ไร่ปาริชาต
ยามสายของวันแดดกำลังอ่อนๆคนงานในไร่ปาริชาตต่างก็แยกย้ายกันทำหน้าที่ของตนแประจำที่ห่างกันไม่มากนักบางคนลงผักใหม่บางคนดายหญ้าบางคนเก็บผลผลิตนับเป็นภาพที่น่าสบายตายิ่งนัก
ไร่ปาริชาตนี้มีอาณาเขตอยู่ที่ภาคเหนือของประเทศไทยกินเนื้อที่เกือบพันไร่เดิมทีเป็นของคุณหญิงปาริชาตภรรยาท่านทูตหลังจากที่เธอเสียแล้วไร่นี้ก็ตกเป็นของปฐพีลูกชายคนเดียวของเธอด้วยปฐพีไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานๆจะกลับมาสักครั้งเลยตั้งให้คนเก่าคนแก่ที่อยู่กับไร่นี้มานานอย่างปราโมทย์เป็นคนดูแลทุกอย่างของไร่และให้คนที่ไม่มีที่ทำกินมาทำไร่ที่นี่ฟรีโดยมีปราโมทย์เป็นคนจัดการแบ่งสันปันส่วนให้เท่าๆกัน
เมื่อปฐพีได้เสียชีวิตไปแล้วสมบัติทุกอย่างก็ตกอยู่กับเขมิกาซึ่งเธอก็ไม่ได้ดูดำดูดีไร่นี้เท่าไรนักจนคนในไร่ก็หวั่นใจกันว่าที่นี่อาจจะถูกขายเพราะเขมิกาไม่เคยให้คำตอบพวกคนในไร่เลยว่าจะให้พวกเขานั้นอยู่ต่อกันหรือไม่
20.00 น.
“กลับมากันซะดึกเลยลูกเจ้าคมผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ” ชายชราอย่างปราโมทย์ที่นั่งอยู่บนชายเรือนไม้หลังใหญ่เห็นหลานสาวทั้งสองกลับมาบ้านเลยเอ่ยถามถึงเรื่องลูกของอาคมที่พึ่งคลอดว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย
“ผู้หญิงจ่ะตาตัวอ้วนจ้ำม่ำน่าดูเลย” เมษาสาวจอมแก่นวัย 26 ตอบตาของเธอด้วยสีหน้าและน้ำเสียงระรื่นจนตอนนี้เธอยังอดหมั่นเขี้ยวให้กับความน่ารักของลูกสาวอาคมไม่ได้เลย
“สมใจพ่อมันเลยสินะ..อ่อ..อีหนูเมื่อกลางวันมีคนมาหาเราเป็นฝรั่งหน้าตาหล่อเหลาอยู่เหมือนกันเค้ามาถามหาเราน่ะตาเลยบอกให้มาพรุ่งนี้ใหม่” เสียงแหบพร่าของชายวัยชราเอ่ยด้วยความปิติแทนเด็กหนุ่มที่ใช้ชีวิตครอบครัวอยู่ที่ไร่ก่อนจะเอ่ยกับว่านรักถึงเรื่องเมื่อกลางวันเมื่อนึกขึ้นได้
“เค้าได้บอกมั้ยคะว่าเค้าเป็นใคร” ว่านรักถึงกับหน้าเจื่อนลงทันทีเมื่อได้ว่ามีฝรั่งมาตามหาเธอ
“เค้าบอกชื่อไบอัน...ไรอันอะไรนี่แหละตาก็ฟังไม่ค่อยได้ยินเท่าไรแฟนเราหรอลูก” ปราโมทย์เอ่ยด้วยสีหน้าครุ่นคิดเพราะเขาเองก็หูไม่ค่อยดีอีกอย่างฝรั่งคนนั้นที่มาถามถึงว่านรักเขาก็พูดไทยไม่ค่อยชัดเท่าไรนัก
“อ่อ...หนูก็ไม่แน่ใจเหมือนกันจ่ะตา” ร่างเล็กนิ่งงันตัวชาวาบกลืนน้ำลายไม่ลงคอก่อนจะเอ่ยตะกุกตะกักตอบกับคนเป็นตา
“แกไม่รู้หรอว่าเป็นใคร” เมษาขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อเห็นอาการของเพื่อนเธอดูจะแปลกๆ
“ไม่แน่ใจน่ะพอดีเพื่อนชื่อนี้เยอะ...ตาจ๋าเดี๋ยวคืนนี้หนูนอนที่นี่นะจ้ะดึกแล้วขี้เกียจขับรถกลับ”
“ไปพักผ่อนตามสบายเลยลูกตาก็ว่าจะเข้านอนแล้วเหมือนกัน..ถ้าหิวก็เข้าครัวตาต้มกระดูกหมูเอาไว้” ชายวัยชราลุกออกจากเก้าอี้หวายค่อยๆเดินกลับเข้าห้องตัวเองไปหลังจากที่เอ่ยกับหลานทั้งสองจบ
“จ่ะตา”
“ทำไมทำหน้างั้นมีอะไรหรือเปล่า” เมษารีบเค้นถามว่านรักเพราะเธอกับว่านรักรู้จักกันมาตั้งแต่เล็กๆมีหรือจะมองกันไม่ออก
“ก็คนที่มาตามหาฉันน่ะสิแก..เดี๋ยวไปคุยในห้องดีกว่า” ร่างบางรีบจูงมือเมษาเข้าไปในห้องทันทีเพราะเรื่องนี้ต้องคุยกันยาวและให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด
ว่านรัก เลิศพินิจ อายุ 26 ปี
สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มใบหน้ากลมรูปไข่ผมดกดำหยักศกชอบรวบหางม้าหลวมๆคิ้วบางได้รูปดวงตาคมเรียวกลมโตดุจแมวมีรักยิ้มสองข้างผิวขาวอมชมพูแม้จะไม่สูงมากแต่หุ่นของเธอก็มีทรวดทรงองเอวดั่งนาฬิกาทราย...รักการทำอาหารเป็นที่สุดชอบอยู่กับธรรมชาติ..และไร่สวนแปลงผักที่เธอรัก..เป็นคนอ่อนไหวง่าย ขี้สงสาร
เธอเป็นเด็กสาวกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่อยู่ ม.ต้น เธออาศัยอยู่ที่ไร่ปาริชาตตั้งแต่เล็กๆเพราะพ่อและแม่เข้ามาเป็นคนงานในไร่ที่นี่หลังจากพ่อและแม่ของเธอเสียว่านรักก็ใช้ชีวิตอยู่กับปราโมทย์ชายชราคนดูแลไร่และเมษาหลานสาวของปราโมทย์ที่รุ่นราวคราวเดียวกันกับว่านรักและมี ปฐพี เจ้าของไร่ที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศกับครอบครัวก็รับเธอเลี้ยงเป็นลุกบุญธรรมคอยส่งเสียเธอจนเธอเรียนจบ ชีวิตของว่านรักมีความสุขดีเพราะปราโมทย์เลี้ยงดูเธออย่างดีด้วยความเอ็นดูเหมือนหลานคนหนึ่ง
แต่เมื่อว่านรักเรียนจบได้ไม่เท่าไร ปฐพีก็ได้เสียชีวิต และเขมิกาภรรยาของปฐพีก็เรียกตัวว่านรักไปช่วยงานที่อเมริกา หญิงสาวมาถึงอเมริกาได้ชีวิตเธอก็แทบเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเพราะเธอแทบจะเป็นคนรับใช้คนหนึ่งในบ้านตื่นเช้าเธอก็ต้องคอยทำความสะอาดบ้านสายหน่อยเธอก็ต้องออกไปทำงานในบริษัทของปฐพี ตกเย็นเธอก็ต้องรีบกลับมาทำอาหารให้คนในบ้านชีวิตเธอเป็นแบบนี้ทุกวันร่วมสี่ปีกว่า
จนวันนี้เธอได้กลับมาที่ไร่อีกครั้งเพราะหนีความตายกลับมาด้วยเหตุที่ว่าเธอต้องรับผิดแทนวีนาเด็กสาววัย20ปีลูกสาวของเขมิกาและปฐพีก่อนที่เธอจะกลับมาวีนาได้ไปเที่ยวกับเพื่อนและดื่มจนเมามากจนขับรถชนนอร่าน้องสาวของมาเฟียใหญ่อย่างไรอัน ฮิลล์
เขมิกาเป็นคนร้องของให้เธอรับผิดแทนวีนาด้วยให้เหตุผลทวงบุญคุณกับขอให้เห็นแก่วีนาที่ตอนนี้ยังเรียนไม่จบหากวีนามีคดีติดตัวก็เท่ากับจะเสียประวัติและอาจจะหมดอนาคตส่วนเรื่องคดีหากว่านรักรับผิดแทนเขมิกาก็จะหาทนายเก่งๆช่วยให้รอดจากคดีนี้
สุดท้ายแล้วว่านรักยอมรับผิดแทนวีนาด้วยบุญคุณที่ครอบครัวของปฐพีมีต่อเธอต่อมาเขมิกาก็ได้ช่วยเธอให้รอดพ้นคดีและไม่ติดคุกจนทำให้ไรอัน ฮิลล์ไม่พอใจเป็นอย่างมากและเขาพยายามตามฆ่าเธอจนเธอต้องหนีมาที่บ้านเกิด
“อะไรนะเค้าเคยจะตามฆ่าแกหรอ...เค้าจะแค้นแกเรื่องอะไรในเมื่อทุกอย่างมันก็เป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิด..แล้วเค้าใหญ่มาจากไหนถึงขนาดจะฆ่าใครก็ทำเป็นว่าเล่นแบบนี้” ว่านรักเล่าให้เมษาฟังว่ามาคนๆคนนี้ตามฆ่าเธอเพราะเธอดันไปขับรถชนน้องสาวของเขาจนตายและที่เธอหนีมาอยู่ที่ไร่นี้ก็เพราะก่อนหน้านี้เธอเคยถูกตามล่ามาแล้วรอบหนึ่งเมษที่ฟังอยู่ถึงกับกำมือแน่นไม่อยากจะคิดเลยว่าจะมีคนที่จิตใจโหดเหี้ยมแบบนี้อยู่จริงๆ
“ถ้าเป็นคนธรรมดาฉันคงไม่ต้องหนีมาอยู่ที่นี่หรอก..นั่นไรอัน ฮิลล์ มาเฟียใหญ่ที่โน่นเลย” ว่านรักเอ่ยด้วยสีหน้าละห้อย
“ฉันถามแกจริงๆนะว่านแกเป็นคนประมาทจนขับรถชนคนขนาดนั้นเลยหรอ” เมษาคิดไปคิดเธอไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนเธอจะประมาทถึงขนาดนั้นได้อย่างไร
“คือ..ก็..วันนั้นฉันดื่มมานิดหน่อย” ใบหน้านวลเอ่ยจบก็หลบสายตาคนที่กำลังจ้องอยู่เล็กน้อยคำตอบและพฤติกรรมของว่านรักทำให้เมษารู้ได้ทันทีเลยว่าเพื่อนเธอกำลังโกหก
“แกโกหก..ฉันจำได้ว่าแกแพ้แอลกอฮอลล์...บอกมาให้หมดไม่อย่างนั้นฉันจะเค้นแกให้รำคาญตายไปเลย” มือน้อยยกชี้หน้าว่านรักก่อนจะเอ่ยเสียงแข็งคาดโทษ
“เอ่อ..คือ...”
“พูดมาเดี๋ยวนี้” หลังจากถูกเค้นครั้งแล้วครั้งเล่าจากเมษาว่านรักจึงต้องจำยอมเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เมษาฟังแต่ก็ขอให้เก็บเป็นความลับ
“ฉันว่าแล้วยัยแม่พระที่แกเทิดทูนก็ไม่ใช่คนดีสักเท่าไรนักหรอก...ส่วนแกเรียนจบก็ใช้งานสารพัดนี่ยังมาให้รับผิดแทนยัยลูกสาวจอมเอาแต่ใจของตัวเองอีก” สองแขนของเมษาวาดกอดอกแน่นก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโกรธเธอ
“..เฮ้อ....” ว่านรักพ่นลมหายใจด้วยสีหน้าห่อเหี่ยวจะทำอย่างไรได้ในเมื่อบุญคุณมันค้ำคอเธอแถมเธอเองก็ปฏิเสธคนไม่ค่อยจะเป็นเสียด้วย
24.00 น.
โรงแรมหรู
“อย่าคิดว่าจะหนีฉันพ้นยัยฆาตกร” ชายหนุ่มต่างชาติร่างสูงใหญ่อยู่ในชุดคลุมซาตินผืนบางสีเทาในมือถือแก้วแชมเปญยกดื่มอยู่ริมระเบียงด้านนอกของตัวห้องดวงตาคมโตหยาดเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอลก่อนจะเอ่ยบางคำออกมาด้วยความคับแค้นใจแม้นวันนี้เขาจะไม่เจอตัวเธอแต่เขาก็รู้ที่อยู่ของเธอแล้วไม่นานเขาจะทำให้ฆาตกรที่ฆ่าน้องสาวของเขาหายสาปสูญไปให้ได้
ไรอัน ฮิลล์ อายุ 32 ปี
มาเฟียหนุ่มร่างสูงราวสองเมตรใบหน้าคมเข้มตาคมประดุจเหยี่ยวคิ้วหนาได้รูปจมูกโด่งเป็นสันตรงริมฝีปากหนาเป็นกระจับมีสีชมพูระเรื่อร่างกายบึกบึนมีเพียงกล้ามเยื้อไม่มีไขมันด้วยเป็นคนชอบออกกำลังกายและรักษาสุขภาพดีเป็นที่หนึ่ง เขาเป็นลูกชายคนโตของตระกูลฮิลล์ ที่เลื่องชื่อเรื่องอิทธิพลในแถบยุโรป เป็นคนที่ค่อนข้างรักความสันโดษและรักครอบครัวมากที่สุด
เขาเป็นมาเฟียใหญ่ที่ทำธุรกิจทั้งขาวและเทารู้จักกันในแวดวงไฮโซว่าเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่แทบจะใหญ่ที่สุดในแถบยุโรปเลยก็ว่าได้เขามีชื่อเสียงมากเพราะประสบความสำเร็จในตอนอายุยังน้อยซ้ำยังเป็นคนที่หล่อเหลาจนหาตัวจับยากสาวๆทายาทไฮโซทั้งหลายจึงจับจ้องเขากันตาเป็นมันแต่เขาก็ไม่คิดจะยุ่งด้วยเพราะสนใจแต่กับงานเท่านั้น
ไรอันเป็นคนเด็ดขาดมากพอสมควรเพราะต้องควบคุมองค์กรใหญ่ทำงานหามรุ่งหามค่ำในชีวิตของเขาหลังจากที่พ่อและแม่เสียในอุบัติเหตุเครื่องบินส่วนตัวตกเขาก็เหลือแค่น้องสาวและย่าที่สุขภาพไม่ดีนักอยู่ที่บ้าน
หลายปีมานี้เขาต้องทำงานหนักเพื่อที่อยากจะพักมือและหาเวลาอยู่กับครอบครัวแต่มันก็สายไปเพราะน้องสาวของได้จากไปก่อนเวลาอันควรโดยผู้หญิงที่ประมาทคนนั้นเธอที่ชื่อว่าว่านรัก เลิศพินิจ หญิงสาวที่รอดตัวจากคดีขับรถประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแม้ความยุติธรรมจะเอาผิดเธอไม่ได้เขาก็จะทำตัวเป็นศาลเตี้ยลงทัณฑ์เธอเองไม่ว่าเธอจะหนีเขาไปสุดหล้าฟ้าเขียวขนาดไหนเขาก็จะตามเธอไปทุกที่จนกว่าเขาจะได้แก้แค้น
“คุณไรอันครับ”
“มีอะไร” ร่างสูงหันขวับเมื่อได้ยินเสียงของลูคัสลูกน้องคนสนิทเข้ามาเรียกกลางดึก
“คุณท่านเข้าโรงพยาบาลด่วนครับ” ดวงตาสีน้ำข้าวของลูคัสไหวระริกด้วยความเป็นกังวลเพราะเอมม่าคุณย่าของไรอันเปรียบเสมือนคุณย่าของเขาด้วยเช่นกัน
“อะไรนะ” ไรอันรีบวางแก้วแชมเปญในมือก่อนจะเข้ามาถามเรื่องราวทั้งหมดกับลูคัส
ครู่ต่อมา
ไรอันต้องรีบสะสางงานที่ตั้งใจให้เสร็จเขาถึงจะกลับได้เพราะเขาไม่อยากมาเสียเที่ยวจึงให้ลูคัสนั้นกลับไปดูแลย่าของเขาให้ก่อนแล้วเขาจะตามไปทีหลังและย้ำลูคัสก่อนที่ลูคัสจะเดินทางว่าเรื่องที่เขามาสะสางที่นี่ห้ามให้ย่าของเขารู้เด็ดขาด
“ห้ามบอกอะไรกับคุณย่าของฉันเด็ดขาดเข้าใจใช่มั้ย”
“ครับ” ลูคัสรับคำสั่งเรียบร้อยจึงออกจากโรงแรมเดินทางกลับไปที่อเมริกาทันที
วันต่อมา
สองสาวว่านรักและเมษาเตรียมตัวออกจากบ้านแต่เจ้าหลังจากที่ปราโมทย์ขับรถออกไปตรวจตราความเรียบร้อยในไร่
“ไม่บอกตาก่อนหรอแก” หญิงสาวทั้งสองคุยกันว่าจะออกต่างจังหวัดสักสองสามวันเพื่อที่จะหนีการตรามหาของไรอันว่านรักที่กำลังจะสตาร์ทรถกระบะคันเก่าของปราโมทย์ที่ตอนนี้ตกเป็นของเมษาเธอมองไปที่ไร่ตาละห้อยกลัวว่าปราโมทย์จะเป็นห่วงพวกเธอเมื่อไปไหนไม่ยอมบอกกล่าว
“ไปก่อนแล้วค่อยบอกแกก็รู้ว่าเดี๋ยวตาก็ต้องรั้งให้เราอยู่รอคนที่มาหาแน่” เมษารู้ดีว่าหากบอกกับตาเธอก่อนมีหวังถูกเค้นเป็นแน่ว่าทำไมต้องเดินทางกะทันหันหนำซ้ำยังจะถูกดึงตัวไว้ให้เจอกับไรอันก่อนแน่นอน
“ไม่ทันแล้วมั้งแก...” ไม่ทันที่สองสาวจะคุยกันขบดีจู่ๆก็มีรถหรูวิ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้านและมีชายหนุ่มร่างสูงเปิดประตูออกมาจากรถยืนตระหง่านจ้องมองหาใครบางคนอยู่
“ขับออกไปเลย” เมษารีบให้ว่ารักเหยียบคันเร่งพุงออกไปจากโรงรถอย่างรวดเร็ว
“ไม่มีคนอยู่หรือไง” คิ้วเข้มหนาของไรอันขมวดเป็นปมก่อนจะเดินเข้าใต้ถุนบ้านเพื่อมองหาคนเพราะเมื่อวานเขาก็นั่งคุยกับชายชราตรงนี้
บรู๊นนนน
“ว่านรัก” ไรอันตะโกนเรียกคนที่กำลังขับรถออกไปเสียงฝาดเขารีบวิ่งกลับไปที่รถขับตามรถกระบะคันเก่าที่ไม่มีแม้กระจกออกไปทันที
“แน่ในนะว่ากระบะคันนี้มันจะพาเราไปรอดน่ะ” ว่านรักเหยียบจนสุดคันเร่งแล้วเจ้ารถกระบะคันนี้ไม่มีทีท่าว่าจะหนีคนที่ตามพ้นเลยเธอเอ่ยมาอย่างอ่อนใจกับเมษาเพราะไม่ค่อยเชื่อมั่นศักยภาพรถคันนี้เท่าไรนักเพราะส่วนมากรถคันนี้จะใช้ขนผักในไร่มากกว่าจะขับออกไปข้างนอกคันดีๆตาพวกเธอก็เอาขับเข้าไร่ไปแล้วเมื่อเช้าตรู่
“เชื่อฉัน..คันนี้แหละเข้าป่าเข้ารกดีนักล่ะรถหรูๆแบบนั้นตามเรามาไม่ได้หรอก” เมษาที่กำลังควานหาอะไรบางอย่างในรถเอ่ยให้ว่านรักเชื่อใจเขจ้ารถคันนี้เพราะมั่นใจว่ารถหรูของไรอันที่โหลดต่ำขนาดนั้นขับมาไม่ทันพวกเธอแน่นอนด้วยทางที่หลุมบ่อเยอะขนาดนี้
ปึก..ปัก
“บ้าเอ้ย..คิดว่าจะหนีฉันพ้นงั้นหรอ” ด้วยถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อที่เป็นปกติของทางเข้าไร่ทำให้รถของไรอันวิ่งเร็วไม่ได้เขาจึงค่อนข้างโมโหอยู่ไม่น้อยเมื่อถึงถนนใหญ่เขาจึงหยิบปืนสั้นออกมาจากกระเป๋าด้านในเสื้อคลุมของเขาจ่อยิงไปที่ยางรถกระบะคันที่ว่านรักขับหนีเขาตรงหน้า
ปั้งง
"อ๊ายย..." ว่านรักกรีดร้องตกใจเสียงปืนจนแทบเสียการทรงตัวแต่ดีที่เธอยังบังคับพวงมาลัยได้
"หืม..ไอ้บ้าเอ้ยย.." เมษารีบกำอะไรบางอย่างในถุงย่ามสีเทาหม่นโปรยลงไปที่ถนน
"ทำอะไรเม" ว่านรักเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะเธอก็มองไม่ถนัดว่าในมือเพื่อนเธอคืออะไรด้วยต้องจ้องมองทางอยู่ตลอด
"เอาเรือใบให้มันกินไง.."
เอี๊ยดดด ปั้งงง
สิ้นเสียงเมษารถคันหรูก็เสียหลักตกลงไปที่เนินเขาไถลลงไปชนต้นไม้เสียงดังสนั่น
"...เค้าจะเป็นอะไรมั้ย" ว่านรักเบรกรถกะทันหันสีหน้าของเธอกับเมษาตอนนี้ก็ตื่นตระหนกไปตามๆกัน
"ไปดูเร็ว" เมษาและว่านรักรีบเปิดประตูลงรถไปดูคนเจ็บทันทีด้วยคราแรกเมษาตั้งใจแค่จะให้เจ้ามาเฟียหนุ่มนั่นตามเธอต่อไปไม่ได้แต่ใครจะคิดว่ารถหรูคันนี้จะเสียหลักเอาง่ายๆเสียอย่างนั้น
"แกเค้าจะตายมั้ยเลือดออกเยอะขนาดนี้" ว่านรักเสียงสั่นเครือเมื่อเห็นร่างใหญ่นอนแน่นิ่งติดอยู่กับพวงมาลัยใบหน้าเลือดอาบและดูท่าจะยังไม่หยุดไหลง่ายๆ
"ฉันไม่คิดว่าจะแรงขนาดนี้นี่นา" เมษาถึงกับมือไม้สั่นเธอไม่คิดว่าฝีมือของเธอจะทำให้ชายหนุ่มเป็นหนักเช่นนี้ยิ่งเห็นเขาเลือดออกเยอะเท่าไรเธอก็ยิ่งกลัวว่าเขาจะไม่มีชีวิตรอดแล้วเธอก็จะได้ชื่อว่าฆาตกรยิ่งคิดเธอก็ยิ่งขนลุก
"อีหนูเป็นอะไรกัน"
"ลุงแม้น.." ในขณะที่สองสาวกำลังจิตตกกันอยู่นั้นผู้ใหญ่มนัสวัย45ปีเป็นลูกชายคนโตของปราโมทย์มีศักดิ์เป็นลุงของเมษาเขาผ่านมาทางนี้พอดีเมื่อเห็นว่ามีร่องรอยการเกิดอุบัติเหตุจึงรีบจอดดู
"พอดีรถคันนี้เสียหลักค่ะพวกหนูก็เลยลงมาดู" เมษารีบตะโกนบอกมนัสเพราะเธอจะให้เขารู้ความจริงไม่ได้ว่าที่ไรอันเป็นแบบนี้เพราะฝีมือเธอ
"ตายล่ะวะเลือดเยอะขนาดนี้จะรอดมั้ยเนี่ย.. เดี๋ยวลุงเรียกกู้ภัยก่อน" มนัสรีบลงมาดูก่อนจะรีบกดมือถือต่อสายเรียกกูภัยเขาหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นคนที่เจ็บเลือดอาบจนมองไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นเช่นไร