ตอน 1

ณ เพนต์เฮาส์ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ

ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมลงมาจนเห็นแผงอกแน่นนั่งพิงพนักเก้าอี้อยู่หลังโต๊ะทำงานดีไซน์เรียบหรู แขนทั้งสองวางลงยังที่พักข้างตัวพร้อมกับผ่อนคลายร่างกายตัวเอง สายตาคมกริบมองไปยังหญิงสาวในชุดเดรสสีดำรัดติ้วที่แทรกตัวอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของเขาซึ่งเธอกำลังทำหน้าที่ปรนเปรอโดยการใช้ลิ้นนุ่มโลมเลียไปทั่วแกนกายขนาดใหญ่พร้อมกับส่งมันเข้าไปในอุ้งปากร้อนแล้วดันเข้าจนสุดทาง หญิงสาวทำอย่างนั้นสลับไปมาเป็นเวลาหลายนาทีอย่างเอาใจ

อ๊อก อ๊อก!!

กรามของเขาขบเข้าหากันอย่างสะกดกลั้นความกระสันเสียว เธอเห็นดังนั้นก็รีบเร่งจังหวะเข้าออกให้ถี่ขึ้นแล้วผ่อนลงตามการตอบสนองของร่างกายคนที่นั่งอยู่ ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะถึงฝั่งฝันในไม่ช้า เขากำมือแน่นแล้วปล่อยอารมณ์ของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ ไม่นานร่างของเขาก็กระตุกแล้วฉีดน้ำรักอุ่นร้อนเข้าไปในโพรงปากของเธอจนหมดทุกหยาดหยดพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง

หญิงสาวดูดกลืนมันเข้าไปอย่างรู้งานแล้วเช็ดทำความสะอาดจัดการกางเกงแสล็กสีดำของเขาให้กลับไปเข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม

ทว่าใจเธอกลับไม่อยากหยุดแค่นั้น ร่างอวบรีบลุกขึ้นแล้วโน้มใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างหนาเข้าใกล้ใบหน้าหล่อเหลาจนหน้าอกขนาดใหญ่ของเธอทะลักออกมาพ้นเดรสที่สวมอยู่เกือบครึ่งเต้า

“ถ้าคุณต้องการมากกว่านี้...” เธอเอ่ยถามน้ำเสียงกระเส่า สายตายั่วยวนไล่มองใบหน้าของเขาด้วยความหลงใหล เธอแค่อยากเป็นผู้หญิงโชคดีที่ได้ครอบครองร่างกายนี้สักครั้งก็เท่านั้น

“ออกไป”สายตาของเขาเหลือบมองไปทางอื่นด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างไม่ปิดบัง

“ฉันสามารถทำได้ทุกอย่าง รับรองว่าคุณจะติดใจ”เธอไม่ลดละความพยายามยังคงพูดโน้มน้าวเขาอีกครั้ง

“บอกว่าให้ออกไป!”ชายหนุ่มรู้สึกทนไม่ไหวกับความน่ารำคาญนี้อีกต่อไป เขาตวาดออกมาเสียงดังลั่นแล้วผลักเธอให้ออกห่างจากตัวอย่างนึกรังเกียจ หญิงสาวซวนเซออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัวและรู้สึกตกใจไม่น้อย เธอไม่คิดว่าผู้ชายที่ดูเงียบแบบนี้พอโกรธขึ้นมาจะน่ากลัวมากเหมือนกัน

สายตาคมกริบฉายแววไม่พอใจยังคงจ้องมองเธออยู่อย่างนั้น จนเธอต้องยอมแพ้แล้วหันหลังเตรียมจะเดินออกไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดกับปฏิกิริยาที่เขาแสดงออกมาว่าไม่สนใจเธอเลย

หญิงสาวที่กำลังเดินออกไปจากห้องทำงานของเขาชะงักกึก เมื่อได้ยินเสียงชายหนุ่มเปล่งออกมาอีกครั้ง

“เดี๋ยว”

เธอยิ้มออกมาอย่างดีใจเพราะคิดว่าเขาอาจจะเปลี่ยนใจแล้วรีบหันกลับไปมองทันทีด้วยรอยยิ้มหวาน แต่คำพูดที่เขาเปล่งต่อมาทำให้เธอต้องชะงักเท้าที่กำลังจะเดินเข้าไป ริมฝีปากอิ่มหุบยิ้มแทบไม่ทัน

“รอบหลังไม่ต้องมาแล้วนะ ไม่ได้เรื่อง!”

ริมฝีปากของเธอเม้มเข้าหากันแน่นอย่างรู้สึกเสียหน้าครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมกับหันหลังแล้วเดินตึงตังออกไปจากห้องด้วยความรู้สึกอารมณ์เสียอย่างถึงขีดสุด

ภาคินัยหรือภาม นักธุรกิจหนุ่มหล่อวัยสามสิบห้าปี ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับเดินไปหยุดยืน ยังกระจกบานใหญ่ตรงหน้า นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองวิวด้านนอกในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยรถรากำลังสัญจรไปมาอย่างหนาแน่นรวมถึงตึกมากมายที่มีแสงไฟสีทองสาดส่องออกมาและรอบๆ ก็เต็มไปด้วยสถานเริงรมย์ ไนต์คลับและอีกมากมาย

สีหน้าเรียบนิ่งยังคงมองไปเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกล่องลอยอย่างกับคนไร้ความรู้สึก แต่ลึกๆ แล้วมันกลับไม่ได้เป็นไปอย่างนั้นแม้แต่น้อย ด้วยบุคลิกภายนอกที่เป็นคนเงียบขรึมจนบางครั้งก็ค่อนไปทางเย็นชาทำให้ใครๆ ต่างคิดว่าเขาเป็นคนไร้หัวใจ ทว่าในทางกลับกันบุคลิกแบบนี้ ทำให้พวกผู้หญิงที่เข้าหาเขารู้สึกว่ามันมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด

เสียงเคาะประตูเรียกสติที่กำลังล่องลอยออกไปไกลให้กลับมาอีกครั้ง เสียงฝีเท้าของใครบางคนหยุดยืนอยู่ด้านหลังไม่ไกลจากเขานัก ภาคินัยเอ่ยถามขึ้นโดยไม่ได้หันกลับไปมอง เพราะรู้ดีว่าคนที่เข้ามานั้นเป็นใคร

“มีอะไร”

“คุณภีมชวนไปที่คลับ บอกว่าวันนี้มีเครื่องดื่มพิเศษครับ”

อคินหรือคิน เลขาหนุ่มวัยสามสิบสามปีเอ่ยบอกพร้อมกับขยับขาแว่นสายตาเล็กน้อย ใบหน้าที่อยู่ภายใต้กรอบแว่นสีเงินนั้น หล่อเหลาไม่ต่างจากผู้เป็นเจ้านาย สองคนนี้ไม่ว่าไปที่ไหนก็มักจะมีสายตาของสาวๆ มองมาราวกับต้องมนต์สะกด อคินเป็นเลขาและเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ภาคินัยไว้ใจ

“อะไรของมันอีกล่ะ” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยความสงสัย

“ไปมั้ยครับ ผมจะได้เตรียมรถ” เลขาคนสนิทถามขึ้นอีกครั้งอย่างรอคอยคำตอบ

ภาคินัยยืนใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจพูดออกมา

“ไปเตรียมรถ”

“ครับ”

อคินตอบรับแล้วรีบลงไปเตรียมรถอย่างที่เคยทำพร้อมกับนั่งลงประจำที่คนขับรอผู้เป็นเจ้านาย ไม่นานภาคินัยก็เข้ามานั่งในรถ หลังจากนั้นรถยุโรปคันหรูก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปยังจุดหมายปลายทาง

สักพักรถก็มาจอดยังหน้าคลับที่มีผู้คนกำลังยืนกันอยู่ประปราย ที่นี่เป็นคลับขนาดใหญ่มีพื้นที่แยกออกเป็นหลายส่วนและหลายระดับตามกำลังเงินในกระเป๋าของคนที่มาสังสรรค์ คลับแห่งนี้เป็นธุรกิจของครอบครัวภาคินัยซึ่งมีน้องชายของเขาเป็นผู้ดูแล ส่วนบิดากับมารดานั้นส่งต่อทุกอย่างและหนีไปสวีทกันที่บ้านพักตากอากาศนานหลายเดือนแล้ว

ชายหนุ่มเลือกที่จะเดินเข้าไปทางด้านหลังร้านเพราะเขาไม่ชอบที่แบบนี้มากนัก ครั้นเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นว่าน้องชายเพียงคนเดียวกำลังนั่งคลอเคลียอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งอย่างเมามันบริเวณโต๊ะทำงาน ซึ่งเป็นภาพปกติที่เขาเห็นจนชินตา ชายหนุ่มกับอคินจึงเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง

“มาเร็วจัง”

ภรัณยูหรือภีม หันมาพูดกับพี่ชายพร้อมกระซิบบอกให้ผู้หญิงคนนั้นออกไปก่อน ชายหนุ่มวัยสามสิบสองปียืนขึ้นแล้วรูดซิบกางเกงยีนสีซีดของตัวเองพร้อมกับเดินมานั่งลงตรงข้ามผู้เป็นพี่ ภรัณญูเป็นคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เขามักจะชอบสวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนขาดๆ เส้นผมของเขาถูกย้อมให้เป็นโทนสีเทาจนดูมีออร่า ติ่งหูหนาใส่จิวเพชรเพียงข้างเดียวดูดีอย่างลงตัว

“วันนี้มีเครื่องดื่มอะไรอีกวะ ภีม” ภาคินัยมองหน้าน้องชายนิ่งพร้อมกับเอียงคออย่างรอคำตอบ

“ก็แค่อยากให้ออกมาเที่ยวสาวบ้าง” ภรัณยูแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“กู กลับละ” ภาคินัยเตรียมจะลุกขึ้น ทว่าน้องชายกลับรีบห้ามไว้พร้อมกับสาธยายสิ่งที่เขาพึ่งคิดค้นได้เมื่อไม่นานมานี้

“เฮ้ย! ล้อเล่น วันนี้มีเครื่องดื่มพิเศษ ดื่มง่ายแถมอร่อย แต่อานุภาพรุนแรงตามระดับ”

“เลยมาให้กูชิม”

“ก็ชิมกันหลายๆ คนไง แล้ววันนี้มีสาวๆคนใหม่มาด้วย เผื่อพี่สนใจ”

“ไม่” ภาคินัยปฏิเสธเสียงแข็งกร้าว

“ปฏิเสธเร็วจริงๆ พี่ทำให้ผมคิดว่านกเขาพี่มันไม่ขันแล้ว” ภรัณยูมองหน้าพี่ชายอย่างจับผิด

“ก็แค่ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ แล้วก็ไม่อยากนอนกับใครมั่วๆ” เขาย้ำคำหลังแล้วมองหน้าภรัณยูพร้อมกับแค่นหัวเราะออกมา

“ผมคัดคนนะคร๊าบ ไม่ได้มั่วอย่างที่พี่คิด”

“...”

"ถ้าพี่ยังไม่เลิกมองผมแบบนั้น.."

"ทำไม?"

"เปล๊าาา"ภรัณยูยักไหล่แล้วหันไปมองทางอื่น ทว่าในใจของเขากลับคิดอะไรสนุกๆออก

ตอน 2

PP CLUB

“Cheers!”

สองสาวเพื่อนสนิทยกแก้วค็อกเทลสีหวานของตัวเองขึ้นมาชนกันเบาๆอย่างครื้นเครง วันนี้ทั้งสองรู้สึกสนุกและเบิกบานใจเป็นพิเศษ อาจจะเพราะพึ่งได้มาที่แบบนี้เป็นครั้งแรกในวัยยี่สิบเอ็ดปี

“แก อย่าดื่มเยอะสิ"ริมฝีปากบางเอ่ยเตือนเพื่อนสาวที่กำลังยกแก้วขึ้นกระดกเข้าปากรวดเดียว

ดาริน หญิงสาวรูปร่างเล็กที่มีความสูงแค่หนึ่งร้อยห้าสิบห้ามาในชุดเดรสปาดไหล่สีครีมเสมอเข่า ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวสลวยถึงกลางหลังถูกปล่อยลงมาอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบบอ่อนๆ ดวงตากลมโตราวกับตุ๊กตาคู่นั้นไม่ว่าใครเห็นเป็นต้องหลงใหล

หญิงสาวเป็นนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการทั่วไป ชั้นปีที่สามของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอสูญเสียบิดามารดาไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสองปีก่อน ซึ่งเป็นวันแรกที่เธอเข้ามหาวิทยาลัยพอดี ทว่าหลังกลับมาจากเรียนก็ทราบข่าวร้ายที่ว่าพ่อกับแม่ของเธอได้จากโลกไปแล้วตลอดกาล ถึงแม้ตอนนั้นน้าสาวเพียงคนเดียวจะอยากพาเธอไปอยู่ด้วย แต่หญิงสาวกลับปฏิเสธและยืนกรานว่าจะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง

ความเศร้าเสียใจหลังการสูญเสียมันเป็นเรื่องที่ยากจะรับได้ก็จริง แต่วันเวลาก็ค่อยๆ ช่วยให้เธอรู้สึกเสียใจน้อยลง ทว่าความคิดถึงก็ไม่เคยหายไปไหน และทั้งสองได้ทิ้งเงินไว้ให้ก้อนหนึ่งซึ่งสามารถส่งเธอจนจบปริญญาตรีได้โดยที่ไม่ต้องลำบากมากมายนัก

ดารินเป็นเด็กเรียนดีและมีความขยัน วันไหนที่มีเวลาว่าง เธอมักจะออกไปทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหาเงินอีกทาง เพราะเธอรู้ว่าเงินที่มีอยู่ หากใช้อย่างเดียวมันก็จะหมดไปไม่ช้า

“นานๆ เราจะได้มาที่แบบนี้นะ แก”

ทอฝัน หญิงสาวที่มาในชุดเสื้อยืดแบรนด์เนมตัวโคร่งโดยสวมกางเกงขาสั้นไว้ด้านใน ทอฝันเป็นลูกสาวของครอบครัวที่มีฐานะและเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของดาริน หญิงสาวมีใบหน้าคมหวาน ท่าทางดูทะมัดทะแมงไม่เหมือนลูกคุณหนูทั่วไป

วันนี้ทอฝันเป็นคนชวนดารินมาที่นี่เพราะรบเร้าที่จะตามพี่ชายมาด้วย ไม่พอแค่นั้นเธอยังขอนั่งแยกกันแค่สองคนเพราะอยากสนุกสนานให้เต็มที่ตามประสาสาวๆ โดยพี่ชายของเธอไปนั่งกับบรรดาเพื่อนๆของเขาอีกโต๊ะหนึ่ง

“เดี๋ยวก็เมากันพอดี”ดารินพูดแล้วมองหน้าเพื่อนเล็กน้อย

“เอาเถอะน่า มีพี่ชายฉันอยู่ด้วยทั้งคน มีคนดูแลอยู่แล้ว”

ทอฝันพูดพร้อมกับหันไปมองหาพี่ชายของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มไม่รู้ไปอยู่ตรงไหนเสียแล้ว เธอจึงมองหาอยู่อย่างนั้น กระทั่งเสียงของดีเจเรียกความสนใจให้กับผู้คนที่อยู่ในคลับ รวมถึงสองเพื่อนสนิทนี้ด้วย

“สวัสดีครับ นักท่องราตรีทั้งหลาย เพื่อเป็นการเพิ่มความสนุกให้กับค่ำคืนวันศุกร์แบบนี้ ทางเจ้าของคลับบอกว่ามีเครื่องดื่มพิเศษแจกให้โต๊ะละสองแก้วซึ่งเมนูนี้ยังไม่เปิดขายนะครับ แต่ต้องบอกก่อนว่าในเครื่องดื่มที่แจกทั้งหมด จะมีอยู่ห้าแก้วมีส่วนผสมที่มีฤทธิ์รุนแรง แต่ไม่ถึงตายแน่นอนครับ อย่างที่ชาวกลางคืนอย่างเราๆรู้กันอยู่ว่าคืออะไร"

"วู้ววว"หนุ่มสาวที่ได้ยินดังนั้นหันไปพูดคุยกันอย่างนึกสนุกและตื่นเต้นไปพร้อมๆกัน

"แต่ถ้าใครไม่สะดวกใจสามารถบอกปฏิเสธพนักงานเสิร์ฟได้เลยนะครับ ขอให้สนุกกับค่ำคืนนี้คร๊าบ“หลังจากดีเจหนุ่มพูดจบเสียงเพลงก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างสนุกสนาน

“แก เราลองกันหน่อยมั้ย"ทอฝันหันไปถามเพื่อนพร้อมกับท่าทางตื่นเต้น

“แต่เขาบอกว่ามันมีฤทธิ์รุนแรงนะแก ใส่ส่วนผสมอะไรก็ไม่รู้ "คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย

“บอกด้วยว่าไม่ถึงตาย”ทอฝันยังคงพูดต่อในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่

“เครื่องดื่มมาแล้วคร๊าบ”เสียงพนักงานเสิร์ฟดังขึ้นทำให้สองสาวหยุดคุยกันแล้วหันไปมอง พนักงานหนุ่มหล่อมองทั้งสองเป็นเชิงถามว่าจะรับหรือไม่ ทอฝันเห็นดังนั้นก็พยักหน้าหงึกหงักแล้วเอ่ยขอบคุณ

“ขอให้ได้ขอให้โดนนะครับผม”

พนักงานหนุ่มหล่อยิ้มให้สองสาว จากนั้นก็เดินไปเสิร์ฟที่โต๊ะอื่นต่อ

“สีสวยดีจัง “ดารินมองเครื่องดื่มสีชมพูสดใสในแก้วเล็กบนโต๊ะแล้วยกขึ้นมาดม

ทอฝันจึงทำแบบเดียวกันแล้วเอ่ยขึ้น

“หอมด้วยนะเนี่ย ถ้าฉันเมาห้ามทิ้งฉันนะ “ทอฝันหันไปย้ำกับเพื่อน

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ทิ้งแกหรอก"ดารินยืนยันอย่างมั่นใจว่าเธอไม่มีทางทิ้งเพื่อนอย่างแน่นอน แต่หากกระดกเครื่องดื่มสีหวานนี้เข้าไป ไม่รู้ใครจะเมาก่อนกัน

“ชน!”

“อ่า อร่อยจัง“ทอฝันเอ่ยชมหลังดื่มจนหมด

ดารินถือแก้วของตัวเองขึ้นมาทำใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วกระดกเข้าไปรวดเดียวเหมือนกัน หญิงสาวทำท่าขนลุกเล็กน้อยเพราะรู้สึกว่าแก้วนี้มันมีกลิ่นแอลกอฮอล์แรงเกินไป

“เออนี่ สรุปแกจะฝึกงานที่ไหน ไปที่เดียวกับฉันมั้ยล่ะ” ทอฝันถามเพื่อนหลังจากนึกขึ้นได้ เพราะตอนนี้พวกเธอสมควรจะหาที่ฝึกงานกันได้แล้ว

“ฉันยื่นไปที่บริษัทหลายแห่งอะ ลองดูก่อนว่าที่ไหนจะตอบกลับมา”ดารินตอบเพื่อนแล้วยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม

“แล้วมีที่ไหนอยากได้เป็นพิเศษมั้ย”

“มีอยู่ที่หนึ่งแต่เป็นบริษัทใหญ่ ไม่รู้ว่าเขาจะรับหรือเปล่า”

“เออ ขอให้ได้ก็แล้วกัน”

“เพี้ยง..นี่แก ฉันปวดฉี่ เดี๋ยวมานะ”ดารินบอกเพื่อนแล้วลุกขึ้นยืนทันที

“ให้ไปด้วยมั้ย”ทอฝันถามเพื่อนสาวที่พอยืนขึ้นแล้วตัวเล็กนิดเดียว

“ไม่ต้องหรอก แกเฝ้าของอยู่ที่นี่แหละ”

“รีบมานะ ดูแลตัวเองด้วย”

“จ้า”

ดารินเดินออกมาจากโต๊ะพร้อมใช้สายตาสอดส่องหาทางไปห้องน้ำ และด้วยความสูงเพียงน้อยนิดบวกกับว่าใส่รองเท้าส้นเตี้ยมาอีก ทำให้เธอต้องเดินฝ่าผู้คนไปอย่างยากลำบาก เธอเดินไปเรื่อยๆจนเห็นว่าผู้คนเริ่มเบาบางลง

“ทำไมร้อนจัง“มือเล็กยกขึ้นมาซับเหงื่อตามไรผมแผ่วเบา

“ห้องน้ำอยู่ไหนเนี่ย “เธอพึมพำพร้อมกับมองหาทางไปห้องน้ำ จนไม่ทันสังเกตว่ามีผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินมาทางเธอด้วยความเร่งรีบ

“อ๊ะ ขอโทษค่ะ“เธอรีบยกมือขอโทษแล้วมองเขาเพื่อที่จะถามทางไปห้องน้ำ ผู้ชายตรงหน้าดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่ทว่าแววตาคู่นั้นคมกริบอย่างกับซาตาน

“คุณคะ ห้องน้ำไปทางไหนเหรอคะ“

เขาไม่ตอบและกำลังเดินออกไปจากตรงนั้นราวกับเธอเป็นอากาศ ทว่าหญิงสาวกลับดึงเสื้อเชิ้ตสีขาวเขาไว้ก่อน

“ปล่อย ผมรีบ”

“แต่ฉันอยากเข้าห้องน้ำนี่”

“ไปถามคนอื่นโน่น บอกว่าผมรีบไง”เขาเริ่มขึ้นเสียงใส่อย่างรำคาญใจ

“ก็แล้วทำไมไม่พูดดีๆล่ะคะ”

“บอกว่าให้ปล่อยไงวะ“ชายหนุ่มสะบัดเธอออกอย่างแรง แต่กลับต้องรวบเธอเข้าหาตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังจะล้มลงไป

กลิ่นหอมอ่อนๆจากคนตัวเล็ก กลับดึงดูดเขาได้เป็นอย่างดี และความต้องการที่มีอยู่ยิ่งทวีคูนขึ้นไปอีก จนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว 'ไอ้น้องเฮงซวย รอก่อนเถอะ จะจัดการให้สาสม'

“หอมจัง “ชายหนุ่มเผลอพึมพำออกมาเบาๆ แล้วไล่สายตามองไปยังผิวนวลเนียนบริเวณไหล่บางอย่างลืมตัว

“ปล่อยนะ ฉันจะไปห้องน้ำ “เธอพูดด้วยความตกใจแล้วผละออกจากคนที่ตัวสูงกว่าเธอมากให้ห่างจากตัว

“มา เดี๋ยวพาไป”

ชายหนุ่มไม่รอให้เธอตอบ เขาจับมือเล็กนุ่มนิ่มแล้วลากไปทางห้องทำงานของน้องชายทันที หญิงสาวที่เดินเข้ามาไม่ได้คิดอะไรรีบมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำเพื่อที่จะทำธุระของตัวเองให้เสร็จ หลังจากนั้นก็ไปหยุดล้างหน้าแล้วมองตัวเองในกระจก

“ทำไมมันร้อนแบบนี้นะ”

เธอเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นว่าชายหนุ่มกำลังนั่งกำมือแน่นอยู่บนโซฟา ใบหน้าของเขาดูทรมาน และตามกรอบหน้ามีเหงื่อซึมเหมือนเธอไม่มีผิด

“ขอบคุณนะคะ ฉันไปก่อนนะ“หญิงสาวหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไป แต่ชายหนุ่มกลับพ่นคำพูดที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองพลาดไปเสียแล้วที่เข้ามากับเขา

“คิดว่าจะออกไปได้ง่ายๆเหรอ สาวน้อย"

ตอน 3

“คะ คุณคิดจะทำอะไร”ริมฝีปากบางเปล่งถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ดวงตากลมโตมองคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจเมื่อเห็นสีหน้าเจ้าเล่ห์ของเขา

ตอนนี้ความรู้สึกปั่นป่วนที่เกิดขึ้นกับร่างกายดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและเป็นอะไรที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต จนอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองอาจจะแพ้แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป

“คุณไม่เก่งถึงขนาดทนมันได้หรอก”ชายหนุ่มที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนมองอาการของเธอปราดเดียวก็รู้แล้วว่าหญิงสาวโดนยานั่นเล่นงานเหมือนกัน และไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่สามารถทนฤทธิ์เดชของมันได้อย่างแน่นอน

“...” คิ้วเรียวงามเลิกขึ้นเป็นสัญลักษณ์คำถาม ตอนนี้เธอไม่เข้าใจอะไรเลย แม้แต่ความปั่นป่วนภายในร่างกายที่เป็นอยู่ มันรู้สึกทรมานเหมือนต้องการอะไรบางอย่าง ที่เธอเองก็ไม่สามารถรู้ได้ว่ามันคืออะไร

“ร้อนใช่มั้ยล่ะ หืม?” เขาถามพร้อมกับต้อนเธอจนแผ่นหลังของร่างเล็กสัมผัสกับผนังห้องและไม่สามารถหลีกหนีไปไหนได้ ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ โน้มเข้าใกล้คนที่ยืนประหม่าอยู่จนรู้สึกถึงลมหายใจของกันและกัน

หญิงสาวรีบหันหน้าหนีพร้อมกับพยายามเอาตัวเองออกจากวงแขนของคนตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ

ดารินตัดสินใจรวบรวมความกล้าแล้วเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าของเขาที่อยู่ใกล้จนแทบจะแนบชิดกันนั้น กลับทำให้เธอรู้สึกราวกับต้องมนต์สะกด ชายหนุ่มคนนี้หล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายที่เธอเคยอ่าน

ภาคินัยเห็นสีหน้าและจังหวะการกลืนน้ำลายของเธอก็รีบใช้ริมฝีปากขบเม้มไปที่ติ่งหูเธอเบาๆอย่างถือวิสาสะ ร่างเล็กรู้สึกขนกายลุกซู่อย่างไม่อาจห้ามได้ เขาเห็นอาการของเธอก็ยิ่งชอบใจจึงไม่ปล่อยให้เสียเวลา มือใหญ่เลื่อนไปรั้งท้ายทอยแล้วประกบริมฝีปากลงไปอย่างอุกอาจพร้อมมอบสัมผัสร้อนแรงและแสนวาบหวามให้แก่เธอ

ร่างเล็กอ่อนระทวยจนแทบจะลงไปกองกับพื้นยังดีที่คนตัวโตกว่าประคองเธอไว้แน่น ตอนนี้ร่างกายของทั้งสองรู้สึกทรมานเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าทวีคูณ

หลังจากสติที่ถูกกลืนหายไปของเธอกลับมาอีกครั้งก็พยายามผลักเขาให้ออกห่างจากตัว จิตใต้สำนึกบอกว่าไม่อยากให้มันลงเอยแบบนี้ แต่ร่างกายกลับให้ความร่วมมือและตอบสนองทุกสัมผัสของเขาอย่างน่าอาย

“อย่าปฏิเสธเลย คุณก็ต้องการมันเหมือนกัน”ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่อแล้วจู่โจมเธอด้วยรอยจูบอีกครั้งซึ่งเป็นสัมผัสที่ต่างจากครั้งแรก และครั้งนี้เธอกลับไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย แถมยังจูบตอบเขาอย่างเงอะงะ ราวกับไม่ประสีประสา สร้างความแปลกใหม่ให้ชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี

“อื้ม หวาน!”เขาถอดถอนริมฝีปากออกจากเรียวปากเล็กแล้วยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

ตอนนี้เธอไม่สามารถควบคุมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของตัวเองได้อีกแล้ว นอกจากปล่อยให้ร่างกายเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น

กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ไม่ใช่น้ำหอมจากตัวเธอยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนในกายของเขาให้พลุ่งพล่าน

ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ไปยังซอกคอและเส้นผมหอมกรุ่นพร้อมกับสูดกลิ่นมันเข้าปอดอย่างแรงด้วยความกระหาย มือของเขาค่อยๆ รูดซิปด้านหลังชุดเดรสของเธอลงมาโดยหญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัว

เนินอกอิ่มโผล่พ้นออกมาจากเกาะอกที่เธอสวมอยู่ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เขารีบจัดการชุดของเธอให้พ้นสายตา ร่างกายขาวนวลเนียนที่มีแต่เกาะอกกับแพนตี้สีครีมตัวน้อยๆปกปิดอยู่ทำให้คนที่มองต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

ไม่รู้ว่าด้วยฤทธิ์ยาหรืออะไร ทว่าหญิงสาวกลับไม่มีความเคอะเขินแม้แต่น้อย รู้แค่ว่าทุกสัมผัสที่ชายหนุ่มมอบให้ล้วนทำให้เธอรู้สึกแปลกใหม่ ราวกับอยู่บนปุยเมฆนุ่มๆที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ไม่รอช้า เขารีบจัดการเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว กระทั่งเหลือแต่อันเดอร์แวร์สีขาวปกปิดความเป็นชายขนาดใหญ่ที่โป่งพองอย่างเต็มที่แล้วของเขา หญิงสาวมองแผงอกล่ำของคนตรงหน้าพร้อมกับหัวใจเต้นแรง

ร่างสูงรีบยกเธอขึ้นโดยให้ขาเรียวเกี่ยวรอบเอวไว้ แขนของเธอทั้งสองข้างคล้องคอเขาแค่เพียงหลวมๆ ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ลงไปยังอกอิ่ม จนเธอรู้สึกถึงความสยิวชวนขนลุกจนต้องแอ่นอกรับพร้อมกับเอนกายไปด้านหลัง

ชายหนุ่มอุ้มเธอเข้าไปในห้องที่มีเตียงสีดำวางเด่นอยู่กลางห้องพร้อมกับโยนร่างเล็กลงบนเตียงอย่างแรงโดยไม่กลัวว่าเธอจะเจ็บแม้แต่น้อย

แล้วขึ้นคร่อมเธอพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอหอมอีกครั้ง ผิวกายขาวอมชมพูเมื่ออยู่บนเตียงสีดำและแสงไฟสลัวในห้องยิ่งขับผิวให้ดูโดดเด่น มือใหญ่ถอดเกาะอกของเธอออกจนก้อนเนื้อนุ่มนิ่มขนาดใหญ่สองก้อนปรากฏแก่สายตา ลิ้นร้อนค่อยๆ กระหวัดโลมเลียยอดถันสีชมพูอ่อนอย่างหยาบโลนพร้อมขบกัดมันอย่างหยอกล้อ

"อื้อ"เสียงหวานเปล่งออกมาอย่างทนไม่ไหว

ริมฝีปากหยักลึกกระตุกขึ้นอย่างชอบใจครั้นได้ยินเสียงของคนใต้ร่าง

ภาคินัยเคลื่อนตัวไปประกบจูบเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้สึกเบื่อ มือใหญ่ไม่ปล่อยให้ว่างค่อยๆ เลื่อนลงเข้าไปในแพนตี้ตัวน้อยที่ปกปิดสามเหลี่ยมอวบอูมของเธอจนสัมผัสได้ถึงเส้นไหมนุ่มบางเบา นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ส่งเข้าไปยังกลีบกุหลาบที่หลั่งหยาดน้ำหวานฉ่ำแฉะออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วจนหญิงสาวสะดุ้งสุดตัว

"อ้าส์"

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอีกครั้ง เนื่องจากภายในของเธอตอดรัดนิ้วของเขาจนน่าใจหาย นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ขยับเข้าออกเนิบนาบ จนคนที่นอนอยู่ต้องซู้ดปากแล้วเม้มเข้าหากันแน่นไม่ยอมเปล่งเสียงออกมาอีก

เขาเห็นอาการของเธอก็รีบลุกขึ้นถอดอันเดอร์แวร์ของตัวเองพร้อมกับเดินไปหยิบเกราะป้องกันในลิ้นชักหัวเตียงมาสวม แล้วเดินมาถอดแพนตี้ของเธอออก รีบจ่อแกนกายที่ทรมานอย่างขีดสุดไปยังกลีบกุหลาบเปียกชุ่ม เขาดันมันเข้าไปอย่างแรงแต่กลับต้องชะงักเมื่อความเป็นชายเข้าไปได้แค่ครึ่งเดียวและรู้สึกถึงเนื้อเยื่อบางที่เขาพึ่งทำลายลงไป

"โอ๊ย จะ..เจ็บ"ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกลางกายสาว เธอรู้ดีว่าตอนนี้อารมณ์ของตัวเองมันไปไกลถึงขั้นกล้ามีอะไรกับคนแปลกหน้าเสียแล้ว

“Fu*k!”เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียแล้วรีบก้มลงไปประกบปากเธออย่างดูดดื่มพร้อมกับเล้าโลมใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ร่างกายเธอมีความผ่อนคลายมากขึ้น ถึงแม้ว่าตอนนี้ร่างกายของเขาจะทรมานไม่ต่างกันก็ตาม

เขาค่อยๆ ดันแกนกายเข้าไปจนมิดในเวลาต่อมา จากนั้นก็เริ่มขยับสะโพกเบาๆ แล้วเพิ่มจังหวะป่าเถื่อนสลับกัน ชายหนุ่มใช้มือใหญ่บีบหน้าอกเธออย่างแรงจนแดงเป็นปื้น ลำคองามเต็มไปด้วยร่องรอยที่เขาทำไว้จนแดงเถือก

"อ้าส์"

เรียวขากระหวัดเกี่ยวเอวเขาไว้แน่น แม้จะรู้สึกเจ็บมากในตอนแรก แต่พอผ่านไปสักพักกลับมีความรู้สึกเคลิบเคลิ้มซึ่งสามารถลบล้างความเจ็บปวดก่อนหน้าให้มลายไปแทบจะหมดสิ้น ทว่าบางจังหวะเธอกลับรู้สึกจุกอย่างบอกไม่ถูก จนต้องเปล่งเสียงหวานออกมาเป็นการระบาย

เขามองใบหน้าหวานของคนใต้ร่างด้วยความหลงใหลโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับกระแทกแกนกายเข้าออกแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเธอต้องใช้มือเล็กดันหน้าท้องแกร่งของเขาเป็นเชิงปรามอยู่บ่อยครั้ง

"อื้อ อ้ะ!"

"โอ้ว"

กรามของเขาขบเข้าหากันแน่นด้วยความรู้สึกเสียวซ่านเมื่อภายในของเธอตอดรัดความเป็นชายของเขาถี่ยิบครั้งแล้วครั้งเล่า

อารมณ์ของทั้งสองกำลังจะถึงจุดปะทุในอีกไม่ช้า กระทั่งร่างเล็กเกร็งสะท้านนำไปก่อนเป็นที่เรียบร้อย เขาจึงเร่งจังหวะให้แรงขึ้นอีกเท่าตัว ไม่นานก็ปลดปล่อยตัวเองออกมาอย่างเต็มที่พร้อมกับซุกใบหน้าลงกับอกอิ่มแล้วหายใจเหนื่อยหอบ แต่มีหรือที่เขาจะพอแค่นี้เพราะกว่ายาจะหมดฤทธิ์ก็คงได้อีกหลายยกและมันอาจจะถึงเช้า!!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED