หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาก็ออกไปแบบไร้เยื่อใยมาก
ก่อนและหลังเกิดเรื่องอย่างว่าเขาจะต้องอาบน้ำตลอด ราวกับว่าเธอเป็นคนสกปรกอะไรทำนองนั้น
เสิ่นเนี่ยนอันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ เธอเป็นแค่ของเล่นให้เขาไว้ระบายความปรารถนาอย่างนั้นเหรอ?
หรือเป็นเครื่องมือสำหรับเขาในการมีลูกเพื่อรับมือกับผู้อาวุโสในตระกูล?
หน้าต่างเปิดอ้ากว้าง ลมหนาวพัดโชยเข้ามา
เสิ่นเนี่ยนอันรู้สึกหนาวจึงขดตัวขึ้นและดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเอาไว้
ไม่ใช่แค่ร่างกายเท่านั้น แต่หัวใจของเธอก็รู้สึกเหมือนมีรูอยู่ในนั้นและถูกลมแรง ๆ พัดผ่านไปด้วยเช่นกัน
ยิ่งนับวัน เธอก็ยังไม่รู้จักผู้ชายที่เธอรักมาแปดปีคนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อสามปีที่แล้ว ในงานเลี้ยงของตระกูลฮั่ว เธอดื่มเหล้าไปเยอะมาก ตอนที่เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอกับฮั่วอวิ๋นโจวก็นอนเปลือยกายอยู่ด้วยกันแล้ว
ก่อนที่เธอจะทันได้มีปฏิกิริยาอะไร พี่ชายของเธอและทุกคนในตระกูลฮั่วได้พากันเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นฉากนี้พร้อมกัน
ด้วยความที่เป็นการชิงสุกก่อนห่าม คุณย่าของฮั่วอวิ๋นโจวจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ทำให้การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้น
จนถึงทุกวันนี้ ฮั่วอวิ๋นโจวก็ยังคิดว่าเขาถูกเธอวางยาและวางกับดัก
เมื่อก่อนเสิ่นเนี่ยนอันไม่เคยเข้าใจเลยว่า ในเมื่อเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเด็กมาหลายปี ต่อให้เธอจะวางยาเขาจริง ๆ แล้วทำไมฮั่วอวิ๋นโจวต้องเกลียดเธอมากขนาดนี้ด้วย?
แต่ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว
เธอมันก็แค่นางร้ายที่เป็นตัวประกอบคนหนึ่ง เธอทำให้คู่รักคู่หนึ่งต้องแยกจากกัน
เธออดไม่ได้ที่จะคิดถึงฮั่วอวิ๋นโจวแฟนหนุ่มที่สมบูรณ์แบบและเอาใจใส่ในวิดีโอนั้น เกรงว่าชีวิตนี้เขาก็คงไม่มีวันที่จะปฏิบัติต่อเธอแบบนั้นได้!
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว เสิ่นเนี่ยนอันทำการยกผ้านวมขึ้นด้วยอาการชา ๆ แล้วก็ลุกขึ้น ลากร่างกายที่เจ็บระบมของเธอเข้าไปในห้องน้ำ
ตอนที่อยู่ใต้ฝักบัว สายน้ำในตอนแรกที่เย็นยะเยือก เสิ่นเนี่ยนอันยืนอยู่ตรงนั้นและปล่อยให้น้ำเย็น ๆ ชำระล้างตัวเธอให้สะอาด
เมื่อมองในกระจก ใบหน้าของเธอซีดราวกับผี มีรอยฟกช้ำทั่วร่างกายเต็มไปหมด
ทันใดนั้น เสิ่นเนี่ยนอันก็ร้องไห้ออกมาอย่างควบคุมไม่ได้อีก
คืนนี้ เสิ่นเนี่ยนอันนอนหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า
แม้แต่ช่วงหลัง ๆ ตอนกลางคืน เธอก็ยังฝันด้วยความสะลึมสะลืม โดยฝันไปถึงตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นและความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้แย่ขนาดนี้
เนื่องจากนอนไม่หลับ เสิ่นเนี่ยนอันจึงตื่นเช้ามาก
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอก็ทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าตามปกติและลงไปชั้นล่าง
เมื่อป้าหวังเห็นเธอลงมาก็ทำการเสิร์ฟอาหารเช้าตามความเคยชิน
หลังจากที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี ป้าหวังก็รู้แล้วว่าเธอชอบกินอาหารอะไรบ้าง
เสิ่นเนี่ยนอันกินอาหารเช้าอย่างช้า ๆ
“คุณนายคะ ทำไมเมื่อคืนถึงไม่รั้งคุณผู้ชายเอาไว้ล่ะคะ? นาน ๆ ทีคุณผู้ชายจะกลับมาสักครั้งนะคะ” ป้าหวังรู้สึกเสียใจแทนเสิ่นเนี่ยนอัน
เธอเป็นคนเก่าคนแก่ของตระกูลฮั่ว เธอเห็นทั้งสองคนโตมาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงรู้สึกเสียดายอย่างมาก พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่แล้ววันนี้ทำไมความสัมพันธ์ของพวกเขาถึงมาตึงจนถึงขั้นนี้กันได้นะ?
หัวใจของเสิ่นเนี่ยนอันบีบตัวเล็กน้อย แล้วก็คลายออกอย่างรวดเร็ว
เธอยิ้มด้วยหน้านิ่ง ๆ และพูดว่า “เคยรั้งแล้ว แต่รั้งไม่อยู่”
ต่อให้เธอจะรั้งตัวเขาไว้ได้ แต่เธอรั้งใจเขาไม่ได้หรอก
หัวใจของฮั่วอวิ๋นโจวมันอยู่ที่วิลล่าไห่วานอี ซึ่งที่นั่นมีคนที่เขารักจริง ๆ อาศัยอยู่
ป้าหวังชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างระมัดระวังว่า “อาจเป็นเพราะคุณผู้ชายยุ่งมากก็ได้ค่ะ คุณนายก็ทราบนี่คะว่า คุณผู้ชายต้องบริหารบริษัทที่ใหญ่ขนาดนั้น……”
ป้าหวังถูกย้ายจากบ้านหลักให้มาดูแลเธออยู่ที่นี่เป็นเวลาสามปีแล้ว ป้าหวังจึงรู้ชีวิตการแต่งงานครั้งนี้ชัดเจนกว่าใคร
ด้วยความที่รู้ทุกอย่างอย่างชัดเจนนี่แหละ ดังนั้น ป้าหวังจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจ
ขนตายาว ๆ ของเสิ่นเนี่ยนอันสั่นเล็กน้อย เธอบีบมุมหนึ่งของขนมปังปิ้ง รู้สึกเริ่มมีน้ำมูกขึ้นมา
ใช่แล้ว ฮั่วอวิ๋นโจวยุ่งมาก
เขายุ่งขนาดนั้น แต่ยังสามารถเจียดเวลา ตั้งใจไปขอเครื่องรางเรื่องความแคล้วคลาดที่วัดกว่างอวิ้นให้ผู้หญิงคนนั้นได้
เขายุ่งขนานดนั้น แต่ทุกเทศกาล เขากลับสามารถฉลองกับผู้หญิงคนนั้นได้
ขณะนั้น โทรศัพท์มือถือของเสิ่นเนี่ยนอันได้ดังขึ้นมา
ป้าหวังจึงถอยออกไปอย่างเงียบ ๆ เมื่อเสิ่นเนี่ยนอันรับสาย น้ำเสียงของเธอมีความแหบแห้งเล็กน้อย
“ยินยิน ฉันอยากหย่าแล้ว”
เธอคิดทบทวนแล้วว่า เธออยากหย่า
ขืนยังคาราคาซังกันแบบนี้ต่อไป มันคงน่าเบื่อน่าดู
จิ้นข่ายยินที่อยู่ปลายสายถึงกับอึ้งไปเลย จากนั้นเธอก็พูดขึ้นมาเสียงแหลมว่า “แล้วเธอจะได้ส่วนแบ่งทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของไอ้สารเลวฮั่วอวิ๋นโจวไหม? นี่อันอันของฉันจะกลายเป็นมหาเศรษฐีแล้วเหรอเนี่ย?”
“ไม่ได้หรอก……” เสิ่นเนี่ยนอันเงียบไปครู่หนึ่ง ตอนนั้นเธอลงนามในข้อตกลงไว้แล้วว่า หากหย่า เธอจะไม่ได้รับอะไรเลย
“ถ้างั้นเธอจะหย่าทำบ้าอะไรล่ะ เป็นคุณนายน้อยของครอบครัวที่ร่ำรวยดี ๆ ต่อเถอะ!”
เมื่อนึกถึงความหยาบคายของเขาและเรื่องบนเตียงที่น่าอัปยศอดสูเมื่อวานนี้
เสิ่นเนี่ยนอันตกอยู่ในความมึนงง เมื่อก่อนเธอเคยบริสุทธิ์ไร้เดียงสา คิดว่าการรักผู้ชายสักคนหนึ่ง เธอสามารถที่จะอดทนและยอมรับต่อความคับข้องใจทุกอย่างได้
ตอนนี้พอมาคิด ๆ ดูแล้ว เธอกลับมาพบว่าสมองของเธอต้องมีปัญหาอะไรแน่ ๆ
การที่เธออดทนต่อความคับข้องใจมันจะทำให้ผู้ชายมารักเธออย่างนั้นเหรอ?
ผู้ชายที่จะรักเธอ เขาจะทนเห็นเธอต้องอดทนต่อความคับข้องใจได้อย่างไรกัน
เสิ่นเนี่ยนอันหัวเราะเยาะเย้ยตัวเอง จากนั้นเธอก็พูดขึ้นว่า “สิ่งที่ฉันไหว้วานให้เธอทำครั้งที่แล้ว……”
จิ้นข่ายยินพูดว่า “ที่ฉันโทรมาก็เพราะจะบอกเธอเรื่องนี้เนี่ยแหละ ที่เธอให้ฉันช่วยดูงานให้ ทางฉันมีอยู่ตำแหน่งหนึ่ง! จะต้องสอนนักเรียนเล่นไวโอลิน อาจจะเล็กน้อยเกินไปสำหรับเธอ——”
“ได้” เสิ่นเนี่ยนอันยิ้มอย่างอ่อนโยนและพูดว่า “ไม่เล็กน้อยเกินไปสำหรับฉันหรอก ฉันเป็นแม่บ้านมาสามปีแล้ว แค่มีคนยอมจ้างงานฉันก็ดีมากแล้วล่ะ”
“ทำไมจะไม่เล็กเกินสำหรับเธอล่ะ? ตอนนั้นเธอเกือบจะได้เป็นผู้นำเล่นไวโอลินวงออร์เคสตราระดับนานาชาติอยู่แล้วนะ! ถ้าไม่ใช่เพราะต้องแต่งงาน......เฮ้อ!” จิ้นข่ายยินอดไม่ได้ที่จะด่าทอออกมา
หลังจากแต่งงาน เธอก็โดนสั่งห้ามไม่ให้ทำงานในที่สาธารณะ
พวกตระกูลร่ำรวยเหล่านี้ มักจะชอบกำหนดกฎเกณฑ์บ้า ๆ อะไรก็ไม่รู้
สังคมศักดินาสิ้นไปเป็นเวลากว่าร้อยปีแล้ว ยังเหลือเศษซากของระบบศักดินาอยู่อีกหรือไง
เมื่อสามปีที่แล้ว อาชีพนักไวโอลินของเสิ่นเนี่ยนอันกำลังรุ่งโรจน์อย่างมาก แต่เพราะกฏครอบครัวที่เข้มงวดของตระกูลฮั่ว จึงไม่อนุญาตให้เธอออกมาแสดงตัวข้างนอก
ในวันแรกที่เธอแต่งงานเข้าไป แม่ของฮั่วอวิ๋นโจวบอกเธอว่า “มีครอบครัวของเราคอยเลี้ยงดูเธออยู่แล้ว เธอไม่ต้องทำงานหรอก ต่อไปหน้าที่ของเธอก็คือการรีบมีลูกชายหรือลูกสาวสักคนกับอวิ๋นโจวซะ แค่เป็นภรรยาแบบฟูลไทม์ก็พอแล้ว”
หลังจากคุยโทรศัพท์กับจิ้นข่ายยินเสร็จ เสิ่นเนี่ยนอันก็ขึ้นไปชั้นบน
เธอหยิบไวโอลินที่มีฝุ่นเกาะมาเป็นเวลานานออกมาจากในห้องทำงาน
ไวโอลินตัวนี้ ตอนที่เธออายุสิบแปดปี พ่อตั้งใจสั่งทำให้เธอเป็นพิเศษเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการบรรลุนิติภาวะของเธอ
แต่น่าเสียดายมาก เพราะหลังจากที่เธอได้รับไวโอนลินตัวนี้มาได้ไม่นาน พ่อของเธอก็เป็นโรคหลอดเลือดสมองและกลายเป็นอัมพาต
พี่ชายคนโตจึงต้องคอยประคับประคองครอบครัวเอาไว้ เธอถึงได้สามารถเดินตามความฝันที่จะเป็นนักไวโอลินต่อไปได้โดยไม่ต้องกังวลใด ๆ
เสิ่นเนี่ยนอันย้อนคิดถึงเรื่องราวในอดีตเหล่านั้นและคอยดึงสายคอร์ดไปด้วย
เมื่อหลายปีก่อน เธอประสบอุบัติเหตุ ทำให้ข้อมือของเธอเสีย เธอจึงไม่เคยดึงมันอีกเลย
พอมาดึง ข้อมือของเธอก็เจ็บจี๊ดราวกับถูกเข็มแทง เสิ่นเนี่ยนอันพยายามทนเจ็บ แล้วก็อาศัยการจดจำของกล้ามเนื้อในการสีไปมาท่อนสั้น ๆ
สุดท้ายก็เผยรอยยิ้มอันขมขื่นออกมา มันช่างไม่ไพเราะเอาซะเลย
ที่ประตู จู่ ๆ เสียงแห่งความประหลาดใจและความสุขของป้าหวังก็ดังขึ้น
“คุณ คุณผู้ชาย ทำไมคุณถึงได้กลับมาล่ะคะ?”
ป้าหวังแอบมีดีใจแทนเสิ่นเนี่ยนอัน การที่คุณผู้ชายยอมกลับบ้าน นั่นก็หมายความว่าเขายังสนใจในตัวคุณนายอยู่
เพียงแค่คุณนายพูดอะไรดี ๆ ให้น่าฟังหน่อย ไม่แน่นะความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวคู่นี้อาจจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็ได้
เสิ่นเนี่ยนอันเมื่อได้ยินเสียงของป้าหวังก็ถึงกับสะดุ้ง เพราะฮั่วอวิ๋นโจวไม่ค่อยจะปรากฏตัวที่หอเรือนในตอนกลางวันแบบนี้
ทันทีที่เธอวางไวโอลินลง ประตูก็ถูกผลักเปิดออก
ผู้ชายที่ตัวสูงชะลูดปรากฏตัวอยู่ที่ประตู สายตาของเขาดูมืดมน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองพิจารณาเสิ่นเนี่ยนอัน
ตอนที่ยังเป็นเด็กเธอเคยเรียนไวโอลินมาหลายปี เขาจำได้ว่าเสิ่นเนี่ยนอันเรียนกับอาจารย์ที่มีชื่อเสียง ซึ่งเขาชื่นชมในความสามารถของเธออย่างมาก
หลังจากนั้นมาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอถึงได้หยุดเรียนไป
เมื่อกี้นี้เขายืนฟังอยู่ข้างนอกมาสักพักแล้ว เธอก็สีได้ธรรมดามาก
ทำไมถึงได้ยกย่องความสามารถของเธอได้นะ?
เสิ่นเนี่ยนอันเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นก็ก้มหน้าลง แล้วก็ใส่ไวโอลินกลับเข้าไปในกล่อง
จากนั้นเธอถึงได้พูดขึ้นว่า “กลับมาตอนกลางวันแบบนี้ คุณมีธุระอะไรเหรอ?”