ตอน 1

ท่ามกลางผับหรูแห่งมหานครปารีส เหล่านักท่องราตรี โยกย้ายส่ายเอวสะบัดพลิ้วไหวตามเสียงดนตรีจังหวะเร้าใจ ที่เปิดและมิกซ์โดยดีเจมืออาชีพ ท่ามกลางกลุ่มคนนั้นมีหญิงสาวรูปร่างงดงาม ใบหน้าสไตล์ลูกผสมเอเชียยุโรปหากกระเดียดทางสาวเอเชียกว่างามผุดผาดโดดเด่นด้วยชุดเสื้อยืดรัดรูปสนิทเนื้อสีขาว และกางเกงยีนเดนิม เข้ารูปกับช่วงขาเพรียวระหง แม้จะใส่รองเท้าของคริสเตียน ลูบูแตงสูงหลายนิ้ว แต่ร่างกายของหล่อนก็ส่ายเต้นพลิ้วไหวกับเสียงดนตรีตามจังหวะได้อย่างงดงาม เป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้คนยิ่งนัก...

เพราะหล่อนเหมือนเทพธิดา ลงมาจุติในดงคนบาป ยามเมื่อแสงไฟส่องพาดผ่านให้เห็นดวงหน้างดงามกระจ่างตาได้ครู่เดียวก็สาดส่องไปทางอื่นเหลือไว้แต่ความมืดลึกลับน่าค้นหา ก็ทำให้คนที่อยู่รอบข้างราวกับต้องมนตร์ที่ได้เห็นความงามนั้น และคาดหวังว่าอยากให้แสงไฟส่องพาดผ่านนางฟ้าแสนสวยนั้นบ่อยครา เพื่อจะได้ยลดวงหน้านั้นหลายๆ หนให้เป็นที่ชื่นตา ชื่นใจ

เรือนร่างบอบบางงดงามดิ้นส่ายเอวบิดพลิ้วไปตามจังหวะดนตรีทำให้หล่อนดูทรงเสน่ห์เย้ายวนจนหมู่ภมรที่วนเวียนเต้นอยู่รอบข้างหล่อนนั้นแทบกลืนน้ำลายไม่ลงคอเพราะคิดไม่ซื่อกับร่างกายที่แสนเร้าใจเหลือเกินในความคิดพวกเขา

หล่อนเป็นใครไม่ทราบทราบเเต่ว่าหล่อนสวยจนน่าหลงไหลแถมยังผูกมิตรกับผู้ชายทุกคนที่เข้ามาใกล้โดยไม่รังเกียจรังงอนแม้แต่น้อยนิด

ทุกคนดูจะยินดีที่ได้รู้จักคนสวยที่บอกชื่อแฝงในยามราตรีการของเธอในคืนนี้ว่านิชิต้า

ยกเว้นเสียก็แต่ผู้ชายร่างสูงที่นั่งอยู่ในมุมมืดของผับหรูแห่งนี้ เพราะว่าสายตาที่เขามองเจ้าของร่างบางที่เฟลิร์ตกับผู้ชายไม่เลือกหน้าอยู่นั้นเต็มไปด้วยความโกรธกรุ่นจนอยากจะไปกระชากร่างบางมาลงทัณฑ์ด้วยวิธีใดก็ได้ในวินาทีนี้หากไม่สนว่าบ้านเมืองมือขื่อมีแป

ที่เขาขุ่นเคืองได้ถึงขนาดนี้นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาเป็นเจ้าของร่างบางที่ยั่วยวนผู้ชายนับสิบนับร้อยให้หลงใหลอยู่ตรงนั้น!

หล่อนไม่ใช่นิชิต้าอย่างที่บอกใครๆ แต่หล่อนคือ นาง วชิตารีย์ อัล คาลิฟาห์ ภรรยาทั้งทางพฤตินัยและนิตินัยของเขานั่นเอง...

           “คุณรามิลจะไปเรียกคุณลูกตาลมาไหมครับ" ลูกน้องที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยถามเจ้านายใหญ่ที่มานั่งเฝ้าดูอยู่ตรงนี้นานแล้ว

           ที่ผ่านมาตั้งแต่ทั้งสองสามีภรรยานี้แยกกันอยู่เขานั้นเป็นผู้มีหน้าที่ติดตามดูแลหญิงสาวอยู่ห่างตามคำสั่งของนายผู้ชายนับแต่นายผู้หญิงหนีมาปารีสได้ไม่นานเรื่องราวที่เขารายงานว่านายผู้หญิงทำอะไรบ้างในเเต่ละวันนั้นทำให้ชายหนุ่มที่รอฟังข่าวอยู่ทางนั้นแทบเต้น...

เขาที่เป็นผู้รายงานโดนด่าแทบทุกวันกับพฤติกรรมนอกลู่นอกทางของนายสาวทั้งที่เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย เมื่อทนฟังสิ่งที่เขารายงานผ่านทางโทรศัพท์ไม่ไหว สุดท้ายนายผู้ชายหรือท่านรามิล อัล คาลิฟาห์ลูกบุญธรรมแห่งชีคเบนจามินนายกรัฐมนตรีของประเทศจาร์มาก็ต้องวิ่งแจ้นตามมาดูด้วยตนเอง...

เขาว่าแล้วว่าจะแยกกันได้นานสักแค่ไหนเชียวถึงจะอยู่ด้วยกันและทุ่มเถียงกันมาตั้งแต่ทั้งสองเห็นหน้ากันครั้งแรกเมื่อยังเยาว์วัยจนเติบโตขึ้นมาและเเต่งงานกัน แต่ยามอยู่ห่างกันก็ต้องคิดถึงกันเป็นธรรมดา

           "นายว่าถ้าฉันฆ่าคนที่ยืนอยู่รอบๆ เมียฉันหมดฉันจะติดคุกกี่ปี" คำถามเล่นๆ หากแต่สายตาเอาจริงนั้นทำให้รอชิดหนาวเพราะรู้ว่าหากอยากทำรามิลทำได้โดยไม่ยากแม้เเต่น้อยนิด....

"คุณรามิบอย่าพูดเล่นสิครับ ผมว่าคุณรามิลไปเรียกคุณลูกตาลกลับเถอะครับ "

           "นายพูดถูกรอชิด" เขาคิดว่าเขาดูและนิ่งเฉยกับหล่อนมาเนิ่นนานพอแล้ว... ถึงเวลาที่ต้องเข้าไปจัดการทุกอย่างเสียแล้ว...

            วชิตารีย์... หมดเวลาสนุกสนานของเธอแล้ว พี่คงปล่อยให้เธอหลงระเริงนานเกินไป ได้เวลากลับไปทำหน้าที่เมียแล้ว...

การกระทำของหญิงสาววันนี้ทำให้เขาตัดสินใจที่จะลิดรอนคำว่าอิสรภาพออกจากชีวิตของวชิตารีย์ตลอดไป...

           คนร่างสูงคิดในใจและมองหล่อนอย่างหมายมาด

รามิลลุกขึ้นเดินตรงไป ณ ตำแหน่งที่วชิตารีย์กำลังยืนเต้นอยู่ รอชิดรู้ดีว่าไอ้ท่าทางนิ่งๆ ขรึมๆ นี่ล่ะที่เต็มไปด้วยความโกรธมหาศาลซ่อนอยู่ข้างใน...

คืนนี้รอชิดเป็นห่วงในสวัสดิภาพของคุณลูกตาลเหลือเกินไม่รู้ว่าจะโดนคนที่มีฉายาว่าพยัคฆ์ร้ายมือสังหารหน้านิ่งแห่งทะเลทรายทัซซานีมขย้ำคอหรือเปล่าในคืนนี้...

           อย่างน้อยๆ ในฐานะที่เป็นลูกจ้างกินเงินเดือนของชีคเบนจามีนพ่อบุญธรรมของคุณลูกตาล รอชิดจะสวดมนต์ขอให้คุณลูกตาลปลอดภัยก็แล้วกัน

ตอน 2

ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัทเปรโตมารีน ประเทศจาร์มา

         เวลาสิบเจ็ดนาฬิกาตรงเลื่อนมาถึง... ร่างบอบบางของสาวน้อยนาม วชิตารีย์กระวีกระวาดลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานประจำตำแหน่งนักศึกษาฝึกงานในสาขาบริหารธุรกิจและเก็บข้าวของด้วยอารมณ์รื่นเริงเป็นพิเศษ เพราะวันนี้เป็นวันฝึกงานวันสุดท้าย หล่อนจะหลุดพ้นจากตำแหน่งนักศึกษาฝึกงานที่ต้องทำตัวให้กลมกลืนกับเพื่อนๆ ด้วยการฝึกงานทุกขั้นตอนอย่างตั้งใจเช่นเดียวกันกับเพื่อนคนอื่นไม่มีการข้ามขั้นหรือใช้อภิสิทธ์ใดๆ ไม่มีการแสดงความรู้จักกับผู้บริหารคนไหนขณะที่ทำงานทั้งที่หล่อนคือลูกสาวเจ้าของกิจการ แต่สถานะนั้นมันจบลงแล้วด้วยดี หล่อนจึงคืนสู่สภาพการเป็นคุณหนูที่จะวิ่งเข้าวิ่งออกห้องผู้บริหารได้ตามใจเช่นเดิม...

           คนแรกที่หญิงสาวคิดถึง คือ รามิล อัล คาลิฟาห์ ผู้บริหารหนุ่มที่รับช่วงต่อจากบิดาของหล่อนในการดูแลกิจการปริโตรเลี่ยมทั้งด้านการตลาดและการขุดเจาะ เขาเป็นลุกบุญธรรมของบิดาหล่อนที่ถูกเลี้ยงด้วยกันมา ฝ่ายนั้นทำหน้าที่ดูแลหล่อนมาตลอด

จนเมื่อสามสี่ปีมานี้รามิลถูกดึงตัวออกมาจากหน้าที่บอดีการ์ดส่วนตัวของหล่อนเพื่อมาบริหารกิจการนี้อย่างเต็มตัว ความห่างเหินที่เกิดขึ้นทำให้หล่อนไม่ยอมแพ้ เพราะหล่อนตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ และเลือกฝึกงานที่เปรโตรมารีนเพื่อเตรียมตัวทำงานที่นี่เคียงข้างเขาในอนาคต เพื่อเรียกความใกล้ชิดนั้นกลับคืนมา

           เท้าเล็กๆ ในรองเท้าหุ้มส้นสีดำมันวับเรียบหรู ก้าวยาวๆ มุ่งหน้าไปที่ห้องทำงานรามิลอย่างรีบเร่ง ความที่ไม่ได้เจรจาสนิทสนมกันพักใหญ่ทั้งที่บ้านและที่ทำงานในระหว่างที่ต้องทำตัวเป็นนักศึกษาฝึกงานทำให้รู้สึกคิดถึงเขามาก ซ้ำข่าวที่ว่าเขามีกิ๊กหน้าใหม่สวยหวานหยด ทำให้หล่อนต้องรีบไปพบเขาไวๆ เพื่อไปสั่งให้เลิกกับผู้หญิงตามเบี้ยบ้ายรายทางเหล่านั้น ก่อนที่หล่อนจะมีโมโห...

           ภาพคนสองคนที่ตระกองกอดกันอย่างวาบหวามบนเก้าอี้หนังหลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีขนาดใหญ่ทำให้ผู้ที่เพิ่งเข้ามาเห็นหัวใจชาวาบอย่างตื่นตะลึง... และกรีดร้องออกมาสุดเสียงที่จะกรี๊ดได้

           “พี่รามิล” วชิตารีย์เรียกคนที่นั่งอยู่ด้านล่างและมีสาวยุโรปผมทองนั่งตักคลุกเคล้ากันอยู่ เรียวปากทั้งคู่บดจูบกันอย่างเร่าร้อนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรมทั้งที่ที่นี่คือห้องทำงานที่ใครจะเข้ามาตอนไหนก็ได้ เสื้อผ้าของฝ่ายหญิงถูกเลิกสูงขึ้นไปถึงไหนต่อไหน และหน้าอกของหล่อนก็มีมือหนาของฝ่ายชายกอบกุมอยู่เต็มๆ ทั้งสองข้าง... ทั้งสองแทบไม่ได้สนใจหล่อนแม้หล่อนจะกรีดร้องดังเท่าใด หรือว่าพยายามเรียกเขาสักกี่ครั้ง...

           หน้าด้าน ไร้ยางอายที่สุด

           จนหล่อนทุบโต๊ะทำงานเขาดังโครมเท่านั้นแหล่ะ เขาถึงเงยหน้าขึ้นมามอง ท่าทางไม่อยากสนใจเสียด้วยซ้ำ...

           “ลูกตาล จะเข้ามาทำไมไม่เคาะ พี่ทำธุรกิจอยู่ไม่เห็นหรือไง” รามิลถามเสียงเข้ม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคมกริบประดุจเหยี่ยวหรี่มองอย่างตำหนิติเตียนที่หล่อนถือวิสาสะเข้ามารบกวน

           วชิตารีย์มองแขนที่โอบกอดสาวร่างอวบอัดไม่ปล่อยด้วยดาวตาวาวโรจน์ไม่แพ้กัน...

           “ธุรกิจหรือธุรกามกันแน่ถึงได้ฟัดกันไม่ยอมปล่อยอย่างนี้ ลูกตาลเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าให้เลิกกับผู้หญิงที่ตามมาวอแวเพราะเขาไม่ดีพอสำหรับพี่รามิล”      “กลับบ้านไปซะลูกตาล อย่ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของพี่”

           “ไม่ได้... พี่รามิลต้องเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนี้ก่อน”

           “ทำไมพี่ต้องเลิก”

           “เพราะลูกตาลให้เลิก”

           รามิลถอนหายใจเหนื่อยหน่าย มองคนที่จ้องหน้าอย่างเอาเรื่องตรงหน้าด้วยความรำคาญ ไม่ได้เกรงอกเกรงใจอย่างที่เป็นมา เพราะครั้งนี้ความอดทนของเขามันหมดลงแล้ว

           “ลูกตาล... ที่ทุกครั้งที่ผ่านมาพี่ยอมเพราะพี่ไม่อยากรำคาญลูกตาลที่ชอบมาวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของพี่ แม้บางครั้งจะรู้สึกว่ามันมากเกินไป แต่ไม่ใช่ครั้งนี้ เพราะว่าพี่จะไม่ยอมเลิกกับผู้หญิงตามที่ลูกตาลขอร้อง เพราะพี่รักสเตฟานี่ พี่แคร์เขามากกว่าที่จะแคร์ว่าลูกตาลจะพอใจหรือไม่พอใจ และถึงแม้ว่าลูกตาลจะบอกว่าเขาไม่ดี พี่ก็เลือกที่จะไม่เชื่อ”

           คำประกาศรักต่อหญิงสาวผู้ทอดสายตามองเธอด้วยดวงตาสมเพชเวทนาทำให้วชิตารีย์น้ำตาไหลออกมาอย่างคับแค้นใจ

           เขาเคยเป็นของหล่อนคนเดียว... หล่อนพูดอะไรเขาก็ทำตามทุกอย่าง ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ ผู้หญิงที่เขาคบมากี่คนถ้าเกิดหล่อนไม่พอใจ หล่อนบอกให้เขาเลิก เขาก็จะเลิก แต่ตอนนี้ มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...

           เขาบอกว่าเขารักผู้หญิงคนอื่น ทั้งที่เขาเคยสัญญาว่า เขาจะเป็นของหล่อน หล่อนจะมีสิทธิ์ในตัวเขาทุกประการตลอดไป

           เขามันผู้ชายกลับกลอก...

“ลูกตาลถามอีกครั้ง... พี่รามิลจะเอายังไง”

           “เลิกยุ่งกับชีวิตพี่ซะลูกตาล... เราต่างคนต่างเป็นผู้ใหญ่ มีเส้นทางเดินชีวิตที่แยกกันไปคนละทางไม่อาจย้อนกลับมาได้... เราไม่ใช่เด็กน้อยอายุไม่เต็มสิบขวบที่ต้องมาร่ำร้องเอาแต่ใจโน่นนี่นั่น ที่ผ่านมาพี่อยู่กับลูกตาล ดูแลลูกตาลและตามใจทุกอย่างพี่ทำมาเต็มที่แต่ว่าตอนนี้มันจบลงแล้ว ลูกตาลอย่ามาบงการพี่เพราะคิดว่าพี่เป็นเบ๊เหมือนเมื่อก่อน เพราะตอนนี้พี่เป็นผู้บริหารบริษัทปริโตเลี่ยมที่รับคำสั่งโดยตรงจากชีคเบนจามีน ไม่ใช่พี่เลี้ยงที่คอยตามเธอต้อยๆ ดังนั้นในเมื่อ เราไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกัน เธอก็ไม่จำเป็นต้องมาคอยเอาชนะคะคานอีกต่อไป...”

           คำพูดตัดรอนและไร้เยื่อใยออกมาจากปาก และจากใจ... เขาทิ้งภาระดูแลหล่อนตั้งแต่หล่อนเข้าเรียนรั้วมหาวิทยาลัยและตนเองต้องเข้ามาบริหารงานที่เป็นกิจการของชีคเบนจามีนบิดาของหล่อน และเป็นบิดาบุญธรรมของเขา... แต่หล่อนก็ยังไม่รู้ถึงสถานะภาพที่เปลี่ยนไป ยังคอยตามเอาชนะและเรียกร้องให้เขาดูแลไม่ห่างดังเช่นเมื่อยามเยาว์ แม้เขามีแฟนห่างเหินหล่อน หล่อนก็ร่ำร้องและก่อเรื่องให้เขาได้เลิกกับทุกคนไปจนหมด... เขาเห็นแก่ว่าเขาไม่ได้รักผู้หญิงเหล่านั้นจึงได้เพิกเฉย

 แต่ครั้งนี้ เขาจะไม่ยอมให้หล่อนมาขัดขวางการคบใครของเขาอีกต่อไปแล้ว เพราะเขาอดทนไม่ได้อีกสักนาทีที่จะให้หล่อนมามีอิทธิพลเหนือเขาตลอดทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกันแม้แต่นิดเดียว...

ชีวิตเขากับหล่อนควรจะแยกทางกันเดินได้แล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะทำอะไรเด็ดขาด และไม่สนใจอาการโกรธขึ้งไม่พอใจของหล่อนเลย...

“ก็ได้ จะทำอย่างนี้ใช่ไหม”

วชิตารีย์ ถลาเข้าไปกระชากผู้หญิงที่ไม่ยอมลุกจากตักของรามิลออกมา แม้หล่อนจะร่างเล็ก แต่การเรียนวิชาต่อสู้เสมอมาตั้งแต่เด็กทำให้หล่อนมีเรี่ยวแรงมหาศาล จนกระชากสเตฟานีออกมาจากรามิล และวาดมือไปตบหน้าของผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายสองฉาดซ้อน...

“ทำอะไรน่ะลูกตาล” รามิลถลาลุกขึ้นมาล็อคแขนวชิตารีย์ไว้ หลังจากที่ดูอย่างนิ่งอึ้ง เพราะไม่คิดว่าหล่อนจะทำกริยาต่ำทรามเช่นนี้ได้

เมื่อหญิงสาวดิ้นไม่หยุด และวาดเท้าไปจะกระทืบสเตฟานีซ้ำ เขาก็ผลักหล่อนไปนอนแอ้งแม้งที่โซฟาด้วยเรี่ยวแรงที่มากกว่าจนเธอจมลงไปกับฟูก แล้วเขาก็ไปประคับประคองนังผู้หญิงจอมสำออยที่แกล้งนอนระทดระทวยร้องไห้กระซิก กระซิกเรียกร้องความสนใจอยู่...

มันจะเจ็บอะไรนักหนากะอีแค่โดนตบจนเลือดกบปากแค่นั้น ถ้าหล่อนใช้หมัดต่อยจนกรามเบี้ยวค่อยมาว่ากันเถอะ คนลงมือคิดอย่างเคียดแค้นในใจ มองคนที่โยนหล่อนไว้ที่โซฟาแล้วไปดูแลคนสเตฟานี่ด้วยดวงตาไม่พอใจยิ่งยวด

“เป็นไงบ้างสเตฟานี่ เจ็บไหม” ท่าทีประคับประคอง ทะนุถนอมเอาใจ ทำให้คนที่นั่งอยู่ที่โซฟาแทบกระอัก...

“พี่รามิลเลือกมันใช่ไหม”

“ใช่” รามิลประคับประคองสเตฟานี่ไว้ในอ้อมกอดและหันหน้าไปเผชิญหน้ากับวชิตารีย์

“ถ้าอย่างนั้น... เราก็ไม่มีอะไรให้ยุ่งเกี่ยวกันอีกต่อไป ตลอดชีวิตนี้” หญิงสาวลุกขึ้นยืนประกาศลั่น

หวังเพียงแต่จะได้รับคำขอโทษ หรือได้รับการง้อจากเขา จากการยื่นคำขาดเช่นนี้ของหล่อน เหมือนเช่นที่ได้รับทุกครั้ง...

แต่ มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่หวังเลย...

“จำคำพูดของตัวเองให้ดีด้วย จะได้ไม่ต้องคอยกลับคำ” รามิลบอกเสียงเรียบ...

เขาไม่แคร์หล่อนเลยสักนิด พี่รามิลที่แสนดีของหล่อนเปลี่ยนไป นิ้วเรียวเล็กสีขาวจิกมือตนเองจนได้เลือดด้วยความที่เจ้าของมันกำแน่น แขนหล่อนเกร็งสั่นสะท้าน ดวงตามีม่านน้ำตาคลอเอ่อสั่นไหวระริกจวนเจียนจะหยดรอมร่อ แต่หล่อนก็แหงนหน้าขึ้นฟ้า ไม่ยอมร้องไห้ออกมาให้อายใคร...

           “ลูกตาลจำได้ไม่ลืมแน่” หญิงสาวพูดเน้นคำหากแผ่วเบาราวกระซิบ... น้ำเสียงรอดไรฟันเยือกเย็นหากแสบสะท้านไปถึงทรวงราวกับเป็นน้ำกรดสาดซัดมารุนแรง

           จะเอาให้มันจบอย่างนี้ใช่ไหม ได้เลย

           ร่างบอบบางหุนหันออกไป ไม่เหลียวกลับมามองย้อนหลัง เพราะไม่อาจให้คนที่ตะกองกอดกันไม่ห่างได้เห็นน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ผิดหวังของหล่อนแม้เพียงเสี้ยวหยดเดียว...

ตอน 3

เมื่อร่างนั้นสุดสายตา รามิลจึงหันมามองสเตฟานี่และเอ่ยถามหญิงสาวด้วยภาษาสากล...

           “คุณโอเคไหม...”

           “ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แค่มึนหัวเล็กน้อยเท่านั้น น้องสาวคุณแรงเยอะเป็นบ้า ตัวเล็กนิดเดียวเอง... ว่าแต่คุณพูดอะไรกับเธอหรือคะ” สเตฟานี่ ค่อยๆ ผละจากอ้อมกอดเขาแล้วถามอย่างสนอกสนใจ เพราะเมื่อครู่หล่อนไม่รู้เลยว่าสองคนที่หล่อนรู้จักว่าเป็นพี่ชายกับน้องสาวกันนั้นพูดอะไร เพราะทั้งสองพูดเป็นภาษาไทยตลอดการสนทนา แต่กระนั้นสเตฟานี่ก็ยังพอเข้าใจว่า หล่อนเป็นประเด็นหลักให้สองคนนั้นได้มีปากเสียงกันแน่นอน

           “ไม่มีไรมากหรอก” ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดถูกดึงจากกระเป๋าเสื้อสูทเช็ดมุมปากที่มีรอยหยดเลือดเบาๆ ... ก่อนที่เขาจะค่อยๆ กดจุมพิตลงที่เรียวปากนั้นเพื่อคลายความเจ็บช้ำตามแบบของเขา...

สเตฟานี่ก็ไม่ได้เรียกร้องหรือซักถามอะไรอีกเลย

รามิลพอใจสเตฟานี่ตรงนี้ หล่อนไม่ได้จู้จี้ไปกับเขาทุกเรื่อง หากเขาไม่พูดหล่อนก็จะไม่ซักถามอะไรให้รำคาญใจ ไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้ เพราะถ้าเขาตอบคำว่าไม่มีอะไรกับวชิตารีย์ เขาคงไม่เป็นสุขเพราะหล่อนจะตามซักไซ้เขาทั้งวันเพื่อให้ได้คำตอบจนน่ารำคาญ...

รามิลสงสารสเตฟานี่ที่ต้องมารับกรรมจากอารมณ์ร้อนเอาแต่ใจไร้เหตุผลของวชิตารีย์ จึงปลอบด้วยจุมพิตหวานการปลอบประโลมเช่นนี้ ทำให้สเตฟานี่พึงพอใจไม่น้อย นอกจากเขาจะเป็นคู่ค้าของกิจการครอบครัวแล้ว เขายังเป็นคู่ขาที่ทรงเสน่ห์ที่สุด ดวงหน้าหล่อคมประดับด้วยดวงตาคมกริบนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งตั้งเป็นสัน รับกับรูปหน้าเรียวและแนวคางที่มีรอยบุ๋มตรงกลาง...

 ต่อให้รู้ว่าพรุ่งนี้โลกจะแตก แต่หากได้เห็นรอยยิ้มและการปฏิบัติดีๆ จากเขา ไม่ว่าใครหน้าไหนก็พร้อมที่จะอ่อนระทวยซบอกเขาให้จงได้

ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับวชิตารีย์ที่เข้ามายืนค้ำเอวจังก้าอยู่

“ขอโทษที่ขัดจังหวะการเจรจากิจกาม นะคะ ท่านประธานเปรโตรมารีน” หล่อนเรียกยศตำแหน่งเขาเสียครบ โดยหลีกเลี่ยงคำว่าพี่รามิลอันแสนคุ้นเคยไปอย่างจงใจ... เพราะเมื่อครู่เพิ่งประกาศตนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันในเรื่องส่วนตัวอีกต่อไป

รามิลเองก็พอใจที่จะเป็นเช่นนั้น และการที่หล่อนไม่ได้อยู่ในฐานะใกล้ชิด ก็ถือว่าเขามีอำนาจกว่าหล่อน ณ ตอนนี้ รามิลจึงลุกขึ้นเผชิญหน้ากับเจ้าของดวงตากราดเกรี้ยวโดยไม่ยำเกรงสิ่งใด และแสดงตนเหนือกว่าได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะขุมพลังอำนาจมหาศาลแผ่รังสีออกจากกายเขาโดยไม่ต้องสร้างขึ้น เนื่องจากมันเป็นบุคลิกแห่งความเป็นผู้นำที่เขามีมาแต่กำเนิด

สายตาข่มให้ด้อยของเขาทำให้วชิตารีย์เดือดปุดๆ ในใจ เขาจะร้ายเท่าไหร่หล่อนก็ไม่สะทกสะท้าน ในโลกนี้ก็มีแต่หล่อนที่ไม่กลัวสายตาดุดันคมกริบ ไม่กลัวเจ้าของฉายาเหยี่ยวทะเลทราย แม้จะเคยได้ยินกิตติศัพท์เขามาจนชาชินหู แต่เขาไม่เคยร้ายกับหล่อนได้จริงๆ สักครั้ง จึงถือดีกับเขาแบบที่ไม่มีใครกล้า...

 รามิลนึกฉุนท่าทางเชิด ไม่กลัวเกรงสิ่งใดของหล่อนจึงเรียกชื่ออย่างห่างเหิน

“นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งชาติจาร์มา คณะบริหารธุรกิจปีสี่... คุณเป็นนักศึกษาฝึกงานแต่บุกรุกห้องผู้บริหารโดยไร้ซึ่งการเคาะสองครั้ง” รามิลเอ่ยตำหนิออกไป...

วชิตารีย์เชิดหน้า

“วันนี้วันสุดท้ายของการฝึกงานของฉันค่ะท่านประธาน แล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาเลิกงาน ฉันพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาฝึกงานเรียบร้อยแล้วไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ใครโดยที่ไม่จำเป็น เพราะตอนนี้ฉันเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทที่จ้างคุณบริหารอยู่ ฉันแค่ลืมกระเป๋าเลยกลับเข้ามาเอา ไม่นึกว่าจะเจอลูกจ้างพูดข่มให้ได้ยิน เพราะที่จริงคุณต่างหากนะคะที่ควรจะพิจารณาตนเอง คุณเป็นแค่ลูกจ้าง แต่พาผู้หญิงมาบำเรอกามในสถานที่ทำงานแล้วเจ้านายเห็น คุณควรจะต้องเอ่ยคำขอโทษออกมา แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณมันก็แค่เศษฝุ่นสำหรับฉัน จะทำอะไรฉันก็จะไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว ขออย่างเดียว อย่าบริหารบริษัทของฉันเจ๊งก็พอ” หล่อนตอกกลับเขาอย่างแสบร้อน ก่อนจะเดินเข้ามาหยิบกระเป๋าแชแนลสีดำที่เผลอวางทิ้งไว้ระหว่างที่ฟัดสเตฟานี่ จึงเดินย้อนกลับมาเอาแล้วเห็นอะไรที่บาดตา ซ้ำเขายังไม่ง้อหล่อนพูดจาด้วยแบบห่างเหิน หล่อนจึงตอกลับด้วยความห่างเหินและร้ายกาจยิ่งกว่า ราวกับว่าไม่มีหัวใจ...

เพราะสเตฟานี่คนเดียวที่ทำให้เกิดความบาดหมางแผลใหญ่ทั้งที่วันนี้หล่อนตั้งใจจะมาชวนรามิลไปดินเนอร์ฉลองการฝึกงานวันสุดท้าย... ครั้งนี้หล่อนตั้งใจว่าจะไปกินอาหารพื้นเมืองตามใจเขาบ้างเพราะทุกครั้งที่ฉลองเขามักจะจำใจต้องไปทานอาหารอิตาลีที่หล่อนชอบตามความต้องการของหล่อนเสมอ...หล่อนอารมณ์ดีจนคิดว่าจะตามใจเขาทุกอย่างแต่หล่อนกลับต้องมาพบว่าเขากอดจูบอยู่กับคนอื่น จนต้องทะเลาะกันถึงขั้นแตกหัก เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาไม่ยอมหล่อน และประกาศว่าไม่ต้องการหล่อน แต่ต้องการผู้หญิงอื่น... แล้วจะไม่ให้โกรธเขาได้อย่างไร

หญิงสาวไม่คิดจะง้องอนอะไรสักนิด ได้ของที่ต้องการแล้วหล่อนก็เดินจากไป

หากแต่อาการต่อต้านเล็กๆ ที่ได้มาจากหล่อน ทำให้รามิลรู้สึกว่ากำลังจะมีปัญหาเกิดขึ้นตามมา เพราะท่าทางไม่สนใจของวชิตารีย์นั้น รามิลรู้ดีว่าภายใต้ความเงียบสงบหล่อนมีอะไรอยู่ในใจแน่ วชิตารีย์ไม่ใช่คนที่จะขี้วีนโวยวายเพื่อเอาชนะแต่หล่อนมักจะถอยออกไปตั้งหลักเพื่อหาวิธีที่สามารถทำร้ายคู่ต้อสู้ได้อย่างแยบยล และร้ายแรงเกินคาดเดา

ทุกครั้งที่ผ่านมา เขาจะเป็นฝ่ายยอมเสมอ แต่รามิลก็บอกกับตัวเองว่า ครั้งนี้ เขาจะลองต่อต้านดูสักตั้ง...

เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ หากเขาสำเร็จ... หล่อนก็คงจะเริ่มเรียนรู้ว่าชีวิตเขาไม่ใช่ของหล่อน หล่อนจะไม่มีสิทธิ์มาบังคับกะเกณฑ์เขาตามใจชอบได้อีกแล้ว...

วชิตารีย์กลับบ้านที่ตั้งอยู่กลางทะเลทรายทัซซานีมที่มีอาณาเขตคลอบคลุมเมืองหลวงและเมืองข้างเคียงของจาร์มา เมื่อก่อนทะเลทรายแห่งนี้มีกองโจรเบดูอินตั้งอยู่ แต่เมื่อสมัยที่ชีคเบนจามีนเป็นนายกรัฐมนตรีได้มีการปราบปรามหัวหน้ากองโจรผู้มีความคิดต่อต้านรัฐบาลอย่างจริงจังและฟื้นฟูชีวิตการเป็นอยู่ของเผ่าเบดูอินให้เข้ากับคนเมืองจึงทำให้ประชากรที่มีความแตกต่างและเคยขัดแย้งกันมาตลอดอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ทำให้ความมั่นคงภายในประเทศจาร์มีเสถียรภาพ เป็นผลงานดีเด่นที่ทำให้ชีคเบนจามีนครองใจผู้คนในประเทศและดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมายาวนาน

ความจริงแล้ววชิตารีย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของชีคเบนจามีน หล่อนเป็นเพียงลูกของลูกบุญธรรมมารดาของชีคเบนจามีนที่มีเชื้อชาติไทย และเป็นญาติห่างๆ กัน ทำให้หล่อนมีความเป็นไทยในตัวมากกว่าน้องสาวฝาแฝด นามว่า ดาริยา และ อามีนา ลูกสาวแท้ๆ ของชีคเบนจามีน

 แต่การที่หล่อนไม่ได้เป็นลูกสาวแท้ๆ ของชีคเบนจามีนก็ไม่ได้ทำให้ท่านรักหล่อนน้อยลง เพราะตั้งแต่แบเบาะท่านก็เลี้ยงดูหล่อนมาแทนพ่อแม่ที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ จนหล่อนโตมาได้หลายขวบชีคเบนจามีนจึงแต่งงานกับตามตะวัน หล่อนจึงเป็นเหมือนลูกคนแรกของทั้งสอง ความรักและเอาใจใส่จากครอบครัวทำให้หล่อนไม่แตกต่างจากเป็นเจ้าหญิง และไม่มีปมด้อยใดๆ ในชีวิตที่แสนจะเพียบพร้อม และมีแต่คนที่มาคอยรุมล้อมคอยเอาอกเอาใจเสมอมา

แต่รามิลกำลังจะมำให้ปมด้อยนั้นเกิดขึ้น... เขาเป็นคนแรกที่ขัดใจหล่อน ไม่ทำตามในสิ่งที่หล่อนร้องขอ ซ้ำยังกล้าประกาศตัวว่าไม่ต้องการหล่อนอีกต่อไป

วชิตารีย์นั่งนึกภาพเก่าๆ ด้วยน้ำตาที่คลอลูกตา...

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED