PP CLUB
“Cheers!”
สองสาวเพื่อนสนิทยกแก้วค็อกเทลสีหวานของตัวเองขึ้นมาชนกันเบาๆอย่างครื้นเครง วันนี้ทั้งสองรู้สึกสนุกและเบิกบานใจเป็นพิเศษ อาจจะเพราะพึ่งได้มาที่แบบนี้เป็นครั้งแรกในวัยยี่สิบเอ็ดปี
“แก อย่าดื่มเยอะสิ"ริมฝีปากบางเอ่ยเตือนเพื่อนสาวที่กำลังยกแก้วขึ้นกระดกเข้าปากรวดเดียว
ดาริน หญิงสาวรูปร่างเล็กที่มีความสูงแค่หนึ่งร้อยห้าสิบห้ามาในชุดเดรสปาดไหล่สีครีมเสมอเข่า ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวสลวยถึงกลางหลังถูกปล่อยลงมาอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบบอ่อนๆ ดวงตากลมโตราวกับตุ๊กตาคู่นั้นไม่ว่าใครเห็นเป็นต้องหลงใหล
หญิงสาวเป็นนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการทั่วไป ชั้นปีที่สามของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอสูญเสียบิดามารดาไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสองปีก่อน ซึ่งเป็นวันแรกที่เธอเข้ามหาวิทยาลัยพอดี ทว่าหลังกลับมาจากเรียนก็ทราบข่าวร้ายที่ว่าพ่อกับแม่ของเธอได้จากโลกไปแล้วตลอดกาล ถึงแม้ตอนนั้นน้าสาวเพียงคนเดียวจะอยากพาเธอไปอยู่ด้วย แต่หญิงสาวกลับปฏิเสธและยืนกรานว่าจะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง
ความเศร้าเสียใจหลังการสูญเสียมันเป็นเรื่องที่ยากจะรับได้ก็จริง แต่วันเวลาก็ค่อยๆ ช่วยให้เธอรู้สึกเสียใจน้อยลง ทว่าความคิดถึงก็ไม่เคยหายไปไหน และทั้งสองได้ทิ้งเงินไว้ให้ก้อนหนึ่งซึ่งสามารถส่งเธอจนจบปริญญาตรีได้โดยที่ไม่ต้องลำบากมากมายนัก
ดารินเป็นเด็กเรียนดีและมีความขยัน วันไหนที่มีเวลาว่าง เธอมักจะออกไปทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหาเงินอีกทาง เพราะเธอรู้ว่าเงินที่มีอยู่ หากใช้อย่างเดียวมันก็จะหมดไปไม่ช้า
“นานๆ เราจะได้มาที่แบบนี้นะ แก”
ทอฝัน หญิงสาวที่มาในชุดเสื้อยืดแบรนด์เนมตัวโคร่งโดยสวมกางเกงขาสั้นไว้ด้านใน ทอฝันเป็นลูกสาวของครอบครัวที่มีฐานะและเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของดาริน หญิงสาวมีใบหน้าคมหวาน ท่าทางดูทะมัดทะแมงไม่เหมือนลูกคุณหนูทั่วไป
วันนี้ทอฝันเป็นคนชวนดารินมาที่นี่เพราะรบเร้าที่จะตามพี่ชายมาด้วย ไม่พอแค่นั้นเธอยังขอนั่งแยกกันแค่สองคนเพราะอยากสนุกสนานให้เต็มที่ตามประสาสาวๆ โดยพี่ชายของเธอไปนั่งกับบรรดาเพื่อนๆของเขาอีกโต๊ะหนึ่ง
“เดี๋ยวก็เมากันพอดี”ดารินพูดแล้วมองหน้าเพื่อนเล็กน้อย
“เอาเถอะน่า มีพี่ชายฉันอยู่ด้วยทั้งคน มีคนดูแลอยู่แล้ว”
ทอฝันพูดพร้อมกับหันไปมองหาพี่ชายของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มไม่รู้ไปอยู่ตรงไหนเสียแล้ว เธอจึงมองหาอยู่อย่างนั้น กระทั่งเสียงของดีเจเรียกความสนใจให้กับผู้คนที่อยู่ในคลับ รวมถึงสองเพื่อนสนิทนี้ด้วย
“สวัสดีครับ นักท่องราตรีทั้งหลาย เพื่อเป็นการเพิ่มความสนุกให้กับค่ำคืนวันศุกร์แบบนี้ ทางเจ้าของคลับบอกว่ามีเครื่องดื่มพิเศษแจกให้โต๊ะละสองแก้วซึ่งเมนูนี้ยังไม่เปิดขายนะครับ แต่ต้องบอกก่อนว่าในเครื่องดื่มที่แจกทั้งหมด จะมีอยู่ห้าแก้วมีส่วนผสมที่มีฤทธิ์รุนแรง แต่ไม่ถึงตายแน่นอนครับ อย่างที่ชาวกลางคืนอย่างเราๆรู้กันอยู่ว่าคืออะไร"
"วู้ววว"หนุ่มสาวที่ได้ยินดังนั้นหันไปพูดคุยกันอย่างนึกสนุกและตื่นเต้นไปพร้อมๆกัน
"แต่ถ้าใครไม่สะดวกใจสามารถบอกปฏิเสธพนักงานเสิร์ฟได้เลยนะครับ ขอให้สนุกกับค่ำคืนนี้คร๊าบ“หลังจากดีเจหนุ่มพูดจบเสียงเพลงก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างสนุกสนาน
“แก เราลองกันหน่อยมั้ย"ทอฝันหันไปถามเพื่อนพร้อมกับท่าทางตื่นเต้น
“แต่เขาบอกว่ามันมีฤทธิ์รุนแรงนะแก ใส่ส่วนผสมอะไรก็ไม่รู้ "คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย
“บอกด้วยว่าไม่ถึงตาย”ทอฝันยังคงพูดต่อในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่
“เครื่องดื่มมาแล้วคร๊าบ”เสียงพนักงานเสิร์ฟดังขึ้นทำให้สองสาวหยุดคุยกันแล้วหันไปมอง พนักงานหนุ่มหล่อมองทั้งสองเป็นเชิงถามว่าจะรับหรือไม่ ทอฝันเห็นดังนั้นก็พยักหน้าหงึกหงักแล้วเอ่ยขอบคุณ
“ขอให้ได้ขอให้โดนนะครับผม”
พนักงานหนุ่มหล่อยิ้มให้สองสาว จากนั้นก็เดินไปเสิร์ฟที่โต๊ะอื่นต่อ
“สีสวยดีจัง “ดารินมองเครื่องดื่มสีชมพูสดใสในแก้วเล็กบนโต๊ะแล้วยกขึ้นมาดม
ทอฝันจึงทำแบบเดียวกันแล้วเอ่ยขึ้น
“หอมด้วยนะเนี่ย ถ้าฉันเมาห้ามทิ้งฉันนะ “ทอฝันหันไปย้ำกับเพื่อน
“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ทิ้งแกหรอก"ดารินยืนยันอย่างมั่นใจว่าเธอไม่มีทางทิ้งเพื่อนอย่างแน่นอน แต่หากกระดกเครื่องดื่มสีหวานนี้เข้าไป ไม่รู้ใครจะเมาก่อนกัน
“ชน!”
“อ่า อร่อยจัง“ทอฝันเอ่ยชมหลังดื่มจนหมด
ดารินถือแก้วของตัวเองขึ้นมาทำใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วกระดกเข้าไปรวดเดียวเหมือนกัน หญิงสาวทำท่าขนลุกเล็กน้อยเพราะรู้สึกว่าแก้วนี้มันมีกลิ่นแอลกอฮอล์แรงเกินไป
“เออนี่ สรุปแกจะฝึกงานที่ไหน ไปที่เดียวกับฉันมั้ยล่ะ” ทอฝันถามเพื่อนหลังจากนึกขึ้นได้ เพราะตอนนี้พวกเธอสมควรจะหาที่ฝึกงานกันได้แล้ว
“ฉันยื่นไปที่บริษัทหลายแห่งอะ ลองดูก่อนว่าที่ไหนจะตอบกลับมา”ดารินตอบเพื่อนแล้วยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม
“แล้วมีที่ไหนอยากได้เป็นพิเศษมั้ย”
“มีอยู่ที่หนึ่งแต่เป็นบริษัทใหญ่ ไม่รู้ว่าเขาจะรับหรือเปล่า”
“เออ ขอให้ได้ก็แล้วกัน”
“เพี้ยง..นี่แก ฉันปวดฉี่ เดี๋ยวมานะ”ดารินบอกเพื่อนแล้วลุกขึ้นยืนทันที
“ให้ไปด้วยมั้ย”ทอฝันถามเพื่อนสาวที่พอยืนขึ้นแล้วตัวเล็กนิดเดียว
“ไม่ต้องหรอก แกเฝ้าของอยู่ที่นี่แหละ”
“รีบมานะ ดูแลตัวเองด้วย”
“จ้า”
ดารินเดินออกมาจากโต๊ะพร้อมใช้สายตาสอดส่องหาทางไปห้องน้ำ และด้วยความสูงเพียงน้อยนิดบวกกับว่าใส่รองเท้าส้นเตี้ยมาอีก ทำให้เธอต้องเดินฝ่าผู้คนไปอย่างยากลำบาก เธอเดินไปเรื่อยๆจนเห็นว่าผู้คนเริ่มเบาบางลง
“ทำไมร้อนจัง“มือเล็กยกขึ้นมาซับเหงื่อตามไรผมแผ่วเบา
“ห้องน้ำอยู่ไหนเนี่ย “เธอพึมพำพร้อมกับมองหาทางไปห้องน้ำ จนไม่ทันสังเกตว่ามีผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินมาทางเธอด้วยความเร่งรีบ
“อ๊ะ ขอโทษค่ะ“เธอรีบยกมือขอโทษแล้วมองเขาเพื่อที่จะถามทางไปห้องน้ำ ผู้ชายตรงหน้าดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่ทว่าแววตาคู่นั้นคมกริบอย่างกับซาตาน
“คุณคะ ห้องน้ำไปทางไหนเหรอคะ“
เขาไม่ตอบและกำลังเดินออกไปจากตรงนั้นราวกับเธอเป็นอากาศ ทว่าหญิงสาวกลับดึงเสื้อเชิ้ตสีขาวเขาไว้ก่อน
“ปล่อย ผมรีบ”
“แต่ฉันอยากเข้าห้องน้ำนี่”
“ไปถามคนอื่นโน่น บอกว่าผมรีบไง”เขาเริ่มขึ้นเสียงใส่อย่างรำคาญใจ
“ก็แล้วทำไมไม่พูดดีๆล่ะคะ”
“บอกว่าให้ปล่อยไงวะ“ชายหนุ่มสะบัดเธอออกอย่างแรง แต่กลับต้องรวบเธอเข้าหาตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังจะล้มลงไป
กลิ่นหอมอ่อนๆจากคนตัวเล็ก กลับดึงดูดเขาได้เป็นอย่างดี และความต้องการที่มีอยู่ยิ่งทวีคูนขึ้นไปอีก จนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว 'ไอ้น้องเฮงซวย รอก่อนเถอะ จะจัดการให้สาสม'
“หอมจัง “ชายหนุ่มเผลอพึมพำออกมาเบาๆ แล้วไล่สายตามองไปยังผิวนวลเนียนบริเวณไหล่บางอย่างลืมตัว
“ปล่อยนะ ฉันจะไปห้องน้ำ “เธอพูดด้วยความตกใจแล้วผละออกจากคนที่ตัวสูงกว่าเธอมากให้ห่างจากตัว
“มา เดี๋ยวพาไป”
ชายหนุ่มไม่รอให้เธอตอบ เขาจับมือเล็กนุ่มนิ่มแล้วลากไปทางห้องทำงานของน้องชายทันที หญิงสาวที่เดินเข้ามาไม่ได้คิดอะไรรีบมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำเพื่อที่จะทำธุระของตัวเองให้เสร็จ หลังจากนั้นก็ไปหยุดล้างหน้าแล้วมองตัวเองในกระจก
“ทำไมมันร้อนแบบนี้นะ”
เธอเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นว่าชายหนุ่มกำลังนั่งกำมือแน่นอยู่บนโซฟา ใบหน้าของเขาดูทรมาน และตามกรอบหน้ามีเหงื่อซึมเหมือนเธอไม่มีผิด
“ขอบคุณนะคะ ฉันไปก่อนนะ“หญิงสาวหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไป แต่ชายหนุ่มกลับพ่นคำพูดที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองพลาดไปเสียแล้วที่เข้ามากับเขา
“คิดว่าจะออกไปได้ง่ายๆเหรอ สาวน้อย"
“คะ คุณคิดจะทำอะไร”ริมฝีปากบางเปล่งถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ดวงตากลมโตมองคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจเมื่อเห็นสีหน้าเจ้าเล่ห์ของเขา
ตอนนี้ความรู้สึกปั่นป่วนที่เกิดขึ้นกับร่างกายดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและเป็นอะไรที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต จนอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองอาจจะแพ้แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป
“คุณไม่เก่งถึงขนาดทนมันได้หรอก”ชายหนุ่มที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนมองอาการของเธอปราดเดียวก็รู้แล้วว่าหญิงสาวโดนยานั่นเล่นงานเหมือนกัน และไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่สามารถทนฤทธิ์เดชของมันได้อย่างแน่นอน
“...” คิ้วเรียวงามเลิกขึ้นเป็นสัญลักษณ์คำถาม ตอนนี้เธอไม่เข้าใจอะไรเลย แม้แต่ความปั่นป่วนภายในร่างกายที่เป็นอยู่ มันรู้สึกทรมานเหมือนต้องการอะไรบางอย่าง ที่เธอเองก็ไม่สามารถรู้ได้ว่ามันคืออะไร
“ร้อนใช่มั้ยล่ะ หืม?” เขาถามพร้อมกับต้อนเธอจนแผ่นหลังของร่างเล็กสัมผัสกับผนังห้องและไม่สามารถหลีกหนีไปไหนได้ ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ โน้มเข้าใกล้คนที่ยืนประหม่าอยู่จนรู้สึกถึงลมหายใจของกันและกัน
หญิงสาวรีบหันหน้าหนีพร้อมกับพยายามเอาตัวเองออกจากวงแขนของคนตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
ดารินตัดสินใจรวบรวมความกล้าแล้วเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าของเขาที่อยู่ใกล้จนแทบจะแนบชิดกันนั้น กลับทำให้เธอรู้สึกราวกับต้องมนต์สะกด ชายหนุ่มคนนี้หล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายที่เธอเคยอ่าน
ภาคินัยเห็นสีหน้าและจังหวะการกลืนน้ำลายของเธอก็รีบใช้ริมฝีปากขบเม้มไปที่ติ่งหูเธอเบาๆอย่างถือวิสาสะ ร่างเล็กรู้สึกขนกายลุกซู่อย่างไม่อาจห้ามได้ เขาเห็นอาการของเธอก็ยิ่งชอบใจจึงไม่ปล่อยให้เสียเวลา มือใหญ่เลื่อนไปรั้งท้ายทอยแล้วประกบริมฝีปากลงไปอย่างอุกอาจพร้อมมอบสัมผัสร้อนแรงและแสนวาบหวามให้แก่เธอ
ร่างเล็กอ่อนระทวยจนแทบจะลงไปกองกับพื้นยังดีที่คนตัวโตกว่าประคองเธอไว้แน่น ตอนนี้ร่างกายของทั้งสองรู้สึกทรมานเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าทวีคูณ
หลังจากสติที่ถูกกลืนหายไปของเธอกลับมาอีกครั้งก็พยายามผลักเขาให้ออกห่างจากตัว จิตใต้สำนึกบอกว่าไม่อยากให้มันลงเอยแบบนี้ แต่ร่างกายกลับให้ความร่วมมือและตอบสนองทุกสัมผัสของเขาอย่างน่าอาย
“อย่าปฏิเสธเลย คุณก็ต้องการมันเหมือนกัน”ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่อแล้วจู่โจมเธอด้วยรอยจูบอีกครั้งซึ่งเป็นสัมผัสที่ต่างจากครั้งแรก และครั้งนี้เธอกลับไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย แถมยังจูบตอบเขาอย่างเงอะงะ ราวกับไม่ประสีประสา สร้างความแปลกใหม่ให้ชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี
“อื้ม หวาน!”เขาถอดถอนริมฝีปากออกจากเรียวปากเล็กแล้วยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
ตอนนี้เธอไม่สามารถควบคุมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของตัวเองได้อีกแล้ว นอกจากปล่อยให้ร่างกายเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น
กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ไม่ใช่น้ำหอมจากตัวเธอยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนในกายของเขาให้พลุ่งพล่าน
ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ไปยังซอกคอและเส้นผมหอมกรุ่นพร้อมกับสูดกลิ่นมันเข้าปอดอย่างแรงด้วยความกระหาย มือของเขาค่อยๆ รูดซิปด้านหลังชุดเดรสของเธอลงมาโดยหญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัว
เนินอกอิ่มโผล่พ้นออกมาจากเกาะอกที่เธอสวมอยู่ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เขารีบจัดการชุดของเธอให้พ้นสายตา ร่างกายขาวนวลเนียนที่มีแต่เกาะอกกับแพนตี้สีครีมตัวน้อยๆปกปิดอยู่ทำให้คนที่มองต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
ไม่รู้ว่าด้วยฤทธิ์ยาหรืออะไร ทว่าหญิงสาวกลับไม่มีความเคอะเขินแม้แต่น้อย รู้แค่ว่าทุกสัมผัสที่ชายหนุ่มมอบให้ล้วนทำให้เธอรู้สึกแปลกใหม่ ราวกับอยู่บนปุยเมฆนุ่มๆที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ไม่รอช้า เขารีบจัดการเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว กระทั่งเหลือแต่อันเดอร์แวร์สีขาวปกปิดความเป็นชายขนาดใหญ่ที่โป่งพองอย่างเต็มที่แล้วของเขา หญิงสาวมองแผงอกล่ำของคนตรงหน้าพร้อมกับหัวใจเต้นแรง
ร่างสูงรีบยกเธอขึ้นโดยให้ขาเรียวเกี่ยวรอบเอวไว้ แขนของเธอทั้งสองข้างคล้องคอเขาแค่เพียงหลวมๆ ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ลงไปยังอกอิ่ม จนเธอรู้สึกถึงความสยิวชวนขนลุกจนต้องแอ่นอกรับพร้อมกับเอนกายไปด้านหลัง
ชายหนุ่มอุ้มเธอเข้าไปในห้องที่มีเตียงสีดำวางเด่นอยู่กลางห้องพร้อมกับโยนร่างเล็กลงบนเตียงอย่างแรงโดยไม่กลัวว่าเธอจะเจ็บแม้แต่น้อย
แล้วขึ้นคร่อมเธอพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอหอมอีกครั้ง ผิวกายขาวอมชมพูเมื่ออยู่บนเตียงสีดำและแสงไฟสลัวในห้องยิ่งขับผิวให้ดูโดดเด่น มือใหญ่ถอดเกาะอกของเธอออกจนก้อนเนื้อนุ่มนิ่มขนาดใหญ่สองก้อนปรากฏแก่สายตา ลิ้นร้อนค่อยๆ กระหวัดโลมเลียยอดถันสีชมพูอ่อนอย่างหยาบโลนพร้อมขบกัดมันอย่างหยอกล้อ
"อื้อ"เสียงหวานเปล่งออกมาอย่างทนไม่ไหว
ริมฝีปากหยักลึกกระตุกขึ้นอย่างชอบใจครั้นได้ยินเสียงของคนใต้ร่าง
ภาคินัยเคลื่อนตัวไปประกบจูบเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้สึกเบื่อ มือใหญ่ไม่ปล่อยให้ว่างค่อยๆ เลื่อนลงเข้าไปในแพนตี้ตัวน้อยที่ปกปิดสามเหลี่ยมอวบอูมของเธอจนสัมผัสได้ถึงเส้นไหมนุ่มบางเบา นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ส่งเข้าไปยังกลีบกุหลาบที่หลั่งหยาดน้ำหวานฉ่ำแฉะออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วจนหญิงสาวสะดุ้งสุดตัว
"อ้าส์"
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอีกครั้ง เนื่องจากภายในของเธอตอดรัดนิ้วของเขาจนน่าใจหาย นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ขยับเข้าออกเนิบนาบ จนคนที่นอนอยู่ต้องซู้ดปากแล้วเม้มเข้าหากันแน่นไม่ยอมเปล่งเสียงออกมาอีก
เขาเห็นอาการของเธอก็รีบลุกขึ้นถอดอันเดอร์แวร์ของตัวเองพร้อมกับเดินไปหยิบเกราะป้องกันในลิ้นชักหัวเตียงมาสวม แล้วเดินมาถอดแพนตี้ของเธอออก รีบจ่อแกนกายที่ทรมานอย่างขีดสุดไปยังกลีบกุหลาบเปียกชุ่ม เขาดันมันเข้าไปอย่างแรงแต่กลับต้องชะงักเมื่อความเป็นชายเข้าไปได้แค่ครึ่งเดียวและรู้สึกถึงเนื้อเยื่อบางที่เขาพึ่งทำลายลงไป
"โอ๊ย จะ..เจ็บ"ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกลางกายสาว เธอรู้ดีว่าตอนนี้อารมณ์ของตัวเองมันไปไกลถึงขั้นกล้ามีอะไรกับคนแปลกหน้าเสียแล้ว
“Fu*k!”เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียแล้วรีบก้มลงไปประกบปากเธออย่างดูดดื่มพร้อมกับเล้าโลมใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ร่างกายเธอมีความผ่อนคลายมากขึ้น ถึงแม้ว่าตอนนี้ร่างกายของเขาจะทรมานไม่ต่างกันก็ตาม
เขาค่อยๆ ดันแกนกายเข้าไปจนมิดในเวลาต่อมา จากนั้นก็เริ่มขยับสะโพกเบาๆ แล้วเพิ่มจังหวะป่าเถื่อนสลับกัน ชายหนุ่มใช้มือใหญ่บีบหน้าอกเธออย่างแรงจนแดงเป็นปื้น ลำคองามเต็มไปด้วยร่องรอยที่เขาทำไว้จนแดงเถือก
"อ้าส์"
เรียวขากระหวัดเกี่ยวเอวเขาไว้แน่น แม้จะรู้สึกเจ็บมากในตอนแรก แต่พอผ่านไปสักพักกลับมีความรู้สึกเคลิบเคลิ้มซึ่งสามารถลบล้างความเจ็บปวดก่อนหน้าให้มลายไปแทบจะหมดสิ้น ทว่าบางจังหวะเธอกลับรู้สึกจุกอย่างบอกไม่ถูก จนต้องเปล่งเสียงหวานออกมาเป็นการระบาย
เขามองใบหน้าหวานของคนใต้ร่างด้วยความหลงใหลโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับกระแทกแกนกายเข้าออกแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเธอต้องใช้มือเล็กดันหน้าท้องแกร่งของเขาเป็นเชิงปรามอยู่บ่อยครั้ง
"อื้อ อ้ะ!"
"โอ้ว"
กรามของเขาขบเข้าหากันแน่นด้วยความรู้สึกเสียวซ่านเมื่อภายในของเธอตอดรัดความเป็นชายของเขาถี่ยิบครั้งแล้วครั้งเล่า
อารมณ์ของทั้งสองกำลังจะถึงจุดปะทุในอีกไม่ช้า กระทั่งร่างเล็กเกร็งสะท้านนำไปก่อนเป็นที่เรียบร้อย เขาจึงเร่งจังหวะให้แรงขึ้นอีกเท่าตัว ไม่นานก็ปลดปล่อยตัวเองออกมาอย่างเต็มที่พร้อมกับซุกใบหน้าลงกับอกอิ่มแล้วหายใจเหนื่อยหอบ แต่มีหรือที่เขาจะพอแค่นี้เพราะกว่ายาจะหมดฤทธิ์ก็คงได้อีกหลายยกและมันอาจจะถึงเช้า!!