ตอน 1

วัดxxx

ในขณะนี้เป็นเวลาเกือบทุ่มตรงในวัดมีพิธีสวดศพของคุณหญิงดวงสมรเจ้าของกิจการในเครือสุทธิเกียรติกอบการหรือSKK group ณ ตอนนี้แขกเหรื่อในงานเริ่มทยอยกันเข้ามาร่วมพิธีสวดศพกันมากหน้าหลายตาเพราะคุณหญิงดวงสมรมีคนรู้จักมากมายพอสมควรทั้งคนใหญ่คนโตไปจนถึงระดับพนักงานในเครือบริษัททุกคนต่างก็เสียใจในการจากไปของคุณหญิงดวงสมรอย่างมาก

“แกพาเธอมาทำไม”

อคิณชายหนุ่มร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทสีดำเขายืนจ้องหน้าอิทธิกรน้องชายวัย30เขม็งเมื่อเห็นว่าน้องชายพาคนที่เขาไม่อยากให้มาที่นี่มาด้วยทั้งที่เขาเคยเอ่ยปากออกคำสั่งกับทุกคนแล้วว่าไม่ให้พัชรินทร์ผู้หญิงที่ทำให้แม่ของเขาตายมาเหยียบที่นี่

“ให้พัชได้กราบศพคุณแม่หน่อยนะครับพี่คิณ”

อิทธิกรเอ่ยเสียงอ่อนเขาสงสารพัชรินทร์ที่จะไม่ได้มีโอกาสแม้แต่จะกราบศพของแม่ของเขา

“ออกไปคนอย่างเธอไม่มีสิทธิ์มากราบศพแม่ฉันเธอมันฆาตกร”

อคิณชี้หน้าพัชรินทร์ที่นั่งอยู่บนรถเข็นด้วยท่าทีขึงขังและตวาดไล่เธอจนคนในงานตอนนี้ต่างก็มองกันเป็นตาเดียว

“ไม่นะคะพี่คิณพัชไม่ได้ตั้งใจพัชไม่ได้อยากให้คุณแม่ตาย”

พัชรินทร์ส่ายหัวพัลวันน้ำตาไหลพรากที่ถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรฆ่าคนที่มีพระคุณเธอไม่ได้ตั้งใจให้เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแบบนี้เลยสักนิด

“แต่เธอก็ทำมันไปแล้ว”

อคิณตวาดเสียงฝาดจนคนที่อยู่ใกล้ๆต่างก็สะดุ้งไปตามๆกัน

“มันเป็นอุบัติเหตุนะครับพี่คิณพี่จะว่าพัชแบบนี้ก็ไม่ถูก”

อิทธิกรรู้ดีว่าพี่ชายของเขารักแม่มากเพียงใดแต่ไม่อยากให้พี่ตนทิฐิเกินไปแล้วที่มองว่าอุบัติเหตุครั้งนี้มันเป็นการจงใจของพัชรินทร์

“แกเข้าข้างคนผิดแล้วล่ะกรคิดดูสิว่าคุณแม่เสียแล้วพัชรินทร์จะได้อะไรบ้างหลังจากเปิดพินัยกรรมไม่กี่วันคุณแม่ก็พบจุดจบแบบนี้แกจะให้ฉันคิดเป็นอย่างอื่นได้ยังไง”

อคิณเชื่อเต็มหัวใจว่าทุกอย่างเป็นฝีมือของพัชรินทร์ที่มักใหญ่ไฝ่สูงเพราะหลังจากที่คุยเรื่องพินัยกรรมยกสมบัติกันได้ไม่กี่วันเรื่องร้ายๆก็เกิดกับแม่ของเขาจนเสียชีวิต

“พัชไม่มีทางทำร้ายคนที่มีพระคุณกับพัชนะคะพี่คิณ”

พัชรินทร์พยายามอธิบายทั้งน้ำตาเธอรู้ว่าตอนนี้ทุกคนตราหน้าเธอไปหมดแล้วแต่เธอก็ยังยืนยันว่าเธอไม่ได้ต้องการให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้น

“ถ้าไม่อยากให้งานนี้พังแกก็พาเธอออกไปซะ”

อคิณจ้องหน้าอิทธิกรด้วยสายตาแข็งกร้าวคนอย่างเขาไม่เคยพูดเล่น

“ใจเย็นๆนะคะคิณ”

กิ่งแก้วหญิงสาววัย27แฟนสาวของอคิณที่ตอนนี้พ่วงตำแหน่งเลขาของเขาด้วยกิ่งแก้วเห็นว่าอคิณกำลังอารมณ์เดือดเธอจึงเดินเข้ามาจับแขนอคิณให้ใจเย็นๆเพราะตอนนี้คนในงานต่างก็แตกตื่นกันเพราะเสียงของอคิณกันหมดแล้ว

“ไปกันก่อนเถอะพัช”

อิทธิกรรู้ดีว่าพี่ชายของเขาไม่เคยพูดเล่นจึงต้องรีบพาพัชรินทร์ออกไปก่อนจะดีกว่าหากมีโอกาสเหมาะๆที่อคิณไม่อยู่เขาค่อยพาพัชรินทร์มาที่นี่ใหม่

อคิณที่อยู่กับพ่อมาตั้งแต่ห้าขวบเพราะพ่อกับแม่เขาแยกทางกันจึงแบ่งลูกกันเลี้ยงโดยเขานั้นอยู่กับพ่อและอิทธิกรจะอยู่กับแม่ได้เจอกันบ้างเดือนละไม่กี่ครั้งแต่พอแม่ของเขามีพัชรินทร์มาอยู่ด้วยเขาและแม่จึงไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไรอคิณจึงไม่ค่อยชอบพัชรินทร์มาตั้งแต่เด็กๆเพราะคิดว่าพัชรินทร์นั้นเป็นคนแย่งความรักจากแม่ของเขาไปและยิ่งมารู้ว่าแม่ของเขาต้องตายเพราะพัชรินทร์อีกเขาก็ยิ่งเกลียดเธอมากกว่าเดิมหลายเท่า

ชั่วโมงต่อมา

โรงพยาบาล

อิทธิกรพาพัชรินทร์กลับมาส่งที่โรงพยาบาลเพราะเธอยังต้องได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บที่ขาของเธออยู่ที่ออกไปได้ก็เพราะขออนุญาตหมอเจ้าของไข้ชั่วคราวเท่านั้น

“ฮึกๆฮือๆๆ..พัชไม่ได้ตั้งใจ..ฮือๆๆๆ”

ตั้งแต่ที่วัดจนมาถึงโรงพยาบาลน้ำตาของพัชรินทร์ก็ยังคงไหลไม่ยอมหยุด

“พี่รู้พัช..พี่รู้..วันนี้พักผ่อนนะพัชเดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้น”

อิทธิกรเห็นพัชรินทร์สะอื้นจนตัวโยนเขาก็อดสงสารไม่ได้เพราะเขาก็รักพัชรินทร์เสมือนน้องสาวคนหนึ่งเพราะเป็นเขาเองที่ขอให้แม่ของเขานั้นอุปการะเธอและเขาก็เชื่อว่าพัชรินทร์ไม่มีวันคิดร้ายต่อครอบครัวของเขาแน่นอน

พัชรินทร์เป็นเด็กกำพร้าที่ดวงสมรรับอุปการะตั้งแต่ยังแบเบาะตอนนั้นเป็นวันเกิดของอิทธิกรดวงสมรจึงพาอิทธิกรที่พึ่งได้ห้าขวบไปทำบุญที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเมื่ออิทธิกรได้เจอกับพัชรินทร์ที่นอนแบเบาะอยู่ในเปลจึงร้องห่มร้องให้ว่าอยากจะได้น้องขึ้นมาตั้งแต่วันนั้นดวงสมรจึงตัดสินใจรับอุปการะพัชรินทร์เอาไว้

“จะพาฉันไปไหนคะคุณพยาบาล”

ในเช้าของวันต่อมาพัชรินทร์สงสัยพอสมควรที่จู่ๆเหล่าพยาบาลก็เข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมเก็บของให้เธอ

“เรากำลังจะย้ายคนไข้ไปรักษาที่บ้านตามความประสงค์ของญาติคนไข้นะคะ”

พัชรินทร์ยังคงมีอาการสงสัยเพราะเรื่องนี้อิทธิกรไม่ได้บอกเธอก่อน

“ที่นี่มันไม่ใช่บ้านที่ฉันอยู่นี่คะ”

หลังจากที่นั่งรถมาได้พักใหญ่พัชรินทร์บอกคนขับที่อยู่ในรถกับเธอเพียงสองคนด้วยอาการตกใจเพราะที่นี่มันไม่ใช่ที่อยู่ของเธอบ้านหลังนี้เป็นบ้านทรงโบราณที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำเธอไม่เคยได้ยินว่าจะมีคนในบ้านพูดถึงเลยว่ามีบ้านหลังนี้อยู่

“ใช่ที่นี่ไม่ใช่บ้านที่เธออยู่และเธอก็จะต้องอยู่ที่นี่จนกว่าฉันจะพอใจ”

อคิณหันหลังกลับมาจ้องพัชรินทร์ตาเขม็งเขาเอ่ยเสียงแข็งกับสาวเจ้าที่นั่งตกใจอยู่ด้านหลังอคิณเป็นคนจัดแจงเรื่องทุกอย่างเองเพราะต้องการพาพัชรินทร์มาขังไว้ที่นี่บ้านริมน้ำของพ่อที่เขาได้รับเป็นมรดกมาหลังจากที่พ่อของเขาเสียเมื่อห้าปีก่อน

พัชรินทร์เริ่มกลืนน้ำลายไม่ลงคอชาวาบไปทั้งตัวเธอรู้ตัวได้ทันทีว่าต่อจากนี้ต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับเธอแน่เพราะรู้ดีว่าอคิณเป็นคนที่โหดร้ายเพียงใดแม้จะเจอกันไม่กี่ครั้งก็เถอะ

“พี่คิณพัชเจ็บนะคะ”

อคิณลากหญิงสาวที่ขาเจ็บเข้ามาในห้องนอนแล้วจับเธอล่ามไว้กับโซ่ที่ยาวเพียงแค่ให้เธอเคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณห้องเท่านั้น

“พี่คิณ...พี่จะทำอะไรกันแน่คะ”

พัชรินทร์มองคนตัวโตด้วยแววตาที่ตื่นกลัวด้วยสีหน้าท่าทางของอคิณตอนนี้อย่างกับเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำฉีกเนื้อเธอเป็นชิ้นๆ

“ฉันจะขังเธอไว้ที่นี่...เธออย่าคิดว่าจะได้เสวยสุขกับสมบัติที่จะได้ตามพินัยกรรมฉันจะทำให้เธอเหมือนตกนรกทั้งเป็นเลยคอยดู”

อคิณคว้าหมับไปที่ไหล่มนทั้งสองของพัชรินทร์แน่นแล้วบีบเต็มแรงจนสาวเจ้าหน้าเหยเกน้ำเสียงแข็งกร้าวบวกกับแววตาของอคิณทำให้พัชรินทร์รับรู้ได้เลยว่าเขาไม่หลงเหลือความเมตตาสงสารในตัวเธอแม้แต่น้อยข้างในแววตานั้นมีแต่ความเกลียดชังแสดงออกอย่างชัดเจน

ตอน 2

ไม่นะคะพี่คิณ...สมบัติอะไรพัชไม่อยากได้ทั้งนั้นขอแค่พัชได้ออกไปกราบศพคุณแม่สักครั้งนะคะ”

ร่างบางสั่นเท่าทั้งยกมือไหว้คนตรงหน้าน้ำตาคลอเรื่องพินัยกรรมเธอไม่เคยอยากได้เลยสักนิดและเคยตอบปฏิเสธดวงสมรเอาไว้แล้วด้วยแต่แม่เธอก็ไม่ยอมตอนนี้เธอไม่ขออะไรมากขอแค่ให้อคิณเห็นใจเธอให้เธอได้มีโอกาสไปกราบศพดวงสมรสักครั้งก่อนที่จะถึงวันเผา

“ไม่ต้องมาเสแสร้งฉันไม่เชื่ออะไรคนอย่างเธอ” พลั้กก

อคิณตวาดเสียงฝาดทั้งผลักพัชรินทร์ติดกับหัวเตียงด้วยโทสะและเดินออกไปโดยที่ไม่หันกลับมามองว่าคนที่ตัวเองผลักจะเป็นอย่างไร

“โอ้ยยย...ไม่นะคะพี่คิณปล่อยพัชไปนะคะ....พี่คิณปล่อยพัชไป..อือฮือๆๆ”

พัชรินทร์พยายามลุกขึ้นเดินกระเผลกตามร้องตะโกนเรียกอคิณจนสุดเสียงแต่ก็ไร้ผลเธอจึงได้แต่นั่งสะอื้นตัวโยนยอมรับโชคชะตาอยู่ที่มุมห้องมองดูหลังไวๆของคนใจดำที่เดินออกไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกร้องของเธอแม้แต่น้อย

ในวันต่อมาวันนี้อิทธิกรไปเยี่ยมพัชรินทร์ที่โรงพยาบาลแต่กลับได้ข่าวมาว่าพี่ชายของเขาพาตัวพัชรินทร์กลับไปรักษาที่บ้านแล้วด้วยความเป็นห่วงจึงรีบตามพัชรินทร์ไปที่บ้านของพี่ชายแต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบใครทำให้อิทธิกรต้องร้อนใจจนต้องบึ่งรถไปที่บริษัทของอคิณ

“พี่คิณ..หมอบอกว่าพี่เป็นคนขอให้พัชออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปรักษาต่อที่บ้านแล้วเธออยู่ที่ไหนที่บ้านไม่เห็นมี”

อิทธิกรพุ่งพรวดเข้ามาในห้องทำงานของอคิณด้วยท่าทีร้อนใจเพราะรู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีกับพัชรินทร์แน่นอน

“ห่วงน้องนอกไส้ของแกขนาดนั้นเลยหรือไงกร”

อคิณเอ่ยเสียงเรียบทั้งยังสนใจกับงานในมืออยู่ไม่ละ

“พี่เอาพัชไปไว้ที่ไหนบอกผมมานะครับ”

“มันเรื่องของฉัน”

“ถ้าพี่ไม่ยอมบอกผมจะแจ้งความ”

“แกอยากให้ครอบครัวเราเป็นข่าวงั้นสิ”

อคิณเงยหน้ามองอิทธิกรด้วยสายตาแข็งกร้าว

“พี่คิณ”

อิทธิกรเริ่มเสียงแข็งและมีทีท่าขึงขังอย่างผิดวิสัยคนสุขุมเพราะเหลืออดกับพี่ชายตนที่ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองอยู่เสมอ

“อย่ามาขึ้นเสียงกับฉัน”

อคิณเอ่ยเสียงแข็งทั้งลุกยืนขึ้นเต็มความสูงเพราะไม่พอใจที่อิทธิกรดูจะปกป้องพัชรินทร์จนเกินไปทั้งที่พัชรินทร์เป็นฆาตกรที่ฆ่าแม่ของพวกเขา

“ผมไม่คิดเลยว่าพี่จะเป็นคนไม่มีเหตุผลขนาดนี้”

ด้วยความที่ต้องรักษาหน้าบริษัทตอนนี้อิทธิกรจึงต้องกลับไปแต่โดยดีโดยที่ทำอะไรไม่ได้เขาไม่รู้ว่าตอนนี้พัชรินทร์เป็นอย่างไรบ้างแต่ก็ภาวนาขอให้พี่ชายของเขาอย่าทำร้ายอะไรพัชรินทร์เลย

บ้านริมน้ำ

อคิณจ้างพยาบาลสาวมาดูแลพัชรินทร์เพียงคนเดียวเท่านั้นและกำชับว่าอย่าบอกใครโดยให้ค่าตอบแทนที่สูงพอจนพยาบาลสาวนั้นปิดปากเงียบสนิท

“ฉันชื่อพิมคุณคิณจ้างให้ฉันมาดูแลคุณค่ะ”

พิมพรรณพยาบาลสาววัย26ที่อคิณตกลงจ้างมาตั้งแต่เมื่อวานวันนี้เธอก็มาทำหน้าที่ดูแลพัชรินทร์ตามคำสั่ง

“คุณช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่หน่อยนะคะฉันไม่ได้อยากอยู่ที่นี่แต่พี่คิณขังฉันเอาไว้”

พัชรินทร์เอ่ยกับพยาบาลตรงหน้าน้ำตาคลอเธอพยายามให้อีกฝ่ายเห็นใจเพื่อที่เธอจะได้หนีออกไปจากที่นี่

“ฉันเป็นแค่คนที่รับงานนี้มาแล้วก็ดูแลคุณตามหน้าที่เท่านั้นเรื่องอื่นฉันช่วยคุณไมได้จริงๆค่ะ”

แม้พิมพรรณจะรู้สึกเห็นใจพัชรินทร์อยู่บ้างแต่เธอได้ทำข้อตกลงกับอคินเอาไว้แล้วหากเธอช่วยหญิงสาวเท่ากับเธอผิดสัญญาและเธอก็รู้ดีว่าหากเธอทรยศคนอย่างอคิณชีวิตของเธอจะต้องเจอกับอะไร

“ช่วยฉันหน่อยนะคะ”

พัชรินทร์ยกมือไหว้พิมพรรณด้วยอาการเหนื่อยอ่อน

“คุณอย่าทำให้ฉันลำบากใจเลยนะคะถ้าฉันช่วยคุณฉันก็ไม่รู้ว่าชีวิตของฉันจะเจอกับอะไรบ้าง”

พิมพรรณเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจ

“อึก..ฮือๆๆๆ..”

พัชรินทร์ปวดหัวใจที่สุดในตอนนี้เพราะเธอทำอะไรไม่ได้ทำได้เพียงแค่ร้องให้ออกมาระบายความอึดอัดในใจเท่านั้นเธอไม่รู้ว่าอคิณจะปล่อยเธอไปเมื่อไรแล้วเธออยู่ที่นี่จะต้องเจออะไรบ้างทั้งความตั้งใจที่อยากจะไปกราบศพดวงสมรก็ยังดูไร้ความหวังว่าจะได้ไปอีก

ทางด้านอิทธิกรตอนนี้เขาก็มืดแปดด้านกับปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้ปัญหาอย่างอื่นเขายังพอจัดการได้แต่ปัญหากับพี่ชายของเขานี่สิดูท่าจะจัดการยากที่สุดจึงต้องหันมาพึ่งทศพลทนายความประจำตระกูลของพ่อของเขาที่เขาทำงานด้วยกันอยู่ในตอนนี้

“ผมจะทำยังไงดีครับคุณอา”

อิทธิกรนั่งกุมขมับอยู่ตรงหน้าทศพลทนายวัยกลางคนที่ทำงานให้พ่อกับแม่ของเขาตั้งแต่ทั้งสองยังไม่แยกทางกัน

“อาว่าคงต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ต้องรอให้ตำรวจจับคู่กรณีได้ก่อนแล้วอาว่าวันนั้นหลักฐานมันก็น่าจะมีมายืนยันเพียงพอว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่อุบัติเหตุ”

ทศพลรู้ดีว่าอคิณนิสัยพอๆกับอัคนีพ่อของชายหนุ่มเขารู้ว่าอคิณยังคงเชื่อในความคิดของตัวเองวันใดที่อคิณใจเย็นลงและลดทิฐิลงบ้างวันนั้นก็จะเห็นแจ้งเองว่าเรื่องทั้งหมดมันไม่ได้เกี่ยวกับพัชรินทร์เลยแม้แต่น้อย

“ผมปวดหัวกับพี่คิณมากเลยครับคุณอา”

อิทธิกรถอนหายใจส่ายหัวด้วยท่าทีอ่อนใจ

“อาเชื่อว่าอคิณคงไม่ทำอะไรกับหนูพัชถึงชีวิตหรอกรอให้อคิณอารมณ์เย็นกว่านี้ก่อนแล้วเราค่อยตะล่อมคุยกับอคิณให้ปล่อยหนูพัชอีกทีหากเรากระโตกกระตากเป็นข่าวขึ้นมามันก็จะไม่ดีต่อชื่อเสียงบริษัท”

ด้วยความเป็นทนายมานานและมองขาดในทุกๆเรื่องเขาจึงให้อิทธิกรนั้นอยู่เฉยๆไปก่อนยิ่งกดดันอคิณเรื่องพัชรินทร์ก็เท่ากับสุมไฟในอกอคิณไปอีกและหากเรื่องในครอบครัวหลุดลอดออกไปเข้าหูตานักข่าวบริษัทก็จะเสียชื่อเสียงไปอีกยิ่งเรื่องที่ประธานใหญ่พึ่งเสียไปหุ้นก็ตกไปไม่ใช่น้อยแล้ว

“พี่คิณนะพี่คิณ”

อิทธิกรกำมือแน่นคิดอยู่ในใจว่าหากพี่ชายของเขาเอาความใจเย็นมีเมตตาของแม่อยู่ในตัวสักครึ่งหนึ่งก็คงจะดี

สามวันต่อมา

“ผมจะทำให้คนที่ทำกับแม่ตกนรกไปตลอดชีวิตผมสัญญา”

อคิณยืนอยู่ข้างเมรุเผาศพเขามองกลุ่มควันที่พวยพุ่งด้วยสายตาไหวระริกเขาพยายามข่มน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาเพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่าเขาอ่อนแอและเอ่ยเบาๆเป็นคำมั่นสัญญาว่าเขาจะทำให้คนที่ทำให้แม่เขาต้องตายต้องเจอกับอะไร

“ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่”

อิทธิกรเดินเข้ามาหาอคิณเพราะต้องการจะคุยเรื่องพัชรินทร์ด้วยเห็นว่านี่เวลามันก็ล่วงเลยมาหลายวันแล้วพี่ชายตนก็ยังไม่ใจอ่อนปล่อยพัชรินทร์ให้เป็นอิสระ

“ฉันไม่อยากคุยกับใคร”

เมื่อเห็นน้องชายตนเดินเข้ามาหาอคิณก็รีบสวมแว่นตาสีดำทึบหลบสายตาก่อนจะสาวเท้าเดินหนีอิทธิกรอย่างเสียมารยาทอิทธิกรเห็นพฤติกรรมพี่ชายตัวเองเช่นนั้นก็ยืนถอนหายใจก่อนจะสาวเท้าเดินตามหลังพี่ตนไปแต่จู่ๆก็ถูกกิ่งแก้วดึงเอาไว้ก่อน

ตอน 3

“ปล่อยคุณคิณไปก่อนนะคะคุณกร..พูดอะไรไปตอนนี้คุณคิณก็ไม่รับฟังหรอกค่ะ”

“อืม..ก็ได้”

อิทธิกรชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะล้มเลิกความตั้งใจด้วยเห็นว่าคงจริงอย่างที่กิ่งแก้วพูดเขาเองก็ลืมคิดไปว่าพี่ชายตนนั้นหากไม่คิดจะฟังอะไรแล้วต่อให้พูดให้ตายก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาทำหูทวนลมอยู่ดี

“คุณกรคงอยากให้คุณอนุญาตให้พัชเข้ามาในงานน่ะค่ะ”

กิ่งแก้วเอ่ยพร้อมจับมืออคิณไว้หลวมๆในขณะที่นั่งรถอยู่ด้วยกัน อคิณฟังจบก็ยังคงเงียบเฉยมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง

“นี่พัชไปทำอะไรคุณกรคะถึงได้ดูรักกันขนาดนี้”

กิ่งแก้วซบบ่าของอคินเบาๆ

“ยัยนั่นมันแม่มดทุกคนเอาแต่เข้าข้างเธอจนไม่ลืมหูลืมตา”

น้ำเสียงของชายหนุ่มเอ่ยด้วยความคับแค้นอยู่ในใจ

“กิ่งไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าพัชรินทร์จะกล้าทำเรื่องแบบนี้อย่างว่าล่ะนะคะเงินทองไม่เข้าใครออกใคร”

“อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย”

อคิณไม่อยากได้ยินชื่อของพัชรินทร์ในตอนนี้สักเท่าไรเพราะมันยิ่งตอกย้ำให้เขาคิดว่าแม่ของเขาจากไปในเวลาที่ไม่ควรเพราะฝีมือของคนที่เห็นแก่ได้คนนึง

"อืม.."

กิ่งแก้วดึงมือหนาของชายหนุ่มเข้ามาในใต้กระโปรงทรงเอของเธอช้าๆ

"ฉันรู้ค่ะว่าคุณอยากผ่อนคลาย"

อคิณหันมามองหญิงสาวด้วยสายตาหยาดเยิ้มเมื่อมือของเขาสัมผัสกับจุดกึ่งกลางของเธอและรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ได้มีอะไรขวางกั้นนิ้วยาวสอดเข้าไปหยอกล้อกับช่องทางรักที่กำลังมีน้ำเยิ้มแฉะเข้าออกไปมาและค่อยๆแรงขึ้น

"อือ.. อืม" จนกิ่งแก้วเริ่มนั่งไม่อยู่และมีเสียงคราออกมาเบาๆทั้งสายตาหยาดเยิ้มของเธอก็เชิญชวนเขาเสียจนชายหนุ่มอดใจไม่ไหว

พรึ่บ

อคิณปิดม่านตรงหน้าเพื่อให้คนที่ขับรถได้รู้ว่าเขาและเธอต้องการความเป็นส่วนตัว

"อะ.. อ้ะ.." กิ่งแก้วปิดปากแน่นเมื่อรู้ตัวว่ากำลังครางออกมา

อคิณถอดกางเกงของเขาออกและดึงมือกิ่งแก้วมากอบกุมมังกรของเขาที่กำลังผงาดและบดจูบกับเธออย่างหนักหน่วง

"คิณคะ.. อื้มม"

อคิณยกร่างบางขึ้นมานั่งบนหน้าตักและถกกระโปรงเธอขึ้นเขายกสะโพกเธอเล็กน้อยก่อนจะสอดใส่เจ้ามังกรยักษ์ของเขาเข้าไปในช่องทางรักที่กำลังเปียกชื้นจนร่างบางแอ่นตัวด้วยความเสียว

"อะ.. อ้าสส"

อคิณกัดฟันส่งเสียงในลำคอเมื่อร่างบางบนหน้าตักค่อยๆยกตัวขึ้นลงช้าๆเป็นจังหวะเรียกความเสียวกระสันให้เขาได้เป็นอย่างดีมือหนาไม่เคยอยู่สุขบีบสะโพกกลมจนเป็นรอยแดงด้วยความหมั่นเขี้ยว

"อืม..."

ในขณะที่ร่างบางบนหน้าตักกำลังขยับตัวขึ้นลงอคิณก็ปลดกระดุมเสื้อของหญิงสาวและดันบราสีหวานขึ้นด้านบนทั้งบดจูบดูดคลึงเต้างามอย่างมูมมามจนกิ่งแก้วต้องกัดปากระบายความเสียว

"อ้าสส.."

อคิณปรับเบาะให้นอนลงและพลิกร่างบางลงไปนอนเขารีบอัดสะโพกแกร่งใส่หญิงสาวรัวจนเธอตัวโยนเสียงเนื้อที่กระทบกันดังสนั่น

"อ.. อ๊ายยย.."

ไม่นานหญิงสาวก็บิดเร่าเกร็งตัวโยนเพราะเสร็จสมถึงสวรรค์เรียบร้อย

"อ.. อ้าสสส.."

อคิณเห็นเช่นนั้นจึงรีบซอยสะโพกหนักหน่วงกว่าเดิมจนพ่นธารน้ำสีขาวออกมาที่หน้าท้องแบนราบของกิ่งแก้มพร้อมทั้งฟุบหน้าลงไปที่อกตูมด้วยอาการผ่อนคลาย

“วันนี้เป็นวันเผาคุณแม่แล้วสินะคะพัชขอโทษนะคะที่พัชไม่มีโอกาสแม้แต่จะกราบศพคุณแม่ขอให้คุณแม่ไปสู่สุขคตินะคะ..ฮึกๆ..ฮือๆๆ”

พัชรินทร์นั่งสะอื้นให้เกาะขอบหน้าต่างด้วยความเศร้าใจ

“ทานข้าวทานยาหน่อยนะคะคุณพัช”

พิมพรรณเดินถือถาดอาหารเย็นเข้ามาในห้องของพัชรินทร์เธอรู้สึกเห็นใจหญิงสาวอยู่ไม่น้อยเมื่อได้ฟังเธอระบายความอึดอัดอยู่พักใหญ่

“ค่ะ”

“ฉันเชื่อนะคะว่าคุณแม่ของคุณรับรู้ได้ว่าคุณรักท่านเสมอ”

พิมพรรณก้มตัวมองหน้าของพัชรินทร์ด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจฉัน”

พัชรินทร์พยักหน้าเบาๆอย่างน้อยพิมพรรณก็ยังเป็นคนที่รับฟังเธอทำให้เธอคลายความอึดอัดได้บ้าง

22.00 น.

บ้านอคิณ

อคิณนั่งไขว่ห้างดื่มไวน์ในชุดคลุมสีดำโดยมีกิ่งแก้วที่อยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวซาตินสีแดงเข้มนั่งอยู่บนตัก

“กิ่งว่าจะรีบหาฤกษ์งานแต่งเราเลยดีมั้ยคะ”

กิ่งแก้วเห็นว่าตอนนี้อคิณเริ่มอารมณ์ดีขึ้นเธอจึงอยากพูดถึงเรื่องแต่งงานเพราะเธอถูกเขาขอแต่งงานมานานแล้วแต่ยังไม่ได้มาคุยกันเรื่องนี้เสียที

"คุณก็รู้ว่าแม่ผมพึ่งเสียจะให้ผมจัดงานแต่งเร็วๆนี้คงไม่ได้"

อคิณไม่ใช่ว่าไม่อยากแต่งแต่ตอนนี้เขาไม่มี่เวลาคิดเรื่องนี้เลยอีกอย่างแม่ของเขาก็พึ่งเสียหากมีข่าวเรื่องงานแต่งของเขาออกไปมันจะดูไม่ดีเท่าไรนัก

"กิ่งรู้ค่ะแต่เราแค่หาฤกษ์ไว้ก่อนก็ได้นี่คะกิ่งไม่ใช่ว่าจะให้คุณจัดงานแต่งเดี๋ยวนี้เลยซะหน่อย"

กิ่งแก้วรีบก้มหัวซบกับอกแกร่งทั้งทำเสียงอ่อนออดอ้อน

"คุณจะหาฤกษ์คุณก็จัดการเลยผมไม่มีเวลาคิดเรื่องพวกนี้หรอก"

"อืม.. ค่ะ... อย่าทำหน้าเครียดสิคะมาสนุกกันดีกว่านะคะ"

กิ่งแก้วเงยหน้ามองอคิณด้วยสายตายั่วยวนเช่นเคยเธอค่อยๆสอดมือเรียวเข้าไปในชุดคลุมของชายหนุ่มเริ่มลูบไล้และปลดเสื้อคลุมออกแล้วเลื่อนลงไปนั่งคุกเข่าลงนั่งกลางหว่างขาชายหนุ่มทั้งก้มหน้าใช้ลิ้นแตะตวัดเล่นหัวเห็ดที่กำลังบานขึ้นเรื่อยๆเธอค่อยๆอ้าปากรวบแท่งร้อนรูดขึ้นลงอย่างสนุกสนานทั้งเงยหน้ามองตาอคิณด้วยแววตาหยาดเยิ้มทั้งรีบปลดเดรสตัวบางที่เธอใส่ออกให้กองอยู่ที่พื้น

"อืม... กิ่ง.. อ้าสสส.. "

อคิณกระดกไวน์กลืนด้วยความเสียวทั้งสอดมือหนาไปที่หัวทุยของหญิงสาวกดให้หญิงสาวรูดเข้าออกเป็นจังหวะ

หญิงสาวหยอกหัวเห็ดกับปากเธอจนหนำใจแล้วจึงลุกขึ้นและหันหลังให้ชายหนุ่มพร้อมทั้งถ่างขาออกและจับแท่งร้อนยัดเข้าช่องทางรักที่เปียกเยิ้มของเธอทั้งขยับขึ้นลงเป็นจังหวะนุ่มนวล

"อ่ะ..อ้ายยย..."

"อ้าสส.. อย่างนั้นแหละ.."

อคิณพึงพอใจกับลีลาเร่าร้อนของกิ่งแก้วอย่างมากเพราะแบบนี้เขาจึงถูกใจเธอกว่าผู้หญิงคนไหนๆ

"อ้ะๆๆ.. อ้ะ..คิณ..อ..อ๊ายยย"

กิ่งแก้วกระแทกกระทั้นบั้นท้ายเธอกับหน้าตักของชายหนุ่มพักใหญ่จนเธอมาถึงจุดสุดยอดและค่อยๆหันหน้าเข้าหาอคิณที่นั่งส่งสายตาหยาดเยิ้มบ่งบอกถึงความปรารถนาให้เธอ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED