มาลัยผู้หญิงวัยสี่สิบปีพูดกับสามีมหาเศรษฐีของตัวเอง ขณะยังคงกุมมือเล็กๆ ของชญานินเอาไว้ตลอดเวลา ราวกับต้องการปลอบประโลมดวงใจที่เต็มไปด้วยความโศรกเศร้าของชญานิน
“พ่อกับแม่ของแกตายหมดแล้วค่ะ แล้วมาลัยก็ทนเห็นแกลำบากไม่ได้ มาลัยขอนะคะ ขอให้ยัยชญาได้พึ่งใบบุญของคุณด้วยค่ะ”
มาลัยที่จับพลัดจับผลูมาเป็นเมียคนล่าสุดของทรงพล ยังคงพยายามขอร้องให้สามีเมตตาสงสารชญานิน เด็กหญิงกำพร้าที่เป็นหลานสาวคนเดียวของตนเอง
“คุณเองก็อุปถัมภ์เด็กกำพร้าบ่อยๆ เพิ่มยัยชญาอีกสักคนจะได้ไหมคะ?”
ทรงพลนิ่งคิด หลังจากพิจารณาเด็กหญิงวัยสิบปีตรงหน้าอยู่พักใหญ่ ทรงพลก็พูดขึ้นกับภรรยาคนล่าสุดของตัวเอง
“ได้สิ ฉันจะอุปการะเลี้ยงดูเด็กคนนี้เอง”
“จริงๆ นะคะคุณ”
มาลัยดีใจยิ้มแก้มปริ เพราะเธอสงสารหลานสาวคนนี้จริงๆ
“อืม..”
ทรงพลผงกศีรษะขึ้นลงช้าๆ รอยยิ้มเมตตาเกลื่อนเต็มใบหน้า
“รีบขอบคุณ คุณลุงสิยัยชญา”
มาลัยรีบบอกหลานสาวของตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าผสมความตื่นเต้นดีใจ
“ชญาขอบคุณ คุณลุงมากๆ เลยนะคะ”
ทรงพลทอดสายตาเอ็นดูมองสบตาเด็กหญิง
“ไปอยู่ด้วยกันนั่นแหละ ฉันจะส่งเสียให้หนูเรียนเอง อยากเรียนสูงแค่ไหนก็ได้ ตามใจของหนูเลย หนูชญา”
“ชญาขอขอบคุณคุณลุงอีกครั้งค่ะ”
“มาลัยขอบคุณคุณ แทนน้องสาวและน้องเขยมาลัยด้วยนะคะ คุณจะไม่มีทางผิดหวังกับยัยชญาแน่นอน หลานคนนี้ของมาลัยจะทดแทนคุณ จนกว่าคุณจะพอใจ”
มาลัยพูดเป็นนัยๆ และทรงพลก็รับรู้
คฤหาสน์การัณยภาส
“เธอให้คนจัดห้องพักให้หนูชญาแล้วเหรอมาลัย?” ทรงพลถามด้วยความอยากรู้ หลังภรรยาของเขาวิ่งวุ่นมาพักใหญ่ๆ แล้ว
“ยังเลยค่ะคุณ แต่ห้องพักคนใช้ ยังมีห้องว่างอยู่หลายห้องเลยค่ะ”
มาลัยตั้งใจจะให้ชญานินไปพักอาศัยที่ห้องพักของคนรับใช้ จะได้ไม่รบกวนทรงพลมากเกินไป แต่ทรงพลยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน
“ให้ขึ้นไปพักด้วยกันบนตึกนั่นแหละ หนูชญาไม่ใช่คนรับใช้สักหน่อยนะมาลัย หนูชญาเป็นหลานสาวของเธอนี่มาลัย”
“เอ่อ... แต่ว่า...”
มาลัยอึกอัก เพราะรู้ดีว่าหากตนเองทำเช่นนั้น จะต้องเกิดปัญหาใหญ่ตามมาอย่างแน่นอน
“ทำตามที่ฉันสั่งนั่นแหละมาลัย เรื่องของลูกชายฉัน เดี๋ยวฉันจัดการเอง” เรื่องที่มาลัยกังวล ทรงพลรู้ดี บุตรชายหัวดื้อ เพราะถูกเลี้ยงแบบตามใจมาตั้งแต่เด็ก พอภรรยาของเขาด่วนจากไป เตชินเลยไร้คนปรามได้ เตชินแผลงฤทธิ์ทุกครั้งที่ทรงพลแต่งงานใหม่
และเมื่อเป็นคำสั่งของสามีผู้เด็ดขาดและร่ำรวยก็ทำให้มาลัยไม่สามารถโต้แย้งได้
“ค่ะคุณ”
สีหน้าของมาลัยไม่ค่อยสู้ดีนัก ตอนที่เดินจูงมือของชญานินออกมาจากห้องรับรองแขกกลางคฤหาสน์การัณยภาส
“ชญา หนูอยู่ในบ้านหลังนี้ ต้องอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวนะลูก ที่นี่ไม่เหมือนบ้านหลังเก่าของหนู”
ระหว่างที่พาชญานินเดินขึ้นบันไดมาลัยพยายามอธิบายให้หลานสาวเข้าใจ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังชั้นสอง ซึ่งเป็นบริเวณที่แบ่งเป็นห้องนอนของเจ้านายของคฤหาสน์หลังใหญ่หรูหราแห่งนี้
“ค่ะ ป้า”
ชญานินเป็นเด็กหัวอ่อนว่านอนสอนง่าย เธอเชื่อฟังคำพูดของผู้ใหญ่เสมอ แม้ว่าตัวเองจะเกิดมาอาภัพ ต้องเสียพ่อเสียแม่ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เธอก็ยังคงมองโลกในแง่ดี
เธอเชื่อเสมอว่า หากทำความดี สักวัน ความดีจะมอบความสุขตอบแทนกลับมา
มาลัยอมยิ้มน้อยๆ มองสบนัยน์ตาหลานสาวด้วยความเอ็นดู
ชญานินเป็นลูกสาวของ พิไล น้องสาวต่างแม่ของเธอ ก่อนที่พิไลจะเสียชีวิตลงได้ฝากฝังลูกสาวเอาไว้ ทำให้มาลัยไม่สามารถทอดทิ้งชญานินได้
“จากนี้ไป ห้องนี้เป็นห้องพักของหนูนะชญา”
มาลัยพูดขึ้นหลังจากเปิดประตูห้องรับแขก ซึ่งอยู่ทางปีกขวาของตัวคฤหาสน์
ชญานินมองไปรอบๆ ห้อง แล้วก็หันมายกมือไหว้มาลัย
“ชญาขอบคุณป้ามากๆ เลยค่ะ”
มาลัยยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กๆ ของหลานสาวเบาๆ
“อยู่ที่นี่ทำตัวให้ดีๆ นะ เชื่อฟังคำพูดของผู้หลักผู้ใหญ่ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น คนที่นี่จะรักและเอ็นดูชญา เข้าใจที่ป้าสอนใช่ไหมลูก”
“ชญาเข้าใจค่ะป้า”
ขณะที่สองป้าหลานกำลังช่วยกันเก็บของใช้ส่วนตัวใส่ตู้เสื้อผ้าอยู่นั้น เตชิน ลูกชายวัยสิบเจ็ดปีของทรงพลก็เดินผ่านมาพอดี
เด็กหนุ่มมองผ่านประตูห้องที่เปิดอ้าอยู่เข้าไปภายใน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยของความไม่พอใจ เมื่อเห็นแม่เลี้ยงของตัวเองพาเด็กหญิงหน้าตาน่าเอ็นดูคนหนึ่งเข้ามาอยู่ภายในบ้านของเขาด้วยอีกคน
“มาเกาะพ่อของฉันคนเดียวคงไม่พอสินะ ถึงได้พาเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ เข้ามาช่วยกันสูบเลือดสูบเนื้อพ่อของฉันด้วยอีกคน อีพวกกะสือหิวเงิน!!”
เตชินที่กำลังเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนตวาดเสียงแหลมออกมาด้วยความไม่พอใจ และเสียงนั้นก็ดังมากพอที่จะทำให้มาลัยกับชญานินได้ยินเต็มสองหู
ทั้งคู่หันไปมองที่ประตูห้องที่เปิดค้างเอาไว้ สีหน้าของมาลัยซีดเผือดลงเมื่อเห็นเตชินยืนอยู่ตรงนั้น แต่สำหรับชญานินแล้ว เธอไม่รู้เรื่องความบาดหมางนั่น เธอแค่ส่งรอยยิ้มไร้เดียงสาตามวัยให้กับพี่ชายเบื้องหน้า
“สวัสดีค่ะคุณเตชิน” มาลัยทักทายลูกเลี้ยงเสียงแผ่วๆ
“อย่าคิดว่าพ่อของผมหลงคุณหัวปักหัวปำ แล้วใครจะทำอะไรคุณไม่ได้นะมาลัย สักวันผมจะกระชากหน้ากากของพวกคุณออกมา พ่อจะได้เห็นธาตุแท้ของพวกคุณเสียที”
เตชินตวาด แล้วก็เดินจากไปด้วยท่าทางฉุนเฉียว
ตอนที่ 2.ถ้ำเสือแดนมังกร
มาลัยมองตามลูกเลี้ยงไปด้วยสายตาไม่สบายใจ เธอพยายามมาตลอดที่จะเป็นแม่เลี้ยงที่ดีของเตชิน แต่เด็กหนุ่มไม่ยอมเปิดใจให้ตนเองเลย ยังคงมองเธอเป็นศัตรู เป็นแม่เลี้ยงใจร้ายเสมอมา ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยคิดร้ายกับคนที่นี่เลยสักคน
“ป้า... พี่เขาไม่ชอบหน้าชญาแน่ๆ เลยค่ะ”
ชญานินพูดออกมาน้ำเสียงผสมความเศร้า จนมาลัยต้องรีบปลอบใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกชญา คนที่คุณเตชินไม่ชอบหน้าคือป้าต่างหากละ”
“ป้าไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจเหรอคะ ทำไมคุณเตชินถึงไม่ชอบหน้าป้าล่ะคะ”
มาลัยยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะพูดความจริงให้หลานสาวฟัง ซึ่งหล่อนก็ไม่รู้ว่าชญานินจะเข้าใจสิ่งที่ตนเองพูดออกมาทั้งหมดหรือเปล่า
“คุณเตชินเป็นลูกชายของคุณลุงกับภรรยาคนแรกของคุณลุงเขาน่ะ ส่วนป้าเป็นภรรยาใหม่ของคุณลุงเขา...คงเพราะป้ากับคุณลุงอายุห่างกัน แถมป้าเองก็แค่คนธรรมดาไม่ได้มั่งมีเหมือนคุณลุงเขา นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเตชินแอบไม่พอใจก็ได้”
“ทำไมคุณเตชินเข้าใจยากจังคะป้า?” เด็กน้อยอยากรู้
“คนเราทุกคนมีเหตุผลเป็นของตัวเองเสมอ สิ่งที่ป้าบอกได้ ป้าก็บอกชญาไปหมดแล้ว และบางเรื่อง ชญาจะรู้เองเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่”
ชญานินผงกศีรษะขึ้นลง และไม่ถามเซ้าซี้ป้าของตัวเองอีก
“ตอนนี้สิ่งที่ชญาต้องจำเอาไว้ก็คือ คุณลุงคือคนที่มอบชีวิตใหม่ให้ชญา ไม่ว่าคุณลุงต้องการให้ชญาทำอะไร ชญาก็ต้องทำตามที่คุณลุงสั่งนะ เข้าใจไหมลูก”
“ค่ะป้า”
ชญานินตอบรับอย่างว่านอนสอนง่าย ใบหน้าเล็กๆ ยิ้มแย้มตลอดเวลา
“แล้วคุณเตชินล่ะคะป้า...”
“นี่แหละที่ป้ากลัว... หนูชญาพยายามอย่าขัดใจคุณเตชินเขานะ ไม่ว่าคุณเตชินต้องการอะไร ชญาก็ต้องรีบหามาให้ อย่าขัดขืนเด็ดขาด เพราะคุณเตชินคือลูกชายคนเดียวของคุณลุง ชญาเข้าใจไหมลูก”
“ชญาเข้าใจค่ะป้า”
“เก่งมาก อยู่ที่นี่ให้เจียมตัวที่สุด แล้วชญาจะมีความสุข เชื่อป้านะลูก เรามันคนจน เราต้องเจียมตัว อะไรที่ทำให้เจ้าของบ้านลำบากใจก็อย่าไปทำ”
“ค่ะป้า”
มาลัยยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กของชญานินอีกครั้ง ก่อนจะสั่งให้ชญานินอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย แล้วลงไปที่ห้องอาหารตอนหกโมงเย็น
ภายในห้องอาหารหรูของคฤหาสน์การัณยภาส
การัณยภาสกรุ๊ปซึ่งมีทรงพลกุมบังเหียน ตอนนี้เป็นเวลาอาหารค่ำ ทุกคนนั่งประจำที่อยู่บนเก้าอี้ของตัวเอง ยกเว้นเพียงแค่เตชินคนเดียว
มื้อเย็นเป็นการร่วมรับประทานอาหารแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ทรงพลจึงออกคำสั่ง สมาชิกทุกคนในบ้านการัณยภาสต้องพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหารให้ตรงเวลาด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเตชินรู้ดี แต่บุตรชายเลือดร้อน เลือกที่จะยั่วยุโทสะของบิดา ด้วยการลงมาที่ห้องอาหารช้าเสมอในทุกๆ วัน
“ถ้าพรุ่งนี้ แกยังไม่ตรงเวลาแบบนี้อีก แกก็ควรไปกินข้าวในครัวกับคนใช้นะเจ้าเต!!”
ทรงพลตวาดบุตรชายที่เดินหน้าระรื่นเข้ามาในห้องอาหารด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แต่เตชินหาได้ใส่ใจไม่ เขาปรายตามองชญานินที่นั่งก้มหน้านิ่งพร้อมกับยิ้มหยันมุมปาก
“คุณพ่อมีลูกคนใหม่แล้วนี่ครับ จะมาสนใจลูกชายนิสัยไม่ดีแบบผมทำไม ผมจะลงมากินข้าวเย็นตอนไหน มันก็เรื่องของผม”
“ไอ้ลูกเวร!! เมื่อไหร่แกจะเป็นผู้ใหญ่สักทีหะ!!”