แค่นอนกับฉันมันไม่ได้ยากอะไร ไหนบอกว่ารักแม่เธอนักหนา เรื่องง่ายๆแค่นี้ทำไม่ได้
............................................................................................................................................
@คฤหาสน์พิพัตน์มงคลสกุล
ภานในห้องนอนขนาดใหญ่ทางปีกด้านซ้ายของคฤหาสน์มีหญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มกำลังหลับไหลอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการนั่งรถมาเป็นเวลานาน รวมถึงจัดเสื้อผ้าข้าวของให้เข้าที่
โดยไม่รู้เลยว่ามีร่างสูงใหญ่ของใครบางคนค่อยๆเปิดและปิดประตูห้องนอนด้วยความเบามือ เปิดไฟในห้องจนมันสว่างวาบ
ก่อนที่จะสาวเท้าเดินตรงเข้ามานั่งประชิตร่างอวบอิ่มที่กำลังหลับไหลด้วยใบหน้าที่ยากจะคาดเดา
ดวงตาคมกริบไล่สายตามองเรือนร่างขาวอมชมพูที่สวมเพียงชุดนอนสายเดี่ยว เนื้อผ้าซาตินใส่สบายตั้งแต่ปลายเท้าผ่านสัดส่วนโค้งเว้า
ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่หน้าอกอวบอิ่มไร้บราห่อหุ้มที่ล้นทะลักออกมาให้เห็นเพียงครู่ ปากหยักกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ ไม่นานก็เลื่อนไปที่ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ยังคงหลับสนิทอยู่
หมับ!!!
ฝ่ามือใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนตรงเข้าไปบีบปากเล็กๆของคนที่ยังคงหลับไหลอย่างแรง จนใบหน้าจิ้มลิ้มเริ่มเหยเกไปด้วยความเจ็บ ก่อนที่จะลืมตาตื่นขึ้นมา
เฮือก!
"คะ...คุณใหญ่" ใบหน้าสวยหวานสะบัดออกจากฝ่ามือใหญ่อย่างแรง น้ำเสียงตะกุกตะกักที่เต็มไปด้วยความตกใจของลินินดังขึ้นทันทีที่ลืมตาขึ้นมาเห็นร่างสูงใหญ่ของสิงหราชหรือคุณใหญ่ผู้เป็นเจ้าของการกระทำอุกอาจ
ดวงตากลมโตที่โอบร้อมไปด้วยแผงขนตางามงอนเบิกกว้างพลางยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดเรือนร่างขาวอมชมพู ซึ่งจังหวะนั้นสิงหราชก็แสยะยิ้มร้ายกาจออกมา
"มีอะไรคะ คุณใหญ่เข้ามาในห้องนินทำไม!" ลินินพูดออกไปด้วยท่าทีประหม่า มือเรียวเล็กกำผ้าห่มแน่น เพราะตอนนี้สิงหราชกับเธออยู่ใกล้กันมาก ใกล้กันอย่างที่ไม่เคยใกล้กันมาก่อน
ดวงตากลมโตมองไปที่สิงหราชด้วยความไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่าเขาเข้ามาในห้องเธอทำไม และก็เข้ามาได้ยังไง ในเมื่อเธอก็จำได้ว่าก่อนจะเข้านอนเธอจัดการล็อคประตูห้องนอนเรียบร้อยแล้ว
"..........." เมื่อเห็นท่าทีตื่นตกใจของคนตรงหน้าสิงหราชก็เหยียดยิ้มร้ายกาจออกมาอย่างไม่ปกปิด โยนกุญแจที่อยู่ในฝ่ามือใหญ่ไปที่โต๊ะข้างหัวเตียงอย่างไม่ใยดี
ซึ่งการกระทำของเขาบ่งบอกเป็นนัยๆว่าไม่ใช่เรื่องยากอะไรในการที่เขาจะเข้ามาในห้องเธอ
"นี่มันบ้านฉัน ฉันจะเข้าห้องไหนมันก็เป็นสิทธิ์ของฉันไม่ใช่หรือไง?" น้ำเสียงดุถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป
ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่ใบหน้าจิ้มลิ้มของลินินอย่างเอาเป็นเอาตาย จนคนถูกมองเริ่มทำตัวไม่ถูก รู้สึกเสียวสันหลังวาบแปลกๆ
"แต่คุณลุงยกห้องนี้ให้นินแล้ว คุณใหญ่ไม่ควรเข้ามานะคะ" ปากเล็กๆอมชมพูเอ่ยบอก ดวงตากลมโตเริ่มสั่นระริกด้วยความกลัว
คิ้วสวยขมวดเข้าหากันเป็นปมด้วยความไม่เข้าใจ เหตุใดสิงหราชหรือคุณใหญ่ที่เธอเห็นตอนนี้ถึงได้แตกต่างจากสิงหราชคนที่เธอเจอเมื่อหลายชั่วโมงก่อนนัก
ตอนนั้นเขาไม่ได้เป็นแบบนี้ ตอนนั้นเขาไม่แสดงออกทางสีหน้าอะไรเลย ดูไม่ยินดียินร้าย ออกจะนิ่งเฉยเสียด้วยซ้ำกับการมาของเธอและแม่ของเธอหรือเธอไปทำอะไรผิดให้เขาไม่พอใจ
แต่พอคิดทบทวนดูแล้วก็ดูจะไม่เห็นถึงความผิดของตัวเองเลยสักนิดแล้วนี่มันอะไรกัน
ลินินจมอยู่กับความคิดของตัวเองเพียงครู่และยังไม่ทันได้เอ่ยถามถึงสาเหตุก็โดนจู่โจมด้วยฝ่ามือใหญ่
หมับ!!!
"......." สิงหราชยื่นฝ่ามือใหญ่ของตัวเองไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของลินินพร้อมกับออกแรงกระชากอย่างแรง
จนคนตัวเล็กนั้นปลิวตามแรงกระชาก ใบหน้าจิ้มลิ้มกระแทกไปกับหัวไหล่กว้าง หน้าอกอวบอิ่มขนาดใหญ่เสียดสีไปกับแผงอกแกร่ง
ลิลินยังคงจมอยู่กับความเจ็บและความไม่เข้าใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มยังคงซบอยู่ที่ไหล่กว้าง
จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอ เธอจึงค่อยๆเขยื้อนตัวออก เงยหน้าไปมองใบหน้าหล่อคมคายด้วยความไม่เข้าใจ
ก่อนจะรู้ว่าสิงหราชไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าเธอแต่เป็นตำแหน่งที่ต่ำกว่า
"อ่อย" ถ้อยคำดูถูกๆเปล่งออกมาจากริมฝีปากหยัก ในขณะที่ดวงตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่หน้าอกอวบอิ่มขนาดใหญ่ที่เด้งชูชันสู้สายตา
เพราะเสื้อสายเดี่ยวตัวโคร่งดันร่นลงมาจนเกือบจะถึงหน้าท้องแบนราบ
"ไม่ใช่แบบนั้นนะคะคุณใหญ่" ใบหน้าและคำพูดที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจถูกพ่นออกมา
มือเรียวรีบดึงเสื้อสายเดี่ยวขึ้นพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปกปิดทั้งสองเต้างามเอาไว้ ในใจแอบโกรธตัวเองที่หยิบชุดนอนตัวนี้มาใส่ ไม่น่าเห็นแก่ความสบายและความเคยชินของตัวเอง
"คุณใหญ่เข้ามาในห้องของนินทำไมคะ คุณใหญ่ไม่ควรเข้ามาในห้องนอนของนินแบบนี้นะคะ ใครเห็นเข้ามันจะดูไม่ดี"
"คิดว่าฉันอยากเข้ามานักหรือไง ถ้าไม่มีเรื่องคุยกับเธอ"
"คุยกับนิน เรื่องอะไรคะ?" ลินินเอ่ยถามอย่างสงสัย คนที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมงมีอะไรต้องคุยกัน สำคัญขนาดต้องบุกเข้ามาในของเธอในเวลาดึกดื่นเช่นนี้
"ออกไปจากบ้านฉัน" สิงหราชเค้นเสียงเข้มดุ ซึ่งใบหน้าหล่อก็แสดงสีหน้าไม่ต่างกันกับน้ำเสียง
"คะ....?" ลินินเลิกคิ้วถามด้วยความไม่เข้าใจ
"ไม่ได้ยินที่ฉันพูด"
"ได้ยินค่ะ แต่นินแค่ไม่เข้าใจ มันเรื่องอะไรกันคะคุณใหญ่" ลินินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่ไม่เข้าใจตามที่พูด
เธอกับแม่เพิ่งจะเข้ามาในบ้านหลังนี้ไม่ถึง24ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ จู่ๆก็เข้ามาไล่ ทั้งทีตอนเจอกันกับเธอและแม่ของเธอ เขาก็ไม่ได้แสดงอาการรังเกียจอะไร
"นินกับแม่ไม่ไปไหนทั้งนั้น ทำไมนินกับแม่ต้องไปด้วย ในเมื่อคุณลุงเป็นคนชวนนินกับแม่มา คนที่จะไล่นินกับแม่ของนินออกจากบ้านหลังนี้ได้ก็มีแต่คุณลุงคนเดียวเท่านั้น คุณใหญ่ไม่มีสิทธิ์"
"เหอะ" สิงหราชแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน กับเด็กสาวตรงหน้าที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว "หน้าด้าน หิวเงินกันทั้งแม่ทั้งลูก"
เพี๊ยะ!
.................................................
เปิดตัวคุณสิงหราชคนใจร้ายนอกจากจะใจร้ายแล้วปากยังร้ายใช่ย่อย สู้เขานะหนูลินินรับมือกับคุณสิงหราชให้ได้
อ่านจบแล้วคอมเม้นท์ด้วยน๊า ไรท์รออ่านค่ะ
..................................................
สวัสดีค่ะ ไรท์ยาหยีนะคะ
ขออนุญาตฝากนิยายเซ็ตท่านประธานเถื่อนคลั่งรักไว้ด้วยนะคะ เซ็ตนี้ประกอบไปด้วย3เรื่อง
1.สิงหราชคนใจร้าย
2.เหมราชคนร้ายกาจ
3.ติณราชคนเจ้าเล่ห์
ฝากกดติดตาม กดเพิ่มชั้นไว้เพื่อรับการแจ้งเตือนด้วยนะคะ
เพี๊ยะ!
ทันทีที่ได้ยินถ้อยคำดูถูกออกมาจากปากสิงหราช ฝ่ามือเรียวเล็กก็ฟาดเข้าไปที่ใบหน้าหล่อของเขาเต็มแรงด้วยอารมณ์โกรธจัด
"........." ใบหน้าของสิงหราชหันไปตามแรงตบปลายนิ้วใหญ่ยกไปเช็ดเลือดสีแดงสดที่ซึมออกมาตรงมุมปาก กรามแกร่งกัดเข้าหากันแน่นจนเห็นสันกรามเด่นชัด
สะบัดหน้าหันกลับมามองลินินด้วยแววตาโกรธจัด ตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้อายุ35ไม่มีใครกล้าตบเขาเลยสักครั้ง
อย่างว่าแต่ตบเลยแค่ทำให้เขาโกรธจัดขนาดนี้ยังนับครั้งได้ "เธอกล้ามากนะที่ตบฉัน"
"มากกว่านี้นินก็กล้า" ลินินรวบรวมความกล้าตอบกลับทั้งควัน มือเท้าจิกเกร็ง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเพราะก็แอบกลัวสิงหราชไม่น้อย
".........." สิงหราชไม่ได้พูดอะไร ดวงตาคมกริบยังคงเต็มไปด้วยความโกรธจัด
"ขอล่ะค่ะคุณใหญ่ คุณใหญ่จะด่าจะนินยังไงก็ได้ แต่คุณใหญ่ไม่ควรว่าแม่ของนิน...อ๊ะ" ลินินยังไม่ทันพูดจนจบก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ
เมื่อฝ่ามือใหญ่บีบมาที่ปากของเธออย่างแรง จนใบหน้าจิ้มลิ้มบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บ "ปล่อยนินนะ...มันเจ็บ!"
"วันนี้ฉันตั้งใจจะมาคุยกับเธอดีๆ แต่เหมือนเธอจะไม่ชอบให้ฉันใจดีด้วย" พูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดพร้อมกับเพิ่มแรงบีบลงไปที่ปลายนิ้วของตัวเอง จนผิวหน้าขาวใสแดงตามรอยนิ้ว
มือเล็กทั้งสองข้างพยายามแกะมือของสิงหราชออก
ทว่าแรงอันน้อยนิดของเธอหรือจะสู้แรงมหาศาลของเขาได้
"คุณใหญ่นินเจ็บ!"
"แค่นี้มันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ กล้าดียังไง...ห๊ะ!"
"นินก็ไม่ได้อยากทำ ถ้าคุณใหญ่ไม่ดูถูกแม่นินก่อน"
".........."
"ลองคิดดูสิคะ แม่ใครๆก็รัก คุณใหญ่ไม่ควรดูถูกแม่นิน และอีกอย่างที่สำคัญที่สุด คุณไม่ควรดูถูกคนที่มีพระคุณกับคะ...อืม" ลินินยังพูดไม่ทันจบประโยคก็โดนริมฝีปากหยักได้รูปจู่โจมที่ริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างแรง จนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บ
มือเล็กๆทั้งสองข้างเปลี่ยนมาระดมฟาดไปที่แผงอกแกร่ง ก่อนที่จะโดนผลักให้ล้มลงไปกับที่นอนโดยที่สิงหราชก็ตามขึ้นไปคร่อม
รวบมือเล็กทั้งสองข้างด้วยมือเพียงข้างเดียว ดันขึ้นไปเหนือหัวพร้อมกับกดลงไปกับที่นอน
"เจ็บ! อย่าทำนินเลย นินกลัวแล้ว" ลินินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทันทีที่ริมฝีปากอวบอิ่มเป็นอิสระมองสีหราชด้วยแววตาสั่นระริกด้วยความกลัว
จูบแรกของเธอถูกขโมยจูบโดยคนใจร้ายแถมยังป่าเถื่อนเป็นที่สุด
"ทำไมไม่อวดเก่งแบบเมื่อกี้อีกล่ะ" สิงหราชพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่เย้ยหยัน
"นินขอโทษนะคะคุณใหญ่ เมื่อกี้นินไม่ได้ตั้งใจ"
"ฉันไม่ใช่คนใจดีซะด้วยสิ" พูดจบก็แสยะยิ้มร้ายกาจออกมา "คงจะใจกว้างยกโทษให้เธอไม่ได้"
"แต่นิน...กรี๊ด!!!" ลินินกรีดร้องออกมาเสียงหลงด้วยความเจ็บและตกใจ
เมื่อสิงหราชกระชากชุดนอนของเธอจนมันขาดติดมือ ก่อนจะไปกระชากแพทตี้ตัวบางที่ห่อหุ้มของสงวน ทำให้ร่างอมชมพูนั้นเปื่อยเปล่าอยู่ต่อหน้า
ไม่นานก็ตามมาด้วยริมฝีปากหยักที่ตรงเข้าจู่โจมประกบจูบอย่างรุนแรงและหนักหน่วงทำเอาลินินนั้นดิ้นพล่าน ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นแหยเกไปด้วยความเจ็บน้ำตาสีใสไหลออกมาจากทางหางตา
"........" สิงหราชบดจูบไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มด้วยความรุนแรงและป่าเถื่อน สร้างความเจ็บปวดให้กับลินินพักใหญ่ ก่อนที่จะถอนริมฝีปากออก
เขาแสยะยิ้มร้ายกาจออกมาในทันทีเมื่อเห็นน้ำตาสีใสไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตากลมโต และเห็นอาการเหนื่อยหอบไร้เรียวแรงที่จะต่อสู้
ทว่าถึงจะเห็นแบบนั้นสิงหราชกลับไม่ได้สงสาร เขาก้มลงไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นหอมๆจากกายสาวอย่างหื่นกระหาย
มือใหญ่ข้างที่ยังว่างเลื่อนมาบีบเค้นหน้าอกอวบอิ่มที่ใหญ่เกินขนาดของตัวอย่างแรง ราวกับว่าต้องการให้มันแหลกคามือ
"นมใหญ่ดีนะ" พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าใบหน้าหล่อคมคายยังคงซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอขาวของลินิน ริมฝีปากหยักขบเม้มเบาๆทำเอาร่างเล็กสะดุ้งด้วยความกลัว
"อย่าทำอะไรนินเลย...ฮึก ปล่อยนินเถอะนะคุณใหญ่ ฮึก...นินเจ็บ โอ๊ยยยย อย่ากัด" ถึงจะเอ่ยประโยคขอร้องแต่ก็ไร้ซึ่งความเห็นใจ
ลินินร้องออกมาเสียงหลง เมื่อสิงหราชเลื่อนใบหน้าต่ำมาที่เนินอกของเธอ พร้อมขบกัดอย่างแรงสร้างความเจ็บปวดให้เธอไม่น้อย
ก่อนที่จะดิ้นพล่านอีกครั้ง เมื่อเขาเลื่อนริมฝีปากหยักมาที่ยอดปทุมถันที่แข็งเป็นไต
สิงหราชดูดดึงขบเม้มพรัอมกับกัดสลับกันไปมาอย่างแรงทั้งสองข้าง จนยอดปทุมถันทั้งสองข้างนั้นบวมเปล่งแดงช้ำจนหน้าสงสาร
"พอได้แล้วคุณใหญ่...นินเจ็บ ฮือๆ ไม่ไหวแล้ว" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น มองคนตรงหน้าด้วยสายตาขอร้อง
ทว่าน้ำเสียงและแววตานั้นก็ไม่ได้ทำให้สิงหราชสงสารเลยแม้แต่น้อย แต่กลับกันเขาแสยะยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยันไร้ซึ่งความเห็นใจใดๆ
ก่อนที่จะยกมือใหญ่มาลูบไล้ที่หน้าท้องแบนราบเลื่อนต่ำไปเรื่อยๆจนถึงสามเหลี่ยมอวบอูน ที่มีเส้นขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุมบางๆ ในขณะที่ลินินพยายามพลิกตัวหนีแต่ก็โดนกดเอาไว้
เมื่ออับจนหนทางจะหนีก็ทำได้เพียงแค่ร้องไห้จนร่างนั้นสั่นสะท้านออกมาอย่างน่าสงสาร
และยิ่งร้องไห้หนักขึ้นเมื่อปลายนิ้วใหญ่ของสิงหราชกำลังจะกรีดไปตามรอยแยก
ทว่าสิงหราชก็ต้องหยุดกระกระทำอันป่าเถื่อน เมื่อเสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงดังขึ้น
ครืด~ ครืด~ ครืด
"แม่ง! ขัดจังหวะชิบ..."
เขาพ่นลมหายใจออกมาหนักๆอย่างหงุดหงิด ดันปลายลิ้นไปกับกระพุ้งแก้ม
เลื่อนสายตาไปมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่เอาแต่ร้องไห้ ส่งสายตาขอร้องอ้อนวอนรอให้เขาปล่อย
"มีคนโทรมา คุณใหญ่ควรรับโทรศัพท์นะคะ บางทีเขาอาจจะมีเรื่องด่วน" ลินินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อเห็นสิงหราชยังนิ่ง
"หึ...วันนี้อาจจะเป็นโชคดีของเธอ" สิงหราชพูดด้วยน้ำเสียงดุ สุดท้ายแล้วเขาก็ปล่อยฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างออกจากเรือนร่างของลินิน
แต่ก่อนจะผละตัวลุกออกจากตัวของลินิน เขาก็โน้มตัวก้มลงไปประกบจูบที่ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างมูมมามอีกครั้ง ก่อนที่จะผละตัวออกไป
และเป็นจังหวะเดียวกับลินินที่รีบยันตัวลุกขึ้นนั่งเขยิบตัวหนีไปอีกมุมหนึ่งของเตียง แผ่นหลังเล็กเปลือยเปล่าพิงไปกับหัวเตียง ก่อนที่จะรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าอมชมพู
มีบางครั้งก็ยกมือเรียวเล็กขึ้นมาเช็ดน้ำลายของสิงหราชออกจากริมฝีปากของตัวเองอย่างรังเกียจ
ดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตามองไปที่สิงหราชด้วยความหวาดกลัว
"มีอะไร?" สิงหราชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบในทันทีที่กดรับสายของน้องชายคนกลางอย่างเหมราช ในขณะที่ดวงตาคมกริบยังจับจ้องอยู่ที่ร่างเล็กลินิน
"ออกมาจากห้องเธอซะพี่ใหญ่ พ่อกับน้าโฉมใกล้จะถึงบ้านแล้ว พี่ไม่ควรทะ...." เหมราชยังไม่ทันได้พูดจนจบประโยคสิงหราชที่รู้ว่าน้องชายคนกลางจะพูดอะไรก็รีบตัดบทเสียก่อน
"รำคาญน่ะ แค่นี้...เดี๋ยวออกไป" สิงหราชพูดเพียงแค่นั้นก็กดตัดสายยัดโทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋ากางเกง "หวังว่าพรุ่งนี้เช้าฉันจะไม่เห็นหน้าเธอรวมถึงแม่ของเธออยู่ในบ้านฉัน"
"นินบอกไปแล้วไงคะ ถ้าคุณลุงไม่เอ่ยปากไล่นินกับแม่เอง นินกับแม่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น"
"เหอะ! หน้าด้านทั้งแม่ทั้งลูก" สิงหราชสบถด่าออกมาด้วยท่าทีเย้ยหยัน ก่อนที่จะหมุนตัวเตรียมจะเปิดประตูออกจากห้องนอน
ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินน้ำเสียงสะอึกสะอื้นดังขึ้น
"คุณใหญ่คะ คุณใหญ่อย่าทำอะไรแม่นินเลยนะคะ ถ้าคุณใหญ่ทำอะไรแม่ของนิน สักวันคุณใหญ่อาจจะต้องเสียใจ"
"ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันจะต้องเสียใจ"
...............................
เปิดตัวน้องลินินคนอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ
คอมเมนท์ด้วยน๊า...
แกร๊ก!
เสียงของประตูห้องนอนที่ถูกปิดสนิทลงทันทีที่สิงหราชเปิดประตูออกไป
".........." ลินินที่เห็นแบบนั้นก็รีบเหวี่ยงขาทั้งสองข้างลงจากเตียงนอนอย่างรวดเร็ว เธอเดินไปคว้าชุดนอนที่ตกอยู่ที่พื้นมาสวมใส่ ก่อนที่จะเดินตรงไปที่ประตูห้องจัดการล็อคประตูห้องอย่างรวดเร็ว
เพราะกลัวว่าสิงหราชคนใจร้ายจะกลับมาเข้ามาในห้องของเธออีก หลังจากที่จัดการล็อคประตูห้องเรียบร้อยแล้วก็เดินกลับมาที่เตียงนอนของตัวเอง
ร่างเล็กทิ้งตัวลงไปกับที่นอนอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนที่จะพลิกตัวนอนตะแคงกอดตัวเองเอาไว้
น้ำตาสีใสที่เหือดแห้งไปก่อนหน้านี้กลับไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่สิงหราชคนใจร้ายพึ่งทำไว้กับเธอ
"ทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้" ลินินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้น
ดวงตากลมโตที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาค่อยๆปิดสนิทลง พลางนึกถึงเรื่องราวเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน เรื่องราวที่ทำให้เธอกับแม่ของเธอต้องย้ายเข้ามาในคฤหาสน์แห่งนี้
จุดเริ่มต้นมันเกิดในวันนั้น วันที่เด็กจบใหม่อย่างเธอออกไปสมัครงาน แล้วกลับมาบ้านก็พบว่าผู้เป็นแม่หมดสติอยู่ที่พื้น ในมือกำรูปชายหนุ่มรุ่นลูกคนหนึ่งซึ่งเธอก็รู้ดีว่าผู้เป็นแม่รักคนๆนั้นสุดหัวใจเอาไว้
ตอนนั้นเธอตกใจมาก ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่พอตั้งสติได้ก็รีบโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลมารับโฉมฉายผู้เป็นแม่ ถึงได้รู้ความจริงบ้างอย่างที่ผู้เป็นแม่ปิดเอาไว้
"แม่คะ...ฮึก ทำไมแม่ไม่บอกนินคะ ทำไมไม่บอกว่าแม่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย" ลินินจับมือของโฉมฉายเอาไว้ด้วยหัวใจที่ปวดร้าวพร้อมกับเอ่ยถามทั้งน้ำตา ขณะที่โฉมฉายนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยด้วยใบหน้าซีดเซียว
ทว่าโฉมฉายก็ยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง และนั่นก็ทำให้โฉมฉายและลินินหันไปมองอย่างพร้อมเพรียง ก็ปรากฏร่างชายสูงวัยคนหนึ่งนั่นก็คือพิพัฒน์
"คุณลุง!" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจซึ่งไม่ต่างจากโฉมฉายที่ดูตกใจเหมือนกันกับเธอ
"คุณ!" โฉยฉายเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"คุณจะปกปิดผมไปอีกนานเท่าไหร่โฉม ต้องรอให้ถึงวันสุดท้ายก่อนเลยหรือไง คุณยังเห็นผมเป็นผัวอยู่ไหมโฉม?" พิพัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจและโกรธ
เขาสาวเท้าเดินตรงมาหาโฉมฉายที่เตียงผู้ป่วย ซึ่งลินินก็ยันตัวลุกจากเก้าอี้เบี่ยงตัวหลบให้พิพัฒน์ได้นั่งคุยกับโฉมฉาย แล้วพาตัวเองมานั่งที่โซฟาที่อยู่ภายในห้องพิเศษของโรงพยาบาล
"โฉมทำไมคุณไม่บอกผม ทำไมต้องให้ผมรู้เอง ผมจะบ้าตายอยู่แล้วนะโฉม" ทันทีที่พิพัฒน์หย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ก็ขว้ามือโฉมฉายเข้ามาจับพร้อมกับเอ่ยพูดทั้งน้ำตา
"โฉมขอโทษค่ะ โฉมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี้เอง" โฉมฉายพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ค่อยๆเอี้ยวตัวยื่นมือข้างที่ยังว่างใช้ปลายนิ้วค่อยๆเช็ดน้ำตาให้กับผู้เป็นสามี
"แล้วทำไมไม่รีบบอกผม"
"โฉมไม่อยากบอกให้คุณเครียดนี่คะ อีกอย่างโฉมก็ทำใจแล้ว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดค่ะ"
"ผมทำใจไม่ได้หรอกนะโฉม คุณต้องอยู่อย่างลำบาก ผมไม่เคยชดใช้อะไรให้คุณเลย" พิพัฒน์เอ่ยทั้งน้ำตา คำพูดของเขาแสดงถึงความอัดอั้นที่อยู่ในใจ
ทั้งที่รักจนสุดหัวใจ แต่ก็แทบไม่มีเวลาได้อยู่ด้วยกัน เพราะเขาเองก็มีหน้าที่หลายบทบาท แถมงานก็ยังรัดตัว
"โฉมไม่ต้องการอะไรจากคุณค่ะ โฉมเคยบอกกับคุณหลายครั้งแล้ว ถ้าโฉมเป็นไรไปฝากดูลูกด้วยนะคะ" โฉมฉายยังคงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
แต่คำว่าลูกที่โฉมฉายพูดออกมานั้นไม่ได้หมายถึงลินินเพียงคนเดียว
"ไม่นะโฉมคุณต้องไม่เป็นอะไร ไปอยู่ที่บ้านกับผมนะโฉม ผมจะดูแลคุณเอง อย่ามัวชักช้าอีกเลยนะ ผมรู้คุณอยากเห็นเขา อยากสัมผัส อยากกอดเขา อยากอยู่ใกล้ๆเขาไม่ใช่เหรอโฉม ผมว่ามันควรจะถึงเวลานั้นได้แล้ว อย่ารออีกเลย"
"อย่าเลยค่ะ โฉมไม่อยาก....." โฉมฉายยังพูดไม่ทันจบประโยคพิพัฒน์ที่รู้ว่าเมียจะปฏิเสธก็ขัดขึ้นทันที
"ผมไม่ยอมแล้วนะโฉม ถ้าคุณไม่ยอมไปอยู่กับผมที่บ้าน ทุกอย่างที่ผมรับปากคุณเอาไว้ผมจะเปิดเผยมันออกมาให้หมด"
"อย่านะคะ!" โฉมฉายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดัง
"งั้นก็ไปอยู่กับผมที่บ้าน เอาหนูนินไปด้วย ไปกันทั้งสองคนนี่แหละ"
คำพูดของพิพัฒน์ทำเอาโฉมฉายเงียบไปคู่ใหญ่ สุดท้ายแล้วเธอก็หันไปมองลินินที่รู้เรื่องทุกอย่าง และยังคงฟังผู้ใหญ่ทั้งสองคนอย่างเงียบๆ
"นินจะว่าอะไรไหมถ้าแม่...."
"แม่อยู่ที่ไหน นินก็จะอยู่ที่นั่นค่ะ แม่ไม่ต้องกังวลเลย" ลินินกระพริบตาถี่ๆไล่น้ำตาให้ไหลออกมาจากดวงตาสวย
หลังจากที่รู้ว่าโฉมฉายเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและอาจจะอยู่ได้ไม่เกิน5เดือน เธอก็ปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้ในใจ ว่าต่อไปนี้จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณโฉมฉาย ไม่ว่าอะไรที่จะทำให้โฉมฉายมีความสุขเธอจะทำให้ทุกอย่าง
"ขอบใจนะลูก" โฉมฉายเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
"หนูลินินก็ตกลงแล้ว ไปอยู่ที่บ้านกับผมได้แล้วใช่ไหมโฉม ไปอยู่บ้านกับผมนะ" พิพัฒน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงมีความหวัง
"จะให้โฉมไปอยู่ด้วยจริงๆเหรอคะ คือว่าโฉมกลัว..."
"ทั้งสามคนนั้นโตกันหมดแล้วนะโฉม ตาใหญ่ก็35เข้าไปแล้วนะ ส่วนเจ้าคู่แฝดนั้นก็33แล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก"
"............" โฉมฉายฟังที่พิพัฒน์พูดก็ขบคิดอยู่ครู่ใหญ่ บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายในชีวิตเธอแล้วก็ได้ "ตกลงค่ะ โฉมจะไปอยู่กับคุณ"
"ผมดีใจที่สุดเลยโฉม ในที่สุดคุณก็ยอมไปอยู่กับผมแล้ว" พิพัฒน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจพุ่งตัวจะไปกอดคนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างโฉมฉาย ทว่าก็โดนผลักเอาไว้ซะก่อน
"อายลูกบ้างสิคะ ลินินนั่งอยู่ตรงนั้นนะ" คำพูดของโฉมฉายทำให้พิพัฒน์หันกลับไปมองลินิน ซึ่งลินินก็ฉีกยิ้มบางๆออกมา
"ขอโทษนะหนู ลุงดีใจมากไปหน่อย"
"ไม่เป็นไรค่ะนินเข้าใจ"
"นินลูก หนูเดินมาหาแม่หน่อย"
"..........." ทันทีที่ได้ยินโฉมฉายเอ่ยเรียก ลินินก็รีบยันตัวลุกขึ้นยืน เธอสาวเท้าเดินมาอีกฝั่งหนึ่งของเตียง ดวงตาที่แดงช้ำหลังจากผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก มองไปที่ใบหน้าซีดเซียวของโฉมฉาย ก่อนจะเอ่ยพูด..."แม่มีอะไรจะพูดกับนินเหรอคะ?"
"แม่มีอะไรจะขอนินนะลูก" โฉมฉายเอ่ยบอกกับลินินก่อนที่จะหันไปหาพิพัฒน์อีกฝั่งหนึ่งของเตียง "คุณก็ด้วยคะ"
"ว่ามาสิ ผมกับหนูลินินฟังอยู่"
"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทั้งคุณทั้งนิน ห้ามพูดเรื่องนั้นออกมาเด็ดขาด รับปากฉันนะคะคุณ" โฉมฉายหันไปคาดคั้นเอาคำตอบกับพิพัตน์เป็นคนแรก
"คุณพูดกับผมเป็นครั้งที่ร้อยแล้วโฉม ผมรับปากครับ" พิพัฒน์ตอบทำให้เห็นรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าของโฉมฉาย ก่อนที่เธอจะหันไปหาลินิน
"นินล่ะลูก รับปากแม่ได้ไหม?"
"ค่ะ...นินรับปาก" ลินินเอ่ยบอกพร้อมกับพยักหน้าและนั่นก็ทำให้โฉมฉายยิ้มกว้าง
"ผมว่าเราคุยกันรู้เรื่องหมดแล้วนะ หลังจากที่คุณออกจากโรงพยาบาล คุณกับหนูนินก็เตรียมตัวได้เลยนะ ผมจะพาไปบ้านทันที"
.............................
ง่า...มีความลับอะไรซ่อนอยู่ ทำไมถึงเปิดเผยไม่ได้
จะเกี่ยวกับคุณใหญ่่หรือเปล่าน๊า....
อย่าลืม comment นะ ไรท์รออ่านค่า