ตอน 1

ดนย์ไล้มือบนผิวเนียนละเอียดของเอวคอดกิ่วนางแบบสาวลูกครึ่งไทย รัสเซียที่ชื่อ ‘กอดอุ่น’ อย่างเพลิดเพลิน แววตาของเขามองไปยังทิศทางของมหานครผ่านความมืดที่บนดาดฟ้าของชั้นยี่สิบราวกับมองเห็นใครอยู่จากจุดที่มองจากตรงนั้น

‘กอดอุ่น’ หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างเย้ายวน ใบหน้าเฉี่ยวเก๋ ตอบรับคำชวนของเขาในนาทีสุดท้าย เมื่อดนย์หาเบอร์ติดต่อของเธอมาได้ ซึ่งก็ได้มาแบบไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย กอดอุ่นพร้อมจะให้เบอร์ติดต่อส่วนตัวกับบรรดาไฮโซอยู่แล้ว เขาถามกอดอุ่นไปตามสายหลังทักทายกันว่าคืนนี้อยากมาสังสรรค์ที่โรงแรมเปิดใหม่ติดชายหาดพัทยาของเขาหรือไม่

กอดอุ่นทำอิดออด หญิงสาวลูกครึ่งทำเป็นพูดว่าขอคิดดูก่อนไม่รู้จะมีคิวว่างหรือไม่ ดนย์เลยตัดบทว่าไม่เป็นไรและทำท่าจะวางสาย แค่นั้นเองกอดอุ่นก็รีบบอกมาว่า ‘ไปได้ค่ะ’ ในทันที

ดนย์ให้คนขับรถของเขาไปรับกอดอุ่นที่หน้าคอนโดแล้วพามาส่งยังโรงแรมเปิดใหม่ที่จะทำบุญเปิดตัวในวันพรุ่งนี้ ดนย์มาอยู่ที่นี่เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยเมื่ออาทิตย์ก่อน

“ขอบคุณนะคะที่ชวนอุ่นมาปาร์ตี้เปิดโรงแรมคืนนี้ด้วยน่ะค่ะ”

ดนย์เลิกคิ้วเข้มๆของเขาขึ้นเล็กน้อย

“ปาร์ตี้เปิดโรงแรมอย่างนั้นหรือ”

ดนย์ถามกอดอุ่นแค่ว่าอยากมาสังสรรค์ด้วยกันมั้ย ไม่ได้พูดสักคำเลยว่าปาร์ตี้เปิดตัวโรงแรม ดนย์มองเลยไปยังคนอื่นๆที่เขานับพวกมันว่าเป็นเพื่อนที่นั่งอยู่นั่น มีธันย์เพื่อนตั้งแต่เรียนอนุบาล รัฐศาสตร์ ลูกน้องคนสนิทที่เพิ่งได้ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายในเครือหนึ่งของตระกูลเบญญ์ด้วยความสมารถของมันเอง รวมไปถึงสาวๆของพวกมันที่พามานั่งดื่มด้วย

แต่เอาเถิดอยากเรียกว่า ‘ปาร์ตี้เปิดตัวโรงแรม’ ก็เรียกไป เขาไม่ติดใจอะไรด้วยหรอก

“แล้วชอบมั้ย”

เสียงทุ้มฟังแล้วนุ่มละมุนหูน่าหลงใหลเอ่ยถามกลับมา

กอดอุ่นไม่แปลกใจเลยว่าทำไมดาราสาวคนก่อนถึงได้ลงทุนกินยานอนหลับหมดขวดเช่นนั้น เมื่อดนย์ตอบนักข่าวที่ไปสัมภาษณ์เขาที่งานเปิดตัวสถานเสริมความงามของแพทย์หญิงคนหนึ่งที่แว่วมาว่าเพิ่งคบหากันไม่นาน ถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกัน แล้วดนย์ตอบไปว่าเป็นแค่พี่น้องกับดาราสาวเท่านั้นเอง

กอดอุ่นคิดแล้วอดซู้ดปากไม่ได้

หากตนเองได้เป็นหญิงสาวของดนย์แล้วถูกทำแบบนั้นบ้างจะมีอาการแบบนั้นรึเปล่านะ

“ชอบสิคะ เลิฟลี่ที่สุดเลยค่ะ” นางแบบสาวตอบด้วยเสียงแผ่วเบาไม่ต่างกัน ดนย์หลุบตาลงมองที่แก้วแล้วเผยดวงตาอย่างที่กอดอุ่นเห็นแล้วสะท้านไปทั้งตัว

“แล้ว..เลิฟรึยัง”

กอดอุ่นยิ้มเอียงอายแบบที่ฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี ก็พวกผู้ชายน่ะชอบแบบนี้ไม่ใช่รึไง หากผู้ชายชอบแบบไหน ผู้หญิงอย่างกอดอุ่นแค่ทำแบบนั้นจึงจะได้ผู้ชายคนนั้นมาไว้ครอบครอง ก็แค่นั้นเอง

กอดอุ่นก้มหน้าลงเพื่อกระซิบตอบมา “เยส”

“อะไรเยสๆนะครับ” ธันย์ที่เพิ่งเดินมาสมทบพูดแซวเสียงดังโต๊ะเลยทีเดียว

“น้องกอดอุ่นนี่ อุ่นสมชื่อมั้ยครับคุณดนย์”

“ยังไม่รู้ว่าอุ่นสมชื่อรึเปล่า”

กอดอุ่นส่งสายตาท้าทายให้ดนย์แล้วทำเป็นหลบตาชายหนุ่มที่หมายปองมานานด้วยการหลบตาเขาแล้วพูดแบบเอียงๆอายๆไปว่า

“อย่างนั้น ก็ต้องพิสูจน์นะคะ”

“อย่างนั้นเราคงต้องขึ้นห้อง จะได้พิสูจน์ว่าอุ่นหรือว่า...ร้อน”

ดนย์มองนางแบบสาวสวยลูกครึ่งด้วยสายตารู้ทัน เขาเป็นพวกไม่พูดมากอยู่แล้ว ดนย์รับแก้วจากเพื่อนยกดื่มจนหมด ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับยกร่างเย้ายวนของกอดอุ่นอุ้มทำท่าจะพาเดินออกจากลานนั่งดื่มตรงดาดฟ้า เตรียมจากไป

ธันย์ได้แต่อ้าปากค้างร้องเรียกไล่ตามหลัง “เดี๋ยวสิครับคุณดนย์ จะไปแล้วหรอครับ”

ดนย์ไม่ได้ตอบอะไรเพื่อนร่วมก๊วน คนที่เหลือเลยทำได้แต่ร้องแซวไล่หลังดนย์ไป

“ตลอดอะ หนีเข้าห้องก่อนทุกทีเลย”

“คนพูดน้อยนี่ กินดุทุกคนมั้ยคะคุณพีท”

‘น้ำหนาว’ พริตตี้สาวสวยข้างกายรัฐศาสตร์เอ่ยถาม สายตาหมายมาดที่มีต่อดนย์นั้นมองตามหลังดนย์ไปด้วยความอยากครอบครองเขาและอยากเอาชนะ

น้ำหนาวเคยพบดนย์หลายครั้ง แต่ก็พบในฐานะที่ดนย์ไม่มีทางสนใจตนเองเลยสักครั้ง น้ำหนาวล่ะอยากให้ดนย์ได้ลองนอนด้วยสักครั้งจริงๆเลย รับรองได้ว่าดนย์จะต้องติดใจในความช่ำชองของตนเองอย่างแน่นอน

รัฐศาสตร์อมยิ้มรู้และเข้าใจความหมายในสายตาของแยมส้มและสาวๆเหล่านี้เป็นอย่างดี “อยากลองรึไงครับ คุณดนย์น่ะถึงจะเพลย์บอยแต่ก็เลือกอยู่นะ แบบรู้งานมากๆก็ไม่ชอบอีกแหละ คุณดนย์เขาเลือกเยอะ”

“มึงต้องอวยยศคุณดนย์ขนาดนั้นเลยหรอวะพีท มึงอะรีบพาน้องๆของมึงเข้าห้องได้แล้ว” ธันย์แซวรัฐศาสตร์ออกไปบ้าง แล้วหันมายิ้มให้น้องๆข้างกายของตัวเอง หยอกล้อกันตรงลานดาดฟ้าตรงนั้นอีกครู่ใหญ่จึงค่อยแยกกันเข้าห้องส่วนตัวของตนเองเช่นกัน

ตอน 2

“กอดอุ่นยังไม่มาเลยค่ะ ทำไงดี ทำไงดี นี่ก็ใกล้เวลาแล้วด้วย”

แยมส้มวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกเธอ ในตอนที่เหลือเวลาอีกเพียงสามสิบนาทีเท่านั้น งานเดินแบบการกุศลแฟชั่นโชว์ผ้าฝ้ายจากหมู่บ้านต้นแบบหัตถศิลป์ของทางภาคเหนือก็จะเริ่มขึ้นแล้ว

วีร์ดานึกถึงหุ้นส่วนร้านที่กว้างขวางกว่าเธอ กะจะฝากให้ทางนั้นช่วยหาคนให้ในยามคับขันแบบนี้

“ต่อสายหาเอ็นจอยให้พี่หน่อย”

แยมส้มตอบฉับไวในทันที “ส้มโทรแล้วค่ะพี่วี แต่พี่จอยติดคุยสายกับลูกค้า ยังไม่รับสายเลยค่ะ ทิ้งข้อความไว้แล้วเดี๋ยวคงตอบกลับมา ไม่รู้จะทันรึเปล่าน่ะสิ ทำไงดีล่ะเนี่ย”

วีร์ดาพยักหน้าที่มองออกชัดว่าเครียดอยู่ไม่น้อย ก่อนลากสายตาไปยังกลุ่มเพื่อนสนิทที่มาช่วยงานในวันนี้ด้วย พูดอย่างที่รู้คำตอบอยู่แล้วว่าเพื่อนจะตอบเช่นไร

“นางแบบเทงานกะทันหัน ทำยังไงดีเพื่อน”

“ไม่มีปัญหา” แพรวพิชชาบอกพร้อมกับโยนมือถือเข้ากระเป๋า ริญญ์นภัสก็ค่อยขยับตัวลุกขึ้น ปัดมือไปตามชุดของตัวเองที่เศษขนมหกบนนั้น บอกเสียงสบายๆ

“ตบเลยมั้ย นังเด็กไร้สามัญสำนึก”

“ใจเย็นก่อน” ‘ณัฐธเนศ’ เพื่อนผู้ชายคนเดียวในกลุ่มเพื่อนบอกขึ้นบ้าง “นางแบบไม่มา เราก็เดินเองเลยสิครับ ตัวแม่ต้องสนต้องต้องแคร์ไปทำไม ใช่มั้ย”

เพื่อนของวีร์ดาทั้งหมดไม่เคยพากันไปเสียที่ไหนเลย มีแต่คบหาแล้วส่งเสริมกันในทางที่ดีๆทั้งนั้น คอยให้กำลังใจกัน ช่วยเหลือเวลาต้องการเสมอ

วีร์ดาขยับปากบอกว่า ‘ขอบคุณ’ ให้เพื่อนทุกคนของเธอ

ณัฐธเนศส่งสายตาเกินเพื่อนมาให้เธอ วีร์ดาทำเพียงยิ้มรับไม่ได้ให้ความหวังอะไรทางนั้นแล้วเดินไปตรวจดูความเรียบร้อยของชุด จนถึงเวลาเดินแบบ ทุกอย่างเป็นไปตามคาด จบแบบสวยงามอย่างที่วีร์ดาหวังเอาไว้ จะว่าไปงานเดินแบบครั้งนี้ดีกว่าทุกงานเสียอีก เพราะแพรวพิชชากับริญญ์นภัสนั้น ชำนาญการเดินแบบตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว พอจบไม่ได้เดินทางสายนั้นเพราะต้องออกมาทำงานที่เป็นกิจการของตนเอง แต่เมื่อได้กลับมาทำ ทั้งสองคนก็ทำมันได้อย่างดีเยี่ยม

“จบงานแบบสวยหรูดูแพงสมความตั้งใจมั้ยคะเพื่อน” ริญญ์นภัสถามพร้อมกับยกมือหยิกแก้มของวีร์ดาไปด้วย

“อือ ขอบใจมากนะทุกคนเลย” วีร์ดาบอกกลุ่มเพื่อนตรงหน้าแล้วตะโกนบอกนางแบบและทีมงานทุกๆคน

“ขอบคุณทุกคนด้วยนะ คืนนี้อยากฉลองที่ไหน ลงบัญญชีที่ไว้ได้เลยค่ะ”

แพรวพิชชาตาโต ร้องถามขัดขึ้น ชวนให้ไปนั่งดื่มด้วยกันที่ร้านเปิดใหม่ของริญญ์นภัส “งั้นเราไปที่ร้านดิวกันดีมั้ยคะ”

วีร์ดายิ้มอย่างเนือยๆ “ฉันหมายถึงน้องๆ ส่วนพวกเราเอาไว้เที่ยววันอื่นได้มั้ย วันนี้ฉันเหนื่อยจังเลย อยากปิดโทรศัพท์ กลับไปนอนแช่ตัว จิบแชมเปญสักแก้วที่ห้องแล้วก็หลับสักอาทิตย์นึงเลยอะ”

“น่านะ งานจบวันนี้แล้ว ให้รอไปฉลองพรุ่งนี้ได้ยังไง ไปด้วยกันตอนนี้แหละ ค่อยกลับไปจิบแชมเปญที่ห้องต่อ”

“ใช่ๆ” คนอื่นร้องตอบเหมือนเป็นลูกคู่ วีร์ดาเลยโดนเพื่อนหิ้วแขนซ้ายขวาไปยังรถ แล้วตรงไปยังร้านของริญญ์นภัสในตอนที่ล่วงเข้าห้าทุ่มกว่าไปแล้ว

ขณะที่รถจอดรอสัญญาณไฟที่แยกก่อนถึงร้านของริญญ์นภัส วีร์ดาหันหน้ามองยังด้านข้างก็ตกใจผวา เมื่อเห็นว่ามีมอเตอร์ไซค์ขับเข้ามาขนาบข้างๆ สองคนบนรถใส่หมวกกันน็อกกันอยู่แต่ท่าทางมีพิรุธ

เวลาสองเดือนกว่าเฉียดสามเดือนจนถึงวันนี้ วีร์ดารู้สึกเหมือนถูกสะกดรอยตามไปทุกๆที่ ทีแรกเธอคิดว่าตัวเองหลอนจากนิยายที่ชอบอ่านจนเอาไปคิดเองเออเอง แต่เธอจะเห็นผู้ชายสองคนรูปร่างสูงใหญ่แบบนี้ขับมอเตอร์ไซค์ตามเธอเสมอ ไม่ว่าจะไปที่ไหน วีร์ดาเคยแจ้งความแล้ว แต่ตำรวจบอกว่าทำอะไรไม่ได้ เพราะตามหาตัวคนพวกนั้นไม่พบ คนที่เธออ้างว่าถูกสะกดตาม แล้วยังพูดทำนองว่าเธออาจคิดไปเองอีกด้วย

วีร์ดานึกถึงหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจวันนั้นแล้วโมโห เพราะเธอเองไปตามหาเอาหลักฐานมาให้แต่ก็หาไม่ได้ด้วยสิ ว่าแล้วได้แต่ปลอบใจตัวเองเงียบๆต่อไปว่าคงคิดมากไปเองจริงนั่นแหละ

ไปถึงที่ร้านแล้ววีร์ดาพบว่างานเลี้ยงฉลองจบงานเดินแบบที่นัดกันไว้ไม่ใช่เพียงแค่งานเลี้ยงฉลอง

“Surprise มั้ยจ๊ะว่าที่เจ้าสาว” เสียงคนในงานที่มาก่อนและเดินตามหลังวีร์ดามาร้องถามกันเซ็งแซ่ วีร์ดาอ่านข้อความที่ฉายบนจอภาพขนาดใหญ่ตรงหน้าที่ขึ้นไว้ว่า ‘งานเลี้ยงสละโสดของวี แต่งก่อนใครเลยนะ ดีใจด้วย’ ก็ได้แต่ส่ายหน้าช้าๆรู้ตัวแล้วว่าโดนหลอกให้มางานที่วีร์ดาไม่คิดจะจัดงานนี้ขึ้นเลยในชีวิต

“ไม่รู้จะจัดทำไม งานแบบนี้ฉันไม่ชอบ พวกแกก็น่าจะรู้นี่หว่า”

แพรวพิชชาที่เป็นต้นคิดแกล้งทำสีหน้างอนๆใส่เธอ “อ้าว ก็เพื่อนกำลังจะสละโสด ไม่ให้พวกเราจัดงานเลี้ยงสละโสดได้ยังไงกันล่ะ ใช่มั้ยเอวา ดิว เรียว จิ้มจุ่ม หนูนิด เบอร์รี่”

แพรวพิชชาตะโกนถามคนที่ตามมาเรียงรายคน ทั้งหมดพยักหน้าตอบรับพร้อมเพรียงกันว่าเห็นด้วยกับที่แพรวพิชชาเอ่ยมา

วีร์ดาถามแพรวพิชชาด้วยความสงสัย “พวกแกรู้เรื่องนี้ได้ไง ไอซ์หรือเจนี่เป็นคนบอก”

ตอน 3

“พวกแกรู้เรื่องนี้ได้ไง ไอซ์หรือเจนี่เป็นคนบอก”

“จะใคร ก็ทั้งสองคนนั่นแหละ นู่นไงยืนรออยู่นั่น” ภิญญาภัคบอกแล้วชี้มือไปยังทางเข้าร้าน

วีร์ดามองไปยังทางนั้นเห็นน้องทั้งสองคนของเธอยืนหัวเราะ กอดคอกัน เดินตรงมาก็ได้แต่กลอกตาอย่างเซ็งๆ สีหน้าของเธอมองออกเลยว่าเอือมระอากับเรื่องแบบนี้อยู่ไม่น้อย

“ขอบคุณนะพี่วี ถ้าพี่ไม่ตอบตกลงแต่งงานกับลูกชายคุณลุงคุณป้า ก็คงเป็นพวกเรานี่แหละที่ต้องโดนจับแต่งงานอะไรแบบนั้นน่ะ นึกแล้วสยองแทนเลย”

วีร์ดาจะยิ้มก็ยิ้มไม่ได้ พูดอะไรก็พูดไม่ออก ได้แต่ด่าเล่นๆไปว่า

“น้องเวร พูดให้พี่สยองขึ้นมาอีกแล้วนะ เดี๋ยวพี่หนีงานนั่นซะเลย พวกแกจะได้แต่งงานแทนพี่”

น้องสองคนของเธอทั้งรักทั้งเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่จำความได้ เธออุตส่าห์ทำตัวเสียสละเป็นพี่สาวที่แสนดียอมโดนจับคลุมถุงชนกับลูกชายของเครือ ‘เบญญ์’ ยังจะมาพูดให้เธอเครียดอีกว่าน่าสยองพองขน นึกแล้วน่าฟาดด้วยไม้จริงๆเลย

แต่จะว่าไปวีร์ดาก็อดนึกเห็นใจน้องสาวทั้งสองคนของเธอไม่ได้หรอก น้องๆของเธอมีคนรักรออยู่แล้ว วีร์ดาที่เป็นพี่สาวคนโตนั้นยังโสดเพราะชีวิตของเธอนอกจากครอบครัว เพื่อน ก็มีแค่ทำงานเท่านั้นที่สำคัญ วีร์ดาเลยตอบรับการแต่งงานแบบคลุมถุงชนที่ว่านั่นไปด้วยความไม่คิดอะไรให้มากแบบในนิยายที่เธอเคยอ่านๆมา

“พอเถอะน่า นี่อย่ามาทำให้งานเลี้ยงสนุกๆที่พวกเราช่วยกันจัดกลายเป็นงานเลี้ยงขอบคุณอำลาของพวกแกสามคนพี่น้อง ดราม่าน้ำตานองจะได้มั้ย”

ริญญ์นภัสเป็นคนฉุดความรู้สึกของทุกๆคนออกมาจากความหมองเศร้า แล้วบรรยากาศของความสนุกสนาน เพลงคึกคักก็เปิดให้ดังขึ้นภายในผับเล็กๆนั้น วีร์ดารับแก้วเครื่องดื่มที่เพื่อนทยอยส่งให้อยู่ตลอดจนรู้สึกในอีกชั่วโมงถัดมาว่าเธอเริ่มเมาแล้ว

ริญญาภัคเข้าไปคุยข้างหูกับแพรวพิชชาและริญญ์นภัสครู่เดียวก็หัวเราะกันขึ้นมา ก่อนที่แพรวพิชชาจะบอกเสียงดังขึ้นว่า

“พร็อพมาพอดี เชิญเข้ามานัวกับว่าที่เจ้าสาวได้เลยจ้ะ”

วีร์ดาเลิกคิ้ว แกล้งทำเป็นส่ายหน้าพร้อมกับถอยห่างจากผู้ชายกล้ามโตที่เพื่อนลากมาเป็น ‘พร็อพ’ ในงานคืนนี้

“ได้ยินมาว่า ว่าที่เพื่อนเขยของพวกเรา กล้ามใหญ่กว่านี้อีกนะ วีวี่ แกเคยเห็นรึยังว่าของเขา ‘ใหญ่’ จริงมั้ย” ภิญญาภัคเน้นคำว่าใหญ่ แววตาทะลึ่งทะเล้นใส่เธอ

วีร์ดาที่เริ่มสนุกเหลือบตามองชายกล้ามล่ำที่ขนาบข้างตัวแล้วก็ร้องบอกเพื่อนออกไป “ไม่เคยเห็น แต่ฉันคิดว่าไม่น่าใหญ่เท่านี้นะ”

“ถามจริงเถอะ ตัวจริงของคุณดนย์หล่อมั้ยวี”

วีร์ดานึกถึงวันที่พ่อกับแม่พาเธอไปกินข้าวกับบ้านนั้น นั่นคือครั้งแรกและครั้งเดียวที่เธอได้พบกับดนย์ เบญญา ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ วีร์ดาขอบอกตามตรงเลยว่านี่ก็ผ่านมาเพียงเดือนเดียวเท่านั้นแต่เธอนึกหน้าดนย์ไม่ออกแล้ว คงเพราะงานของเธอที่ยุ่งมากๆ เธอเหนื่อยจากงาน collection ใหม่ แล้วยังต้องคุมงานเดินแบบการกุศลที่เพิ่งจบไป เลยทำให้วีร์ดาไม่มีพื้นที่ให้สนใจเรื่องอื่น

ครอบครัวของวีร์ดาทำธุรกิจนำเข้าอัญมณีมาเกือบสามสิบปีแล้ว แต่สองปีที่ผ่านมากิจการของครอบครัวถดถอยลงไปมาก เมื่อต้นปี วีร์ดาได้ยินมาว่า ‘เครือเบญญ์’ เครือธุรกิจที่อยู่ในการบริหารงานของครอบครัวเบญญากำลังจะเข้ามาร่วมทุนกับกิจการของครอบครัวของเธอ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED