1
สืบสกุล
ตระกูลโศภิตอำไพในรุ่นของยายเฉลาลักษณ์ กำลังประสบปัญหาเรื่องทายาทสืบสกุล เพราะลูกสาวคนโตแต่งงานไปอยู่กับสามีและมีลูกชายหนึ่งคน แต่ต้องสืบสกุลทางสามีเนื่องจากทางโน้นมีลูกชายและหลานชายแค่คนเดียว ส่วนลูกสาวคนรองก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ไปพร้อมกับสามีเมื่อสิบปีก่อน ทิ้งดลธีหลานชายตัวน้อย ไว้ให้ยายเฉลาลักษณ์เลี้ยงดู ทว่าความหวังเดียวในการสืบสกุลโศภิตอำไพนั้นช่างริบหรี่ เพราะดลธีดันมีรสนิยมเรื่องความรักในเพศเดียวกัน
“น้ำอัญชันค่ะคุณยาย ภาไปเก็บดอกอัญชันข้างรั้วมาคั้นให้สด ๆ เลยนะคะ บีบมะนาวใส่ด้วยนิดหน่อย รสชาติดีอย่างที่คุณยายเคยสอนเลยค่ะ” นิภาวางแก้วน้ำอัญชันลงบนโต๊ะตรงหน้าของยายเฉลาลักษณ์
นิภาคือเด็กที่มีคนเอามาวางทิ้งไว้ ที่พงหญ้าหลังกำแพงบ้าน ยายเฉลาลักษณ์นึกสงสาร จึงได้เอามาเลี้ยงดูไว้ตั้งแต่แบเบาะ ผ่านมายี่สิบสองปี หญิงสาวเติบโตเป็นสาวสวยสะพรั่ง ทั้งยังเพียบพร้อมทั้งกิริยามารยาท ตามที่ยายเฉลาลักษณ์สอนมาทุกอย่าง
“ขอบใจมากจ้ะภา ว่าแต่เรียนจบมหา’ลัยแล้ว ภาอยากทำงานที่ไหนหรือเปล่าลูก” หญิงชราถาม หลังจากยกแก้วน้ำอัญชันขึ้นจิบแล้ว
“ภายังไม่อยากทำงานที่อื่นค่ะคุณยาย อยากอยู่ดูแลคุณยายมากกว่าค่ะ” นิภายิ้มสดใสไปทั้งดวงตา หญิงสาวเพิ่งจบการศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยในตัวจังหวัดมาหมาด ๆ มีเพื่อนหลายคนชวนไปสมัครงานด้วยกัน แต่หญิงสาวก็ปฏิเสธเพราะยังไม่พร้อม จะทิ้งยายเฉลาลักษณ์ให้อยู่เพียงลำพัง
“เป็นห่วงยายสินะเรา” มีหรือหญิงชราจะไม่รู้จักนิสัยใจคอ ของคนที่ตนเลี้ยงดูมาตั้งแต่อ้อนตั้งแต่ออด
“ก็น่าเป็นห่วงนี่คะ ไหนจะอาหารการกินหยูกยาที่ต้องกินตามเวลาอีก ภาไม่อยากทิ้งคุณยายไปไหนไกลค่ะ เอาไว้คุณยายมีหลานสะใภ้ก่อนนะคะ แล้วภาจะไปหางานทำ” คำพูดแบบเชิงเล่นเชิงจริงของนิภา สะกิดใจยายเฉลาลักษณ์เข้าอย่างจัง หญิงชราถอนหายใจหนัก ๆ ออกมา
“นี่แหละที่ยายเป็นห่วง”
“คุณยายเป็นห่วงอะไรคะ” นิภาเลิกคิ้วถามท่าน
“ก็เป็นห่วงเรื่องทายาทสืบสกุลโศภิตอำไพน่ะสิ ภาก็รู้นี่ลูกว่าพี่ดลเขาไม่เหมือนผู้ชายทั่วไป”
“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่คะคุณยาย สมัยนี่คนแบบพี่ดลเขาก็มีลูกได้นะคะ ที่มหา’ลัยของภาก็มีเหมือนกัน แบบเมาแล้วเผลอทำสาวท้องก็มีค่ะ” นิภาไม่คิดว่าความเห็นของตนในครั้งนี้ จะทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนในภายหลัง
ยายเฉลาลักษณ์ได้โอกาส ขอร้องให้นิภาแต่งงานกับดลธีเพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูลโศภิตอำไพ นิภาถึงกับน้ำท่วมปากพูดไม่ออกในเรื่องนี้ หากไม่มียายเฉลาลักษณ์ หญิงสาวก็คงไม่มีวันนี้เหมือนกัน บุญคุณที่เลี้ยงดูมายี่สิบกว่าปี หากต้องตอบแทนด้วยการมีทายาทสืบสกุล นิภาคงไม่มีทางปฏิเสธได้แน่
“ยายไม่กล้าไปหาคนอื่นหรอกภา กลัวเขาจะรังเกียจตาดลเอา อีกอย่างยายไม่อยากให้คนนอกรู้เรื่องนี้สักเท่าไหร่ ภาช่วยยายสักครั้งนะลูก” คำขอร้องจากคนที่เก็บเธอมาเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ไม่มีสักครั้ง ที่นิภาจะรู้สึกต่ำต้อยไปกว่าคนอื่น หญิงสาวก้มหน้ามองพื้นในใจมันจุกไปหมดในเรื่องนี้
“ยายขอร้องนะภา ยายไม่อยากให้โศภิตอำไพต้องจบที่รุ่นของยาย ภา...” หญิงชราเอื้อมมืออันเหี่ยวแห้ง ไปกุมมือของนิภาเอาไว้ ความอบอุ่นแล่นวาบไปทั้งหลังมือของหญิงสาว นิภาทอดสายตามองท่านอย่างสงสาร แววตาสั่นระริกเหมือนคนกำลังสับสนในตัวเองอยู่
“ค่ะคุณยาย ภายอมแต่งงานกับพี่ดลก็ได้ค่ะ” ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจตอบตกลงออกไป
“จริงเหรอภา ยายดีใจที่สุดเลยลูก ขอบใจภามากนะ มาให้ยายกอดหน่อยลูก” ยายเฉลาลักษณ์ดึงตัวของนิภา เข้ามาสวมกอดอย่างดีใจ
แต่ปัญหาของหญิงชราก็ยังไม่ได้หมดลงไป เมื่อดลธีไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้ แถมยังมีท่าทีต่อต้านอย่างรุนแรง
“ผมไม่แต่งหรอกครับคุณยาย ผมเป็นเกย์จะให้แต่งงานกับยัยภาได้ยังไง เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กแบบนี้ด้วย ตับไตไส้พุงยังไงก็เห็นกันมาหมดแล้วนะคุณยาย” ดลธีหนุ่มสำอางปฏิเสธการแต่งงานอย่างจริงจัง
“ดลทำเพื่อตระกูลของเราไม่ได้เชียวหรือลูก ขนาดภายังยอมเลยนะ”
“ก็ยัยภามันโง่หัวอ่อนยังไงคุณยาย ผมไม่แต่งเด็ดขาดครับ ผมไม่สามารถทำให้ยัยภาท้องได้แน่” คนไม่พอใจในเรื่องนี้ ตวัดสายตาไปมองนิภาในเชิงตำหนิ
“ก็ได้ในเมื่อดลไม่สามารถมีทายาทสืบตระกูลให้ยายได้ สมบัติทั้งหมดของตระกูล ยายก็จะยกให้การกุศล”
“คุณยาย !”
“ยายขอร้องดลดี ๆ แล้วนะ ภาเองก็ยอมเสียสละตัวเองอุ้มลูกของดลแล้ว แล้วดลล่ะเสียสละอะไรเพื่อโศภิตอำไพบ้าง” บทจะจริงจังขึ้นมา ยายเฉลาลักษณ์ก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน นิภาได้แต่มองยายทีหลานที ด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ โศภิตอำไพน่าจะมีหลานชายมากกว่านี้ ไม่ใช่มีแค่สองคน แล้วยังต้องแบ่งไปสืบสกุลคนละฝั่งอีก
“ผมไม่ยอมนะครับคุณยาย จะมายกสมบัติทั้งหมดให้การกุศลได้ยังไง แล้วผมล่ะจะเอาอะไรกิน”
“มันเรื่องของดล ทียายขอร้องดลดลยังไม่สนใจยายเลย ไปภาพายายเข้าห้อง ยายอยากงีบกลางวันแล้ว” หญิงชราทำเป็นไม่สนใจคนเป็นหลานบ้าง
“ค่ะคุณยาย”
“แต่คุณยายครับ”
“หยุดเลยตาดล ! ถ้าไม่แต่งงานเราก็หมดเรื่องคุยกัน”
“โธ่ คุณยาย” ดลธีได้แต่มองตามหลังผู้เป็นยาย ซึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดไป โดยมีนิภาเดินตามหลังไปติด ๆ ตัวเขาเองก็ไม่รู้จะหาทางออกสำหรับเรื่องนี้อย่างไร
ภายในห้องนอนของยายเฉลาลักษณ์ นิภากำลังช่วยหญิงชรา เอนตัวลงนอนกลางวันตามปกติ สีหน้าของหญิงสาวแลดูเคร่งเครียดจนผิดปกติ
“ยายรู้ว่าภาต้องกำลังไม่สบายใจอยู่แน่ ๆ แต่ยายไม่มีใครอื่นแล้วนะลูก”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณยาย ว่าแต่พี่ดลจะยอมเหรอคะ ดูแล้วท่าจะยาก” นิภาบอกแล้วก็ดึงผ้าห่ม ขึ้นคลุมตัวให้คนบนเตียง
“ไม่ยอมก็ให้มันรู้ไป ระหว่างแต่งงานมีลูกกับชวดสมบัติทั้งหมดของตระกูล ต่อให้คนโง่มันยังเลือกถูกเลยนะภา”
“มันก็จริงนะคะ แต่ว่าทำไมคุณยายต้องรีบด้วยล่ะคะ ไม่รอไปอีกสักหน่อย”
“ยายเจ็บออด ๆ แอด ๆ เข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นแบบนี้ จะให้ยายรอไปถึงเมื่อไหร่ล่ะภา” ความจริงเรื่องนี้ก็ทำให้นิภาแย้งไม่ได้ เพราะหญิงสาวคือคนที่คอยขับรถ พาท่านไปส่งโรงพยาบาลในแต่ละครั้ง ต้องยอมรับว่าสุขภาพของยายเฉลาลักษณ์ ไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน นับตั้งแต่เกิดเส้นเลือดอุดตันที่หัวใจ เมื่อสามปีก่อนแล้ว โชคดีที่พาไปหาหมอได้ทันเวลา
“นอนเถอะค่ะคุณยาย เดี๋ยวเย็น ๆ ภาจะทำของโปรดคุณยายไว้รอนะคะ”
“จ้ะ ขอบใจมาก” หญิงชราปิดเปลือกตาลง นิภาก็เปิดประตูออกไปแบบเงียบ ๆ
ดลธียืนรออยู่ตรงหน้าห้องของผู้เป็นยาย ชายหนุ่มบุ้ยปากให้นิภา เดินไปคุยกับตนเองที่ระเบียงบ้าน หญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนเดินตามหลังเขาไป
“ยัยภาทำไมไม่ปฏิเสธคุณยายไป พี่เป็นเกย์ก็รู้ ๆ กันอยู่”
“ภาก็อยากปฏิเสธนะคะพี่ดล แต่ว่าคุณยายอยากมีคนสืบสกุลจริง ๆ ภาสงสารคุณยายค่ะ”
“ยัยโง่ พี่จะไปทำเราท้องได้ยังไง ในเมื่อพี่ถนัดแต่ถูกรุก”
“เรื่องนั้นภาไม่รู้หรอกค่ะ ภาแค่อยากทำให้คุณยายสบายใจก็เท่านั้น”
“อยากทำให้คุณยายสบายใจ หรืออยากได้สมบัติของคุณยายกันแน่”
“ทำไมพี่ดลพูดแบบนี้ล่ะคะ”
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ทั้งสาวทั้งสวยแบบเราแต่ยอมแต่งงานกับพี่ง่าย ๆ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าพี่ชอบผู้ชาย” ดลธีมีอคติกับนิภามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขาไม่ชอบใจที่ยายเฉลาลักษณ์ ยกเด็กที่เก็บมาเลี้ยง ให้เทียบเท่าหลานชายอย่างเขา
“ถ้าพี่ดลไม่อยากแต่งงานกับภาก็ไม่เป็นไรค่ะ”
“จะไม่เป็นไรได้ยังไง ก็ในเมื่อคุณยายจะยกสมบัติให้การกุศลแบบนี้”
“ก็ไม่มีทายาทสืบสกุลนี่คะ ทำไงได้”
“ก็พี่นี่ไงไม่ใช่ทายาทหรือยังไง มีแต่เรานั่นแหละที่เป็นคนนอกเป็นส่วนเกินของโศภิตอำไพ”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดลธีพูดแบบนี้กับนิภา ซึ่งเจ้าตัวก็พยายามทำใจเย็น คิดเสียว่าเขากำลังโมโหเรื่องแต่งงานอยู่
“ภามีงานต้องทำค่ะ เรื่องอื่นพี่ดลก็ไปตกลงกับคุณยายเอาเองก็แล้วกันนะคะ ภามันก็แค่คนนอก”
“ยัยภา ! นี่กล้าย้อนพี่เหรอ ยัยภากลับมานี่ !”
นิภาเดินลงบันไดไปด้านล่าง เพื่อเตรียมกับข้าวมื้อเย็นให้ยายเฉลาลักษณ์ ไม่คิดสนใจคนที่ตะโกนไล่ตามหลังมาแบบเสีย ๆ หาย ๆ สิ่งเดียวที่หญิงสาวคิดในตอนนี้คือ ทำอย่างไรให้คนที่นอนอยู่บนบ้าน มีความสุขในบั้นปลายของชีวิต อนาคตต่อจากนั้นค่อยคิดวางแผนใหม่
ยายเฉลาลักษณ์มีรายได้หลัก จากการให้เช่าอาคารพาณิชย์หลายหลังในอำเภอ และนิภาก็คือคนดูแลรายได้ในส่วนนี้ โดยแบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกฝากธนาคาร ส่วนที่สองเข้าบัญชีให้ดลธี และส่วนสุดท้ายเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน รวมถึงเงินเดือนของนิภาเองด้วย หญิงสาวจึงไม่ได้เดือดร้อนมากนักในช่วงที่ยังไม่ได้มีงานทำเป็นหลักแหล่ง เพราะถือว่าการเก็บค่าเช่าให้ยายเฉลาลักษณ์ ก็เป็นงานอย่างหนึ่งของเธอ
ดลธีพกความหงุดหงิดกลับไปหาคนรักที่คอนโดมิเนียม แฟนหนุ่มของดลธีกำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้าย อารักษ์ย้ายเข้ามาอยู่กับดลธี ที่ห้องคอนโดมิเนียมแห่งนี้ได้สองปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่าเทอม หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวทั้งหมด ดลธีเป็นคนดูแลให้ ดลธีคิดว่าอารักษ์คือรักแท้ของเขา ขณะที่อารักษ์นั้นก็แค่อยากหาคนช่วยเลี้ยงดู ระหว่างเรียนเท่านั้นเอง
“อะไรนะครับพี่ดล ! ถ้าไม่แต่งงานก็จะชวดสมบัติทั้งหมดของคุณยาย” อารักษ์รีบวางกระป๋องเบียร์ลงบนโต๊ะ แล้วหันมาจ้องหน้า คนที่นั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้าม
“ก็ใช่น่ะสิ ยัยภาก็เหลือเกินเออออห่อหมกตามคุณยายไปได้ ไม่มีสมองคิดเลยจริง ๆ ยัยคนนี้”
“เอ่อ แล้วอย่างนี้พี่ดลจะทำยังไงต่อล่ะครับ”
“ใครจะไปบ้าแต่งกับยัยภาได้ลงล่ะรักษ์ พี่มีรักษ์อยู่ทั้งคนแล้วนะ”
“ผมรู้ครับพี่ดล แต่ถ้าพี่ดลไม่แต่งงานกับพี่ภาคุณยายจะยกสมบัติให้การกุศลนะครับ”
“คุณยายคงไม่กล้าหรอกพี่ว่า”
“ก็ไม่แน่นะครับ คุณยายของพี่ดลท่านห่วงเรื่องวงศ์ตระกูลจะตาย เกิดพี่ดลทำให้ท่านผิดหวังมาก ๆ เข้า ท่านอาจทำจริงก็ได้นะพี่ดล” คำพูดของอารักษ์ทำให้ดลธีฉุกคิดขึ้นมาได้
“นั่นสิ ถ้าเป็นแบบนั้นพี่จะทำไงดี นี่พี่กะว่ารอคุณยายตายก่อน พี่ถึงจะขายบ้านเรือนไทยหลังนั้นทิ้ง เคยมีคนมาขอซื้อคุณยายตั้งร้อยล้านคุณยายไม่ยอมขาย ถ้าเป็นพี่นะจะขายแล้วเอาเงินมาซื้อบ้านสมัยใหม่หรู ๆ ในตัวจังหวัดหรือในกรุงเทพฯ ไปเลย คุณยายน่ะหัวโบราณ ชอบอยู่นอกเมืองแบบนั้น”
“คนเฒ่าคนแก่ก็งี้แหละพี่ดล” คำว่าร้อยล้านทำให้อารักษ์กลืนน้ำลายอย่างเสียดาย ก่อนจะเสไปยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบ พลางคิดไปด้วย ว่าจะหาทางออกให้กับดลธีในเรื่องนี้อย่างไร ดวงตาประกายจ้าขึ้นเล็กน้อย ค่อย ๆ วางกระป๋องเบียร์ลงแล้วขยับไปนั่งติดกับดลธี
“พี่ดลครับ”
“ว่าไงจ๊ะ”
“คิดถึงพี่ดลจังครับไม่อยู่ตั้งหลายชั่วโมง” อารักษ์หอมแก้มคนรักเบา ๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มแก้มปริในทันที
“จะอ้อนขออะไรอีกเรา ถึงได้ทำตัวน่ารักแบบนี้”
“โห เห็นรักษ์เป็นคนยังไงกันนี่ รักษ์แค่อยากจะช่วยพี่ดลหาทางออกเรื่องนี้ พอมาคิด ๆ แล้วรักษ์ว่าพี่ดลแต่งงานหลอกคุณยายไปก่อนก็ได้นี่ครับ”
“หืม แต่งงานหลอกคุณยาย ?”
“ก็ใช่ไงครับ พี่ดลไปเสนอคุณยาย ให้ท่านยกสมบัติให้พี่ดลก่อนครึ่งหนึ่ง เพื่อแลกกับการแต่งงานกับพี่ภา เมื่อไหร่พี่ภาท้องก็ค่อยยกที่เหลือให้ตาม”
“นี่ไม่หึงไม่หวงพี่เลยเหรอรักษ์ ถึงได้อยากให้พี่แต่งงานกับยัยภาขนาดนี้” ดลธีทำหน้าสงสัยความเห็นของคนรัก
“ไม่ใช่แบบนั้นครับ รักษ์แค่ไม่อยากให้พี่ดลต้องลำบาก ในอนาคตก็เท่านั้นเอง อย่าลืมนะครับว่าทุกวันนี้ พี่ดลอยู่สุขสบายได้เพราะอะไร ถ้าไม่ใช่สมบัติของคุณยาย”
“มันก็จริงอย่างที่รักษ์พูดนั่นแหละ แล้วพี่จะหลอกคุณยายยังไงดี คุณยายไม่โง่นะรักษ์ ยัยภาก็อีกคนไม่มาร่วมมือกับพี่หรอก ยัยนั่นรักคุณยายเชื่อคุณยายจะตายไป”
“งั้นเราก็หลอกทั้งคู่เลยเป็นไงครับ พอแต่งงานเสร็จแล้วพี่ดลก็ทำเนียน ๆ ไม่อยู่บ้านก็ได้ อย่างน้อยพี่ดลก็ได้สมบัติมาแล้วครึ่งหนึ่งใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมด ดึงยื้อเวลาไว้ก่อน คุณยายแกแก่แล้วคงอยู่ได้อีกไม่นาน”
“แช่งคุณยายพี่เหรอรักษ์”
“คิดไปไหนของพี่นี่ ผมก็พูดไปตามความจริงเท่านั้น พี่ดลก็รู้ว่าพี่ไม่สามารถนอนกับพี่ภาได้แน่ แล้วพี่ภาจะท้องได้ไหมล่ะ ถ้าไม่อยากชวดสมบัติ ก็ต้องยอมแลกเอามาครึ่งหนึ่งก่อน เข้าหอหลอก ๆ ในคืนแต่งงานก็พอ”
คำแนะนำของอารักษ์ ทำให้ดลธีเกิดสนใจขึ้นมา เป็นอย่างที่อารักษ์พูดจริง ๆ เขาไม่มีทางนอนกับนิภาได้แน่ และไม่ช้ายายเฉลาลักษณ์ก็ต้องรู้ความจริงจากปากของนิภาเอง สู้ยอมเอาสมบัติครึ่งหนึ่ง แลกกับการแต่งงานหลอก ๆ ยังดีกว่า
“ว่าไงพี่ดลโอเคไหมกับวิธีของผม กำขี้ดีกว่ากำตดนะพี่”
“มันก็โอเคนะ ว่าแต่คุณยายจะยอมไหมล่ะ”
“ก็ยื่นคำขาดไปเลยสิครับ บอกว่าพี่ดลไม่รับประกันว่าน้ำเชื้อจะแรงพอทำให้พี่ภาท้องไหม เลยต้องขอหลักประกันก่อนเผื่อว่าไม่ท้องจริง ๆ คุณยายจะได้ไม่หาข้ออ้างยกสมบัติทั้งหมดให้การกุศลไงพี่”
“เรื่องแบบนี้หัวแหลมนักนะเรา”
“ผมอยากช่วยพี่ดลนี่ครับ”
“ก็ได้ ๆ พี่จะยอมแต่งงานหลอก ๆ กับยัยภาไปก่อนก็ได้”
“ต้องแบบนี้สิครับ สุดที่รักของรักษ์” อารักษ์พูดแล้วก็ดึงดลธีเข้ามากอดแนบอก ทั้งคู่มองสบสายตากันอย่างหวานเชื่อม จากนั้นก็จูงมือกันเข้าไปในห้องนอน
“คุณยายต้องยกมรดกให้ผมก่อนครึ่งหนึ่ง ผมถึงจะยอมแต่งงานกับยัยภา” ดลธียื่นคำขาดกับผู้เป็นยายในวันรุ่งขึ้น
“ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะดล ยายไม่เข้าใจ”
“ก็ผมไม่รู้ว่าผมจะทำยัยภาท้องได้ไหม เกิดผมแต่งงานไปแล้วยัยภาไม่ท้องสักที คุณยายไม่ยกมรดกให้การกุศลไปหมดเลยเหรอครับ ผมก็แค่อยากได้มรดกเป็นหลักประกัน ว่าคุณยายจะไม่โกรธ จนทำแบบนั้นกับผม”
“นี่ดลเห็นยายเป็นคนไม่รักษาคำพูดเหรอลูก”
“ไม่รู้ล่ะ ถ้าคุณยายไม่ยกให้ก่อนครึ่งหนึ่ง ผมก็ไม่กล้าแต่งงานกับยัยภาหรอก” ดลธีพูดแล้วก็กอดอกหันหน้าไปอีกทาง ราวกับว่าไม่สนใจอะไรอีกแล้ว หากผู้เป็นยายไม่ยอมรับข้อเสนอของตน
ยายเฉลาลักษณ์มองหน้าหลานชาย แบบไม่ค่อยไว้วางใจ แต่ก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อยหนึ่ง ตรงที่ดลธียินยอมแต่งงานกับนิภา แม้ว่าจะมีเงื่อนไขตามมาก็เถอะ ไม่แน่ว่าความสวยความสาวของนิภา อาจทำให้ดลธีเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาได้
“เอาล่ะ ก็ได้ ยายจะยกมรดกให้ดลก่อนครึ่งหนึ่งตามที่ขอ แต่ดลต้องแต่งงานกับภา เดือนหน้านี้เลยนะ” แม้จะรู้ว่าหลานชายเจ้าเล่ห์พอตัว แต่ยายเฉลาลักษณ์ก็พร้อมที่จะเสี่ยงในเรื่องนี้ ด้วยคาดหวังผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่าในภายภาคหน้า
“เดือนหน้า ! เร็วไปไหมครับ”
“ไม่เร็วหรอก ยายจะตายวันจะตายพรุ่งก็ยังไม่รู้เลย แต่งในบ้านเรา เชิญแค่ญาติพี่น้องกันก็พอ” คนรู้ว่าสุขภาพตัวเองไม่สู้ดีเท่าไรนัก รู้สึกว่าเวลาตัวเองเหลือน้อยเต็มทน
“แค่นั้นก็ดีแล้วครับ” เข้าทางดลธีพอดีเพราะเขาไม่ต้องการปั้นรอยยิ้ม ต่อหน้าแขกคนอื่นมากนัก
“ก่อนแต่งไปตรวจสุขภาพกับภาก่อนนะดล จะได้รู้ว่าร่างกายปกติกันทั้งคู่ไหม” ยายเฉลาลักษณ์ให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพของทั้งคู่
“ได้ครับคุณยาย แต่คุณยายอย่าลืมที่ตกลงกันไว้นะครับ” คนเป็นหลานก็กำชับเรื่องสำคัญของตนเอง
“ยายรู้แล้ว เดี๋ยวให้คุณทนายเขาจัดการให้ เดี๋ยวยกเรือนไทยหลังนี้ให้เลยดีไหม” หญิงชราตั้งใจยกเรือนไทยหลังนี้ ให้ดลธีอยู่ก่อนหน้าแล้ว ส่วนทรัพย์สมบัติที่เหลือ ก็ต้องแบ่งสันปันส่วนให้เท่ากัน เพราะยังมีลูกสาวกับครอบครัวของเขาอยู่
“ดีครับคุณยาย” ดลธีดีใจจนออกนอกหน้า ผู้เป็นยายเลยส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจ ก่อนจะโบกมือไล่ให้ออกจากห้องทำงานไป
2
ห้องหอจอมปลอม
เรือนไทยของยายเฉลาลักษณ์ ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่สำหรับจัดงานแต่ง แขกเหรื่อในงานถูกเชิญมาเฉพาะเครือญาติกันเท่านั้น นิภาอยู่ในชุดไทยโบราณผ้าตัดเย็บอย่างดี เป็นสไบสีทองเฉียงข้าง ด้านในเป็นผ้าสไบสีชมพูอ่อน เกล้าผมไว้ด้านหลังประดับด้วยพวงมาลัยดอกมะลิ แลดูงดงามดั่งนางวรรณคดีโบราณ
“ภาสวยมากลูก ยายได้เห็นงานแต่งของภากับดลแค่นี้ ยายก็คงนอนตายตาหลับแล้ว” ยายเฉลาลักษณ์เอ่ยขึ้น หลังจากสวมเครื่องประดับทองคำแท้ทั้งหมด บนตัวของนิภาเรียบร้อยแล้ว
“อย่าพูดแบบนี้สิคะคุณยาย ภาต้องขอบคุณคุณยายที่เก็บภามาเลี้ยงดูเป็นอย่างดี คุณยายคือคนที่สำคัญที่สุด ในชีวิตของภานะคะ” เจ้าสาวคนงามส่งรอยยิ้มแสนหวานให้ผู้เป็นยาย
“เอาล่ะ แขกเหรื่อก็มากันเยอะแล้ว ได้เวลาออกไปรับแขกแล้วล่ะภา วานไปตามเจ้าบ่าวมาหน่อยนะจ๊ะ” ยายเฉลาลักษณ์หันไปบอกช่างแต่งหน้าทำผม ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ค่ะคุณยาย” ช่างแต่งหน้าวัยกลางคน รีบเดินออกไปตามเจ้าบ่าวตามที่หญิงชราบอก
คู่บ่าวสาวในชุดไทยโบราณด้วยกันทั้งคู่ ได้ฤกษ์ออกมาต้อนรับแขกเหรื่อในงาน ทุกคนต่างชื่นชมในความงดงามของเจ้าสาว และความเหมาะสมของทั้งคู่ โดยหารู้ไม่ว่าต่างฝ่ายต่างไม่ได้เต็มใจในการแต่งงานครั้งนี้เลย สักพักหนึ่งพิธีตักบาตรช่วงเช้าก็เริ่มขึ้น ตามด้วยพิธีรดน้ำสังข์คู่บ่าวสาว
“มดไม่คิดเลยนะคะ ว่าเด็กสองคนนี่จะมาแต่งงานกันได้ คุณแม่คิดดีแล้วเหรอคะ มดว่ามันจะไปไม่รอดกันนะคุณแม่” นางเมธาวีบุตรสาวคนโตของยายเฉลาลักษณ์ มองเห็นแต่ปัญหาของการแต่งงานครั้งนี้
“ก็เพราะแกนั่นแหละยัยมด ไม่ยอมให้ตาภูมิใช้นามสกุลแม่ แม่เลยลำบากหาคนสืบสกุลอยู่นี่” หญิงชราไม่ปริปาก เรื่องที่ต้องยกมรดกครึ่งหนึ่ง ให้ดลธีเป็นข้อแลกเปลี่ยน เพราะเดี๋ยวเรื่องมันจะบานปลายไปมากกว่านี้
“ก็มดแต่งงานกับคุณนุแล้วนี่คะคุณแม่ ทางคุณนุก็ไม่มีคนสืบสกุลเหมือนกัน ตาภูมินี่คือความหวังเดียวของทางนี้เหมือนกันนะคะ”
“ใจเย็น ๆ ครับคุณยายคุณแม่ นี่มันงานมงคลนะครับจะมาทะเลาะกันทำไม” ธาวิศมองมารดาสลับกับผู้เป็นยายแล้วยิ้มนิด ๆ ให้ทั้งคู่ ก่อนจะหันไปมองบิดาด้านข้างแล้วนิ่วหน้าใส่ท่าน
“ต้องโทษคุณพ่อนะครับนี่”
“อ้าว ตาภูมิจู่ ๆ จะมาโทษพ่อเรื่องอะไรกัน” คนเป็นพ่อก็แทบจะสำลักเครื่องดื่มที่ถืออยู่
“ก็คุณพ่อไม่ขยันทำลูกนี่ครับ พวกเราเลยต้องมาเดือดร้อนแบ่งคนสืบสกุลกันแบบนี้ไง”
“ไอ้ลูกเลว” นายอนุสรณ์ชี้นิ้วใส่หน้าลูกชายแบบทีเล่นทีจริง ทำให้ทุกคนพลอยขำสองพ่อลูกตามไปด้วย
“แต่เราก็รู้ ๆ กันอยู่นะคะเรื่องที่ตาดลเป็นเอ่อ อย่างว่า” นางเมธาวียังไม่เลิกคิดเรื่องนี้
“คุณแม่ครับยังไงก็ผู้ชายนะครับ ยิ่งน้องภาสวย ๆ แบบนั้นด้วย ผมว่าไม่รอดแน่ ๆ ครับ ไอ้ดลเสร็จน้องภาแน่นอน” ธาวิศพูดติดตลก เพราะเห็นทั้งคู่มาตั้งแต่เล็ก คิดไม่ถึงว่ายายเฉลาลักษณ์ จะกล้าจับทั้งคู่แต่งงานกันได้ ที่น่าทึ่งไปกว่านั้น ดลธีทำไมถึงยอมทั้งที่ไม่เคยชายตามองผู้หญิงมาก่อน
“จริงอย่างที่ตาภูมิพูดนั่นแหละยัยมด ความสาวความสวยของยัยภา ต้องเตะตาดลบ้างล่ะ แม่ว่าความหวังเรื่องเหลนของแม่คงอยู่ไม่ไกล”
ทั้งหมดต่างหันไปมองคู่บ่าวสาว ที่กำลังนั่งให้แขกเหรื่อรดน้ำสังข์อวยพรกันอยู่ ธาวิศให้ความสนใจเจ้าสาวเป็นพิเศษ ไม่คิดว่ายัยเด็กผอมแห้งในอดีต จะโตขึ้นมาสวยได้ขนาดนี้ แต่ความสวยของผู้หญิงคนไหน ก็ไม่สามารถทำให้เขาไขว้เขวได้ เพราะในใจของเขามีลลิสาอยู่แล้วทั้งคน จึงไม่เหลือสายตาไว้มองใครอีก
“ตาภูมิจะอยู่นี่นานไหมลูก หรือว่ามาเฉพาะงานแต่งวันนี้เท่านั้น” ยายเฉลาลักษณ์หันมาถามธาวิศบ้าง
“ไม่นานครับคุณยาย ผมกลับมาสี่ห้าวันเองครับ มีงานค้างอยู่ที่กรุงเทพฯ ต้องรีบกลับไปทำ”
“งานค้างหรือคิดถึงหนูลิลกันแน่ตาภูมิ” คนเป็นแม่เย้าขึ้นกลางวง
“คุณแม่ก็รู้ทันผมอีกแล้ว” ชายหนุ่มหันไปยิ้มเขิน ๆ กับมารดา ซึ่งท่านก็เอาแต่ส่ายหน้าใส่ แล้วหันไปตักขนมใส่จานให้บิดา
“เมื่อไหร่ยายจะได้เห็นงานแต่งของภูมิบ้าง ไม่รู้ยายจะอยู่ทันได้เห็นหน้าเหลนกับเขาไหม”
“พูดอะไรแบบนั้นครับคุณยาย คุณยายของผมต้องอยู่ไปนาน ๆ ร้อยสองร้อยปีเลยครับ”
“พูดไปนะเราใครจะอยู่ยืนยาวได้ขนาดนั้น”
ธาวิศจับความรู้สึกบางอย่าง ในน้ำเสียงของผู้เป็นยายได้ จึงรีบเอาอกเอาใจท่าน เพื่อให้ท่านสบายใจขึ้นมา ทั้งตักอาหารให้ทั้งชวนคุยสัพเพเหระไปเรื่อย กระทั่งงานแต่งงานได้ถึงเวลา ส่งตัวคู่บ่าวสาวเข้าหอ
คำอวยพรยาวเหยียดของยายเฉลาลักษณ์ และผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหมด ไม่ได้ทำให้การเข้าหอของทั้งคู่ เป็นไปอย่างที่ใครต่อใครคาดหวัง เพราะเจ้าบ่าวรีบอาบน้ำเปลี่ยนใส่ชุดลำลองในทันที
“พี่ดลจะทำอะไรคะ” นิภาถามด้วยความแปลกใจเมื่อเจ้าบ่าวของเธอกำลังจะหยิบกุญแจรถ
“พี่ก็จะกลับไปคอนโดพี่ไง”
“ได้ไงพี่ดล นี่วันแต่งงานของเรานะ”
“อะไรกันยัยภา นี่คิดจริงหรือว่าพี่จะเอาเราทำเมียจริง ๆ ก็แค่แต่งหลอก ๆ ให้คุณยายสบายใจแค่นั้นแหละ”
“แต่งหลอก ๆ” นิภาย้อนคำพูดของเขา ก่อนจะหายใจโล่งคอขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ต้องเอะใจขึ้นมาอีกเมื่อนึกได้
“พี่ดลนี่หลอกเอามรดกคุณยายครึ่งหนึ่งใช่ไหมคะ ทำไมพี่ดลทำแบบนี้ล่ะ” นิภาเพิ่งนึกออกว่า ทำไมคนอย่างดลธีถึงยอมแต่งงานกับเธอง่ายดายแบบนี้
“ช่วยไม่ได้นี่คุณยายบีบบังคับพี่เอง”
“แต่พี่ดลก็ไม่ควรไปหลอกท่านแบบนั้นนะคะ ขืนคุณยายรู้ความจริงเข้าท่านคงเสียใจแย่ พี่ดลนะพี่ดล ทำไมถึงได้เป็นคนแบบนี้ก็ไม่รู้”
“พอได้แล้วยัยภา เราไม่ใช่เมียพี่จริง ๆ สักหน่อย อย่าริอ่านมาเทศนาพี่เด็ดขาด คนอย่างคุณยายน่ะไม่เสียใจหรอก อย่างมากก็แค่เสียดาย ที่พลาดโอกาสได้เหลน อีกอย่างพี่ก็ไม่มีทางทำใครท้องได้หรอก พี่ไปล่ะ”
“เดี๋ยว ๆ” หญิงสาววิ่งไปดักหน้าเขาไว้ด้วยความตกใจ ที่เห็นเจ้าบ่าว กำลังจะเดินออกจากห้องหอในคืนแรก
“อะไรอีก” ดลธีพูดติดรำคาญ
“พี่ดลพูดเอง ว่าเพื่อความสบายใจของคุณยาย แต่ถ้าพี่ดลไปตอนนี้ คุณยายคงไม่สบายใจแน่ ๆ ค่ะ นอนนี่แหละนะพี่ดล เอาไว้วันหลังค่อยกลับไปนอนคอนโด ขืนพี่ดลไปตอนนี้ คุณยายได้สงสัยเอาแน่”
“ให้พี่นอนกับเรานี่นะ ไม่เอาหรอก เกิดเราหน้ามืดปล้ำพี่ขึ้นมาทำไง” ดลธีทำท่าหวงเนื้อหวงตัวขึ้นมา นิภาเห็นแล้วก็ส่ายหน้าไปมาอย่างเหลืออด
“สบายใจได้ ภาไม่ปล้ำพี่ดลหรอก ทำไม่เป็นค่ะ”
“เออ ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่รับปากคุณยาย ว่าจะมีเหลนให้แล้วลุกขึ้นมาปล้ำพี่ตอนดึกล่ะ”
“ภาไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะ นะพี่ดลนะนอนนี่แหละ เอางี้นะ พี่ดลนอนเตียง เดี๋ยวภานอนพื้นเองดีไหม” นิภาเขย่าแขนของดลธีพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ทำให้ชายหนุ่มนึกรำคาญใจ จนต้องปัดมือหญิงสาวออก
“ก็ได้ ๆ อย่าลืมว่าเรานอนพื้นนะยัยภา ส่วนพี่นอนเตียง” ดลธีปีนขึ้นเตียงนอน แล้ววิดีโอคอลหาคนรักในทันที เสียงพูดคุยกันหวานหยดย้อย หากทั้งคู่มุดหน้า เข้าไปจูบกันในโทรศัพท์มือถือได้ คงทำไปแล้ว
เจ้าสาวอย่างนิภานึกกลุ้มใจขึ้นมา งานแต่งคราวนี้คงไม่มีทาง ทำให้ยายเฉลาลักษณ์สมหวังได้แน่ คืนแรกของการเข้าหอจึงจบลงที่เจ้าบ่าวนอนบนเตียง ส่วนเจ้าสาวก็นอนตรงพื้น โดยที่ยายเฉลาลักษณ์ ไม่ได้ระแคะระคายในเรื่องนี้เลย นิภาเองก็ไม่คิดจะบอกความจริงให้ท่านต้องเสียใจ
วันรุ่งขึ้นหญิงสาวเลือกที่จะทำตัวให้เป็นปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอมาวันที่สอง ดลธีกลับไปอยู่คอนโดมิเนียมของตนเองตามปกติ ปล่อยให้นิภาอยู่บ้านเรือนไทยกับยายเฉลาลักษณ์เหมือนเดิม หญิงชราเลยเกิดสงสัยขึ้นมา
“มันอะไรกันยัยภา ทำไมตาดลไม่กลับมาสักที นี่มันก็มืดค่ำแล้วนะ” คนที่ร้อนใจที่สุดกลับเป็นยายเฉลาลักษณ์นั่นเอง
“พี่ดลบอกว่าจะนอนที่คอนโดค่ะคุณยาย”
“นอนที่คอนโด ! ทำแบบนี้ได้ยังไงเพิ่งแต่งงานได้วันเดียวกลับไปนอนคอนโดแล้ว หรือว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น ภาทำอะไรให้พี่เขาไม่พอใจหรือเปล่า” เจอคำถามแบบนี้นิภาก็อยากร้องไห้ขึ้นมาเหมือนกัน ความพอใจมันไม่ใช่ปัญหาในเรื่องนี้
“ภา ! มันเกิดอะไรขึ้น บอกยายมาเดี๋ยวนี้” เสียงดุ ๆ กับแววตาเกรี้ยวกราดของยายเฉลาลักษณ์ ทำให้นิภาถึงกับพูดไม่ออกด้วยความสงสารท่าน
“ยัยภา !”
“คุณยายไปถามพี่ดลเองเถอะนะคะ ภาไม่อยากพูดเรื่องนี้ ภาขอโทษค่ะคุณยาย” นิภายกมือขึ้นไหว้ท่าน แล้วเดินกลับไปห้องนอนของตนเอง ไม่นอนแล้วห้องหอจอมปลอมห้องนั้น
ยายเฉลาลักษณ์รีบกดหมายเลขโทรศัพท์ หาหลานชายในทันที แต่เสียงที่ตอบกลับมานั้นไม่ใช่เสียงของดลธี
“สวัสดีครับ”
“นั่นใครขอสายดลหน่อย”
“พี่ดลอาบน้ำอยู่ครับ ให้บอกว่าใครโทรมาครับ”
“บอกว่ายายเฉลาลักษณ์โทรหา” มีผู้ชายอื่นอยู่ในห้องของดลธี ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับยายเฉลาลักษณ์เลย
“เอ่อ สวัสดีครับคุณยาย รอสักครู่นะครับ” อารักษ์รู้จักยายเฉลาลักษณ์ จากคำบอกเล่าของดลธีเป็นอย่างดี รีบเดินไปเคาะประตูเรียกดลธีหน้าห้องน้ำ
“คุณยายพี่ดลโทรมาครับ”
“คุณยายเหรอ” ดลธีรีบคว้าผ้าขนหนูมาพันสะโพก แล้วเปิดประตูออกมารับโทรศัพท์มือถือจากอารักษ์
“ใช่ยายเอง นี่มันหมายความว่ายังไงดล นี่ดลกล้าหลอกยายเหรอลูก” น้ำเสียงของหญิงชรา ดูหดหู่และเศร้าใจเป็นอย่างมาก
“ก็คุณยายอยากบีบบังคับผมเองนี่ครับ ผมก็บอกแล้วว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิง คุณยายก็ยังจะบีบผมเรื่องมรดกอีก”
“ก็เลยมาหลอกยายอย่างนั้นเหรอลูก” ความผิดหวังมีอยู่เต็มอกของยายเฉลาลักษณ์ ไม่คิดว่าหลานชายที่เลี้ยงดูมา จะกล้าหักหาญน้ำใจของตนเองได้ถึงเพียงนี้
“ผมขอโทษครับคุณยาย แต่ผมคงไม่สามารถมีเหลนให้คุณยายได้จริง ๆ ผมขอโทษครับ”
“แล้วถ้ายายไม่ให้เงินเดือนดลอีกแล้วล่ะ ดลจะว่ายังไง”
“ผมก็จะขายเรือนไทยทิ้งน่ะสิครับ อย่าลืมนะครับคุณยายว่าผมเป็นเจ้าของเรือนไทยแล้ว แค่นี้นะครับคุณยาย” ดลธีพูดจบก็กดวางสาย พร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือให้คนรัก
ยายเฉลาลักษณ์ถึงกับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง นี่หลานชายหัวแก้วหัวแหวนของตน กำลังจะยื่นคำขาดด้วยการเอาบ้านหลังนี้ มาเป็นหลักประกันอย่างนั้นเหรอ รีบเรียกนิภาเข้ามาสอบถามความจริงในทันที
“พี่ดลเขาตั้งใจหลอกยายใช่ไหมภา”
“ภาต้องกราบขอโทษคุณยายด้วยนะคะ ภาเองก็ไม่รู้มาก่อนเหมือนกันค่ะ ว่าพี่ดลเขาตั้งใจหลอกคุณยาย ถ้าภารู้ภาคงไม่แต่งงานกับพี่ดลหรอกค่ะ” นิภาก้มลงกราบตรงตักท่านด้วยความสงสาร ไม่คิดเสียดายความสาวของตนเองเลย หากสามารถทำให้ยายเฉลาลักษณ์สมหวังได้ แต่นี่ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่ท่านคิดหวังเอาไว้เลย
“ไม่ใช่ความผิดของภาเลยลูก ยายโง่เองแหละที่ยอมยกเรือนไทยหลังนี้ให้ดลไป ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าดลจะสามารถมีทายาทสืบสกุลให้ยายได้ไหม สุดท้ายตาดลก็เอาเรือนไทยหลังนี้มาขู่ยายอีก”
“คุณยายคะ ยังไงเรือนไทยหลังนี้ ก็ต้องเป็นสมบัติของพี่ดลอยู่แล้ว คุณยายคิดไว้แบบนี้ตั้งแต่แรกไม่ใช่เหรอคะ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ก็ต้องเป็นของพี่ดลเขา คุณยายอย่าคิดมากเลยนะคะ”
“เฮ้อ ยายเลยต้องทำให้ภา ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ด้วย ยายมันไม่เอาไหนเลยจริง ๆ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณยาย อีกหน่อยพี่ดลคงเอาใบหย่ามาให้ภาเซ็นอยู่แล้วค่ะ”
“ใบหย่าเหรอ ?” หญิงสาวชรามองหน้านิภาแล้วมองเลยไปยังท้องฟ้าตรงหน้า ทั้งที่นิภายอมเสียสละตนเองถึงเพียงนี้ ทำไมดลธีถึงไม่ยอมเสียสละตนเองบ้าง
“คุณยายไม่ได้มีหลานแค่พี่ดลคนเดียวนะคะ ยังมีพี่ภูมิอีกคนไงคะ อีกหน่อยถ้าพี่ภูมิแต่งงาน มีลูกชายสักสองสามคน คุณยายก็ไปขอแบ่งมา ให้สืบสกุลโศภิตอำไพสักคนก็ได้นี่คะ แข็งแรง ๆ แบบพี่ภูมิคงมีลูกได้ไม่ยากหรอกค่ะ"
'ตาภูมิ…’
เป็นอีกครั้งที่นิภาอยากตบปากตัวเอง กับความเห็นครั้งนี้ เพราะมันนำมาซึ่งความเจ็บปวดในชีวิตของเธอ ยายเฉลาลักษณ์จับมือเธอไว้ตลอดเวลา ระหว่างที่พูดเรื่องนี้ออกมา
“คุณยายพูดจริงหรือคะ” นิภาถามย้ำอีกรอบ เรื่องที่เธอได้ยินนั้น มันช่างเหลือเชื่อเกินไป
“ยายรู้ว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ยายไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนะภา มีแค่ทางนี้ทางเดียว”
“แต่คุณยายคะ แบบนี้มัน มัน ภาว่ามัน...” นิภากัดปากตัวเองจนเจ็บ น้ำท่วมปากกับสายตาที่มองมา อย่างขอร้องจากคนตรงหน้า หากตอบแทนด้วยวิธีอื่นได้เธอคงจะไม่ลังเลแบบนี้
“ถ้าภาไม่ยอมยายก็คงไม่สามารถบังคับภาได้ ตายไปยายคงไม่กล้าสู้หน้าบรรพบุรุษของตัวเอง ภาไปนอนเถอะลูกยายไม่กวนภาแล้วล่ะ” ท่าทางตัดพ้อแบบนี้ นิภาเห็นแล้วก็ปวดใจไม่น้อยไปกว่ากัน หญิงสาวขยับเข้าไปหายายเฉลาลักษณ์ใกล้ ๆ มองเห็นความเจ็บปวด ในแววตาของท่านอย่างชัดเจน เป็นอีกครั้งที่เธอไม่สามารถข่มใจให้แข็งต่อไปได้อีก
“ก็แค่ท้องแล้วคลอด มันคงไม่เป็นไรมั้งคะ”
“ภาว่าไงนะลูก” แววตาของหญิงชราฉายประกายแห่งความหวังขึ้นมาใหม่ ขณะที่นิภากำลังรวบรวม ความกล้าทั้งหมดที่มีอยู่ ค่อย ๆ พูดออกมาอย่างช้า ๆ และชัดเจนทุกถ้อยคำ
“แค่ท้องแล้วคลอด ภาทำได้ค่ะคุณยาย”