ภาพปกนิยาย อันดาวายุ

อันดาวายุ

9.2 / 10.0
“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน

อันดาวายุ ตอนที่ 1

อันดามองบรรยากาศของงานเลี้ยงรุ่นที่ทางสถาบันการศึกษาจัดขึ้นอย่างตื่นตาตื่นใจเพราะเธอจะได้เจอเพื่อนเก่าๆ นั่นเอง

สิบกว่าปีแล้วที่เธอไม่ได้กลับมาที่นี่อีกเลย หลังจากเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี บรรยากาศเก่าๆ หวนกลับมาอีกครั้ง

ร่างอวบอิ่มชะงักเมื่อเดินมาประจันหน้ากับใครบางคน บางคนที่เธอ

ไม่เคยลืมเลือนเขาไปจากใจ

วายุ...

เขาเองก็ชะงักเหมือนกันที่เห็นเธอ ทั้งสองกวาดสายตามองกันและกัน ก่อนจะสบตากันเนิ่นนาน

“อันดาสบายดีเหรอ”

เขาทักทายเธอก่อน อันดากะพริบตาปริบๆ เธอรู้สึกว่าแก้มร้อนผ่าวอย่างไม่ทราบสาเหตุ วายุในวัยสามสิบห้าดูหล่อเหลาคมเข้ม ใบหน้าเรียว

ดูเข้มแข็งสมชายชาตรี ไม่เหมือนนิสิตนักศึกษาสมัยหลายปีก่อนที่หน้าใส

ผิวขาวจัด ปากแดงจนสาวๆ กรี๊ดกันทั้งสถาบัน เธอมองเส้นผมดกดำ

ยาวประบ่าของเขา ก่อนเลื่อนลงมายังริมฝีปากหยักลึกเป็นคันศรแล้ววกขึ้นไปมองจมูกโด่งคมสัน ดวงตาของเขามีแววหวานแต่ดุดันอยู่ในที คิ้วเข้มพาดเฉียง ขนตาดกหนา ซึ่งเธอเคยอิจฉาเขาอยู่บ่อยครั้งในสมัยก่อน

รูปร่างของเขาสูงหนาขึ้น ซึ่งโดยปกติเขาตัวสูงมากอยู่แล้ว เกือบหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร

“สบายดีจ้ะ แล้วลมล่ะ สบายดีไหม”

เธอมองสำรวจเขาแล้วตอบกลับ หน้าแดงระเรื่ออย่างปัจจุบันทันด่วน

“มีแฟนหรือยัง”

จู่ๆ เขาก็ถามกลับมา แต่ไม่ได้ตอบคำถามของเธอ อันดาตาโต

อ้าปากค้าง ก่อนจะรีบหุบฉับ กะพริบตาปริบๆ หัวใจเธอเต้นแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“ถ้ายังไม่มีเราจะจีบ”

เขาไม่ได้รอฟังคำตอบ แต่พูดกลับมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้คนมองใจเต้นรัวหนักขึ้นกว่าเก่า

“ยะ...ยัง”

เธออยากจะหยิกตัวเองให้เนื้อเขียวนัก รีบตอบเขาจนเสียงสั่นไปหมด เขากระตุกยิ้มมุมปาก ในขณะที่เธอก้มหน้างุดด้วยความอาย

อันดารู้สึกว่าเขามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอไม่เคยเปลี่ยน และมัน

ยิ่งมากขึ้นเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง

เรื่องราวแต่หนหลังกระจ่างชัดในห้วงคำนึงของเธออีกครั้ง...

1

สิบกว่าปีก่อน...

อันดามองสถาบันราชภัฏในต่างจังหวัดด้วยจิตใจห่อเหี่ยว

ที่จิตใจของเธอห่อเหี่ยวนั้นเป็นเพราะเธอสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐบาลได้ แถมยังเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอีกด้วย แต่บิดามารดาไม่มีเงินส่งเสียให้เล่าเรียน

เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้น ความที่อยากเรียนต่อให้จบปริญญาตรีทำให้เธอต้องเข้าเรียนสถาบันราชภัฏที่ค่าเทอมไม่แพงมากนัก อย่างน้อยก็ได้เรียนเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ และปลอบใจตัวเองว่าได้รับปริญญาเหมือนกัน

เธอทำงานตั้งแต่เด็ก ช่วยเหลือทางบ้านเพราะฐานะยากจนมาก

คิดว่ามาเรียนใกล้บ้านแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้หางานทำและค่าใช้จ่าย

ไม่สูงมากนัก

รับน้องสยองขวัญ!!!

การรับน้องเป็นเรื่องที่นักศึกษาในชั้นปีที่หนึ่งทุกคนไม่ชอบที่สุด โดนรุ่นพี่เรียกไปว้าก... ไปขอลายเซ็น วันๆ ไม่ทำอะไรเอาแต่รายงานตัวทำความรู้จัก

กับรุ่นพี่ ต้องท่องว่ารุ่นพี่ชอบกินอะไร ชอบสีอะไร ชื่อเสียงเรียงนาม บ้านช่องห้องหออยู่ที่ไหน ญาติโกโหติกามีกี่คน แนะนำตัวจนปากเปียกปากแฉะ

เขาว่ามันเป็นธรรมเนียมของทุกสถาบัน ซึ่งเธอเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบเอาเสียเลย

กัลยาเพื่อนใหม่ของเธอแอบค่อนขอดรุ่นพี่ว่า...

“ว่าไหมอันดา พวกรุ่นพี่นี่โง่เนอะ”

“โง่ยังไงเหรอ”

“ก็บ้านเลขที่ตัวเองยังจำไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองชอบกินอะไร มีพี่น้องกี่คน อีกจิปาถะ โง่ไหมล่ะแก คิกๆ”

“อย่าไปพูดให้รุ่นพี่ได้ยินเชียว เดี๋ยวก็โดนปาดคอหรอก”

อันดาจำได้ว่าทำเสียงดุใส่เพื่อนไปในตอนนั้น

ทำยังไงได้ การรับน้องเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ อาจารย์ก็ไม่ได้เข้ามายุ่งวุ่นวายกับกิจกรรมพวกนี้ ให้รุ่นพี่จัดการรุ่นน้องกันเอาเอง ใครได้พี่รหัสใจดี

ก็ดีไป ใครได้พี่รหัสใจร้ายก็ฝันร้ายไปตามระเบียบ

กฎเหล็กที่รุ่นพี่ให้รุ่นน้องท่องก็ช่างปัญญาอ่อนไม่ต่างกัน

กฎข้อที่ 1 รุ่นพี่ถูกเสมอ

กฎข้อที่ 2 ถ้ารุ่นพี่ทำอะไรผิดให้ย้อนกลับไปดูข้อที่ 1

คิดดูแล้วกันว่ามันปัญญาอ่อนขนาดไหน...

อันดามีพี่รหัสปีสี่เป็นผู้หญิงท่าทางไว้ตัวไม่ค่อยพูด เธอแอบเกร็ง

เมื่อต้องมารายงานตัว แต่พอได้สบสายตาที่มองกลับมานั้น มันทำให้เธอ

รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาหน่อย เพราะพี่เขามีความเอื้อเอ็นดูเธออยู่มาก

ก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยมีการรับน้องนอกสถานที่ด้วย เป็นกิจกรรมคล้ายๆ ไปเข้าค่ายพักแรมสมัยเรียนลูกเสือเนตรนารีเมื่อตอนมัธยม

น้องใหม่คณะวิทยาศาสตร์อย่างเธอก็ต้องไปกับเขาด้วย เรียกว่าไปกันทุกสาขาวิชานั่นแหละ

กิจกรรมรับน้องน่าจะเหมือนๆ กันทุกคณะ ต้องลอดซุ้ม โดนพี่ๆ

ป้ายหน้าป้ายตาด้วยสี เต้นแร้งเต้นกา ร้องเพลงยอดฮิต

ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา มันจะถูกไม้เสียบ จ๊าก... มันจะถูกไม้เสียบ จ๊าก... เสียบตูดซ้าย เสียบตูดขวา ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ

แล้วก็เต้นส่ายเหมือนท่าไส้เดือนกิ้งกือ ชวนให้หลายคนที่ตบมือขำกัน

ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง

เพลงยอดฮิตอีกเพลงก็คือ เมียงู...

บาทเดียวดูเพลิน อะไรไม่เกินเมียงู บาทเดียวดูเพลิน อะไรไม่เกินเมียงู ลูบได้คลำได้ แต่อย่าเอาไม้แหย่รู แหย่รู แหย่รู แหย่รู

บอระเพ็ดขมปี๋โดนป้อนเข้าปาก อันดาแทบจะคายทิ้ง แต่โดนบังคับ

ให้เคี้ยวกลืนตอนลอดซุ้ม

กิจกรรมรับน้องใหม่คงไม่ตื่นเต้นหากเธอจะไม่พบกับ...

ผู้ชายในฝัน หล่อมาดแมน ปากแดง แก้มใส

วายุ วายุภัค นิสิตปีหนึ่งที่โดนพี่ๆ เรียกไปแกล้งมากที่สุดเพราะหล่อใสหน้าตาผู้ดี๊ผู้ดี แถมยังยิ้มหวานจับใจ

เธอว่าเขาหน้าตาวายร้ายเชียวล่ะ แต่พอยิ้มใจละลายแทบลงไปนอน

อยู่แทบเท้า

อันดาถึงกับมองตาลอย ความเบื่อหน่ายของเธอเริ่มหายไปนับตั้งแต่

ได้มองหน้านิสิตคณะเดียวกัน

เธอมองแล้วรู้สึกฟิน เอาไปจิ้นอย่างมีความสุข

อันดาได้รู้จักเพื่อนใหม่หลายคน แต่ไม่ค่อยสนิทกับใคร เพราะเพื่อน

ที่จบมัธยมศึกษาปีที่หกด้วยกันเรียนสถาบันอื่น บางคนก็เรียนสาขาวิชาอื่น

แม้จะอยู่ในสถาบันเดียวกัน

รับน้องปีนี้พี่ๆ พามาเข้าค่ายที่ค่ายทหาร ก่อนกินก็ต้องท่องว่า...

ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า คนจน

คนยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา เด็กตาดำๆ

ใครกินข้าวไม่หมด จะถูกกวาดข้าวไปรวมในกะละมัง แล้วรุ่นพี่ก็คลุก

เข้าด้วยกันก่อนเอากลับมาป้อนให้รุ่นน้องกินจนอ้วกไปตามๆ กัน มื้อถัดมา

ถึงอาหารรสชาติไม่อร่อยยังไงก็ต้องกวาดกินให้เกลี้ยงไม่ให้เหลือซาก

เธอเป็นพวกลิ้นจระเข้อยู่แล้ว กินอะไรก็ได้ จึงไม่เคยทำตัวมีปัญหา

เพราะไม่ค่อยมีปากเสียง หน้าตาไม่เด่นดังเลยไม่ค่อยโดนแกล้งเท่าไหร่

การเข้าค่ายสามวันมันก็สนุกดีหรอก แต่เธอแอบเห็นว่ารุ่นพี่ลำเอียง

อันดาแอบเบ้หน้า...

คนไหนสวยแซ่บหรือน่ารักก็ถูกเอาใจจากรุ่นพี่ผู้ชาย คนไหนหล่อหน่อย รุ่นพี่ผู้หญิงก็ทำท่าจะขย้ำลากไปกินตับ

มีความหื่นนะนี่!

เธอคิดแล้วหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว

มาอยู่ที่ค่ายก็ดีไปอย่าง เขาให้ใส่เสื้อยืดกับกางเกงวอร์ม เธอพอมี

ชุดเก่าๆ ที่บ้านอยู่บ้าง ถ้าแต่งตัวดูดีกว่านี้เธอไม่มีปัญญาหาซื้อเสื้อผ้า

ราคาแพงมาใส่แข่งกับใครหรอก

เสื้อผ้าของเธอแทบนับชิ้นได้...

เขาว่าคนหน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง มีรูปเป็นทรัพย์ก็น่าจะจริง เพราะ

รุ่นน้องคนไหนหน้าตาเฉิดฉายละก็ กินดีอยู่ดี โดนแกล้ง แต่เพราะ

สนใจหรอกนะ ไม่ใช่เพราะอยากจะแกล้งหนักๆ

นายวายุคนนั้นชื่อเล่นว่าลม เพราะต้องออกไปแนะนำตัวบ่อยมาก

ท่องรหัสนักศึกษาจนปากเปียกปากแฉะ จนตอนนี้เธอจำได้ขึ้นใจ

อ่านต่อ

สารบัญของ อันดาวายุ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้จะรู้ดีว่าในใจของเขามีเพียงคนรักเก่าที่อยู่ต่างประเทศ จนกระทั่งฝ่ายนั้นตั้งครรภ์เธอก็ยังเลือกที่จะขอเขาแต่งงาน ทว่าในวันที่ต้องจดทะเบียนสมรส ลู่เหยี่ยนจือกลับทอดทิ้งเธอไว้เพียงลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและย้ายหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในขณะที่ลู่เหยี่ยนจือชะล่าใจว่าอย่างไรเธอก็ต้องกลับมาหาเขา แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเขาได้เห็นเธอจดทะเบียนสมรสกับชายอื่นต่อหน้าต่อตา ความสูญเสียทำให้เขาแทบเสียสติและยอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสครั้งที่สอง ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงคำไล่ส่งจากซ่งชิงอวี่ที่ยืนยันว่าตอนนี้เธอมีครอบครัวใหม่ที่ต้องปกป้องแล้ว
ภาพปกนิยาย สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
โชคชะตาเล่นตลกให้เธอต้องอุ้มท้องลูกของชายปริศนาเพื่อทำตามข้อตกลงลับบางอย่าง แต่ในขณะเดียวกันเธอกลับต้องเข้าพิธีวิวาห์กับชายหนุ่มที่ถูกหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่ยังเยาว์วัย แม้จุดเริ่มต้นของชีวิตคู่จะเกิดขึ้นเพียงเพราะผลประโยชน์ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการ แต่ความใกล้ชิดกลับถักทอความผูกพันจนทั้งสองเผลอใจรักกันโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าในวันที่กำหนดคลอดใกล้เข้ามาถึง ฝันหวานของเธอก็พังทลายลงเมื่อเขายื่นเอกสารการหย่าให้เพื่อยุติความสัมพันธ์ แต่สุดท้ายเขากลับสารภาพความในใจว่าเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอด
ภาพปกนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อโชคชะตาขีดเขียนให้เธอต้องกลายเป็นเพียงลูกกวางตัวน้อยที่ไร้ทางสู้ ตกอยู่ภายใต้อำนาจมืดของชายหนุ่มผู้เปรียบเสมือนซาตานร้ายในคราบมนุษย์ ทุกย่างก้าวของชีวิตเธอถูกพันธนาการไว้ด้วยเงื้อมมือที่พร้อมจะบีบให้แหลกคลาอก หรือจะคลายเพื่อมอบสัมผัสอันแสนรัญจวนใจที่ยากจะต้านทานไหว ท่ามกลางเกมแห่งความใคร่ที่ร้อนแรงจนแทบหลอมละลาย เธอไม่มีสิทธิ์เลือกสิ่งใดนอกจากต้องเผชิญกับพายุพิศวาสที่เขาเป็นผู้ควบคุมแต่เพียงผู้เดียว ท้ายที่สุดแล้วหัวใจที่บอบบางดวงนี้จะพังทลายลงหรือจะมอดไหม้ไปกับความเร่าร้อนที่เขาปรนเปรอให้ในทุกค่ำคืนที่แสนยาวนาน
ภาพปกนิยาย Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เรื่องราวความรักสุดร้อนแรงที่เริ่มต้นขึ้นจากความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและหนักแน่น เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งต้องเผชิญกับบททดสอบความอดทนในค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนกับชายหนุ่มที่เธอปรารถนาจะครอบครองเป็นเจ้าของชีวิตคู่ แม้ว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความดุดันและหนักหน่วงจากความแข็งแกร่งทางร่างกายของฝ่ายชายที่เกินกว่าเธอจะรับไหว แต่เขาก็ได้ย้ำเตือนให้เธอมีความอดทนและเข้มแข็งเข้าไว้ หากต้องการที่จะก้าวเข้ามาเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขาอย่างเต็มตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศและความเสน่หาที่ไม่อาจต้านทานได้ในโลกยุคปัจจุบัน
ภาพปกนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ภาพปกนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อทายาทเพียงหนึ่งเดียวของเผ่าอาร์กติกอย่าง ฮันเตอร์ อาร์กติก กำลังจะสืบทอดตำแหน่งราชาแห่งไลแคนโทรป ทว่าเขากลับตกอยู่ในวิกฤตที่อาจมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 5 ปีหากไร้ซึ่งทายาทสืบสกุล ท่ามกลางความกดดันจากเผ่าอื่นที่จ้องจะชิงบัลลังก์ ฮันเตอร์กลับเลือกจ้างวาน ปริ๊น ปรีญาศาสตร์ มนุษย์ธรรมดาจากอีกมิติให้ข้ามโลกมาสอนเขาร้องเพลงด้วยความหลงใหลในเสียงดนตรี ปัญหาใหญ่คือปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎของธรรมชาติได้ ความรักต่างมิติครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยอุปสรรคและการแย่งชิงอำนาจในโลกโอเมก้าเวิร์สที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบและการติดสัด (Knotted) ที่แสนดุเดือด เขาจะเลือกเสียงเพลงหรือภาระหน้าที่ต่อเผ่าพันธุ์ในขณะที่เวลาชีวิตกำลังนับถอยหลังลงเรื่อยๆ

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED