ตอนเช้าต้องตื่นมาวิ่งออกกำลังกาย รุ่นพี่ให้หยิบฉลากจัดกลุ่ม เธออยู่อีกกลุ่มหนึ่ง นึกเสียดายมากๆ ที่ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับเขา
เขาไม่เห็นเธอหรอกนะ เพราะเธอไม่มีโอกาสเข้าใกล้เขาเลย มีแต่สาวๆ มารุมมาตุ้ม เธอเลยแอบมองเขาอยู่ห่างๆ
คิดๆ แล้วก็แอบหมั่นไส้ แต่ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาแบบเธอ
ใครเขาจะสนใจกันล่ะ
ตอนแรกที่มาเข้าค่าย เธอไม่อยากมาเลย แต่ตอนนี้ไม่อยากให้ครบ
สามวันเลยด้วยซ้ำ
แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา...
หลังจากเข้าค่ายเสร็จก็มีการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ มารดาของเธอฝากเธอให้ไปอยู่กับหลานของท่าน เรียกให้ถูกคือลูกพี่ลูกน้องของเธอ
นับกันแล้วมีศักดิ์เป็นพี่สาว
พี่สาวเป็นพวกปล่อยเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบ อยู่ในชุมชน
ที่ไม่ไกลจากสถาบันที่เธอเรียนมากนัก หล่อนใจดีมาก ตอนเช้าๆ เธอมาเรียน
ก็เดินมาทางด้านหลังของสถาบัน ผ่านวิทยาลัยพลศึกษาไม่นานก็ถึงสถาบัน
ที่ตัวเองเรียนอยู่
การอยู่กับพี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องดีอยู่อย่างคือไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้าน ค่าหอพัก มันก็ประหยัดไปอีกแบบหนึ่ง มารดาของเธอขายผัก ให้เงินเธออาทิตย์ละสองร้อยบาท โคตรน้อยมากสำหรับนักศึกษาอย่างเธอ แต่เธอซาบซึ้งในบุญคุณของท่าน สองร้อยบาทก็ทำให้เธอรอดชีวิตไปอีกอาทิตย์หนึ่ง
ท่านลำบากเดินไปหาผักเอามาขาย เหนื่อยหนักเหลือเกินเพราะ
กว่าจะได้มาต้องเดินลุยป่าเข้าไป เธอต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้มีคุณค่ามากที่สุด บิดามีเพื่อนฝูงเยอะ ว่างๆ ก็ตั้งวงกินเหล้า แต่ยังดีที่มารดา
ใช้ให้ทำอะไรก็ทำ เห็นนิสัยบิดาแล้ว คิดว่าชาตินี้เธอจะไม่แต่งงานเด็ดขาด
ไม่อยากทุกข์ใจเหมือนมารดา ถึงแม้จะทำงานแต่ก็ชอบตั้งวงกินเหล้า
มันน่าเบื่อหน่ายเอามากๆ
เขาว่าเลือกผัวผิดคิดจนตัวตายน่าจะจริง
ถ้ามีผัวไม่ดี สู้อย่ามีเสียดีกว่า
มีคนเคยบอกว่าเกิดคนเดียวก็ตายคนเดียว เวลาเราจะตายก็ไม่มีใคร
มาตายกับเราด้วย
การอยู่กับพี่สาวก็ดีหรอก มีมอเตอร์ไซค์ให้ใช้ในบางครั้ง แต่มีคนบอกว่าชีวิตของคนเราไม่แน่นอน ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน สุดท้ายเธอ
ต้องย้ายมาอยู่หอพักในสถาบันแทนเพราะประหยัดค่าใช้จ่ายของครอบครัว
ไปได้มาก จึงอยู่กับพี่สาวไปได้แค่หนึ่งเดือนเท่านั้น
2
“อุ๊ย! ขอโทษ” อันดาเอ่ยขอโทษเมื่อเดินชนเข้ากับร่างสูง
ของนักศึกษาในสถาบัน เธอเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะรีบก้มลงเก็บหนังสือ
ผู้ชายที่เธอแอบมองทุกวันเพราะชอบเขา นายวายุ วายุภัค
เธอเดินมาชนเขาได้ยังไงกันนะ!
โอ๊ย! ยายซุ่มซ่ามเอ๊ย...
อันดาลนลานเก็บของให้ยุ่งไปหมด วายุก้มลงไปช่วยเก็บ เขามอง
คนตรงหน้าขำๆ
“ไม่ต้องรีบหรอก”
“โอ๊ย!” เพราะมัวแต่ก้มเลยไม่เห็นว่าเขาก้มลงช่วยเก็บด้วย เธอเงยหน้าขึ้นอีกที ศีรษะจึงกระแทกเข้ากับคางของเขาเต็มๆ
“เป็นยังไงบ้าง ขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจ” อันดารีบเอ่ยขอโทษขอโพย
ยกใหญ่ เห็นเขาแล้วใจเธอเต้นกระหน่ำราวกับกลองเพล
โอ๊ย! หัวใจของเธอจะวายตาย
เธอเดินชนกับคนที่แอบปลื้ม...
วายุมองคนตรงหน้าอย่างนึกเอ็นดู ท่าทีโก๊ะๆ ของเธอทำให้เขา
ยกยิ้มมุมปาก ชายหนุ่มมองเธออย่างอึ้งๆ ได้เห็นในระยะประชิดแบบนี้
เธอน่ารักใช่เล่น เขาจำเธอได้ เพราะตอนไปเข้าค่ายรับน้องใหม่ร่วมกัน
เขาแอบมองเธอออกบ่อย
ผู้หญิงร่างอวบน่ามอง เธอไม่ได้สวยโดดเด่น แต่เขาคิดว่าเธอ
เป็นคนมีเสน่ห์ น่ารัก มองยังไงก็ไม่เบื่อ หลายคนอาจจะชอบมองผู้หญิงสวย แต่เขาชอบผู้หญิงน่ารัก ยิ้มแล้วแก้มน่าหยิกเหมือนเธอ
อันดากะพริบตาเมื่อเขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ในระยะประชิด
เธอก้มหน้างุดอีกครั้ง รีบเก็บหนังสือมากอดเอาไว้กับอก
โอ๊ย! ทำไมหัวใจมันเต้นแรงแบบนี้นะ มันจะกระโดดออกมานอกอก
อยู่แล้ว
“อันดาใช่ไหม” เขาเอ่ยถาม เธอมองเขาตาโต เขาจำเธอได้ด้วยเหรอ
ไม่น่าเชื่อ?
“ใช่ เราชื่ออันดา” คนตอบเขินอาย บิดไปบิดมา เธอทำตัวไม่ถูกเลยจริงๆ อยากจะหนีไปจากตรงนี้ แต่การได้มองหน้าเขาใกล้ๆ แบบนี้ ฟินไปถึง
ดาวอังคารเลยนะ เพราะตั้งแต่กลับจากเข้าค่ายรับน้องใหม่วันนั้น เธอก็ได้แต่แอบมองเขาอยู่ไกลๆ
“เราชื่อวายุนะ ชื่อเล่นว่าลม วันก่อนเราไปเข้าค่ายด้วยกันจำได้ไหม”
“จำได้สิ” เธออุบอิบตอบ คนที่เราปลื้ม ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ “เราเรียน microbiology เอ่อ... จำเราได้ด้วยเหรอ”
ที่นี่เขาให้นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์กับเกษตรศาสตร์ไปเข้าค่ายด้วยกัน
“จำได้สิ... เด็กสายวิทย์ฯ” ใส่กระโปรงยาวเกือบถึงข้อเท้า ท่าทีน่าเอ็นดูของเธอทำให้เขาจำได้ติดตา
“ลมเองก็ต้องเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ด้วยไม่ใช่เหรอ เรียนเกษตรนี่นา” เธอชวนเขาคุย เก้อเขินจนแทบวางไม้วางมือไม่ถูก เลยกระชับหนังสือในมือแน่นขึ้น
“ใช่ ไม่รู้จะเลือกเรียนอะไรดี เลยเลือกตามเพื่อนน่ะ” เขาตอบอย่าง
ไม่ใส่ใจนัก ท่าทีดูเป็นกันเองและรอยยิ้มนั้นทำให้เธอหายเกร็ง
เขายิ้มทีทำเอาคนมองใจละลาย จนเธอต้องเสไปมองทางอื่น ไม่กล้ามองมากๆ กลัวว่าตัวเองจะเป็นลมล้มพับลงไปตรงหน้าเขา
“อันดาก็เลือกเรียนตามเพื่อน เคยสอบติดมหาวิทยาลัยอีกที่หนึ่ง
แต่ไม่ได้เรียน”
“ทำไมล่ะ”
“ที่บ้านอยากให้เรียนใกล้ๆ” เธอไม่กล้าบอกหรอกว่าไม่มีเงินเรียนต่อ
ที่บ้านค่อนข้างมีฐานะมาก ฐานะยากจนยังไงล่ะ!!!
“พักอยู่ที่ไหนเหรอ มาจากจังหวัดอะไรล่ะ” วายุเอ่ยถาม เธอเอาแต่
ก้มหน้างุดขณะเดินไปพร้อมๆ กับเขา เธอดูแปลกดีจนเขานึกเอ็นดู
แลดูเป็นผู้หญิงขี้อายที่ไม่มีจริต
“อยู่ใกล้ๆ นี่แหละ อันดาพักอยู่ในหอของสถาบันนี่ล่ะจ้ะ”
“เห็นว่าค่าหอถูกดีใช่ไหม”
“ใช่แล้วจ้ะ” ไม่อยากบอกว่านอกจากค่าหอถูกแล้วยังต้องตื่นตั้งแต่ตีห้ามาขัดห้องน้ำ ทำความสะอาดหอและวิ่งในตอนเช้า โดนรุ่นพี่ว้ากจนอยาก
เอาสำลีอุดหู ข้าวปลาอาหารบางวันแทบไม่ได้กิน จนโรคกระเพาะถามหา
“รุ่นพี่ที่สาขาวิชาของอันดาโหดไหม”
“โหดสิ ว้ากเสียสะดุ้งเลย” เธอทำหน้าแหยๆ แค่คิดก็ชวนขนลุก
“รุ่นพี่ที่สาขาวิชาลมก็โหดนะ รุ่นพี่ผู้หญิงเสียงแปดหลอดแน่ะ!” เขาพูดแล้วหัวเราะ ไม่ได้ทำท่าขนลุกเหมือนเธอ อันดาแอบรู้มาว่ารุ่นพี่ชอบวายุมากๆ เพราะเขาอาจจะเป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดในคณะ น้องใหม่ไฟแรง พี่ๆ เลยไม่ค่อยอะไรมากมาย อาจจะแกล้งแต่เพราะความเอ็นดูเสียมากกว่า
แม้สาขาเกษตรศาสตร์จะไปรับน้องพร้อมๆ กับคณะวิทยาศาสตร์
เพราะสถาบันเล็กมาก แต่พอหมดช่วงรับน้องรวม พวกเด็กที่เรียนเกษตรฯ
ก็แยกไปรับน้องเฉพาะสาขาของตัวเอง
ที่นี่รวมสาขาวิชาเกษตรศาสตร์ วิทยาศาสตร์การอาหารเอาไว้กับ
คณะวิทยาศาสตร์ ชื่อเต็มของคณะจึงเป็น วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร
สาขาคณิตศาสตร์อีกแขนงวิชาหนึ่งที่ต้องมารับน้องที่คณะวิทยาศาสตร์ เธอก็งงๆ กับธรรมเนียมของสถาบันนี้เพราะว่าสาขานี้ไม่ได้วุฒิ วทบ. แต่ได้วุฒิ คบ. ตอนจบปริญญาตรี
เด็กที่มาเรียนสาขาคณิตศาสตร์เลยโดนรับน้องคณะครุศาสตร์ด้วย
เรียกว่าโดนรับน้องหลายด้าน รับกันไม่หวาดไม่ไหว ไม่รู้จะรับอะไร
กันนักกันหนา
“ต้องไปก่อนนะ นัดเพื่อนเอาไว้” วายุบอกคนตรงหน้าเมื่อเดินมาส่งเธอที่หน้าหอพัก
หอพักของเธออยู่หน้าอาคารเรียนของสาขาวิชาที่เขาเรียนอยู่
อยากจะบอกว่าเธอแอบมองเขาที่ริมหน้าต่างห้องนอนทุกวัน แล้วก็เอาไปฝันถึง เห็นหน้าแล้วฟินสุดติ่ง
เธอมองเขาตาลอย เขินอายทุกครั้งที่สบตา รู้สึกแก้มร้อนผ่าวไปหมด เขาจะรู้ไหมว่าเธอลวนลามเขาทางสายตาทุกวัน
วายุชอบถอดเสื้อโชว์กล้ามช่วยอาจารย์ที่สาขาวิชารดน้ำต้นไม้ เธอเห็นเขาช่วยอาจารย์เลี้ยงกล้วยไม้แล้วอมยิ้ม
ผู้ชายน่ารักชอบปลูกต้นไม้ รักธรรมชาติ
อ๊าย... นี่มันอนาคตพ่อของลูกเลยนะ!
วายุเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ เขาสุภาพดูไว้ตัว แต่ก็ดูอบอุ่นใจดียามเมื่อ
ได้อยู่ใกล้หรือพูดคุยกันแบบนี้
เธอเกิดมาอายุสิบเก้าปี ไม่เคยมีแฟนหรือคนรักเป็นตัวเป็นตนมาก่อน ทางบ้านค่อนข้างหัวโบราณ พอเจอเขาแล้ว มันบังเกิดความรู้สึกชอบขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน
เธอไม่เคยเพ้อหรือละเมอถึงผู้ชายคนไหนมาก่อน เขาเป็นคนแรกในชีวิต
คนมีความรักมันเป็นแบบนี้นี่เอง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะทำอะไร หน้าเขาลอยไปลอยมาอยู่เต็มหัวไปหมด เรียกว่าทุกลมหายใจเข้าออกก็นึกถึง
อยากเจอหน้า ใจเต้นแรงเพียงแค่คิดถึง นี่เธออาการหนักขนาดนี้เลยเหรอ?
วายุเดินจากไปแล้ว เธออยากจะกรีดร้องให้ลั่น แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือ
แอบมอง ส่งยิ้มหวานๆ ตามติดไปห่างๆ
อันดาคิดว่าเธอใจกล้ามากนะที่คุยกับเขาได้ เพราะก่อนหน้านี้
เห็นเขาที่ไหน เธอจะเดินเลี้ยวไปอีกทาง กลัวจะเจอเขาเข้าจังๆ
“อันดา...” เสียงเรียกจากเพื่อนทำให้เธอหันไปมอง กัลยา เลิศวิจิตร เพื่อนที่เรียนสาขาวิชาเดียวกับเธอ รู้จักกันตอนรับน้อง เธอเป็นคนมีเพื่อนน้อย กัลยาจึงเป็นเพื่อนน้อยที่เธอคบด้วยแล้วสบายใจ
กัลยาเป็นหลานสาวของอาจารย์สาขาฟิสิกส์ ที่เธอเลือกคบด้วยเพราะอีกฝ่ายเป็นคนร่าเริงสดใส มองโลกในแง่ดี
ด้วยความที่ทางบ้านยากจน เธอจึงค่อนข้างเลือกคบเพื่อน ไปกับคนอื่นเดี๋ยวไม่มีเงินจ่าย เพราะต้องประหยัดสุดๆ ทำยังไงก็ได้ ให้ใช้เงินสองร้อยบาทให้พอในหนึ่งสัปดาห์ รวมถึงต้องทำงานพิเศษที่ห้องสมุดทุกวัน
“เมื่อกี้เดินมากับใครจ๊ะ” กัลยากระแทกไหล่ของเพื่อนเบาๆ
อันดาหน้าแดง คิดในใจว่า... รู้แล้วก็ยังอยากจะถามอีก คนขี้อาย
จึงเอาแต่ก้มหน้างุด
“อย่าแซวได้ไหม หัวใจเราเต้นแรงจนจะหลุดออกมาอยู่แล้ว” คนตอบเขินอายม้วนต้วน
“ไหนบอกว่าอายยังไงล่ะ เห็นเดินมากับหนุ่มในดวงใจ ฮันแน่!
ไปทำอีท่าไหน”
“ท่าไหนน่ะเหรอ ท่าน่าอายน่ะสิ ซุ่มซ่ามเดินไปชนเขา ข้าวของหล่นกระจัดกระจายไปหมด” คนพูดหน้าแดงลามไปถึงใบหู
อันดาเป็นคนผิวขาวเหลือง ใบหน้ากลมน่ารัก ผมหยักศก แต่เธอ
ไม่ชอบผมตัวเอง เลยเก็บเงินไปยืดผมเสียตรงแหน็ว รู้สึกว่ามั่นใจมากขึ้น
ปากเธอเป็นรูปกระจับ ตาเรียว คิ้วบาง โดยรวมมองแล้วไม่สวยสะดุดตาแต่มองแล้วน่ารักเหมือนตุ๊กตา
“บุพเพสันนิวาสน่ะสิไม่ว่า เดินไปชนเขาเข้า นักศึกษาทั้งสถาบันเลยนะ” กัลยาพูดแล้วยิ้มแหย่ ทำแก้มพองน่ารักใส่เพื่อนสาว
“เขาน่ารักดีนะยา พูดจาสุภาพเรียบร้อย ตัวจริงขาวกว่าที่แอบมองอีก ผิวนี่เนียนเชียว ผู้ชายอะไรหล่อฟินน่าจิ้นขนาดนี้”
“เขาเป็นเดือนคณะนี่นา ต้องหล่อลากไส้เป็นธรรมดาแหละ”
“ยา...” อันดาเรียกเพื่อนเหมือนจะเป็นลม
“เป็นอะไร”
“ใจเราหวิวๆ เหมือนจะเป็นลม”
“อาการหนักนะอันดา ไปนั่งที่ม้าหินอ่อนหน้าหอก่อน เป็นลมขึ้นมา
เราอุ้มไม่ไหวนะ น้ำหนักยิ่งเกินมาตรฐานอยู่ด้วย” คนถูกว่าน้ำหนักเกินมาตรฐานค้อนให้เสียวงใหญ่ กัลยาดึงมือเพื่อน ไปนั่งหน้าหอพักนักศึกษา มือของเพื่อนเย็นเฉียบแถมยังมีเหงื่อออกเต็มไปหมด
“ดีขึ้นไหม” อันดาจับมือเพื่อนมาวางที่อกด้านซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจ
“หัวใจอันดาเต้นแรงขนาดนี้เลยเหรอ”
“อือ... มันไม่ยอมหยุดเต้นทำไงดี แทบจะหลุดออกมาแล้วนี่”
“ฮ่าๆๆๆ ไม่หยุดเต้นก็ดีแล้วเพื่อน ถ้ามันหยุดเต้นนี่สิเรื่องใหญ่เลยนะ” คนพูดหัวเราะเสียงคิกคักอย่างน่ารัก
“หน้าเราก็ร้อนเห่อไปหมดตอนเจอกับเขา มือไม้แทบวางไม่ถูกเลย”
“รักแรกก็แบบนี้แหละ แบบนี้เขาเรียกอะไรนะ ตกหลุมรักเขา
เข้าอย่างจัง”
“อย่าล้อสิ เราเขิน”
“เป็นเอามากนะนี่ เราไปขอเบอร์ให้เอาไหม” คนถามยิ้มด้วยสีหน้า
เจ้าเล่ห์แสนซน
“เบอร์โทรหรือจ๊ะ จะดีเหรอ” คนฟังเขินหน้าแดงจัด เป็นผู้หญิง
ไปขอเบอร์ผู้ชายก่อน น่าอายจะตายไป เธอก้มหน้าดึงนิ้วไปมา กัลยายิ้มกว้างเมื่อเห็นอาการของเพื่อน
กัลยารู้ดีว่าอันดาเก็บเงินเก่ง อีกฝ่ายขยัน ทำงานพิเศษจนซื้อโทรศัพท์ Nokia รุ่น 3310 เป็นเครื่องแรกและครั้งแรกในชีวิตได้เป็นผลสำเร็จ
แต่ไม่ค่อยมีเงินเติมเลย เวลาโทร. ก็อาศัยหยอดเอา คุยกันพอรู้เรื่องก็รีบกดวาง คุยนานมากไม่ได้มันแพง
“ไม่กล้าโทรหาเขาล่ะสิ”
“ถ้ามีเบอร์เขา อาจจะโทรก็ได้นะ” คนตอบหน้าแดงจัด
กัลยาหัวเราะเพื่อน ทั้งเอ็นดูทั้งสงสาร ชอบเขาก็ได้แต่แอบมอง
ไม่กล้าเข้าไปคุย แต่อย่างว่าแหละ ผู้หญิงไปจีบผู้ชายก่อนมันดูแปลกๆ
ต้องเป็นคนที่ใจกล้าหน้าด้านระดับหนึ่งถึงจะทำอย่างนั้นได้
“เดี๋ยวเราไปขอให้ ขอจากเพื่อนเขาน่ะ เอาไหม” กัลยาเพื่อนของเธอนั้นเป็นพวกมีมนุษยสัมพันธ์ดี เพื่อนเยอะ ด้วยว่าเป็นคนมีเงินและเป็นหลานสาวคนเดียวของอาจารย์ที่ทรงอิทธิพลในสถาบันเล็กๆ แห่งนี้ ดังนั้นกัลยาจึงเป็น
ที่พึ่งเดียวที่เธอนึกถึงยามเมื่อมีปัญหา
“จะดีเหรอ”
“เออน่า... เดี๋ยวจัดให้” กัลยาตัดบท เธอเป็นลูกหลานของอาจารย์ที่นี่ จึงกล้าทำอะไรแบบที่หลายคนไม่กล้าทำกัน
กัลยาเป็นพวกมีอันจะกินแต่ไม่ทำตัวอวดรวย อันดาเคยถามว่าทำไม
มาคบกับเธอ เพราะรู้สึกว่าคนละชั้นกัน ในสถาบันการศึกษาเช่นนี้ก็แบ่งชนชั้นวรรณะกันแล้วนะ นักศึกษาไฮโซก็ไฮโซจริงๆ
ส่วนนักศึกษาแบบเธอเรียกยาจก ต้องทำงานงกๆ หาเลี้ยงปากท้อง
และเรียนไปด้วย ถามว่าอิจฉาคนที่พ่อแม่มีเงินไหม ก็มีบ้างนะ แต่เธอ
เป็นคนไม่ยอมแพ้ต่ออะไรทั้งหมดทั้งมวล ยังไงก็ต้องเรียนให้จบ เพราะคิดว่าต่อไปจะดูแลพ่อแม่ให้ดีที่สุด
“เราขอตัวก่อนนะ ต้องไปทำรายงานต่อ”
“รายงานอะไรเหรอ” กัลยาทำหน้างง เพราะจำได้ว่าอาจารย์ไม่ได้สั่งรายงานอะไรสักฉบับเดียว
“มีเด็กหอหนึ่งมาจ้างทำรายงานน่ะ ต้องรีบทำให้เสร็จ” หอหนึ่ง
คือหอพักหมายเลขหนึ่ง ที่นี่เรียกหอตามลำดับการก่อตั้ง ดังนั้นหอหนึ่ง
คือหอที่เก่าแก่ที่สุดและหลอนสุดติ่ง มีชื่อดอกไม้ประจำหอพักด้วยนะ หอหนึ่ง
ก็คือหออินทนิล
“จะขยันไปไหน”
“เราไม่รวยเหมือนยานี่นา ไม่ทำงานก็อดตายน่ะสิ”
“ไม่มีตังค์ยืมเราก่อนก็ได้”
“ไม่เอาหรอก ยืมแล้วต้องคืน หาเองดีกว่า จะได้ไม่เป็นหนี้ด้วยไง”
“แต่ถ้าไม่มีจริงๆ บอกเรานะ ไม่ไหวก็บอกเราได้เสมอ ไม่ต้องเกรงใจหรอก มีเมื่อไหร่ค่อยคืนก็ได้” กัลยาเป็นเพื่อนคนเดียวที่ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อย เธอไม่ใช่พวกหยุมหยิมหรือเอาเปรียบใคร ออกจะใจกว้างเสียด้วยซ้ำ
“ขอบใจมากจ้ะ” คนตอบหัวใจยังเต้นแรงไม่หาย แค่คิดถึงหนุ่มหน้าใสขวัญใจมหาชนนามว่าวายุ หัวใจเธอมันก็เต้นผิดจังหวะ
สงสัยเธอจะอาการหนักจริงๆ เหมือนเพื่อนว่า
“งั้นเรากลับก่อนนะ”
“จ้ะ” อันดายืนส่งเพื่อนหน้าหอพัก โบกไม้โบกมืออำลา พอหันมามองหอตัวเองแล้วขนลุก จู่ๆ ก็รู้สึกหลอนขึ้นมาในทันที
เธอทำใจดีสู้เสือ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เรียกกำลังใจให้ตัวเอง
เอาเถอะ! เป็นไงเป็นกัน คงไม่โดนพี่ๆ รับน้องจนกระอักเลือดตายหรอก คนอื่นยังรอดชีวิตเรียนจนจบเลย
อันดาเข้าหอก็รีบสวัสดีพี่ๆ เจ้าที่ในหอ แต่ละคนนั่งเหมือนนางพญา
เธอเดินตัวลีบไปวางรองเท้าใต้บันได ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปด้วยฝีเท้า
อันเงียบกริบ
ถ้าเดินลงส้นเสียงดังจะโดนรุ่นพี่มองมาด้วยสายตาพิฆาต อยู่ที่นี่
ต้องทำตัวเป็นกุลสตรี ไม่งั้นเด็กปีหนึ่งอย่างเธอจะได้เห็นรุ่นพี่แปลงกาย
เป็นนางยักษ์