ้าตัวแสบสักหน่อย”

พูดจบเธอก็หอมแก้มยุ้ยของเด็กทั้งคู่คนละที

เจ้าตัวแสบทั้งสองก็ไม่ยอมแพ้หอมแก้มคุณแม่ยังสาวคนละข้างพร้อมกันทันทีเช่นกัน

คุณหญิงที่ณรันดาพูดถึงก็คือ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลที่เธอทำงานอยู่นั่นแหละ หรืออีกนัยก็คือมารดาของมาร์ค หนุ่มลูกครึ่งซึ่งเป็นผู้เปิดโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้

“แล้วนี่จอดรถไว้ตรงไหนล่ะ”

ปานชนกถามขึ้นอีกเมื่อมองดูรอบๆ แล้วไม่เห็นรถของเพื่อนรัก

“เรามาแท็กซี่จ้ะ...”

“อืม งั้นเดี๋ยวเราไปส่ง”

ณรันดาพยักหน้ารับคำเพื่อน ก่อนหันไปให้ความสนใจเด็กน้อยสองคนอีกครั้ง

“วันนี้ลูกสาวแม่ดื้อกับน้าป่าน และพี่ๆ ทีมงานหรือเปล่าคะ”

“ไม่เลยค่ะ พี่ทอฝันไม่ได้ดื้อเลย”

เสียงเด็กเจ้าของชื่อทอฝัน หรือเด็กหญิงรวีรินดา ซึ่งเป็นแฝดผู้พี่ ตอบขึ้นก่อน

“น้องพาฝันก็ไม่ดื้อเหมือนกันค่ะ”

แล้วเสียงใสของน้องพาฝัน หรือเด็กหญิงรวีรันตรา แฝดคนน้องก็รีบตอบมาบ้าง

“เก่งมากเลยค่ะ... ถ้าอย่างนั้นต้องให้รางวัลสักหน่อย วันนี้คุณแม่จะพาไปกินไอติมดีไหมคะ”

คุณแม่ยังสาวเสนอของรางวัลพร้อมหอมแก้มยุ้ยอีกครั้ง

“ดีค่ะ... พี่ทอฝันจะกินสองถ้วยเลย”

“น้องพาฝันกินสองถ้วยด้วยนะคะ”

สองพี่น้องรีบแข่งกันบอกพร้อมชูนิ้วขึ้นเป็นการบอกจำนวน คุณแม่ยังสาวกับเพื่อนรักได้แต่ยิ้มให้กับกิริยาไร้เดียงสาของทั้งคู่

“แล้วนี่ถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยังจ๊ะป่าน”

ณรันดาเงยหน้าขึ้นถามเพื่อนรัก

“น่าจะเรียบร้อยแล้ว... เพราะเขาขอเวลาไว้แค่สองชั่วโมง อีกอย่างวันนี้เจ้าตัวแสบเก่งมาก ดูอารมณ์ดีเหมือนรู้ว่าแม่จะมารับอย่างนั้นแหละ เลยทำให้งานผ่านฉลุย แทบจะไม่ต้องถ่ายแก้เลย”

ปานชนกยืนกอดอกตอบเพื่อนรักก่อนโน้มตัวลงไปหยิกแก้มยุ้ยของเจ้าตัวแสบทั้งคู่อย่างมันเขี้ยว

“อืม... งั้นเดี๋ยววันนี้เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า ไม่ได้กินข้าวด้วยกันมานานแล้วนะ”

พูดจบเธอก็จูงมือเด็กน้อยทั้งคู่ตรงไปยังทีมงานพร้อมกับปานชนกเพื่อถามถึงความเรียบร้อยของงานก่อนที่จะพากันขึ้นรถไป

ห้องทำงานหรูชั้นสูงสุดของคอนโดฯ หรูแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง เวลานี้เจ้าของห้องกำลังคร่ำเคร่งอยู่กับเอกสารกองโต อีกทั้งแบบโครงการบ้านและโครงการคอนโดฯ ที่เจ้าตัวกำลังมีแพลนสร้างขึ้นใหม่ภายในปีนี้

รวิชญ์ นักธุรกิจหนุ่มชื่อดังผู้เป็นเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร คอนโดฯ ทั้งที่เกิดขึ้นแล้ว และที่ยังไม่เกิดขึ้นอีกหลายต่อหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพฯ ชานเมือง หรือตามจังหวัดใหญ่ ฉะนั้นในวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นับว่าเขาเป็นนักธุรกิจที่จัดว่าหนุ่ม หล่อ ฉลาด เฉียบขาด เป็นที่รู้จักของคนในวงการนี้ และที่สำคัญเขายังจัดว่าเป็นนักธุรกิจเนื้อหอม ที่มีสาวๆ ต่างพากันเสนอตัวให้เขามากมายเลยทีเดียว

“คุณน้องครับ ตกลงว่าหาเด็กที่จะมาถ่ายโฆษณาให้ผมได้บ้างหรือยังครับ”

รวิชญ์ปิดแฟ้มเอกสารที่เพิ่งเซ็นเอกสารฉบับสุดท้ายเสร็จ ก่อนกดเครื่องติดต่อภายในตรงหาเลขาฯ หน้าห้องทันที

“ทางโมเดลลิงส่งมาให้บ้างแล้วค่ะ คุณรวิชญ์จะดูเลยหรือเปล่าคะ”

“อืม... เอามาให้ผมดูหน่อย”

พูดจบก็กดปิดเครื่องติดต่อภายในทันที พร้อมกับคว้านิตยสารเกี่ยวกับแฟชั่นเสื้อผ้าเด็กขึ้นมาเปิดดูระหว่างรอเลขาฯ หน้าห้องเข้ามาพบ

“มีเด็กคนไหนน่าสนใจบ้างครับคุณน้อง”

รวิชญ์ถามขึ้นทันทีที่ร่างของเลขาฯ หน้าห้องเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสาร และนิตยสารอีก สอง-สาม เล่ม

“ก็มีหลายคนค่ะคุณรวิชญ์... น้องว่าคุณรวิชญ์ลองดูก่อนดีกว่าค่ะ”

น้อง หรือกนกวรรณ ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขาฯ หน้าห้องให้แก่รวิชญ์มาหลายปี รีบจัดแจงส่งเอกสารพร้อมรูปถ่ายที่ได้รับมาจากโมเดลลิงให้อย่างกระตือรือร้น

“อืม... นั่งก่อนสิ จะได้ช่วยผมดูด้วย ผมอยากจะรีบสรุปให้มันจบๆ จะได้เตรียมงานอื่นต่อ”

“เด็กสมัยนี้เก่งๆ กันทั้งนั้นเลยนะ คุณน้องว่าไหม”

รวิชญ์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นภาพ และรอยยิ้มที่เด็กน้อยแต่ละคนโพสท่ากัน ดูแล้วความสามารถไม่แตกต่างจากผู้ใหญ่เลย ผิดกันตรงที่เด็กๆ มีความน่ารัก รอยยิ้มที่ปรากฏก็มาจากความไร้เดียงสา ไม่ใช่การเสแสร้งเหมือนผู้ใหญ่

“จริงค่ะ เด็กสมัยนี้เก่ง... แต่บางคนก็เกินเด็กไปเหมือนกันนะคะ”

เลขาฯ หน้าหวานออกความคิดเห็น มือยังคงเปิดดูรูปเด็กๆ ผ่านไปเรื่อยๆ รวิชญ์ได้แต่พยักหน้าให้

ตอน 2

ชายหนุ่มเปิดดูรูปเด็กอยู่หลายคน ต้องยอมรับว่าเด็กๆ ที่เห็นหน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดูกันทุกคน เพียงแต่ยังไม่ถูกใจกับเด็กกลุ่มนี้สักเท่าไร เขาจึงวางมือจากรูปที่ทางโมเดลลิงส่งมาให้ ปล่อยให้เลขาฯ หน้าหวานเป็นคนดูต่อไป

เขาคว้านิตยสารเล่มหนึ่งที่เลขาฯ หยิบติดมือมาด้วยขึ้นมาซึ่งเป็นนิตยสารแฟชั่นทั่วไปมาเปิดดู มือเรียวค่อยๆ ไล่เปิดดูทีละหน้า จนกระทั่งถึงกลางเล่ม มือที่กำลังจะเปิดหน้าถัดไปต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นรูปนางแบบสาวกำลังโพสท่าถ่ายคู่กับเด็กน้อยสองคน ซึ่งมีหน้าตาเหมือนกันมากจนแยกไม่ออก

นางแบบสาวที่เขาเห็นนั้นจัดว่าสวยเซ็กซี่ถูกใจอยู่ไม่น้อย แต่ดูเหมือนว่าความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กที่มีใบหน้าเหมือนกันทั้งสองคนนั้นจะดึงเอาความสนใจจาเขาได้มากกว่า

รวิชญ์พลิกหน้าถัดไปเพื่อดูความน่ารักไร้เดียงสาของเด็กทั้งสองคน เขาพลิกจนกระทั่งภาพสุดท้ายซึ่งเป็นภาพที่เด็กสองคนถ่ายคู่กันในชุดสีชมพูสด ภาพความน่ารักของเด็กทั้งสองนั้นทำให้เขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

“คุณน้องครับ”

รวิชญ์เอ่ยเรียกเลขาฯ หน้าหวาน ทว่าสายตายังคงไม่ละจากภาพสุดท้ายนั้น

“คะ คุณรวิชญ์”

“เด็กสองคนนี้ทางโมเดลลิงได้ส่งมาให้ด้วยหรือเปล่าครับ”

เขายื่นนิตยสารให้เลขาฯ ดู โดยเปิดหน้าเด็กสองคนที่กำลังพูดถึงเอาไว้

“อ๋อ... น้องทอฝันกับน้องพาฝัน น้องสองคนนี้เขาไม่ต้องเอารูปไปฝากไว้กับทางโมเดลลิงแล้วค่ะ”

กนกวรรณเอ่ยชื่อเด็กทั้งคู่ขึ้นเหมือนเธอนั้นรู้จักเป็นอย่างดี

“คุณน้องรู้จักเด็กสองคนนี้ด้วยหรือครับ”

ชายหนุ่มดึงนิตยสารเล่มเดิมกลับมาดูอีกครั้งอย่างตั้งใจ

“โธ่... คุณรวิชญ์คะ ใครๆ ก็รู้จักน้องสองคนนี้ทั้งนั้นค่ะ ผลงานน้องเขาเยอะค่ะ ทั้งละคร ทั้งถ่ายแบบ เก่งนะคะ หาเงินให้พ่อแม่ได้ตั้งแต่เล็กเลย”

รวิชญ์นั่งฟังนิ่ง ขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่รูปของเด็กทั้งคู่ไม่วาง ในใจอดนึกไม่ได้ว่า ‘ทำไมนะ เขาถึงไม่เคยเห็นผลงานเด็กสองคนนี้เอาเสียเลย’

จะให้เขาเคยเห็นผลงานของเด็กคู่นี้ได้เช่นไรกัน ในเมื่อชีวิตเขาอยู่แต่กับงาน อยู่แต่กับเอกสารกองโต หรือไม่ก็โปรเจกต์งานใหม่ พอว่างเขาก็ไปหาความสำราญกับบรรดาสาวๆ นี่ถ้าไม่เป็นเพราะต้องหาเด็กมาโฆษณาโครงการบ้านเดี่ยวโปรเจกต์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ ก็คงไม่ได้มานั่งเปิดนิตยสารอ่านอย่างวันนี้หรอก

“คุณรวิชญ์สนใจน้องทอฝันกับน้องพาฝันหรือคะ”

กนกวรรณสังเกตเห็นว่าเจ้านายหนุ่มดูจะให้ความสนใจกับสองนางแบบตัวน้อยนี้เป็นพิเศษ

“ผมว่าไม่ต้องหาเด็กแล้ว... คุณน้องหาทางติดต่อกับคนที่รับงานให้เด็กสองคนนี้แทน ผมอยากได้เด็กสองคนนี้มาถ่ายโฆษณาให้ผม”

“เอ่อ... ค่ะ น้องจะพยายามหาทางติดต่อให้นะคะ”

กนกวรรณรีบรับคำทันที นึกหนักใจอยู่ไม่น้อยว่าเธอจะติดต่อเด็กสองคนนี้ได้อย่างไร ลงเจ้านายต้องการแล้วก็ต้องเอามาให้ได้เสียด้วยสิ

“ติดต่อให้ได้... ค่าตัวแพงเท่าไหร่ไม่เกี่ยงนะ ผมต้องการเด็กสองคนนี้ และถ้าติดขัดหรือมีปัญหาอะไร คุยกับผมได้ทันทีนะ หรือถ้าต้องการให้ผมคุยตรงกับพ่อแม่เด็กคุณน้องนัดวันให้ผมได้เลยนะ”

“ค่ะ คุณรวิชญ์”

รับคำแล้วเจ้าหล่อนก็รีบเก็บเอกสารทั้งหมดแล้วเดินออกจากห้องทำงานหรูของเจ้านายหนุ่มไปจัดการงานตามที่เพิ่งได้รับมอบหมายมาทันที

หลังจากเลขาฯ แยกออกจากห้องไป รวิชญ์ยังคงวนเวียนดูรูปเด็กสองคนอย่างหลงใหล เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกถูกชะตากับเด็กสองคนนี้อย่างบอกไม่ถูก รอยยิ้มหวานของทั้งคู่มันช่างดูคุ้นตาเขานัก

หลังจากที่พยายามนึกถึงรอยยิ้มของเด็กสองคนนี้ว่าเหมือนใครอยู่ แต่ดูเหมือนว่านึกเท่าไรก็นึกไม่ออก เขาจำต้องยอมแพ้เลิกให้ความสนใจกับรอยยิ้มนั้นเสีย แต่ยังคงพลิกดูรูปของเด็กคู่แฝดต่ออย่างสนใจ ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดรู้สึกผูกพันกับเด็กแฝดคู่นี้ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกัน ที่สำคัญไม่เคยเจอกันมาก่อนด้วยซ้ำ

“ไงคะรวิชญ์ หน้าตาดูมีความสุขจังเลย งานไม่ยุ่งหรือคะวันนี้”

เสียงหวานนุ่มหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นเหนือประตูทางเข้าห้องทำงาน

“ฟ้า... ทำไมมาเงียบๆ ล่ะครับ”

เจ้าของห้องเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นร่างหญิงสาวหุ่นเซ็กซี่ยั่วตายั่วใจยืนพิงประตูห้องที่เพิ่งปิดสนิทเมื่อครู่

เพียงฟ้า นางแบบสาวหุ่นเซ็กซี่ คู่ควงคนปัจจุบันของรวิชญ์ ซึ่งดูเหมือนว่าคนนี้เขาจะควงคู่ออกงานอยู่บ่อยครั้ง และน่าจะเป็นผู้หญิงที่เขาคบหาได้นานที่สุดอีกด้วย จนใครต่อใครหลายคนต่างพากันพูดว่าหล่อนอาจจะเป็นตัวจริงของรวิชญ์ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ทำให้เพียงฟ้าค่อนข้างพอใจเป็นอย่างมาก

แต่สำหรับรวิชญ์แล้ว เขาไม่สนใจว่าใครจะพูดอย่างไร เพราะไม่เคยคิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหน สำหรับเพียงฟ้าก็เหมือนกับผู้หญิงหลายๆ คนที่เข้ามาเสนอตัวให้เขา และเขาก็ทำหน้าที่สนองตอบ จบแล้วก็จบกันไป ไม่มีการผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น

ใครเลยจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเวลานี้ที่เขาไม่พร้อมจะผูกมัดกับใคร เพราะหัวใจเขาไม่สามารถที่จะมอบให้ใครได้อีกแล้ว หลังจากที่สูญเสียผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่เคยสนใจไยดี ไม่เคยเห็นคุณค่า เห็นเธอเป็นเพียงของตาย เขาต้องการเมื่อไรก็ได้ เพราะมั่นใจว่าเธอไม่มีทางที่จะหนีจากไปไหน

แต่นั่นมันเป็นเพียงความคิดของเขาคนเดียวเท่านั้น เพราะเธอกลับกล้าทิ้งเขาไป นับจากวันนั้นทำให้รู้ว่าเขารักและปรารถนาที่จะให้เธออยู่เคียงข้าง แต่มันก็สายเกินไป เกินที่จะทำให้มันกลับมาเป็นเช่นนั้น

ที่รวิชญ์ยอมควงคู่ออกงานกับเพียงฟ้าได้นานจนเป็นข่าวลือไปต่างๆ นานา เป็นเพราะเขาชอบที่เพียงฟ้าไม่เคยที่จะทวงสิทธิ์อะไรจากเขา ผิดจากผู้หญิงคนอื่นที่คอยจะหาโอกาสจับเขาอยู่ตลอดเวลา อาจด้วยเพราะเธอเป็นสาวสมัยใหม่ ไม่ได้คิดอะไรมากมายเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขายอมคบหากับเพียงฟ้าได้นานกว่าผู้หญิงคนอื่น

“ฟ้าไม่ได้มาเงียบๆ นะคะ คุณต่างหากที่กำลังสนใจอะไรอยู่ เลยไม่ได้ยินเสียงเคาะประตู”

เพียงฟ้าค่อยๆ ย้ายร่างเย้ายวนเข้าหา โดยการโอบรอบคอโน้มหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อเหลาของเขา ปล่อยให้อกอวบอิ่มประชิดเข้ากับบริเวณไหล่กว้าง

ตอน 3

“ผมขอโทษ พอดีกำลังนั่งดูรูปเด็กเพลินๆ น่ะครับ”

“โห! ตายแล้ว... สงสัยวันนี้ฝนจะตกหนัก นักธุรกิจหนุ่มอย่างคุณรวิชญ์มีเวลามานั่งดูรูปเด็กถ่ายแฟชั่น”

เพียงฟ้าแสร้งทำเสียงสูงตกใจที่ได้รู้ว่าผู้ชายที่เธอกำลังโอบกอดอยู่เวลานี้ทำอะไรอยู่อย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“ไหนคะ ขอฟ้าดูหน่อยสิคะว่าเด็กคนไหนที่ทำให้รวิชญ์ของฟ้าสนใจได้ขนาดนี้”

หล่อนเอ่ยพร้อมกับเอื้อมมือหยิบนิตยสารที่เขาเปิดทิ้งไว้มาดู

“อ๋อ เด็กสองคนนี้เอง... แต่เอ๊ะ แน่ใจนะคะว่าคุณสนใจเด็กสองคนนี้จริงๆ ”

เพียงฟ้าทำเสียงสูงขึ้นท้ายประโยคเมื่อเปิดไปดูอีกหน้าแล้วเห็นภาพนางแบบสาวรุ่นน้องอีกคนกำลังโพสถ่ายคู่กับเด็กที่ชายหนุ่มบอกว่าสนใจอยู่

“เด็กสิครับ... ผมอยากได้เด็กสองคนนี้มาถ่ายโฆษณาให้ผม”

“แล้วไปค่ะ... ถ้าเป็นแม่นางแบบสาวคนนี้ฟ้าไม่ยอมจริงๆ ด้วย”

เพียงฟ้าทำเสียงออดอ้อน

“เอ... ว่าแต่ฟ้ารู้จักเด็กสองคนนี้ด้วยหรือครับ”

รวิชญ์นึกถึงคำอุทานของหญิงสาวเมื่อครู่ เพราะในน้ำเสียงนั้นเหมือนจะรู้จักเด็กฝาแฝดในรูปนั้น

“ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอก ค่ะ... แต่เคยเห็นไปวิ่งเล่นอยู่ที่กองถ่ายเดียวกับฟ้าค่ะ”

“อืม... หน้าเด็กๆ เหมือนในรูปหรือเปล่า”

รวิชญ์ปรับสายตาจากหญิงสาวมาอยู่ที่รูปเด็กทั้งสองคนอีกครั้ง

“ก็เหมือนนะคะ เด็กๆ ไม่ได้แต่งอะไรมากมาย... ดูเหมือนคุณจะสนใจจังนะคะ”

น้ำเสียงเจ้าหล่อนเหมือนคนกำลังน้อยใจขึ้นมา

“โธ่ฟ้า ผมก็เห็นว่าคุณอยู่ในวงการนี้ ก็ถามเอาประวัติไว้บ้างสิครับ ตอนนี้ผมกำลังให้คุณน้องหาทางติดต่อกับผู้ปกครองของเด็กอยู่”

รวิชญ์รีบแก้พร้อมกับใช้มือหนาบีบเข้าที่จมูกอีกฝ่ายเบาๆ อย่างเอาใจ

“เฮ้อ... งั้นเดี๋ยวฟ้าช่วยอีกแรงแล้วกันนะคะ ฟ้าจะลองให้แซนดี้ ผู้จัดการส่วนตัวฟ้าลองติดต่อผู้จัดการส่วนตัวเด็กสองคนนี้ให้แล้วกันนะคะ”

เพียงฟ้าจำต้องหาทางช่วย เพราะคนวงการเดียวกันน่าจะหาทางได้ง่ายกว่า และอีกอย่างจะได้ตัดไม่ให้รวิชญ์มัวแต่ให้ความสนใจกับเด็กสองคนนี้จนไม่สนใจเธอ

“ขอบคุณฟ้ามากนะครับ”

“เพื่อคุณฟ้าทำได้ทุกอย่างค่ะ... ว่าแต่คุณจะให้รางวัลอะไรฟ้าดีล่ะคะ”

ไม่พูดเปล่า เพียงฟ้ารีบปิดนิตยสารตรงหน้า และทิ้งตัวนั่งลงบนตักเขาพร้อมกับโอบแขนเรียวไว้ที่รอบคอทันที

เพียงฟ้าส่งสายตายั่วยวนเชิญชวนให้เขา นักรักอย่างรวิชญ์ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหล่อนต้องการอะไรเป็นรางวัลในครั้งนี้ เขาค่อยๆ กดริมฝีปากเขาเข้ากับริมฝีปากเธอเบาๆ ก่อนเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงและค่อยๆ ผ่อนเป็นนุ่มนวลอีกครั้ง ชวนให้ร่างบางเคลิบเคลิ้ม

รวิชญ์ประคองหน้าเธอเอาไว้ ก่อนจะรุกล้ำมอบความหวานล้ำรุนแรงกับเธอมากกว่าเดิม ลิ้นอุ่นซอกซอนหาลิ้นที่ร้อนรุ่มของเธอ เวลานี้ทั้งหัวใจเขาและเธอเต้นระรัว รู้สึกวาบหวิวไปทั่วห้อง จนกระทั่งเขาต้องเป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย

“นี่ถือว่าผมมัดจำไว้ก่อนนะครับ ถ้าติดต่อเด็กสองคนให้ผมได้เมื่อไร... คุณอยากได้อะไรบอกผมได้เลย”

“ฟ้าซะอย่าง... ว่าแต่คุณแน่ใจหรือคะว่าคุณจะให้ในสิ่งที่ฟ้าต้องการได้”

เพียงฟ้าส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้ชายหนุ่ม มือเรียวยังคงลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาอย่างหลงใหลอยู่เช่นเดิม

“เอาเป็นว่าคุณทำให้สำเร็จก่อนแล้วกัน แล้วคุณจะได้รู้ว่าผมให้คุณได้หรือไม่ได้”

รวิชญ์พูดพร้อมกดริมฝีปากลงที่แก้มนวลอีกครั้ง

“โอเคค่ะ ฟ้าจะคอยดู ว่าแต่คุณเคลียร์งานเสร็จหรือยังคะ... นี่ฟ้าตั้งใจมาชวนคุณออกไปช้อปปิ้งและหาอะไรทานกัน”

เพียงฟ้าทำเสียงออดอ้อนเหมือนที่เคยทำและเป็นผลให้เขาใจอ่อนไปกับเธอทุกครั้ง

“งั้นไปสิ... วันนี้ผมไม่มีงานอะไรต้องเคลียร์แล้ว ฟ้าอยากไปไหน ทานอะไร ผมตามใจฟ้าทุกอย่างเลย”

“จริงนะคะ”

รวิชญ์พยักหน้าแทนคำตอบ

เพียงฟ้าจ้องตาเขาอย่างงุนงง เพราะดูเหมือนว่าวันนี้รวิชญ์จะว่าง่ายไปหมดทุกอย่าง ถึงแม้ว่าเธอกับเขาจะควงคู่กันออกงานบ่อยครั้ง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะยอมไปไหนมาไหนกับเธอง่ายๆ อย่างเช่นวันนี้

เพียงฟ้าคิดได้เพียงเท่านั้นก็หยุดความคิด เมื่อเขาบอกให้เธอลุกขึ้น และค่อยๆ จับร่างบางออกจากตักเขาอย่างเบามือ เพื่อจะได้ลุกออกไปช้อปปิ้งตามที่เธอต้องการ

ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมืองหลวง เวลาบ่ายแก่ๆ จวนจะคล้อยเย็นเช่นนี้ทำให้ผู้คนค่อนข้างหนาตา ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ หรือบรรดานักศึกษาต่างพากันเดินขวักไขว่กันเต็มไปหมด ร้านอาหารต่างๆ ก็เต็มไปด้วยผู้คน บางร้านถึงขนาดรอคิวกันก็มี

ณรันดากับปานชนกจูงมือเด็กสองคนไว้คนละคน โดยคุณแม่เป็นคนจูงน้องพาฝัน ส่วนน้องทอฝันไปเดินอยู่ข้างปานชนกแทน เด็กทั้งคู่เดินผ่านไปตรงไหนก็มีแต่คนทักทายยิ้มให้ เพราะใครเห็นก็รู้จักทั้งนั้น บางคนเขามาขอถ่ายรูปด้วย เธอก็ไม่ขัดและยังคอยบอกให้ลูกสาวทำความเคารพทุกคนที่เข้ามาทักทาย ซึ่งทั้งคู่ก็ทำตามแต่โดยดี

ทั้งหมดเดินผ่านร้านอาหารหลายร้านเพื่อตรงไปยังร้านไอศกรีมตามที่ได้ให้สัญญากับลูกสาวทั้งสองคนไว้

“เฮ้อ... ไม่ได้มาเดินห้างซะนาน ไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้” ณรันดาถึงกับบ่นอุบเมื่อเดินไปทางไหนก็เห็นแต่ผู้คนเต็มไปหมด

“เป็นธรรมดา เราชินซะแล้ว”

ปานชนกหันมายิ้มให้เพื่อนรักอย่างเข้าใจ

นานเท่าไรแล้วที่ณรันดาจะได้มีโอกาสออกมาเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าเหมือนอย่างวันนี้ เพราะวันๆ เธอเอาแต่ทำงานและใช้ชีวิตอยู่กับเด็กเล็กที่โรงเรียนอนุบาล นานๆ ครั้งจะได้ออกมาเปิดหูเปิดตาตามห้างใหญ่ๆ เช่นนี้ ส่วนเรื่องพาลูกสาวเธอไปเที่ยวหรือเดินเล่นซื้อของ มันกลายเป็นหน้าที่ของปานชนกไปโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อเสร็จจากงานของเด็กๆ เธอก็มักชอบพามาเดินเล่นหาอะไรกินไปเรื่อย ซึ่งณรันดาก็ไม่ได้ห้ามอะไร

“คุณแม่ขา จะถึงร้านไอติมแล้วค่ะ”

เสียงน้องพาฝันดังขึ้นเมื่อจำได้ว่าร้านไอศกรีมที่มารดาสัญญาว่าจะพามาทานอยู่แถวนี้

“จำได้แบบนี้คุณแม่ก็รู้หมดสิคะว่าน้าป่านพาหนูมาทานบ่อย”

ปานชนกเอ่ยพร้อมกับหยิกแก้มยุ้ยของเด็กน้อยที่ชื่อพาฝันหนึ่งที

“อ้าว มาทานกันบ่อยแล้วงั้นคุณแม่ว่าวันนี้งดดีกว่าไหมคะ”

ณรันดาได้ทีแกล้งลูกสาว

“ไม่นะคะ พี่ทอฝัน น้องพาฝัน อยากกิน”

สองพี่น้องตัวน้อยรีบพูดขึ้นพร้อมกันทันที น้องทอฝันจากที่เดินอยู่กับปานชนกรีบวิ่งมากระตุกแขนอีกข้างของณรันดา

“คุณแม่ล้อเล่นค่ะ... คุณแม่สัญญาแล้วก็ต้องทำตามสัญญาสิคะ ไปค่ะ ถึงร้านแล้ว”

ณรันดารีบรุนหลังลูกสาวทั้งสองเข้าไปด้านในร้านทันที

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED