ไม่นะคะพี่คิณ...สมบัติอะไรพัชไม่อยากได้ทั้งนั้นขอแค่พัชได้ออกไปกราบศพคุณแม่สักครั้งนะคะ”
ร่างบางสั่นเท่าทั้งยกมือไหว้คนตรงหน้าน้ำตาคลอเรื่องพินัยกรรมเธอไม่เคยอยากได้เลยสักนิดและเคยตอบปฏิเสธดวงสมรเอาไว้แล้วด้วยแต่แม่เธอก็ไม่ยอมตอนนี้เธอไม่ขออะไรมากขอแค่ให้อคิณเห็นใจเธอให้เธอได้มีโอกาสไปกราบศพดวงสมรสักครั้งก่อนที่จะถึงวันเผา
“ไม่ต้องมาเสแสร้งฉันไม่เชื่ออะไรคนอย่างเธอ” พลั้กก
อคิณตวาดเสียงฝาดทั้งผลักพัชรินทร์ติดกับหัวเตียงด้วยโทสะและเดินออกไปโดยที่ไม่หันกลับมามองว่าคนที่ตัวเองผลักจะเป็นอย่างไร
“โอ้ยยย...ไม่นะคะพี่คิณปล่อยพัชไปนะคะ....พี่คิณปล่อยพัชไป..อือฮือๆๆ”
พัชรินทร์พยายามลุกขึ้นเดินกระเผลกตามร้องตะโกนเรียกอคิณจนสุดเสียงแต่ก็ไร้ผลเธอจึงได้แต่นั่งสะอื้นตัวโยนยอมรับโชคชะตาอยู่ที่มุมห้องมองดูหลังไวๆของคนใจดำที่เดินออกไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกร้องของเธอแม้แต่น้อย
ในวันต่อมาวันนี้อิทธิกรไปเยี่ยมพัชรินทร์ที่โรงพยาบาลแต่กลับได้ข่าวมาว่าพี่ชายของเขาพาตัวพัชรินทร์กลับไปรักษาที่บ้านแล้วด้วยความเป็นห่วงจึงรีบตามพัชรินทร์ไปที่บ้านของพี่ชายแต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบใครทำให้อิทธิกรต้องร้อนใจจนต้องบึ่งรถไปที่บริษัทของอคิณ
“พี่คิณ..หมอบอกว่าพี่เป็นคนขอให้พัชออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปรักษาต่อที่บ้านแล้วเธออยู่ที่ไหนที่บ้านไม่เห็นมี”
อิทธิกรพุ่งพรวดเข้ามาในห้องทำงานของอคิณด้วยท่าทีร้อนใจเพราะรู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีกับพัชรินทร์แน่นอน
“ห่วงน้องนอกไส้ของแกขนาดนั้นเลยหรือไงกร”
อคิณเอ่ยเสียงเรียบทั้งยังสนใจกับงานในมืออยู่ไม่ละ
“พี่เอาพัชไปไว้ที่ไหนบอกผมมานะครับ”
“มันเรื่องของฉัน”
“ถ้าพี่ไม่ยอมบอกผมจะแจ้งความ”
“แกอยากให้ครอบครัวเราเป็นข่าวงั้นสิ”
อคิณเงยหน้ามองอิทธิกรด้วยสายตาแข็งกร้าว
“พี่คิณ”
อิทธิกรเริ่มเสียงแข็งและมีทีท่าขึงขังอย่างผิดวิสัยคนสุขุมเพราะเหลืออดกับพี่ชายตนที่ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองอยู่เสมอ
“อย่ามาขึ้นเสียงกับฉัน”
อคิณเอ่ยเสียงแข็งทั้งลุกยืนขึ้นเต็มความสูงเพราะไม่พอใจที่อิทธิกรดูจะปกป้องพัชรินทร์จนเกินไปทั้งที่พัชรินทร์เป็นฆาตกรที่ฆ่าแม่ของพวกเขา
“ผมไม่คิดเลยว่าพี่จะเป็นคนไม่มีเหตุผลขนาดนี้”
ด้วยความที่ต้องรักษาหน้าบริษัทตอนนี้อิทธิกรจึงต้องกลับไปแต่โดยดีโดยที่ทำอะไรไม่ได้เขาไม่รู้ว่าตอนนี้พัชรินทร์เป็นอย่างไรบ้างแต่ก็ภาวนาขอให้พี่ชายของเขาอย่าทำร้ายอะไรพัชรินทร์เลย
บ้านริมน้ำ
อคิณจ้างพยาบาลสาวมาดูแลพัชรินทร์เพียงคนเดียวเท่านั้นและกำชับว่าอย่าบอกใครโดยให้ค่าตอบแทนที่สูงพอจนพยาบาลสาวนั้นปิดปากเงียบสนิท
“ฉันชื่อพิมคุณคิณจ้างให้ฉันมาดูแลคุณค่ะ”
พิมพรรณพยาบาลสาววัย26ที่อคิณตกลงจ้างมาตั้งแต่เมื่อวานวันนี้เธอก็มาทำหน้าที่ดูแลพัชรินทร์ตามคำสั่ง
“คุณช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่หน่อยนะคะฉันไม่ได้อยากอยู่ที่นี่แต่พี่คิณขังฉันเอาไว้”
พัชรินทร์เอ่ยกับพยาบาลตรงหน้าน้ำตาคลอเธอพยายามให้อีกฝ่ายเห็นใจเพื่อที่เธอจะได้หนีออกไปจากที่นี่
“ฉันเป็นแค่คนที่รับงานนี้มาแล้วก็ดูแลคุณตามหน้าที่เท่านั้นเรื่องอื่นฉันช่วยคุณไมได้จริงๆค่ะ”
แม้พิมพรรณจะรู้สึกเห็นใจพัชรินทร์อยู่บ้างแต่เธอได้ทำข้อตกลงกับอคินเอาไว้แล้วหากเธอช่วยหญิงสาวเท่ากับเธอผิดสัญญาและเธอก็รู้ดีว่าหากเธอทรยศคนอย่างอคิณชีวิตของเธอจะต้องเจอกับอะไร
“ช่วยฉันหน่อยนะคะ”
พัชรินทร์ยกมือไหว้พิมพรรณด้วยอาการเหนื่อยอ่อน
“คุณอย่าทำให้ฉันลำบากใจเลยนะคะถ้าฉันช่วยคุณฉันก็ไม่รู้ว่าชีวิตของฉันจะเจอกับอะไรบ้าง”
พิมพรรณเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจ
“อึก..ฮือๆๆๆ..”
พัชรินทร์ปวดหัวใจที่สุดในตอนนี้เพราะเธอทำอะไรไม่ได้ทำได้เพียงแค่ร้องให้ออกมาระบายความอึดอัดในใจเท่านั้นเธอไม่รู้ว่าอคิณจะปล่อยเธอไปเมื่อไรแล้วเธออยู่ที่นี่จะต้องเจออะไรบ้างทั้งความตั้งใจที่อยากจะไปกราบศพดวงสมรก็ยังดูไร้ความหวังว่าจะได้ไปอีก
ทางด้านอิทธิกรตอนนี้เขาก็มืดแปดด้านกับปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้ปัญหาอย่างอื่นเขายังพอจัดการได้แต่ปัญหากับพี่ชายของเขานี่สิดูท่าจะจัดการยากที่สุดจึงต้องหันมาพึ่งทศพลทนายความประจำตระกูลของพ่อของเขาที่เขาทำงานด้วยกันอยู่ในตอนนี้
“ผมจะทำยังไงดีครับคุณอา”
อิทธิกรนั่งกุมขมับอยู่ตรงหน้าทศพลทนายวัยกลางคนที่ทำงานให้พ่อกับแม่ของเขาตั้งแต่ทั้งสองยังไม่แยกทางกัน
“อาว่าคงต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ต้องรอให้ตำรวจจับคู่กรณีได้ก่อนแล้วอาว่าวันนั้นหลักฐานมันก็น่าจะมีมายืนยันเพียงพอว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่อุบัติเหตุ”
ทศพลรู้ดีว่าอคิณนิสัยพอๆกับอัคนีพ่อของชายหนุ่มเขารู้ว่าอคิณยังคงเชื่อในความคิดของตัวเองวันใดที่อคิณใจเย็นลงและลดทิฐิลงบ้างวันนั้นก็จะเห็นแจ้งเองว่าเรื่องทั้งหมดมันไม่ได้เกี่ยวกับพัชรินทร์เลยแม้แต่น้อย
“ผมปวดหัวกับพี่คิณมากเลยครับคุณอา”
อิทธิกรถอนหายใจส่ายหัวด้วยท่าทีอ่อนใจ
“อาเชื่อว่าอคิณคงไม่ทำอะไรกับหนูพัชถึงชีวิตหรอกรอให้อคิณอารมณ์เย็นกว่านี้ก่อนแล้วเราค่อยตะล่อมคุยกับอคิณให้ปล่อยหนูพัชอีกทีหากเรากระโตกกระตากเป็นข่าวขึ้นมามันก็จะไม่ดีต่อชื่อเสียงบริษัท”
ด้วยความเป็นทนายมานานและมองขาดในทุกๆเรื่องเขาจึงให้อิทธิกรนั้นอยู่เฉยๆไปก่อนยิ่งกดดันอคิณเรื่องพัชรินทร์ก็เท่ากับสุมไฟในอกอคิณไปอีกและหากเรื่องในครอบครัวหลุดลอดออกไปเข้าหูตานักข่าวบริษัทก็จะเสียชื่อเสียงไปอีกยิ่งเรื่องที่ประธานใหญ่พึ่งเสียไปหุ้นก็ตกไปไม่ใช่น้อยแล้ว
“พี่คิณนะพี่คิณ”
อิทธิกรกำมือแน่นคิดอยู่ในใจว่าหากพี่ชายของเขาเอาความใจเย็นมีเมตตาของแม่อยู่ในตัวสักครึ่งหนึ่งก็คงจะดี
สามวันต่อมา
“ผมจะทำให้คนที่ทำกับแม่ตกนรกไปตลอดชีวิตผมสัญญา”
อคิณยืนอยู่ข้างเมรุเผาศพเขามองกลุ่มควันที่พวยพุ่งด้วยสายตาไหวระริกเขาพยายามข่มน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาเพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่าเขาอ่อนแอและเอ่ยเบาๆเป็นคำมั่นสัญญาว่าเขาจะทำให้คนที่ทำให้แม่เขาต้องตายต้องเจอกับอะไร
“ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่”
อิทธิกรเดินเข้ามาหาอคิณเพราะต้องการจะคุยเรื่องพัชรินทร์ด้วยเห็นว่านี่เวลามันก็ล่วงเลยมาหลายวันแล้วพี่ชายตนก็ยังไม่ใจอ่อนปล่อยพัชรินทร์ให้เป็นอิสระ
“ฉันไม่อยากคุยกับใคร”
เมื่อเห็นน้องชายตนเดินเข้ามาหาอคิณก็รีบสวมแว่นตาสีดำทึบหลบสายตาก่อนจะสาวเท้าเดินหนีอิทธิกรอย่างเสียมารยาทอิทธิกรเห็นพฤติกรรมพี่ชายตัวเองเช่นนั้นก็ยืนถอนหายใจก่อนจะสาวเท้าเดินตามหลังพี่ตนไปแต่จู่ๆก็ถูกกิ่งแก้วดึงเอาไว้ก่อน
“ปล่อยคุณคิณไปก่อนนะคะคุณกร..พูดอะไรไปตอนนี้คุณคิณก็ไม่รับฟังหรอกค่ะ”
“อืม..ก็ได้”
อิทธิกรชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะล้มเลิกความตั้งใจด้วยเห็นว่าคงจริงอย่างที่กิ่งแก้วพูดเขาเองก็ลืมคิดไปว่าพี่ชายตนนั้นหากไม่คิดจะฟังอะไรแล้วต่อให้พูดให้ตายก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาทำหูทวนลมอยู่ดี
“คุณกรคงอยากให้คุณอนุญาตให้พัชเข้ามาในงานน่ะค่ะ”
กิ่งแก้วเอ่ยพร้อมจับมืออคิณไว้หลวมๆในขณะที่นั่งรถอยู่ด้วยกัน อคิณฟังจบก็ยังคงเงียบเฉยมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง
“นี่พัชไปทำอะไรคุณกรคะถึงได้ดูรักกันขนาดนี้”
กิ่งแก้วซบบ่าของอคินเบาๆ
“ยัยนั่นมันแม่มดทุกคนเอาแต่เข้าข้างเธอจนไม่ลืมหูลืมตา”
น้ำเสียงของชายหนุ่มเอ่ยด้วยความคับแค้นอยู่ในใจ
“กิ่งไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าพัชรินทร์จะกล้าทำเรื่องแบบนี้อย่างว่าล่ะนะคะเงินทองไม่เข้าใครออกใคร”
“อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย”
อคิณไม่อยากได้ยินชื่อของพัชรินทร์ในตอนนี้สักเท่าไรเพราะมันยิ่งตอกย้ำให้เขาคิดว่าแม่ของเขาจากไปในเวลาที่ไม่ควรเพราะฝีมือของคนที่เห็นแก่ได้คนนึง
"อืม.."
กิ่งแก้วดึงมือหนาของชายหนุ่มเข้ามาในใต้กระโปรงทรงเอของเธอช้าๆ
"ฉันรู้ค่ะว่าคุณอยากผ่อนคลาย"
อคิณหันมามองหญิงสาวด้วยสายตาหยาดเยิ้มเมื่อมือของเขาสัมผัสกับจุดกึ่งกลางของเธอและรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ได้มีอะไรขวางกั้นนิ้วยาวสอดเข้าไปหยอกล้อกับช่องทางรักที่กำลังมีน้ำเยิ้มแฉะเข้าออกไปมาและค่อยๆแรงขึ้น
"อือ.. อืม" จนกิ่งแก้วเริ่มนั่งไม่อยู่และมีเสียงคราออกมาเบาๆทั้งสายตาหยาดเยิ้มของเธอก็เชิญชวนเขาเสียจนชายหนุ่มอดใจไม่ไหว
พรึ่บ
อคิณปิดม่านตรงหน้าเพื่อให้คนที่ขับรถได้รู้ว่าเขาและเธอต้องการความเป็นส่วนตัว
"อะ.. อ้ะ.." กิ่งแก้วปิดปากแน่นเมื่อรู้ตัวว่ากำลังครางออกมา
อคิณถอดกางเกงของเขาออกและดึงมือกิ่งแก้วมากอบกุมมังกรของเขาที่กำลังผงาดและบดจูบกับเธออย่างหนักหน่วง
"คิณคะ.. อื้มม"
อคิณยกร่างบางขึ้นมานั่งบนหน้าตักและถกกระโปรงเธอขึ้นเขายกสะโพกเธอเล็กน้อยก่อนจะสอดใส่เจ้ามังกรยักษ์ของเขาเข้าไปในช่องทางรักที่กำลังเปียกชื้นจนร่างบางแอ่นตัวด้วยความเสียว
"อะ.. อ้าสส"
อคิณกัดฟันส่งเสียงในลำคอเมื่อร่างบางบนหน้าตักค่อยๆยกตัวขึ้นลงช้าๆเป็นจังหวะเรียกความเสียวกระสันให้เขาได้เป็นอย่างดีมือหนาไม่เคยอยู่สุขบีบสะโพกกลมจนเป็นรอยแดงด้วยความหมั่นเขี้ยว
"อืม..."
ในขณะที่ร่างบางบนหน้าตักกำลังขยับตัวขึ้นลงอคิณก็ปลดกระดุมเสื้อของหญิงสาวและดันบราสีหวานขึ้นด้านบนทั้งบดจูบดูดคลึงเต้างามอย่างมูมมามจนกิ่งแก้วต้องกัดปากระบายความเสียว
"อ้าสส.."
อคิณปรับเบาะให้นอนลงและพลิกร่างบางลงไปนอนเขารีบอัดสะโพกแกร่งใส่หญิงสาวรัวจนเธอตัวโยนเสียงเนื้อที่กระทบกันดังสนั่น
"อ.. อ๊ายยย.."
ไม่นานหญิงสาวก็บิดเร่าเกร็งตัวโยนเพราะเสร็จสมถึงสวรรค์เรียบร้อย
"อ.. อ้าสสส.."
อคิณเห็นเช่นนั้นจึงรีบซอยสะโพกหนักหน่วงกว่าเดิมจนพ่นธารน้ำสีขาวออกมาที่หน้าท้องแบนราบของกิ่งแก้มพร้อมทั้งฟุบหน้าลงไปที่อกตูมด้วยอาการผ่อนคลาย
“วันนี้เป็นวันเผาคุณแม่แล้วสินะคะพัชขอโทษนะคะที่พัชไม่มีโอกาสแม้แต่จะกราบศพคุณแม่ขอให้คุณแม่ไปสู่สุขคตินะคะ..ฮึกๆ..ฮือๆๆ”
พัชรินทร์นั่งสะอื้นให้เกาะขอบหน้าต่างด้วยความเศร้าใจ
“ทานข้าวทานยาหน่อยนะคะคุณพัช”
พิมพรรณเดินถือถาดอาหารเย็นเข้ามาในห้องของพัชรินทร์เธอรู้สึกเห็นใจหญิงสาวอยู่ไม่น้อยเมื่อได้ฟังเธอระบายความอึดอัดอยู่พักใหญ่
“ค่ะ”
“ฉันเชื่อนะคะว่าคุณแม่ของคุณรับรู้ได้ว่าคุณรักท่านเสมอ”
พิมพรรณก้มตัวมองหน้าของพัชรินทร์ด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจฉัน”
พัชรินทร์พยักหน้าเบาๆอย่างน้อยพิมพรรณก็ยังเป็นคนที่รับฟังเธอทำให้เธอคลายความอึดอัดได้บ้าง
22.00 น.
บ้านอคิณ
อคิณนั่งไขว่ห้างดื่มไวน์ในชุดคลุมสีดำโดยมีกิ่งแก้วที่อยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวซาตินสีแดงเข้มนั่งอยู่บนตัก
“กิ่งว่าจะรีบหาฤกษ์งานแต่งเราเลยดีมั้ยคะ”
กิ่งแก้วเห็นว่าตอนนี้อคิณเริ่มอารมณ์ดีขึ้นเธอจึงอยากพูดถึงเรื่องแต่งงานเพราะเธอถูกเขาขอแต่งงานมานานแล้วแต่ยังไม่ได้มาคุยกันเรื่องนี้เสียที
"คุณก็รู้ว่าแม่ผมพึ่งเสียจะให้ผมจัดงานแต่งเร็วๆนี้คงไม่ได้"
อคิณไม่ใช่ว่าไม่อยากแต่งแต่ตอนนี้เขาไม่มี่เวลาคิดเรื่องนี้เลยอีกอย่างแม่ของเขาก็พึ่งเสียหากมีข่าวเรื่องงานแต่งของเขาออกไปมันจะดูไม่ดีเท่าไรนัก
"กิ่งรู้ค่ะแต่เราแค่หาฤกษ์ไว้ก่อนก็ได้นี่คะกิ่งไม่ใช่ว่าจะให้คุณจัดงานแต่งเดี๋ยวนี้เลยซะหน่อย"
กิ่งแก้วรีบก้มหัวซบกับอกแกร่งทั้งทำเสียงอ่อนออดอ้อน
"คุณจะหาฤกษ์คุณก็จัดการเลยผมไม่มีเวลาคิดเรื่องพวกนี้หรอก"
"อืม.. ค่ะ... อย่าทำหน้าเครียดสิคะมาสนุกกันดีกว่านะคะ"
กิ่งแก้วเงยหน้ามองอคิณด้วยสายตายั่วยวนเช่นเคยเธอค่อยๆสอดมือเรียวเข้าไปในชุดคลุมของชายหนุ่มเริ่มลูบไล้และปลดเสื้อคลุมออกแล้วเลื่อนลงไปนั่งคุกเข่าลงนั่งกลางหว่างขาชายหนุ่มทั้งก้มหน้าใช้ลิ้นแตะตวัดเล่นหัวเห็ดที่กำลังบานขึ้นเรื่อยๆเธอค่อยๆอ้าปากรวบแท่งร้อนรูดขึ้นลงอย่างสนุกสนานทั้งเงยหน้ามองตาอคิณด้วยแววตาหยาดเยิ้มทั้งรีบปลดเดรสตัวบางที่เธอใส่ออกให้กองอยู่ที่พื้น
"อืม... กิ่ง.. อ้าสสส.. "
อคิณกระดกไวน์กลืนด้วยความเสียวทั้งสอดมือหนาไปที่หัวทุยของหญิงสาวกดให้หญิงสาวรูดเข้าออกเป็นจังหวะ
หญิงสาวหยอกหัวเห็ดกับปากเธอจนหนำใจแล้วจึงลุกขึ้นและหันหลังให้ชายหนุ่มพร้อมทั้งถ่างขาออกและจับแท่งร้อนยัดเข้าช่องทางรักที่เปียกเยิ้มของเธอทั้งขยับขึ้นลงเป็นจังหวะนุ่มนวล
"อ่ะ..อ้ายยย..."
"อ้าสส.. อย่างนั้นแหละ.."
อคิณพึงพอใจกับลีลาเร่าร้อนของกิ่งแก้วอย่างมากเพราะแบบนี้เขาจึงถูกใจเธอกว่าผู้หญิงคนไหนๆ
"อ้ะๆๆ.. อ้ะ..คิณ..อ..อ๊ายยย"
กิ่งแก้วกระแทกกระทั้นบั้นท้ายเธอกับหน้าตักของชายหนุ่มพักใหญ่จนเธอมาถึงจุดสุดยอดและค่อยๆหันหน้าเข้าหาอคิณที่นั่งส่งสายตาหยาดเยิ้มบ่งบอกถึงความปรารถนาให้เธอ