ตอน 2

เพี๊ยะ!

ทันทีที่ได้ยินถ้อยคำดูถูกออกมาจากปากสิงหราช ฝ่ามือเรียวเล็กก็ฟาดเข้าไปที่ใบหน้าหล่อของเขาเต็มแรงด้วยอารมณ์โกรธจัด

"........." ใบหน้าของสิงหราชหันไปตามแรงตบปลายนิ้วใหญ่ยกไปเช็ดเลือดสีแดงสดที่ซึมออกมาตรงมุมปาก กรามแกร่งกัดเข้าหากันแน่นจนเห็นสันกรามเด่นชัด

สะบัดหน้าหันกลับมามองลินินด้วยแววตาโกรธจัด ตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้อายุ35ไม่มีใครกล้าตบเขาเลยสักครั้ง

อย่างว่าแต่ตบเลยแค่ทำให้เขาโกรธจัดขนาดนี้ยังนับครั้งได้ "เธอกล้ามากนะที่ตบฉัน"

"มากกว่านี้นินก็กล้า" ลินินรวบรวมความกล้าตอบกลับทั้งควัน มือเท้าจิกเกร็ง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเพราะก็แอบกลัวสิงหราชไม่น้อย

".........." สิงหราชไม่ได้พูดอะไร ดวงตาคมกริบยังคงเต็มไปด้วยความโกรธจัด

"ขอล่ะค่ะคุณใหญ่ คุณใหญ่จะด่าจะนินยังไงก็ได้ แต่คุณใหญ่ไม่ควรว่าแม่ของนิน...อ๊ะ" ลินินยังไม่ทันพูดจนจบก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ

เมื่อฝ่ามือใหญ่บีบมาที่ปากของเธออย่างแรง จนใบหน้าจิ้มลิ้มบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บ "ปล่อยนินนะ...มันเจ็บ!"

"วันนี้ฉันตั้งใจจะมาคุยกับเธอดีๆ แต่เหมือนเธอจะไม่ชอบให้ฉันใจดีด้วย" พูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดพร้อมกับเพิ่มแรงบีบลงไปที่ปลายนิ้วของตัวเอง จนผิวหน้าขาวใสแดงตามรอยนิ้ว

มือเล็กทั้งสองข้างพยายามแกะมือของสิงหราชออก

ทว่าแรงอันน้อยนิดของเธอหรือจะสู้แรงมหาศาลของเขาได้

"คุณใหญ่นินเจ็บ!"

"แค่นี้มันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ กล้าดียังไง...ห๊ะ!"

"นินก็ไม่ได้อยากทำ ถ้าคุณใหญ่ไม่ดูถูกแม่นินก่อน"

".........."

"ลองคิดดูสิคะ แม่ใครๆก็รัก คุณใหญ่ไม่ควรดูถูกแม่นิน และอีกอย่างที่สำคัญที่สุด คุณไม่ควรดูถูกคนที่มีพระคุณกับคะ...อืม" ลินินยังพูดไม่ทันจบประโยคก็โดนริมฝีปากหยักได้รูปจู่โจมที่ริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างแรง จนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บ

มือเล็กๆทั้งสองข้างเปลี่ยนมาระดมฟาดไปที่แผงอกแกร่ง ก่อนที่จะโดนผลักให้ล้มลงไปกับที่นอนโดยที่สิงหราชก็ตามขึ้นไปคร่อม

รวบมือเล็กทั้งสองข้างด้วยมือเพียงข้างเดียว ดันขึ้นไปเหนือหัวพร้อมกับกดลงไปกับที่นอน

"เจ็บ! อย่าทำนินเลย นินกลัวแล้ว" ลินินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทันทีที่ริมฝีปากอวบอิ่มเป็นอิสระมองสีหราชด้วยแววตาสั่นระริกด้วยความกลัว

จูบแรกของเธอถูกขโมยจูบโดยคนใจร้ายแถมยังป่าเถื่อนเป็นที่สุด

"ทำไมไม่อวดเก่งแบบเมื่อกี้อีกล่ะ" สิงหราชพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่เย้ยหยัน

"นินขอโทษนะคะคุณใหญ่ เมื่อกี้นินไม่ได้ตั้งใจ"

"ฉันไม่ใช่คนใจดีซะด้วยสิ" พูดจบก็แสยะยิ้มร้ายกาจออกมา "คงจะใจกว้างยกโทษให้เธอไม่ได้"

"แต่นิน...กรี๊ด!!!" ลินินกรีดร้องออกมาเสียงหลงด้วยความเจ็บและตกใจ

เมื่อสิงหราชกระชากชุดนอนของเธอจนมันขาดติดมือ ก่อนจะไปกระชากแพทตี้ตัวบางที่ห่อหุ้มของสงวน ทำให้ร่างอมชมพูนั้นเปื่อยเปล่าอยู่ต่อหน้า

ไม่นานก็ตามมาด้วยริมฝีปากหยักที่ตรงเข้าจู่โจมประกบจูบอย่างรุนแรงและหนักหน่วงทำเอาลินินนั้นดิ้นพล่าน ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นแหยเกไปด้วยความเจ็บน้ำตาสีใสไหลออกมาจากทางหางตา

"........" สิงหราชบดจูบไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มด้วยความรุนแรงและป่าเถื่อน สร้างความเจ็บปวดให้กับลินินพักใหญ่ ก่อนที่จะถอนริมฝีปากออก

เขาแสยะยิ้มร้ายกาจออกมาในทันทีเมื่อเห็นน้ำตาสีใสไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตากลมโต และเห็นอาการเหนื่อยหอบไร้เรียวแรงที่จะต่อสู้

ทว่าถึงจะเห็นแบบนั้นสิงหราชกลับไม่ได้สงสาร เขาก้มลงไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นหอมๆจากกายสาวอย่างหื่นกระหาย

มือใหญ่ข้างที่ยังว่างเลื่อนมาบีบเค้นหน้าอกอวบอิ่มที่ใหญ่เกินขนาดของตัวอย่างแรง ราวกับว่าต้องการให้มันแหลกคามือ

"นมใหญ่ดีนะ" พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าใบหน้าหล่อคมคายยังคงซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอขาวของลินิน ริมฝีปากหยักขบเม้มเบาๆทำเอาร่างเล็กสะดุ้งด้วยความกลัว

"อย่าทำอะไรนินเลย...ฮึก ปล่อยนินเถอะนะคุณใหญ่ ฮึก...นินเจ็บ โอ๊ยยยย อย่ากัด" ถึงจะเอ่ยประโยคขอร้องแต่ก็ไร้ซึ่งความเห็นใจ

ลินินร้องออกมาเสียงหลง เมื่อสิงหราชเลื่อนใบหน้าต่ำมาที่เนินอกของเธอ พร้อมขบกัดอย่างแรงสร้างความเจ็บปวดให้เธอไม่น้อย

ก่อนที่จะดิ้นพล่านอีกครั้ง เมื่อเขาเลื่อนริมฝีปากหยักมาที่ยอดปทุมถันที่แข็งเป็นไต

สิงหราชดูดดึงขบเม้มพรัอมกับกัดสลับกันไปมาอย่างแรงทั้งสองข้าง จนยอดปทุมถันทั้งสองข้างนั้นบวมเปล่งแดงช้ำจนหน้าสงสาร

"พอได้แล้วคุณใหญ่...นินเจ็บ ฮือๆ ไม่ไหวแล้ว" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น มองคนตรงหน้าด้วยสายตาขอร้อง

ทว่าน้ำเสียงและแววตานั้นก็ไม่ได้ทำให้สิงหราชสงสารเลยแม้แต่น้อย แต่กลับกันเขาแสยะยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยันไร้ซึ่งความเห็นใจใดๆ

ก่อนที่จะยกมือใหญ่มาลูบไล้ที่หน้าท้องแบนราบเลื่อนต่ำไปเรื่อยๆจนถึงสามเหลี่ยมอวบอูน ที่มีเส้นขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุมบางๆ ในขณะที่ลินินพยายามพลิกตัวหนีแต่ก็โดนกดเอาไว้

เมื่ออับจนหนทางจะหนีก็ทำได้เพียงแค่ร้องไห้จนร่างนั้นสั่นสะท้านออกมาอย่างน่าสงสาร

และยิ่งร้องไห้หนักขึ้นเมื่อปลายนิ้วใหญ่ของสิงหราชกำลังจะกรีดไปตามรอยแยก

ทว่าสิงหราชก็ต้องหยุดกระกระทำอันป่าเถื่อน เมื่อเสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงดังขึ้น

ครืด~ ครืด~ ครืด

"แม่ง! ขัดจังหวะชิบ..."

เขาพ่นลมหายใจออกมาหนักๆอย่างหงุดหงิด ดันปลายลิ้นไปกับกระพุ้งแก้ม

เลื่อนสายตาไปมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่เอาแต่ร้องไห้ ส่งสายตาขอร้องอ้อนวอนรอให้เขาปล่อย

"มีคนโทรมา คุณใหญ่ควรรับโทรศัพท์นะคะ บางทีเขาอาจจะมีเรื่องด่วน" ลินินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อเห็นสิงหราชยังนิ่ง

"หึ...วันนี้อาจจะเป็นโชคดีของเธอ" สิงหราชพูดด้วยน้ำเสียงดุ สุดท้ายแล้วเขาก็ปล่อยฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างออกจากเรือนร่างของลินิน

แต่ก่อนจะผละตัวลุกออกจากตัวของลินิน เขาก็โน้มตัวก้มลงไปประกบจูบที่ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างมูมมามอีกครั้ง ก่อนที่จะผละตัวออกไป

และเป็นจังหวะเดียวกับลินินที่รีบยันตัวลุกขึ้นนั่งเขยิบตัวหนีไปอีกมุมหนึ่งของเตียง แผ่นหลังเล็กเปลือยเปล่าพิงไปกับหัวเตียง ก่อนที่จะรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าอมชมพู

มีบางครั้งก็ยกมือเรียวเล็กขึ้นมาเช็ดน้ำลายของสิงหราชออกจากริมฝีปากของตัวเองอย่างรังเกียจ

ดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตามองไปที่สิงหราชด้วยความหวาดกลัว

"มีอะไร?" สิงหราชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบในทันทีที่กดรับสายของน้องชายคนกลางอย่างเหมราช ในขณะที่ดวงตาคมกริบยังจับจ้องอยู่ที่ร่างเล็กลินิน

"ออกมาจากห้องเธอซะพี่ใหญ่ พ่อกับน้าโฉมใกล้จะถึงบ้านแล้ว พี่ไม่ควรทะ...." เหมราชยังไม่ทันได้พูดจนจบประโยคสิงหราชที่รู้ว่าน้องชายคนกลางจะพูดอะไรก็รีบตัดบทเสียก่อน

"รำคาญน่ะ แค่นี้...เดี๋ยวออกไป" สิงหราชพูดเพียงแค่นั้นก็กดตัดสายยัดโทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋ากางเกง "หวังว่าพรุ่งนี้เช้าฉันจะไม่เห็นหน้าเธอรวมถึงแม่ของเธออยู่ในบ้านฉัน"

"นินบอกไปแล้วไงคะ ถ้าคุณลุงไม่เอ่ยปากไล่นินกับแม่เอง นินกับแม่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น"

"เหอะ! หน้าด้านทั้งแม่ทั้งลูก" สิงหราชสบถด่าออกมาด้วยท่าทีเย้ยหยัน ก่อนที่จะหมุนตัวเตรียมจะเปิดประตูออกจากห้องนอน

ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินน้ำเสียงสะอึกสะอื้นดังขึ้น

"คุณใหญ่คะ คุณใหญ่อย่าทำอะไรแม่นินเลยนะคะ ถ้าคุณใหญ่ทำอะไรแม่ของนิน สักวันคุณใหญ่อาจจะต้องเสียใจ"

"ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันจะต้องเสียใจ"

...............................

เปิดตัวน้องลินินคนอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ

คอมเมนท์ด้วยน๊า...

ตอน 3

แกร๊ก!

เสียงของประตูห้องนอนที่ถูกปิดสนิทลงทันทีที่สิงหราชเปิดประตูออกไป

".........." ลินินที่เห็นแบบนั้นก็รีบเหวี่ยงขาทั้งสองข้างลงจากเตียงนอนอย่างรวดเร็ว เธอเดินไปคว้าชุดนอนที่ตกอยู่ที่พื้นมาสวมใส่ ก่อนที่จะเดินตรงไปที่ประตูห้องจัดการล็อคประตูห้องอย่างรวดเร็ว

เพราะกลัวว่าสิงหราชคนใจร้ายจะกลับมาเข้ามาในห้องของเธออีก หลังจากที่จัดการล็อคประตูห้องเรียบร้อยแล้วก็เดินกลับมาที่เตียงนอนของตัวเอง

ร่างเล็กทิ้งตัวลงไปกับที่นอนอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนที่จะพลิกตัวนอนตะแคงกอดตัวเองเอาไว้

น้ำตาสีใสที่เหือดแห้งไปก่อนหน้านี้กลับไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่สิงหราชคนใจร้ายพึ่งทำไว้กับเธอ

"ทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้" ลินินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้น

ดวงตากลมโตที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาค่อยๆปิดสนิทลง พลางนึกถึงเรื่องราวเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน เรื่องราวที่ทำให้เธอกับแม่ของเธอต้องย้ายเข้ามาในคฤหาสน์แห่งนี้

จุดเริ่มต้นมันเกิดในวันนั้น วันที่เด็กจบใหม่อย่างเธอออกไปสมัครงาน แล้วกลับมาบ้านก็พบว่าผู้เป็นแม่หมดสติอยู่ที่พื้น ในมือกำรูปชายหนุ่มรุ่นลูกคนหนึ่งซึ่งเธอก็รู้ดีว่าผู้เป็นแม่รักคนๆนั้นสุดหัวใจเอาไว้

ตอนนั้นเธอตกใจมาก ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่พอตั้งสติได้ก็รีบโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลมารับโฉมฉายผู้เป็นแม่ ถึงได้รู้ความจริงบ้างอย่างที่ผู้เป็นแม่ปิดเอาไว้

"แม่คะ...ฮึก ทำไมแม่ไม่บอกนินคะ ทำไมไม่บอกว่าแม่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย" ลินินจับมือของโฉมฉายเอาไว้ด้วยหัวใจที่ปวดร้าวพร้อมกับเอ่ยถามทั้งน้ำตา ขณะที่โฉมฉายนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยด้วยใบหน้าซีดเซียว

ทว่าโฉมฉายก็ยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง และนั่นก็ทำให้โฉมฉายและลินินหันไปมองอย่างพร้อมเพรียง ก็ปรากฏร่างชายสูงวัยคนหนึ่งนั่นก็คือพิพัฒน์

"คุณลุง!" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจซึ่งไม่ต่างจากโฉมฉายที่ดูตกใจเหมือนกันกับเธอ

"คุณ!" โฉยฉายเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

"คุณจะปกปิดผมไปอีกนานเท่าไหร่โฉม ต้องรอให้ถึงวันสุดท้ายก่อนเลยหรือไง คุณยังเห็นผมเป็นผัวอยู่ไหมโฉม?" พิพัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจและโกรธ

เขาสาวเท้าเดินตรงมาหาโฉมฉายที่เตียงผู้ป่วย ซึ่งลินินก็ยันตัวลุกจากเก้าอี้เบี่ยงตัวหลบให้พิพัฒน์ได้นั่งคุยกับโฉมฉาย แล้วพาตัวเองมานั่งที่โซฟาที่อยู่ภายในห้องพิเศษของโรงพยาบาล

"โฉมทำไมคุณไม่บอกผม ทำไมต้องให้ผมรู้เอง ผมจะบ้าตายอยู่แล้วนะโฉม" ทันทีที่พิพัฒน์หย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ก็ขว้ามือโฉมฉายเข้ามาจับพร้อมกับเอ่ยพูดทั้งน้ำตา

"โฉมขอโทษค่ะ โฉมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี้เอง" โฉมฉายพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ค่อยๆเอี้ยวตัวยื่นมือข้างที่ยังว่างใช้ปลายนิ้วค่อยๆเช็ดน้ำตาให้กับผู้เป็นสามี

"แล้วทำไมไม่รีบบอกผม"

"โฉมไม่อยากบอกให้คุณเครียดนี่คะ อีกอย่างโฉมก็ทำใจแล้ว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดค่ะ"

"ผมทำใจไม่ได้หรอกนะโฉม คุณต้องอยู่อย่างลำบาก ผมไม่เคยชดใช้อะไรให้คุณเลย" พิพัฒน์เอ่ยทั้งน้ำตา คำพูดของเขาแสดงถึงความอัดอั้นที่อยู่ในใจ

ทั้งที่รักจนสุดหัวใจ แต่ก็แทบไม่มีเวลาได้อยู่ด้วยกัน เพราะเขาเองก็มีหน้าที่หลายบทบาท แถมงานก็ยังรัดตัว

"โฉมไม่ต้องการอะไรจากคุณค่ะ โฉมเคยบอกกับคุณหลายครั้งแล้ว ถ้าโฉมเป็นไรไปฝากดูลูกด้วยนะคะ" โฉมฉายยังคงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

แต่คำว่าลูกที่โฉมฉายพูดออกมานั้นไม่ได้หมายถึงลินินเพียงคนเดียว

"ไม่นะโฉมคุณต้องไม่เป็นอะไร ไปอยู่ที่บ้านกับผมนะโฉม ผมจะดูแลคุณเอง อย่ามัวชักช้าอีกเลยนะ ผมรู้คุณอยากเห็นเขา อยากสัมผัส อยากกอดเขา อยากอยู่ใกล้ๆเขาไม่ใช่เหรอโฉม ผมว่ามันควรจะถึงเวลานั้นได้แล้ว อย่ารออีกเลย"

"อย่าเลยค่ะ โฉมไม่อยาก....." โฉมฉายยังพูดไม่ทันจบประโยคพิพัฒน์ที่รู้ว่าเมียจะปฏิเสธก็ขัดขึ้นทันที

"ผมไม่ยอมแล้วนะโฉม ถ้าคุณไม่ยอมไปอยู่กับผมที่บ้าน ทุกอย่างที่ผมรับปากคุณเอาไว้ผมจะเปิดเผยมันออกมาให้หมด"

"อย่านะคะ!" โฉมฉายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดัง

"งั้นก็ไปอยู่กับผมที่บ้าน เอาหนูนินไปด้วย ไปกันทั้งสองคนนี่แหละ"

คำพูดของพิพัฒน์ทำเอาโฉมฉายเงียบไปคู่ใหญ่ สุดท้ายแล้วเธอก็หันไปมองลินินที่รู้เรื่องทุกอย่าง และยังคงฟังผู้ใหญ่ทั้งสองคนอย่างเงียบๆ

"นินจะว่าอะไรไหมถ้าแม่...."

"แม่อยู่ที่ไหน นินก็จะอยู่ที่นั่นค่ะ แม่ไม่ต้องกังวลเลย" ลินินกระพริบตาถี่ๆไล่น้ำตาให้ไหลออกมาจากดวงตาสวย

หลังจากที่รู้ว่าโฉมฉายเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและอาจจะอยู่ได้ไม่เกิน5เดือน เธอก็ปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้ในใจ ว่าต่อไปนี้จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณโฉมฉาย ไม่ว่าอะไรที่จะทำให้โฉมฉายมีความสุขเธอจะทำให้ทุกอย่าง

"ขอบใจนะลูก" โฉมฉายเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

"หนูลินินก็ตกลงแล้ว ไปอยู่ที่บ้านกับผมได้แล้วใช่ไหมโฉม ไปอยู่บ้านกับผมนะ" พิพัฒน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงมีความหวัง

"จะให้โฉมไปอยู่ด้วยจริงๆเหรอคะ คือว่าโฉมกลัว..."

"ทั้งสามคนนั้นโตกันหมดแล้วนะโฉม ตาใหญ่ก็35เข้าไปแล้วนะ ส่วนเจ้าคู่แฝดนั้นก็33แล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก"

"............" โฉมฉายฟังที่พิพัฒน์พูดก็ขบคิดอยู่ครู่ใหญ่ บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายในชีวิตเธอแล้วก็ได้ "ตกลงค่ะ โฉมจะไปอยู่กับคุณ"

"ผมดีใจที่สุดเลยโฉม ในที่สุดคุณก็ยอมไปอยู่กับผมแล้ว" พิพัฒน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจพุ่งตัวจะไปกอดคนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างโฉมฉาย ทว่าก็โดนผลักเอาไว้ซะก่อน

"อายลูกบ้างสิคะ ลินินนั่งอยู่ตรงนั้นนะ" คำพูดของโฉมฉายทำให้พิพัฒน์หันกลับไปมองลินิน ซึ่งลินินก็ฉีกยิ้มบางๆออกมา

"ขอโทษนะหนู ลุงดีใจมากไปหน่อย"

"ไม่เป็นไรค่ะนินเข้าใจ"

"นินลูก หนูเดินมาหาแม่หน่อย"

"..........." ทันทีที่ได้ยินโฉมฉายเอ่ยเรียก ลินินก็รีบยันตัวลุกขึ้นยืน เธอสาวเท้าเดินมาอีกฝั่งหนึ่งของเตียง ดวงตาที่แดงช้ำหลังจากผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก มองไปที่ใบหน้าซีดเซียวของโฉมฉาย ก่อนจะเอ่ยพูด..."แม่มีอะไรจะพูดกับนินเหรอคะ?"

"แม่มีอะไรจะขอนินนะลูก" โฉมฉายเอ่ยบอกกับลินินก่อนที่จะหันไปหาพิพัฒน์อีกฝั่งหนึ่งของเตียง "คุณก็ด้วยคะ"

"ว่ามาสิ ผมกับหนูลินินฟังอยู่"

"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทั้งคุณทั้งนิน ห้ามพูดเรื่องนั้นออกมาเด็ดขาด รับปากฉันนะคะคุณ" โฉมฉายหันไปคาดคั้นเอาคำตอบกับพิพัตน์เป็นคนแรก

"คุณพูดกับผมเป็นครั้งที่ร้อยแล้วโฉม ผมรับปากครับ" พิพัฒน์ตอบทำให้เห็นรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าของโฉมฉาย ก่อนที่เธอจะหันไปหาลินิน

"นินล่ะลูก รับปากแม่ได้ไหม?"

"ค่ะ...นินรับปาก" ลินินเอ่ยบอกพร้อมกับพยักหน้าและนั่นก็ทำให้โฉมฉายยิ้มกว้าง

"ผมว่าเราคุยกันรู้เรื่องหมดแล้วนะ หลังจากที่คุณออกจากโรงพยาบาล คุณกับหนูนินก็เตรียมตัวได้เลยนะ ผมจะพาไปบ้านทันที"

.............................

ง่า...มีความลับอะไรซ่อนอยู่ ทำไมถึงเปิดเผยไม่ได้

จะเกี่ยวกับคุณใหญ่่หรือเปล่าน๊า....

อย่าลืม comment นะ ไรท์รออ่านค่า

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED