Cue 1
บ้านหลังขนาดใหญ่ในหมู่บ้านจัดสรรกลางเมืองหลวง
“คุณพ่อว่ายังไงนะครับ” เนย์ที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามพ่อและแม่ถามอย่างไม่มั่นใจ
“พ่ออยากให้แกหมั้นกับคีย์ ลูกชายของเพื่อนพ่อ ถ้าลูกจำได้ตอนเด็กก็เจอกันบ่อยอยู่”
“พ่อมีเหตุผลอย่างอื่นหรือเปล่าครับ” เนย์หรี่ตามองผู้เป็นพ่ออย่างรู้ทัน
“จริง ๆ แล้วสินมันอยากได้ลูกเป็นลูกสะใภ้แล้วก็อยากให้ลูกช่วยดูแลเจ้าคีย์มันน่ะสิ เห็นว่าช่วงนี้หนักเอาเรื่องอยู่”
“พี่คีย์เป็นอะไรครับพ่อ ส่วนเรื่องหมั้น พี่คีย์เขาโอเคหรอครับ ไม่ใช่ว่าเขามีแฟนอยู่แล้วหรอ”
“เพิ่งโดนสาวบอกเลิกมาน่ะสิ แถมยังได้เงินไปอีกไม่น้อย คีย์โกรธและเสียใจหนักเอาเรื่องอยู่”
“ผมไม่อะไรหรอกครับ ถ้าจะหมั้นก็หมั้น ผมเองก็ยังโสดลองดูกันไปก่อนก็ได้ ถ้าพี่คีย์เขาโอเคน่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะครับถ้ามีสาว ๆ หรือแฟนเก่าเขามาตามหาเรื่องนี่ผมไม่ยอมนะ” เขาเองก็จำพี่คีย์ได้อยู่หรอก แถมเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันจะไม่เคยเห็นหน้ากันเลยก็แปลกแล้ว อีกอย่างตอนเด็ก ๆ พี่คีย์ก็คอยดูแลเขาไม่น้อยตอนที่พ่อกับแม่ต้องบินไปทำงานต่างประเทศ ถ้าเขาช่วยให้พี่คีย์หายเศร้าได้เร็วก็คงดี
เนย์ไม่ได้เป็นคนมองโลกในแง่ดีแต่เพราะครอบครัวของเขาและพี่คีย์นั้นสนิทกันมานาน แม้ว่าช่วงหลายปีหลังเขาจะไม่ได้ไปเจอกับบ้านพี่คีย์เพราะเรียนและทำงานหนักแต่ก็ยังคงได้ยินข่าวเรื่อย ๆ
“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ลูกอย่าเพิ่งออกไปไหนนะ สินมันจะพาคีย์มาทานข้าวเย็นด้วย” เนย์หยักหน้ารับก่อนจะขอตัวขึ้นไปพักที่ห้อง เขาเพิ่งกลับมาจากงานแสดงคอนเสิร์ตที่เข้าไปเซตอัพตั้งแต่เมื่อคืน ที่จริงวันนี้ต้องเข้าไปอีกแต่หัวหน้าบอกให้เขากลับมาพักและค่อยไปอีกทีพรุ่งนี้เช้า ได้นอนสักตื่นน่าจะดี
เขารู้สึกตัวอีกครั้งตอนที่ได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง
“ครับบ” ตะโกนตอบรับไปโดยที่ตายังไม่ได้ลืม ได้ยินเสียงเปิดประตูน่าจะเป็นแม่บ้านที่เข้ามาปลุก
แต่ผ่านไปนานเกือบนาทีเขาก็ยังไม่ได้ยินเสียงพูดจึงค่อย ๆ ฝืนลืมตาขึ้นมา
“อ๊ะ พี่คีย์สวัสดีครับ เดี๋ยวผมล้างหน้าแล้วจะรีบตามลงไป ขอโทษที่ทำให้ต้องขึ้นมาปลุกนะครับ” เขารีบขยับตัวลุกออกจากที่นอนแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าให้ตัวเองตื่น
แต่เนย์ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคีย์ยังคงนั่งอยู่ปลายเตียงของเขา
“พี่คีย์มีอะไรหรือเปล่าครับ” เนย์ตัดสินใจถามไปตรง ๆ
“เรื่องหมั้น เราโอเคหรือเปล่า” คีย์มองหน้าน้องชายที่เคยเล่นด้วยมาตั้งแต่เด็ก ๆ เขาลืมน้องคนนี้ไปได้ยังไงกันนะ น้องที่คอยเดินตามหลังและเรียกหาเขาไม่หยุด โตขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“ผมไม่มีปัญหาอะไรครับ ผมยังโสดถ้าเราเข้ากันไม่ได้รอสักปีค่อยขอคุณพ่อกับคุณอาถอนหมั้นท่านก็คงไม่น่าจะว่าอะไร พี่คีย์เถอะครับโอเคจริง ๆ หรือเปล่า” เนย์ถามกลับ ตัวเขานั้นรู้ตัวเองมานานแล้วว่าคงไม่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงได้ แต่คนตรงหน้าเขานั้นไม่เคยมีข่าวหรือวี่แววว่าจะชอบผู้ชายมาก่อนเสียด้วยซ้ำไม่รู้คุณอาสินคิดยังไงเรื่องให้พวกเขาหมั้นกัน
“ไม่รู้สิ แต่คงดีกว่าตอนนี้ที่ต้องอยู่คนเดียวล่ะมั้ง” คีย์ตอบพลางมองหน้าเนย์
ดูท่าทางอกหักครั้งนี้คงเอาเรื่องอยู่สินะ
“ลงไปทานข้าวกันก่อนเถอะครับ ส่วนเรื่องหมั้นเดี๋ยวค่อยคุยพร้อมกับพวกคุณพ่อคุณแม่” เนย์บอกก่อนจะเดินนำร่างสูงไปยังห้องอาหารที่มีพ่อกับแม่ของเขาและพ่อแม่ของพี่คีย์นั่งคุยกันอยู่แล้ว
“อาสิน น้าพลอยสวัสดีครับ ขอโทษที่ทำให้รอนะครับพอดีเนย์หลับเพลิน” เขาสวัสดีก่อนจะขอโทษที่ทำให้ผู้ใหญ่ต้องนั่งรอ
“โอยเรื่องแค่นี้ไม่ต้องขอโทษหรอก อาเองก็มากะทันหันเหมือนกัน กฤตมันเล่าให้อาฟังแล้วว่าเราออกไปทำงานตั้งแต่เมื่อคืนเพิ่งจะกลับมาเมื่อเช้า ใจจริงอาไม่อยากให้ไปปลุกด้วยซ้ำแต่กฤตมันบอกให้คีย์ไปเราจะได้ลงมาทานข้าวด้วย”
“อย่ามัวแต่คุยกันเลยค่ะ ทานข้าวกันก่อนดีกว่า” แม่ของเขาพูดก่อนจะพยักหน้าให้แม่บ้านเริ่มตักข้าว
หลังทานกันเสร็จก็ย้ายกันไปที่ห้องนั่งเล่น
“หนูเนย์ เรื่องหมั้นโอเคมั้ยลูก ถ้าเราไม่โอเคยังไงบอกอาได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” อาสินถาม
“ผมไม่มีปัญหาอะไรครับ”
“แกว่าไงคีย์ จริงจังมั้ย ถ้าหมั้นกันแล้วทำน้องเสียใจก็ไม่ต้อง” อาสินมองหน้าพี่คีย์ก่อนจะหันกลับมามองผม
“ครับ”
“ถ้างั้นก็ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรหรอกนะ ทางนี้ขอแค่แหวนหมั้นก็พอ” ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับพ่อ
“ช่วงนี้หนูเนย์ทำงานเลิกดึกใช่มั้ยจ๊ะถ้างั้นไปอยู่คอนโดกับพี่เขามั้ยลูก จะได้ไม่เหนื่อยมาก” น้าพลอย แม่ของพี่คีย์เสนอ เพราะรู้ว่าสถานที่ทำงานของเนย์ใกล้กับคอนโดของลูกชาย
“ก็ได้ครับ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมทำงานเสร็จแล้วจะเข้าไปที่คอนโดนะครับ พี่คีย์มีกุญแจห้องสำรองมั้ยผมรบกวนฝากไว้ที่เคาท์เตอร์ด้านล่างให้ผมหน่อย” อืมไปอยู่คอนโดก็ดี ใกล้กับฮอลล์คอนเสิร์ตเลย แถมยังใกล้มหาวิทยาลัยอีก ประหยัดเวลาเดินทางได้อีกเยอะ
สองครอบครัวนั่งคุยเรื่องสัพเพเหระกันต่อส่วนเนย์ก็ขอตัวกลับขึ้นไปบนห้องเพื่อเคลียร์งานที่ยังค้างอยู่ โดยมีร่างสูงของคีย์เดินตามมาเงียบ ๆ
“ผมนั่งทำงานนะครับ ถ้าพี่คีย์เบื่อก็หาอะไรทำได้เลย” พูดจบเนย์ก็หันไปนั่งอ่านเทคนิคอลไรเดอร์ของวงที่จะมาเล่นคอนเสิร์ตเพื่อรีเช็กว่ามีอะไรตกไปหรือไม่ โดยเทียบดูกับไรเดอร์และใบเสนอราคาของทางซัพพลายเออร์แต่ละเจ้า
จริง ๆ แล้วจะมีคนรีเช็คก่อนจะส่งใบเสนอราคากลับมาหาเขาอยู่แล้ว แต่บางครั้งก็มีการผิดพลาดได้ซึ่งหากทำเรื่องส่งฝ่ายการเงินไปแล้วจะมีปัญหาดังนั้นการตรวจซ้ำอีกรอบก็เป็นทางป้องกันความผิดพลาดที่ง่ายที่สุด
ตอนนี้เขาเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สองของคณะบริหารธุรกิจแต่เขาดันเห็นพ่อทำงานเบื้องหลังทั้งคอนเสิร์ตและละครเวทีมาเยอะเลยทำให้ซึมซับและกลายเป็นความชอบ เขาจึงหาทางเป็นฟรีแลนซ์กับพี่ ๆ ที่รู้จักในบริษัทอีเวนท์ที่รับทำตั้งแต่คอนเสิร์ตภายในประเทศไปยันเป็นโปรโมเตอร์ให้กับศิลปินระดับนานาชาติที่แวะเวียนเข้ามาเปิดคอนเสิร์ตในประเทศ แถมคุณพ่อเองก็มีบริษัทที่ตั้งขึ้นร่วมกับเพื่อนจัดการอีเวนท์และคอนเสิร์ตครบวงจรเช่นกัน
“สวัสดีครับ พี่ออย ผมเนย์นะครับ พอดีผมดูใบเสนอราคาแล้วเห็นมันตกผ้าขนหนูสีดำไปยี่สิบผืนครับ ผมรบกวนพี่เช็คให้อีกทีได้มั้ยครับ”
‘อ๊ะ ได้ ๆ เดี๋ยวพี่รีบเช็คแล้วส่งไปให้ใหม่นะ ขอโทษที ๆ’ พี่ออยจากบริษัทที่เป็นซัพพลายเออร์ของจิปาถะและผ้าซับเหงื่อรีบตอบรับก่อนจะเอาใบเสนอราคากลับไปแก้
ถ้าใบเสนอราคาผิดยังไม่น่ากลัวเท่ากับบริษัทเอามาขาด ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเกิดขึ้นเพราะทุกคนจะรู้ว่าเหลือไว้ดีกว่าขาด บางไรเดอร์แจ้งมาว่าเอาผ้าขนหนู 60 ผืน ก็จะเอามาสัก 90 ผืน เผื่อทางทีมโปรดักชันด้วย
เนย์นั่งทำงานไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกตัวอีกทีก็เกือบห้าทุ่มแล้ว
“อ๊ะ พี่คีย์! ยังไม่กลับหรอครับ” เนย์ตกใจเมื่อหันเก้าอี้กลับมาก็ยังเจอพี่คีย์นอนเอนหลังพิงหัวเตียงแล้วเล่นแท็ปเล็ตในมืออยู่
“รอนายทำงานเสร็จ นี่คีย์การ์ดคอนโดนะ จะเข้าไปกี่โมงก็บอกแล้วกัน เอาเบอร์นายมาด้วย”
เนย์มองหน้าคีย์งง ๆ ก่อนจะรับโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดมากดเบอร์และโทรออก ก่อนจะคืนโทรศัพท์ไปให้
เมื่อคีย์เห็นว่าโทรศัพท์ของเนย์มีสายเรียกเข้าก็กดวาง
“กลับก่อนนะ”
“อ่า เดี๋ยวผมลงไปส่งครับ” บทจะมาก็มาบทจะไปก็ไป เอาแต่ใจเหมือนกันนะ เนย์รีบสาวเท้าเดินตามคีย์ไป
เนย์ยืนมองส่งคีย์จนรถขับออกจากบริเวณบ้านไป
“ผมเลยไม่ได้ลงมาลาอาสินกับน้าพลอยเลย” เนย์เดินกลับเข้ามาเจอพ่อกับแม่ที่ยังนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น
“พอรู้ว่าลูกทำงานก็เลยบอกว่าไม่อยากกวนน่ะ เห็นว่าส่งข้อความขึ้นไปตามเจ้าคีย์แล้วแต่เจ้าตัวบอกว่าจะอยู่คุยกับเราก่อน”
“อ๋อครับ พี่คีย์เอาคีย์การ์ดคอนโดให้ผมมาแล้ว”
“ถ้าไปอยู่คอนโดแล้วไม่สบายใจหรือมีอะไรก็กลับมาได้เลยนะลูกเดี๋ยวแม่คุยกับพลอยเอง ไม่ต้องฝืน” แม่บอกผมท่าทางเป็นกังวล
“ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ พี่คีย์เองก็เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก อีกอย่างเขาคงไม่ทำอะไรให้พ่อกับแม่มองหน้ากันไม่ติดหรอก”
“คืนนี้ก็อย่าทำงานดึกมากล่ะ” ช่วงนี้พ่อทำแต่งานบริหารเลยทำให้ไม่ได้ทำงานร่วมกันหลายคอนเสิร์ตแล้ว
“ไม่ดึกครับ ผมเคลียร์ใบเสนอราคาเสร็จแล้ว พรุ่งนี้เข้าเซตอัพก็ชิวแล้วครับ” ส่วนงานของเขาคือดูแลในฝั่งเวทีและหลังเวทีซึ่งหน้าที่หลัก ๆ ก็คือดูซัพพลายเออร์อีกที ว่าทำถูกต้องตามไรเดอร์ที่ทางทีมโปรดักชั่นของศิลปินแจ้งไว้มั้ย ปลอดภัยหรือเปล่า
เรื่องความปลอดภัยของศิลปินจะมาเป็นอันดับหนึ่งที่เข้าต้องหมั่นตรวจสอบเสมอ พื้นเวทีเสมอกันมั้ย เดินแล้วสะดุดหรือเปล่า โครงสร้างเวทีถูกต้องมั้ย ไฟที่แขวนขึ้นไปกับบาร์หรือทรัสต์ไม่มีอะไรผิดพลาด ซึ่งงานเมื่อคืนที่เขาเข้าไปก็คือตีกรอบเวทีเพื่อมาร์กจุดให้ซัพฯเข้ามาตั้งโครงเวที แล้วก็อยู่คอยประสานงานระหว่างทีมซัพฯกับฝ่ายสถานที่
ซึ่งเอาจริง ๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรมากเพราะซัพฯ แต่ละเจ้าก็คุ้นเคยกันอยู่แล้วยิ่งจัดในฮอลล์ที่เคยจัดยิ่งสบาย ตำแหน่งของเขาคือผู้ช่วยเสตจเมเนเจอร์ แต่ทุกคนก็แทบจะทรีตเขาว่าเป็นเสตจเมเนเจอร์เองแล้วเพราะรอบนี้พี่ใหม่ที่เป็นเสตจเมเนเจอร์ต้องควบตำแหน่งโปรดักชั่นเมเนเจอร์ด้วย งานของเสตจเมฯแทบทั้งหมดเลยไหลมากองรวมอยู่ที่เขา แล้วค่อยรายงานให้พี่ใหม่รับรู้อีกที
เช้าวันรุ่งขึ้นเนย์ตื่นแต่เช้าออกมาวิ่งออกกำลังกาย การทำงานในสายงานนี้ถ้าร่างกายไม่อึดโอกาสที่จะป่วยสูงมากเพราะบางทีก็ไม่ได้นอน หรือต้องทำงานยาวทำให้เวลานอนไม่พอ ไหนจะเรื่องนอนไม่เป็นเวลาอีก ถึงใครจะบอกว่าเป็นงานที่หนัก บอกเลย ผมไม่เถียง! งานหนักจริง ๆ แต่เวลาที่คอนเสิร์ตเริ่มขึ้น ศิลปินได้กระโดดบนเวทีพร้อมกับรอยยิ้มของคนดูในงาน แค่ได้เห็นก็มีความสุขแล้ว
Cue 2
“น้องเนย์มาแต่เช้าเลยนะ” พี่ใหม่ที่กำลังยืนดูช่างกำลังติดตั้งแบคดรอปถ่ายรูปขนาดใหญ่ที่หน้าทางเข้าฮอลล์คอนเสิร์ตทักเมื่อเห็นผมเดินเข้ามา
“เมื่อวานได้นอนเต็มที่วันนี้เลยตื่นเร็วครับ พี่ใหม่มีอะไรให้ผมช่วยมั้ย”
“ของพี่ไม่มีอะไรแล้วล่ะ อีกเดี๋ยวทีมเมิชเขาจะมาจัดของแล้ว วันนี้พกวอหน่อยนะ”
“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปดูข้างหลังเลยนะพี่”
“เอ้อ วันนี้ทีมซีเคียว (ทีมรักษาความปลอดภัย) เข้ามาแล้วนะ พี่ฝากรีเช็คเรื่องป้ายคนผ่านเข้าหลังเวทีหน่อยว่าตรงกันมั้ย” พี่ใหม่หันมาบอก ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปยังประตูหลังเวที ก็เจอกับพี่ ๆ ในชุดเครื่องแบบหน่วยรักษาความปลอดภัยยืนอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า ผมต้องหยิบบัตรผ่านที่มีอักษรเขียนไว้ว่า AAA โดยปกติแล้วแต่ละงานแต่ละบริษัทเขาก็จะมีสัญลักษณ์ อักษร หรือสีของป้าย เพื่อจำกัดและแบ่งโซนแบ่งพื้นที่ เช่น ถ้าป้ายห้อยคอ
ของคุณเป็น ทีม Light คุณก็จะสามารถเข้ามาในส่วนของหลังเวทีได้แต่เข้าส่วนห้องแต่งตัวศิลปินไม่ได้
ส่วนของผมแน่นอนว่า AAA คือ All Area เข้าได้ทุกที่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถเข้าได้ตลอดเวลา ในป้ายกำหนดก็จะมีอีกระดับเช่นทีมLight ทีมSound สามารถเข้าหลังเวทีได้เฉพาะช่วงเซตอัพ เมื่อมีศิลปินเข้ามาในพื้นที่แล้วจะไม่สามารถเข้ามาได้ ถ้ามีความจำเป็นก็จะต้องดูว่าได้รับป้ายระดับไหน ซึ่งปกติถ้าเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ที่ศิลปินระดับนานาชาติมาแสดง เขาก็จะมีป้ายพิเศษที่ต้องมีลายเซ็นโปรดักชันเมเนเจอร์ของเขาเซ็นกำกับ ใครที่ได้ก็จะต้องเอาบัตรผ่านพิเศษนี้ใส่ไว้ด้านหลังป้ายปกติ เวลาจะผ่านทางก็ค่อยพลิกป้ายให้ดู
ทุกคนว่าป้ายพิเศษนี้โซนไหนที่แฟนคลับอยากได้มากที่สุด หลังเวที? ฮ่าฮ่า ผิดครับ โซนที่เหล่าแฟนคลับอยากได้ต้องเป็นโซน Dressing Room หรือห้องพักนักแสดง ซึ่งปกติโซนนี้ทีมงานจะได้บัตรผ่านกันน้อยมาก ๆ เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของศิลปิน
“เนย์มาพอดีเลย แจ้งฝ่ายสถานที่ให้หน่อยได้มั้ย แอร์ห้องแต่งตัวสองมันไม่เย็นน่ะ” เนย์ที่เดินขึ้นมาบนโซนห้องแต่งตัวพอดีก็รีบรับคำพี่ที่ดูแลโซนนี้ก่อนจะตามช่างและฝ่ายสถานที่มาแก้ไขทันที
‘เนย์ ๆ ว.2’ หลังจากดูช่างแก้ไขแอร์ให้เรียบร้อยเนย์กำลังเดินกลับไปดูที่เวทีก็ได้ยินเสียงวอเรียก
“เนย์ครับ”
‘เนย์ออกมาหาพี่ที่บูธสปอนเซอร์หน่อย’
“กำลังไปครับ” เนย์ตอบแล้วรีบเดินไปยังส่วนหน้าทันทีแต่ถึงจะรีบยังไงก็ต้องใช้เวลาพอสมควรเพราะจากห้องพักศิลปินชั้นสามลงไปยังด้านหน้าทางเข้านั้นไม่ใกล้กันเลย
“มาแล้วครับพี่ใหม่”
“เนย์นี่ทีมจากสปอนเซอร์ ทีมนี้เขาได้บัตรมีทแอนด์กรีทศิลปินก่อนเริ่มคอนเสิร์ตพี่ฝากเนย์หาคนมารับเขาไปที่ห้องด้วยได้มั้ย ทีมUsher (คนที่จะบอกว่าบัตรของคุณอยู่ที่ไหนโซนไหนหรือแถวไหน) ไม่มีใครว่างเลย”
“ได้ครับ สวัสดีครับผมเนย์นะครับ เป็นผู้ช่วยพี่ใหม่ถ้ายังไงเดี๋ยววันคอนเสิร์ตผมจะจัดคนมารับพี่ ๆ ที่บูธก่อนจะเริ่มมีทแอนด์กรีทสิบนาทีนะครับ เดี๋ยวผมขอเบอร์พี่ไว้ด้วย” ปกติแล้วถ้าคอนเสิร์ตไหนมีขายบัตรมีทแอนด์กรีทกับศิลปินจะมีการนัดแนะกับผู้ที่มีบัตรให้มารอที่หน้าทางเข้าที่ใกล้กับห้องหรือสถานที่มากที่สุดเพราะคนกลุ่มนี้จะได้เข้ามาในบริเวณการจัดก่อนเป็นกลุ่มแรกถ้าไม่เตรียมตัวล่วงหน้าหรือมาไม่ทันก็ไม่มีใครช่วยได้
ครืดด
ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่โมง เนย์กำลังนั่งทานข้าวเย็นอยู่ในห้องพักของโปรดักชันทีมที่อยู่หลังเวที
“สวัสดีครับ”
‘อยู่ไหน’ เสียงทุ้มจากปลายสายทำเอาเนย์งง
“พี่คีย์หรอครับ เนย์ยังอยู่ที่ฮอลล์อยู่เลย กำลังกินข้าว เดี๋ยวรอตรวจรอบสุดท้ายตอนห้าโมงพร้อมทีมซีเคียวก็กลับได้แล้วครับ”
‘อืม’ เนย์ได้ยินเท่านั้นสายก็ตัดไป
อะไรของเขากัน กินข้าวต่อดีกว่า
“เนย์ พวกพี่กลับก่อนนะ” เนย์ยกมือบอกลาพี่ ๆ แรงงานที่เข้ามาช่วยเซตอัพ ก่อนจะเก็บกล่องข้าวที่ว่างเปล่าไปทิ้ง
“วันนี้ขอบคุณมากนะครับ” เนย์โค้งให้พี่ทีมซีเคียวและแม่บ้านชุดสุดท้ายที่อยู่เวรวันนี้ก่อนจะแบกร่างของตนเองไปที่รถและขับไปยังคอนโดของคีย์
โชคดีที่คอนโดนี้อยู่ไม่ไกลแถมยังมีที่จอดรถส่วนตัวเฉพาะห้องทำให้เนย์สามารถจอดรถได้อย่างรวดเร็วและคว้ากระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ออกมาแล้วเดินขึ้นห้องได้ทันที
ออด ออด
เนย์กดกริ่งที่หน้าประตูห้อง เขาตั้งใจว่ากดไว้ก่อนถ้าไม่มีคนมาเปิดค่อยใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าไป
“สวัสดีครับพี่คีย์” ไม่นานประตูก็เปิดออกโดยเจ้าของห้อง
“อืม เข้ามาสิ” ภายในห้องตกแต่งได้สวยสมกับเป็นคอนโดโครงการหรูใจกลางเมือง ดูเหมือนพี่คีย์จะไม่ได้ตกแต่งอะไรเพิ่มเติมมากนัก
“มีสองห้องอยู่ทางนั้น” เนย์มองตามมือก่อนจะขอเดินเข้าไปดู เนย์ตัดสินใจเลือกห้องใหญ่ด้านขวาที่มีระเบียงห้อง แม้จะไม่ได้มีห้องน้ำในตัวแต่ก็เรียกว่าเขาครองห้องน้ำนี้คนเดียวเพราะห้องของพี่คีย์มีห้องน้ำในตัว แถมตัวห้องยังออกแบบมาให้มีผนังกั้นแบ่งสัดส่วนตรงหน้าห้องน้ำเพิ่มความเป็นสัดส่วนและความเป็นส่วนตัวอีก
“ตามสบายนะ” พี่คีย์บอกก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องของตัวเองที่อยู่อีกฝั่ง
ผมเข้ามาจัดของเก็บในวอร์คอินคลอเซทขนาดกลางด้านในห้องแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบาย ๆ จริงสิ เดี๋ยวสัปดาห์นี้ต้องส่งรายงานวิชาการจัดการนี่นา
พอคิดได้ว่าต้องทำงานส่งอาจารย์เนย์ก็หยิบแล็ปท็อปของตนแล้วเดินออกไปหาโต๊ะนั่งทำงาน เพราะในห้องไม่มีโต๊ะสำหรับทำงาน
เขามองหาที่นั่งเหมาะ ๆ ก่อนจะมาจบที่ไอร์แลนด์หินอ่อนตรงกลางห้อง โชคดีที่เหมือนว่าพี่คีย์เปลี่ยนเก้าอี้เป็นแบบมีพนักพิงและหมอนอิงนุ่ม ๆ ไว้แล้ว มีแค่นี้ก็สบายละ
คีย์ได้ยินเสียงเนย์อยู่ที่ห้องรับแขกจึงเดินออกมาดู
“นั่งได้หรือเปล่าจะเข้าไปนั่งทำงานในห้องมั้ย พี่มีโต๊ะทำงานอยู่”
“นั่งได้ครับ ๆ ตรงนี้แหละสบาย เผื่อเนย์หิวก็จะได้นั่งกินตรงนี้เลย” ผมยืนมองน้องนั่งทำงานก่อนจะเดินไปเปิดตู้แล้วชงโกโก้เย็นให้ ไม่รู้ว่าโตมาแล้วยังชอบอยู่มั้ย
“อ๊ะ ขอบคุณครับบ พี่คีย์ยังชงโกโก้อร่อยเหมือนเดิมเลย เนี่ยเนย์หารสนี้กินยากมาก ไม่มีร้านไหนชงได้ถูกใจเนย์เลย”
“ถ้าชอบจะทำให้บ่อย ๆ” น้องยิ้มให้ผมก่อนจะนั่งทำงานต่อ
“งานมหา’ ลัยหรอ”
“ครับ วิชาการจัดการ เนย์ต้องทำรายงานส่งวันศุกร์นี้ แต่เดี๋ยวเนย์ต้องไปทำงานอีกสองวันกลัวจะไม่มีเวลาเลยรีบทำให้เสร็จก่อน”
“เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยไม่เหนื่อยหรือไง”
“ก็เหนื่อยครับแต่ก็สนุกดี พี่คีย์ล่ะครับเห็นคุณพ่อเล่าให้ฟังว่าพี่คีย์ชอบร้องเพลงทำไมถึงมาเรียนบริหารล่ะ”
“ไม่รู้สิ คงรู้สึกว่าต้องช่วยงานพ่อกับแม่ล่ะมั้ง แต่ก็ไม่ได้ฝืนขนาดนั้นหรอก ส่วนเรื่องนักร้องก็มีรับงานบ้างกะว่าคงยื่นสมัครเข้าไปเป็นเด็กฝึกค่ายเพลงหลังเรียนจบดู ถ้าได้ก็ดี ถ้าไม่ได้ก็คงกลับไปช่วยพ่อกับแม่ทำงาน” ถึงจะพูดเหมือนว่าอะไรก็ได้ แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาตั้งใจซ้อมร้องซ้อมเต้นขนาดไหน การได้ไปยืนบนเวทีแล้วกระโดดไปพร้อมกับคนดูน่ะ ความรู้สึกมันคงสุดยอดไปเลย
“สู้ ๆ นะครับ ถ้าพี่คีย์มีอะไรให้เนย์ช่วยก็บอกได้เลยนะครับ”
“เอาเถอะ อย่าทำงานดึกล่ะ พรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้าด้วยนี่”
“ครับ เดี๋ยวถึงสามทุ่มผมก็เข้าห้องแล้ว” ผมเดินกลับเข้ามาในห้องก่อนจะยกยิ้ม ดูท่าทางการให้น้องมาอยู่ที่คอนโดจะช่วยผมได้เยอะจริง ๆ ก่อนหน้านี้ผมไม่อยากทำอะไรเลย ได้แต่นอนมองเพดานไปวัน ๆ จนพ่อกับแม่ทนไม่ไหวแล้วเรียกมานั่งคุยอย่างจริงจัง
ผมไม่ได้รู้สึกท้อแท้กับชีวิตอะไรขนาดนั้นหรอกเพียงแต่พอโดนคนที่เคยทุ่มเทและรักหมดใจหลอกมันเลยทำให้ผมเสียศูนย์พอสมควร แต่พอได้กลับมาเจอน้องที่ตอนเด็ก ๆ เคยได้อยู่ด้วยกัน มันก็ดีนะ ผมลืมเรื่องของดาแฟนเก่าของผมไปเลย
น้องเป็นคนทำอะไรจริงจัง เวลาได้นั่งมองก็เพลินดี น้องเป็นคนตาดุ ถ้าไม่ใช่ว่าผมรู้จักน้องดีก็คงจะคิดว่าคงไปทำอะไรให้น้องโกรธหรือโมโหตลอดเวลา
พอกลับเข้ามาในห้อง ผมก็เปิดแล็ปท็อปเพื่อซ้อมร้องเพลง ผมได้งานอัดเสียงร้องประกอบโฆษณาตัวหนึ่งกำลังจะต้องส่งเดโมให้เขาเร็ว ๆ นี้
เพราะห้องไม่ได้กุแผ่นซับเสียงทำให้เสียงของคีย์ดังลอดออกมาด้านนอก เนย์ที่ได้ยินและกำลังเก็บของถึงกับต้องเดินมาหน้าห้องแล้วเงี่ยหูฟัง
“ยังเสียงดีเหมือนเดิมเลยนี่นา” เนย์ฟังต่ออีกหน่อยก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไป
ผมเข้าห้องมาเก็บของก่อนจะเตรียมเสื้อผ้าและของเพื่อไปอาบน้ำ ตอนนี้สามทุ่มกว่าแล้ว ช่วงนี้ได้นอนเร็วก็ต้องเก็บเกี่ยวไว้ พรุ่งนี้คอนเสิร์ตรอบแรกคงกลับดึกพอสมควรเลย
คืนนั้นเนย์หลับสนิทตลอดคืน เป็นเจ้าของห้องเสียอีกที่ลุกขึ้นมาเดินกลางดึกอยู่หลายครั้งเพราะอยากรู้ว่าน้องจะนอนหลับมั้ย แต่ความเงียบที่ได้ยินก็ทำให้คีย์ยอมเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไป
คีย์ไม่รู้หรอกว่าการกระทำของเขาทั้งหมดนั้นเป็นไปอย่างธรรมชาติและไม่มีการฝืนใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าเพื่อน ๆ มาเห็นก็คงจะพูดเป็นเสียงเดียวกันแน่ว่า คีย์ดูแลเนย์มากกว่าดาที่เป็นแฟนเก่าอีกแถมยังยอมให้เนย์มานอนค้างที่คอนโด พื้นที่ส่วนตัวที่คีย์หวงมาก แม้แต่เพื่อนสนิทเวลามาทำงานคีย์ก็จะรีบทำและเร่งให้เพื่อนกลับออกไปอย่างรวดเร็ว
ครืดด
คีย์มองหน้าจอโทรศัพท์ที่ขึ้นชื่อว่าดา
“หึ” เขากดตัดสายก่อนจะบล็อกเบอร์ไป นานหลายวันที่เขามัวแต่จมอยู่กับความเสียใจที่โดนเธอทิ้งแต่เมื่อได้เจอกับเนย์ มันเหมือนมีคนเอาค้อนมาทุบที่หัวแล้วบอกกับเขาว่า จะมัวเสียใจแล้วหลงลืมสิ่งสำคัญในชีวิตไปอีกเท่าไหร่
นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เจอหน้าเนย์ จนน้องโตขึ้นขนาดนี้ ตอนได้มองน้องตั้งใจทำงาน มันยิ่งตอกย้ำว่าเขาเหลวไหลแค่ไหน นี่หรอคนที่อยากไปยืนบนเวที คนที่อยากส่งเสียงร้องออกไปให้ทุกคนได้ฟัง มัวแต่ทำอะไรอยู่กัน ระหว่างที่น้องสามารถร่วมงานกับคอนเสิร์ตระดับนานาชาติในฐานะหัวหน้างานได้ทั้งที่อายุน้อยกว่าเขาถึงสองปี
ไม่ได้แล้ว เขาจะไม่ยอมให้ความฝันของเขายังเป็นเพียงฝันลม ๆ แล้ง ๆ อีกต่อไป
คีย์คิดได้ดังนั้นก็นั่งลงตรงหน้าแล็ปท็อปของตนก่อนจะเปิดเว็บค่ายเพลงหนึ่งขึ้นมาเพื่อดูรายละเอียดการรับสมัครเด็กฝึกทันที