...วันเดินทาง..
“พ่อกับแม่ไปก่อนนะ แล้วเราน่ะจะไปเที่ยวอย่าไปเมาหลับที่ไหนนะลูกแม่เป็นห่วง”
เสียงสาววัยกลางคนเอ่ยกับลูกชายพร้อมกับสวมกอดกันอย่างอบอุ่นสามคนพ่อเเม่ลูก
“ครับเดินทางปลอดภัยนะครับพ่อกับแม่”
เมื่อกล่าวอำลาเสร็จรถเก๋งก็ขับออกจากตัวบ้านธนกรยืนมองรถที่ขับออกไปจนลับตา เขาจึงรีบเดินเข้าบ้านและเตรียมตัวเดินทางไปเที่ยวหาเพื่อนที่ทางใต้
สถานีรถไฟ
“ไอ้กร ๆ รถไฟมาเเล้วไปเร็วเว้ย”
ทัชดึงแขนของธนกรและพากันวิ่งขึ้นรถไฟ
“ไม่ได้นั่งรถไฟนานแล้วบรรยากาศดีเหมือนกันนะเนี่ยได้มองวิวทิวทัศน์ด้วย”
ธนกรเอ่ย
“กันเนอร์มันจะเป็นไงบ้างนะมันยังสบายดีไหมหรือว่าตอนนี้มันทำงานช่วยตามันล่ะวะ”
“เห็นมันเคยพูดไว้ว่าหลังจากมันเรียนจบมันก็จะช่วยตามันออกเรือหาปลา”
“แล้วเราสองคนจะลองออกเรือหาปลากับมันกันบ้างไหมวะเปิดประสบการณ์ไง”
“เอาดิ่”
เสียงของธนกรพูดสมทบเพื่อน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปได้นานแค่ไหนทั้งสองได้เผลอหลับไปตื่นมาอีกทีตอนนี้ก็เป็นเวลาพลบค่ำรถไฟได้ลงจอดอีกสถานีหนึ่งทั้งสองพากันลงที่สถานีนั้นและได้ต่อรถไปอีกเรื่อยๆ
รุ่งเช้า..
“โอ้ยเมื่อยตัวไปหมดเลยโว้ยย”
ทัชพูดพร้อมกับยืดแขนและบิดไปมาข้างรถทัวร์
“อีกไกลไหมกว่าจะถึงบ้านไอ้กันเนอร์”
ธนกรถามเพื่อน
“นั่งรถต่ออีกเที่ยวก็ถึงแล้วเพื่อน”
“หิวข้าววะหาข้าวกินกันก่อนปะ”
ธนกรเอ่ยชวนเพื่อน
“อืมว่างั้นล่ะ”
ในระหว่าที่ทั้งสองกำลังนั่งกินข้าวกันก็มีเสียงของใครคนนึงดังขึ้น
“ขนมหวานไหมจ๊ะช่วยซื้อหน่อยจ้า” เสียงหวานสดใสของหญิงสาว
“เฮ้ยเพื่อนๆดูผู้หญิงคนนั้นสิ”
ธนกรตักข้าวใส่ปากไม่ยั้งไม่สนใจคำพูดของเพื่อนจนกระทั่งเสียงหวานสดใสได้มาหยุดพูดอยู่ตรงโต๊ะของพวกเขา
“พี่จ๋าขนมหวานไหมจ๊ะเหลือห้าห่อสุดท้ายช่วยซื้อหน่อยได้ไหม”
ธนกรได้เงยหน้ามองก่อนจะ ตะลึงกับสาวที่อยู่ตรงหน้าเธอมีหน้าตาที่สวยคิ้วเข้มดวงตากลมโตจมูกโด่ง ปากอวบอิ่มสีชมพูและผมที่ดำเป็นมันขลับได้ถูกมัดรวบเอาไว้เธอมีหุ่นบอบบางและยังมีหน้าอกที่ใหญ่
“ซื้อไหมจ๊ะพี่”
เสียงยี่หวาเอ่ยขึ้นจึงทำให้ธนกรเลิกจ้องมองเธอ
“ครับซื้อครับเอาหมดเลยครับ”
ธนกรรีบหยิบเงินส่งไปให้สาวตรงหน้าแถมยังไม่เอาเงินถอนจากเธออีก ยี่หวากล่าวขอบคุณหลังจากนั้นก็เดินหายไป
“แหมเพื่อนเจอสาวสวยถึงกับเหมาเลยหรอเนี่ยฮ่าๆไม่พอนะยังไม่เอาตังค์ถอนอีก”
ธนกรอมยิ้มและหันหน้าไปทางอื่น
ปิ๊นๆๆๆๆๆ
ยังไม่ทันที่สองหนุ่มจะกินข้าวหมดจานเสียงบีบแตรของรถสองแถวก็ดังขึ้นทั้งสองจึงรีบจ่ายตังค์และวิ่งขึ้นรถ ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงที่หมาย เบื้องหน้าของทั้งสองมีบ้านไม้ยกใต้ถุนสูง บ้านมีลักษณะเก่าและอยู่ติดริมทะเล ที่นี่คือบ้านของกันเนอร์ ทางบ้านเขามีอาชีพออกเรือหาปลาไม่รอช้าสองหนุ่มพากันเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านไม้ ก็เห็นชายชรายืนตากปลาอยู่กลางแจ้ง ทัชรีบเอ่ยทักทายลุงชิด ซึ่งเป็นตาของกันเนอร์
“ตาชิดๆสวัสดีครับจำพวกผมได้ไหมครับ”
ชายชราหันมามองก็เห็นสองหนุ่มยืนยกมือไหว้อยู่ตาชิดจึงส่งยิ้มให้เเล้วเดินมาหาพวกเขา
“เอ้าไปไงมาไงเนี่ยพวกเอ็งมาๆเข้ามานั่งที่ใต้ถุนบ้านก่อนยายทรงหาน้ำมาให้เด็กๆมันกินหน่อยเร็ว”
“ตาชิดสบายดีนะครับ”
ธนกรเอ่ยถามตาชิด
“ก็เรื่อยๆแหละพักนี้ข้ารู้สึกปวดหลังมาก แล้วพวกเอ็งล่ะสบายดีไหมเป็นยังไงบ้างหลังเรียนจบมีงานการทำกันหรือยัง”
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ตอบอะไรตาชิดเสียงยายทรงที่เป็นเมียตาชิดก็ดังขึ้น
“มาเเล้วๆน้ำเย็นๆ”
เสียงหญิงวัยชราเอ่ยขึ้นและเดินลงมาจากบันไดในมือถือขันน้ำสแตนเลส
“ยายทรงสวัสดีครับผม/ครับ”
ทั้งสองกล่าวสวัสดีพร้อมกัน ยายทรงรับไหว้และกล่าวขึ้น
“ไอ้เจ้ากันเนอร์น่ะมันไม่อยู่หรอกออกไปส่งปลาแดดเดียวที่บ้านยายสร้อยเดี๋ยวมันก็คงใกล้จะกลับแล้วล่ะ แล้วมากันได้บอกมันหรือยัง”
“ไม่ได้บอกมันหรอกครับกะจะมาเซอร์ไพรส์มันด้วย”
พูดยังไม่ทันขาดคำกันเนอร์ก็ขับรถพ่วงข้างเข้ามาในบ้าน
บรึ้นๆๆๆๆ
“อ้าวนั่นไงมาแล้ว”
ยายทรงกล่าวชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ก้าวขาลงมาจากรถพ่วงข้าง
“อ้าวเฮ้ยพวกเอ็งมากันตอนไหนวะ”ชายหนุ่มร่างใหญ่กระโดดกอดเพื่อนทั้งสองคน ด้วยความดีใจกันเนอร์ไม่คิดว่าจู่ๆเพื่อนรักทั้งสองจะมาหา
“พวกกูคิดถึงมึงนะเนี่ยเลยมาหาถึงที่บ้านเนี่ย”
“ดีใจนะเว้ยที่เห็นพวกเอ็งมาหาถึงบ้านดีเลยเดี๋ยวพาเที่ยวรอบเกาะเลย”
ตอนบ่าย ..
กันเนอร์ทัชและธนกรพากันเดินมาถึงชายหาด
“ร้อนๆแบบนี้ต้องเล่นน้ำทะเล”
กันเนอร์กล่าวชวนเพื่อนๆ
“เอาสิรอไร”
ทัชเสริมขึ้นเมื่อพูดจบหนุ่มๆสามคนก็พากันลงเล่นน้ำทะเลอย่างครึกครื้น
“เฮ้อทำไมหลังเรียนจบมึงไม่มาหาพวกกูเลยล่ะ”
“เอ็งก็รู้ว่าข้าต้องกลับมาดูเเลตากับยายที่บ้านแค่ช่วงที่ข้าไปเรียนไม่ค่อยได้กลับมาบ้านก็เป็นห่วงตากับยายจะแย่”
“ใช่หรือเปล่าไม่ใช่มึงติดสาวนะเว้ย”ทัชพูดปนหัวเราะใส่เพื่อน
“อย่าไปแซวมันสิมันเขินเเย่แล้วเนี่ย”ธนกรเอ่ยห้ามทัชไม่ให้เเซวกันเนอร์
“ไม่ใช่นะเว้ยเข้าใจผิดแล้วพวกเอ็งอ่ะ แต่ข้าก็แอบรักสาวอยู่คนหนึ่งนะเว้ยแต่เขาไม่รู้ตัวหรอกเว้ย”
“นั่นแน่ว่าแล้วใครวะๆบอกข้ามาซะดีๆ”
เพื่อนสองคนพากันล้อกันเนอร์ ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมานานกันเนอร์จึงเอ่ยปากเล่าให้ฟัง
“บอกก็ได้สาวที่ข้าแอบมองอ่ะเขาเป็นหลานยายช้อยแกตั้งแผงขายขนมหวานอยู่หลังเกาะ”
“บร้ะ...เพื่อนเราเนี่ยร้ายนี่หว่าบอกมาเลยนะเว้ยว่าสวยหรือเปล่าน่ารักไหมแล้วที่สำคัญหุ่นเนี่ยเชพบ๊ะไหมว่ะเพื่อน”
ทัชพูดเเซวพร้อมกับหัวเราะใส่เพื่อน
“เอาแบบนี้เดี๋ยวหลังจากเล่นน้ำเสร็จแล้วก็ไปเปลี่ยนชุดที่บ้านข้า เดี๋ยวข้าจะพาพวกเอ็งไปดูสาวที่ข้าแอบรัก”
“ต้องแจ่มแมวแน่ๆเลยกรว่าปะ”
ธนกรไม่ตอบได้เเต่ส่งยิ้มไปเฉยๆตอนนี้ในหัวของเขากำลังนึกถึงใครบางคนอยู่นั่นคือสาวที่ขายขนมหวานให้เขาเมื่อเช้านั่นเอง เขารู้สึกถูกชะตากับสาวคนนั้นแบบแปลกๆแต่ในใจก็คิดว่าแค่สาวขายขนมที่เจอแล้วก็ผ่านไปแต่เขากลับยังคงนึกถึงเธออยู่
ณ แผงขายขนม
“เฮ้อยายจ๋าหนูกลับมาเเล้วจ้ะ”
เสียงหวานใสของสาวแสนสวยดังขึ้นยี่หวาอายุยี่สิบสองปีเธอเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของยายช้อยยี่หวาไม่มีพ่อแม่มาตั้งเเต่เด็ก เพราะทั้งสองคนเลิกลากันไปและทิ้งเธอไว้ให้ยายเลี้ยง
“ขายขนมหมดไหมลูก”
ยายช้อยเอ่ยถามหลานสาว
“หมดสิจ๊ะยายไปขายแถวๆที่มีนักท่องเที่ยวเนี่ยขายหมดตลอดเลยจ้ะพรุ่งนี้หนูว่าจะไปไกลกว่านี้อีกนิดนึง”
“พอแล้วล่ะลูกแค่ที่ไปน่ะก็ไกลจากร้านมากๆแล้วอันตรายยายเป็นห่วง”
“ก็ได้จ่ะยาย เอ้อ.. ว่าแต่ยายจ๋าวันนี้ครบเดือนแล้วนี่เถ้าแก่เขามาเก็บค่าเช่าที่หรือยังจ๊ะยาย”
“ยังเลยลูก..ถึงมายายก็ยังไม่มีจ่ายให้เขาหรอก”
“นี่ยายก็ติดเขาไว้จะสองเดือนเเล้ว” ยี่หวาทำหน้าตาตกใจแต่เธอก็รู้ว่ายายไม่ได้จ่ายแค่ค่าเช่าที่อย่างเดียวยายต้องนำเงินไปจ่ายหนี้สินจากที่อื่นอีกที่ยายไปกู้มาส่งยี่หวาเรียนจนจบม.3แต่เธอก็ไม่นิ่งดูดายเร่ขายขนมไปทั่วหาเงินช่วยยายแต่มันก็ยังไม่พอจ่ายค่าเช่าที่ จนตอนนี้ทำให้ยายช้อยติดค่าเช่าที่กับเถ้าเเก่สุรศักดิ์หลายพัน ยี่หวาได้เดินเข้ามากอดยายช้อย และเอ่ยเสียงหวานกับยาย
“พรุ่งนี้หนูจะเอาขนมไปขายอีกนะจ๊ะจะได้มีเงินเยอะๆมีพอมาจ่ายค่าที”
ยายช้อยกอดหลานสาวด้วยความรัก แต่แล้วในขณะที่ยายหลานกำลังกอดกันก็ต้องโดนขัดซะก่อนเพราะเสียงเถ้าแก่สุรศักดิ์ดังขึ้น
“อ้าวๆยายช้อยวันนี้มีตังค์จ่ายค่าเช่าที่ฉันหรือยัง”
เสียงของเถ้าแก่ตะโกนถาม
“สวัสดีจ้ะเถ้าแก่”
ยายช้อยกล่าวสวัสดีกับเถ้าแก่สุรศักดิ์
“สวัสดียายช้อยเมื่อกี้เห็นยืนกอดกันกลมเชียวกำลังมีความสุขอะไรกันเหรอหรือดีใจที่เห็นฉันมา”
“เถ้าแก่จ๊ะยังไงฉันขอเลื่อนไปอีกสักเดือนนึงได้ไหม”
“แต่ยายช้อยก็พูดแบบนี้มาเดือนนึงแล้วนะ”
เถ้าแก่สุรศักดิ์ตะคอกใส่ยายช้อย
“ฉันพูดจริงๆนะจ๊ะขอเลื่อนออกไปแค่เดือนเดียว แล้วฉันสัญญาเลยจะจ่ายให้แน่นอน”
เถ้าแก่สุรศักดิ์แสยะยิ้มที่มุมปาก และเอ่ยกับยายช้อย
“จริงๆแล้วเราก็คนกันเองล่ะนะงั้นเอาแบบนี้ได้ไหม”
“เถ้าแก่พูดมาเลยจ้ะ”
เถ้าแก่สุรศักดิ์อมยิ้มเจ้าเล่ห์และกวาดตามามองที่หลานสาวยายช้อย
“ก็...มันก็ง่ายๆแค่ยายช้อยยอมให้หลานสาวมานั่งกินข้าวกับฉันสักสองชั่วโมงฉันก็จะลดค่าเช่าที่ที่ติดค้างไว้ให้ครึ่งนึงแถมจะปล่อยให้ยายช้อยขายของไปฟรีๆอีกหนึ่งเดือนเลยเป็นไงดีไหม”
“เอ่อ..เถ้าแก่จ๊ะฉันว่ามันคงไม่ค่อยเหมาะหรอกจ้ะหลานฉันน่ะมันยังเด็กฉันกลัวมันจะทำอะไรให้เถ้าแก่ไม่พอใจเอาได้”
“ไม่พอใจอะไรกันยายช้อยฉันแค่อยากนั่งกินข้าวกับหลานสาวของยายช้อยก็เท่านั้นเอง”
เถ้าแก่สุรศักดิ์ไม่พูดเปล่ายังคงส่งสายตามองไปที่ขาอ่อนของยี่หวา เมื่อยี่หวารู้ตัวว่าโดนเถ้าแก่สุรศักดิ์จ้องมองเธอจึงรีบเดินไปหลบอยู่ที่ข้างหลังของยาย ยายช้อยรู้ทันทีเลยว่าเถ้าแก่สุรศักดิ์นั้นมีเลศนัยอะไรแอบแฝงอยู่
“เถ้าแก่จ๊ะถือว่าฉันขอล่ะให้เวลาฉันหน่อยนะอีกแค่เดือนเดียว”
เถ้าแก่สุรศักดิ์มีอาการเหมือนไม่พอใจ
“อะไรวะยายช้อยถ้ายายช้อยไม่ตกลงข้อเสนอก็จ่ายค่าเช่ามาภายในวันนี้”
“เถ้าแก่จ๊ะฉันยังไม่มีให้เลยเมตตาฉันสักครั้งหนึ่งนะ”
“แกจะพูดแบบนี้มันก็ไม่ถูกนะยายช้อยแกจะว่าฉันไม่เมตตาแกได้ยังไง ฉันปล่อยแกมาเดือนกว่าแล้วจะสองเดือนแล้วเรื่องง่ายๆแค่ให้หลานมากินข้าวกับฉันที่บ้านเรื่องมันก็จบเเล้วถ้าส่งมาฉันก็ลดค่าเช่าที่ติดค้างไว้ให้ครึ่งหนึ่งแถมปล่อยให้ฟรีๆอีกตั้งหนึ่งเดือน”
“ยายจ๋าหนูไม่ไปนะจ๊ะยาย”
เสียงยี่หวาร้องบอกยายด้วยความตื่นตระหนกแต่ก็ต้องตกใจหนักขึ้นเมื่อเถ้าแก่สุรศักดิ์เดินเข้ามาดึงแขนของยี่หวาและบังคับจะให้ไปกินข้าวด้วยกันให้ได้ แต่แล้วเสียงกันเนอร์ก็ดังขึ้นเขาทั้งสามคนธนกรทัชที่แอบดูสถานการ์ณมาสักพักแล้วเห็นว่ามันเกินไปจึงรุดเข้ามาช่วย
“เฮ้ยเถ้าแก่จะทำอะไรอ่ะปล่อยนะเว้ย”
เสียงของชายหนุ่มนามว่ากันเนอร์ตะโกนลั่น
“แล้วเอ็งจะมายุ่งอะไรด้วยวะไอ้เด็กหาปลา”
ไม่พูดเปล่าแต่ยังส่งสายตาดูถูกใส่กันเนอร์
“อ้าวจะมาไม่ให้ผมยุ่งได้ยังไงล่ะครับก็เถ้าแก่กำลังฉุดกระชาก ใช้กำลังกับผู้หญิงอ่ะ”
“นั่นมันก็เรื่องของข้าโว้ย”
เถ้าแก่เถียงกลับ
“แล้วมันเรื่องอะไรกันทำไมเถ้าแก่ถึงต้องไปกระชากเขาด้วยล่ะ”
“เอ็งไม่รู้อะไรอย่าเข้ามาจุ้นจ้านยายช้อยเนี่ยติดค่าเช่าข้ามาจะสองเดือนแล้วโว้ยข้าก็แค่จะพาหลานสาวยายช้อยเนี่ยไปกินข้าวด้วยกันเพื่อขัดดอกก็เท่านั้นเอง”
“เถ้าแก่จะพาไปกินข้าวแบบไหนกันล่ะแถวนี้ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าเถ้าแก่นะหัวงู”
เมื่อสิ้นคำพูดของกันเนอร์เถ้าแก่สุรศักดิ์ ถึงกับเลือดขึ้นหน้าทันทีและปล่อยมือจากยี่หวาเดินตรงปรี่มาที่กันเนอร์ แต่ธนกรก็เข้ามายืนบังเพื่อนไว้ ทำให้เถ้าแก่หยุดชะงั้นตกใจในความสูงของธนกรแต่เถ้าเเก่ก็ยังไม่หยุดพูด
“เอ็งไม่รู้อะไรจริงอย่ามาปากดีเอ็งมันก็แค่ไอ้คนหาปลาล่ะว่ะ ลำพังตัวเองก็ยังเอาไม่รอดริอาจมายุ่งเรื่องชาวบ้านระวังไว้เถอะเดี๋ยวจะอายุสั้น”
“อ้าวๆทำไมเถ้าแก่พูดจาแบบนี้ล่ะยายช้อยติดเงินเถ้าแก่ไว้เท่าไหร่ว่ามาเลย”
สถานการณ์ตอนนี้ตึงเครียดทำให้ทัชและธนกรต้องรีบห้ามกันเนอร์
“เฮ้ยเพื่อนใจเย็นอย่ามีเรื่องนะเว้ย”ทัชเอ่ยห้ามกันเนอร์
“ไม่มีเรื่องได้ยังไงวะพวกเอ็งก็เห็นว่าเถ้าแก่เนี่ยทำตัวหัวงูใส่หลานสาวยายช้อย”
ธนกรจ้องมองไปยังหญิงสาวเขาก็ต้องตกใจเพราะเธอคือหญิงสาวที่เอาขนมมาขายให้เขาและเหมือนเธอกำลังส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาที่เขา ธนกรจึงตัดสินใจพูดบางอย่างออกไป
“ค่าเช่าที่อ่ะที่ติดเถ้าแก่ไว้ ทั้งหมดมันเท่าไหร่”
ธนกรเอ่ยปากถามเถ้าแก่สุรศักดิ์แต่กลับถูกเถ้าแก่หัวเราะใส่และเอ่ยวาจาดูถูกออกไป
“น้ำหน้าอย่างพวกเอ็งน่ะไม่มีปัญญาจ่ายคืนหรอกเพราะข้าต้องการวันนี้และก็เดี๋ยวนี้”
ธนกรเดินเข้ามาใกล้ๆเถ้าแก่สุรศักดิ์ และจ้องมองตาเข็มงและถามประโยคเดิมอีกครั้ง
“ผมถามว่าทั้งหมดเท่าไหร่คุณก็ตอบผมมาสิ”
ธนกรเอ่ยถามย้ำอีกครั้งพร้อมกับหน้าตาที่จริงจังเถ้าเเก่สุรศักดิ์เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเอาจริงจึงตอบกลับด้วยความกลัว
“เก้า..เก้าพันบาทยังไงล่ะมีจ่ายให้ข้าไหม”
เถ้าแก่สุรศักดิ์พูดเสียงตะกุกตะกัก ธนกรไม่พูดอะไรออกมาแต่เขาหยิบเงินสดออกมาจากกระเป๋าสตางค์พร้อมกับนับมันและส่งยื่นไปให้เถ้าแก่สุรศักดิ์
“เอานี่ไป เก้าพันบาทผมขอจ่ายแทนและคุณก็ช่วยกลับไปได้เเล้ว”
เถ้าแก่สุรศักดิ์มีอาการอึ้งๆ เพราะเขาคิดว่าธนกรไม่น่ามีเงินสดจ่ายเขาจริงๆ แต่ด้วยการที่กลัวตัวเองจะเสียภาพลักษณ์สุดท้ายก็ต้องรับเงินจากธนกรไว้
“แล้วก็กลับไปได้แล้วครับ”
ธนกรเอ่ยปากไล่เถ้าเเก่สุรศักดิ์
หลังจากที่เถ้าแก่กลับไปเขาทั้งสามคนก็ได้รับคำขอบคุณจากยายหลาน และกันเนอร์ก็แนะนำให้ยายช้อยฟังว่าทั้งสองคนคือเพื่อนของตนที่มาเที่ยวหา ยายช้อยกล่าวขอบคุณธนกรอีกครั้งที่จ่ายเงินค่าเช่าให้
“ขอบใจอีกครั้งนะลูกยายไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลย”
ยายช้อยพูดออกมาด้วยความดีใจ
“ผมเต็มใจช่วยครับ”
“ไม่ได้ยังไงยายก็ต้องใช้หนี้คืน”
“ไม่ต้องหรอกครับยายผมไม่เอา” ยายช้อยที่พยายามจะใช้หนี้คืนแต่มันไม่เป็นผลสำเร็จยายช้อยจึงเปลี่ยนคำพูดใหม่แต่ก็ต้องโดนทัชพูดขัดขึ้นมา
“ไม่ต้องใช้หนี้หรอกครับเพื่อนผมคนนี้มันรวย”
ยายช้อยหันไปมองหน้าธนกรและเอ่ยขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นให้ยายตอบแทนอะไรได้บ้างไหมถ้าหนูจะไม่เอาเงินยาย”
ธนกรมองไปยังยี่หวาและแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอ่ยตอบกลับ
“ตอนนี้ผมยังคิดไม่ออกครับเอาไว้ถ้าผมนึกออกว่าจะให้ตอบแทนอะไรผมผมจะบอกนะครับ”
สายตาของธนกรที่มองยี่หวาแบบไม่กระพริบตาทำให้ยี่หวาหลบสายตาด้วยความเขินอายไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหนที่ทั้งสามคนอยู่ที่แผงขายของและทัชเริ่มหิวข้าวจึงขอตัวกลับแต่ขณะที่กำลังจะเดินกลับธนกรได้ก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของยี่หวา
“ค่าเช่าที่ที่จ่ายให้วันนี้น่ะมันไม่ฟรีหรอกแต่ถ้าอยากจะใช้หนี้คืนฉันจริงๆแล้วไม่มีเงินจ่ายมันก็ไม่ยากก็แค่แก้ผ้าของเธอออกซะ”
พูดจบเขาก็เดินตามหลังเพื่อนไปปล่อยให้ยี่หวานั่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก
ที่บ้านกันเนอร์
“ไอ้ทัชกับไอ้กรพวกเอ็งนอนห้องนี้กันนะ”
กันเนอร์พาเพื่อนมาดูที่พักภายในห้องค่อนข้างเล็กเเละคับแคบแต่ยังดีที่มีหน้าต่างเอาไว้ระบายอากาศ
“มันจะนอนเบียด ๆ กันหน่อยนะเว้ยโทษทีบ้านข้ามันเล็กวะ”
กันเนอร์บอกเพื่อนและหัวเราะแห้ง ๆ เขารู้ตัวเองดีว่าในบรรดาเพื่อนทั้งสองคนฐานะทางเขามันเเย่ที่สุดแต่เขาก็ยังดีใจที่ทั้งสองคนไม่รังเกียจเขา และยังคบกับเขามาจนถึงทุกวันนี้
“อย่าคิดมากเว้ย แค่มึงมีห้องให้กูสองคนนอนกันก็ดีแล้วล่ะ”
ธนกรพูดให้กันเนอร์สบายใจ
“เอ้อ..พวกเอ็งนอนพักผ่อนกันเถอะเดินทางมากันน่าจะเหนื่อย”
“แล้วมึงไม่นอนเหรอวะกันเนอร์”
เสียงธนกรถามเพื่อน
“ไม่วะข้าว่าจะไปถางหญ้าหลังบ้านหน่อยพวกเอ็งนอนกันไปเถอะ เก็บแรงไว้เดี๋ยวตอนเย็นจะพาไปเดินเล่นที่วัดเขาจัดงานวันแรก”
กันเนอร์พูดจบก็ขอตัวออกไปถางหญ้าหลังบ้าน ทั้งสองคนจึงพากันเก็บของจัดที่นอน และนอนพักผ่อน
ช่วงเย็น
“อ้าว เฮ้ยตื่นได้เเล้วเว้ยไอ้ทัช”
เสียงกันเนอร์ตะโกนลั่นบอกเพื่อน
“อื้้อ..กี่โมงแล้วเนี่ย”
ทัชที่ลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจพร้อมกับหาววอด ๆก่อนจะหันมามองธนกรที่ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในห้อง ทัชจึงลุกออกมาจากห้องนอนและเดินลงมาข้างล่างทัชเมื่อเห็นหน้ากันเนอร์ก็ถามถึงธนกรว่าหายไปไหน
“กันเนอร์ไอ้กรมันหายไปไหนวะ”
“โอย...มันลุกก่อนเอ็งตั้งนานแล้วนู่นอยู่นั่นไงไปช่วยตาข้าซ่อมเรือเอ็งไปอาบน้ำได้เเล้วไปเดี๋ยวจะพาไปเที่ยวที่งานวัด”
“เออแล้วนี่ยายเอ็งไปไหนวะกูไม่เห็นตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว”
ทัชถามกันเนอร์เพราะไม่เห็นยายทรงที่บ้าน
“อ๋อ ยายข้าไปจองที่ไว้เพราะยายจะเอาปลาที่ตากไว้ไปขายที่วัดเย็นนี้”
กันเนอร์เอ่ย
“อ้าวเหรอวะ งั้นข้าไปอาบน้ำก่อนนะ”
ทัชพูดจบก็เดินเข้าห้องน้ำ ส่วนกันเนอร์เดินไปหาตาชิดกับธนกรให้ทั้งสองคนเลิกซ่อมเรือและเตรียมตัวไปที่วัด
ที่งานวัด
18:57 น.
บรื้น ๆ
กันเนอร์ได้พาเพื่อนเเละตาชิดมาที่งานและจอดรถไว้ตรงลานวัดเมื่อทั้งสี่คนทัชธนกรกันเนอร์และตาชิดเปิดประตูรถออกมาก็ได้ยินเสียงเพลงในงานที่เปิดเสียงดังสนั่น และเสียงกรรมการวัดประกาศให้ชาวบ้านปิดทองในงานยังมีของขายมากมายหลายร้านละลานตาไปหมด กันเนอร์ที่พาเพื่อน ๆ ตามหายายทรงที่ขายปลาแดดเดียว ใช้เวลาเดินกันช้าเพราะคนในงาน ค่อนข้างเยอะมากทั้งเบียดและเเออัดในช่วงจังหวะนัันพลันสายตาของธนกรก็เหลือบไปเห็นยี่หวาเธอมาตั้งร้านขายขนมหวานและน้ำอัดลมใบหน้าของธนกรเกิดรอยยิ้มขึ้นมา
“โห่..กว่าจะหลุดออกมาจากตรงนั้นได้แทบตาย”
กันเนอร์ที่พาเพื่อน ๆ และตาชิดมาหายายทรงที่ร้านบ่นให้ยายทรงฟังทัชที่รีบกุลีกุจอช่วยยายทรงขายของ
“มา ๆ ช่วยด้วยคน”
กันเนอร์และทัชช่วยกันคนล่ะหน้าที่อีกคนรับหน้าที่ถอนเงินอีกคนทอดปลาส่วนธนกรนั้นก็มาช่วยเอาปลาแดดเดียวใส่ถุงธนกรได้ช่วยเพื่อนขายของไปสักพักแล้วก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากบอกเพื่อน ๆ
“เฮ้ย พวกมึงหิวน้ำไหมวะจะไปซื้อให้ ยายทรงตาชิดกินน้ำอะไรดีครับผมเลี้ยง”
ธนกรเอ่ยเสียงดัง
“เอาแป๊ปซี่แก้วนึง”
“แล้วมึงเอาน้ำอะไรกันเนอร์”
กันเนอร์ที่ทำหน้าคิดชั่วครู่
“เอาแบบไอ้ทัชก็ได้ ส่วนตากับยายข้าเอาเป็นน้ำเปล่านะเพราะแกสองคนไม่กินน้ำอัดลม”
เมื่อกันเนอร์พูดจบธนกรพนักหน้ารับและรีบเดินออกไปซื้อน้ำแต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้มีเจตนาที่จะไปซื้อน้ำเพียงอย่างเดียวแต่ ธนกร นั้นตั้งใจที่จะเดินไปหายี่หวา เขาใช้เวลาเดินไปยังร้านยี่หวาสักพักในที่สุดเขาก็มาถึงที่ร้านของยี่หวานั้นมีคนซื้อขนมหวานและน้ำเต็มร้านเขาจึงแกล้งตีเนียนเดินเข้าไปและกล่าวสวัสดียายช้อยอีกครั้งและเข้าไปช่วยขายของ
“รับอะไรดีครับ”
ธนกรเอ่ยถามลูกค้าเบื่องหน้ายี่หวาตกใจอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาเยอะช่วยขายเธอจึงเงยหน้ามองด้วยความสงสัยและเธอก็รู้ว่าเป็นเพื่อนของกันเนอร์ แต่แล้วคำพูดของ ธนกร ที่พูดกับเธอเมื่อช่วงบ่ายก็ได้ผุดขึ้นมาเธอจึงยืนจ้องหน้าธนกรด้วยความสงสัยธนกรเมื่อรู้ว่าเธอจ้องมอง หน้าเขาก็ยิ่งตีเนียนทำเป็นขายของไม่รู้ไม่ชี้ แต่แล้วลูกค้าก็เข้ามาขัดจังหวะในการคิดของยี่หวา
“แม่หนู ป้าเอาขนมถ้วยสี่สิบบาทแล้วก็เอาน้ำแดงมาด้วยแก้วนึง”
“ได้จ้ะป้า”
ยี่หวาจึงรีบหยิบขนมถ้วยใส่ถุงให้ลูกค้าก่อนจะรีบหันมาทำน้ำแดงใส่แก้ว แต่เเล้วหน้าเธอก็ชนเข้ากับแผ่นหลังของธนกรเข้าอย่างจังธนกรอมยิ้มและเอ่ยขึ้น
“ก็ขายขนมไปเดี๋ยวน้ำจะช่วยขายให้”
ยี่หวาทำหน้ามึนงงและหันไปขายของต่อเมื่อลูกค้าน้อยลงเธอจึงเอ่ยถาม
“แล้วพวกพี่ล่ะจ๊ะไม่มาเหรอหนูเห็นยายทรงมาขายของด้วยไม่ใช่เหรอจ๊ะ”
“ก็มา”
เขาตอบเธอเพียงสั้น ๆ เเต่ยี่หวาก็ยังถามต่อ
“แล้วทำไมไม่ไป ช่วยเพื่อนขายของล่ะ”
ครั้งนี้น้ำเสียงของเธอฟังดูเหมือนไม่ค่อยพอใจเขาแต่ธนกรก็ยังคงนิ่งเงียบ
ร้านยายทรง ยายของกันเนอร์
“เฮ้ยไอ้กรมันหาร้านขายน้ำเจอป่าววะ”
ทัชเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าธนกรนั้นหายไปนานมากกันเนอร์จึงออกมายืนหน้าร้านและพยายามมองหาเพื่อนก็ไร้วี่แววของเพื่อน
“มันอาจจะกำลังมาก็ได้เเต่คนในงานเยอะมาก ๆ มันน่าจะโดนคนในงานเบียดอยู่”
กันเนอร์เอ่ยตอบทัช
ในด้านของธนกร
“ต้องขอบใจพ่อหนุ่มมาก ๆ เลยนะลูกที่มาช่วยยายขายของเนี่ยเผลอแป๊ปเดียวของขายใกล้จะหมดแล้วไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลยทำไมแสนดีแบบนี้ล่ะลูก”
ยายช้อยเอ่ยชมธนกร เขาได้เเต่อมยิ้มเมื่อเขาก้มมองหน้ายายช้อยดี ๆ สีหน้ายายช้อยไม่ค่อยสู้ดีนักเนื่องจากแกไม่สบายและยังมีท่าทางที่อิดโรย
“ยายครับกลับไปพักผ่อนก่อนไหมครับ เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านเองจะยืมรถเพื่อนขับไปส่งที่บ้าน”
คราวนี้ยี่หวาเบิกตาโพรงและหันไปมองหน้ายายถึงยายช้อยจะเห็นด้วยกับธนกร แต่ยายช้อยก็ยังแอบกังวลเพราะหลานสาวไม่เคยไปไหนคนเดียวตอนกลางคืน
“ยายก็อยากกลับไปพักนะ แต่ห่วงยี่หวามันไหนจะของที่ร้านต้องขนกลับคนเดียว”
ยังไม่ทันที่ยายช้อยจะพูดจบธนกรก็เอ่ยขึ้นมา
“เดี๋ยวผมกับกันเนอร์ช่วยขนของไปส่งที่บ้านให้ครับไม่ต้องห่วง ยายน่ะดูอิดโรยนะครับต้องรีบกลับไปพักผ่อนให้มาก ๆ”
ในที่สุดยายช้อยก็ทนลูกตื้อของธนกรไม่ไหวจึงยอมกลับไปพักผ่อนแต่โดยดียี่หวาเมื่อเห็นแบบนั้นเธอจึงรีบเข้าไปคุยกับยายช้อย
“ยายจ๋าไหนยายเคยบอกไงจ๊ะว่าไม่ให้ไปไหนกับคนแปลกหน้า”
ยายช้อยยื่นมือมาลูบหัวยี่หวาและพูดขึ้น
“ใช่ยายสอนหนูแบบนั้นลูก แต่นี่กันเนอร์มันก็จะมาช่วยขนของด้วยแถมพ่อหนุ่มคนนี้ก็ช่วยเหลือเราไว้เมื่อตอนบ่ายไม่มีอะไรที่ต้องเป็นกังวลหรอก ยายไว้ใจกันเนอร์ ว่ามันไม่ทำอะไรที่ไม่ดีหรอก”
ธนกรรีบเทแป๊ปซี่ใส่แก้วและหยิบน้ำเปล่าไปสองขวดก่อนจะยื่นเงินไปให้ยายช้อยและขอตัวไปเอากุญแจรถจากเพื่อนก่อน
ที่ร้านยายทรง
“อ้าว ๆ นั่น ๆ ไอ้กรตัวเเซบมันมาโน่นแล้ว”
เสียงทัชที่ตะโกนบอกกันเนอร์
“โห่ไอ้กรเอ็งไปซื้อถึงไหนมาวะพวกข้ารอกินน้ำกันจนคอแห้งหมดแล้ว”
กันเนอร์บ่นใส่ธนกรแต่ธนกรก็ไม่ได้พูดอะไรแต่ส่งน้ำแป็ปซี่ไปให้เพื่อนทั้งสองคน และน้ำเปล่าไปให้ตาชิดกับยายทรง แล้วจึงหันมาพูดกับกันเนอร์
“ขอโทษทีเพื่อนกูยืนดูสาวเเดนเซอร์นานไปหน่อยวะ”
ทั้งกันเนอร์และทัชต่างหันมามองหน้ากันด้วยความงุนงง เพราะตั้งแต่เป็นเพื่อนกับธนกรก็ไม่เคยเห็นจะคบกับใครหรือดูสาวที่ไหนเต้นสักคน เขาสองคนงงที่ได้ยินธนกรพูดแบบนั้น
“เออไอ้กันเนอร์แล้วก็กูยืมรถมึงแป๊ปนึงได้ไหมวะอยากไปขับรถชมวิวหน่อย พอดีไม่ค่อยถูกกับที่ ๆ มีเสียงดังเท่าไหร่เลย”
แต่กันเนอร์ก็รู้ดีว่าธนกรเป็นคนไม่ค่อยชอบเสียงดังแต่จะชอบที่เงียบ ๆ มากกว่า
“ข้าไม่น่าพาเอ็งมาเลยไอ้กรก็รู้อยู่แล้วว่าเอ็งไม่ชอบอะไรที่มันหนวกหู อะ.. กุญแจรถแล้วเอ็งอย่าขับไปไกลมากนะเว้ยเดี๋ยวหลงทางเอา”
กันเนอร์เตือนธนกรด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อน
“ขอบใจนะเว้ยกูจะกลับมาให้ทันตอนมึงเก็บร้านแน่นอน”
ธนกรพูดรับปากกับเพื่อนก่อนจะรีบเดินไปหายายช้อยที่ร้าน
“มาแล้วครับยาย ปะไปกันครับ”
ไม่พูดเปล่าธนกรยังเดินเข้ามาในร้านและจูงมือยายช้อยออกไป ยี่หวาเห็นแบบนั้นก็รีบพูดขึ้นมา
“ยายจ๋ากลับบ้านไปรีบอาบน้ำนอนเลยนะห้ามไปทำขนมต่อนะจ๊ะยาย”
“เออ..ยายจะนอนเลยไม่ต้องห่วงยายหรอกลูกอยู่ขายแค่เท่าที่ไหวนะลูกไม่ต้องกลับดึก”
เมื่อพูดจบยายช้อยก็เดินไปกับธนกรยี่หวาได้แต่มองยายเดินหายไปจนลับตา